ปราการเทวะหวนคืน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 496,889 Views

  • 6,523 Comments

  • 5,809 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    93,112

    Overall
    496,889

ตอนที่ 83 : การปรากฏตัวของมาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 807 ครั้ง
    22 ม.ค. 62

ตอน.....





         เสียงของการแตกร้าวของบางสิ่งฉุดให้สายตาของผู้คนที่กำลังตื่นเต้นตกใจ จักมิให้พวกเขาเเสดงอาการเช่นนี้ได้ยังไงกัน ในเมื่อเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ไม่น่าจะมีอายุเกินยี่สิบหนาว สามารถหลอมโอสถได้โดยที่ไม่ใช้เตาหลอม ความสามารถในการควบคุทอัคคีของชินอ๋องนับว่าไม่มีใครสามารถปฏิเสธความจริงได้ว่าไม่ตื่นตะลึงและอึดที่จะแสดงความชื่นชมมิได้ ถึงจะมีสายเลือดสัตว์เทพอัคคีก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถควบคุมอัคคีหลอมโอสถได้ง่ายๆ เพราะไม่เพียงต้องคอยควบคุมอัคคี ยังต้องคอยส่งสมุนไพรเข้าไปในเวลาที่เหมาะสมอีกด้วย ถึงจะเป็นผู้หลอมโอสถเองยังไม่อาจที่จะเชิดหน้าชูคอได้อีก 


         " เเตก...... เตาหลอมแตกร้าว แพ้ทั้งที่ยังมิได้วางสมุนไพรเริ่มการหลอมเนี่ยนะ การเป็นผู้หลอมโอสถสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้นั่นคือเรื่องของสมาธิ เสวียนอู่เหล่ยนั้นเมื่อเห็นวิธีการฟลอมของผู้ที่ขึ้นชื่อว่ามีอายุห่างจากตนเองไม่น้อยก็ถึงกลับควบคุมพลังปราณที่อัดเข้าไปในเตาหลอมไม่ได้ ทำให้มันสร้างความเสียหายอย่างรวดเร็ว หากในการทดสอบนับว่าคนเช่นนี้ล้มเหลว และหลักเกณฑ์นี้นับว่าเป็นการแข่งขัน เมื่อไม่สามารถหลอมโอสถออกมาได้ในขณะที่ประกาศเริ่ม นับว่าคนผู้นั้นแพ้ตั้งแต่ยังนอนอยู่บนเตียง สีหน้าของเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่นิ่งค้างไร้คำพูด จักรพรรดิเสวียนอู่ห้าวเทียนเองก็แทบลมจับ ไม่เพียงเสียบัวหิมะหมื่นปี เกิดเหตุเช่นนี้ราชวงศ์จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้อีก แพ้เด็กยังไม่พอ ยังแพ้โดยที่ยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ แต่ในขณะที่ทุกคนให้ความสนใจไปยังผู้ผิดพลาดและกำลังแสดงความรู้สึกที่หลากหลายออกทางสีหน้าอยู่นั้น กลิ่นของธารน้ำในฤดูใบไม้ผลิที่สดชื่นก็เเตะเข้าที่จมูกเหล่าผู่มีความรู้ด้านโอสถต่างหันหน้ากลับมาสนใจกับผู้ที่หลอมโอสถสำเร็จในเวลาที่รวดเร็วเช่นนี้ ไม่ถึงสิบลมหายใจก็สามารถหลอมโอสถออกมาได้ เพียงวิธีการหลอมที่เหนือชั้นกว่า ถึงเสวียนอู่เหล่ยจะสามารถหลอมโอสถออกมาได้ ก็ใช่ว่าจะชนะ ถึงโอสถที่เสวียนอู่เลยจะมีระดับสูงกว่า แต่อย่างไรเสียการทดสอบนี้มีเรื่องของอายุเข้ามาเกี่ยวด้วย มันทำให้ข้อจำกัดมากมายและจากนี้เป็นต้นไปคงไม่มีผู้ใดกล้าเรียกตนเองว่าอัจฉริยะหลอมโอสถรุ่นเยาว์อีก หากยังไม่สามารถหลอมโอสถโดยปราศจากเตาหลอมได้ 



          " อี้เหมิน ท่านเริ่มหลอมโอสถโดยไม่ใช้เตาหลอมได้ตอนอายุเท่าใดหรือ " เสียงที่สั่นเทาของอี้เมิ้งไต่ซือที่ไม่ล่ะสายตาจากการหลอมโอสถของท่านอ๋องน้อยเลย และเขาเองก็ยังตื่นตะลึงถึงความเร็วที่ปรากฏจนอดไม่ได้ที่จะเสียมารยาทต่อศิษย์น้องของตนเองที่มีฐานะเป็นถึงเซียนโอสถ 

          และเมื่อถูกเอ่ยถามเช่นนั้นสีหน้าของอี้เหมินยิ่งดำทมึนขึ้นไปอีก เเรกเริ่มเดิมทีเขาตั้งใจอย่างแน่แน่วว่าจะอุ่มชูชินอ๋องผู้นี้เอง ทั้งที่ไม่เคยรับศิษย์มาก่อน แต่บุคคลนี้ไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้อย่างง่ายดายแน่นอน และอีกอย่างคงไม่ได้มีเพียงเขาที่มีความต้องการเช่นนี้ แต่เมื่อถูกศิษย์พี่ถามคำถามที่เรียกได้ว่า เหมือนกับตบหน้าและนำน้ำเย็นราดลดบนศรีษะให้เขาตื่นนอนเสียทีเพราะคำตอบของเขานั้นมันดังก้องในหัวและเมื่อเปรียบเทียบกับอ๋องน้อยฉีหลินตรงหน้ามันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว


          "  แปดร้อย!!!.....แปดร้อยปีไม่ขาดไม่เกินแต่นั้นเพียงหลอมโอสถระดับกลางเท่านั้น แต่ตรงหน้านั่นมันโอสถระดับพิภพ...." ขาแข่งที่อ่อนแรงของอี้เหมินไต่ซือทรุดลงไม่ต่างจากฝ่ายผู้ท้าทายที่ตอนนี้ย่ำแย่กว่ามาก เพราะไม่เพียงคู่เเข่งจะทำสำเร็จ แต่ความสามารถที่ได้เห็นนั้นเรียกว่าอัจฉริยะเหนืออัจฉริยะปีศาจก็ว่าได้ 



               แม้เเต่คนของสภาปราชญ์ที่ร่วมเป็นพยานในครั้งนี้ยังไม่อาจทำใจให้เชื่อถือได้ จริงอยู่ที่รู้ข่าวมาก่อนหน้านี้แล้วแต่เมื่อเห็นด้วยตาตนเองแล้วมันช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย 


            เมื่อสามารถลบคำครหาเป็นที่เรียบร้อยก็ไม่จำเป็นต้องยืนอยู่ในที่เเจ้งอีก เหลียวเจิ้งเพียงเดินกลับไปอย่างเงียบงัลไม่เเม้แต่จะหันมองคู่ต่อสู้ ความจริงเขาไม่ได้หยิ่งทรนงแต่อย่างใด เเต่เพียงไม่ค่อยชอบเจรจากับคนที่ตนเองไม่รู้จัก และไม่จำเป็นที่จะต้องรู้จักเพียงผ่านตาและจดจำเท่านั้น การกระทำของฉีหลินชินอ๋องช่างเยือกเย็นยิ่งนักที่เหล่าพยานเงียบงัลลงนั้นพวกเขาต่างรอคอยว่าท่านอ๋องผู้นี้จะตรัสสิ่งใดกับผู้ที่กล้าท้าทายเเละพ่ายแพ้ แต่ทำเช่นนี้เหยียดหยามดูถูกเป็นคำพูดยังจะดีกว่า ทำราวกับฝุ่นผงที่ไม่เเม้เเต่จะปลิวเข้าตาให้รู้สึกถึงเช่นนี้ช่างเลือดเย็นจริงๆ



          " ความสามารถของเจ้านับว่าเหมาะสมที่จะห้อยป้ายทองที่มีสามพู่เสียจริงๆ " ความหมายของจวิ้นเต๋อคืออีกไม่นานเหลียวเจิ้งคงสามารถหลอมโอสถระดับสวรรค์ได้เป็นแน่ ซึ่งคงอีกไม่นาน 

         " ท่านปู่คงล้อหลานเล่นแล้ว หากก้าวขึ้นเป็นเซียนโอสถหลานจะมิถูกหัวเราะเยอะหรอกหรือ " ถึงจะมีความคิดที่ตั้งใจจะลองหลอมแต่ก็ไม่อาจเอ่ยต่อหน้าผู้ที่สามารถหลอมโอสถมากมายได้เพียงไม่กี่ลมหายใจ และโอสถ้หล่านั้นยังอยู่ในระดับเหนือสวรรค์อีกด้วย การตัดการกับพลังในรากบงกชอัคคีหมื่นปีนั้นนับว่ายังสร้างปัญหาอยู่มาก รั้งแต่จะทำลายมันให้สูญเปล่าเท่านั้น



        เมื่อทั้งชินอ๋องและจวิ้นอ๋องมิได้สนใจสถานการณ์ที่ทั้งสองสร้างขึ้น เหล่าผู้คนที่จนด้วยคำพูดแม้เเต่จะเอ่ยเปิดหัวข้อสนทนากับชินอ๋องบ้างก็นับว่าไม่มีโอกาสเลย เพราะชินอ๋องไม่เเม้เเต่จะเปิดโอกาสแม่เเต่อึดใจเดียวทำให้พวกเขาต้องทนดูการประลองในศาสตร์ต่างๆที่มีผู้ท้าทายกันต่อไป แน่นอนว่าที่เหลือเป็นเพียงการแสดงปาหี่เท่านั้นไม่มีความตื่นตาตื่นใจหลงเหลืออยู่เลย แต่ความจริงมันก็ไม่นับว่าแย่ขนาดนั้น แต่การเเสดงของชินอ๋องยังตามหลอกหลอนพวกเขาอย่างไม่น่าให้อภัย มาตรฐานการสร้างความประทับใจนับว่าสูงลิ่ว



           ติ่ง!!!!!     ครืนนนนนนน........แรงสั่นสะเทือนของตำหนักทั้งหมดก่อเกิดขึ้นอย่างกทันหัน ความเปลี่ยนผันของพลังปราณธรรมชาตินับว่าเเปลดประหลาดการสัมผัสได้ถึงพลังงานชั่วร้ายรุนแรงจากภายใต้ผืนดินที่พวกเขาเหยียบอยู่ สีหน้าของจวิ้นเต๋อดูตื่นตกใจเล็กน้อย พลังปราณแห่งเเสงรอบกายของจวิ้นเต๋อเด่นชัดเเละเข้มข้นขึ้นมากว่าสิบเท่า จนชุดคลุมที่สวมใส่ไม่สามารถบดบังมันได้อีก ทุกสายตาต่างจ้องมองและเเน่นอนไม่มีผู้ใดไม่รู้ตำนานของความรักของเทพเเห่งเเสง ละอองแสงจะเกาะกุมผู้ที่มีความดีงามทั้งกายใจยิ่งมากเท่าใดยิ่งสูงส่งเท่านั้น แต่มันนับว่ามิเคยปรากฏมาก่อนตามคำบอกเล่าจนพวกเขาคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องขบขันเท่านั้น 



         สายตาของชินอ๋องที่จ้องมองมายังจวิ้นอ๋องอย่างขอคำตอบ ความอ่นแอลงของพลังหยางแห่งเเสงนั้นชัดเจนจนเขาสามารถรับรู้ได้ถึงการสูญหายไป 


          "ทุกท่านจงอย่าได้ตื่นตระหนก เป็นเพียงควาทผกผันของปราณธาตุแสงเท่านั้นนับว่าช่วงนี้มีเหตุการณ์เช่นนี้บ่อยครั้ง หาได้เป็นปัญหาแม้เเต่น้อย เชิญๆๆ " หวงหลี่ จ้าวอารามขาวของอารามหยงชิงกล่าวออกมาอย่างรื่นไหลไร้ความกังวล นั้นทำใก้จวิ้นเต๋อเผลอขมวบคิ้วเป็นคราเเรก เพราะสิ่งที่เขาสัทผัสได้และมิน่าจะเป็นเรื่องที่มองข้ามได้ 



          "  สัตว์เทพแห่งแสงปี้เซี๊ยะกำลังจะตกตาย...." เสียงเอ่ยที่ไม่เบาไม่ดังของจวิ้นอ๋องทำให้คนของสุสานหยิน และคนของอารามตงหวงหันมาให้ความสนใจในทันที ถึงจะไม่อยากจะเชื่อและหากเป็นผู้อื่นเอ่ยคำนี้ออกมาล่ะก็คงถูกคนของอารามหยงชิงสังหารไปแล้ว 



         " ท่านอ๋องท่านหมายความเช่นใดที่ว่าสัตว์เทพเเห่งแสงกำลังจะตาย ใช่ว่าปี้เซี๊ยะกำลังจำศีลอยู่หรอกหรือ " ถึงจะไม่พอใจอยู่บ้างแต่ก็อดี่จะเชื่อถือมิได้ เพราะคนที่เอ่ยคืออ๋องศักดิ์สิทธิ์แห่งตำหนักพยากรณ์ ย่อมมีความรู้ความสามารถที่มากกว่า...





          " ..ท่านทำอะไรข้า ท่านนน......" เสียงที่ขาดห้วงของหวงหลี่ที่เอ่ยให้แขกเหรืออยู่ในความสงบ แต่อยู่ดีๆความทรงจำของเขาก็ไหลผ่านจิตใต้สำนึกมันคล้ายกับเป็นการฉานวนความทรงจำ แต่ไม่ใช่สำหรับตัวเขาเองแน่นอน....








      " เนตร..เนตรอ่านสวรรค์........."   เสียงอื้ออึงดังขึ้นทันทีเมื่อหวงหลี่ที่รู้ตัวว่าเป็นผู้ใดที่เป็นต้นเหตุของสิ่งที่เขาเผชิญ ดวงตาสีเทาหม่นหมองลอดผ่านหน้ากากทอง ทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอีกครา เพราะมันลืมไปได้อย่างไรว่าอ๋องศักดิ์สิทธิ์นั้นมีความน่ากลัวในด้านใดมากที่สุด 'ล้วงความลับ ' และก็ได้ความลับไปจริงๆ....




          "เจ้าเป็นตัวอะไร????...." น้ำเสียงแม้จะไม่แสดงความหวาดกลัวแต่ก็จริงจังไม่น้อย ความดำมืดที่เริ่มกัดกินบรรยากาศโดยรอบในทันที มันเป็นความมืเที่เคลือบไปด้วยพิษร้าย ไม่สามารถมีผู้ใดต้านทานมันได้อย่างแน่นอน แต่รอยยิ้มของหวงหลี่นั้นกำลังเลือนหายไปจากใบหน้าของมัน เพราะตอนนี้ร่างที่แท้จริงไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป เขาที่ปรากฏบนหัวของมันนับว่าสร้างความตื่นตกใจ เหล่าผู้คนต่างเตรียมพร้อมกับอันตรายที่กำลังจะมาถึงในทันที 


           "ไม่คิดว่ามณฑลที่เจ็ดของดินแดนเทพอสูรจะมีคนที่สามารถมองเห็นตัวตนของข้าได้ ในนามของเทพมารจงขลุย ข้าผู้นี้จะกลืนกินดินแดนนี้ให้ตายตกเป็นโลกของมารเช่นพวกเรา " คำว่ามารนั้นสร้างความแปลกใจให้กลับเหล่าผู้คนเป็นอย่างมาก แม้เเต่คนของอารามตงหวงรวมถึงคนของสภาปราชญ์ที่ไม่ขาดข่าวสารและผู้รอบรู้ ยังไม่สามารถเอ่ยคำใดออกมาได้ 


         " ที่กล่าวเช่นนี้เจ้ามาจากดินแดนภพที่สามเช่นนั้นหรือ มณฑลที่เจ็ดปิดตายเจ้าเข้ามาที่นี้ได้อย่างไร " เสียงของจวิ้นเต๋อดูจริงจังมากขึ้น พร้อมกับพลังปราณที่กำลังขยายตัวออกไปกดดันสิ่งมีชีวิตตรงหน้า พลังปราณที่จวิ้นเต๋อปลดปล่อยออกไปนั้น มันคือพลังหยางพรหมจรรย์ที่มีความพิเศษคือการสะกดข่มธาตุมืด





       "แก........ย่าาาาาา!!!!!!.."









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 807 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #6108 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:44

    ขอบคุณ​ค่ะ​ คำผิดเยอะแต่สนุกมาก​กก
    #6108
    0
  2. #4874 ddlovepp (@puilikedd) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 18:17
    มารรรรมาเเล้ววว
    #4874
    0
  3. #4371 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 00:24

    555+ หม้อแตกก่อน
    แล้วตามด้วยหน้าแตก
    แหลกยับเยินไม่มีชิ้นดี
    อิ อิ
    #4371
    0
  4. #4365 ❥Woaini (@Janejira-M) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 23:36

    ตื่นเต้นๆ

    #4365
    0
  5. #4351 yuthharnnoi (@yuthharnnoi) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 19:53

    ขอบคุณคะไรท์

    สนุกมากๆเลย

    มีตัวละครใหม่เพิ่มมาอีกแล้ว
    #4351
    0
  6. #4315 pennypeach (@soroko) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 16:12

    สนุกมากๆ
    #4315
    0
  7. #4306 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 15:41

    มันมากกก เอาอีกกกกกกก

    #4306
    0
  8. #4294 rosayrai (@dollo) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 14:41

    สนุกมากๆ รอตอนต่อไปค่ะ

    #4294
    0
  9. #4287 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 14:09
    จับมันมาเป็นทาสรับใช้เลย
    #4287
    0
  10. #4286 Shadow Reader ♡♡ (@batamana) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 14:08

    ฆ่ามันเลยยยยยย

    #4286
    0
  11. #4271 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 13:40

    ฮือออ สนุก
    #4271
    0
  12. วันที่ 22 มกราคม 2562 / 13:34

    ตบมันๆๆๆๆๆ
    #4266
    0
  13. #4248 Psfaro (@Psfaro) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 13:04
    ค้างสุดดด
    #4248
    0