ปราการเทวะหวนคืน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 522,355 Views

  • 6,605 Comments

  • 6,075 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    118,578

    Overall
    522,355

ตอนที่ 35 : บุปผาเจ็ดราตรีวิบัติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1475 ครั้ง
    6 ธ.ค. 61

ตอน....







         ตอนนี้นับว่าเป็นวันพักผ่อนเพราะจวิ้นเต๋อตั้งใจจะอยู่ในตำหนักสวรรค์ให้ครบห้าวันซึ่งจะเท่ากับหนึ่งวันข้างนอก ตอนนี้เป็นเวลาที่หาความสำราญจากการกินอาหารฝีมือของหานหลี่ที่ตั้งใจปรุงมันขึ้นมาจากเนื้อสัตว์อสูรระดับสูงก็ว่าได้ แต่ไม่เพียงแค่พวกเขาเท่านั้นเพราะตอนนี้มีทั้งหย่าหลิน หย่าหลิง ไป๋เมิ้งที่ย่อขนาดตัวเป็นเพียงพยัคฆ์ธรรมดาเท่านั้น เหลนชายทั้งสองยังคงก้มหน้าก้มตาเพราะไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา เพราะเป็นคำสั่งเด็ดขาดของหานกู่ อย่างน้อยหานกู่ก็มีแส้กิเลนเพลิงจะไม่กลัวคงไม่ได้ 


       หานอี้ และหานกู่ต่างพูดคุยทำความเข้าใจทั้งสองต่างเข้าอกเข้าใจกันดี ถึงหานอี้จะหนีหายในตอนนั้นก็เพราะเหตุผลที่ว่าไม่มีอ๋องศักดิ์สิทธิ์เหลืออยู่ให้รับใช้แล้ว แต่วันนี้มีท่านอ๋องอยู่ทั้งคนมีหรือที่เขาจะล่ะเลยได้ นับว่าอาหารมื้อนี้สร้างบรรยากาศที่แปลกประหลาดอย่างมาก บ่าวรับใช้เช่นพวกเขาคงไม่หาญกล้าร่วมโต๊ะเสวย ขนาดองค์ชายทั้งสองยังถูกหานกู่จัดที่นั่งหางออกไปถึงสิบเมตร เพราะตอนนี้ใบหน้าของท่านอ๋องไร้ซึ่งสิ่งปกปิด ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็นธรรมชาติ


       "หานอี้ชาเจ้าจะรดตัวข้าได้อยู่แล้ว เจ้าไม่สบายตรงไหนหรือไม่ " หานกู่เหลือบตามองบนทันทีท่านอ๋องท่านไม่รู้เลยหรือว่าใบหน้าของท่านตอนนี้ไม่มีใครสามารถต้านทานมันได้ดเล้ว แม้แต่หานอี้เองก็ไม่ใช้ข้อยกเว้น เหมอมองใบหน้าของท่านจนเทชาแทบหมดกาอยู่แล้ว 


       "ขออภัยท่านอ๋องข้าน้อยสบายดีเพียงแต่ว่า ท่านไม่ควรเปิดเผยใบหน้ามากเกินไป เพราะเกรงว่าจะผิดหลักของตำหนักพยากรณ์" ถึงจะกล่าวเช่นนี้แต่เป้าหมายที่แท้จริงมีเพียง 'ท่านจะให้ใครเห็นใบหน้าของท่านไม่ได้ มิเช่นนั้นอาจเกิดโศกอนาตกรรมได้ทีเดียวท่านอ๋องของข้า 


       "เอาเถอะข้าเคยบอกพวกเจ้าแล้ว ว่าไม่มีตำหนักพยากรณ์อีกแล้ว เราจะใช้ชีวิตเช่นที่เราอยากใช้ไม่ผูกติดกับสิ่งใด หากข้าสามารถส่งราชวงศ์ฉีหลินให้ถึงฝั่งได้โดยที่ไม่ติดค้างอีกข้าจะยินดี "ถึงแม้ต้องติดอยู่ในฐานะจวิ้นอ๋องสักร้อยปีก็คงไม่ได้ทำให้ชีวิตของเขาสั้นลงอาจเป็นเพราะไม่ต้องมาเกรงว่าตนเองจะแก่และตกตายทำให้เป้าหมายของชีวิตแทบไม่มีเลยก็ว่าได้ 




        "เสด็จปู่ หากท่านทิ้งพวกเราไปเกรงว่าหลานผู้นี้คงไม่อาจอยู่ต่อได้โดยไม่มีท่าน "ฮ่องเต้น้อยฉีหลินอ้าวป่ายที่ตอนนี้คล้ายเด็กหนุ่มที่มีวัยกว่าสิบสามหนาวกล่าวออกมาอย่างร้อนรน เพราะเกรงว่าพวกเขาจะถูกทิ้งและกลับไปเป็นเช่นแต่ก่อน แต่ใจจริงก็เพียงอยากอยู่ใกล้ๆเสด็จปู่เท่านั้นเอง   สายตาของหานหลี่และหานกู่จ้องมองที่อนาคตผู้นำของราชวงศ์ฉีหลินพร้อมกับส่ายหน้าเล็กน้อยและเตรียมตัวอาลัยราชวงศ์ที่อาจไร้ผู้สืบทอด


      แต่สำหรับจวิ้นเต๋อเขาไม่ได้คิดอะไรเช่นนั้น คิดเพียงว่าฮ่องเต้น้อยคงไม่อยากตกอยู่ในจุดเดิมอีกแล้ว ทำมห้เขาเเสดงควาทเห็นอกเห็นใจออกมาเป็นคราแรก 

       "อย่ากังวลไปเลยฮ่องเต้ ข้าจะต้องรอให้พวกเจ้าไปถึงระดับที่พวกเจ้าคิดไม่ถึงทีเดียว" จวิ้นเต๋อตั้งใจไว้แล้วว่าเขาจะใช้ราชวงศ์ฉีหลินต่างตัว เพราะถึงจะล่ะทิ้งราชวงศ์แต่ยังไงเมื่อเขาทำสิ่งใดผิดพลาด ราชวงศ์ก็ร่วมรับผิดชอบอยู่แล้วไม่ทากก็น้อย 


         "หย่าหลิง เจ้าคงไม่ว่าอะไรหากข้าจะขอลูกของเจ้าทั้งสองให้กับหลานชายของข้า ข้าคิดว้าพวกเขาคงไม่ขัดข้องกระมัง " หย่าหลิงถึงไม่ต้องการเช่นนั้น แต่ท่าทางของกิเลนน้อยหย่าเจีย และหย่าเจียงดูจะพึงใจในตัวขององค์ชายทั้งสองไม่น้อยเลยทำให้นางจนใจ เพราะนางไม่สามารุอยู่ร่วมกับพวกเขาได้ตลอดไป ตอนนี้บรีดาข้ารับใช้ทั้งสามต่างกลืนน้ำลายตามเพราะท่านอ๋องของพวกเขาเล่นขอกันง่ายๆอย่างงี้เลยหรือ หากข่าวนี้แพร่ออกไปมีหวังคนเชื่อมีไม่ถึงสิบคนเป็นแน่


         " หานหลี่เจ้าควรทะลวงระดับสวรรค์ได้แล้ว ข้าคิดว่ารูปลักษณ์นี้เหมาะสมแล้ว หากนานไปกว่านี้ข้าเกรงว่าการพัฒนาของเจ้าจะช้าลง " หานหลี่ที่มีบุคคลิกไม่ต่างจากเด็กหนุ่มในวัยเดียวกับท่านอ๋อง แต่ในใจเขากลับอยากดูแก่กว่านี้อีกสักหน่อย แต่เมื่อเป็นรับสั่งเขาหรือจะกล้าขัด  ความจริงการทะลวงระดับในวัยเยาว์นั้นมีข้อดีหลายอย่าง อย่างน้อยเส้นลมปราณของพวกเขาก็เหมาะสมและพัฒนาได้เร็วกว่าผู้ที่ทะลวงปราณระดับสวรรค์ด้วยอาวุโสกว่า  



        " ส่วนพวกเจ้าข้าคงไม่ต้องบอกภายในเวลาสามเดือนหวังว่าพวกเจ้าจะทะลวงขั้นปรานในระดับปรานนภาได้ ข้าจะให้หานอี้ดูแลพวกเจ้าเเทนหานหลี่ " จวิ้นเต๋อจิบชาในมือพร้อมเอ่ยออกมาอย่างไม่ต้องคิดอ่านเพราะตัวตนของหานอี้เก็บไว้ก่อนก็แล้วกัน ดีไม่ดีให้เข้าใจว่าตกตายในแดนเร้นรับแล้ว เพราะไม่อยากให้คนของอารามตงหวงเข้ามาวุ่นวายมากนักอ


         "ขอรับ..." ทั้งสองต่างพยักหน้ารับคำรวมถึงหานอี้   



         หลังจากที่ดืมชาเสร็จสิ้นเเล้วจวิ้นเต๋อก็เลือกที่จะอยู่นิ่งๆ เพราะภายนอกถึงจะสงบแล้วแต่สภาวะของพลังปราณที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลมันกำลังปะทุอยู่ภายในเพียงอารมณ์เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็ทำให้พลังหยางตะบะห้าหมื่นปีของเขากระจายไปทั่วบริเวณ นับได้ว่าความเก่าแก่ของอ๋องฉีหลินจวิ้นเต๋อไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นปีทีเดียว นี้มันเป็นอายุของมนุษย์แน่หรือ 


        จวิ้นเต๋อเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าตัสเองจะมาถึงขั้นนี้ได้ แต่ก็อดที่จะใจหายไม่ได้ เพราะตอนนี้ความลับบางส่วนของเขาอาจถูกกลุ่มขุมอำนาจละบรู้ได้ อีกอย่างกังสดาลเหมยกุ้ยฮวาที่ตนเองได้มา ตระกูลจิวคงไม่ยอมนิ่งเฉยอย่างแน่นอน ...


        


       ที่ด้านนอก ดินแดนเร้นลับผาเบิกตะวันตอนนี้ก็ป็นวันที่หกเเล้วกลุ่มขุมอำนาจราชวงศ์ต่างหมดแรงที่จะสู้ต่อ ทรัพยากรณ์ที่พวกเขาได้นับว่าคุ้มค่า แต่สิ่งที่พวกเขาเเลกมาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน นับว่ากำลังคนมากกว่าครึ่งสูญเสียในดินแดนนี้ และตอนนี้พวกเขาต้องพยายามหลบหนี้จากสัตว์เทพ หรือสัตว์อสูรที่มีระดับสูงมากๆ  แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาต่างเป็นกังวลคือ บุปผาเจ็ดราตรีวิบัติเพราะยังไม่มีผู้ใดค้นหามันพบ 


         "ไต่ซื่อ ทางข้าเองก็ไม่เห็นบุปผามีชือดังหล่าว " ความกังวลใจของพวกเขาแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจน ตอนนี้พวกเขารวมตัวกันเพื่อหาลือเพราะพรุ้งนี้จะเป็นวันที่เจ็ดแล้วนั่นเอง หากจะต้องตกตายด้วยพิษร้ายคงน่าขันนัก

         " ท่าน.....   ท่านได้พบเจออ๋องศักดิ์สิทธิ์บ้างหรือไม่ เป็นไปได้ไหมที่ท่านอ๋องจะโกหกพวกเราเรื่องพิษนั่น " หนานจั้วไต่ซือเอ่ยถามหลงอู่หรูอี้ ที่ตอนนี้สีหน้านางเองก็ไม่ได้มั่นใจสิ่งใดนัก หากจะบอกว่าท่านอ๋องคิดปลดจริงๆจะมีเหตุผลใดมาสนับสนุน หากจวิ้นอ๋องต้องการสังหารพวกเขาคงไม่ต้องโกหกให้เหนื่อย เพียงปล่อยให้สัตวเทพพยัคฆ์จัดการพวกเขาเสียเเต่เเรกก็สิ้นเรื่อง 



         "ข้าคิดว่าจวิ้นอ๋องไม่มีเหตุผลที่จะโกหกพวกเรา " หลงอู่หรูอี้นางเชื่อว่าจวิ้นอ๋องไม่มีสิ่งใดจะต้แงโกหก ถึงจะโกหกนางก็ไม่มีผลกระทบผู้ใดที่มีสายเบือดสัตว์เทพย่อมสามารถรอดตายจากพิษได้อย่างที่จวิ้นอ๋องกล่าวไว้ 


        "รายงาน.....  ที่ป่าทางเหนือพบแอ่งขนาดใหญ่ทึ่เกรงว่าเมื่อครู่จะเกิดการต่อสู้อย่างรุนแรงของรับ และยังมีเออ..   " กลุ่มสำรวจของราชวงศ์หลงอู่เข้ามารายงานสิ่งที่ตนเองพบเจอทันที เพราะมันดูจะเป็นสิ่งที่ทุกคนตามหา บุปผาเจ็ดกลีบเจ็ดสี แต่มันกลับอยู่กึ่งกลางของแอ่งที่แห้งคอด และแถบนั้นมิมีพฤกษาใดขึ้นอยู่เลย ทำให้พวกเขาไม่กล้าวู่วาม


        ถูกต้องที่สุดไม่มีใครหาบุปผาเจ็ดราตรีวิบัติพบอย่างแน่นอนหากไม่มีใครจัดการกับหนอนทะเลทรายมรณะและทำให้แอ่งพลังหยินหายไป เผยให้เห็นพื้นที่ ที่แท้จริงที่ถูกปิดกั้นไว้เช่นทุ่งบุปผาเจ็ดราตรีวิบัติ ไม่ต้องพูดถึงว่ามันเติบโตมาจากสิ่งใด เพราะมันเจริญเติบโตภายใต้ซากกระดูกนับพันนับหมื่น




       จวิ้นเต๋อเมื่อออกมาด้านนอกก็พบกลีบบุปผามีชื่อในทันที เขาได้เเต่คิดไปว่ามิน่าตามหาเท่าใดก็ไม่เจอ และสัมผัสที่ดขาจับได้มาจากตรงนี้นี่เอง ถึงมันจะถูกปกคลุมด้วยพลังหยินมายาวนาน แต่มันก็สามารถเติบโตได้ดี เกสรของพวกมันมิใช่เพียงรักษาพิษที่เกิดจากตัวมันเอง แต่สามารถสกัดเป็นโอสถรักษาอาการจากพิษร้ายได้ถึงร้อยแปดชนิดทีเดียว เพราะฉนั้นในอดีตมันถึงมีค่ามหาศาล


        จวิ้นเต๋อค่อยดึงเกสรตามวิธีการที่เรียนรู้มาจากผู้ครอบครองตำหนักสวรรค์มีวิธีเก็บมันที่ให้ได้ความสมบูรณ์ของเกสรมากที่สุด เจ็ดสีมีเพียงดึงสีเขียวออกจะเผยให้เห็นเกสรทั้งหมดและสามารถดึงมันออกมาได้ แต่หากดึงกลีบดอกสีอื่นๆ มันจะเป็นผลร้ายต่างกันออกไป เช่นการทำลายตัวเอง การเสียสภาพหรือเเม้เปลี่ยนไปเป็นพิษที่รุนแรง ซึ่งจวิ้นเต๋อเลือกเก็บสองวิธีนั้นคือกลีบสีเขียว และกลีบสีม่วง(พิษ)   บุปผานับหมื่นใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถเก็บได้จนพอใจ ตอนนี้อาภรณ์ที่จวิ้นเต๋อสวมใส่นั้นเป็นอาภรณ์ที่ตัดเย็บของตำหนักพยากรณ์ทำให้มีความงดงามและสูงค่าขึ้นไปกว่าเดิมอีกหนึ่งขั้น ทั้งยังหน้ากากสีทองที่หานกู่บังคับให้เขาสวมใส่มันไว้ห้ามถอดมันโดยเด็ดขาดยิ่งทำให้ท่านอ๋องผู้นี้อยู่สูงเกินกว่าที่ใครๆจะเอื้อมถึง




        เเต่เมื่อหันกลับมากลับพบเหล่าผู้คนมากมายที่มองมายังเขาเป็นสายตาเดียว โดยไม่มีผู้มดกล้าส่งเสียงหรือออกความคิดเห็นใดๆ ครั้นจะหาตัสก็หาพบยากบทที่จะพบก็พบเจอง่ายๆเช่นนี้เลยหรือ และยังเป็นผูที่เก็บเกี่ยวบุปผาเจ็ดราตรีวิบัติไปจนหมดสิ้น เพราะตอนนี้ไม่ทีบุปผาดังกล่าวอีกเเล้วหลงเหลือเพียงกลีบดอกที่ล่วงหล่นอยู่ตามพื้น 

       แต่ที่พวกเขาไม่ลงไปยังแอ่งมิใช่เพร่ะจวิ้นอ๋อง แต่ถึงพลังหยินจะสลายไปแต่มันก็มากพอที่จะปิดกั้นพวกเขาได้อยู่ดี ทำให้มิมีผู้ใดมีความสามารถมากพอในการเข้าสู่เป้าหมายได้ มีเพียงบุรุษผู้สวมหน้ากากสีทองที่ท่วงท่าการเดิน การเก็บคล้ายดังไม่สนใจผู้ใดทั้งสิ้น 



       "จวิ้นอ๋องท่าน...."เสียงของเหิงลู่จงกล่าวออกมาอย่างเหลืออด ไหนนับรวมตระกูลเหิงเป็นคนของราชวงศ์ฉีหลินแต่หกวันที่ผ่านมาท่านไปอยู่ที่ใดมา ปล่อยให้ตระกูลเหิงต้องเผชิญหน้ากับความโหดร้ายเช่นนี้ ความรู้สึกของเหิงลู่จงนั้นมันเป็นความรู้สึกน้อยใจ แต่ตัวเขาคงลืมไปว่าเป็นผู้กล่าวตัดความสัมพันธ์ให้อยู่ในฐานะของผลประโยชน์แทน


       "อ่าว เป็นพ่อบ้านเหิงเองหรอกหรือ กลับกันเถอะข้าคิดว่าป่านนี้เหิงอวี้คงตกใจจนเป็นลมแล้วที่หาตัวข้าไม่เจอ " เหิงลู่จงหมดคำที่จะสรรหามาใช้ในตอนนี้เพราะเขากำลังพยายามรวบรวมลมหายใจไม่ให้ลมจับ สภาพของพวกเขาตอนนี้อย่าว่าเเต่ตระกูลเหิงเลยแม้เเต่คนของอารามตงหวงและอารามหยงชิงยังไม่นับว่าสมบูรณ์พร้อม แต่จวิ้นอ๋องกลับดูสะอาดสะอ้านไร้คราบความสกปรก นี้ท่านไม่ได้เจอสิ่งใดเลยหรือ



          "จวิ้นอ๋องอาตมาใคร่ถามถึงศิษย์น้องอี้เต่งไม่ทราบว่าพบเห็นศิษย์น้องของข้าบางหรือไม่ " หนานจั่วไต่ซือมองซ้ายขวาเพื่อหาใครบางคนที่คิดว่าอยู่กับจวิ้นอ๋องแต่ก็มิเห็นแม้เงาของคนผู้นั้นเลย 


          จวิ้นเต๋อเลิกคิ้วสูง เรือนคิ้วที่ดกเดาราวหมึกเนื้อดีขมวดเข้าหากันดวงตาที่เผยให้เห็นเพียงครึ่งส่วนแต่กลับลึกลับดุจห่วงลาวาอันแดงเดือด ท่านอ๋องผู้นี้นับว่ารูปลักษณ์เปลี่ยนไปเล็กน้อย

         "ศิษย์น้องของท่านเช่นนั้นหรือ ไม่มีอี้เต่งไต่ซืออีกต่อไปแล้ว ส่วนนี้ถือเป็นค่าตอบแทนให้ไต่ซือนามว่าอี้เตียก็แล้วกัน มันเป็นโอสถเกสรบุปผาเจ็ดราตรีวิบัติ มันน่าจะเพียงพอกับคนของท่าน " โอสถที่ถูกผสมโดนส่วนผสมของเหมยหิมะไม่ใช้บุปผาเจ็ดราตรีวิบัติอย่างที่กล่าวอ้าง แต่ถึงอย่างไรมันก็สามารถใช้ถอนพิษได้อยู่ดี ครั้นจะใช้เกสรของบุปผาเจ็ดราตรีวิบัติจริงๆก็หาได้คุ้มค่าไม่ 


       หนานจั่วไต่ซือรู้สถานะของตนแล้วว่าไม่สามารถต่อรองได้อีก และทางเดียวที่จะรักษาชีวิตของกลุ่มตนไว้ก็มาถึงแล้ว ถึงจะไม่น่าไว้วางใจแต่ก็เชื่อถือว่าคนตรงหน้าคงไม่โกหก 

      "ศิษย์พี่แล้ว อี้เต่งเล่า..." กานซวงไตซือที่ยังไม่สามารถทำใจรับได้ เพราะการแย่งคนสำคัญเช่นนี้นับว่าเป็นผลเสียแก่อารามตงหวงเป็นอย่างมาก เพราะอี้เต่งรู้ความลับหลายอย่างของอารามตงหวงนับว่าเป็นภัยมากมายหากตกในมือศัตรู



       ตอนนี้ทุกสายตากลับจ้องมองมาที่จวิ้นอ๋องอย่างประเมินเพราะตอนนี้เห็นได้ชัดว่าจวนจะถึงเวลาเจ็ดวันที่กำหนดแล้ว หากไม่ได้โอสถรักษาพิษเกรงว่าคงไม่น่ารอด แต่สิ่งใดที่จะใช้แลกเปลี่ยนเล่า ดูจากอารามตงหวงพวกเขาสูญเสียปรมจารย์หนึ่งท่านทีเดียว 


      "ข้าน้อยไป๋หู่จิน เป็นเชษฐาของจักรพรรดิไป๋หู่เจา ขอจวิ้นอ๋องเห็นแก่ไมตรีที่ข้ารับองค์หญิงของฉีหลินเป็นชายารองตอนนี้หวังว่าท่านจะเห็นความสัมพันธุ์กับเครือญาติ " จวิ้นเต๋อมองไปยังผู้ที่ก้าวออกมาเพื่อทวงความสัมพันธ์ผ่านการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์


      "ชายารองเช่นนั้นหรือ และชายาเอกของเจ้าเป็นผู้ใดกันถึงมีศักดิ์สศรีมากขนาดกดดันฐานะองค์หญิงได้ หากเมื่อครู่ข้าจดจำมิผิดเจ้ามอบโลหิตของนางเพื่อใช้เปิดประตู ควาทเป็นอยู่ของนางคงไม่ดีนัก ส่งนางกลับฉีหลินเสียเป็นความประสงค์ของข้าและสำหรับสิ่งตอบแทนเจ้าคงรู้ดี..." คำตรัสที่ไม่ได้เเสดงอารมณ์โกรธหรือโมโหกับการกระทำของราชวงศ์ไป๋หู่แต่นั้นจะสำคัญอะไรอีกในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ยังดีที่ให้นางแต่งเป็นชายา  

       จวิ้นอ๋องผู้สง่างามหยิบสิ่งของเเลกเปลี่ยนออกมา แน่นอนว่าไป๋หู่จินย่อมยอมรับเงื่อนไขนี้ เพราะสถานการณ์ตอนนี้นับว่าชีวิตของคนของเขานับว่าสำคัญกว่าตัวเขาเองมีโลหิตของสัตว์เทพไหลเวียนอยู่แต่หากได้รับโอสถก็คงจะง่ายขึ้นกว่าเดิม  เขาไม่มีความเสียดายชายารองเลยแม้เเต่นิดเดียวเพราะที่แต่งนางเข้าจวนเพราะความสงสารนางเท่านั้น วันนี้ถึงเวลาที่นางต้องใช้ชีวิตของตนเองเเล้ว 

        "ส่วนใครที่ยังต้องการโอสถ ข้าได้มันมาด้วยความยากลำบากพวกเจ้าก็เห็น หากพวกเจ้าคิดว่าสิ่งไหนมีค่าพอก็แลกมันเถอะ ข้าเองก็ไม่อยากให้ใครต้องมาตกตายที่นี้ " โอสถที่จวิ้นเต๋อหลอมมามีนับพันเม็ดแต่ล่ะเม็ดใช้เกสรเหมยหิมะเป่ยหู่เพียงดอกเดียวเท่านั้นนับว่าคุ้มค่าเกินกว่าจะปล่อยผ่าน ความสัมพันธ์อะไรก็แล้วแต่ล้วนไม่อยู่ในสายตาของเขาอีกต่อไป 



         " เจ้าคงไม่ได้ทำสิ่งใดผิดต่อกุ้ยเฟยของเจ้าใช่ไหม..." หลงอู่หรูอี้นางหันมามองหลานชายของนางที่แทบหยุดหายใจทุกครั้งเมื่ออยู่ต่อหน้าจวิ้นอ๋องเเววตาของเขาเเสดงออกชัดเจนถึงความเสน่หาในตัวของอ๋องศักดิ์สิทธิจนนางอดไม่ได้ที่จะละเหี่ยใจ

       "ข้าปฏิบัติต่อนางเป็นอย่างดี ท่านบรรพชนโปรดว่างพระทัย " หลงอู่ชิงหวินรับคำโดยที่ไม่ล่ะสายตาไปจากคนตรงหน้าเลยจนภาพเลือนลางของคนตรงหน้าหายไปกับสายลมที่อ่อนโยน การหายตัวไปของจวิ้นอ๋องทำเอาหลายคนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง เพราะวิชาตัวเบาใดกันที่หลงเหลือไว้เพียงภาพติดตา 


        "ไปกันเถอะ......" เสียงของขุมอำนาจต่างๆที่ได้รับสิ่งที่ตนเองต้องการแล้ว การขูดเลือดกับปูของจวิ้นอ๋องครานี้นับว่าสร้างความหวาดกลัวให้เเก่ขุมอำนาจอื่นๆมากมายทีเดียว หากเป็นเพียงสำนักเล็กของที่พวกเขาหาได้ตลอดหกวัน กว่าครึ่งถูกมอบให้จวิ้นอ๋องนับว่าหากจะถามว่าผู้ใดได้ประโยชน์มากสุดจากที่นี้คงไม่ต้องคิดให้มากความ





        สายลมที่พัดผ่านใบหน้าภายใต้หน้ากากทองคำคลับเน้นให้ปอยผมที่หลุดลงมาเล็กน้อยไล้ไปตามใบหน้ารอยยิ้มเล็กน้อยแต่ภายในกลับไม่มีความคิดใดๆ บอกได้ว่ารอยยิ้มนี้มาจากบรรยากาศที่ชื่นชอบเท่านั้นเอง แต่จุดประสงค์ที่มายังที่ตรงนี้เพราะมีบางอย่างที่ติดค้าง 

       "พวกเจ้าอยู่ที่นี้นี่เอง ข้าคิดว่าจะตามพวกเจ้าไม่ทันซะเเล้ว " เสียงของเด็กหนุ่มที่ฝ่าสายลมอันบางเบาออกมาเสียงพูดคุยคล้ายผู้พูดยืนอยู่ต่อหน้า แต่หาเป็นเช่นนั้นการระมัดระวังตัวของคนพรรคกระเรียนขาวหาได้หล่ะหลวมไม่ เเต่คนที่มาสูงส่งเกินไปต่างหาก และอีกอย่างตอนนี้พวกเขาไม่สู้ดีนักเพราะอาการบาดเจ็บของจิวจี้ซีนั้นหนักหนา คงเหลือเพียงจิวจงจวิ้นและจิวหลี่จวิ้นเท่านั้นที่สังการแทนได้ แต่การปรากฏตัวของคนตรงหน้านั้นทำเอาจงจวิ้นถึงกลับปลงตกว่าคงต้องตกตายแล้ว แต่ขวดหยกที่ว่างอยู่ต่อหน้าพร้อมกับประโยคที่ได้ยินเต็มสองหูนับว่าเหมือนความฝัน 


       "โอสถในขวดนี้เป็นโอสถที่ใชเแก้พิษของบุปผาเจ็ดราตรีวิบัติผู้คนที่อยู่ที่นี้จะตายทันทีเมื่อก้าวออกไปหากไม่ได้รับยาแก้พิษ นี้ถือซะว่าเป็นของตอบแทนก็แล้วกัน " เพียงกล่าวจบและส่งมอบเสียงของเด็กหนุ่มก็หายไปในทันที ทั้งสองต่างมองที่ขวดหยกอย่างไม่วางใจ 

      "กินมันซะ หากคนผู้นั้นอยากสังหารพวกเราคงทำไปนานแล้ว ไม่มาล้อเราเล่นเช่นนี้หรอก และจงจดจำเอาไว้ในยุทธภพรูปรักษณ์ไม่สามารถกำหนดความแข็งแกร่งได้ " เป็นจิงจี้ซีที่เอ่ยขึ้นมาความโล่งใจทำให้เขาผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น เพราะเขาเชื่อว่าคนผู้นี้ไม่คิดที่จะสังหารตนเองอย่างแน่นอน แต่ก็อดคิดหนักเรื่องของกังสดาลกล่อมสวรรค์ลำดับที่ห้าไม่ได้  หวังว่าตระกูลจิวแห่งพรรคกระเรียนขาวจะไม่หน้ามืดตามัวไม่เชื่อคำของเขาหรอกนะ 













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.475K ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #3776 (@Akasitmika) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 19:13

    ตอนจบให้อ๋องบรรลุเป็นหญิงนะ แต่ กลายเป็นนามธรรมไปเลย ไม่มีคู่ไม่มีสิ่งใดยึดติดคงฟินน่าดู อ่าห์ ถึงเจ้าจะเป็นเพียงตัวละครแต่เจ้าชั่งถูกใจข้าเหลือเกิน 55+

    #3776
    0
  2. #3019 bophobia (@bophobia) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 16:18

    ถ้าtagว่าวายแต่เเรกเราเข้ามาอ่านนานแล้ววว เลยเรื่องนี้มาได้ไงเนี่ย สนุกสุดๆ
    #3019
    1
    • #3019-1 sittiwat119 (@sittiwat119) (จากตอนที่ 35)
      26 ธันวาคม 2561 / 16:45
      อย่าวายเลยเดี้ยวผมเลิกอ่าน
      #3019-1
  3. #2609 มังกรอหังการ (@thanwa-aom) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 18:01
    เรื่องนี้สนุกทุกอย่างเสียอย่างเดียว เราไม่ใช่สายวาย อ่านแล้วเลยไม่อินอย่างแรง น่าเสียดายจริงๆ
    #2609
    0
  4. #1782 ujasaai (@ujasaai) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 09:11
    จะมองให้เป็นพระเอกก็ได้แต่จะมองในมุมเคะราชินีก็ได้อ่ะแงงงงงงง งามล่มเมืองอะไรเบอร์นี้5555
    #1782
    0
  5. #1779 นัทจัง (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 06:48

    เข้ามาในเเดนเร้นลับได้เพิ่มพลังยุทธแถมได้สมุนไพรมากมายได้หานอี้ข้ารับใช้เก่ามา 1 คนและได้พยัคฆ์มาเป็นลูกน้องเพิ่มอีก 1 ตัว แถมได้พิณกังสดาลกล่อมสวรรค์ของวิเศษอีก 1 ชิ้นจากพรรคกระเรียนขาว เฮ้อ..ออ ยังได้เหลนสาวองค์หญิงชายารองของไปหู่กลับแคว้นฉีหลิน 1 องค์ จวินอ๋องท่านช่างเกินคำบรรยายไม่มีเสียเปรียบใคร ทึกย่างที่กล่าวแลกกับยาแก้พิษ 7 ราตรี ไม่กี่เม็ดคุ้มสุดคุ้ม

    #1779
    0
  6. #1744 14791noknoi (@14791noknoi) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 11:38
    อ่าาา ได้อ่านแล้ว สนุก ชอบๆ
    #1744
    0
  7. #1731 VKK42 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 08:29
    ท่านอ๋อง....มีความพระเอกมากกกกก
    #1731
    0
  8. #1729 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 08:09

    เอาอีกกกกกกกกกกกก

    #1729
    0
  9. #1705 A-loveless (@A-loveless) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 03:12
    ชอบมากๆๆ อ่านเพลินดีๆ สนุกอีกด้วย
    #1705
    0
  10. #1684 0930019142 (@0930019142) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 00:29

    เพลินสุดๆ
    #1684
    0
  11. #1682 0930019142 (@0930019142) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 00:27
    ขอบคุณจ้า
    #1682
    0
  12. #1680 yayuiya (@yuiloveminho) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 00:08
    คำผิดเยอะอยู่นะ อ่านไม่ค่อยรู้เรื่องบ้าง 55555 แต่สนุกมากกกกกก
    #1680
    0
  13. #1679 moonching (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 23:49

    ฟินนนนนนนน

    #1679
    0
  14. #1678 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 23:36
    ขอบคุณครับ มาแย้ว
    #1678
    0
  15. #1677 pik (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 23:33

    สนุกมากคะ รอตอนต่อไป

    #1677
    0
  16. #1676 Nutsu_Nutsu (@Nutsu_Nutsu) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 23:31
    รอๆ เด้อจ้า อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว ไรท์สู้ๆ ปล่อยมาบ่อยๆหน่อยน๊า
    #1676
    0
  17. #1675 rheenlove (@rheenlove) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 23:30
    รักไรท์. เขียนออกมาได้อรรถรสมากก
    #1675
    0
  18. วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 23:20

    สู้ๆๆๆ
    #1674
    0
  19. #1673 Tee (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 23:14

    เอาอีกได้ไหม พลีสส

    #1673
    0
  20. #1672 ห้วงคำนึง (@NuengMontian) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 23:01
    ดีๆเริสๆ
    #1672
    0
  21. #1671 samby (@samby) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 22:55

    +100+++++++

    #1671
    0
  22. #1670 NessZero (@nesszero) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 22:54
    จากทรงมัรจะมาตายกันฟรีๆ
    #1670
    0
  23. #1669 ต้นไม้ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 22:49

    สสนุกมากๆๆเลยคร้ามาต้อวันล่ะ2ตอนก็ได้

    #1669
    0
  24. #1668 sabel2 (@Sabel) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 22:48
    สนุกดีค่ะ
    #1668
    0
  25. #1667 pacharasaeten (@pacharasaeten) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 22:48
    รักไรท์​ที่สุดดดด
    #1667
    0