ลำนำ :บุปผาหมื่นพิษ

ตอนที่ 112 : SS3 : ความลับของวิชาเซียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1063 ครั้ง
    17 มิ.ย. 62

ตอน....





        ' นี่ ลู่หลิงไม่ใช่ว่าเจ้าโกรธที่ข้าพูดความจริงหรอกนะ...' เสียงกระพรวนปากเสียของนางยังคงเอ่ยถามนางเป็นระยะ แต่ที่นางนั่งนิ่งๆนานๆเช่นนี้ไม่ใช่ว่าไม่พอใจหรือโกรธแต่อย่างใด แต่นางกำลังทบทวนสิ่งที่นางเผชิญก่อนหน้าความรู้สึกในการได้เติมเต็มพลังเซียนของนาง ความรู้สึกการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย.....



         ' ข้าไม่ได้คิดเรื่องนั้น ข้ากำลังคิดถึงการเพิ่มพลังเซียนของข้า ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างที่ข้ามองข้ามมันไป ' ที่นางต้องเคร่งเครียดถึงเพียงนี้เพราะนางต้องการลบคำสบประมาทของเหลียนฮุยหลิงที่มีต่อท่านย่าเช่นนั้นหรือ นั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่โลกญาณนางนับว่าไม่ได้ประสบความลำบากแม้เเต่น้อย แต่ที่นี้ต่างกันนางกลายเป็นส่วนล่างสุดของระดับพลัง แน่นอนว่าทันทีที่นางก้าวข้ามผ่านประตูของเฮ่ยซานออกไป คำดูถูกหยามหมิ่นนางห่ได้ใส่ใจ แต่ที่นางใส่ใจนางจะเอาชีวิตรอดได้หรือไม่ต่างหากล่ะ อย่าว่าเเต่ข้างนอกเลย ข้างในคนภายนอกก็สามารถเข้ามาได้ตัวอย่างก็มีให้เห็น เช่นนี้นางจึงไม่ยอมเอาไป๋เสวี่ยออกมา ...



        ' ใช่ว่าเจ้าจะอ่อนแอนะลู่หลิง ถึงพลังเซียนของเจ้าจะยังไม่ถึงไหน แต่ร่างกายและตบะเซียนของเจ้าก็สูงนับพันปีนี้อาจมีส่วนให้พลังเซียนของเจ้าก้าวหน้าได้ชา แตที่ข้าดูวิชาที่เจ้าใช้อาจสามารถสังหารสัตส์วิเศษระดับเหรินเซียนได้สบายๆ และไม่เพียงเจ้าตอนนี้ไป๋เสวี่ยก็เข้าสู่ระดับกุ่ยเซียนแล้ว (5หาง) ' นางเข้าใจที่เจ้าจิตวิญญาณจอมพูดมากคอยปลอบเเต่นางไม่ได้เสียใจอะไรจริงๆ นางเพียงกำลังพยายามที่จะใช้ความคิดของนาง



         แต่ไม่ว่าจะยังไงนางก็ไท่สามารถไขความกระจ่างได้ ทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาฝึกฝนต่อไปเท่านั้น....





         " ข้าจะไปล่าสัตว์วิเศษ เจ้าอยากไปด้วยหรือไม่ อย่างน้อยจะได้เห็นโลกภายนอกเฮ่ยซานบ้าง แต่จงจำเอาไว้ฟังคำข้า เท่านั้น..." อยู่ๆอาจารย์ของนางก็เกิดใจดีขึ้นมาเช่นนี้นางเองตั้งหลักไม่ทัน ลงไปเบื้องล่างเช่นนั้นหรือ ใครจะไมีอยากไปนางเบื่อจะตายอยู่แล้ว ตอนอยู่เขาวสันมีผู้คนมากมายนางจึงไม่เบื่อเเต่ที่นี้มีเพียงนางเท่านั้น เพราะท่านย่ามีก็เหมือนไม่มีเรียกได้ว่าท่านคงอยู่คนเดียวจนเคยชินไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 




       " ไปๆ เจ้าคะ...ว่าเเต่เราจะไปที่ไหนกันหรือเจ้าคะ ..." ลู่หลิงถามออกมาอย่างตื่นเต้นเพราะนางจะได้ออกไปจากขุนเขาเซียนของเฮ่ยซานเป็นครั้งเเรกเรียกได้ว่าตั้งแต่ที่นางมาเหยียบแดนเซียนก็ว่าได้ 



       " ป่าอสูรทมิฬ...." เหลียนซานกล่าวออกมาอย่างไม่ได้สนใจนัก ขุดประสงค์ในวันนี้คือการตามหาสัตว์วิเศษมีพิษระดับเหรินเซียน แน่นอนว่านางต้องการนำมันมาผลัดหายเซียนให้ศิษย์ของนางที่น่าจะยังไม่รู้ชะตากรรมของนาง ...



        ลู่หลิงที่นิ่งคิดชั่วครู่นึกถึงสิ่งที่นางอ่านเเบะศึกษาจากตำรา แน่นอนว่านางก็ศึกษาสมุนไพรเซียนและเเหล่งที่จะหาพวกมันพบทำให้นางจดจำได้ว่าที่นั้นเป็นสถานที่เช่นใด แต่ด้วยที่นางอยากออกไปพบเจอโลกภายนอกนางต้องกัดฟันล่ะทิ้งความกลัว....







         หลังจากที่ตอบรับคำเชิญชวนตอนนี้นางก็นั่งอยู่บนหลังของวิหคหมื่นทมิฬที่มีขนาดตัวที่ใหญ่โตพอให้บรรทุกคนถึงสามคนได้สบาย สายตาของนางสาดส่องลงไปยังเบื้องล่างแท้จริงเฮ่ยซานนั้นลอยเด่นอยู่กลางป่าเขา ผู้คนต่างขนานนามว่าป่าทมิฬ แต่ที่ได้ชื่อนี้คงเพราะตระกูลเหลียนแห่งเฮ่ยซานกระมังเพราะสภาพป่านับว่าเป็นป่าทั่วๆไปและนางยังมองเห็นหมู่บ้านเล็กๆ หลายหมู่บ้านนั้นก็ทำให้นางแปลกใจ...



       " ท่านอาจารย์ แล้วหมู่บ้านพวกนั้นคือหมู่บ้านของผู้ที่อยู่ใต้อาณัติของตระกูลเหลียนเช่นนั้นหรือหากบอกว่าที่นี้เป็นของตระกูลเหลียนเรา.." เหลียนซุยที่มองตามคำถามของศิษย์ก็รู้สึกสนใจขึ้นมาบ้างอย่าว่านางไม่ใส่ใจเลยเรียกว่าไม่สนใจจะดีกว่าเเละนางก็ไม่จำเป็นต้องมองลงไปและคิดอ่านเช่นนี้ 


     " ไม่หรอกคงเป็นพวกเซียนปลายเเถวที่หลีกหนีจากอำนาจตระกูลใหญ่เข้ามาหลบนังที่นี้เพราะอย่างน้อยที่นี้ก็เป็นเขตตระกูลเหลียนเรา เพียงแต่ข้าไม่ได้ให้ความสนใจเท่านั้น อยู่ได้ก็อยู่ไปเพียงเท่านับตราบใดที่ไม่สร้างปัญหาก็นับว่าอยู่ต่อได้ " ลู่หลิงที่นิ่งอึ้งแต่นางก็พอเข้าใจได้จากที่ผ่านๆมาท่านย่าคงไม่ค่อยได้ออกจากเฮ่ยซานเท่าใด แต่เช่นนี้ก็นับว่าปิดหูปิดตาหรือไม่ แต่หากคิดไปคิดมานางอยู่ในขั้นตี้เซียนแน่นอนว่าเพียงไม่กี่สิบหมู่บ้านนางสามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย 



      " อย่ามัวเเต่สนใจผู้อื่นเลย เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ หนทางข้างหน้าใช้ว่าจะมีคนคอยช่วยเหลือเจ้าหรอกนะ อย่าำว้ใจใครแม้เเต่ข้า มีเพียงตัวเงเท่านั้นที่ไว้ใจได้ " เหลียนซุยที่กล่าวเตือนสติเมื่อเห็นเเววความเมตตาในดวงตาของศิษย์นางไม่ได้โหดร้ายจนต้องฆ่าฟัน แต่นางก็ไม่มีไมตรีโอบอุ้มอย่างแน่นอนนี้เป็นการแบ่งอย่างชัดเจน ฐานะ และระดับ ...



         " เจ้าคะ ...." ลู่หลิงที่เงียบลงทันทีเพราะกำลังทำความเข้าใจกับสิ่งที่ท่านย่าคิด จะว่าไปนางก็ไม่ได้เห็นใจอะไรมาก หากเเต่นางอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น คุณค่าของชีวิตนั้นเรียกำด้ว่าต้องมีในตนเองแต่จะใป้เอาความเดือดร้อนของผู้อื่นมาเป็นของตัวเองนางคงไม่ทำเช่นนั้น เพราะตอนนี้เรื่องของตนเองก็เอาตัวไม่รอด แต่จะว่าไปหากต้องการฟื้นตระกูลเหลียนแห่งเฮ่ยซานต้องมีกำลังคน แต่ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่คิดตอนนี้อยู่ดี 



         นางเผลอคิดเรื่องราวเป็นเวลานานจนนางหลงลืมเวลาจนในตอนนีทั้งสองปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าผืนป่าอันกว้างใหญ่ แต่ป่าตรงหน้ามีความเเตกต่างเพราะกลิ่นอายประหลาดที่นางสูดดมเข้าไปแล้วให้ความรู้สึกดีเกินกว่าจะเก็บกัก สายตาของอาจารย์ที่จ้องมองมาอย่างใช้ความคิด แน่นอนว่านี้อาจเป็นจุดประสงค์แท้จริงของนางก็ได้ 



       " พลังธาตุพิษที่นี่หนาเเน่นที่สุด และเป็นเพียงสถานที่เดียวที่ผู้คนธรรมดาจะไม่ย่างกรายเข้ามาที่นี้ เพราะเพียงต้นหญ้าของที่นี้ก็สังหารซิวเซียนได้เเล้ว " แต่ทันทีที่ลู่หลิงสัมผัสผืนดิน หญ้าที่อยู่บริเวณรอบๆต่างเหี่ยวเฉาลงในทันทีตอนนี้คล้ายกับว่านางกำลังดูดกลืนพลังชีวิตและพลังธาตุจากพวกมัน ...




       เหลียนซุยที่มองอย่างแปลดใจแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามออกมาอาจเป็นเพราะร่างเซียนของนางคืออุทุมพรหมื่นพิษ ทำให้ความสามารถจองนางไม่อยู่ในข้อกำหนดหลายๆอย่าง นางไม่ได้รู้เลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะวิชายุทธที่นางเอามารวมกัน เเน่นอนว่าทุกครั้งที่นางดูดซับนางจะต้องใช้วิชาเเละตอนนี้บงกชที่นางเเตะลงพื้นสร้างอาณาเขตของมันเป็นวงเเคบเพียงเท่านี้ก็นับว่าดีเเล้ว และในตอนนั้นเองที่ดวงตาคู่งามของนางลืมตาขึ้นมาอย่างตื่นตกใจ ...




        ' เพิ่ม ...มันเพิ่มขึ้น ..ถึงไม่มากแต่ข้ก็สัมผัสได้ว่ามันเพิ่มขึ้น ... ' นางตื่นตะลึงแต่ไม่กล่าวิอกมาเพียงยืนนิ่งไม่ไหวติงพยายามรับรู้การไหลเวียนของพลังเซียนที่จงหลังไหลเข้ามายังตัวนางพยายามสืบหาที่มาของพลัง จนนางก้มใบหน้าของนางไล่ลงไปตามความรู้สึก ปรากฏบงกชสีดำทมิฬก่อเกิดตรงที่นางเหยียบอยู่และเกิดเป็นอาณาเขตที่กัดกร่อน นางเผลอก้าวเท้าถอยหลังอย่างตืนตกใจ ...





      " ลู่หลิงเจ้ากลืนกินพลังชีวิต เช่นพวกจิตวิญญาณวิบัติแน่ๆ ชั่วร้ายจริงๆ...." ลู่หลิงที่นิ่งค้างอยู่ได้ยินเสียงตะโกนกู่ร้องของเจ้าคนที่ปากเสียที่สุด นางกำลังเสียขวัญเพราะสิ่งที่นางคิดตรงตามที่เจ้าซานกุ้ยว่า นางปฏิเสธมิได้เพราะนางสัมผัสมันได้ชัดเจนยิ่งตอนนี้ยิ่งชัดเจน วิชาเซียนของนางไม่อาจดูดซับพลังฟ้าดินตรงๆได้ ......นี่คือสิ่งที่นางสรุป.. 




        ' หุบปากเจ้าส่ะซานกุ้ย แค่นี้ข้ายังตกมจไม่พออีกหรอ หยุดโวยวายเสีนที.....'






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.063K ครั้ง

13,873 ความคิดเห็น

  1. #6976 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 20:12
    คำผิดช่วงประโนคสำคัญเยอะเลยค่ะ​ แก้ด้วยเน้​อ​ เสียอรรถรสในการอ่านมาก
    #6976
    0
  2. #5909 Nid-noy1205 (@Nid-noy1205) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 15:51

    จะเป็นมารหรือเซียนกันแน่

    #5909
    0
  3. #5875 PlairTipchada (@PlairTipchada) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 08:59
    ซานกุ้ยลู๊ก ขอกำลังใจให้น้องลู่หลิงหน่อย อย่าว่าน้องชั่วร้ายนะ 5555
    #5875
    0
  4. #5866 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 08:21

    มาเช้าจังเลย
    #5866
    0
  5. #5843 Poompui Nut (@poompuiw) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 06:20

    ขอบคุณค่ะ
    #5843
    0