ปราการเทวะหวนคืน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 518,152 Views

  • 6,592 Comments

  • 6,037 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    114,375

    Overall
    518,152

ตอนที่ 3 : เจ้าเป็นใคร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17933
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1513 ครั้ง
    4 พ.ย. 61

ตอน....เจ้าเป็นใคร.





          ภาพติดตาพร้อมกับกลิ่นหอมที่ฟุ้งกระจายไปทั่วด้วยการสบัดตัวทำให้ทั้งสองข้ารับใช้ตำหนักพยากรณ์ต้องเร่งรีบติดตาม น้ำตกผานกู่ที่ว่าอยู่เยื้องไปทางทิศตะวันออกอยู่ในเขตแดนของจักรวรรดิหลงอู่ และยังเป็นสถานที่ ที่มีทิวทัศน์แสนงดงามตรึงตาตรึงใจ เป็นสถานที่ที่เหล่าชนชั้นสูงและเชื้อพระวงศ์ต่างคุ้นเคย


        "ฝ่าบาทการประภาสครั้งนี้จะให้หม่อมฉันตามเสด็จพระองค์ถึงน้ำตกผานกู่ไหมเพคะ ได้ยินมาว่าที่นั้นงดงามหม่อมฉันเองก็อยากเห็นสักครั้งว่าจะสมคำล่ำลือหรือไม่ " เสียงของสตรีวัยแรกแย้มที่มีความงามราวกับบุปผาที่รับฤดูใบไม้ผลิ ความงามของนางไม้น้อยไปกว่าเหล่าเครื่องประดับที่หรู่หราของนางเลย และยังอาภรณ์ที่ดูจะขัดกับสถานที่เช่นนี้พอควร 


     "สนมตี้ช่างออดอ้อนฝ่าบาทเสียจริง ดูอาภรณ์ของสนมตี้คงไม่อาจไปถึงน้ำตกผานกู่โดยง่าย จะทำให้อารมณ์สุนทรีของฝ่าบาทหมดไปมากกว่า " เสียงของสตรีอีกผู้ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากันเลย ถึงนางจะตำหนิอาภรณ์ของอีกฝ่าย แต่อาภรณ์ของนางก็พะรุงพะรังเช่นกัน แต่ต่างกันตรงที่นางไม่ใคร่อยากตามเสด็จเท่าใดนัก ใครจะอยากเดินทางไกลกันครั้นจะให้นั่งรถม้า หรือจะให้ใช้พลังปราณในการเดินทางก็สิ้นเปลืองไม่น้อยเลย 


         "สนมหนิงท่านก็กล่าวเกินไป อาภรณ์ของข้าตัดเย็บโดยช่างอาภรณ์ตระกูลหัว พวกเขามีความละเอียดพอ อาภรณ์ของข้าทนทานแน่นอนท่านไม่ต้องห่วง จะให้ข้าสังหารสตรีปากมากแถวนี้ยังได้เลยแน่นอนว่าอาภรณ์ของข้าจะไม่ขาดแม้เเต่น้อย.!!! " เสียงที่ออเซาะอ่อนหวานหายไปจนสิ้น มีแต่น้ำเสียงที่เหน็บแนมแทน และตอนนี้สายตาของพวกนางแทบจะเข้าสังหารกันจริงๆอยู่แล้ว 


       "พวกเจ้าไม่ต้องตามเสด็จทั้งคู่นั้นเเหละ ข้าอยากไปคนเดียว ให้ขันทีอาวุโสและท่านแม่ทัพตามไปก็พอเเล้ว คนอื่นก็รั้งรอที่นี้ก็แล้วกัน " แน่นอนว่าในจักรวรรดิของเขาไม่อาจมีสิ่งใดที่ทำให้เขาหวาดกลัวได้ สายเลือดมังกรอย่างหลงอู่ จะยังต้องหวั่นเกรงสิ่งใดอีก 


      ใบหน้าที่ติดไปทางคล้ำแดดเล็กน้อยแต่ก็ยังมองเห็นคิ้วหนาชัดเจน จมูกก็คมสันรับกับแสงตะวันที่สาดเทลงบนใบหน้าของบุรุษที่นับได้ว่าเป็นที่หมายปองของเหล่าสตรีนับล้าน หรือสตรีทั่วทั้งจักรวรรดิหลงอู่ก็ว่าได้ นามของเขาคือ หลงอู่ชิงหวิน หรือจักรพรรดิหวินเจิ้งแห่งราชวงศ์หลงอู่ อายุเพียงหนึ่งพันปีแต่กลับมีระดับอยู่ในขั้นราชาสวรรค์ขั้นเก้า อีกเพียงไม่กี่ก้าวจะเข้าสู่ระดับจักรพรรดิสวรรค์แล้ว


       ความเบื่อหน่ายในตัวของพระสนมทำให้ฮ่องเต้พระองค์นี้เลือกที่จะเสด็จขึ้นเขาผานกู่เพื่อชื่นชมธรรมชาติเพียงลำพัง





       "อ่ะ!! ท่านอ๋อง ท่านจะทำเช่นนั้นมิได้นะขอรับ.. " เสียงเอ่ยทัดทานของข้ารับใช้อย่างหานกู่ที่ตอนนี้หน้าถอดสีไปแล้วเมื่อพบว่า อ๋องศักดิ์สิทธิ์แห่งตำหนักพยากรณ์กำลังจะลงแช่น้ำ ที่น้ำตกผ่านกู่ การทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่ไม่มีความมิดชิดเอาเสียเลย 


       ฉีหลินจวิ้นเต๋อ ในตอนนี้นิสัยของเขานั้นแต่งต่างไปจากเดิมค่อนข้างมาก อาจเป็นเพราะความทรงจำในตอนที่เขาเป็น 'เต๋อ' จะมีอิทธิพลต่อตัวเขามากที่สุด ความเรียบง่ายความลำบากที่ผ่านมาทำให้เขาเลือกที่จะมีความสุขในสิ่งที่อยากจะทำมากกว่าที่จะมาคอยระวัง เขาเป็นบุรุษไหนเลยจะเกรงกลัวการเปลื้องผ้ากัน  ถึงจะบอกว่ามันผิดกฎ แต่ใครกันเป็นผู้กำหนดในเมื่อตอนนี้เหลือเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้นไม่มีใครอื่นอีก 


        เหล่าสัตวอสูรเองเมื่อสัมผัสการมาถึงของผู้ยิ่งใหญ่พวกมันล้วนหนีหายไปจนหมดสิ้นเหลือไว้เพียงน้ำตกที่เวิ้งว้างตรงหน้า ความงดงามของธรรมชาติที่ได้เห็นทำให้ อ๋องจวิ้นเต๋อเผลอผ่อนลมหายใจอันอ่อนโยนออกมา ความบริสุทธิ์ของอากาศและความงดงามของทิวทัศน์ทำให้จิตใจของเขาล่อยล่องไม่ต่างจากร่างกายที่ล่องลอยในกระเเสธาราเช่นกัน


       "หานหลี่เจ้าไปเฝ้าทางขึ้นเอาไว้ ไม่ว่าผู้ใดขึ้นมาจงน้อบน้อมและกล่าวว่ามีผู้ใช้งานน้ำตกนี้อยู่ขออภัยพวกเขาด้วย " ถึงจะดูว่ามันผิดกฎแต่ถามว่ากฎถูกกำหนดโดยผู้ใดบอกได้เลยว่า 'อ๋องศักดิ์สิทธิ์' ภาพความผ่อนคลายของท่านอ๋องผู้นี้ทำให้หานกู่มองเเล้วสบายใจความง่ายๆไม่เจ้ายศเจ้าอย่างเช่นเชื้อพระวงศ์ทั่วๆไป ความเป็นธรรมชาติของนิสัยใจคอ ช่างดีจริงๆ และเหมาะสมกับคำว่าท่านชายศักดิ์สิทธิ์จริงๆ 





           "เจ้าเป็นใครเด็กน้อยกล้าดียังไงมาขวางทางเรา ถอยไปเสีย" เสียงตะคอกด่าของชายชราที่มีใบหน้าที่ดุดัน เขาเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ของจักรวรรดิ์หลงอู่ จะมาถูกเด็กที่ระดับพลังปราณเพียงเท่านี้บอกให้หยุดได้เช่นไร และถึงนายมันจะเป็นเชื้อพระวงศ์มาจากที่ใดแต่ยังไงเสียตรงหน้านี้คือฮ่องเต้ หาใช่ใครอื่น 

        ใบหน้าที่ดูหน่ายใจของฮ่องเต้หนุ่มเพราะเพียงอยากพักผ่อนเล็กน้อยหากต้องเห็นการฆ่าฟันคงไม่สนุกเป็นแน่ และดูจากการแต่งกายของข้ารับใช้ผู้นี้ก็ดูคุ้นตาอยู่บ้างคงเป็นคนของอาราม แต่.....



       " เจ้าเป็นข้ารับใช้ตำหนักพยากรณ์เช่นนั้นหรือ แล้วเหตุใดถึงมา..อ้อเจ้าคงตามรับใช้นายใหม่แล้วแต่เหตุใดยังใส่ชุดของตำหนักพยากรณ์อยู่อีก แต่ก็ช่างมันเถอะหลีกทาง เราจะเพียงมองดูทิวทัศน์จากทางด้านโน้นเท่านั้น " ถึงจะบอกให้หลีกแต่ก็ไม่ได้รั้งรอแต่อย่างไร หลงอู่ชิงหวินเดินเลยผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจเท่าใดนัก เพราะดูๆไปข้ารับใช้เหล่านี้ทำไปตามหน้าที่เท่านั้น 



           "เดี๋ยวก่อนท่าน ท่านจะไปด้านโน้นจริงๆนะ หากเป็นเช่นนั้นก็ขอเชิญท่าน แต่หากจะไปทางธารน้ำตกคงไม่ได้เพราะตอนนี้นายของข้าต้องการความเป็นส่วนตัว " เสียงเล็กๆของเด็กหนุ่มคล้ายคิดสิ่งใดออก หากตะขึ้นไปชมทิวทัศน์ของน้ำตกล่ะก็ เพียงขึ้นไปบนผาหินก็จะสามารถมองเห็นน้ำตกได้แล้ว และมันยังอยู่คนล่ะทางที่ท่านอ๋องของเขาอยู่ 


        "บัง...     " แต่ยังไม่ทันที่ขันทีเหลียนจะเอ่ยสิ่งใด ฮ่องเต้หนุ่มก็หยุดคำล่าวของเขาเอาไว้เสียก่อน เพราะไม่อยากที่จะถือสาเอาความมากมาย ถึงอยากจะเอาความเด็กน้อยผู้นี้ก็คงตายเป็นร้อยครั้ง 

      "ช่างเถอะ พวกเราไปกันเถอะ ข้าไม่อยากเสียเวลาอีก .... " ตรัสเพียงเท่านั้นก็เดินออกหน้าในทันทีเพร่ะไม่อยากที่จะต่อความให้มากอีกอย่างฐานะเช่นนี้ก็ไม่ควรเปิดเผยปล่อยให้นักบวชเหล่านั้นชะล้างร่างกายให้สะอาดเสียเถิด 




         นักบวชที่คนเหล่านั้นกำลังเอ่ยถึงตอนนี้นั้นกำลังสนุกสนานกับการว่ายน้ำไปมาภายในอ่างหยก ที่เรียกว่าอ่างหยกเพราะน้ำตกผานกู่มีอ่างรองรับน้ำจากด้านบนที่มีขนาดใหญ่และน้ำในอ่างยังมีสีเขียวคล้ายหยกเขียว  ผิวกายขาวผ่องมีประกายอ่อร่าสีทอง เวียนว่ายในอ่างหนกยิ่งทองยิ่งความความรู้สึกสุขใจ คงไม่มีอื่นใดงดงามเท่านี้อีกแล้ว 


         ผ่านกู่แทบอยากจะมาฉุดรั้งให้อ๋องของตนขึ้นจากน้ำ การที่อ๋องศักดิ์สิทธิ์ออกนอกตำหนักพยากรณ์นั้นหาได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งเพราะการไปมาแต่ล่ะครั้งล้วนสูงส่งราวจักรพรรดิ

       "เจ้าบอกคนพวกนั้นหรือไม่ว่าผู้ใดที่ขึ้นมาแช่น้ำที่นี่ "หานกู่รู้สึกพึงพอใจที่หานหลี่ส่ายหัวเเทนคำพูดเพราะหากบอกว่ามีอ๋องศักดิ์สิทธิ์เสด็จมาที่นี้ พวกเขาคงไม่อาจทำใจยอมรับให้เชื่อถือได้ และคงหัวเราะทำร้ายหานหลี่ว่าเป็นคนเสียสติเป็นแน่


        


        "ทิวทัศน์ที่นี้เห็นทีไรก็ทำให้ข้าหวนนึกถึงอดีตจริงๆ เสด็จแม่ของข้าท่านคงชื่นชอบสถานที่เช่นนี้มาจนไม่อยากเสด็จเข้าวังหลวงเป็นแน่ บุปผางามกลางป่าเขาเป็นคำนิยามที่ท่านพ่อเรียกท่านแม่ " ถึงจะเอ่ยเช่นนี้แต่เสด็จแม่ที่เอ่ยถึงก็ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ถึงผู้คนจะมีอายุยืนยาวนับพันๆปี แต่ก็หาได้อยู่อย่างสุขสบายไม่ ความอันตรายรอบด้านยิ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ยิ่งต้องระวังทุกฝีก้าวที่ย่างเดิน การแก่งแย่งเช่นนี้แม้เเต่ตัวเขาผู้เป็นถึงฮ่องเต้ยังไม่อาจจัดการได้โดยง่าย หากตระกูลใดมีรากฐานที่มั่นคงพอตระกูลเหล่านั้นล้วนหยัดยืนอยู่ได้


        ดินแดนผานกู่ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ของเหล่าผู้ฝึกปรือพลังลมปราณ แต่ก็มีความสงบสุขเสมอมาด้วยการร่วมมือร่วมใจของห้าราชวงศ์หนึ่งอาราม ทุกอย่างล้วนถูกตัดสินโดยตำหนักเทพยุทธพวกเขาเข้ามาจัดการดูแลความขัดแย้งทุกอย่างทำให้เหตุการณ์บ้านเมืองในหกอาณาจักรล้วนเงียบสงบเสมอมา ความเงียบสงบนี้เองเป็นบ่อเกิดของความอ่อนแอ่ ความปลอดภัยมีมากการระมัดระวังตัวก็มีน้อยลง และยังฝึกปรือลมปราณน้อยลงอีกด้วย เพราะประชากรเฉลี่ยของแต่ล่ะจักรวรรดิมีลมปราณเพียงระดับปราณจิตเท่านั้นเอง หากมิใช่ผู้ที่ได้ฝึกปรือในตำหนัก หรือตระกูลยุทธต่างหาผู้มีระดับพลังที่สูงส่งได้ยาก พร้อมกับความหายากของเหล่าสมุนไพรหนุนปราณ หรือแม้แต่เหล่าสัตว์อสูรที่ไม่ใช่จะพบเห็นได้โดยง่าย 




        ฟิววววว ฉึกกกกก เสียงของลูกธนูที่แหวกอากาศอันเงียบสงบก่อเกิดเสียงกรีดสายลมอันแสบหู แต่มันไม่เป็นไปตามจุดประสงค์ของมันเพราะเป้าหมายตอนนี้ไหวตัวทันเสียเเล้ว ปราณระดับราชาสวรรค์ถูกปลดปล่อยออกมาเพื่อตรวจสอบระดับและจำนวนของผู้ที่คิดจะสังหาร 


       ' จักรพรรดิสวรรค์สอง นอกนั้นระดับปราณราชาสวรรค์สิบคน 'คำกล่าวทางลมปราณที่ถูกเอ่ยขึ้นมาให้ผู้ติดตามทั้งสองได้รับรู้การเสด็จมาที่นี้ไม่ใช่คนภายนอกจะรับรู้ได้ง่าย อย่างน้อยพวกเขาก็น่าจะรู้ว่าผู้ที่พวกเขาคิดจะสังหารคือผู้ใด 

       "เป็นมือสังหารไม่ผิดแน่พวกมันมีวิชาเร้นกาย " เสียงของแม่ทัพหยางเอ่ยขึ้นมาอย่างเป็นกังวล จะมิให้เป็นกังวลได้อย่างไร ถึงระดับของเขาจะสูงถึง 'จักรพรรดิสวรรค์ ขั้น1 ' แต่ก็คงไม่สามารถต้านเหล่ามือสังหารในเงามืดที่มีระดับปราณราชาสวรรค์ได้ เพราะด้วยจำนวนและเล่ห์เหลี่ยมที่พวกมันไม่เลือกวิธีที่จะสังหาร กระบี่ขนาดใหญ่ถูกชักออกจากฟักพร้อมกับตั้งท่ารับมือการโจมตีในคราถัดไป 




          ฟิว   ฟิว   ฟิว    ธนูนับสิบดอกถูกปล่อยออกมาอย่างพร้อมเพียงแน่นอนว่าเป้าหมายคือคนที่สวมอาภรณ์สีน้ำเงินครามปักด้วยลวดลายของมังกรวารีผู้โอบอุ้มผืนน้ำอันกว้างใหญ่ 

      แน่นอนว่าเกราะลมปราณนั้นไม่อาจต้านทานอาวุธเหล่านี้ได้นาน แต่ด้วยจำนวนที่มากและประกอบด้วยสถานที่เเห่งนี้เป็นที่โล่งแจ้ง เป็นผาหินที่รอบๆเต็มไปด้วยทิสขพฤกษาหลากหลายชนิดที่ขึ้นปะปนกันอย่างสวยงาม  เสียงของทั้งสามเหนือยหอบไปเลยเมื่อพายุของศรเหล่านั้นเลือนหายไป ขืนเป็นเช่นนี้ต่อไปพวกเขาคงไม่รอดเป็นแน่ 

        'ส่งหินสื่อสารเร็วเข้า อย่างน้อยพวกเราคงต้านได้ทันเวลาที่องครักษ์จะมาถึง เสียงของเหลียนกงกงที่ตอนนี้น่าจะเป็นผู้ที่น่าเป็นห่วงที่สุดเเล้ว เพราะเมื่ครู่เขาถูกลูกธนูเฉี่ยวที่แขนข้างขวาและเป็นดังที่คิด มือสังหารพวกนี้เล่นสกปรก เพราะในศรทุกดอกถูกอาบด้วยยาพิษ

      "เจ้ายังไหวหรือไม่ เหลียนกงกง นี่โอสถมันอาจพอบรรเทาอาการของเจ้าได้ เราต้องเร่งไปจากที่นี้ " เสียงของฮ่องเต้หนุ่มดูห่วงใยข้ารับใช้ประจำตัวอย่างถึงที่สุดเพราะตอนนี้มันคือความผิดของเขาเองที่อยากมาเพียงลำพังไม่อยากให้มีองครักษ์มากมายมันจึงกลายเป็นช่องว่างให้ถูกลอบสังหารเช่นนี้ ครั้นจะว่าฝีมือเขาก็พอมีอยู่บ้างแต่ศัตรูเล่ยไม่สื่อพวกเขาไม่ปะทะตรงๆ

    "ที่น้ำตกมีคนของอาราม พวกเขาน่าจะมีอยู่หลายคน ยังไงเสียพวกเราไปขอความช่วยเหลือจากพวกเขาเถิด " แม่ทัพหยางเอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าตนเองจะลากผู้อื่นมาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ แต่หากชั่งใจความปลอดภัยของนายเหนือหัวล่ะก็คงไม่ต้องคิดให้มากมาย


     ปัง   ปัง  ปัง   การวาดกระบี่เกล็ดมังกรวารีเพียงครั้งเดียว ปรากฏคมมีดที่ก่อเกิดขึ้นจับตัวจนกลายเป็นน้ำเเข็งโจมตีออกไปอย่างไร้ทิศทาง เพราะถึงจะจับสัมผัสได้แต่พวกเขาล้วนเคลื่อนไหวไม่อยู่นิ่งๆรอการโจมตี  วิชากระบี่เกล็ดมังกรนั้นเป็นวิชาของราชวงศ์หลงอู่ กระบี่ที่สามารถแยกตัวจากหนึ่งเป็นสอง สองเป็นสี่ และทวีจำนวนขึ้นตามความเข้าใจของผู้ใช้ ทุกรังสีกระบี่ล้วนมีพลังปราณที่อัดแน่นของผู้โจมตีและมันยังแหลมคม


       "โอกาสนี้ล่ะ ไปกัน....    "เมื่อโจมตีเปิดทางแล้วทั้งสามก็เร่งใช้ท่าเท้าพันเงาออกจากสถานที่แห่งนี้ทันที แน่นอนอยู่แล้วว่าไม่สามารถสลัดคนเหล่านี้ให้หลุดลอยไปได้ เพราะพวกเขาจะติดตามแม้ตนเองต้องตกตาย มือสังหารเหล่านี้หากทำงานไม่สำเร็จล้วนต้องตกตาย ไม่รู้ว่าใครกันถึงลงแรงและทุนมหาศาลเช่นนี้




       ใบหน้าที่ลอยปริ่มน้ำ แพขนตากระเพื่อมเป็นบางครั้ง ความผ่อนคายของจวิ้นเต๋อต้องมาจบลงด้วยการสัมผัสพลังปราณฆ่าฟันที่รุนแรง เหล่ามือสังหารหรือแม้เเต่หลงอู่ชิงหวินไม่อาจสัมผัสถึงเขาได้คงเพราะเขาปลดปล่อยปราณธาตุไปตามอารมณ์หาได้กะเกณฑ์มัน  ดวงตาสีแดงโลหิตราวกับทับทิมสุกสกาวดั่งดวงธาตุอัคคี การตื่นตัวของจวิ้นเต๋อเร็วกว่าข้ารับใช้ทั้งสองมาก 



        เสียงของการสู้รบยังคงดังมาเป็นระยะและรู้สึกว่าจะเข้ามาใกล้ตัวเขาไม่น้อย สีหน้าที่ไม่ทุกข์ร้อนทำเอาหานกู่ถึงกับทำสิ่งใดไม่ถูกครั้นจะถามว่าหนีหรือไม่ มันคงเป็นการดูหมิ่นศักดิ์ศรีของนายตนมากเกินไป


       "ท่านอ๋อง..." แต่ผู้ที่อดรนทนไม่ได้จนต้องเอ่ยปากก็คือผู้ที่มีวัยวุฒิน้อยที่สุดเป็นผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้เลย ความเกรงกลัวถึงภัยอันตรายในเเววตาของเขาไม่ต้องพูดถึงความคิดอ่านของเขาเลยเจ้าเด็กน้อนหานหลี่กำลังจะฉี่ราดอยู่แล้วตอนนี้ 

      แต่ในตอนนั้นเองปราณธาตุอบอุ่นที่เป็นดังสายน้ำอุ่นโฉลมจิตใจให้เข้าสู่สภาวะผ่อนคลาย สายตาที่หานหลี่หรือแม้แต่หานกู่ที่จ้องมาพวกเขาทั้งสองล้วนขอบคุณ ด้วยระดับพลังปราณที่เหนือกว่าทำให้จิตสังหารของคนพวกนี้รุนแรงจนพวกเขาเองนั้นไม่อาจทานทนได้ เเต่เมืออยู่ข้างกายอ๋องศักดิ์กลับให้ความรู้สึกถึงการอยู่ภายในร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ที่แม้แต่พายุคลั่งก็มิอาจสั่นคลอนความแข็งแกร่งได้ 


        ขลุ่ยหยกปรากฏในมือพร้อมกับพลังปราณที่โคจรเร่งเล้าให้มีความกดดันแผ่ออกไปจนผู้คนที่กำลังมุ่งหน้ามาต้องสัมผัสถึงการมีอยู่ของตนเองได้ 


        แม่ทัพหยางถึงกับชะงักงันเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่อยู่ตรงหน้า มันไม่สามารถบรรยายได้เลยว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้านั้นมีระดับขั้นใดและตอนนี้ทำให้เขาไม่มั่นใจเท่าใดนักเพราะหากระปราณเช่นนี้มีเพียงเหล่าผู้เล้นกายเท่านั้นกระมัง 

     "ขอความกรุณาท่านผู้อาวุโส พวกเราถูกลอบทำร้ายและหมายเอาชีวิตจากมือสังหารชั่วช้าเหล่านี้ " การเตือนโดนการที่ปลดปล่อยลมปราณออกมาให้ผู้อื่นสัมผัสได้นั้นนับว่สเป็นการเตือนที่สุภาพไม่น้อย ทำให้แม่ทัพหยางที่ตอนนี้ดูท่าจะจนตรอกจริงๆต้องฝืนใจสักคราเสี่ยงเข้าไปขอความช่วยเหลือ ฮ่องเต้ยังทรงมีพระชนย์ชีพไม่มากแต่ระดับพลังลมปราณนั้นล้ำหน้าคนในรุ่นเดียวกันไปมาก ทำให้เป็นเป้าหมายในการลอบสังหารเป็นอย่างดรด้วยเกรงอนาคตของคนตรงนี้นั่นเอง สีหน้าที่ซีดขาวของฮ่องเต้หนุ่มมิได้เกิดขึ้นเพราะความเหน็ดเหนือยแต่เป็นเพราะในตอนที่กำลังหลบหนี เหล่ามืงสังหารต่างระดมกำลังกันอย่างเต็มที่เพื่อไร้ล่า ทำให้ลูกดอกอาบยาพิษถูกยิงออกมาอย่างต่อเนื้อง เพราะธนูใช้ได้ลำบากในป่ารก 



        "หยุดด หยุดอยู่ตรงนั้น พวกท่านขึ้นมาที่ตรงนี้มิได้แล้วอย่าได้เงยหน้าขึ้นมา " ในความเกรงกลัวอยู่นั้นนับว่าข้ารับใช้เก่าของตำหนักเทพพยากรณ์ยังคงมีสติอยู่บ้าง ในฐานะของอ๋องศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถให้ผู้ที่ไร้ความบริสุทธิ์สัมผัสหรือเข้าใกล้ได้ และอีกอยา
างห้ามผู้ใดเห็นพักตร์ของอ๋องศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย แต่สำหรับจวิ้นเต๋อ จะเป็นผู้บริสุทธิ์หรือเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์เขาล้วนไม่ให้ความสำคัญ ชาติภพของเต๋อนั้นสอนให้รู้ว่าความดีงามนั้นอยู่ที่จิตใจความโอบอ้อมอารีและแบ่งปันคือความสุขทางจิตใจ 


      





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.513K ครั้ง

30 ความคิดเห็น

  1. #3761 คีย์บอร์ดดำ (@Akasitmika) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 13:54
    ทำไมจิ้น55
    #3761
    0
  2. #280 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 21:25
    เรือลำที่หนึ่ง 5555
    #280
    0
  3. #105 Tumbabycorn (@Tumbabycorn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 12:44
    แรกพบสบตา เตรียมเปิดเพลง
    #105
    0
  4. #80 pragray-jun (@pragray-jun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 01:13

    ขอให้นางเป็นคนดีแบบนี้ไปทั้งเรื่องนะคะมีเสน่ห์ดีค่ะชอบมาก


    #80
    0
  5. #48 ___beemmm (@___beemmm) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 19:44

    อ่า~~~

    ฟินนนน
    สนุกมากเลยค่ะ
    #48
    0
  6. #47 bbam20442 (@bbam20442) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 19:28
    สนุกสุดดดด
    #47
    0
  7. #46 OKKIKKO (@runglak3012) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 18:56

    เป็นนิยายที่ดีงามมมม ควรค่าของการติดตามมม กรี้ดดด
    #46
    0
  8. #45 นู๋...อิ๊งค์ (@ParadeeSiri) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 17:37
    ค้างไปหมดเลย ไหนจะทรีโน่ ไหนจะท่านอ๋อง เฮ้อ ท่านไรท์ รีบๆหายนะเจ้าคร๊
    #45
    0
  9. #44 Satanbig2544 (@Satanbig2544) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 16:31
    ค้างตั่งแต่ทรีโน่จนถึงท่านอ๋อง
    #44
    0
  10. #43 Satanbig2544 (@Satanbig2544) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 16:31
    ค้างอะ
    #43
    0
  11. #42 EReNoR (@tamtummai) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 16:17
    จะวาย.....วอด อย่างไรก้อเชิญโลด....ถึงจะไม่ได้ชอบ. อ่านวาย...แต่ถ้ามันสนุก. ..ถึงวายก้ออ่านวุ้ย
    #42
    0
  12. #40 Khao (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 12:48

    ขอบคุณนะครับ

    #40
    0
  13. #37 rosayrai (@dollo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 11:29
    รอค่ะเนื้อหาน่าติดตามมาก
    #37
    0
  14. #36 klaozone (@klaozone) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 10:56

    สนุกมากค่ะ รอตอนต่อไปอยู่นะคะ

    #36
    0
  15. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 10:53
    อยากอ่านต่อ
    #35
    0
  16. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 10:33

    ลำบากไรท์แล้วงานนี้ ข้าน้อยเสพติดนิยายของไรท์ทุกเรื่องเลยเจ้าค่ะ

    #34
    0
  17. #32 pompompom01 (@pompompom01) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 09:32
    ต่อหน่อยยยยยยย ห้ามลบอีกนะะะะ
    #32
    0
  18. #31 oiloil_94 (@oiloil_94) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 09:28
    เสพติดไรต์ขึ้นทุกวัน โอ้ยยยย

    สนุกมากค่ะ
    #31
    0
  19. #30 IzPoP (@IzPoP) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 08:03

    ค้างๆ มาต่อด่วน

    #30
    0
  20. #28 nuang1 (@lookchup_najaa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 07:50
    สนุกมากค่ะ ค้างคาใจอยากอ่านต่อมากๆ
    #28
    0
  21. #27 ไวละอ่อน (@suphachai231) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 07:47

    ลองอ่านฆ่าเวลาดูที่ไหนได้ค้างสุดๆ
    #27
    0
  22. #26 Sea45678 (@Sea45678) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 07:43

    ค้างโคตรรรรเลยค่ะ!!!!!
    #26
    0
  23. #22 ArfArf (@ArfArf) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 05:43
    รอนะคราบ
    #22
    0
  24. #19 RungRungring (@RungRungring) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 00:07
    ค้างกว่าเดิมอีก บ้าจริง
    #19
    0
  25. #16 ทาสของเหมียว (@iiizo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 23:51
    ชอบๆตอนนั้นมาอ่านไม่ทันตอนนี้จะตามติดหนึบเลย
    #16
    0