ปราการเทวะหวนคืน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 517,832 Views

  • 6,592 Comments

  • 6,035 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    114,055

    Overall
    517,832

ตอนที่ 7 : สัญญาวิญาณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15044
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1474 ครั้ง
    6 พ.ย. 61

ตอน....





       ความลับที่เหล่าราชวงศ์ต่างค้นหากันมากมายจุดหมายที่ไม่มีผู้ใดเคยไปถึงความเป็นไปได้ไหนก็เคยลองมาจนหมดเเล้ว แต่วิธีที่จวิ้นเต๋อทำจะเรียกได้ว่าสุดแสนง่ายดายคงกล่าวมิได้เต็มปากเท่าใดนัก เพราะบอกแล้วว่าสัตว์เทพมิใช่จะพบเห็นได้ทั่วไปไม่ว่าจะเป็นสัตว์เทพนอกเหนือจากที่มีสายเลือดกับมนุษย์ก็เหมือนกัน อย่างกระเรียนสวรรค์ก็เป็นสัตว์เทพเช่นกัน แต่สายโลหิตของกระเรียนสวรรค์มิมีก็เท่านั้นเอง


      ตอนนี้จวิ้นเต๋อแทบอยากกลั้นใจตายไปให้มันพ้นๆ เพียงเพราะเขาใช้ร่างจำแรงกิเลนสวรรค์เมื่อเขากลับคื่นร่างของมนุษย์และตอนนั้นเองสิ่งแลกเปลี่ยนหรือข้อจำกัดก็เผยความจริงของมัน ลอยสักที่เคยงดงามและอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายสัตว์อสูรสีทองเลือนหายไป และกระบวนการเติมเต็มก็เริ่มอีกครั้ง...


      "อ๊ากกก!!!   " เสียงร้องด้วยความทรมานเหนือกว่าจิตสำนึกที่จะรับรู้ เพราะตอนนี้มันเจ็บกว่าเดิมนับเท่าตัวนี่นับว่าเป็นความทรมานที่ไม่อยากลิ้มลองเลย สายโลหิตเส้นลมปราณล้วนเสียหายและซ่อมแซมกว่าจะกลับมาเป็นเช่นเดิมก็ใช่เวลากว่าชั่วยาม ข้ารับใช้ที่รั้งรออยู่ตอนนี้ต่างเดินขวักไขว่ไปมาด้วยความกังวลใจเเต่ด้วยรับสั่งที่นับว่าเด็ดขาดมิให้ขึ้นไปจนกว่าจะเรียกหานับว่าบีบคั้นจิตใจไม่น้อยเลย ไม่สามารถคาดเดาสิ่งใดได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบนนั้นการสัมผัสถึงสัตว์อสูรระดับสูงที่สามารถปล่อยแรงกดดันไปทั่วหุบเขาก็นับว่าน่ากลัวพอเเล้ว และยังมีเสียงร้องที่บาดลึดถึงจิตใจเช่นนี้ไม่อาจทำให้หานกู่สงบใจได้เลย


         "ขึ้ม..มา...  " เสียงอันเเผวเบาที่ร่องลอยแต่มันเป็นเสียงที่เฝ้ารอทำให้ทั้งสองต่างเร่งฝีเท้าเพื่อไปหานาย ตอนนี้ไม่สามารถมีความคิดใดอีกนอกเสียจากต้องการเห็นกับตาว่าท่านอ๋องของพวกเขาปลอดภัยและอยู่ดี แต่สิ่งเเรกที่พวกเขาได้เห็นก็ทำเอาเข่าที่ยืนจนแข็งต้องอ่อนละทวยลง เพราะสายตาของพวกเขามิสามารถจดจำตำหนักที่พักหลังเล็กได้อีกเพราะตอนนี้มันคงเหลือเพียงธุรีเท่านั้นลอยลุกไหม้ทีไม่รู้ว่าเป็นความสามารถของอัคคีปราณที่แข็งแกร่งเพียงใด เพราะมันไม่อาจหลงเหลือซากความเป็นที่พักอาศัยได้เลย แต่ด้านในกองเพลิงนั้นยังมีสัตว์เทพกิเลนสวรรค์ที่คล้ายว่าพวกมันกำลังเฝ้ามองอะไรบางอย่าง เมื่อมองพร้อมสายตาของพวกมันก็พบกับร่างที่พวกเขาตามหา ร่างที่ขาวเนียนของบุรุษที่ย่างเข้าสู่วัยเจริญพันธ์แต่ความขาวเนียนของแผ่นหลังมันกลับขับเน้นให้เห็นถึงลายสลักเสลาของภาพกิเลนเพลิงสวรรค์ที่ด้านหลังมันมีมนต์สะกดบางอย่างให้พวกเขาหวาดกลัวไม่ต่างจากการอยู่ต่อหน้าของสัตว์เทพกิเลนเพลิงสวรรค์เลย เสียงเรียกที่แผ่วเบาคล้ายคนหมดแรงทำให้หานกู่ต้องรีบรวบสติกลับคืนมาเพื่อเร่งรีบเข้าไปพยุงร่างนายตน ตอนนี้สภาวะพลังหยางในร่างกายนับว่ามากมายจนมันแผ่ความร้อนออกมาจนหานหลี่มิอาจเข้าใกล้ได้เพราะระดับพลังยังน้อยเกินไป แต่การกระทำของหานกู่นั้นทำให้กิเลนทั้งสามจ้องมองด้วยความไม่วางใจที่รู้ว่าเป็นเช่นนั้นเพราะเปลวอัคคีที่กำลังลุกโชนตามเกร็ดของพวกมันทำให้รู้ว่าพวกมันกำลังอยู่ในสภาวะตื่นตัวเป็นที่สุด 

       "ไม่เป็นไรหย่าหลิง......   " เสียงของฉีหลินจวิ้นเต๋อที่ตอนนี้ดูจะฝืนร่างกายเต็มทน แต่เพียงเสียงพูดเบาๆก็ทำให้บรรยากาศกลับมาเป็นปกติ หานกู่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งองแทน 

      "เตรียมน้ำให้ข้าที และนำหยกนี่ลงไปแช่ในน้ำ " จวิ้นเต๋อส่งหยกวิญญาณหยินให้กับหานกู่ และยังหันไปทางดอกปี้อันที่ตอนนี้กำลังเบ่งบานได้ที่ การที่ต้องลดพลังหยางที่มากมายจนเกินไปนั้นนับว่าสำคัญเพราะหากมีพลังหยางมากมายอยู่แล้ว และไม่สามารถควบคุมมันได้เกรงว่าจะเกิดปัญหาตามมาได้ อย่างเช่นตอนนี้เขารู้สึกถึงบรรยากาศในหุบเขากำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

       "ขอรับ...      " เมื่อได้รับคำสั่งทั้งสองก็เร่งทำตามในทันทีตอนนี้ไม่อาจมีเรือนให้ปิดบังกายได้ ก็ใช้เหล่าต้นไม้ในการปิดบังเอาไว้ก็แล้วกัน ดูท่าตอนนี้ท่านอ๋องกำลังอ่อนแอเพราะไม่สามารถควบคุมพลังหยางที่รุ่นแรงได้ และพลังหยางเหล่านี้เกินความจำเป็นทั้งสิ้น  ใช้เวลาเพียงไม่นานน้ำที่ถูกเตรียมขึ้นมาในอ่างไม้อย่างดีและแช่ด้วยหยกวิญญาณหยิน รวมถึงโรยด้วยดอกปี้อัน นับว่าคราแรกหานหลี่แทบไม่สามารถหย่อนมือลงไปเพื่อตรวจสอบมันได้เลยเพราะมันเป็นพลังที่เย็นเยียบกว่าเหมันต์เสียอีก


         แต่เมื่ออ๋องจวิ้นเต๋อเพียงสัมผัสลงบนผืนน้ำสีหน้าของเขาก็ค่อยๆดีขึ้น เพราะพลังหยินกำลังกัดกินพลังหยางส่วนเกินนี้นับว่าป็นข้อเสียของผู้ที่ถือครองพรหมจรรย์เพราะในร่างกายจะไม่มีพลังหยินอยู่เลย และหากมีพลังหยางส่วนเกินมากเกินไปพวกเขาจะกลายเป็นเสียสติไปเลยก็ได้หรือไม่ก็ถูกพลังหยางเผาผลาญจนตกตายไปเอง  

        ข้ารับใช้ทั้งสองต่างก้มหน้าก้มตาไม่กล้าแม้เเต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง ลอยสักสีทองที่กลางหลังของท่านอ๋องเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อาจลืมเลือนได้ มันทั้งสูงส่งและงดงามและยังมีกลิ่นอายที่น่ากลัวสามารถบอกได้ว่ามันเป็นความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ 


(จวิ้นเต๋อ)


        ตอนนี้นับว่าร่างกายกำลังเข้าสู่สภาวะปกติมากขึ้น เขาดูดซับไอสัตว์อสูรมากเกินไปและด้วยในไอสัตว์อสูรของหย่าหลิงนั้นมีพลังหยางป่ะปนอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับพลังหยางของเขาก็มีตะบะนับหกพันปี ตอนนี้คล้ายเขาเพิ่มตะบะพลังหยางไม่ต่ำกว่าหมื่นปีทีเดียว แต่มันก็ทำให้เขามองเห็นความทรงจำของสัตว์อสูร นางมีนามว่าหย่าหลิน เป็นกิเลนเพลิงสวรรค์ตนสุดท้าย และนางก็ได้ให้กำเนิดบุตรอีกสองตนโดยที่นางใช่เวลารวบรวมพลังนับหมื่นๆปี นางถูกตามล่า และตอนนี้ร่างกายของนางกำลังอ่อนแอเพราะนางต้องเลี้ยงดูบุตร สัตว์เทพกิเลนนั้นมีเพศเป็นสตรีเพศทั้งหมด รวมถึงบุตรของนางทั้งสอง และพวกมันเองก็ต้องการพลังหยางที่มากพอมาหนุ่นเช่นกันและตอนนี้จวิ้นเต๋อเป็นทางเดียวที่จะทำให้พวกมันอยู่รอดและเติบโต หย่าหลินนางยินยอมทำสัญญาผูกพันธ์สัตว์เทพเพื่อเเลกกับการที่จวิ้นเต๋อจะต้องดูแลกิเลนทั้งสองให้ดี 



         จากตะวันที่พึ่งขึ้นในตอนเช้า ตอนนี้เป็นเวลาที่ดวงตะวันกำลังคล้อยต่ำ มันกำลังจะล่ะเขาเป่ยหูไปเสียเเล้ว พลังหยางจากดวงอาทิตย์ลดลง และพยังหยินจากดวงจันทร์เริ่มที่จะปรากฏนับเป็นผลดีต่อจวิ้นเต๋อเพราะมันทำให้เขาสามารถควบคุมพลังหยางได้แล้วในตอนนี้   ดวงตาสีแดงดุจอัญมณีสีเพลิงที่ตอนนี้กำลังจ้องมองความมืดมิดโดยรอบ เขาสัมผัสได้ถึงข้ารับใช้ทั้งสองที่ต่างเฝ้ารออย่างไม่เอ่ยสิ่งใด จวิ้นเต๋ออดที่จะเเปลกใจถึงความรู้ความของหานหลี่ไม่ได้ เพราะเขาดูจะเข้าใจมากขึ้นมาควรทำสิ่งใด  เมื่อรู้สึกตัวเเล้วจวิ้นเตษอก็เร่งเปลี่ยนอาภรณ์ในทันทีเพราะตอนนี้เริ่มมีลมหนาวกลับมาแล้ว เพราะพลังหยางของเขาสงบลง กิเลนที่มีขนาดตัวเท่าวัวตัวโตมันกำลังนอนอยู่ใกล้เขา และตอนนี้หย่าหลิงเองก็กำลังจ้องมองเขาด้วยความห่วงใย สัญญาทางวิญญาณทำให้เขาสามารถสื่อสารและเข้าใจความรู้สึกของนางได้ นี่นับเป็นวาสนาหากจวิ้นเต๋อไม่มีฐานะเป็นอ๋องศักดิ์สิทธิ์เกรงว่าเขาคงมีฐานะว่าที่จักรพรรดิไปแล้ว เพราะเขาครอบครองสัตว์เทพที่เป็นตัวแทนของราชวงศ์ 


        "ไม่ต้องกังวลไปหย่าหลิง ต่อไปพวกเราจะอยู่ด้วยกันไมพรากจาก ข้าให้สัญญา " เสียงที่เอื้อนเอ่ยเช่นนี้สร้างความแปลกใจให้กับข้ารับใช้ทั้งสอง และดูจากท่าทางของกิเลนตรงหน้าพวกเขาก็สามารถเดาได้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เพราะสัญลักษณ์ของผู้ครอบครองตราวิญญาณสัตว์อสูรที่หลังมือนั้นปรากฏชัดเจน ในโลกนี้มีเพียงทางเดียวที่จะได้รับสัญญาวิญญาณนั้นคือต้องได้รับการยอมรับจากสัตว์อสูรเท่านั้น ซึ่งโอกาสเป็นเพียงหนึ่งในร้อยเท่านั้นเพราะสัตว์อสูรไม่ได้มีความคิดอ่านมากพอ พวกมันเพียงหวังมีชีวิต ต่อสู้เมื่อจำเป็นความคิดไม่ได้ซับซ้อน แต่ที่ยากกว่านั้นคือการหาพวกมัน พวกมันไม่ค่อยปรากฏตัวง่ายๆไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรระดับต่ำๆก็ตามที และพวกมันก็มีของมีค่าในตัวเองที่เหล่าผู้คนต่างต้องการ นั่นคือแก่นอสูรนั้นเอง มันเป็นส่วนประกอบในยุทธภัณฑ์ระดับภิภพขึ้นไป ยกตัวอย่างขลุ่ยหยกเป่ยหู่ก็สลักแก่นอสูรระดับราชาสวรรค์ทีเดียว นับว่าเป็นยุทธภัณฑ์ระดับสวรรค์ไม่กี่ชิ้นที่เคยปรากฏ



         "ท่านอ๋องท่านทำสัญญาวิญญาณกับ....   " พึ่งนึกชมความรู้กาลเทศะมากขึ้นของหานหลี่แต่เด็กอย่างไรก็ต้องมีความอยากรู้อยากเห็น และอีกอย่างเรื่องตรงหน้ามันก็หอมหวานเหลือเกิน 

       "หุบปากเสียแล้วรีบไปเตรียมที่บรรถมได้เเล้วท่านอ๋องยังอ่อนเพลียอยู่ " เสียงเอ็ดที่ไม่ค่อยจริงจังเท่าใดของหานกู่นั้นดังขึ้น ความจริงเขาเองก็อยากรู้แต่มันก็มีคำตอบตรงหน้าอยู่แล้ว เพราะจะเป็นสัตว์อสูรตัวใดไปได้นอกจากสัตว์เทพกิเลนตรงหน้า เพียงเท่านี้ก็ยกฐานะความสูงส่งจนถึงขนาดอารามหยงชิงคงไม่กล้าเเตะต้องถึงจ้าวอารามจะเป็นคู่สัญญาวิญญาณกับสัตว์เทพปี่เซี๊ยะก็ตามที



        การพักผ่อนวันนี้นับว่าไม่ได้สร้างความลำบากให้กับจวิ้นเต๋อเลย เพราะตลอดชีวิตของเต๋อเองก็หาได้มีความสุขสบายนอนข้างถนนยังทำมาแล้ว แค่นอนท่ามกลางธรรมชาติคงไม่น่าจะมีปัญหาได้ แต่มันกลับทำให้ข้ารับใช้ทั้งสองต่างเป็นเดือดเป็นร้อน เพราะพวกเขาไม่อาจยอมรับสิ่งนี้ได้ ยังไงเสียมันเป็นความบกพร่องในฐานะข้ารับใช้ของพวกเขานั้นเอง




         แต่ใครจะล่วงรู้ว่าในเวลาที่ข้ารับใช้ทั้งสองกำลังตื่นตะหนกและกล่าวโทษตนเองอยู่นั้น นายของพวกเขากำลังเผชิญกับบางสิ่งบางอย่าง จวิ้นเต๋อรู้สึกตัวขึ้นมาภายในดินแดนที่เรียกได้ว่ามีธรรมชาติที่งดงาม ถึงไม่ได้มีสิ่งปลูกสร้างที่งดงามแต่เพียงตำหนักที่ตั้งหันหน้ารับดวงอาทิตย์อัสดงริมหน้าผาที่มีน้ำตกผืนใหญ่ไหลรอดผ่านพื้นตำหนัก เข้าจ้องมองดินแดนที่น่าจะใหญ่กว่าเขาเป่ยหู่หนึ่งเท่าตัว ที่นี้ทีกลิ่นอายของธรรมชาติที่งดงามและมันยังมันคงและมีความสมดุล ดินแดนนี้แท้จริงมันคือเกาะขนาดใหญ่ที่ล่องลอยกลางนภาที่ไร้ที่สิ้นสุด ทิวทัศน์ที่นับว่างดงามเป็นที่สุด เตียงนอนทรงกลมที่ใหญ่โตพอๆให้นอนได้ถึงห้าคน และตำหนักที่อัดแน่นไปด้วยเหล่าพื้ชพรรณหายากนานาชนิด ความงดงามของพวกมันไม่ได้น้อยไปกว่าคุณภาพทางสมุนไพรของพวกมันเลย และไม่เพียงเท่านั้นทุกหย่อมหญ้ายังเต็มไปด้วยสมุนไพรที่หลากหลาย ตามความรู้ที่ร่ำเรียนมาตั้งแต่เป็นท่านชายน้อย มันล้วนเป็นสมุนไพรระดับภิภพ จนถึงระดับสวรรค์



     "   โชคชะตานำพา  การกลับมาของหนึ่งในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียมสวรรค์ ผู้สืบทอดตำแหน่งจ้าวตำหนักสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เอ่ย จงแบกรับความทุกข์ยาก พร้อมความยิ่งใหญ่ ก่อให้ตำหนักศักดิ์สิทธิ์คงอยู่ต่อไปเพื่อสมดุลด้วยเถิด....  "















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.474K ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #4921 Thitikan Wedchasarn (@beemization) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 09:57

    ยังมีคำผิดอยู่บ้าง อย่างเช่น บรรทม ไม่ใช่ บรรถม เอ๋ย ไม่ใช่ เอ่ย ถ้าแก้ไขคำผิดได้จะทำให้คนอ่านมีความสุขในการเสพนิยายมากขึ้น เด็กๆที่มาอ่านจะได้เรียนรู้คำที่ถูกต้อง ชอบเนื้อเรื่องเรียบเรียงดี

    น่าติดตาม เป็นกำลังใจให้จ้า
    #4921
    0
  2. #1895 กบ เคโระจัง (@kob_beer) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 19:26
    สนุกดีค่ะ..ชอบ
    #1895
    0
  3. #1753 peace_at (@peace_at) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 19:08
    ในเมื่อใช้คำราชาศัพท์แล้วก็ไม่ควรใช้คำว่า”ขอรับ”นะ น่าจะใช้คำว่า”พะยะค่ะ”แทน
    #1753
    0
  4. #1140 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 16:22
    ฟีล มีพลังเพื่อแบกรับทุกข์
    #1140
    0
  5. #419 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 14:34

    ขนาดพลังสูงขนาดนี้ ยังต้องรับความทุกข์ยาก เพื่อให้ตำหนักศักดิ์สิทธิ์ดำรงอยู่ต่อไปรักษาสมดุลของดินแดน

    #419
    0
  6. #342 นัท (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 18:55

    อ่านเพลินจนไม่อยากหยุดอ่าน มานอ๋องของบ่าว หน้าที่สำคัญรออยู่ (เหนื่อยแทน เว้นงานค่อยแบ๊บไปท่องเที่ยวนะ อิอิ)

    #342
    0
  7. #275 noochtyba (@noochty) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 19:48
    สนุกดีนะคะ แต่ต้องปรับปรุงภาษาให้มีความถูกต้องเพราะผิดหลายจุดอยู่ค่ะ
    #275
    0
  8. #158 pacharasaeten (@pacharasaeten) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 07:55
    นิยายดี๊ดี รักนักเขียนคนนี้ ติดตามทั้ง3เรื่องเลยค่ะ
    #158
    0
  9. #139 Nista0227 (@Nista0227) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 23:01
    สนุกมากๆๆๆ
    #139
    0
  10. #133 อำพล สิทธิราช (@tumza33) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 22:44

    ตั้งตารอเลยนะนิ


    #133
    0
  11. #132 Satanbig2544 (@Satanbig2544) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 22:42
    สนุกครับ
    #132
    0
  12. #131 Tumbabycorn (@Tumbabycorn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 22:33
    อดใจรอแทบไม่ไหว
    #131
    0