ปราการเทวะหวนคืน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 522,974 Views

  • 6,609 Comments

  • 6,075 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    119,197

    Overall
    522,974

ตอนที่ 69 : เงาศักดิ์สิทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10693
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1175 ครั้ง
    7 ม.ค. 62

ตอน......






         "ท่านหานกู่ท่านหมายความเช่นไรเหตุใดท่านอ๋องถึงให้สละบุตรชายของตระกูลเข้าร่วมฝึก หมายควาทเช่นไร "  ไม่เพียงผิงกั๋วกงที่ไท่อาจระงับความไม่เข้าใจเอาไว้ได้ เเม้เเต่เสนาบดีทั้งสองยังต้องกุมขมับสิ่งที่จวิ้นอ๋องต้องการคือบรรณาการมีชีวิตเช่นนั้นหรือ แล้วยังต้องเป็นสายเลือดของตระกูลที่มีอายุระหว่างสิบถึงสิบสี่ปี และคนเหล่านี้จะไม่มีตัวตนอีก นี่เป็นการบีบบังคับชนชั้นสูงให้อยู่ในกำมือเช่นนั้นหรือ เพราะคงมีหลายตระกูลที่ไม่อาจยอมรับการกระทำเช่นนี้ได้ 


          "บังอาจ !!   เจ้ากล้าคิดเช่นนั้นได้ยังไง ท่านอ๋องหาได้มีความคิดเช่นที่พวกเจ้าว่า หากพวกเจ้าสงสัยพวกเจ้าจงดูตัวอย่างของฮ่องเต้และชินอ๋อง  บุตรหลานของพวกเจ้าจะถูกฝึกฝนไม่ต่างจากฮ่องเต้และชินอ๋อง..." เพียงหานกู่กล่าวจบเหล่ากั๋วกงต่างเร่งคิดคำนวนและพวกเขาพบว่านี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ในเวลาเพียงหนึ่งปีฝ่าบาทมีระดับปราณสวรรค์ หากเป็นเช่นนั้นจริงนี้นับเป็นการโปรดของท่านอ๋องโดยแท้ 


           "นี่เป็นราชโองการหรือไม่ ?? " เหมยหย่าที่นิ่งฟังอยู่นานกล่าวขึ้นมา เพราะตอนนี้นับว่าความลับของจวิ้นอ๋องจะใช้ความสามารถตระกูลเร้นลับอย่างตระกูลเหมยหรือแม้เเต่ตระกูลเหิงยังไม่สามารถหาคำตอบได้ โดยเฉพาะข้ารับใช้ของท่านอ๋องที่ไปมาไร้ล่องรอยราวกับพวกเขาหายตัวได้ 



         "ไม่นับ !!  เเต่จะนับเป็นความภัคดี บุตรขุนนางขั้นหกไม่ว่าจะสายตรงหรือสายรองย่อมมีสิทธิ์ที่จะได้เข้าร่วม จงจำเอาไว้  " หานกู่กล่าวเพียงเท่านี้ก็เดินหนีไปโดยที่ไม่สนใจคนข้างหลังเลย พวกเขาต่างมองหน้ากันราวกับว่าคำพูดเมื่อครู่ไม่สลักสำคัญอันใด มันไม่ใช่ราชโองการนี่นา เพียงแสดงความภัคดี ความภัคดีเเรกที่จะเเสดงให้จวิ้นอ๋องได้เห็น 





         "ท่านปู่ เหตุใดท่านอ๋องถึงจะให้ลูกหลานของพวกเขาเข้าร่วมด้วย คงไม่หมายใจ...." 



        "เจ้าจะถามข้าอีกนานไหม พวกเขาจะถูกฝึกในฐานะขององครักษ์ ไม่เกี่ยวกับส่วนที่เจ้าเเละข้าจะรับผิดชอบ ท่านอ๋องคงไม่ปล่อยให้ราชวงศ์อ่อนแอลงไปอีกหรอกนะ อีกอย่างการที่ท่านอ๋องทำเช่นนี้นับเป็นการคุมกระดานหมากของฉีหลินให้เป็นหนึ่งเดียว  ว่าเเต่งานของเจ้าเถอะ ไปถึงไหนแล้ว การจะหาเด็กตามที่ต้องการไม่ง่ายเลย " สิ่งที่หานกู่กล่าวมาล้วนถูกต้อง แน่นอนว้าพวกเขาเหล่านี้จะถูกฝึกวิชายุทธ แต่เป็นวิชายุทธิของราชวงศ์ มีบ้างที่ดัดเเปลงมา แต่ถึงยังไงก็นับว่าเป็นสิ่งล้ำค่าอยู่ดี  แต่ผู้ที่จะต้องฝึกพลังปราณจักรพรรดิหยางนี่ซิ หายากนัก อย่างน้อยพวกเขาต้องมีธาตุปราณพื้นฐานเป็นพลังหยางเสียก่อน นั่นคือ พฤกษา อัคคี อัศนี  แสง 


          "อัคคีนั้นไม่ยากหรอกท่านปู่เเต่ธาตุพิเศษทั้งสามนี่ล่ะที่ข้าลำบากใจ กว่าจะหาได้ครบร้อยคน ข้าคงแก่ก่อนพอดี  " ถึงจะพูดจาเช่นนั้นแต่ต่อให้ผ่านไปอีกห้าร้อยหรือพันปีใบหน้าที่มีเลือดฝาดอมชมพูละเลื่อจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง 




           เเน่นอนเพียงข่าวที่ท่านอ๋องจะขอบรรณาการบุตรหลานของพวกเขาเพื่อเข้าร่วมการฝึกที่เหล่าขุนนางที่เฝ้าท้องพระโรงต่างผ่านตาผลลัพของการฝึกนั่นคือฮ่องเต้กับชินอ๋อง พวกเขาต่างเร่งส่งสารไปยังบุตรหลานที่มีวัยอยู่ในเกณฑ์ให้กลับเข้าฉีหลินในทันที จะเป็นพรรคหรือสำนักใดก็ไม่มีข้อยกเว้น


        ความวุ่นวายของเหล่าขุนนางนับว่ามีมากมายเพราะไม่เพียงบางตระกูลที่มีบุตรหลานไม่อยู่ในเกณฑ์พวกเขาก็พยายามเสาะหาบุตรนอกสมรส หรือแม้เเต่บุตรจากตระกูลสายรองเข้ามา นี้นับเป็นเหตุการณ์ที่ทำเอาหลายบ้านที่เก็บความลับเช่นนี้มานาน แต่ใครเล่าจะสนใจเพราะอย่างไรเสียมีมากย่อมมีโอกาส และมีที่ยื่นในจำนวนหนึ่งร้อยคนที่จวิ้นอ๋องต้องการ 





          "ชายาหลิว เจ้าดูมีความกังวล มีสิ่งใดไม่สบายใจหรือ " องค์หญิงน่าอวี๋ตรัสถามชายาทั้งสองของชินอ๋องที่มีใบหน้าคิดไม่ตก พวกนางทั้งสองล้วนเป็นสตรีที่เรียกได้ว่างดงามที่สุดในแผ่นดินและยังเกิดในตระกูลชั้นสูงไม่มีที่ติก็ว่าได้ แต่ถึงจะถูกส่งเข้ามาผ่านพิธีแต่งตั้งมาเเรมเดือน แต่เพียงชายอาภรณ์ของชินอ๋องพวกนางยังไม่เคยได้เห็นเลย แต่เรื่องนั้นมันไม่ได้ทำให้พวกนางเกิดความน้อยใจแต่อย่างใด เเต่มีเรื่องที่ทำให้พวกนางเกิดความคิดน้อยใจเล็กน้อยนั่นคือ 


         "ขออภัยเพค่ะ หม่อมฉันเพียงน้อยใจในวาสนาหากเกิดเป็นบุรุษคงสามารถร่ำเรียนวรยุทธและช่วยสู้ศึกกับศัตรูได้ แต่นี่ต้องมานั่งคอยให้คนอื่นปกป้อง หม่อมฉันรู้สึกว่ามันไร้ค่า " คำกล่าวของชายาหลิวนับว่าสร้างแรงโหมกระหน่ำให้แก่ไทเฮา รวมถึงองค์หญิงทั้งสองเสียจริงๆ เอาจริงๆพวกนางก็นับว่าเป็นผู้ที่มีพลังปราณสูงส่งแต่หากต่อสู้กันจริงๆพวกนางเองก็อาจพลาดได้โดยง่ายเพราะขาดประสบการณ์ ....



     หนึ่งวันต่อมา.....



        "เหตุใดเหิงกั๋วกงถึงต้องมานั่งกุมขมับอยู่เช่นนี้มีสิ่งใดรบกวนจิตใจท่านเช่นนั้นหรือ ราชกิจเองก็นับว่าไปได้ดี " หลิวกั๋วกงที่สังเกตุเห็นสีหน้าของเหิงกั๋วกงก็ให้เกิดความใคร่รู้ แต่แทนที่เขาจะตอบคำถาม แต่เขาเพียงยื่นม้วนฎีกาสีแดง ออกมาราวกับว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรที่จะเปิดอ่านเลย 

        "ฝ่ายในถวายฎีกาเรื่องอะไรกัน " แน่นอนว่าหลิวกั๋วกงย่อมรู้อยู่แล้วว่าฎีกาตรงหน้ามาจากที่ไหน แต่ก็ไม่ค่อยแปลกใจ เพราะไทเฮาอาจต้องการจัดงานเลี้ยงขุนนาง หรือเทศกาลอะไรสักอย่าง แต่เมื่อเปิดฎีกาก็ถึงกลับเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของสหายอย่างไม่อยากจะเชื่อ เหตุการณ์ซ้ำเดิมเกิดขึ้นกับเหล่ากั๋วกง หรือจะเรียกว่าผู้มีอำนาจในการบริหารราชกิจ   นี่นับเป็นประวัติศาสตร์ไม่เคยมีมาก่อนก็ได้ แผ่นดินที่บริหารงานโดยเหล่าขุนนางกลับสงบเรียบร้อยเช่นนี้ 


          " ฎีกาของไทเฮานับว่ามีความเหมาะสม และเรื่องนี้ต้องเป็นจวิ้นอ๋องเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสิน " การละเมิดกฎเกณฑ์ของฝ่ายใน เพื่อฝึกฝนนับว่าไม่ทีสตรีชั้นสูงที่ใดหาญกล้าที่จะกระทำ พวกนางมีหน้าที่อยู่เป็นเท้าคู่หลังคอยเดินตามทิศทางของบุรุษเท่านั้น 


         " ท่านไม่คิดว่ามันผิดกฎหรอกหรือ พระนางเป็นถึงไทเฮาเหตุใดถึงกล้าถวายฎีกาเช่นนี้ " ถึงจะสมเหตุสมผลเเละเป็นสิทธิ์โดยชอบทำ แต่การฝึกฝนของฝ่ายในเองต้องใช้ทรัพยากรไม่มากก็น้อย จะเอาสิ่งเหล่านี้จุลเจือสตรีที่อ่อนแอในการสู้รบนับว่าเสียเปล่า 


        "ตอนนี้ฉีหลินมีเพียงจวิ้นอ๋องที่จะบอกได้ว่าสมควรหรือไม่ กฎล้วนถูกก่อตั้งโดยบรรพชน และตอนนี้จวิ้นอ๋องมีอาวุโสสูงสุดย่อมมีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ก่อนที่ท่านอ๋องจะตัดสินพระทัยไม่ควรกล่าวสิ่งใดให้เกิดความแตกแยก " เสนาบดีเหิงนับว่าพูดจาได้อย่างถูกต้อง และสมเหตุสมผล อีกอย่างตระกูลเร้นลับเองไม่เคยติบุรุษหรือสตรี หากมีพรสวรรค์ล้วนสมควรส่งเสริม เพราะเหตุนี้เหิงลู่จงจึงไม่มีความคิดที่จะค้านความต้องการของไทเฮา เพราะดูท่าทีของจวิ้นอ๋องคงมีเรื่องราวบางอย่างที่ทำให้ท่านอ๋องเคลื่อนไหวเร็วเช่นนี้ แต่จะสืบเอาความก็คงไม่ง่ายเพราะไม่อยากเสี่ยงอันตราย 






         (ชายแดนฉีหลิน และเฟิงไหล)




          ป่ากว้างใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยพื้ชพรรณนานาชนิดทั้งมีประโยชน์และโทษขึ้นป่ะปนกันไป จวิ้นเต๋อที่ตอนนี้กำลังเก็บสมุนไพรต่างๆอย่างเบามือ ในมือของเขาตอนนี้ถือไว้ด้วยหญ้าโลหิตมังกรที่ขึ้นตามซอกหินตาผาเตี้ย ถึงจะบอกว่าผาเตี้ยแต่อย่างไรเสียมันก็สูงนับสิบเมตรทีเดียว 


        "คุ...ณ.ชาย....พวกข้า......มาถึงแล้ว......" จะเรียกว่าเด็กน้อยคงไม่ใช้ เพราะสภาพของพวกเขาทั้งเจ็ดตอนนี้ไม่ต่างจากลูกหมาตกท่อระบายน้ำก็ไม่ปาน ตลอดเวลาเจ็ดวันจวิ้นเต๋อเพียงเดินเล่นเก็บสมุนไพรนอกเขตแดนที่เป็นป่าเตี้ย สัตว์อสูรที่นี้ล้วนมีระดับต่ำแต่มันก็สามารถสังหารเด็กน้อยเหล่านี้ได้เพียงการหายใจลดต้นคอเท่านั้น แต่เพียงพวกมันคิดเท่านั้นเพราะพลังปราณของจวิ้นเต๋อนั้นแทบสยบเหล่าสัตว์อสูรเอาไว้ พวกมันไม่กล้าแม้เเต่จะออกหากินในเวลากลางคืนด้วยซ้ำ



           ขาเล็กๆที่ผ่านการเดินทางอย่างหนักทั้งปีนเนินเดินป่า ควาทเหนื่อยล้ามากมาย แต่สิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขาสามารถผ่านมันมาได้คือความศรัทธา ความเชื่อมั่นว่าคำพูดของผู้ช่วยชีวิตจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาจริงๆ 



         "คำที่สัญญาล้วนต้องเป็นสัญญา พวกเจ้าล้วนกำพร้าแต่เด็ก ข้าเข้าใจดีเพราะข้าก็นับว่ามีชะตากรรมไม่ต่างกันเท่าใดนัก การสูญเสียล้วนน่ากลัว พวกเจ้าล้วนสัมผัสมันมาแล้ว  ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปพวกเจ้าจะเป็นพี่น้องกัน ใช้แซ่ฮวง......ไล่ตามอักษร ยี(1) เอ้อร์(2) ซาน(3) ซือ(4) อู่(5) ลิ่ว(6) ชี(7)   ตามอายุของพวกเจ้าและจงเตรียมตัวให้พร้อมเพร่ะข้าจะมอบบางอย่างให้กับพวกเจ้า " 



     "   ขอบพระคุณ คุณชาย....." ทั้งเจ็ดถึงจะยังเป็นเด็กแต่พวกเขาก็ได้รับรู้ว่าคนผู้นี้คงไม่ใช่คนธรรมดา และที่สำคัญเป็นบุคคลที่อยู่เหนือผู้คนอย่างแท้จริง 

ฮวงยี(12ปี)

ฮวงเอ้อร์(11ปี)

ฮวงซาน(11ปี)

ฮวงซือ(10ปี)

ฮวงอู่(10ปี)

ฮวงลิ่ว(9ปี)

ฮวงชี(8ปี)


        เมื่อพวกเขาจัดการกับตัวเองเรียบร้อยแล้ว โดยที่ด้านหลังมีลำธารเล็กๆไหลผ่าน เสื้อผ้าชุดใหม่ที่น่าจะเป็นเสื้อผ้าที่มีราคาสูงกว่าสมบัติที่พวกเขามีมาทั้งชีวิตเสียอีก 



         จวิ้นเต๋อหยิบโอสถที่ไม่ควรมีขึ้นมา แต่วิธีที่จะได้มันมานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะมันถูกหลอมขึ้นมาจากโลหิตของกิเลนเพลิงสวรรค์ มันจะมอบสายเลือดกิเลนเพลิงสวรรค์ให้กับผู้ที่กลืนกินมัน นับเป็นโอสถต้องห้ามที่จวิ้นเต๋อไม่คิดจะใช้มัน

        "โอสถนี้จะมอบอนาคตให้พวกเจ้า แต่การที่จะได้พวกมันมาพวกเจ้าต้องแลกกับความทุกทรมาน และอีกอย่างพวกเจ้าจะไม่สามารถมีทายาทได้อีก นี้เป็นโอกาสสุดท้ายที่พวกเจ้าจะถอยได้เเล้ว เพราะหากหลังจากนี้ความผิดของพวกเจ้าจะนำมาซึ่งความตายเท่านั้น " สีหน้าหวาดกลัวของพวกเขามันถูกอ่านออกได้โดยง่าย สาเหตุที่จวิ้นเต๋อกล้าเดิมพันสิ่งนี้เพร่ะเนตรอ่านสวรรค์ล้วนถูกใช้กับทั้งเจ็ดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 


        ถึงจะเเสดงความหวาดกลัวแต่ก็ไม่มีใครยินยอมที่จะถอย พวกเขาต่างยื่นมือออกมาเพื่อรับเม็ดโอสถสีแดงเพลิง นับว่านี้เป็นทางเลือกที่ดี เพราะความจำกัดของโอสถนั้นยิ่งระดับปราณและอายุต่ำเท่าใด จะส่งผลให้เกิดผลสำเร็จมากเท่านั้น โอสถนี้จะไม่สามารถใช้ได้กัยผู้ที่ก้าวผ่านสิบสามหนาวไปแล้ว เพราะหากอายุมากการยอมรับของสายโลหิตและร่างกายจะต้านทานกันและยิ่งมีพลังปราณสูงยิ่งอันตรายและตกตายได้ทันที 


          เมื่อรับโอสถมาพวกเขาต่างทำตามคำเเนะนำของจวิ้นเต๋ออย่างเคร่งครัด มันอาจเป็นการโคจรลมปราณเป็นครั้งแรก และที่สำคัญนี่เป็นโอสถเม็ดเเรกในชีวิตของพวกเขาก็ว่าได้ และมันเป็นอีกข้อจำกัดของโอสถนี้เช่นกัน ด้วยเป็นเพียงเด็กกำพร้าทำให้ปราณธาตุของพวกเขาอาจไม่เเข็งแรงพอ เพราะฉะนั้นการที่พลังของสายเลือดจะกลืนพวกมันจนกลายเป็นธาตุตามสายเลือดนับว่าง่ายดาย 



         "อ๊ากกกดกกก......" เสียงกรีดร้องอันเเสนเจ็บปวดของเด็กๆมันบาดหูดังก้องไปทั่วบริเวณ มันราวกับว่าพงไพร่กำลังร่ำไห้ก็ว่าได้ จวิ้นเต๋อเขียนอักขระขึ้นมาเพื่อช่วยส่งเสริมการเคลื่อนตัวของสายเลือดจับสายเลือดชั้นต่ำและแทนที่มันด้วยสายเลือดที่สูงส่งกว่า 

        "หย่าหลิงออกมา ....." กิเลนเพลิงสวรรค์เมื่อปรากฏกายนางก็รู้ว่าต้องทำสิ่งใด กลิ่นไอของนางมันจะช่วยส่งเสริมให้เด็กเหล่านี้สามารถรักษาชีวิตน้อยๆของพวกเขาได้ ในเวลาเช่นนี้เสียงของจวิ้นเต๋อยังคงเอื้อนเอ่ยเคล็ดวิชาปราณจักรพรรดิหยาง พลังหยางพรหมจรรย์ที่จวิ้นเต๋อปลดปล่อยออกมามีตะบะกว่าหกหมื่นปี ทำให้บรรยากาศโดยรอบบิดเบี้ยวขึ้นมาทันที


            "เป็นเช่นนี้ไม่ไหวแน่ ......" ด้วยฤทธิ์ของโอสถนับว่ารุนเเรงกว่าที่คิด เพราะโลหิตของจวิ้นเต๋อนั้นคือโลหิตของเทพอสูรที่มีความบริสุทธิ์มากเพียงหยดเดียวก็ทรงพลังแล้ว     ตำหนักสวรรค์ถูกเปิดออกพร้อมกับการเคลื่อนย้ายทั้งเจ็ดเข้าไปในตำหนักสวรรค์ ตำหนักที่จวิ้นเต๋อใช้ถูกปกคลุมไปด้วยม่านอักขระทันทีเพราะกระบวนการเหล่านี้จะให้ผู้ใดพบเจอไม่ได้ 



         ที่จวิ้นเต๋อเลือกที่จะใช้ตำหนักสวรรค์ เพราะพลังปราณธรรมชาติที่มากมายเเละเขาสามารถชักนำมันได้โดยง่าย มันจะลอทอนความลำบากของพวกเขาได้ 





          " ฟู่ฟู่..........." เสียงผ่อนลมหายใจของจวิ้นเต๋อพร้อมกับเสียงที่เริ่มจะสงบลง พวกเขาพยายามที่จะประคองสติของตนเองเเละทำตามที่จวิ้นเต๋อเอ่ยนำ เป็นการเเสดงออกถึงความไม่ยอมแพ้ของพวกเขาถึงจะก่อเกิดมาจากโคลนตม แต่ตอนนี้พสกเขามีสายเลือดของเทพอสูรที่บริสุทธิ์กว่าเชื้อพระวงศ์เสียอีก แต่พลังสายเลือดของพวกเขาล้วนอยู่ในกำมือของเจ้าของสายเลือดเช่นจวิ้นเต๋อ 




         " ต่อไปพวกเจ้าจะถูกเรียกว่าเงาศักดิ์สิทธิ์แห่งตำหนักพยากรณ์ ตัวตนของพวกเจ้าจะไม่เปิดเผยจนกว่าจะได้รับอนุญาต " 









       
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.175K ครั้ง

44 ความคิดเห็น

  1. #5356 Pea Shinobi (@pupea67) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:17

    ชอบมากค่ะ
    #5356
    0
  2. #3791 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 11:29
    บุตรสร้างได้ง่าย ขอแค่เป็นจวิ๋นเต๋อ ถ้ามอบมาให้ร้อยเม็ด ก็จะยอมกินร้อบเม็ด
    #3791
    0
  3. #3537 wilainat27 (@wilainat27) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 20:57
    สร้าวบุตรด้วยวิธีนี้เอง 555 ช่างคิดมากทรยศไม่ได้แล่ว
    #3537
    0
  4. #3535 rheenlove (@rheenlove) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 20:38
    สุดยอดดด
    #3535
    0
  5. #3514 annaaa (@anna_anna) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 17:58

    รอออออออ
    #3514
    0
  6. #3513 ducky (@kittycat08) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 17:28
    ท่านอ๋องมีลูกเจ็ดคน ต้องไปตามหาสโนไวท์ 555
    #3513
    0
  7. #3512 kan (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 13:16

    ลูกทั้งเจ็ดของออกง่ายดี ไม่ต้อง รัยก่ะใคร จิ้นต่อไปท่านออ๋ง

    #3512
    0
  8. #3511 akeiso10 (@akeiso10) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 13:02

    ขอบคุณครับ
    #3511
    0
  9. #3510 pacharasaeten (@pacharasaeten) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 12:54
    เงา ทั้ง7 โครตเท่
    #3510
    0
  10. #3509 ning792528 (@vj792528) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 12:51

    เงาศักดิ์สิทธิ์แห่งตำหนักพยากรณ์ ได้เลือดท่านอ๋องโดยตรง อ้าวป้ายจะถูกเด็กทั้ง7ตามทันเร็วๆนี้ชัวร์

    #3509
    0
  11. #3508 TripleCute (@Chenjingjing) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 12:02

    ตอนนี้ชื่อ จวิ้นอ๋องกับองครักษ์เงาทั้งเจ็ดสินะ

    #3508
    0
  12. #3507 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 11:12

    เป็นองครักษ์เงาทั้ง 7 ที่มีสายโลหิตจากจวิ้นอ๋องเลยนะ

    #3507
    0
  13. #3506 River no off return (@rattyas) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 11:10
    ก้าวแรกของการกอบกู้ตำหนักขึ้นใหม่สินะ
    #3506
    0
  14. #3504 สุภาณี (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 10:31

    สนุกมาก ขอบคุณค่ะ

    #3504
    0
  15. #3502 ammara2533 (@ammara2533) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 09:41
    รออออคร่าสู้ๆ
    #3502
    0
  16. #3501 Lukiris Tink (@kimchi9) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 09:35
    มีเงาเป็นคนตัวเองแล้ววววว
    #3501
    0
  17. #3500 พาจ (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 09:05

    คุณปู่มีทายาทแล้วโว้ยยยยย

    #3500
    0
  18. #3499 banyenmoo (@banyenmoo) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 09:01
    สนุกๆๆๆๆๆ ค่ะ
    #3499
    0
  19. #3498 Nista0227 (@Nista0227) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 08:45
    สุดยอดเลย
    #3498
    0
  20. #3495 oayza555yoo (@oayza555yoo) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 08:32
    รอค่าาาาาา
    #3495
    0
  21. #3494 Cartoon_Crazy (@lookwahh) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 08:16
    สนุกๆๆๆ รอต่อไปค่ะ เมื่อไหร่จะได้โชว์เทพอีกหนอ
    #3494
    0
  22. #3493 samby (@samby) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 07:57

    รรอค่าาาาาาาา

    #3493
    0
  23. #3492 นามข้าว่าพ่นไฟ (@guidchue) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 07:53
    สนุกมากกก
    #3492
    0
  24. #3491 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 07:47

    เอาอีกกกกกกกกกกก

    #3491
    0
  25. #3490 Pai-ll2 (@Pai-ll2) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 07:46

    รอนะครับ

    #3490
    0