ลำนำ :บุปผาหมื่นพิษ

ตอนที่ 59 : SS2: กองทัพตระกูลฉู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16004
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1624 ครั้ง
    31 พ.ค. 62

ตอน....





            ธงปักลวยลวยกิเลนเพลิงที่ปลิวไสวไปมาราวกับว่าสัตว์เทพที่บรรจงปักลงผืนผ้านั้นมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ กองกำลังนับหมื่นที่ปรากฏกายรั้งชายแดนต่างเหน็ดเหนื่อยอิดโรย ดวงตาของพวกเขาสะท้อนถึงความคิดถึงออกมาอย่างเห็นได้ชัด ตลอดจนร่างกายที่เริ่มถดถอยด้วยกำลัง 




          " ท่านแม่ทัพเกิดสิ่งใดขึ้น ม้าเร็วจากเมืองหลวงส่งมาด้วยเหตุใด " ถึงจะเรียกหาคนตรงหน้าว่าแม่ทัพแต่ความจริงความสะมพันธ์นั้นล้วนเป็นคนตระกูลฉู่เช่นเดียวกัน ฉู่หลางเป็นน้องชายของฉู่หลี่และยังเป็นแม่ทัพในสังกัดที่ตอนนี้รับหน้าที่นำทัพใต้คำสั่งของพี่ชาย 


         มือที่ไม่ค่อยจะสะอาดนักเพราะมันทั้งสกปรกเเละปริเเตกไม่ต้องนึกถึงความลำบากที่เขาคนนี้ได้พบเจอการที่เขาเข้าสู่ระดับจอมยุทธได้นั้นไม่ได้ทำให้เขามีอำนาจมากไปกว่าพี่ชายที่เป็นผู้นำตระกูล เรียกง่ายๆในตระกูลเขามีฐานะเป็นเพียงบ้านรองเพียงเท่านั้น  สายตาที่จ้องมองจดหมายลับที่พี่ชายตนเองส่งมาอย่างไม่วางใจ หากมีรายละเอียดมากกว่านี้คงจะดีไม่น้อยแต่สิ่งที่พี่ชายสั่งมานั้นมีโทษหนักถึงขั้นก่อกบฎ ถึงจะอยู่หางเมืองหลวงใช้ม้าเร็วถึงสองวันแต่พิราบสื่อสารเพียงวันเดียวก็ถึงแล้ว 


          " ต่อต้านจอมทัพ รักษาอำนาจตระกูลฉู่ " นับว่าตัวอักษรเหล่านี้เป็นหลักฐานในการก่อกบฎได้เป็นอย่างดีไม่คิดเลยว่าฉู่หลี่จะจนมุมถึงเพียงนี้นั้นหมายความว่าจวิ้นกั๋วผู้สำเร็จราชการต้องมีอำนาจเป็นอย่างมากแน่นอน ดวงตาที่อ่อนแรงอยู่แล้วส่อแววถอดใจ เพราะหากเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดฉู่หลี่ต้องกล่าวหาว่าเขาเป็นผู้กระทำอย่างแน่นอนด้วยนิสัยของพี่ชาย



        " ท่านแม่ทัพตอนนี้เสบียงของพวกเราใกล้หมดเต็มทีเเล้ว เห็นว่าเสบียงรอบนี้ที่ส่งมาเป็นของเสียส่ะหกส่วน ...." นายกองที่เข้ามารายงานยิ่งทำให้ฉู่หลางหลับตาแน่น เสบียงกองทัพยังกล้าที่จะยักยอกนับว่าความกล้าของพี่ชายของเขามีมากพอจริงๆ เพราะฉู่หลี่ต้องรู้อยู่แล้วว่าไม่ว่าด้วยเหตุผลใดผู้เป็นน้องเช่นเขาจะไม่กล่าวโทษ และหาทางออกให้ได้ แต่มาจนถึงวันนี้มันหนักหนาเกินไปเสียจริงๆ  อีกอย่างเมื่อเดือนที่เเล้วเขาพึ่งออกไปขอเสบียงจากเมืองเหลียง ได้มาไม่มากหากรอบนี้ไปอีกมีหวังชาวเมืองก่นด่าเป็นแน่ 




         " เเล้วเสบียงของเราจะอยู่ได้ถึงเมื่อไหร่ "ฉู่หลางที่กัดฟันถามออกไป เพราะไม่อยากคาดเดาดูท่าว่าครานี้จะมากกว่าคราที่แล้วๆมา จะให้เขาหาเสบียงเลี้ยงคนนับหมื่นด้วยของเพียงเท่านี้ นี่มันกองทัพนะหากสู้รบแพ้ก็ช่างเถอะเเต่พวกเขาจะล้มตายกันเสียหมด ตระกูลที่ทรงอำนาจล้อเล่นกับชีวิตคนเช่นนี้ พี่ชายของเขายังเป็นคนนางอยู่หรือไม่ เสียแรงที่ชื่อเสียงของต้นตระกูลฉู่นั้นสื่อสัตย์ดีงาม 



        " รอไปก่อนเถอะอาหนิง อีกไม่นานข้าเชื่อว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงดูท่าผู้มีอำนาจใหญ่โตกำลังจะมาเยือนเรายามนี้เราคงทำได้เพียงรอเวลาเท่านั้น " ฉู่หลางที่จนด้วยปัญญาจะรักษาความสุขุมเอาไว้ได้การแก้ปัญหานี้ต้องใช้กำลังมากมาย ปากท้องนับหมื่นใช่ว่าจะชดเชยได้โดยง่าย จับปลา หาของป่าขุดเผือกขุดมันหากทำเช่นนั้นศักดิ์ศรีทหารแห่งเเคว้นเยี่ยนจะเอาไปไว้ที่ใด หากเรื่องนี้ล่วงณุ้ออกไปกองทัพอื่นไม่หัวเราะเห็นพวกเขาเป็นตัวตลกหรอกหรือ หากเเต่ภาวนาว่าคงไม่มีเรื่องให้ต้องลำบากอีก 


        เว่ยหลางที่ตอนนี้แฝงตัวเข้ามาในกลุ่มของเหล่าทหารที่ถูกเกณฑ์มาจากชาวบ้านจากรายงานและสถานที่จริงเขากลับพบว่ามีบางอย่างที่ผิดออกไป ทหารกว่าสามในสิบส่วนนั้นหาใช้ทหารจากตระกูลชาวบ้านแต่เป็นข้าทาสที่ถูกคนชื้อตัว เพื่อหลบหลีกการรบนับว่าเป็นความอัปยศยิ่ง และจะมีใครรู้ดีไปกว่าผู้ดูแล เงินอุดหนุนที่ส่งมาแทบไม่ตกลงในมือของพวกเขาแม้เเต่น้อย  อีกอย่างความเป็นอยู่ของที่นี้นับว่ากำลังเข้าขั้นวิกฤตเลยทีเดียว ตระกูลฉู่ที่ภายนอกเเข็งเเกร่งแต่แท้จริงแล้วก็ไม่ต่างจากเสือกระดาษ เขาทำลายอำนาจของตนเองราวกับเนื้อร้ายที่ค่อยๆกัดกินจนไม่เหลือชิ้นดี ดวงตาที่เหล่าทหารพวกนี้จ้องมองอาหารแต่ล่ะมื้อล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึก 



        เพล้งงง!!!!!     " ข้าทนไม่ไหวแล้ว จะมากเกินไปแล้วทางการไม่คิดเลยหรือว่าพวกเรามารบต้องการกำลังมากมายเพียงใด ต้มถั่วเขียวเช่นนั้นหรือและยังกินได้เพียงมื้อเดียวนี่มันบ้าเกินไปแล้ว อย่าเก็บมันขึ้นมานะ ข้าบอกว่าอย่าเก็บ..." เสียงของนายทหารผู้หนึ่งกล่าวขึ้นและพยายามที่จะเข้าไปทำร้ายทหารอีกผู้ที่มีร่างกายที่อิดโรยกว่ามากจากการกอบโกยเศษถัวขึ้นมาจากพื้น ก็สถานะเขาเป็นเพียงทาสอาหารการกินด้อยกว่านายทหารที่มีสกุล พวกเขาแทบไม่ได้กินสิ่งใดนอกจากน้ำต้มถัวเหลืองเปล่าๆเท่านั้น ภาพเหล่านี้ค่อยๆทวีความรุนแรงมากขึ้นเรียกได้ว่าสร้างความหนักใจและเวทนายิ่ง 




         " หยุดได้เเล้ว เดี๋ยวมันก็ตายกันพอดี เจ้าไม่กินเหตุใดต้องทำให้เสียของ รู้ๆอญุ่ว่าฮ่องเต้ประชวรไม่อาจส่งเสบียงมาให้พวกเรา อีกอย่างแม่ทัพฉู่ก็ให้เราเตรียมตัวรับตัวแทนที่กำลังจะมาถึง ..." นายทหารจากตระกูลฉู่กล่าวออกมาอย่างมีอำนาจเพียงคำสั่งของคนผู้นี้ทำให้เหตุการณ์ความวุ่นวายสงบลงแต่ในสายตาของเว่ยหลางคล้ายกับว่าพบเจอเป้าหมายเเล้ว 



          " ผู้แทน ผู้แทนจะมีประโยชน์อันใดกันเขามาพร้อมเสบียงหรือ ในเมื่อรอบการส่งอีกตั้งสิบวันแล้วแบบนี้จะให้เรารอไปถึงเมื่อไหร่ ข้าไม่รอแล้วข้าจะไปเอาคำตอบกับท่านแม่ทัพ ว่าไหมพวกเรา" เสียงปลุกระดมพลของนายทหารผู้หนึ่งที่ไม่อาจทนต่อสภาพเช่นนี้ได้ ความเลวร้ายของที่นี้ไม่อาจรั้งตัวเขาไว้ได้ เพราะเมื่อมองไม่เห็นถึงทางรอดคนเรายิ่งเเสดงพฤติกรรมเเละความรู้สึกที่เลวร้ายออกมาอย่างไม่รู้ตัว





          ในคืนที่เงียบสงบอากาศความหนาวเย็นยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นกว่าเดิมร่างกายคนเราเมื่อไม่ทีอาหารมาหล่อเลี้ยงและไม่มีไขมันให้อบอุ่นร่างกาย เสื้อผ้าก็น้อยชิ้น ชุดเกราะที่ทำขึ้นจากโลหะเมื่อต้องอากาศยิ่งเย็นเยียบถึงกระดูก การเฝ้ายามของกองทหารนับว่าหล่ะหลวมขึ้นทุกวัน ความสิ้นหวังของพวกเขายิ่งมากขึ้นกว่าเดิม แม่ทัพฉู่หลางที่เสนอทางออกเพียงรอผู้แทนพระองค์ แต่นี้มันเกินที่จะทนรอแล้ว เหตุใดถึงไร้วี่เววผู้มาเยือน 



ภายในกระโจมแม่ทัพ



        " ท่านแม่ทัพ ข้าว่าเขาคงไม่มาที่นี้กระมังหรือว่าพวกเขาจะเดินทางไปหาตระกูลฉางและตระกูลเกาแทน ถึงกองทัพเหล่านั้นจะเล็กแต่ก็นับได้ว่าใกล้กว่า คงไม่มีความจำเป็นที่ต้องมาถึงชายแดน " ฉู่หลิงผู้มีฐานะเป็นหลานชายกล่าวออกมาแสดงความคิดเห็นด้วยสถานะในตระกูลไม่ได้สูงส่งอะไรมากทำให้ตัวเขาเองเป็นได้เพียงลูกไล่ของฉู่หรงเท่านั้น เป็นลูกพี่ลูกน้องเเต่กลับต้องเรียกหาอีกฝ่ายว่าคุณชาย เพียงเท่านี้ก็พอจะคาดเดาสถานะของตระกูลฉู่ได้เเล้ว



         " หากเป็นเช่นนั้นก็นับว่าเป็นพวกเราแล้วที่ต้องรับผิดชอบ หากเวลานี้.......      " ยังไม่ทันที่แม่ทัพฉู่หลางจะเอ่ยคำสิ่งใดเสียงเเตรศึกที่ดังก้องขึ้นมาพาหัวใจของทหารกล้าผู้บัญชาศึกต้องสะท้าน เพราะด้วยรู้กำลังของตนเองดีว่ามีมากเพียงใด 



         " ท่านแม่ทัพ ท่านรองแม่ทัพ ทหารแคว้นเป่ยกว่าสองหมื่นนายกำลังเดินทัพมาใกล้เรา " เพียงคำพูดที่รายงานก็ทำให้สีหน้าของฉู่หลางปลงตกเพราะตอนนี้เป็นเวลากลางคืนคงพอมีเวลาอยู่บ้างแต่เเคว้นเป่ยคงเพียงกดดันเท่านั้น หากลองคิดว่าเป็นตนเองผลไม้ที่สุกงอมไหนเลยจะไม่เด็ดมันลงมาริ้มรสความหวาน ตอนนี้ทัพของตระกูลฉู่ก็ไม่ต่างกัน เพราะทหารส่วนใหญ่ในกองทัพถูกดึงออกไปเป็นกองกำลังลับกว่าครึ่งนับว่าเป็นการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวของฉู่หลี่ เพราะเเบบนี้เสบียงหลายส่วนจึงถูกโยกย้าย 



        " ท่านแม่ทัพ เอายังไงดีขอรับตอนนี้พวกเราไม่มีแม้เเต่เเรงที่จะจับอาวุธคงตกตายในมือของทหารเเคว้นเป่ยเป็นเเน่ " ฉู่หลิงที่มีท่าทีไม่สบายใจ และสายตาของเขายังส่อแววไม่ชอบใจการตัดสินใจและการกระทำของผู้นำตระกูล แต่เขาจะพูดอะไรได้ในเมื่อเขาเเทบไม่มีโอกาสเหล่านั้น 


        " เตรียมกำลังสวมชุดเกราะพร้อมรบและประจำที่เเนวหน้า ให้ทหารทุกคนเตรียมพร้อมรับมือหากต้องต่ย พวกเราก็ขอตายในมือของศัตรู " ถึงคำพูดของแม่ทัพจะสร้างขวัญและกำลังใจ แต่เหล่าทหารตรงหน้าเป็นผู้ที่รักตัวกลัวตาย พวกเขาหลายคนเป็นเพียงข้ารับใช้จะเอาสิ่งใดไปต่อกร 






         เว่ยหลางที่มองความวุ่นวายในกองกำลังของเดคว้นเยี่ยนที่ภายนอกหากใครรู้ว่ากองทหารเหล่านี้มีกำลังถึงหนึ่งหมื่นนายคงสร้างความหวาดกลัวและเกรงกลัวได้ไม่น้อย แต่องค์ประกอบของพวกเขาแต่ล่ะคนนั้นเรียกได้ว่าดูไม่ได้ เว่ยหลางสามารถคาดเดาได้ว่าเเคว้นเป่ยจะไม่โจมตีในตอนนี้ทันที พวกเขาจะรอจนกว่าตอนเช้า พอเช้าทหารเเคว้นเยี่ยนที่เรียกส่าหมดกำลังขาดเสบียงอยู่แล้วและนังอดหลับอดนอนเพียงเท่านี้เเทบไม่ต้องใช้เเรงในการล่าสังหาร แต่คนเหล่านี้จะตกเป็นเฉลยสงครามของเเคว้นเป่ยในทันที ทาสในเเคว้นยังว่าสบายกว่านักหากอยู่ในฐานะเฉลยสงครามแม้จะมาจากตระกูลสูงแต่การไถ่ตัวนั้นคงไม่ใช้เรื่องง่ายๆ  สายตาของเว่ยหลางที่จ้องมองเหล่าทหารที่กะได้ด้วยสายตาที่มองผ่านความมืดประมาณหลายร้อยที่กำลังลักลอบหลบหนีคนเหล่านี้ล้วนเป็นนายทหารที่ไม่เห็นทางชนะ และคิดที่จะหลบนี้โทษที่พวกเขาจะได้รับมีเพียงความตาย 






     " ฉู่หลิงเกิดสิ่งใดขึ้น......" ต่เมื่อฉู่หลางผู้เป็นแม่ทัพได้เห็นภาพตรงหน้าความองอาจในฐานะแม่ทัพของเขาหลบลี้หนีหายไปยังส่วนที่ลึกที่สุดเพราะภาพตรงหน้าคือภาพของเหล่าทหารที่........ตาย....ตายหมดแล้ว 



         การสังหารด้วยความเงียบเหล่านี้ไม่ใช่ของใครที่ไหน แต่เป็นเว่ยหลางเองที่ลงมือ ทหารที่หนีทัพนับว่าเป็นพวกที่ไม่อาจไว้ชีวิตได้ อย่างน้อยกองทหารเหล่านีองค์หญิงจะเข้ามาควบคุมคนเช่นนี้ไม่น่าให้การสนับสนุนเลี้ยงไว้ก็เปลือง อีกทั้งเป็นการข่มขวัญของผู้ที่คิดจะหลบหนีได้เป็นอย่างดี 



       " ฝีมือผู้ใด ..เป็นเจ้าเช่นนั้นหรือฉู่หลิงแล้วเหตุใดถึง... " แม่ทัพที่มองไม่เห็นว่าจะเป็นใครที่จะมีความสามารถเช่นนี้ศพพวกนี้มีสภาพเรียกได้ว่าสมบูรณ์ที่สุดเพียงโลหิตที่ลำคเเล้วส่วนอื่นๆของร่างกายนับว่าไม่ถูกแตะต้องแม้เพียงนิด ดวงตาของพวกเขายังเบิกโผลงคล้ายกำลังตกใจและดีไม่ดีอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองตกตายด้วยน้ำมือผู้ใด 



         " ท่านลุง ..ข้าไม่ได้ทำ .." ฉู่หลิงที่กล่าวแก้ตัวอย่างรวดเร็วเขามีพลังญาณระดับผู้ใช้ยุทธก็จริงแต่ทหารเหล่านี้ก็นับว่าอยู่ในขั้นญาณแท้จริงการที่จะางหารคนนับร้อยเช่นนี้ต้องมีเสียงดังให้ได้ยินบ้าง อีกอย่างวิธีการนี้แม้เเต่เเม่ทัพฉู่หลางยังไม่อาจทำได้เลย 



         " หรือว่าจะเป็นเเคว้นเป่ย...." นายทหารผู้หนึ่งที่หกล่าวออกมาด้วยท่าทางที่หวาดกลัวแม้จะเป็นเพียงการคาดเดาแต่สีหน้าของเขาก็เชื่อถือเช่นนั้นไปมากกว่าครึ่งและเเน่นอนว่ามันเป็นการทำลายขวัญกำลังของเหล่าทหารที่มุงดูกันอยู่ในเวลานี้ อำมหิตและน่ากลัว คนที่สังหารทหารเหล่านี้คงเป็นผู้ฝึกญาณระดับสูงอย่างแน่นอน 




         " จะตกใจกันไปใย ทหารหนีทัพมีโทษเทียบเท่ากบฎ ....." เสียงที่เอ่ยขึ้นมาแน่นอนว่ามันดึงดูดสายตาของผู้คนได้ทั้งหมด รวมถึงแม่ทัพฉู่ที่ตอนนี้แสเงออกถึงความไม่วางใจ คนตรงหน้าใส่เครื่องแบบทหารของแคว้นเยี่ยนแต่พลังญาณนั้นนับว่าสูงล้ำจนเขาไม่อาจรู้ได้ ดวงตาที่พยายามจ้องมองผ่านความมืดแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเพราะคนที่เอ่ยทิได้ต้องการให้พบเจอ 



        " ท่านเป็นใครกัน การศึกนั้นต่อสู้ด้วยวิธีที่ตรงไปตรงมาหาใช้ทำเช่นนี้หากท่านเป็นคนเเคว้นเป่ยก็จงกลับไปรวมกลุ่มกับเหล่าทหารของท่านเสีย หากมิเช่นนั้น ....." แต่ยังไม่ทันที่ฉู่หลางจะกล่าวจบ การข่มขู่นี้หาใช้มาจากความรู้สึกแท้จริงแต่ในฐานะของแม่ทัพที่เป็นถึงผู้นำ เขาต้องเเสดงความกล้าเเละอำนาจของตนทั้งที่ไม่มีความมั่นใจใดๆเเละในตอนนั้นเองตอนที่สายตาของเขาจับจ้องไปนังสิ่งของที่ลอยอยู่ตรงหน้าหากใบหน้าของเขาเพียงหนึ่งนิ้ว รายละเอียดของสิ่งของตรงหน้านับว่าเด่นชัดยิ่ง มีดสั้นขนาดเล็กหนึ่งเล่มที่ลอยตัวอยู่ต่อหน้าและไม่อาจล่วงรู้เลยว่ามันมาอยู่ในตำแหน่งนี้ตั้งแต่เมื่อใด สัมผัสพลังญาณไม่ได้เเต่กลับทองเห็นผู้ควบคุมมีความสามารถมดกัน แต่เมื่อลองสังเกตุลวดลายบนตัวมีดกลับพบว่าใบมีดนี้ถูกสลักไว้ด้วยวงเวทรูปเหลียนฮวาสีดำ โดยมีขอบของวงเวทเป็นสีทองดูงดงามและดูน่าหวาดกลัวไปในเวลาเดียวกันที่จ้องมอง เสียงที่เลือนหายไปในลำคอเรียกได้ว่าไม่อาจหาเจอได้อีกเพียงการกลืนน้ำลายและหลับตาเพื่อรอความตายเท่านั้น



        " การสังหารง่ายนิดเดียว แต่จะมีประโยชน์อะไร แต่นายของข้าเสนอโอกาสให้เจ้า หากเจ้าน้อมรับก็นับว่าเป็นคนของเรา .." 











              
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.624K ครั้ง

13,799 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 19:49

    สนุกๆๆๆๆๆๆ
    #4166
    0
  2. #4159 ในนามแห่งนักฆ่า (@puy0304) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 19:38
    สนุกมากๆ
    #4159
    0
  3. #4157 Nid-noy1205 (@Nid-noy1205) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 19:31

    สนุกค่า... ดีๆๆ

    #4157
    0
  4. #4150 mirurai (@mirurai) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 19:26
    ขอบคุณค้าาา
    #4150
    0
  5. #4148 wanwansweety (@wanwansweety) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 19:22

    ยิ่งอ่านยิ่งขอคำนับไรท์
    #4148
    0
  6. #4136 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 19:07
    เฮียเว่ยนี่คงไม่หักหลังแล้วใช่ป่าว
    #4136
    0
  7. #4134 massenger_news (@massenger_news) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 19:06
    สนุกๆ รอต่อครับ
    #4134
    0
  8. #4133 panitin (@panitin) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 19:03
    พี่เว่ยออกมาก็เทพเลยค่ะ
    #4133
    0
  9. #4124 ckchatchen42 (@ckchatchen42) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 18:56
    หวังว่าความคิดของนางเอกจะถูกต้องนะ ดูแล้วมันมีผลเสียมากมายเลย กองกำลังของนางเอกก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ
    #4124
    0
  10. #4123 pacharasaeten (@pacharasaeten) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 18:55
    ซื้อตัวมาให้หมด
    #4123
    0