ปราการเทวะหวนคืน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 519,114 Views

  • 6,594 Comments

  • 6,052 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    115,337

    Overall
    519,114

ตอนที่ 4 : มังกรน้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16922
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1375 ครั้ง
    5 พ.ย. 61

ตอน...มังกรน้อย





          ความไม่พอใจแสดงออกอย่างชัดเจนต่อหน้าคนที่กล้ากล่าววาจาเช่นนี้ออกมาตอนนี้หากตนเองและเจ้านายมิได้รับบาดเจ็บต้องพิษมีหรือจะเเบกหน้ามาขอร้องพวกมือถือสากปากถือศีลเช่นนี้ อารามหยงชิงแท้จริงแล้วมิใช่สถานที่ที่บริสุทธิ์ผุดผ่องเเละเที่ยงธรรม พวกเขาทำตัวส่งราวกับเป็นเชื้อพระวงศ์ หรือดูจะมากกว่าเชื้อพระวงศ์ด้วยซ้ำไป 


        แต่สถานการณ์ในตอนนี้นับว่าควรล่ะทิ้งศักดิ์ศรีเอาไว้ก่อนรอให้เหล่าองครักษ์เดินทางมาสมทบก่อนเถอะจะได้รู้ว่าแท้จริงพวกเขากำลังยืนต่อหน้าผู้ใดกันแน่ แต่หลางกงกงก็ต้องนิ่งคิดเพราะกลิ่นที่เขาได้กลิ่นนั้นเป็นกลิ่นของบุปผาหลากหลายชนิด และดูจะเด่นชัดจนเขาเกือบเผลอเงยหน้าขึ้นมองมันเป็นกลิ่นของเหมยหิมะที่ขึ้นอยู่เพียงเขาเป่ยหู่เท่านั้น แต่ยังไม่ทันที่มันจักได้เงยหน้ามองเสียงร้องโหยหวนจากด้านหลังก็ดังขึ้น 


        ภาพด้านบนนั้นตอนนี้บุรุษหน้าหยกผู้ที่กำลังรวบรวมพลังลมปราณถ่ายเทมันลงไปยังผืนดินความสามารถในการรับรู้ผ่านเหล่าพฤกษาทำให้อ๋องจวิ้นเต๋อแทบมิต้องลงเเรงเลยแม้แต่น้อย พลังระดับผู้นิราศเพียงกระดิกนิ้วเพียงหนึ่งครั้งก็ปลิดชีพราชาสวรรค์ได้โดยง่าย กลีบดอกไม่ที่ร่วงหล่นก่อตัวกันขึ้นด้วยสายลมเอื่อย แต่เเท้ที่จริงพวกมันกลับถูกควบคุมด้วยพลังปราณที่แข็งกร้าว

      "บทเพลงบุปผาโลหิต."..เพียงเอ่ยกระบวนท่าและการควบคุมกลีบดอกไม้เหล่านั้นให้บ้าคลั่งและเข้าโจมตีมือสังหารที่ติดตามมาในทันทีกลีบดอกไม้เหล่านี้มีความคมไม่ต่างจากมีดสั้น และเมื่อมันทำงานของมันสำเร็จสายลมก็โอบอุ้มมันกลับมายังจุดของผู้บันชา 'บทเพลงบุปผาโลหิตเป็นขั้นที่สามของเพลงกระบี่บุปผาโลหิต แต่การใช่กระบวนท่านี้ดูจะพิเศษเพราะเเทนที่จะใช้รังสีของกระบีเป็นกลีบบุปผา แต่มันเกิดจากการควบคุมกลีบบุปผาแท้จริง ถึงมันจะสิ้นเปลืองพลังปราณแต่ความงดงามของมันนับว่าคุ้มค่าที่สุด 


       การตกตายอย่างรวดเร็วของนักฆ่าที่มีระดับราชาสวรรค์เกือบสิบคนสร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้นำในการลงมือครั้งนี้เป็นอย่างมาก กลุ่มนักฆ่าในยุทธภพมีมากมายและพวกมันเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มนักฆ่าผู้ยิ่งใหญ่


     "จะเป็นผู้ใดก็แล้วแต่เรื่องนี้หาได้มีความเกี่ยวข้องกับท่าน ได้โปรดหลีกทางน้ำบ่อมิยุ่งเกียวกับแม่น้ำ " เสียงของนักฆ่าที่เอ่ยขึ้นมา เพราะตอนนี้หลงเหลือพวกมันเพียงสองคนเท่านั้นที่พวกมันไม่ถูกสังหารทันทีอาจเป็นเพราะว่าพวกมันไหวตัวทันเพราะสัมผัสพลังลมปราณธาตุพฤกษาที่ควบคุมเหล่ากลีบบุปผาที่ล่องลอยได้ก่อนทำให้พวกมันสร้างปราการลมปราณมาปกป้องตนเองไว้ทัน 

      ที่มันต้องกล่าวเช่นนี้เพราะนอกจากกลุ่มเป้าหมายตรงหน้าแล้วยังมีผู้ที่แต่งตัวราวนักบวชอยู่อีกสองแต่มันเชื่อว่าทั้งห้าคนไม่ใช่ผู้ลงมืออย่างแน่นอน เพราะดูจากระดับพลังแล้วคงไม่ใช่  ผู้ลงมือแน่นอนว่าไม่ต่ำกว่าระดับจักรพรรดิสวรรค์ คงเป็นอาวุโสของอารามที่ใดสักที่

       "หากเป็นเช่นนั้นพวกเจ้าออกจากที่นี้ไปเสีย ข้ากำลังแช่น้ำสบายใจเป็นเพราะพสกเจ้าต่างหากที่เอาน้ำบ่อมาสาดใส่แม่น้ำ " เสียงของเด็กหนุ่มที่ดูจะขัดกับบรรยากาศที่สร้างขึ้น แน่นอนว่าในความคิดของคนเหล่านี้คนผู้นี้คงมีอายุไม่ต่ำกว่าสามพันปีแล้วแต่เหตุใดน้ำเสียงคล้ายดังเด็กที่ไม่ประสาเท่านั้น 

       "หัวหน้าทำเช่นใดดีหากพลาดครานี้เห็นทีพวกเราคงไม่มีหน้ากลับไปหาไทเฮาเป็นเเน่ " น้ำเสียงที่ดูจะหวาดกลัวผู้ที่เอ่ยถึงอย่างถึงที่สุด แต่ความกลัวนั้นยังน้อยกว่าความตายตรงหน้านี้เสียอีก หากบอกว่าตรงหน้าพอมีหวังที่จะเสี่ยงบุกเข้าไปสังหารล่ะก็มันก็ไม่โง่พอจะคิดเข้าข้างตนเองเช่นนั้น ทั้งยังวิชายุทธที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นของที่ใด จะคล้ายคลึงตำหนักพยากรณ์แต่ก็คงไม่ใช่เพราะตอนนี้ตำหนักพยากรณ์นั้นสาบสูญไปหมดสิ้นแล้ว

       ความจริงวิชาที่จวิ้นเต๋อใช่แน่นอนว่าเป็นวิชาของตำหนักพยากรณ์อย่างแน่นอน และยังเป็นวิชาในระดับสวรรค์แทบทั้งสิ้น ที่บอกมีส่วนคล้ายเพราะวิชาถูกดัดเเปลงมานับพันๆปี ทำให้มันบิดเบือนไปบ้าง


       "ถอยกันก่อน ข้าไม่มั่นใจนักว่าเราจะทำได้สำเร็จอีกอย่างดูท่าเหล่าองครักษ์น่าจะกำลังระดมกันมายังที่นี้ไม่ควรรั้งอยู่นาน " เมื่อคิดได้เช่นนั้นทั้งสองก็ตัดสินใจล่าถอยออกไปเพราะการประเมินสถานการณ์ถือว่าไม่สามารถปฏิบัติการให้สำเร็จได้ แลเสี่ยงต่อการถูกจัยได้และสังหารทิ้ง ใครเล่าจะไม่รักชีวิตตนเอง 


       เมื่อกลิ่นอายของจิตสังหารเจือจางลงทำให้เหลียนกงกงที่ยังพอมีสติอยู่ถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ผิดกับแม่ทัพอย่างที่ตอนนี้กำลังนิ่งเงียบอยู่ แต่ที่ทั้งสองทำเหมือนกันนั้นคือยังก้มหัวอยู่เพราะด้วยคำสั่งของบุคคลที่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าเป็นผู้ใด ถึงจะไม่ได้มีความหวาดกลัวแต่ก็ไม่อาจเอาชีวิตของฝ่าบาทมาเสี่ยงด้วยได้


       'เด็กเช่นนั้นหรือ   ..' ในห่วงความคิดเเม่ทัพหยางนั้นกำลังมึนงง และสงสัยเป็นอย่างมากแต่ก็ไม่อาจเอ่ยถามอย่างเสียมารยาทได้ 



      "เมื่อปลอดภัยแล้วพวกท่านก็ลงไปได้แล้ว ข้าและคนของข้ากำลังทำธุระส่วนตัวอยู่..." แต่ในตอนที่พวกเขากำลังคิดหาเหตุผลและความเป็นจริงเสียงของเด็กหนุ่มก็กล่าวขึ้นมาอีกครา ซึ่งการไล่ครานี้มันสร้างความไม่พอใจให้เหลียงกงกงเป็นอย่างมาก ถึงจะเป็นคนของอารามหยงชิงแต่เขตน้ำตกผานกู่นั้นอยู่ในดินแดนจักรวรรดิมังกรสวรรค์ และตอนนี้นายเหนือแห่งจักรวรรดิก็ประทับอยู่ที่นี้แล้ว 


       แต่ก่อนที่จะได้กล่าวสิ่งใดตอบโต้ แม่ทัพหยางก็รั้งสิ่งที่เหลียงกงกงจะตอบโต้ เพราะมันลืมไปแล้วหรือว่าใครที่ช่วยเหลือเเละการสังหารเพียงสามลมหายใจนั้นยังไม่น่ากลัวพออีกหรือ 

     "อย่าได้เสียมารยาทต่อผู้มีคุณ..." ในที่สุดเสียงของผู้เป็นนายก็กล่าวขึ้นมาอย่างเจ็บปวดเพราะด้วยพิษร้ายที่ฮ่องเต้หนุ่มได้รับมานั้นมันคล้ายกับมีเข็มนับหมื่นกำลังวิ่งไปทั่วร่าง ถึงจะไม่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเเต่มันก็ทำให้เขาต้องกัดฟันไม่สามารถกล่าวสิ่งใดได้ มีเพียงกลิ่นหอมของเหมยหิมะที่ทำให้เขารู้สึกดีอยู่บ้าง มันช่วยให้อาการบาดเจ็บของเขาทุเลาลง


      "ความอดทนของเจ้าช่างน่าสนใจจริงๆ มังกรน้อยหากอาจารย์ของข้ามิได้มีสายเลือดเดียวกับเจ้าข้าคงไม่ยินดีที่จะช่วยเจ้าหรอกนะ นี่ยาถอนพิษของเจ้า " เพียงคำกล่าวที่เล่นเอาเหล่าข้ารับใช้ทั้งสองต้งหนาวสั่น 'มังกรน้อยที่กล่าวถึงคงหมายถึงราชวงศ์หลงอู่ ' แต่เช่นนั้นก็คง

     แต่ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาใส่ใจเรื่องนี้ เพราะตอนนี้โอสถสีทองที่คล้ายดังโอสถสวรรค์ที่มีค่า มันปลดปล่อยกลิ่นอายของชีวิตและการเยี่ยวยาออกมาชัดเจน จนพวกเขาอดไม่ได้ที่จะจ้องมองโอสถที่ลอยตรงหน้า แต่สายตาหรือแม้แต่สายพระเนตรกลับไปจับจ้องอยู่ที่ชายผ้าคลุมที่มีสีขาวบริสุทธิ์หากเป็นชนชั้นสูงย่อมบอกได้ทันทีว่ามันมีค่าเพียงใด 'ผ้าคลุมขนจิ้งจอกสวรรค์ ' นั้นมีเพียงจักรพรรดิ์หรือไม่ก็เชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเท่านั้นที่สวมใส่มัน แต่เด็กหนุ่มตรงหน้ากลับสวมใส่มันและยิ่งไปกว่านั้นลายปักลวดลายกิเลนสวรรค์ที่งดงามราวไม่เคยได้เห็นมาก่อนสามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าคนตรงหน้าคงเป็นเชื้อพระวงศ์ของราชวงศ์ฉีหลิน แต่ก็นับว่ามีความน่าสงสัยอยู่เพราะตอนนี้ที่ได้ข่าวมานั้นราชวงศ์ฉีหลินมีฮ่องเต้ที่มีพระชนย์เพียงเก้าชรรษาเท่านั้นและสายราชวงศ์ก็แทบจะหมดลงแล้วในตอนนี้


       "กลับกันเถอะหานกู่ ข้าหนาวเต็มทนแล้ว.....   " สิ้นคำกล่าวเพียงไม่นาน สายลมหอบเล็กก็เคลื่อนตัวผ่านไปในทันทีมันทั้งเป็นธรรมชาติและไร้ความกดดันของพลังปราณโดนชิ้นเชิงนี้หากไม่เห็นกับตาว่าเป็นวิชาตัวเบาคงคิดว่าเป็นเพียงสายลมธรรมดาๆเท่านั้น 


       และในเวลาไม่นานเหล่าองครักษ์นับร้อยก็มาถึงและรียเร่งนำตัวฮ่องเต้เพื่อไปประทับในกระโจม โดยที่ฮ่องเต้หนุ่มไม่อนุญาตให้ผู้ใดเจ้าไปรวมถึงพระสนมทั้งสอง นอกจากผู้หลอมโอสถหลวงและผู้เยียวยาแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดได้เข้าไปอีก..



        "เป็นเช่นไรบ้างท่านฮวัง  อาการของฝ่าบาทเป็นเช่นไรยังมีพิษตกค้างอยู่อีกหรือไม่ " แม่ทัพหยางเร่งรีบถามทั้งที่ตอนนี้ฮ่องเต่หนุ่มทรงประทับนั่งให้คนตรงหน้าได้ตรวจอย่างละเอียด ความสามารถของโอสถเม็ดนั้นล้วนเป็นของจริงและเเน่นอนคนที่ใช้มันย่อมรู้ดีที่สุด 

       "ทูลฝ่าบาทพระองค์ได้เสวยโอสถอะไรก่อนหน้านี้หรือไม่พะยะค่ะ เพราะจากที่ข้าน้อยตรวจสอบไม่เพียงพิษที่พระองค์พึ่งได้รับเท่านั้นที่หายไป แต่ตอนนี้ดูท่าโอสถนั้นจะทำการกรุ่ยจุดชีพจรจนพระองค์สามารถเลื่อนระดับได้สักที หม่อมฉันยินดีด้วยพะยะค่ะ " เสียงเอ่ยยินดีจองหมอหลวงฮวังไม่เข้าในหัวของฮ่องเต้เลยเพราะเขารู้ดีว่าระดับเขาเลื่อนมาเป็นจักรพรรดิสวรรค์แล้ว แต่ก็อดสงสัยไม่ได้อยู่ดี 


      "เหลียงกงกง เรื่องที่ให้ไปสืบมาเป็นเช่นไรบ้าง " ถึงจะถูกพิษเช่นกันแต่ปริมาณที่เหลียงกงกงได้รับกับพลังปราณของเขาสามารถขับมันได้และมันเป็นพิษที่ไม่ร้ายแรงเท่า...


     เหลียงกงกงเข้าใจความหมายในสิ่งที่ฝ่าบาทต้องการทราบมากที่สุดในตอนนี้ดีแน่นอนข้อมูลราชวงศ์ฉีหลิน..


     ทูลฝ่าบาทหากเป็นยามนี้ล่ะก็เราคงรู้เท่าที่สืบทราบมาตลอดแน่นอนว่าราชวงศ์ฉีหลินอยู่ในยุคที่เสื่อมถอยในรอบกว่าห้าพันปี สายเลือดแท้จริงของราชวงศ์นั้นเหลือไม่ถึงสิบพระองค์ และอีกอย่าง...คือ...


      คำตอบของเหลียงกงกงนั้นไม่ได้นำพาความอยากรู้และความสงสัยของฮ่องเต้หนุ่มให้หายได้ แน่นอนว่านอกเหนือจากความอยากรู้อยากเห็นแล้วยังเป็นความพิเศษที่ตัวเขาเองยังไม่สามารถอธิบายได้ 


       "แต่หม่อมฉันคิดว่าคนผู้นั้นน่าจะอยู่ที่เขาเป่ยหู่ขอรับ " เป็นเหลียงกงกงที่เอ่ยอย่างมั่นใจเพราะกลิ่นของเหมยหิมะทำให้คิดเช่นนั้น เหมยหิมะมีเฉพาะเขาเป่ยหู่เท่านั้น 


    (เขาเป่ยหู่)



          "ท่านอ๋องครั้งต่อไปคงไม่ต้องไปอาบน้ำไกลถึงน้ำตกผานกู่ก็ได้นะขอรับ เพราะดูท่าเราคงเป็นที่จับตาแน่หากเป็นเช่นนั้น หากคนผู้นั้นเป็นคนของราชวงศ์หลงอู่จริงเราก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวยิ่งเป็นเรื่องภายในเเล้วเราไม่อาจข้องแวะได้นะขอรับ... " ตั้งแต่กลับจากน้ำตกผานกู่ หานกู่ก็ยังไม่หยุดเอ่ยห้ามหาเหตุผลสารพัดมาหักล้างและกล่าวให้นายตนดำรงฐานะของตนไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับทางโลกมากนัก และยังมีสี่ศาสตร์ที่ท่านอ๋องต้องเรียนรู้ 


      "เจ้าไม่ต้องเหนื่อยใจไปหรอกสี่ศาสตร์นั้นข้าล้วนแตกฉานหมดเเล้ว วาดภาพเย็บปัก เดินหมาก และยังรวมถึงศาสตร์อีกสี่แขนงรวมเป็นแปดศาสตร์   " หานกู่ถึงกลับต้องหุบปากสนิทแน่นอนว่าพื้นฐานนั้นคือสี่ศาสตร์ แต่หากแปดศาตร์นั้นย่อมเป็นว่าที่อ๋องศักดิ์สิทธิ์ แสดงให้เห็นว่าท่านชายศักดิ์สิทธิ์ถูกวางตัวให้เป็นอ๋องศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ต้นแล้ว 


      "ทั้งๆๆ หมดเลยหรือขอรับ แบบนี้ท่านเอ่อ ท่านอ๋องก็สามารถหลอมโอสถ หลอมยุทธภัณฑ์ ศาสตร์อักษรและตำราพิชัยสงคราม..  " แน่นอนว่าหากเเปดศาสตร์นี้หากสำเร็จคงไม่ต่างจากปราชญ์ยุทธภพแล้ว แต่ความเป็นไปได้ก็มีอยู่เพราะในสมัยก่อน ปราชญ์ยุทธภพจะเป็นตัวอะไรได้หากอยู่ต่อหน้าอ๋องศักดิ์สิทธิ์ผู้มีความสามารถในการพยากรณ์ แน่นอนว่าตอนนี้จวิ้นเต๋อมีส่วนเข้าใจมากขึ้นเพราะศาสตร์ต่างๆล้วนใช้ร่วมกันได้ประกอบส่งเสริมกันเป็นความสมบูรณ์แบบ

       "ก็ทุกอย่างล่ะนะ ก็เป็นเช่นนั้นมานานแล้ว เพราะอาจารย์ของข้า ตาเฒ่านั้นบังคับข้าสารพัดหากข้าทำไม่ได้ เขาจะจับข้าโยนเเม่น้ำยมโลก" เสียงที่เอ่ยขึ้นคล้ายดังไม่ใส่ใจ แต่ทุกอย่างที่อาจารย์สอนนั้นล้วนเป็นสิ่งที่สมควรต้องรู้ทั้งสิ้น ในยุคสมัยที่เขาอยู่ในร่างของเต๋อไม่มีพวกปราณหรือพลังอะไรเลย แต่เพราะคนพวกนั้นมีความคิดและความรู้ที่หลากหลายทำให้ทุกสิ่งอย่างพัฒนาไปได้และอีกอย่างคนเพียงหนึ่งสามารถมีความสามารถมากกว่าหนึ่งอย่างเป็นเรื่องปกติ



       "เอาล่ะตอนนี้ดูพลังปราณของพวกเจ้าจะต่ำเกินไป ข้ามีวิธีในการช่วยพวกเจ้า แต่ข้าก็ไม่ได้ช่วยฟรีหรอกนะ "  ความเจ้าเลห์ดั้งเดิมในนิสัยขององค์ชายสิบเจ็ดยังคงอยู่ แต่ที่ได้รับเพิ่มมาคือความทันโลก ทันความคิดเเละเลห์เหลี่ยมของคนอื่นในตอนที่ยังเป็นเต๋อ ทำให้ตัวตนตอนนี้นับว่าสมบูรณ์แบบทั้งพลังปราณและความคิด แต่เหตุที่เขากลับมานั้นเรื่องที่ขัดต่อสวรรค์หรือไม่ เขาอาจไม่ควรมีตัวตนอยู่ด้วยซ้ำไป ...


       "ท่านอ๋องจะเสด็จไหนอีกขอรับ..  " ทั้งหานกู่และหานหลี่ต่างร้องเสียงหลงเมื่อเห็นนายตนกำลังจะเคลื่อนไหวอีกครา เมื่อครู่พวกเขายังหายใจไม่ทั่วท้องเลยนี้จะไปไหนอีกแล้ว และดูชุดอาภรณ์ที่ท่านเปลี่ยนแต่ล่ะครั้งมันพอเลี้ยงครอบครัวใหญ่ได้ตลอดปีทีเดียวนายท่าน สมบัติมากมาย'  เพียงป้ายหยกหยินห้อยด้วยมุกซับไอสวรรค์ ' นี้ก็นับเป็นสมบัติที่คุ้มค่าแก่การปล้นชิงแล้วเพราะป้ายหยกหยินนั้นมีไว้ห้อยสำหรับผู้ที่มีธาตุหยางมากมายเกินไป ป้ายหยกจะทำให้เกิดความสมดุลย์ ส่วนมุกซับไอสวรรค์นั้นพวกมันก็ไม่ต่างจากสิ่งที่กักเก็บพลังปราณสวรรค์เมื่อได้เวลามันก็จะปลดปล่อยออกมาให้นายที่สวมใส่มันได้ดูดซับ


      "ก็ไปเก็บสมุนไพรไง พวกเจ้าไม่เอาโอสถที่ข้าจะมอบให้แล้วหรือ ??" อ๋องจวิ้นเต๋อเลิกคิ้วกับท่าทีของพวกเขา พวกเขาดูหวาดกลัวสิ่งต่างๆมากจนเกินไปหรือไม่ แต่ก็พอเข้าใจว่าพวกเขาต้องพบเจอสิ่งใดมาบ้าง แต่ตอนนี้ก็นับว่าสวรรค์ได้คัดเลือกผู้รับใช้ไว้ให้แล้ว ก็นับว่าดีที่สุดแล้ว 


      "ด้านหลังนี้เป็นเขาเป่ยจงนะขอรับท่านอ๋อง แม้แต่คนของอารามหยงชิงยังไม่กล้าเข้าไป " ตอนนี้ทั้งสามกำลังมองไปยังทิวเขาที่มืดทึบไปด้วยเหล่าพฤกษา ที่จวิ้นเต๋อเลือกที่นี้เพราะเขาสัมผัสไดถึงสมุนไพรมากมายและลมปราณที่สัตว์อสูรปลดปล่อยออกมา มันช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ หากจะนับระดับเขาในตอนนี้คงบอกได้เลยว่าเขาเป่ยจงก็ไม่ต่างจากสวนหลังบ้าน หากไม่นับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิสวรรค์ล่ะนะ 


**** ระดับของสัตว์อสูร**


ระดับต่ำ

ระดับกลาง

ระดับสูง

ระดับจิต

ระดับภิภพ

ระดับนภา

ระดับสวรรค์

ระดับราชาสวรรค์

ระดับจักรพรรดิสวรรค์

ระดับเทพอสูร


     ระดับความสามารถของสัตว์อสูรจะสูงกว่าระดับปราณของผู้ฝึกตนหนึ่งขั้น   ตย. สัตว์อสูรระดับพิภพ จะสามารถต่อกรผู้ฝึกปราณระดับนภา













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.375K ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #3235 Churnim (@31461) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 17:45
    ยุคสมัยนี้น่าจะยังไม่ใช่คำว่า ฟรี นะคะ
    #3235
    1
    • #3235-1 orzro (@orzro) (จากตอนที่ 4)
      10 มกราคม 2562 / 09:45
      ผมเป็นคนสอนเองแหละ
      #3235-1
  2. #3031 Ma-A-Queen (@ma-a-queen) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 13:03
    หลงเข้ามา สนุกมาก
    #3031
    0
  3. #2998 fernkoklove (@fernkoklove) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 16:54
    หนุกมากก. ตอนเเรกเเค่กะว่าจะลองเข้ามาอ่านเฉยๆเเต่อ่านไปอ่านมาติดซะงั้นน555
    #2998
    0
  4. #1584 meena2546 (@meena2546) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 08:53

    ขอให้เป็นวายๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1584
    0
  5. #281 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 21:33

    หนุกอ่ะ ฮือออ
    #281
    0
  6. #276 Sukunya Khumphrawat (@num_namu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 20:26
    ขอบคุณค่าเรื่องนี่น่าติดตาม
    #276
    0
  7. #248 warinps (@warinps) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 15:15
    เกือบ "วาย"
    #248
    0
  8. #240 Kaw4210 (@Kaw4210) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 07:33
    จำเนื้อเรื่อเก่าได้ สนุกมาก แต่ เนื้อเรื่องใหม่ก็น่าติดตาม ค่ะ
    #240
    0
  9. #220 Tidaheangsailom (@Tidaheangsailom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 21:12
    เย้ๆๆๆดีใจคะ ในที่สุดก็ได้อ่าน แต่เนื้อหาเปลี่ยนไปเหมือนกันนะคะ
    แต่ไม่เปนไรคะ เชื่อว่าต้องสนุกแน่นอนคะ
    #220
    0
  10. #107 Tumbabycorn (@Tumbabycorn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 12:53
    นึกว่าจะได้แอบสบตากันซะละ
    #107
    0
  11. #98 Nalinrat-Kip (@Nalinrat-Kip) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 09:27

    ลงเรือเลยไหมคะ 555+ อ้าว ต้องถือครองพรหมจรรย์...

    #98
    0
  12. #62 EReNoR (@tamtummai) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 22:18
    จัดมารัวๆครับไรท์เหนบอกเคยลง...ทำไมตูไม่เคยเหนนนน
    #62
    0
  13. #53 suriya241986 (@suriya241986) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 20:58
    ชอบมากมาย
    #53
    0
  14. #52 Sea45678 (@Sea45678) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 20:54

    ชอบมักๆเลยทั้งสองเรื่อง!!!!
    #52
    0
  15. #51 cosawa_akira (@cosawa_akira) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 20:53
    .แอบต่อเรือท่านฮ่องเต้เงียบๆ
    #51
    0