ปราการเทวะหวนคืน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 498,777 Views

  • 6,531 Comments

  • 5,837 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    95,000

    Overall
    498,777

ตอนที่ 70 : แรงกระตุ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9184
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 933 ครั้ง
    7 ม.ค. 62

ตอน....





         ทิวทัศน์ของตำหนักสวรรค์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเพราะเพียงวันเดียวก็ปรากฏเขาสูงเสียดหมู่เมฆาที่กำลังร่องลอย แม้เเต่ตำหนักเหมยหิมะยังต้องแหงนหน้ามอง เขาลูกใหม่ที่จวิ้นเต๋อสร้างมันขึ้นมานั้นไม่มีผู้ใดมองเห็นยอดของมัน เพราะมีหมู่เมฆาบดบังเอาไว้ แต่แท้ที่จริงแล้วมันถูกอักขระลวงตาไว้ต่างหาก ผู้ที่สามารถขึ้นไปด้านบนได้มีเพียงจวิ้นอ๋องเท่านั้น แม้เเต่หานอี้และหานกู่เองยังไม่ได้รับอนุญาต ถึงพวกเขาจะสงสัยอยู่บ้างแต่ก็ไม่เอ่ยถามเพราะเอาจริงๆต่อไปตำหนักเหมยหิมะจะเป็นจุดบัญชาการของตำหนักสวรรค์ ที่ท่านอ๋องทรงทำเช่นนี้คงต้องการความเป็นส่วนตัวกระมัง 


          จะว่าไปตอนนี้เองตำหนักสวรรค์ถูกแบ่งออกเป็นสี่ส่วนอย่างชัดเจน จุดเเรกเป็นหลังทะเลสาบที่มีบงกชวารีเบ่งบาน ที่นั้นจะถูกเรียกว่าหมู่ตึกเหลียนฮวาเป็นชื่อตำหนักที่ประทับของจวิ้นอ๋องในฉีหลิน ในส่วนที่สองเป็นหมู่ตึกโบตั๋น เป็นหมู่ตึกที่ตั้งอยู่ท่ามกลางถึงของโบตั๋นเพลิง ในส่วนที่สามเป็นส่วนที่เป็นป่าเตี้ยถูกเรียกหาว่าหมู่ตึกเขียวขจี เเละในส่วนสุดท้ายคือตำหนักเหมยหิมะที่ตั้งอยู่เหนือพื้นที่เหล่านี้ขึ้นไปนับสิบๆเมตร แต่มันยังไม่เท่าตำหนักค้ำสวรรค์ที่อยู่ห่างขึ้นไปราวสิบลี้(5000 เมตร)ได้


          " ท่านปู่อี้ ท่านสัมผัสพลังหยางจากตำหนักค้ำสวรรค์ได้หรือไม่ ข้าคิดว่าท่านอ๋องคงกำลังเก็บตัวอยู่เป็นแน่ " คำพูดของหานหลี่เเม้จะเป็นเรื่องสู่รู้แต่ก็นับว่ามีความเป็นไปได้ เพราะสองสามวันมานี้ดูท่าท่านอ๋องจะไม่เสด็จลงมาง่ายๆ และกลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์ของพลังหยางพรหมจรรย์ที่ปลดปล่อยออกมามันช่างรุ่นแรงเสียจริง ไม่ต้องให้พวกเขาสัมผัสก็ได้เพราะตอนนี้เหล่าพฤกษากำลังเเสดงถึงความเข้มข้นของพลังแล้ว 


         "งานของเจ้าเรียบร้อยแล้วหรือหานหลี่เจ้าจึงว่างมากวนท่านอี้เช่นนี้ เสื้อผ้าหนึ่งพันชุดสำหรับศิษย์ราชวงศ์เจ้าคงเตรียมมาแล้วใช่หรือไม่ " หานกู่ที่นั่งอ่านตำราอยู่กล่าวออกมาอย่างเรียบเฉย เพราะต้องตรวจรายละเอียดของผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมการฝึกฝนทำเอาเขาต้องปวดหัว ความต้องการศิษย์ราชวงศ์นั้น เพียงร้อยคนเท่านั้น แต่รายชื่อที่ได้รับมาเกือบสองพันคน นี้พวกเขามีบุตรชายเยอะขนาดนี้เชียวหรือ 



           สำหรับการรับศิษย์ในตอนนี้มีอยู่สองแบบ แบบเเรกคือศิษย์ราชวงศ์เป็นบุตรหลานของขุนนางจะเป็นทั้งศิษย์ และองครักษ์ไปในตัว พวกเขาอาจเรียกได้ว่าเป็นตัวหลอก เพื่อปิดซ่อนศิษย์ตำหนักที่จะคัดเลือกมาอีกที

         "ข้าทำทุกอย่างตามที่ท่านปู่สั่งแล้วที่เหลือก็เพียงคนเท่านั้น เห็นว่ามีมากเลยท่านจะจัดการเช่นไร หรือว่าจัดการประลองขึ้นดีหรือไม่ " เป็นหานหลี่ที่กล่าวออกมาราวกับว่าสิ่งที่เขาคิดอ่านมันทำได้ง่ายดาย เพราะจะให้ชนชั้นสูงเหล่านี้ต้องเปลืองตัวถึงขนาดนี้เพื่อเป็นองครักษ์หรือ แต่หากมาคิดดูอีกทีความคิดนี้ก็เข้าท่าไม่เบา 


        "อืม....หานกู่ข้าเองมีความเห็นครั้นจะประลองเกรงว่าอาจสร้างความบาดหมางได้ เอาเป็นว่าใช้การคัดเลือกสามรอบดีหรือไม่ รอบแรกก็ลองใช้แรงกดดันของระดับราชาสวรรค์กดดันพวกเขา ส่วนในรอบที่สองก็ลองใช้สัตว์อสูรกดดัน ในส่วนของรอบสามค่อยประลองก็ยังไม่สาย เช่นนี้เป็นการตัดคู่ต่อสู้หรือคนที่ไม่คู่ควรออกไป " หานอี้ที่คิดตามสิ่งที่หานกู่เเละหานหลี่กำลังสนทนากันนับว่าเป็นการช่วยพวกเขาหาทางออกแล้ว


         "เด็กส่วนใหญ่มีระดับปราณแท้จริงกันทั้งสิ้น สิ่งที่ท่านเสนอมานับว่าดีนัก เพียงหนึ่งชั่วยาม(2 ชม.) หากใครยังสามารถหยัดยืนอยู่ได้ก็ผ่านสู่รอบต่อไป ในส่วนของรอบสองใช้เพียงครึ่งชั่วยามเท่านั้นก็น่าจะเพียงพอ " หานกู่ที่มองเห็นทางออกของตนเองเเล้วก็พอใจอย่างยิ่ง วิธีนี้ทั้งรวดเร็วและยุติธรรมเป็นที่สุด ผู้มีความสามารถย่อมมีสิทธิ์ 





     ท้องพระโรงฉีหลิน



      " ท่านกั๋วกง ช้าก่อนข้ามีเรื่องสงสัยใคร่ขอความกระจ่าง ที่ว่าจะมีการคัดเลือกเเบ่งออกเป็นสามรอบ และรอบสุดท้ายคือการประลองนี่เป็นเรื่องจริงหรือ " ใต้ท้าวผู้หนึ่งที่น้าจะได้ยินยังไม่ชัดเจนกล่าวถามแต่คำถามของเขาต่างได้รับความสนใจจากเหล่าขุนนางโดยรอบ เพราะตอนนี้วิธีคัดเลือกนั้นคล้ายกับเป็นการนำชื่อเสียงของตระกูลลงไปเดิมพันด้วยแล้ว เพราะหากด่านแรกยังไม่สามารถผ่านไปได้คงได้อับอายกันไปทั่ว 


         "เป็นเช่นที่ท่านว่ามานั่นล่ะ แต่ความต้องการของท่านอ๋องคือคัดเลือกศิษยที่เหมาะสม และพวกเขาจะมีฐานะเป็นองครักษ์ราชวงศ์ทันที อีกอย่างฐานะของพวกเขายังเทียบเท่าขุนนางขั้นสี่อีกด้วย " คำกล่าวของฟ่านกั๋วกงนับว่าชัดเจนแล้วแต่น้ำเสียงของเขาไม่ได้บงบอกถึงความดีใจเลย แรกๆเขาไม่คิดเลยว่าจะสนใจการคัดเลือกองครักษ์นี้ แต่ตอนนี้ตระกูลฟ่านเองก็ส่งเด็กตระกูลฟ่านกว่ายี่สิบคนเข้าร่วม พวกเขาล้วนเป็นเด็กที่มีความสามารถอย่างน้อยต้องได้สองถึงสามที่นั่งเป็นอย่างต่ำ มิเช่นนั้นคงอัยอายไม่น้อยเลยทีเดียว


         ทั่วทั้งเมืองหลวงในตอนนี้ต่างเต็มไปด้วยบุตรหลานของเหล่าขุนนางที่เดินทางกลับมาจากสำนักหรือพรรคของตนเพื่อเข้าร่วมการคัดเลือก แรกๆพวกเขาไม่ได้มีความประสงค์ที่จะได้รับเลือก แต่มันกลับมีการเเข่งขันเป็นการคัดเลือก นั่นเท่ากับเอาศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน ทำให้พวกเขามีความตื่นตัวกันเป็นอย่างมาก 



           "อีกหนึ่งเดือนจะมีการคัดเลือกนับว่าท่านหานกู่ให้เวลาเตรียมตัวน้อยจริงๆ " ฟ่านกั๋วกงกล่าวออกมาอย่างกังวลเมื่อเห็นหลักเกณฑ์ที่ใช้คัดเลือกเช่นนี้ ปราณระดับราชาสวรรค์เช่นนั้นหรือ คงทำให้เด็กหลายคนไม่อาจข้ามผ่านได้ถึงแม้จะมีระดับถึงปราณแท้จริงขั้นปลายก็ตามที และยังความกดดันของสัตว์อสูรอีก จะมีสักกี่คนที่สามารถหยัดยืนอยู่ได้อีก 

          "เจ้าจะกังวลไปใย นี่เป็นการคัดเลือกที่ยุติธรรม อย่างน้อยก็มีเรื่องให้ได้ผ่อนคลายบ้างล่ะนะ เจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือผ่านหรือไม่ผ่านอย่าได้เก็บมาใส่ใจ.." ถึงผิงกั๋วกงจะกล่าวเช่นนี้เเต่สำหรับเหล่าขุนนางต่างวาดหวัง เพราะผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะมีฐานะเทียบได้กับขุนนางขั้นสี่ นับเป็นของรางวัลที่ไม่อาจมองข้ามได้ บิดาเป็นขุนนางขั้นหก บุตรเป็นขุนนางขั้นสี่อาจมีให้เห็นในยุคสมัยของอ้าวป้านฮ่องเต้ก็เป็นได้ (บุตรฐานะสูงกว่าบิดา)





                 หากมองว่าการที่ต้องเเบกรับแรงกดดันของสัตว์อสูรระดับสวรรค์ว่าหนักหนาแล้วล่ะก็ พวกเขาเมื่อได้เห็นภาพบนลานของตำหนักค้ำสวรรค์พวกเขาคงไม่กล้าเเม้เเต่จะกลืนน้ำลายตนเอง เงาศักดิ์สิทธิ์ทั้งเจ็ดที่ตอนนี้กำลังทนทรมานกับแรงกดดันของพลังปราณและไออสูรจากกิเลนเพลิงสวรรค์อย่างหย่าหลิง ถึงนางจะมีความเมตตาอยู่แต่นี้เป็นรับสั่งของปีศาจ 


             บทเพลงสงบใจถูกบรรเลงออกมาเป็นระยะ มันช่วยส่งเสริมให้ทั้งเจ็ดสามารถรวบรวมสติให้อยู่เหนือความเจ็บปวดทั้งปวง ตอกย้ำถึงความเงียบสงบของจิตใจ จวิ้นเต๋อยังคงบรรเลงมันต่อไปโดยไม่หยุดพักเช่นกัน เขาเพียงใช้สำเนียงของบทเพลงเท่านั้นมิได้ใส่พลังปราณลงไป เพราะเกรงว่าอาจส่งผลกระทบได้   รอบกายของเด็กทั้งเจ็ดต่างเต็มไปด้วยพลังปราณที่บริสุทธิ์ เพราะยิ่งสูงเหนือพื้นดินมากเพียงใดพลังหยางยิ่งมากมาย และในทางกลับกันส่วนลึกอีกฝั่งของตำหนักสวรรค์มันก็อัดแน่นไปด้วยพลังหยิน ซึ่งกลายเป็นที่อยู่ของไป๋เมิ่ง ไม่นานมานี้เขาพึ่งจะทำสัญญาผูกพันกันเช่นเดียวกับสัญญาที่ทำร่วมกับหย่าหลิน(กิเลนหนองน้ำ)




           'ปราณแท้จริง......คงต้องหยุดพักเพียงเท่านี้'  เมื่อคิดเช่นนั้นบทเพลงที่บรรเลงก็สงบลงพร้อมกับพลังปราณของหย่าหลิงที่เก็บกลับไปราวกับว่าไม่มีมันอยู่ พวกเขาต้องทำเช่นนี้ในทุกๆวัน จากหนึ่งเค่อ จนกลายเป็นชั่วยาม และตอนนี้พวกเขาอดทนได้ถึงสี่ชั่วยามแล้ว 

       "โอสถจิตอัคคีสิบเม็ด และตำราท่าเท้าชมบุปผาพวกเจ้ามารับไป..." โอสถที่มอบมห้นั้นถึงจะเป็นระดับต่ำที่สุดแต่มันก็เหมาะสมกับพวกเขาที่สุดเเล้วเพราะมันหลอมขึ้นมาจากรากบงกชอัคคีที่มีอายุเพียงสิบปีเท่านั้น 


        * โอสถจิตอัคคี(รากบงกชอัคคี 10-99ปี) โอสถระดับสูง
           โอสถจิตอัคคี(รากบงกชอัคคี 100-999ปี) โอสถระดับจิต

            1000ปี = โอสถระดับภิภพ
             10000ปี= โอสถระดับภิภพ
               แสนปี= โอสถระดับสวรรค์



             รากบงกชอัคคีมีมากมายก็จริงแต่หากเป็นระดับตั้งแต่หมื่นปีขึ้นไปนับว่าหาได้ยาก อย่างไรเสียต้องหาสมุนไพรตัวอื่นมาเสริมบ้าง เช่น ผงท้อมังกร หญ้าสี่เซียน ใบหมอกอัคคี สมุนไพรเหล่านี้ล้วนจัดอยู่ในสมุนไพรระดับพิภพทั้งสิ้น   เมื่อพูดถึงตรงนี้คงต้องไปดูเหลียวเจิ้งเสียหน่อย เพราะรายนั้นคลุกตัวอยู่แต่ในสวนสมุนไพรของเขาที่ถูกเก็บรวบรวมมาในตอนแรก ถึงแม้ว่าเรือนนั้นจะอยู่ในตำหนักเหมยหิมะเเต่บรรยากาศและสวนเล็กก็แตกต่างออกไปอย่างคาดไม่ถึง ทุกตารางนิ้วจะเป็นความเหมาะสมในการเติบโตของสมุนไพรเเต่ล่ะชนิดเเละเป็นจุดที่จวิ้นเต๋อส่งเสริมให้มีธาตุพฤกษาเข้มข้นกว่าที่อื่นใด 





(เรือนสมุนไพร)



            หลิวเพ่ยที่นิ่งเงียบมาตลอดถึงกลับต้องถอนหายใจทิ้งวันล่ะหลายครั้ง แรกๆเขาคิดว่าจวิ้นอ๋องคงให้เขามาเป็นทั้งองครักษ์และผู้สอนสั่ง แต่จริงๆแล้วมิได้เป็นเช่นที่เขาคิด เพราะจุดประสงค์นับว่าตรงตัวนั่นคือ ข้ารับใช้ที่นายไม่ต้องการ สามเดือนที่อยู่ร่วมกันชินอ๋องแทบไม่เคยเอ่ยสิ่งใดกับเขาเลย เเรกๆก็ดีอยู่หรอกเเต่พอผ่านไปนานวันเข้าก็ยิ่งน่าโมโหเพราะชินอ๋องไม่เคยชายตามองเขาเลยต่างหาก แต่ก่อนระดับเช่นเขาหาต้องมาคอยรับใช้ใคร จะไปไหนมาไหนมีผู้คนติดตามเอาอกเอาใจไม่ขาด แต่มาวันนี้คล้ายกับเป็นบุคคลที่ไน้ประโยชน์อย่างแท้จริง  แต่ในตอนที่เขากำลังคิดอ่านอยู่นั้นก็ต้องแสดงความตกใจสุดขีดเมื่อมีกระเเสพลังปราณอุ่นเข้าปะทะใบหน้าเเละเคลื่อนผ่านไปอย่างรสดเร็วโดยที่มิได้รอให้เขาเเจ้งนายของตนตามทำเนียมแต่จะเป็นอย่างไรได้ในเมื่อผู้ที่มาคือ..




           "เสด็จปู่ เหตุใดท่านถึงไม่เเจ้งหากต้องการพบหน้าหลานไม่จำเป็นต้องมาถึงที่นี้เลย " เหลียวเจิ้งที่ดูจะพูดประโยคที่ยาวที่สุดเป็นคราแรกในรอบสามเดือน เรียกได้ว่ามีเพียงไม่กี่คนที่ชินอ๋องจะยอมเสวนาด้วย แม้เเต่ฮ่องเต้เองก็ตามที เพราะเมื่อไหร่ที่พระองค์เสด็จมาก็ชอบหยอกเย้าน้องชายราวกับว่ากดดันสิ่งใดมาแล้วจะผ่อนคลายเมื่อได้ยินคำตรัสของน้องชายเพียงคำเดียว


          "ข้าเพียงแวะมาดูเจ้า ดูท่าฝีมือการหลอมโอสถของเจ้าจะพัฒนาขึ้นมากทีเดียว คงสามารถควบคุมอัคคีในการหลอมได้เเล้วซินะเเละดูท่าจะดีมากด้วย เพราะถึงขนาดหลอมโอสถระดับพิภพขั้นสูงออกมาได้"  เป็นจริงเช่นที่เอ่ย จวิ้นเต๋อเองยังอดที่จะแปลกใจไม่ได้เพราะการหลอมโอสถนั้นคือการค่อยเป็นค่อยไป การเรียนรู้สมุนไพร การผสมผสาน และการหลอม เหลียวเจิ้งใช้เวลาเท่าใดกันในการเรียนรู้สิ่งเหล่านี้


           "หลานไหนเลยจะเทียบกับท่านปู่ได้ โอสถจิตอัคคีที่ท่านมอบให้เป็นถึงโอสถระดับสวรรค์ ผู้ที่สามารถหลอมมันขึ้นมาได้คงมีเพียงเทพโอสถเท่านั้นกระมัง " เหลียวเจิ้งเองถึงจะสามารถหลอมโอสถระดับพิภพได้ แต่โอสถที่เขาใช้ส่วนใหญ่นั้นได้มาจากเสด็จปู่ทั้งสิ้น เพราะนอกจากโอสถระดับสวรรค์แล้ว ที่เหลือคงไม่ต่างจากขยะดีๆนี่เอง 

          " นับว่าเจ้ามีความสามารถมากแล้ว ในดินแดนนี้คงมีเพียงเจ้าที่มีความสามารถเช่นนี้ อย่าได้กดดันตนเองมากเกินไป ยังไงเสียสิ่งที่เจ้ากังวลไม่ใช่เจ้าที่ต้องแบกรับเพียงผู้เดียว " จวิ้นเต๋อนั้นยังคงสามารถมองความคิดอ่านความรู้สึกของผู้อื่นได้เสมอ ในบางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้เนตรอ่านสวรรค์ก็สามารถทำมันได้ และสิ่งที่เหลียวเจิ้งกังวลจะเป็นเรื่องอะไรไปได้นอกจากสายโลหิตของตนเอง และอนาคตของตนเอง 


         "มาเถอะ ข้าไม่ได้นั่งในสวนนี้มาพักหนึ่งแล้ววันนี้ถือว่าเป็นวันดีๆแล้วกัน " หลังจากที่กล่าวจบ หานหลี่ที่วันนี้รับหน้าที่ดูแลท่านอ๋องก็ตามมาทันทันที ทันทีที่เขาสัมผัสได้ถึงท่านอ๋องในตำหนักเหมยหิมะก็รีบเร่งเพื่อมารับใช้ทันที 


           "ตามอ้าวป้ายให้ที " คำตรัสของจวิ้นอ๋องนับว่าไม่ต้องรอให้คนสนองตอบเพราะตอนนี้เองอ้าวป้ายก็รออยู่หน้าเรือนสมุนไพรก่อนหน้านี้แล้วแต่เมื่อสัมผัสได้ถึงเสด็จปู่จึงรั้งรอไม่เสียมารยาท


           "องค์ชายประทับรออยู่ก่อนแล้ว...." เมื่อเป็นเช่ยนั้นการพบป่ะเล็กๆเเละการพูดคุยก็เริ่มขึ้น เรื่องราวส่วนใหญ่นั้นเกี่ยวกัยเหตุการณ์ที่ทั้งสองจำเป็นต้องรู้ การที่ไม่รับรู้อะไรเลยใช้ชีวิตแบบไม่มีแก่นสานนั้นเป็นสิ่งที่ไม่น่าให้อภัย แต่ทุกอย่างที่จวิ้นเต๋อตรัสบอกล้วนเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย เหลียวเจิ้งอาจรู้อยู่ก่อนแล้ว แต่มิใช่สำหรับอ้าวป้ายและหลิวเพ่ยที่ตอนนี้เเข่งขาอ่อนจนไม่อาจขยับตัว หานหลี่เองก็เช่นกัน พลังปราณระดับราชาสวรรค์ขั้นแปดของเขาอาจไม่ได้ช่วยอะไรเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่ท่านอ๋องทรงกังวล 


         "และนี่คือเหตุผลที่ข้าต้องการที่จะรับผู้คนเข้ามาฝึกฝน อย่างน้อยก็เพื่อเพิ่มโอกาสรอดให้กับพวกเขา อีกอย่างในฐานะความรับผิดชอบของเจ้าด้วยอ้ายป้าย..." น้ำเสียงที่จริงจังทำเอาฮ่องเต้น้อยถึงกลับสั่นสะท้าน เพราะหากเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดเขาจะกลายเป็นตัวถ่วงของทุกคนทันที 



          ปึก!!   " หลานโง่เขลานักขออภันเสด็จปู่ต่อไปนี้จะไม่ทำให้พระองค์ต้องเป็นห่วงอีก " เมื่อฮ่องเต้ต้องคุกเข่าหลิวเพ่ย หรือเเม้เเต่ชินอ๋องผู้มีฐานะเป็นน้องชายก็กระทำตามโดยที่ไม่ต้องมีใครมาเอ่ยสั่ง ตลอดเวลาในตำหนักสวรรค์อ้าวป้าวพยายามมากเเล้วก็จริงแต่ยังขาดเเรงจูงใจ เพราะอย่างไรเสียก็ยังมีจวิ้นอ๋องคอยดูเเลทำให้ความคิดอ่านของเขาราวกับเด็กที่ไม่รู้จักโตเสียที  แต่เมื่อเรื่องราวความลับความกว้างใหญ่ของดินแดนผานกู่ถูกถ่ายถอดออกมาทำให้ ความคิดของเขาพังทะลายลง ใครจะรับได้ที่อยู่ๆก็ได้รู้ว่ามีบางอย่างที่น่ากลัวกำลังรอพวกเขาอยู่ในอนาคตข้างหน้าอันใกล้ น้องชายและท่านปู่ประสพพบเจอสิ่งใดมา แน่นอนว่าเหลียวเจิ้งไม่เอ่ยมันขึ้นมาให้เขาได้ฟังอย่างแน่นอน สีหน้าของน้องชายที่คล้ายมีเรื่องกังวลอยู่ตลอดเวลา แต่ตัวเขาคิดเพียงอยากให้น้องชายผ่อนคลายบ้างมีการเจรจาบ้างก็เท่านั้น แต่เมื่อได้รู้สาเหตุก็ทำมห้เขาคิดว่าตนเองไม่เอาไหน 




         "อ้าวป้าย เจ้าคงยังไม่รู้ คนที่ข้าหวงที่สุดตอนนี้หาใช้เหลียวเจิ้ง แต่เป็นเจ้า เจ้าไม่เพียงอ่อนแอที่สุด แต่เจ้ายังเป็นฮ่องเต้ และยังจะต้องเป็นต่อไปร้อยปี พันปีตราบที่เจ้าต้องการ " นัยเป็นคำตรัสที่คล้ายกับตบใบหน้าของหลานชาย แต่ไม่ใช้ตอกย้ำให้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่เป็นการกดดันด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบ มิเช่นนั้นจะไม่มีการพัฒนา ความจริงที่โหดร้ายทำเอาน้ำชาในมือที่ยังร้อยอยู่กลายเป็นน้ำชาที่เย็นเฉียบไปในทันที นี่อาจเป็นคราเเรกที่จวิ้นอ๋องแสดงท่าทางเช่นนี้ มันไม่ได้เป็นการระบายโทสะเเต่มันเป็นการเอ่ยเตือนที่นุ่มนวล แต่มันกลับกรีดลึกเท่าที่จะลึกได้ภายในจิตใจตอนนี้ ศรีษะที่ก้มต่ำยิ่งจรดต่ำลงไปอีก อ้าวป้ายไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะเขาเองก็รับรู้มาสักพักถึงพลังปราณของน้องชายที่เปลี่ยนไปราวกับคนล่ะคน ถึงเหลียวเจิ้งจะเก็บซ่อนมันดีแค่ไหน แต่ยังไงเขาก็สามารถสัมผัสได้ในบางครั้งว่าน้องชายก้าวข้ามเขาไปไกลเเล้ว 



        ไม่เพียงฉีหลินอ้าวป้ายเท่านั้นที่ได้รับแรงกดดันทางจิตใจนี้ หานหลี่และหลิวเพ่ยเองก็เช่นกัน หากบอกว่าเพียงสองเดือนเลื่อนจากระดับสวรรค์เข้าสู่ราชาสวรรค์ว่าไม่พัฒนา หรือพัฒนาช้าแล้วล่ะก็พวกเขาจะนับเป็นสิ่งใดได้ 



          "นี่คือโอสถเลือดกิเลน หนึ่งเดือนต่อจากนี้ให้ดจ้าเก็บตัวอยู่กับหย่าเจียง ใช้โอสถพวกนี้ให้หมด ถึงมันจะทรมานแต่เจ้าต้องอดทน แต่หากเจ้าไม่สามารถทานทนได้ก็จงอย่าฝืน " โอสถเลือดกิเลนนั้นเเตกต่างจากโอสถที่เงาศักดิ์สิทธิ์ได้รับ เพราะโอสถนี้มีผลเฉพาะสายโลหิตกิเลนเพลิงสวรรค์เท่านั้น เพราะมันถูกหลอมมาจากโลหิตกิเลนแท้จริง(โลหิตของหย่าหลิง) ถึงจะมีความบริสุทธิ์ไม่มากแต่มันอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของสัตว์อสูรเพราะเช่นนี้การหลอมรวมกับมันจึงไม่ต่างกัน 



          "ของเจ้าก็ด้วยหลิวเพ่ย แต่เจ้าต้องยอมทำสัญญาบางอย่างกับฮ่องเต้....." 









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 933 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #3562 Nista0227 (@Nista0227) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 00:42
    เครียดแทน
    #3562
    0
  2. #3555 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 22:57
    เอาล่ะเฮ้ย งานหนักมาล่ะ สู้มาน
    #3555
    0
  3. #3540 ddlovepp (@puilikedd) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 21:58

    สโลไลฟ์ไปไหนแล้วววว
    #3540
    0
  4. #3538 ning792528 (@vj792528) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 21:23

    ได้เวลาฝึกจริงจังแล้วอ้าวป้าย
    #3538
    0
  5. #3536 ห้วงคำนึง (@NuengMontian) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 20:39
    เอาอีกๆๆๆ
    #3536
    0
  6. #3534 banyenmoo (@banyenmoo) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 20:31
    ขอบคุณค่ะ
    #3534
    0
  7. #3533 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 20:27

    เอาอีกกกกกกกกก

    #3533
    0
  8. #3532 A-loveless (@A-loveless) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 20:21
    สัญญาอะไรเอ่ยยย
    #3532
    0
  9. #3531 เดือน กันยายนน (@nnnnnui) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 20:13
    ขอบคุณครับไรท์
    #3531
    0
  10. #3530 Pai-ll2 (@Pai-ll2) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 20:11

    มาต่อเร็วๆนะ

    #3530
    0
  11. #3529 3320 (@3320) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 20:07

    ว้าว ขอบคุณมากค่ะ

    #3529
    0
  12. #3528 rosayrai (@dollo) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 20:07

    รอรอตอนต่อไปค่า ขอบคุณมากๆ
    #3528
    0
  13. #3527 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 20:06
    ขอบคุณครับ
    #3527
    0
  14. #3526 Queen-of-flower (@Queen-of-flower) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:57

    ค้างงงงง
    #3526
    0
  15. #3525 Shadow Reader ♡♡ (@batamana) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:47

    ค้างมากกกกกกกกกก

    #3525
    0
  16. #3524 vesa55555 (@vesa55555) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:42
    ขอบคุณค่ะ
    #3524
    0
  17. #3523 annaaa (@anna_anna) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:42

    ค้างงงงงงง
    #3523
    0
  18. #3522 Noobam (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:41

    มันเหมือนมาเท่าไหร่ไม่เคยพอ ขออีกน๊าาา

    #3522
    0
  19. วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:37

    เอาอีกๆๆๆ
    #3521
    0
  20. #3520 Witaya_l (@Witaya_l) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:32
    ตื่นเต้นๆ
    ขอบคุณครับ
    #3520
    0
  21. #3519 Shihe (@beequits) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:30
    .าต่อออออ
    #3519
    0
  22. #3518 สายลม (@tred) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:22

    มาเเล้วจ้าาาา ดีใจมาจนน้ำตาจะไหล หื้อออออออ
    #3518
    0
  23. #3517 Pleumpi (@Pleumpi) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:07

    เย้ๆๆๆๆรักไรท์มากกก
    #3517
    0
  24. วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:07
    มาแบ้ววววขออีกตอนนะ
    #3516
    0
  25. #3515 HaSaKiZz (@HaSaKiZz) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:06
    ไรท์มาแล้ว
    #3515
    0