ลำนำ :บุปผาหมื่นพิษ

ตอนที่ 134 : SS3 : สิ่งที่ไม่คาดคิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9414
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1072 ครั้ง
    25 มิ.ย. 62

ตอน ....





          เสียงเรียกหาจากพันธะสัญญาของนางได้รับการตอบรับ แน่นอนว่าสัญญาที่นางทำกับมังกรมรกตครามนั้นเป็นสัญญาเจ้าชีวิต การเรียกหาของนางจึงเป็นดังคำสั่งที่มันไม่อาจขัดขืนได้  เพราะตอนนี้นางไม่มีทางเลือกอื่นหากตระกูลเฟิงเล่นตลกซึ่งนางเชื่อว่าเฟิงคงเยวี่ยคงไม่ทำเช่นนั้นเพราะความต้องการของเขานั้นมันเเสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการหลินจือสีรุ้งเพื่อช่วยเหลือบุคคลสำคัญ  แต่นางก็ต้องเตรียมตัวไว้  เพราะหากพลาดท่ามา ถงถัวนางก็จะไม่หลงเหลือไว้ เพราะหากเป็นเกาหลางคงไม่ต่างจากการเปิดประตูนรกหากเจ้าตัวมาถึงที่นี้ ....





         ' ท่านย่ามาแล้ว ซานกุ้ย ....เราเตรียมตัวกันเถอะ ....' นางกล่าวกับเจ้ากระพรวนปากเน่าที่ไม่รู้ว่างอลนางด้วยเรื่องอะไร เพราะไม่คุยกับนางเลย นางเข้าใจในความกังวลและนางจะต้องเป็นผู้ขอขมาอาจารย์ของนางด้วยตนเอง 



        แอ๊ดดดด.....  เสียงประตูที่เปิดออกเผยให้เห็นผู้ที่มาเยือน ใบหน้าของนางภายใต้ผ้าคลุมล้วนไม่เเสดงอารมณ์ ในการมาครั้งนี้ของเฟิงคงเยวี่ยนั้นไม่ได้มาเพียงลำพังยังมีชายอีกผู้ที่เดินตามหลังเข้ามาาทางเช่นนี้นางมองออกว่าคงเป็นผู้เยียวยา หรือหมอรักษาในแดนเซียน ซึ่งคนผู้นี้รอบรู้สมุนไพรและโอสถแต่ไม่สามารถหลอมมันขึ้นมาเองได้ เเต่สามารถใช้งานมันได้อย่างดีเยี่ยม คนพวกนี้มีพลังธาตุเซียนเป็นพลังเเสง.....นับว่าหาได้ยากยิ่งแทบนับได้ด้วยนิ้วมือ..






ตระกูลเฟิง : ถงถัว 





            ภาพของประตูที่กว้างใหญ่ที่สร้างขึ้นมาจากโลหะสีเงินมีความแข็งแกร่งเเละทนทานต่อการโจมตี เบื้องหน้ามีรูปสลักของอินทรีวายุคลั่งที่เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลที่ทั้งใหญ่โตและสง่างาม แต่มันกับมิได้สร้างอารมณ์สุนทรีให้เเก่ผู้พบเห็น ดวงตาของนางจับจ้องเมืองที่ใกล้กับสถานที่ของนางมากที่สุด แต่นางแทบไม่เคยย่างกลายมายังสถานที่เช่นนี้เลย 


         " เจ้าต้องใจเย็นให้มาก เพียงนางปลอดภัยก็เพียงพอ เรื่องอื่นอย่าได้เป็นกังวล " สตรีอีกผู้ที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมหนาเช่นเดียวกัน หากไม่สังเกตุคงมองไม่ออกว่าพวกนางเป็นเซียนชั้นสูงระดับเสินเซียนทีเดียว นั่นหมายความว่าจะเป็นข่าวใหญ่โตเพียงใดหากมีเสินเซียนปรากฏตัว แน่นอนว่าทั้งเป็นเรื่องดีและมิใช่เรื่องดี ไม่ใช่เหลียนซุยที่ควรกังวล เเต่เป็นเหลียนเหยาต่างหากความเคลื่อนไหวของนางนับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะในแดนเซียน เหล่าเซียนตระกูลใหญ่ย่อมรู้จักนางเป็นอย่างดี ถึงนางจะเก็บตัวลดบทบาทของตนเองลง แต่ในการประเมินกำลังของตระกูลเหลียนทุกครั้งย่อมมีนางอยู่ภายในนั้น และนี้เองเป็นเหตุผลที่หลงซานยังคงต้องเก็บนางไว้ เพราะหากสูญเสียนางหลงซานอาจด่อยกว่าไป๋ซานและเหมาซานไปด้วยนั้นเอง 



        " ท่านวางใจได้เจ้าคะ ข้าสามารถทนได้ เกรงแต่ว่าจะทำให้ท่านลำบากอีกครั้ง เป็นข้าที่อบรมนางไม่ดีเอง ..." เหลียนซุยที่กล่าวออกมาอย่างกังวล หากเรื่องนี้ผ่านไปด้วยดีนางก็ยอมรับส่านับเป็นวาสนาเเต่หากว่าอาจารย์ต้องออกโรงเองเกรงว่าปัญหาใหญ่จะติดตามมาอย่างเเน่นอน เพราะเรื่องใหญ่ระหว่างตระกูลปกครองนั้นต้องผ่านความเห็นชอบจากอาวุโสในตระกูลเสียก่อน 


         นางยอมรับว่านางใจร้อนไปจริงๆ เพราะหากฝ่ายนั้นคิดร้ายตั้งแต่คราเเรก เฟิงคงเยวี่ยคงไม่รั้งรออยู่ภายนอก เพราะหากสรรพวุธเพรียบพร้อมถึงเพียงนั้นเฮ่ยซานคงไม่อาจต้านรับได้ เเต่ตอนที่นางมาถึงม่านปกป้องขุนเขาเซียนก็ยังคงอยู่ และท่าทีคุกคามก็ไม่มีเเต่เพราะนางกังวลใจและเป็นกังวลมากจนเกินไปทำให้นางเผลอปลดปล่อยโทสะออกมา  ต้องขอบคุณศิษย์ของนางที่ขวางทางนางไว้ เพราะหากนางสังหารทายาทของตระกูลเฟิงแน่นอนว่านางจะเป็นผู้จุดฉนวนสงครามในทันที ถึงตระกูลเฟิงจะบุกรุกเเต่ตระกูลเฟิงคงไม่นิ่งเฉย 



         แอ๊ดดดดด.....   ประตูจวนขนาดใหญ่ที่เปิดออก เผยให้เห็นข้ารับใช้มากมายภายในที่วุ่นวาย เหลียนเหยาอาจคุ้นชินเพราะหลงซานก็นับว่ามีสภาพไม่ต่างจากที่นี้ เเต่ดีหน่อยที่ในสำนักนั้นเงียบสงบ 


           " พวกท่านเป็นใคร มีกิจอันใดกับตระกูลเฟิงแห่งถงถัว ...." เสียงเอ่ยถามอย่างยโสและจ้องมองอย่างเสียมารยาทแม้มันจะทำให้ผู้ที่ถูกถามไม่ชอบใจอยู่บ้าง แต่อย่างไรการมาในวันนี้ก็มีตุดประสงค์เพียงอย่างเดียว การที่ศิษย์นางถูกลักพามานางอาจรู้สึกเสียหน้า แต่ที่นางสนใจมิใช่หน้าตาของนางหรือเฮ่ยซาน แต่เป็นความปลอดภัยของศิษย์และทายาทของนาง เมื่อใดที่เจ้าโดดเดี่ยวเจ้าจะรู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสิ่งใด ...




          " พวกท่าน....!!!!.....   " แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้กล่าวตอบสิ่งใด การปร่กฏตัวของคนที่ร่วมเดินทางมากับผู้คุมกฎสี่เเห่งตระกูลเฟิงก็มาถึง และรีบเร่งเข้ามารับหน้าในทันทีเพราะได้รับคำสั่งให้รั้งรอจนกว่าแขกที่เชิญมาด้วยวิธีพิเศษจะมา สายตาที่กวาดมองพยเพียงแค่สองคนทำให้สีหน้าของชายผู้นี้นิ่งค้าง เพราะไม่คิดว่าสตรีทั้งสองจะมากันตามลำพัง แต่ก็ว่าล่ะพวกนางคือเซียนชั้นสูง เพียงคนเดียวพวกเขาก็ไม่มีความกล้าจะหยัดยืนต่อหน้านางแล้ว





        " เจ้าไปได้เเล้ว นี่คือเเขกของท่านผู้คุมกฎสี่ ..ต่อจ่กนี้ข้าจะเป็นผู้จัดการเอง " แน่นอนว่าเมื่อแขกมาถึงเขาเองก็ไม่รีรอที่จะเชื้อเชิญ แต่การจะเเจ้งการมาถึงนั้นคงเป็นไปไม่ได้ แบะผู้ที่มาเองก็คงไม่ต้องการเช่นเดียวกัน ดูจากที่เขาไม่สามารถสัมผัสถึงพลังเซียนได้เลย ....




         " เชิญพวกท่านทั้งสอง นายของข้าเฝ้ารอการมาถึงของพวกท่าน ..." ร่างของสตรีที่เคลื่อนผ่านปลดปล่อยความเย็นเยียบจนถึงกระดูก ชายผู้ทำหน้าที่รับหน้าขนลุกชันด้วยความรู้สึกที่ตื่นตัว เเน่ล่ะความรู้สึกของพวกนางคงไม่ต่างจากการโดนหมิ่นเกียรติ และแน่นอนว่าเขารู้ว่าพวกนางเป็นใคร ระดับขั้นใด ....




        


       " มีสิ่งใดเร่งว่ามา มาลับๆล้อๆ ...." เฟิงหวงที่สังเกตุเห็นข้ารับใช้ทำท่าทางลับๆล้อๆก็ให้รู้สึกรำคาญใจ 



          บ่าวรับใช่ที่บอกเล่าเรื่องราวที่ตนเองพบเจอมา เเน่นอนว่านี้เป็นคำสั่งของตัวผู้นำตระกูลเฟิงแหงถงถัวเองว่าให้คอยจับตาสอดส่องมีสิ่งใดไม่ชอบมาพากลให้รีบแจ้งโดยทันที



          "เจ้าเเน่ใจนะว่าเจ้าไม่รู้จักผู้ที่มา เห็นทีเรื่องนี้คงต้องเเจ้งท่านเฟิงคงจี้แล้ว เจ้าจงไปตัว ...." เมื่อคิดได้เช่นนั้นเฟิงหวงที่ต้องการจะเเจ้งความมิชอบมาพากลนี้ไปยังผู้คุมกฎที่ตนเองมักคุ้น แน่นอนว่าถึงภายนอกเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลจะมีความสามัคคีกัน แต่แท้จริงภายในพวกเขาเองก็แข่งขันกันอย่างดุเดือดเช่นกัน 






             ร่างของสตรีทั้งสองที่สวมเสื้อคลุมนั่งอยู่อย่างสงบ ไม่พูดจาสิ่งใด สายตากวาดมองไปรอบๆอย่างระวังตัว กลิ่นอายของที่นี้นั้นพวกเขาคงไม่รู้เลยว่า รอบๆนี้มีพิษเจือจางอยู่ เจือจางจนหยกตรวจสอบมิสามารถตรวจสอบได้ สาเหตุจะเป็นเพราะใครหากมิใช้ศิษย์ของตนเอง ดีแล้วที่นางไม่ปลดปล่อยมันทั้งหมด เพราะหากทำเช่นนั้นอาจเกิดหายนะขึ้นที่นี้ก็เป็นได้ ผู้ใช้พิษไม่เป็นที่ยอมรับอย่างเปิดเผย แต่ก็มีใช้ให้เห็นกันอยู่ทั่วๆไป





         เสียงฝีท้าวของบางคนที่เดินเข้ามาทำให้พวกนางหันมองอย่างพร้อมเพรียง เเน่นอนว่าตอนนี้เหลียนซุยนั้นแทบที่จะดีดตัวเข้าไปเพื่อชิงตัวศิษย์ของนาง แต่ก็อย่างว่าความปลอดภัยของศิษย์สำคัญที่สุด 


        " ข้าเฟิงคงเยวี่ยต้องขออภัยในการกระทำที่โง่เขลาของข้า เเต่นี้นับเป็นทางออกที่ข้ามองเห็น ที่ข้าเคยเอ่ยว่านำสิ่งของมาเเลกกับนาง ท่านลืมๆมันไปเสียเถอะ แต่สิ่งของที่ท่านนำมาเราจะเเลกเปลี่ยนกันอย่างยุติธรรม " น้ำเสียงที่เเสดงความจริงใจอย่างชัดเจน สายตาที่จ้องมองมีความรู้สึกผิดอย่างแท้จริง เหลียนซุยที่จะมีโทสะมากเพียงใดเเต่นางก็ดที่จะชื่นชมมิได้ เวลานั้นอารมณ์ของนางอยู่เหนือสติทำให้นางกระทำลงไปโดยที่ไม่ยั้งคิด 



          " ท่านไม่ต้องกล่าวสิ่งมดให้มากความส่งตัวศิษย์ข้ามา แล้วรับของที่ท่านต้องการไป ครานี้ข้าจะคิดเสียว่าไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้น ท่านเองก็รักษาคำพูดของท่านด้วย " นางนำสิ่งของที่คนตรงหน้าต้องการออกมา แน่นอนว่าเมื่อเฟิงคงเยวี่ยได้เห็นก็ชะงักและจ้องมองมันอย่างหวงเเหนในทันที การติดตามค้นหาบางอย่างมาเนินนาน เมื่อได้พบความรู้สึกมันเป็นเช่นนี้นี่เอง




           " เจ้าเป็นเช่นใดบ้าง พวกเขาทำอะไรเจ้าหรือไม่." ลู่หลิงนิ่งค้างเพราะคำถามที่ไม่ได้เก็บกักความรู้สึกเช่นนี้นางเองไม่คิดว่าจะทำให้อาจารย์ของนางเป็นห่วงเช่นนี้สิ่งของล้วนำม่สำคัญเท่ากับชีวิตคน นี้คงเป็นอาจารย์ที่ตัดสินใน ความจริงถึงอาจารย์ไม่ช่วยนางก็มีทางออก นางมีหลินจือสีรุ้งนับร้อยหากนางมั่นใจว่านางปลอดภัยนางก็ยินดีมอบให้ แต่นางยีงคงไม่มั่นใจในหลายๆอย่าง แต่นางไม่คิดว่าเพียงไม่ถึงสองวันอาจารย์ของนางจเมาถึงที่นี้ 



       " ไปกันเถอะ พวกเราไม่ควรอยู่ที่นี้นาน .." เหลียนเหยาที่กล่าวออกมาดึงสองศิษย์อาจารย์ที่กำลังไต่ถามกัน แต่มันหาใช้เวลาไม่ ...


         เหลียนซุยที่ได้ยินดังนั้นก็เตรียมตัวที่จะจากไปทันทีเมื่อหมดธุระนางเองก็ไม่อยากรั้งอยู่   แต่ว่าทั้งสองต่างตื่นตัวขึ้นมาทีนทีเพราะสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่าง ......





          " เฟิงคงเยวี่ยเป็นถึงผู้คุมกฎแต่เจ้าสมคบพวกนอกรีตเพื่อทำลายตระกูลหวังเป็นใหญ่ วันนี้ในฐานะผู้คุมกฎข้าจะจับกุมพวกเจ้า และนำตัวกลับไปไต่สวน....." การปรากฎตัวของบุคคลที่ไม่ได้คาดคิดเเน่นอนว่ามันไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เสินเซียนขั้นสูงถึงสองคน และมีเสินเซียนขั้นต้นอีกสี่คน คนเหล่านี้น่าจะมาจากตระกูลเฟิง แห่งเฟิงหลง










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.072K ครั้ง

13,798 ความคิดเห็น

  1. #13490 Thira88k (@Thira88k) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 01:29
    ซวยในซวย
    #13490
    0
  2. #12206 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 11:09

    เวรกรรมจริงๆ ปลงอนิจจา

    #12206
    0
  3. #7548 อาวุธไร้ตา (@f-rebellione) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 17:33
    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไม่มีความลับในโลก จริงๆ
    ทุกที่มีสปายหมดไม่ไส้นอกก็ไส้ใน
    #หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง
    #7548
    0
  4. #6921 ckchatchen42 (@ckchatchen42) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 14:49
    คนเขียนอ่านแล้วอาจจะตบะแตกอีกรอบ ในภาคแรกนางเอกก็ออกเผชิญโลกแบบไม่รู้ความ แต่อาจารย์ติดอันดับ และวิชาแพทย์ที่อยู่ระดับต้นๆ เลยพอคุ้มหัวนางเอกให้ปลอดภัยได้สบายๆ แต่ในบทที่สอง การจุติก็ไม่สมบรูณ์ ถ้าอาจารย์ไม่ใจดีนางคงวิญญาณสะลายแตกดับตั้งแต่แรก คนเขียนก็น่าจะให้น่ามีความรู้ในภพภูมินี้ใหได้ สัก70%หน่อย ค่อยมีปัญหาวิ่งมาหานางก็ได้ แต่นี้อะไร พอเริ่มมานางก็มีปัญหาตั้งแต่ร่างจิตของนางละ ไหนจะปัญหาที่ตามมาเรื่อยแบบไม่รู้จบนั้นอีก คนอ่านบ้างคนเช่นผมจะตบะแตกก็คงไม่แปลก ยิ่งนางไม่รู้อะไรแบบนี้ ความสูญเสียมันยิ่งมาก(คือเรามองว่านางมีชีวิตจริง ไม่ใช้แค่นิยาย พวกครั่งๆจะมีความรู้สึกแบบนี้)จะมาแก้แค้นที่หลัง มันก็ไม่สมกับความแค้น ความสูญเสียที่เสียไปปะ พอแก้แค้นได้ สิ่งที่สูญเสียไปมันจะกับมาไหม นี้คือสิ่งที่คนที่ว่านางเอก คิดกัน เพราะจริงๆแล้ว ไม่มีใครหรอกที่จะเป็นคนดีจริงๆ ดูจากเนื้อเรื่องก็พอรู้ มันเน่าขนาดไหน ขนาดโลกเซียนนะเนี้ย

    หนักกว่าโลกมนุษย์อีก เขาจะไม่โมโหนางเอกก็คงไม่ได้ ถ้านางทำอะไรที่ได้มากกว่ากว่าที่เป็นอยู่ นางคงจะผ่านปัญหาโดยที่ไม่ต้องสูญเสียมากจนว่านางจะกลายเป็นมารเพราะความแค้น และปัญหาที่จะตามมาอีกมายมายกลายก้องนั้นอีก เพราะว่านางไม่เป็นตัวเองก็ไม่รู้ว่านางจะผ่านมันไปได้ไหม
    #6921
    0
  5. #6850 Riilyn (@Piichaya) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 17:36

    เอาแล้ว

    #6850
    0
  6. #6847 นามข้าว่าพ่นไฟ (@guidchue) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 17:14
    งุยย เรื่องแดงแล้ว
    #6847
    0
  7. #6841 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 16:46

    พวกปัญญาอ่อน เดี๋ยวเจอมังกรแน่ 555
    #6841
    0
  8. #6811 Nid-noy1205 (@Nid-noy1205) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 14:25

    อะไรอีก

    #6811
    0
  9. #6787 pacharasaeten (@pacharasaeten) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 13:37
    ขัดขากันในตระกูลเอง
    #6787
    0
  10. #6783 monprapai (@monprapai) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 13:31
    น่านงะ ว่าแล้ว ความอิจฉีริษหยีเยอะกว่าโลกญาณอี๊ก มารยาทไม่ต้อง การสื่อสารไม่จำเป็น

    มีช่องเพียงเล็กน้อยต้องรีบกำจัด
    #6783
    0
  11. #6779 กาแฟยามบ่าย (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 13:27

    จุดชนวนสงคราม ไม่ใช่ ...ฉนวน... เพราะฉนวนเอาไว้กันความร้อน ส่วนชนวนเป็นสิ่งที่เมื่อถูกจุดจะก่อให้เกิดการระเบิดค่ะ เรื่องสนุกมาก ขอบคุณค่ะ

    #6779
    0
  12. #6774 สายลม (@tred) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 13:21
    จ้าาาาา เด้าทางไม่ถูกเเล้วเด้ออ
    #6774
    0
  13. #6761 nonameja55 (@nonameja55) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 13:01
    เอาแล้วๆๆงานมาอีกแล้วฮึบๆ
    #6761
    0