ปราการเทวะหวนคืน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 501,226 Views

  • 6,537 Comments

  • 5,872 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    97,449

    Overall
    501,226

ตอนที่ 45 : หนอนในอาจม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11517
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1169 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61

ตอน.....







      กองกำลังลับของราชวงศ์เดินทางออกไปได้ไม่นานเหล่าขุมอำนาจต่างๆที่จ้องรอเวลาอยู่เริ่มปรากฏตัวและติดตามพวกเขาไปอน่างห่างๆ เพราะคงไม่มีใครกล้าเจ้าไปขวางทางพวกเขาแน่นอน การเดินทางของพวกเขามีจุดหมายเดียวกันคือทุ่งหญ้าที่เชิงเขาซานกู่ มันเป็นลานโล่งขนาดใหญ่ไร้สิ่งปกป้อง  ใช่เวลากว่าสองชั่วยามกองกำลังก็เริ่มเข้าสู่จุดเป้าหมายภาพของซากศพที่แปรเปลี่ยนไปเป็นต้นไม้ขนาดเล็กออกดอกสีเทาหม่นหมอง ส่งกลิ่นอายแห่งความตายออกมาเบาบาง และพลังปราณความมืดที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจนทำให้เหล่าทหารที่มีระดับไม่ต่ำกว่าระดับสวรรค์เริ่มที่จะเเสดงอาก่รอึดอัดออกมา แต่อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นหน่วนลับที่ได้รัยการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีทำให้ไม่เสียเวลามากนัก เพราะทุกคนพยายามที่จะฝ่ามันเข้าไปให้จงได้ แต่เมื่อพวกเขาหลุดออกมาจาดชายป่าจนถึงทุหญ้าฝีเท้าของพวกเขาหยุดลงทันทีโดยที่ไม่ได้มีคำสั่งหรือนัดเเนะให้หยุดเดิน แต่มันเป็นภาพของดงซากศพที่คล้ายกำลังยืนรอความช่วยเหลือ เเต่เมื่อมองดีๆพวกมันเป็นเพียงต้นของบุปผาซากศพเท่านั้น ภาพตรงหน้าสร้างความสะเทือนใจให้แก่คนพบเห็นไม่น้อย ไม่คิดว่าหม่บ้านรอบนอกที่มีคนนับหมื่นอาศัยอยู่จะมารวมกันอยู่ที่นี้ และกลับกลายเป็นปติมากรรมสะเทือนขวัญผู้คนเช่นนี้ 



         "นี่!!!  มันเกิดอะไรขึ้น ใช่ว่าเป็นเพียงการระบาดของบุปผาซากศพเท่านั้นมิใช่หรือ แต่นี้มันเป็นทุ่งบุปผาซากศพชัดๆ อย่าว่าแต่จะขอเก็บเพียงหนึ่งดอกเลย สักร้อยดอกก็ไม่ได้ทำให้จำนวนมันลดลงเลย " เสียงของเจ้าเมืองหลี่ถังเอ่ยขึ้นมาอย่างแปลกใจและอดที่จะหวาดกลัวมิได้เพราะหากนับกันจริงๆประชาชนของเมืองหลี่ถังกว่าครึ่งได้ตกตายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 


           สีหน้าของเหล่าผู้นำกองกำลังเองก็ต่างแสดงความแปลกใจ เพราะสิ่งที่พวกเขาพยเจอย่อมไม่เคยมีรายงานมาก่อน การที่จะพบเจอบุปผาซากศพนั้นยากมากเพราะมันต้องใช้พื้นที่ที่มีพลังหยินมากกว่าพลังหยาง และใช้เนื้อหนังของมนุษย์หรือแม้เเต่สัตว์อสูรในการเติบโต แต่ตรงหน้าพวกเขาดูท่าพวกมันจะสมบูรณ์จนน่ากลัว เพราะเป็นไปได้ว่าที่มันสามารถสมบูรณ์ได้ขนาดนี้อาจเป็นเพราะสัตว์เทพที่ปรากฏตัวที่นี้ก็เป็นได้ 


         " ท่านอ๋อง ข้าน้อยคิดว่าเราควรหาลือกับฝ่าบาทอีกสักครา เกรงว่าที่นี้จะไม่ธรรมดาสามัญอักต่อไป เพราะความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเช่นนี้มันบ่งบอกถึงความเเข็งแกร่งของสิ่งที่ส่งเสริมพวกมัน " แม่ทัพปี้หยากล่าวแสดงความเห็นเพราะเขานับว่าเป็นผู้ที่เจนจัดในสนามรบ แต่สิ่งที่เขากำลังจะพากองกำลังของเขาเข้าเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ในเมื่อมันเป็นกิเลนดำ มันต้องมีผบกับบุปผาซากศพอย่างแน่นอน 


         "หุบปากของเจ้าซะปี้หยา หากเจ้ามิเต็มใจก็กลับไปเสีย อย่าได้ทำให้เกียรติของหน่วยลับขนอัคคีจองข้าต้องมัวหมอง จะมีสิ่งใดน่าหวั่นไปกว่ากองกำลังขพวกเรา ดูเหล่าทหารกล้าของข้าเสียก่อน เลิกปอดเเหกซะที" ถ่อยคำบริภาทที่ดูจะรุนแรงไม่น้อยต่อเเม่ทัพที่มีชื่อเสียงเช่นแม่ทัพปี้ แต่มันก็ไม่ได้สร้างความโกรธเคืองให้เจ้าตัวแม้แต่น้อย เพราะอารมณ์ของเขาตอนนี้กำลังหวงใยเหล่าทหารที่เขาฝึกมากับมือเอง



          "องค์ชายข้าว่าเรื่องนี้ดูท่าท่านแม่ทัพปี้จะไม่เห็นด้วยกับท่านอ๋องนะขอรับ เพราะดูท่านอ๋องจะกริ้วไม่น้อยเลยที่ถูกทัดทาน แถมยังกล่าววาจาเช่นนั้นกับแม่ทัพปี้หยาอีก " ถังหลี่กล่าวเสียงเบากับนายตน ความจริงฐานะของเขาเป็นพี่น้องกัน เพราะพระมารดาขององค์ชายสี่คือป้าแท้ๆของเขา เพราะฉะนั้นองค์ชายสี่จึงมีส่วนในเมืองหลี่ถังกว่าครึ่งทีเดียว




         "ข้าเองก็มีความคิดเห็นเช่นเดียวกับแม่ทัพปี้ถังหลี่ แต่ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินพระทัยของเสด็จอา เจ้าลองดูตรงหน้าซิ เจ้าเคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อนหรือไม่ " เป็นองค์ชายสี่ที่เอ่ยขึ้นมา เพราะภาพต่อหน้าของพวกเขาตอนนี้ไม่เคยปรากฏที่ใดมาก่อนอย่างแน่นอน 







          ภายนอกว่าน่าพิศวงแล้วแต่ภายในกึ่งกลางของทุ่งหญ้าปรากฏร่างของกิเลนดำขนาดใหญ่ที่กำลังนอนทับเหล่าบุปผาซากศพและปลดปล่อยพลังความมืดที่แข็งแกร่งสุดหยั่งออกมาเป็นระยะทุกครั้งที่มันหายใจ กิเลนดำนั้นมีร่างจำเเลง แต่มันก็เลือกที่จะเเสดงร่างอัตลักษณ์ที่แสดงถึงพลังอำนาจมากกว่าหากไม่มีความจำเป็นไม่มีทางที่มันจะใช้ร่างจำแลง 



          ดวงตาสีดำรัตติกาลค่อยๆเผยขึ้นมา เมื่อมันรับรู้ถึงเหยื่อที่กำลังย่างกายเข้ามาเป็นหนึ่งในเเหล่งปลูกสิ่งที่มันต้องการ แม้บุปผาซากศพจะไม่ได้ส่งเสริมพลังปราณให้แก่มันมากนัก แต่มันก็ยังดีกว่าไม่ทำสิ่งใดเลย และอีกอย่างมันกำลังเปลี่ยนแปลงดินแดนแถบนี้อย่างช้าๆและสิ่งที่ต้องใช้เป็นพลังงานย่อมเป็นบุปผาซากศพ เหล่าต่อมรณะเองก็เช่นกันเมื่อมีแหล่งอาหารที่มากขึ้น พวกมันก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ เมื่อมีผู้บุกรุกเข้ามาเป็นธรรมดาที่เหล่าต่อมรณะตื่นตัว พวกมันเป็นสัตว์อสูรที่หาพบได้ยากมีเพียงคนส่วนน้อยที่เคยเห็นมันดังนั้นเหล่าหน่วยลับขนอัคคีที่สังเกตุเห็นเลยไม่ได้มีความตื่นกลัวเท่าใดนัก แต่เมื่อย่างก้าวเข้ามาในระยะโจมตีของมันมันก็ไม่รีรอ มันฝังเหล็กในลงบนร่างของศัตรูทันที


          "อ๊ากกกกกกก!!! คอข้า..อั๊กกกกก!!" โลหิตสี่ม่วงคล้ำกระเซ็นออกมาตามแรงกระอั้กโลหิตของนายทหารโชคร้ายทันที ขนอัคคีที่พวกเขาเเสนภาคภูมิใจกำลังเปลี่ยนเป็นสีดำ เพราะตอนนี้มันมีระดับต่ำจนไม่อาจต้านพลังปราณธาตุมืดที่รุนแรงในเขตนี้ได้ ทำให้พลังของมันถูกกลืนไปจนหมดสิ้น


        "ระวังตัวด้วย มันคือตัวต่อมรณะ บ้าจริงๆมีพวกมันอยู่ที่นี้ได้ยังไง .." เสียงสบถอย่างเป็นกังวลของเเม่ทัพปี้หยาดังขึ้น จากประสบการณ์ที่มีมากมายทำให้เขารับรู้ได้เพียงครั้งเดียว พิษเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะมันไม่จำกัดพลังปราณ


       เหล่าทหารหน่วยลับของราชวงศ์ต่างเร่งเล้าพลังปราณของตนเพื่อมาห่อหุ่มร่างกายของตนเองไว้ แต่มันก็สร้างปัญหาอย่างมาก หากเกิดการต่อสู้พวกเขาจะไม่สามารถคงม่านปราณที่ป้องกันตนเองไว้ได้


        "บุกเข้าไป ไล่เหยื่อของข้าออกมาให้ได้ .." เสียงกู่ร้องเป็นสัญญาณให้เหล่าทหารในสังกัดบุกเข้าโจมตีทันที เเต่เพียงไม่นานทหารนับร้อยก็ต้องสังเวยชีวิต เพราะมีบางช่วงบางตอนที่พวกเขาเผลอเร่งพลังเพื่อเตรียมพร้อมการโจมตี เหล่าต่อมรณะที่รอคอยโอกาสไม่รอช้า พวกมันเพิ่มปุ๋ยให้กับสวนดอกไม้ของพวกมันต่อทันที 




           กิเลนดำที่เหยียดกายหยัดยืนพร้อมกับการกระทืบเท้าเพียงครั้งเดียว ก่อให้เกิดคลื่นพลังปราณทมิฬเป็นระลอกแผ่รัศมีออกไปโดยรอบ เพียงรัศมีเท่านี้ก็ทำให้พู่ห้อยขนอัคคีเปลี่ยนแปลงเป็นสีดำทั้งหมดทันที บางอันที่มีระดับต่ำมากถึงกลับสลายหายไปในทันที ขวัญและกำลังใจของทหารต่างดิ่งลึกลงสู่ห่วงเหวในทันทีเพราะไม่เคยพยเจอพลังปราณธาตุมืดที่รุนเเรงและเเข็งแกร่งเท่านี้มาก่อน แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ทำสิ่งใด ร่างนับร้อยของเหล่าผู้มีพลังปราณระดับสวรรค์ก็ขาดสะบั้นออกเป็นสองส่วนพร้อมกับเงาดำที่พาดผ่านเพียงชั่วลมหายใจเท่านั้นกลิ่นคาสโลหิตคล่ะคลุ้งไปทั่วบริเวณสร้างสรรค์ให้พื้นที่เหล่านี้มีชีวิตขึ้นมาอีกคราหลังจากที่มันสงบอยู่นาน เหล่าต่อมรณะนับหมื่นตอนกำลังตื่นตัวอย่างเต็มที่ พวกมันมุ่งหน้าโจมตีราวกับว่าได้รับคำสั่ง เพราะทิศทางและลักษณะการโจมตีนั้นมีแบบแผน



          แม่ทัพปี้หยาเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เร่งพลังปราณของตนออกมาจนถึงขีดสุด ปี้หยามีธาตุปราณเป็นธาตุอัคคี วิชาปราณของเขาคือภูษาอัคคี มันเป็นวิชาสายป้องกันมากกว่าโจมตี แต่ด้วยความอัจฉริยะของปี้หยาเองทำให้ดัดแปลงให้มันสามารถใช้เป็นทวงท่าในการโจมตีได้ ทวนอัคคีที่มีความยาวกว่าสามเมตร ตวัดเพียงครั้งก็ให้เกิดม่านอัคคีขึ้นมาหนึ่งสาย แต่เมื่อสะบัดติดต่อกัยหลายครั้งมันกลายเป็นม่านอัคคีที่ทรงพลังและมันไม่ได้หยุดนิ่งมันเคลื่อนตัวเข้าหาศัตรูอย่างรวดเร็วเช่นกัน 


        ต่อมรณะถึงพิษของพวกมันจะร้ายแรงแต่ก็ไม่อาจฝ่าเปลวเพลิงมาได้ ทำให้พวกมันตกตายไปเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดความวางใจของเหล่าทหารมากขึ้น เสียงโห่ร้ยินดีของพวกเขาดังขึ้นแต่มันก็เพียงไม่นานเท่านั้นเพราะม่านอัคคีสะลายไปเพียงสัมผัสกับพลังปราณบางอย่างมันถูกฉีกกระชากราวกับปุยนุ่น


         "บ้าจริงมันไม่ใช่ระดับราชาสวรรค์ อย่างน้อยก็ต้องระดับจักรพรรดิสวรรค์...  " เสียงของแม่ทัพปี้หยายืนยันเป้าหมายข้างหน้าไว้อย่างแม่นยำถึงความจริงมันจะเเสนเจ็บปวด แต่ก็ไม่อาจบดบังหนทางรอดของลูกน้องได้




        "จักรพรรดิสวรรค์แล้วอย่างไร พวกเรามีจำนวนที่มากกว่ามาก บุกเข้าไปลากมันออกมาให้จงได้ " เสียงสั่งการโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใดของเฟิงไหลเทียนอี้ ทำเอาแม่ทัพชำนาญศึกอย่างปี้หยาแปลกใจ เพราะมันไม่ใช่เรื่องตลกเลย หากมันมีระดับราชาสวรรค์นับว่าพอมีทางที่จะชนะอยู่บ้าง แต่เมื่อเป็นระดับจักรพรรดิสวรรค์แล้วเกรงว่าจะทิ้งชีวิตของหน่วยขนอัคคีไว้ที่นี้ทั้งหมดเป็นแน่ 



          อ๊ากกกก!!!!!   เสียงกู่ร้องที่ดังลอดผ่านสายลมมา ทำให้เหล่าผู้ที่แอบติดตามมาถึงกลับสะดุ้งและระวังตนเองมากขึ้น แต่แปลกที่ไม่มีใครหวนกลับ พวกเขาต่างมุ่งมั่นที่ตะเดินทางตอไปให้ถึงจุดหมาย ระหว่างทางก็มีบุปผาซากศพให้ได้เก็บเกี่ยวบ้าง แต่กลุ่มขุมอำนาจเหล่านี้ก็ยังมุ่งหน้าติดตามไปอย่างกระชั้นชิดเพราะเกรงจะคาดกัน 




        ฝุ่นพงอุตลุดที่ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณทุ่งหญ้าทำมห้การมองเห็นของพวกหน่วยลับขนอัคคีลดลงอย่างมาก สัตว์เทพกิเลนดำไม่เพียงมีระดับพลังที่สูงส่ง เพราะปัญญาในการหลอกล่อศัตรูของมันไม่ต่างจากผู้ที่ผ่านโลกมาอย่างมากมายเลยทีเดียว ตั่งแต่บุกเข้าโจมตีเขาเสียทหารกล้าไปมากกว่าห้าร้อยนายแล้ว และไม่มีใครสามารถมองเห็นตัวตนของมันได้เลยมีเพียงเงาดำที่พาดผ่านและตัดแบ่งร่างกายอย่างสยดสยองเท่านั้นเอง 




        สีหน้าของเฟิงไหลเทียนอี้ตอนนี้นับว่าย่ำแย่นักเพราะเขาเสียคนของเขามากกว่าครึ่งในเวลาเพียงไม่ถึงชั่วยาม และดูเอาเถิดเเม้แต่เกล็ดกิเลนเขายังไม่ได้เห็นเลยมีเพียงเสียงจากทหารผู้เคราะห์ร้ายที่ทำให้เขารู้ว่ามีมันอยู่จริงๆ   ในตอนนั้นเองที่มันตัดสินใจหยิบลูกเเก้วธาตุสายฟ้าออกมา ลูกแก้วสีเหลืองทองที่มีธาตุสายฟ้าวิ่งอยู่รอบๆ 


        "เปิดค่ายกล....." เพียงสิ้นคำกล่าวของอ๋องเทียนอี้ กระเเสปราณสายฟ้าก็กระจายตัวออกไปโดยรอบ มันสามารถทำให้ฝุ่นผง และบุปผาซากศพสะลายไปได้แทบจะทันที ทำให้ภาพตรงหน้าตอนนี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ไม่มีเสียงเอื้อนเอ่ยมดๆหลุดออกมาจากเฟิงไหลเทียนอี้ เพราะร่างของกิเลนดำที่กำลังยื่นอยู่ไม่ห่างไกลนัก ขยัยเพียงแค่ส่วนหางที่เป็นแส้ยาวเท่านั้นแต่ก็สามารถสังหารกองกำลังได้มากกว่าครึ่ง สายตาที่มันมองมายังกลุ่มคนเหล่านี้คล้ายกับกำลังมองอาจมที่ไม่น่าใส่ใจไม่มีความโกรธแค้น ไม่มีความสนใจเป็นพิเศษ 



          "เพียงของเล่นเท่านี้คิดจะสังหารมารดาผู้นี้นับว่าอาจหาญนักสายโลหิตที่ต่อยต่ำเช่นเจ้าหาญกล้าท้าทายข้าผู้นี้ ช่างไม่รู้จักประมานตนเอาเสียเลย " เพียงสัตว์เทพตรงหน้าสามารถพูดคุยโต้ตอบได้ก็สร้างความกดดันได้มากพออยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นสิ้นที่เกิดขึ้นตรงหน้าขนทั่วทั้งตัวของพวกเขาลุกชันอย่างลืมตัว ร่างของกิเลนดำขนาดใหญ์กำลังย่อขนาดเเละเปลี่ยนแปลงเป็นร่างของสตรีเพียงผู้หนึ่ง ดวงตาของนางสีดำคลับ เกศาถูกมัดรวมไว้ด้านหลังอย่างเรียบง่าย ใบหน้าสีขาวซีดที่ตัดกับโครงหน้าหรือดวงตาที่กลมโต




         "มนุษย์ช่างน่ารังเกียจกว่าที่ข้าคิดไว้จริงๆ พวกเจ้าคิดจริงๆนะหรือว่าพวกเจ้าเเข็งแกร่งที่สุด น่าขันนัก พวกเจ้าก็ไม่ต่างจากหนอนที่ก้นบ่ออาจมเท่านั้น ไม่เคยที่จะปีนขึ้นไปถึงปากบ่อได้ " ท่วงท่าจริยาของสตรีตรงหน้าช่างชวนมอง แต่วาจาที่นางพูดดูถูกเหล่ามนุษย์ว่าเเน่นอนพวกเขาย่อมไม่เคยได้ยินมาก่อน มันเป็นคำพูดที่รุนแรงจริงๆ เปรียบเทียบพวกเขาเป็นหนอนในส้วมเช่นนี้ทันจะมากเกินไปแล้ว


        "ลูกหลานของเฟิงเซียว นางแพศยานั้นไข่ทิ้งไว้ที่ดินแดนที่ต่ำตมเช่นนี้ ช่างไม่สมกับท่าทางสูงส่งของนางเสียจริง ๆ " เฟิงเซียวคือเทพอสูรวิหคอัคคีนางเป็นต้นกำเนิด  ราชวงศ์เฟิงไหล ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าตัวตนเหล่านี้เลือนหายไปที่ใด 



          "เจ้า!!!!!  .....  "  อาจเป็นคราเเรกที่เฟิงไหลเทียนอี้ถูกด่าว่าต่ำตม และรู้สึกเสียหน้าเช่นนี้ ทำให้เขาโกรธเป็นอย่างมาก และไม่อาตใช้ปัญญาให้อยู่เหนือโทสะได้  


        "ฆ่ามันนนนน......" เหล่าทหารที่ดาหน้าเข้าไป พวกเขาไม่มั่นใจว่าจะสามารถชนะสิ่งที่พวกเขาเคยเห็นเป็นครั้งแรกได้ แต้ก็ไม่อาจขัดรับสั่งของเฟิงไหลเทียนอี้ได้ เพราะยังไงเสียโทษที่จะได้รับก็คือความตายเท่านั้น




         เหล่ากองกำลังที่ถูกฝึกมาตลอดหลายปี มาวันนี้พวกเขาราวกับเเมลงเม่าที่กำลังบินเข้ากองเพลิงที่ลุกท้วมท้องนภา พลังคลื่นปราณที่ดำทมิฬที่ลุกโชนขึ้นมาจนทิงเห็นเปลวเพลิงสีน้ำเงิน  เปลวเพลิงที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นหาใช้เปลวเพลิงหยาง แต่เป็นเปลวเพลิงหยินที่หาได้ยาก กิเลนดำนั้นมีธาตุกำเนิดที่เเตกต่างผ่าเหล่าออกไปจากเผ่าพันธุ์ทั้งหมดทำให้ไม่เป็นที่ต้อนรับของเผ่าพันธุ์เท่าใด และยังเป็นผู้ครอบครองเปลวเพลิงอันดับหนึ่งเปลวเพลิงสีน้ำเงินอีกด้วย 



          "อ๊ากๆๆๆๆๆๆๆ    " เงาร่างของหน่วยลับที่กำลังมะลายหายไปเพราะพวกเขาถูกเผาผลาญจนไม่หลงเหลือแม้กระทั้งเถ้ากระดูกภาพตรงหน้ามันเป็นการปลุกให้เหล่าผู้คนที่พึ่งมาถึงได้มองเห็นความสิ้นหวังและความโหดเหี้ยมที่สุดเท่าที่เคยพบเห็นมา แน่นอนว่ามีเพียงคนส่วนน้อยที่รับรู้ถึงตัวตนของสัตว์อสูรที่อยู่เหนือระดับจักรพรรดิ์สวรรค์ เพราะเทพอสูรเหล่านี้หาได้อยู่ในดินแดนก้นบ่อเช่นนี้ไม่ 





        "เพลิงหยิน สวรรค์ข้าไม่คิดเลยว่าตลอดชีวิตของข้าจะได้เห็นมัน " แววตาของความหวาดกลัวไม่ได้ฉายชัดบนใบหน้าของเดม่ทัพปี้เฉกเช่นกับทุกๆคน แต่ที่เขามีสีหน้าเช่นนี้ใช่มีกำลังใจที่จะรอดชีวิต แต่มันนับเป็นเกียรติที่ได้ตกตายภายใต้เปลวเพลิงที่สูงส่งเช่นนี้ มันอาจทำให้เขารู้สึกร้อยรนเป็นคราเเรกในรอบพันปีก็ได้ 





         ปัง!!!!!!!!     พลังระดับจักรพรรดิ์สวรรค์ขั้นกลางของเฟิงไหลเทียนอี้หาได้ส่งผลกระทบต่อสตรีที่หันมองแม้แต่น้อย เพียงม่านพลังปราณสีดำที่มีเพลิงสีน้ำเงินลุกท้วมบางๆ ก็สามารถต้ายทานกระบี่ขนอัคคียุทธภัณฑ์ระดับนภาขั้นสูงได้อย่างไม่สะทกสะท้าน มีเพียงตัวกระบี่เองที่เริ่มปริแตก แต่ก่อนที่มันจะสะท้อนพลังกลับ ก็ปรากฏม่านปราณอัคคีขึ้นมาป้องกัน เป็นใครไปไม่ได้นอกจากปี้หยา ถึงจะไม่สามารถรัยเเรงกระเเทกได้ทั้งหมด แค่มันก็ลดทอนความรุนแรงได้มากทีเดียว


         "ภูษาอัคคี นับว่ามีความสามารถอยู่มาก นางเเพศยาเฟิงเซียว ทิ้งวิชาพื้นฐานของอาภรณ์เทพอัคคีไว้ที่นี้นางคงหวังให้สายเลือดชั้นต่ำของนางมีความสามารถมากพอหยัดยืนต่อหน้าทุกคนได้   " วิชาปราณภูษาอัคคีนั้นแน่น่อนว่าเป็นที่รู้จักในฐานะของตระกูลปี้ เพราะตระกูลปี้รับใช้ราชวงศ์มาช้านาน ไม่แปลกที่พวกเขาจะได้รับสิ่งตอบแทน แต่นอกเหนือหรือขั้นที่สูงไปกว่านั้นเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันคือวิชาใด และยิ่งมึนงงเมื่อได้ยินชื่อวิชาปราณที่อาจเป็นขั้นสมบูรณ์ของตระกูลทำให้ปี้หยารู้สึกตื่นเต้น แต่มันก็เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะอย่างไรเสียคงไม่อาจรอดชีวิตไปได้แล้ว 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.169K ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #3781 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 21:14

    กิเลนดำนี่ปฏิปักษ์กับจวิ๋นอ๋องไหม
    #3781
    0
  2. #2985 Konrawat (@Konrawat) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 09:14
    ตัวร้ายแน่นอน555
    #2985
    0
  3. #2130 Mlj (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 13:21

    ค้าง​ อัพอีกเถอะไรท์


    #2130
    0
  4. #2104 Nista0227 (@Nista0227) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 12:18
    อ้ากกกก...กำลังมันเลย
    #2104
    0
  5. #2103 Lov3 Me :) (@yui068640062) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 12:10

    ขอบคุณค่ะ สนุกมากๆ
    #2103
    0
  6. #2101 annaaa (@anna_anna) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 11:55

    ค้างงงงงงง ขออีกเยอะเถอะนะ
    #2101
    0
  7. #2100 VKK42 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 11:44

    เทียนอี้....เจ้ากบในกะลาน้อย
    #2100
    0
  8. #2099 Moonching (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 11:19

    แล้วใครจะมาปราบนางละเนี่ย

    #2099
    0
  9. #2098 SuSaya (@yusay) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 11:19
    ท่านอ๋องรอโผล่ตอนตายใกล้หมด
    #2098
    0
  10. #2097 sky90999 (@sky90999) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 11:16
    ค้างงงงงงง ขออีกๆๆ
    #2097
    0
  11. #2096 แสงสุรย (@0612549913) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 11:12

    จวิ้นเต๋ออย่าช่วย-ท่านอ๋องคนนี้ให้มันตายไปเลย
    #2096
    0
  12. #2095 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 11:10

    เฮ้อ มีนายแบบนี้ซวยจริง ๆ

    #2095
    0
  13. #2094 ning792528 (@vj792528) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 10:56

    อา.....ค้าง นางเก่งมากไปอยู่ตำหนักของท่านอ๋องศักดิ์สิทธิ์เถอะ จะได้มีกิเลนเก่งๆ ถึง 3 ตน

    #2094
    0
  14. #2093 fonnzosh (@osh_namfon_pcy) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 10:49
    ท่านอ๋องมาได้แล่วววววว
    #2093
    0
  15. #2092 banyenmoo (@banyenmoo) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 10:48
    ค้างๆๆๆๆๆ....รอ....
    #2092
    0
  16. #2090 honeybee102 (@honeybee102) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 10:34
    ขออีกๆๆๆ
    #2090
    0
  17. วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 10:34
    ค้างสุดๆ ของอีก3ตอนนนนน
    #2089
    0
  18. #2087 Leafre Ennuy (@mini-liang) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 10:30

    ค้างเจ้าค่ะ ท่านไรท์เตอร์
    #2087
    0
  19. #2086 Pleumpi (@Pleumpi) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 10:24

    ขออีกก
    #2086
    0
  20. #2085 พิ๊ถิง ติ๊งต๊อง (@ting_ja) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 10:24
    คิดผิดจริงๆที่เข้ามาอ่าน

    ฮืออออ

    ขออีก 2 ตอนค่ะไรท์ ค้างมากกกกก
    #2085
    0
  21. #2084 Zensiki HazenTech (@TunvaJunyongyod) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 10:21
    บทหาย 5555
    #2084
    0
  22. วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 10:19

    ค้างงงงงงอ่ารอรอค่ะ
    #2083
    0
  23. #2082 Takamina Yuko (@bungtcc) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 10:15

    ท่านอ๋อง เมื่อไรจะมา
    #2082
    0
  24. #2081 toooootooooo2 (@toooootooooo2) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 10:09

    อ้าวนึกว่าอ่านคนแรก

    #2081
    0
  25. วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 09:59
    ท่านอ๋องมาเถอะ

    มาเอากิเลนดำไปเป็นพวกกกกกกก
    #2080
    0