ลำนำ :บุปผาหมื่นพิษ

ตอนที่ 71 : SS2 : เตรียมตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13655
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1443 ครั้ง
    5 มิ.ย. 62

ตอน....





 วังหลวง : เเคว้นเยี่ยน 





            การประชุมของเหล่าขุนนางวันนี้มีเรื่องให้ตื่นตกใจและเกิดความสับสนมึนงง เพราะด้วยความเมตตาของจวิ้นกั๋วไป๋เหลียง แต่งตั้งฉู่หลาง ขึ้นเป็นแม่ทัพหลายคนที่คิดว่าบารมีตระกูลฉู่จบสิ้นแล้วต้องคิดอ่านใหม่ ไม่มีใครที่สามารถบอกได้ว่าพระองค์ทรงคิดสิ่งใด 



         แต่เจ้าตัวที่ออกคำสั่งไปเช่นนี้นั้นมีความหมายและความต้องการง่ายๆ ทั้งตระกูลฉางและตระกูลฉู่นั้นความผิดยังไม่ชัดเจน และอีกอย่างโทษของพวกเขาหากเด็ดขาดจริงคือการประหารชีวิตทั้งตระกูลนั่นรวมถึงพี่สาวฉางด้วย เพราะแบบนี้นางต้องคืนสมดุลสักเล็กน้อยเลือกที่จะให้ความสำคัญกับผู้ที่มีความสามารถมากกว่า 


        " จวิ้นกั๋ว การชุมนุมยุทธภพเขาค้ำฟ้าเชิญราชวงศ์เยี่ยนเข้าร่วม เห็นทีครานี้พระองค์ต้องทรงไปด้วยองค์เอง.." เหรินอ๋องที่เห็นท่าทางขององค์หญิงไม่สนใจสิ่งใดเลย เเละอีกใจก็กลัวว่านางจะลืมมันไปแล้ว 


        " ข้าคงไม่สามารถไปร่วมงานในฐานะของราชวงศ์ได้ เอาเป็นว่าให้พระสนมฉางเป็นตัวทนฝ่าบาท และให้เหรินอ๋องตามเสด็จด้วยก็แล้วกัน เรื่องของยุทธภพถึงจะต้องให้ความสำคัญแต่หากออกนอกหน้าเกินไปอาจเป็นที่ครหาได้ ..." ทีเเรกฟลายคนไม่เห็นด้วยเพราะถึงพระสนมฉางจะเป็นพระสนมแต่นางไม่ใช้เชื้อพระวงศ์โดยสายเลือด เเต่เมื่อได้ฟังเหตุผลนับว่าจวิ้นกั๋วตัดสินพระทัยถูกเเล้ว 


         '' เพราะข้าจะไปในฐานะของผาเหลียนฮวา ..." เเต่เมื่อประโยคหลังหลุดออกมา ร่างของเหล่าขุนนางที่แทบจะทนยืนกันไม่อยู่ ในอดีตผาเหลียนฮวานีบว่าป็นสภานที่เล้นลับจนฉางหลินยังต้องจัดอันดับความลึกลับเอาไว้อันดับสาม 


        " จวิ้นกั๋วโปรดพิจารณา หากท่านไปในนามของผาเหลียนฮวาเหล่าองครักษณ์หลวงจะไม่สามารถติดตามอารักขาได้ .." เหมาซุนที่กล่าวออกมาอย่างเป็นห่วง เพราหากองค์หญิงไปในฐานะของนายหญิงเเห่งผาเหลียนฮวา เท่ากับว่าเป็นคนของยุทธภพมีสิทธิ์ที่จะส่งคนของตนเองลงประลอง ถึงแม้ว่าราชวงศ์เยี่ยนจะสามารถส่งคนของตนเข้าประลอง แต่ก็เป็นเพียงการแสดงในฐานะเจ้าบ้านเพียงเท่านั้น 



        " เรื่องนั้นท่านแม่ทัพไม่ต้องเป็นห่วง ข้ามีคนของข้าเอง..." นางกล่าวออกมาอย่างนิ่งเฉย และในตอนนั้นเองที่นางก็ประกาสบางสิ่งที่ดูจะคล้ายกับฟ้าผ่าลงกลางท้องพระโรง หากเป็นเเต่ก่อนพวกเขาคงดีใจจนออกนอกหน้าแต่หากเป็นตอนนี้พวกเขาต้องระมัดระวังตัวเพียงใด


        " ด้วยเรื่องของการชุมนุมยุทธภพ เรื่องราวภายในเเคว้นให้อ๋องทั้งสามเป็นผู้จัดการก็เเล้วกัน ส่วนเฉินอ๋องก็ให้เป็นที่ปรึกษาเเทน.." ที่นางตัดสินใจเช่นนี้ก็ไม่นับว่าเเปลกในเมื่อนางตีเหล็กจนขึ้นรูปนางต้องใช้ให้คุ้มค่านางเชื่อว่าทั้งสามคงไม่กล้าเล่นแง้เป็นเเน่ในเวลาเช่นนี้ ...



       " น้อมส่งเสด็จจวิ้นกั๋วววว......" เสียงของเหล่าขุนนางกล่าวขึ้นอย่างพร้อมเพรียงดังไปทั่ว นับว่าเป็นเสียงจากเบื้องลึกที่แม้เเต่เหล่าขันทีนางกำนัลยังสะดุ้งตกใจ...




         ลู่หลิงที่นั่งอยู่ในรถม้านางกำลังคิดอ่านสิ่งที่ซานกุ้ยต้องการจะบอกเมื่อนางก้าวเข้าสู่ระดับจอมเวทเทวะ แต่ระดับจอมเวทเทวะนั้นสำหรับนางแล้วมันยากยิ่งนางต้องใช้พลังกี่เท่ถึงจะเลื่อนระดับได้ 




         " เว่ยหลางข้าจะรวบรวมพลังญาณสามวัน อย่าได้ให้ผู้ใดเข้าไปในห้องเพราะข้าจะวาดวงเวทดูดกลืนพลังญาณ..." แน่นอนว่าสิ่งที่นางว่ามามีเพียงความจริงครึ่งเดียส เพราะนางจะต้องใช้เวลาในการรักษาตัวให้หายดีเต็มสิบส่วน สมุนไพรจากตระกูลหม่าใกล้จะหมดแล้ว แต่นางก็มีสมุนไพรในพื้นที่จิตวิญญาณที่พอจะหลอมโอสถเทพได้อยู่ แต่สิ่งที่เป็นกุญแจในครั้งนี้หาใช้โอสถ หาใช้วงเวทรวบรวมพลังญาณ แต่เป็นผลึกพลังญาณที่ได้จากจิตวิญญาณวิบัติ(ซานกุ้ยกล่าวไว้)




        " เจ้าจอมอู้ เจ้าเอาเเต่นอนทั้งวันเลยนะความวิเศษในฐานะสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของเเดนเซียน เป็นเช่นนี้หรือ ..." นางกล่าวหยอกล้อไป๋เสวี่ยและเดินเข้าไปลูบคลำคล้ายกับเล่นกับสัตว์เลี้ยงและในความคิดของนางก็คิดเช่นนั้นอย่างแท้จริง 


       " เจ้าเนี่ยนะยาโถว  มันคือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เจ้ากล่าวเช่นนี้ช่างไม่รู้อะไรเพียงแค่ที่นี้กำหนดพลังของมันเพียงเท่านั้น ..."  ลู่หลิงเองเข้าใจความหมายของซานกุ้ยดี เพราะสัตว์ศักดิ์สิทธิ์หากลงมายังสถานที่ไร้ซึ่งพลังฟ้าดินเช่นนี้นับว่ายากที่จะพัฒนามันจึงอยู่เพียงนิ่งๆเพื่อไม่ให้สูญเสียไปมากกว่านี้ นางเองก็ไม่รู้ว่าจุดประสงค์ของไป๋เสวี่ยคือสิ่งใด แต่สิ่งที่นางรู้มันต้องมีความหมายที่มันปรากฏตัวนางเงยังมีความรู้สึกลึกๆว่ามีคนจ้องมองนางอยู่เสมอ แต่นางไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดเท่านั้นเอง 



        ' ซานกุ้ยหากเป็นที่เเดนเซียนเจ้าจะสามารถปรากฏตัวได้ไหม ' นางเอยถามขึ้นมาทั้งที่พยายามเอ่ยถามหลายครั้งแต่เจ้าตัวก็ไม่เคยบอกสิ่งใดเลย แต่มาวันนี้นางมีความรู้สึกว่าซานกุ้ยอยากจะพูดบางอย่างเพียงรอนางถาม...


       ' เข้าคงหมายถึงพลังทั้งหมดของข้าสินะยาโถว เจ้าเห็นเเล้วว่าจิตวิญญาณพวกนั้นทรงพลังเพียงใดหากสามารถครอบครองร่างได้ ข้าเงก็เช่นกัน แต่หากเจ้าไม่ยินยอมข้าจะไม่ทำเพราหากเป็นเช่นนั้นทั้งเจ้าและข้าจะสูญเสียมากกว่าได้ ...' แน่ล่ะนางต้องคิดอ่านอยู่เเล้วเพราะจิตวิญญาณวิบัตินั้นเกิดขึ้นได้กับผู้ที่หลอมรวมจิตสิญญาณแล้วเช่นกัน แต่ต้องดูที่โอกาสเพียงแต่มันน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยจากที่นางฟังซานกุ้ยเล่ามานางรู้สึกถึงความหวาดกลัวในน้ำเสียงอย่างชัดเจน และความรู้สึกของซานกุ้ยนางเองก็สัมผัสได้ ก็ซานกุ้ยเป็นดังส่วนหนึ่งของร่างกายนาง การที่เขาจะออกมาได้มีเพียงทางเดียวนั่นคือใช้ร่างของนาง อย่าว่าเเต่ร่างของมนุษย์และเเม้เเต่ร่างเซียนยังอาจแตกดับ และผลที่จะตามมาเมื่อร่างเเตกดับจิตวิญญาณแตกสลาย หายไปตลอดกาล..'ทั่งคู่' 



         ' ร่างเซียนหมายถึงร่างที่เมื่อล่ะสังขารเเล้วจะปรากฏร่างใหม่ที่เป็นอมตะเช่นนั้นหรือ ' นางเผลอถามสิ่งที่นางพึ่งจะจับใจความได้ เเน่นอนว่าบิดาของนางล่ะสังขารร่าง มนุษย์เเหลกสลาย แต่การต้องไปอยู่บนแดนเซียนนั้นต้องอาศัยร่างเซียน...



         ' เรื่องนั้นอย่าได้ไปคิดถึงมันเลยเอาเป็นว่าตอนนี้เจ้ามีเวลาเพียงสองวันในการเลื่นระดับ หากครานี้ไม่สำเร็จเจ้าเตรียมตัวล่า จิตวิญญาณวิบัตระดับสูงได้เลย เพราะจากพลังภายในผลึกนี่มีพลังญาณและพลังวิญญาณของห้าร้อยคนเป็นอย่างต่ำ ' ผลึกสีดำที่นางถือไว้แทบจะหลุดมือลงเพราะนางคิดไม่ถึงว่าตระกูลจิ้งจะสูญเสียมากมายถึงเพียงนี้พวกเขาทำไม่ถูก แต่ผลที่ได้กลับเป็นนางที่ได้รับแต่เรื่องนี้คงไม่อาจบอกกล่าวอย่างละเอียดเพราะแน่นอนว่าจิตใจมนุษย์ยากเเท้หยั่งถึง พวกเขาล้วนคิดว่าตนเองเป็นผู้ควบคุมทุกอย่างไม่ว่าจะในโลกไหน 


        ' ถือไว้ดีๆ เดี๋ยวก็เสียของกันพอดี ...' ซานกุ้ยที่สบถนางภายในห้วงความคิดอย่างหัวเสียจะบอกว่าผลึกตรงหน้าเปราะบางมากก็ว่าได้ 


       ' ซานกุ้ย เจ้าเห็นจิตสิญญาณบุปผาหรือไม่ ข้าไม่เห็นนางเลยตั้งแต่ข้ามา...' ซานกุ้ยที่แอบยิ้มหยันอยู่ในใจ ก็เจ้าเล่นเอาปลิงนับพันมาดูดเลือดของนาง นางจำศีลก็ถือว่าสมควรแล้ว ที่นี้คือร่างกายนางพลังญาณคล้ายกับเป็นส่วนหนึ่งของนาง ไม่เพียงสองพันคน เต้าหมิงเจ้าเด็กปีศาจนั้นยังดูดกลืนพลังยิ่งกว่าหลุมดำเสียอีก หากเป็นเช่นนี้นางคงจำศีลตลอดกาล




        ' เอาไว้หลังจากตำหนักนอกเสร็จเรียบร้อยข้าจะย้ายพวกเขาออกไป และวางวงเวทใหม่ที่ภายนอกก็แล้วกัน ...' ลู่หลิงที่รับรู้ก็เอ่ยขึ้นมาอย่างอ่อนใจ จะว่าไปนางก็ไม่ค่อยจะเข้าใจเรื่องพวกนี้มากเพราะเจ้าตัวดีไม่เคยอธิบายลึกซึ้งแต่นางกลับมองว่าซานกุ้ยกำลังปกป้องนางด้วยวิธีของเขา





        โอสถพิชิตฟ้า ห้าเม็ดถูกนำออกมาพร้อมทั้งโอสถทะลวงฟ้าที่นางหลอมด้วยตนเองนับสิบ นี่คือทุกอย่างที่นางมีในตอนนี้ วงเวทขนาดเล็กค่อยๆสลายตัวยา นี่อาจเป็นครั้งเเรกที่มีคนกล้าบ้าบิ่นดูดซับพลังเช่นนี้ แต่ก็นับว่านางเพียงคนเดียวที่สามารถทำเช่นนี้ได้ เพราะตัวเเปรที่สำคัญก็คือจอมอู้ที่นางกล่าวหานั่นเอง นางคือผู้สืบทอดพลังหยางสุริยะ และเป็น 'เหลียนฮวาสุริยะทมิฬ ' นับเป็นสองสายหลักของตระกูลเหลียนในแดนเซียน...





       ด้วยระดับพลังจิตวิญญาณของนางที่สูงล้ำเกินผู้ใดทำให้นางสามารถร่ายวงเวทที่ทรงพลังได้มากมาย และวงเวทที่นางร่ายล้วนเป็นวงเวทที่นางศึกษามาเเล้ว ตำราในผาเหลียนฮวาล้วนสูงส่งกว่าภายนอกแต่ความจำของนางนั้นเรียกว่าพรจากสวรรค์ก็ว่าได้  วงเวททั้งสองที่แยกตัวออกจากกัน และผลักออกไปคนล่ะทิศทาง นางเห็นวงเวทสีทองที่ลอยเหนือหัวนาง และวงเวทสีดำที่เป็นฐานให้นางเหยียบ นางนั่งลงและกำหนดการดูดซับพลังจากโอสถเริ่มไหลเวียน...




       นางไม่รู้เลยว่าภาพภายในห้องนั้นเป็นเพียงภาพที่นางเห็นหากอยากรู้ว่าความสามารถของนางนั้นสามารถเขียนวงเวทได้ทรงพลังเพียงใด คงต้องล่ำลือกันไปไกล



       " ปราชญ์หลู่นั่นมันวงเวทอะไรกัน ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่เมื่อใดกันที่เเคว้นเยี่ยนปรากฏจอมเวทเทวะขั้นสูง ..." ผู้ติดตามที่แสดงความคิดเห็นเมื่อจ้องมองเห็นวงเวทที่ลอยอยู่เหนือเมืองหลวงแคว้นเยี่ยนเเต่เเท้จริงหากเข้าไปใกล้จะเห็นว่ามันลอยตัวเหนือขุนเขาผาชุมจันทร์ และก่อนถึงผาชมจันทร์ คือผาเหลียนฮวา ....



       " ตัวอักษรบนวงเวทกว่าครึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน หากเดาไม่ผิดวงเวทนี้คงถูกร่ายขึ้นจากผาเหลียนฮวา ...นางมารบุปผาโลหิตคนนี้มีอะไรให้พวกเราตกใจได้ทุกครั้งจริงๆ ..." ผู้ที่ตอบคำมิใช่ปราชญ์หลู่ที่นับว่าเป็นจอมเวทเทวะผู้หนึ่ง แต่เป็นจอมปราชญ์ที่ครานี้มาด้วยตนเองด้วยสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่กระทบกับวงเวทเเห่งแสงของฉางหลิน 



      " พลังของวงเวทนั้นเทียบเคียงได้กับพลังของวงเวทเเห่งแสงของฉางหลิน แต่หากเป็นเช่นนั้นข้าไม่อยากคิดเลยว่าผู้ที่ร่ายมันขึ้นมาเป็นผู้ที่ครอบครองจิตวิญญาณเช่นใด หรือเป็นจอมเวทเทวะขั้นสูงที่เก็บตัวอยู่ภายในผาเหลียนฮวา เห็นทีครานี้การมาของข้าคงไม่เสียเปล่า.... ปราชญ์หลู่คัดลอกบทความในโรงเตี้ยมนั่นแล้วใช้หรือไม่ ส่งให้เหล่าปราชญ์ตีความด้วย "













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.443K ครั้ง

14,013 ความคิดเห็น

  1. #7218 •นิลกาฬ• (@junkskidz) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 06:06
    ยังต้องส่งให้คนอื่นตีความอีกรึ พวกคนก่อนหน้าเค้าไปถึงไหนกันละท่านจอมปราชญ์
    #7218
    0
  2. #4687 Nid-noy1205 (@Nid-noy1205) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 12:39

    จะเลื่อนขั้นได้ไหมนะ

    #4687
    0
  3. #4678 ผิง (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 11:23

    รักเลย

    #4678
    0
  4. #4672 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 10:42

    จะอัพเวลแล้ว
    #4672
    0
  5. #4664 monprapai (@monprapai) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 09:18
    แต่ละอย่างเดาทางเจ้หลินไม่ถูกเลย
    #4664
    1
    • #4664-1 saliltips (@saliltips) (จากตอนที่ 71)
      5 มิถุนายน 2562 / 10:57

      สนุกมาก
      #4664-1
  6. #4652 ในนามแห่งนักฆ่า (@puy0304) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 08:41

    วันนี้มาเช้าดีจังเลย
    #4652
    0