ปราการเทวะหวนคืน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 522,936 Views

  • 6,609 Comments

  • 6,075 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    119,159

    Overall
    522,936

ตอนที่ 19 : เมืองเป่ยโจว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14390
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1273 ครั้ง
    19 พ.ย. 61

ตอน...เมืองเป่ยโจว





     เมื่อรับรู้ถึงสถานะของท่านอ๋องผู้นับว่ามีใบหน้าอ่อนกว่าวัยอย่างไม่อยากจะเชื่อ หากตนเองไม่ใช่เเซ่ฉีหลินคงไม่อาจปักใจเชื่อถือได้ แน่นอนว่าสายเลือดของนางตอบรับสายเลือดของท่านอ๋องตรงหน้า และตอนนี้เมื่อนางทราบสถานะของคนตรงหน้านางไม่อาจเงยหน้าขึ้นสบเนตรคู่งามได้อีก 



       "ขออภัยเสด็จปู่สิบเจ็ด...    "




   "แค็กกก.....  " ท่านอ๋องผู้กำลังดื่มด่ำธรรมชาติพร้อมกับจิบชาจากเกสรบงกชวารีถึงกลับสำลักเมื่อสตรีผู้มีเชื้อสายเรียกสถานะที่แท้จริงของตน ถึงมันจะเป็นความจริงก็เถอะ นางดูคล้ายหญิงสาวยี่สิบไม่เกินสามสิบ แต่ตัวเขานี่ซิดูยังไงก็ไม่ถึงยี่สิบปีดี จะมิให้สำลักชาที่กำลังดื่มได้เช่นไร 

    "ท่านอ๋องโปรดถนอมพระวรกายด้วย ตอนนี้พระองค์เป็นถึงเสด็จปู่เลยนะขอรับ " หานหลี่นับว่าเป็นคราแรกที่จวิ้นเต๋อเห็นด้วยกับหานกู่ว่าควรจัดหารเสียบ้าง 


     ความอึดอัดใจนับว่าเด่นชัดบนใบหน้างดงามคิ้วสีหมึกถูกดึงจนติดกันแน่น ด้วยสุดที่จะหาคำทัดทานได้ด้วยฐานะของตนเองที่เป็นน้องชายของปู่นางจริงๆ 


      "เอาเถิดแล้วแต่เจ้าจะเรียกหาก็แล้วกัน แต่ข้าสงสัยอยู่เรื่อง เหตุใดโอรสของเจ้าถึงมีสายเลือดของฉีหลิน หากเจ้าบอกว่าถูกส่งจัวไปเป็นสนมของฮ่องเต้จักรวรรดิหงส์สวรรค์  " เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด อาจเป็นเพราะไม่เคยมีการส่งสายโลหิตแท้จริงให้แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์เช่นนี้ และหากคาดเดาไม่ผิดเด็กก็ไม่ควรจะถือกำเนิดขึ้นมา แต่การที่เด็กคนนี้มีสายโลหิตของกิเลนเพลิงสวรรค์ และหงส์อัคคีสวรรค์อยู่ในตัว แต่ลอยสลักที่ด้านหลังกลับเป็นรูปภาพของกิเลน แสดงถึงความเด่นชัดว่าสายเลือดใดมากกว่ากัน 


        "หลานเองก็ไม่ทราบ และไม่คิดว่าจะตั้งครรถ์ และยังให้กำเนิดสายโลหิตของฉีหลินเช่นนี้ " นับว่าตัวฉีหลินน่าอวี๋ก็ไม่เคยคิดมาก่อนเช่นกัน เพราะเเต่ไหนแต่ไรหากองค์หญิงเเต่งออกไปแล้วให้กำเนิดทายาท ทายาทผู้นั้นจะมีสายโลหิตกิเลนสวรรค์ที่เบาบางกว่าทายาทของฝ่ายชายมากมายนัก แต่ดูท่าน่าจะมีความลับมากกว่านั้น เป็นไปได้ว่าอาจได้รับการกระตุ้นจากสายเลือดของหงส์อัคคี และนี้คงเป็นเหตุให้เด็กน้อยผู้นี้ไม่อาจมีชีวิตรอดเพื่อตอกย้ำความอ่อนเเอของสายเลือดหงส์อัคคีได้ 


   (หย่าหลิง) ไม่แปลกหรอกจวิ้นเต๋อ สายเลือดของสัตว์เทพทั้งสองต่างแย่งชิงร่างของเด็กคนนี้ แต่เด็กคนนี้กลับใกล้ชิดมารดาที่มีสายเลือดของกิเลนเพลิงสวรรค์ทำให้เด็กเอนเอียงมาทางนี้มากไป แต่หากในอนาคตเด็กถูกเลี้ยงดูโดยสายเลือดหงส์อัคคีสวรรค์เด็กนี้ก็จะมีสายเลือดหงส์อัคคีที่เข้มข้นขึ้น แต่หากจะให้คงสายเลือดของกิเลนเพลิงก็พอมีทาง ต้องให้เขาดูดซับไอกิเลนเพลิงเเท้จริงบ่อยๆ เพียงเท่านี้สายเลือดของกิเลนเพลิงสวรรค์ก็จะกดทับสายโลหิตของหงส์อัคคีสวรรค์อย่างสมบูรณ์



      ใบหน้าของท่านอ๋องที่นิ่งเงียบ เพราะกำลังฟังความเห็นของหย่าหลิง แน่นอนว่านางรู้อยู่แล้ว เพราะตัวหย่าหลิงก็สัมผัสสายโลหิตของหงส์อัคคีสวรรค์ได้แม้ว่ามันจะเบาบางก็ตามที นี้คงเป็นหลักการที่คล้ายๆกับพันธุกรรมที่เขาเคยอ่าน มันเป็นการสืบทอดนับว่ามีความซับซ้อนไม่น้อยเลยจริงๆ และไม่สามารถคาดเดาสิ่งใดได้ และควาทเป็นไปได้ที่จะปลุกสายโลหิตของเหล่าเชื้อพระวงศ์สายนอกเล่าจะเป็นไปได้หรือ 


     ราชวงศ์สายนอกนั้นหมายถึงบรรดาทายาทของเหล่าองค์หญิงหรือองค์ชายที่ปต่งออกไปกับชนสามัญหรือเหล่าตระกูลใหญ่พวกเขาจะมีสายโลหิตกิเลยเพลิงสวรรค์ซ้อนอยู่เช่นกัน มันไม่มีทางจางหายไปอย่างแน่นอน   ' หากเป็นอย่างที่เจ้าคิดจวิ้นเต๋อมีควาทเป็นไปได้สูงด้วยวิธีเดียวกัน เพียงเจ้าปรากฏตัวพลังของพวกเขาก็จะตอบสนองเจ้าเองจะสามารถรู้ได้ทันทีว่าใช่สายเลือดของเจ้าหรือไม่ '



.      "ท่านอ๋อง....   " เสีนงเรียกหาของหานกู่ที่ดูจะเป็นกังวลเล็กน้อยเพราะอยู่ๆท่านอ๋องก็เงียบไปหลังจากที่ฟังองค์หญิงน่าอวี๋ตรัสบอกเรื่องราวที่นางต้องเผชิญ ความจริงหลังจากที่หย่าหลิงแสดงควาทเห็นจวิ้นเต๋อก็เลิกสนใจสิ่งที่น่าอวี๋กล่าวไปเป็นที่เรียบร้อย เขาสนใจในตัวของเด็กน้อยนี้มากหว่า เพราะอย่างน้อยตอนนี้สายเลือดของฉีหลินก็น้อยนิด 

        "เสด็จปู่ท่านจะเสด็จกลับไปวังหลวงหรือไม่   หากท่านยื่นมือสักครั้งเพื่อให้ราชวงศ์ของเราอยู่รอดจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก เหลนชายของท่านเขายังเด็กนักไม่อาจรับภาระเช่นนี้ได้นาน " น่าอวี๋นางร่ำไห้ด้วยความเหนื่อยหน่ายใจจนสุดจะทนเพราะนางคิดว่าได้เจอกับผู้อาวุโสที่นางพอจะเอ่ยฟ้องเช่นตัวนางเป็นเด็กได้ ความอ่อนแอที่นางแสดงออก ตัวนางเองไม่เคยทำมาก่อน แต่ตอนนี้ยางกลั้นความทุกข์ทนไม่ไหวจริงๆ 


        " น่าอวี๋ เจ้าเองก็รู้ว่าข้าอยู่ในสถานะใด หากเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากเกินไปจะมิเป็นผลดีนัก อีกอย่างตัวของฮ่องเต้เองก็ยังมีผู้สนับสนุน คงไม่หนักหนามากมาย " เพียงคำกล่าวของจวิ้นเต๋อยิ่งทำให้นางปล่อยโฮมากขึ้น เสด็จปู่ผู้นี้ไม่รู้เลยหรือว่าตอนนี้ราชวังฉีหลินนั้นเต็มไปด้วยคนของราชวงศ์อื่น ขุนนางสนับสนุนเช่นนั้นหรือมันไม่มีเหลืออยู่แล้ว ที่พวกเขายังคงอยู่เพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตนเท่านั้น 


       "เอาเถอะ ข้าก็คิดจะไปสุสานหลวงเช่นกันเดี๋ยวข้าจักไปส่งเจ้าที่วัง เพียงเท่านี้ก็น่าจะปลอดภัยแล้ว "  จวิ้นเต๋อเองก็ต้องการจะช่วยอยู่แล้ว แต่การช่วยมากไปไม่เป็นผลดีมันจะเป็นการผูกมัดตัวเขาเองมากกว่าเพราะครานี้ดูท่าราชวงศ์ฉีหลินคงไร้ที่พึ่งพิงจริงๆ 


        " ไม่ได้เพคะ  ข้า.หม่อมฉันไม่อาจกลับไปทีฉีหลินได้อีก (เมืองหลวงใช้ชื่อตามราชวงศ์) หากกลับไปเกรงว่าจะนำภัยมาสู่ราชวงศ์หากหม่อนฉันสาบสูญไปนับว่าดีที่สุดเเล้ว " นางกล่าวออกมาอย่างจนใจ เพียงนางทำเช่นนี้ฮ่องเต้เฟิงไหลต้านก็อาจใช้เหตุผลนี้กล่าวหาว่านางเป็นกบฎและยกทัพมาถล่มจักรวรรดิกิเลนสวรรค์ได้ 



        "เจ้าอย่าได้เกรงกลัวไปเลย หากพวกนั้นกล้ามาจริงเราก็ไม่ได้อ่อนเเอเช่นนั้นหรอกนะ อย่างน้อยก็ยังมีข้าอยู่ หยุดร้องให้เสียเดี๋ยวเหลียวเจิ้งจะพลอยไม่สบายไปด้วย " ชื่อแซ่ที่จวิ้นเต๋อประทานให้นับว่าเหมาะสมแล้ว เพราะหากจะนับความอาวุโสคงไม่อาจบอกปัดได้ เเละการใช้นาม 'ฉีหลินเหลียวเจิ้งนั้น ก็หมายถึงสถานะของเชื้อพระวงศ์แท้จริงมีสิทธิในราชบัลลังก์ของฉีหลิน 

       สายพระเนตรของท่านอ๋องยังคงจับจ้องไปที่เด็กน้อยไม่ประสาที่ตอนนี้กำลังสนุกและมีเพื่อเล่นเช่นหานหลี่ นับว่าเหมาะสมจริงๆ และสายตาที่จวิ้นเต๋อมองนั้นก็มีแต่ความเมตตาหาได้รังเกียจสายโลหิตอีกฝากของโอรสของนาง ทำให้ตอนนี้ ฉีหลินน่าอวี๋สบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 



       "เมืองหน้าด้านตรงหน้าคงเป็นเป่ยโจวแล้วซินะ  หานหลี่ใช้ธงราชวงศ์ได้ " อ๋องจวิ้นเต๋อแน่นอนว่ามิเคยหวั่นเกรงผู้ใด จะให้เขาหลบซ้อนเช่นคนขลาดไม่มีทางเสียล่ะ ถึงเป็นการกระทำที่ดูจะบ้าบิ่นแต่ก็ไม่อาจว่ากล่าวได้ ในเมื่อนี้เป็นคำสั่ง 


      "ท่านปู่ท่านจะใช้ธงของราชวงศ์จริงๆนะหรือเกรงว่าจะมีปัญหาได้นะเจ้าค่ะ " สรรพนามที่เปลี่ยนไปและดูสามัญมากขึ้นนั้นเป็นไปตามความต้องการของอ๋องหนุ่มผู้งดงาม เพราะจะให้นางเรียกหาเป็นเสด็จปู่หรือฐานะที่เต็มยศฐาคงปวดหัวเป็นเเน่ แต่นางก็ขอเรียกหา 'ท่านปู่' อยู่ดีจวิ้นเต๋อก็จนใจและก็มิได้เอ่ยแย้งอีก เพราะคงไม่จบสิ้นหากต้องมานับฐานะกับตามแบบฉยับของราชวงศ์ 


         "จะเป็นไรไปเล่า เราใช้แซ่ฉีหลินหากยังต้องเกรงกลัวแม้อยู่ในดินแดนของตนเองก็นับว่ามากเกินไปแล้ว " เสียงตอบที่ไม่ค่อยจะสนใจสิ่งใดนับว่าทำให้น่าอวี๋รู้สึกว่า ท่านปู่ผู้นี้นับว่ามีนิสัยรักอิสระค่อนข้างมากหรือจะเรียกได้ว่าไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายพระเนตรเลย รวมถึงจักรวรรดิกิเลนสวรรค์ก็เช่นกัน 




        ถึงจะเป็นการพูดคุยคล้ายมองเห็นใบหน้าของกันและกันแต่แท้จริงแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นเพราะถึงจะมีสายเลือดเดียวกันแต่ก็นับว่าห่างกันนัก อีกอย่างท่านอ๋องคืออ๋องศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรใกล้ชิดอิสตรีมากเกินไป ในส่วนขององค์ชายเหลียวเจิ้งนั้นก็อยู่รวมกับท่านอ๋องเพราะเป็นความต้องการของท่านอ๋อง แต่แท้จริงตอนนี้เด็กน้อยกำลังสนุกสนานกับเหล่ากิเลนน้อยทั้งสองในตำหนักสวรรค์




        "นายท่าน....มีรถลากที่ชูธงราชวงศ์กำลังมุ่งหน้าเข้าด่านมาขอรับทำเช่นใดดี " เสียงรายงานของทหารเลวนายหนึ่งที่สังเกตุเห็นสิ่งผิดปกติด้วยรถลากที่ถูกลากมาด้วยสัตว์อสูรระดับพิภพและยังมีธงของราชวงศ์อีก 


      หากเป็นสมัยก่อนคงต้องเตรียมตัวรับเสด็จให้วุ่นวายแต่ตอนนี้เชื้อพระวงศ์สายเลือดบริสทธิ์นั้นไร้ซึ่งอำนาจเทียบไม่ได้กับเหล่าเชื้อพระวงศ์สายนอกที่เเต่งตั้งโดยขุนนางเสียอีก 

       "ทำเป็นตื้นตกใจไปได้ ก็ทำเช่นสามัญตรวจสอบอย่างดี เพราะหากเป็นผู้แอบแฝงก็สังหารทิ้งเสียก็สิ้นเรื่อง " เป่ยโจวนับว่าเป็นเมืองหน้าด่านของตระกูลโจว ซึ่งเจ้าเมืองเป่ยโจวนับว่าเป็นพ่อตาของฮ่องเต้พระองค์ก่อนจึงถูกแต่งตั้งเป็นท่านอ๋องโดยฮ่องเต้น้อย แต่บุตรีก็หาได้มีทายาท แต่ก็ยังพำนักอยู่ในวังฉีหลินเพื่ออยู่ในตำแหน่งของไท่เฟยต่อไป เหล่าไท่เฟยหรืออดีตพระสนมที่มิยินยอมออกบวชหลังจากที่ฝ่าบาทสวรรค์คต ต่างอาศัยใช้ชีวิตหรูหราอยู่ในวังหลวง พวกนางทำผิดกฎใครจะสนใจในเมื่อบิดาของพวกนางเป็นขุนนางใหญ่และให้เหตุผลว่าต้องดูแลฮ่องเต้พระองค์น้อย ทำให้ตอนนี้ในวังมีไท่เฟยนับสิบๆพระองค์นับว่าผิดธรรมเนียมอย่างแท้จริง 


       "ท่านอ๋องโจว มีสิ่งใดให้ข้าน้อยรับใช้หรือขอรับ " การปรากฏตัวของชายผู้มีท่าทางภูมิฐานและสวมใส่ชุดหรูหราเฉกเช่นเหล่าราชวงศ์ แต่แท้จริงตระกูลโจวก็เป็นเพียงตระกูลขุนนางทั่วไปเท่านั้นต้องอาศัยสะสมอำนาจนับพันๆปีทีเดียว

      " โจวเฉิง มีข่าวรายงานมาจากจักร์วรรดิหงส์สวรรค์ เสียนเฟยน่าอวี๋ หลบหนีออกจากราชวังและสั่งการให้พวกเราประหารนางได้เลย" โจวเฉิงวางมือจากการเขียนรายงานทำบัญชีต่างๆในทันที ฐานะของโจวเฉิงไม่เพียงแค่ผู้ดูแลหน้าด่านเท่านั้น เขายังอยู่ในฐานะมือเท้าของอ๋องโจวผู้นี้ และนับว่าเป็นผู้มีความสามารถมากทีเดียว 

      "ท่านอ๋อง ท่านคิดที่จะสังหารองค์หญิงเช่นนั้นหรือ ข้าว่า.... " 




      เพลี๊ยะ.....เสียงของฝ่ามือที่กระทบใบหน้าของคนที่เอ่ยแสดงความคิดเห็นไม่ใช่ว่าอยากขัดรับสั่ง แต่ยังไงเสียพวกเขาก็เป็นคนของจักรวรรดิกิเลนสวรรค์จะไม่รักษาสายเลือดของพวกเขาบ้างหรือ และอีกอย่างดูท่างานนี้เขาต้องมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นเเน่ เพราะตอนนี้มีรถลากที่ไม่ระบุว่าเป็นของใคร แต่ขึ้นธงตราของราชวงศ์ นับว่าท่านรนหาที่เอง องค์หญิง ....


        "อย่าได้สะเออะมาสอนข้าเจ้าขี้ข้า ข้าสั่งให้ทำสิ่งใดก็ทำเสีย อีกอย่างอย่าได้เอ่ยขัดเวลาที่ข้าสั่งงานอีกไม่เช่นนั้นข้าจะสังหารเจ้าทิ้งเสีย " ถึงจะมีระดับถึงราชาสวรรค์ แต่กลับไม่สามารถขัดคำสั่งได้ เพราะตระกูลโจวนับว่ามีบุญคุณต่อเขาแต่บุญคุณนี้ก็ได้มาจากอดีตผู้นำตระกูลโจว หาใช้โจวหย่าซือผู้นี้ไม่ 


         "หัวหน้าโจว.....  ท่านอ๋อง ขอพระราชทานอภัยพะยะค่ะ " เสียงของทหารยามที่ดูจะมาไม่ได้จังหวะ โจวเฉิงแทบอยากจะบีบคอมันหากมันยังไม่หยุดรายงานอีก ...



         "คนผู้นั้นมิยอมลงจากรถลากขอรับ และไม่ยินยอมให้ตรวจค้น ใช้ฐานะของราชวงศ์เพื่อเปิดทาง ทำเช่นใดดีขอรับ " เรื่องนี้ไม่นับว่าแปลกหากเป็นเชื้อพระวงศ์มีหรือที่พวกเขาจะหาญกล้าขนาดนั้น แต่ตอนนี้สถานการณ์มันไม่ได้เป็นเช่นอดีต เป็นเชื้อพระวงศ์องค์ใดกันถึงกล้าที่จะปฏิบัติตนเช่นนี้ 

       "เชื้อพระวงศ์  ??  ไม่มีรายงานว่าจะมีอ๋องเสด็จมาที่นี้ " เสียงของโจวหย่าซือ เเสดงท่าทางสงสัย ถึงจะเป็นอ๋องแต่ก็นับว่ายังไม่ได้มีอำนาจมากที่สุดหากเทียบกับเหล่าอ๋องในเมืองหลวง แต่ครั้นจะว่าไม่มีความสำคัญเลยก็คงไม่ใช่




        ภาพเบื้องหน้าของทั้งสองตอนนี้นับว่าสร้างความสั่นสะเทือนในจิตใจเล็กๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดที่สามารถนั่งรถลากที่ ลากด้วยสัตว์อสูรระดับพิภพเช่นนี้ในแผ่นดินนี้คงมีเพียงเหล่าผู้นำตำหนักยุทธ ทั้งตัวรถลากเองก็มีความงดงามและสูงค่าจนไม่อาจประเมินได้ แต่จะมีผู้ใดที่มีความสามารถและความร่ำรวยขนาดนี้ หากจะบอกว่าเป็นองค์หญิงน่าอวี๋นางคงไม่กล้ากระทำตนเช่นนี้เป็นแน่ 


         "  ได้โปรดเเจ้งนามของท่านก่อนที่จะผ่านประตูนี้ไป มิเช่นนั้นอย่างหวังว่าพวกท่านจะผ่านไป ตอนนี้ท่านอ๋องโจวเสด็จมาที่นี้แล้ว จงลงมาถวายพระพรเสีย.." เสียงของทหารที่รายงานและกล่าวบอกผู้ที่อยู่ในรถลากแทนผู้เป็นนาย เพื่อหวังเชิดชูเกียรติผู้เป็นนาย 


         " เหตุใดนายข้าต้องลงไปถวายพระพรอ๋องโจวอะไรนั่นด้วย และอีกอย่างใครคืออ๋องโจว " หานหลี่ที่ทำหน้าที่บังคับรถลากกล่าวขึ้นอย่างหัวเสีย เพราะจะให้ท่านอ๋องลงไปแสดงตวามเคารพมิบ้าไปหน่อยหรือ เป็นเพียงสามัญชนที่ได้รับการแต่งตั้งเหิมเกริมถึงขนาดนี้เลย


         "เจ้า!!!!  หากไม่ลงมา  ทหาร!!! ไปลากพวกมันลงมา!!!  " ตอนนี้เป็นอ๋องโจวเองที่กล่าวออกมาอย่างโมโหเพราะตอนนี้มั่นใจว่าคงไม่ใช้คนคุ้นเคย แต่ทำเช่นนี้ก็มากเกินไป ในฐานะที่ตนเองเป็นเจ้าบ้านอย่างน้อยก็ควรให้เกียรติกันบ้าง หาต้องหยาบช้าเช่นนี้ไม่ 



      ปัง!!!!!!!  เพียงจามรีเขาหยกกระทืบเท้าเพียงครั้งก็ปรากฏคลื่นปราณออกมาโดยรอบพลังดันให้เหล่าทหารที่มีระดับตำกว่าระดับสวรรค์ กระเด็นไปคนล่ะทาง เสียงลมหายใจของมันดูไม่ชอบใจเท่าใดนักที่มีมนุษย์มาปล่อยรังสีสังหารใส่มันอยู่เช่นนี้ หากตรงนี้ไม่มีสัตว์อสูรระดับสูงอยู่ด้วย มันคงคลั่งไปแล้ว


        "หานกู้ๆ  พอก่อนๆ  เย็นไว้สหายอย่าใส่ใจคนพวกนี้เลย " หานหลี่รีบเข้าไปลูบตัวของจามรีเขาหยกเพื่อให้มันผ่อนคลายความเครียดลงเพราะหากเป็นเช่นนี้มันอาจคลังจนสลัดรถลากทิ้ง ตอนนั้นท่านปู่(หานกู่)คงลงโทษเขาอย่างหนักเป็นแน่ 


        "พวกเจ้ามัวรออะไรกันอยู่ แค่อสูรเวทระดับพิภพ จะเกรงกลัวไปใย " เสียงด่าทอของอ๋องโจวนั้นดังไปทั่วเพราะตอนนี้ทั่งโทษะและความอับอายมันกำลังถาโถมเข้ามาประดุจพายุ เพราะตอนนี้เริ่มมีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก พ่อค้า ชาวบ้าน หรือแม้แต่เหล่าจอมยุทธพเนจรทั้งหลาย เพราะตั้งแต่ที่ หานกู้ปลดปล่อยการโจมตีก็ทำให้ลมปราณของสัตว์อสูรกระจายไปทั่ว ทำให้ผู้คนเริ่มแตกตื่น เพราะปราณเช่นนี้คืออสูรที่ไม่ใช่สัตว์อสูรในสัญญาใดๆ ทำให้พวกเขาเริ่มตื่นตัว แต่เรื่องนี้อ๋องโจวคงไม่ได้สังเกตุเพราะคิดว่าสัตว์อสูรตรงหน้าคงเป็นของเจ้าเด็กคนนี้ 



         หวีดดดดดด!!!!!!   เสียงหสีดหวิวกรีดสายลม แรงปะทะของสายลมช่วยปัดเป่าความตรึงเครียดของเล่าผู้คน ออกไป มันทำให้กลิ่นอายของจามรีเขาหยกหายไป วิหคสีขาวที่มีขนาดใหญ่กว่าห้าเมตร กำลังสยายปีกมันคือ 'กระเรียนมงกุฎ' สัตว์อสูรเวทระดับราชาสวรรค์ แน่นอนว่าคนที่ครอบครองมันหาใช้คนธรรมดา แต่การกระทำเช่นนี้มันคล้ายกับท้าทายสัตว์อสูรอีกตัวเสียมากกว่า 


        หานลู่ถึงกลับตื่นตัวในทันที การปรากฏตัวของกระเรียนมงกุฏนั้นมันช่างท้าทายเสียจริงๆ  

       "พอแล้วหานลู่ มันเพียงลดไอสัตว์อสูรของหานกู้เท่านั้น มันไม่ได้มีเจตนาที่จะท้าทาย " เป็นหานกู่ที่เป็นผู้ลงมาจากรถลากเป็นคนแรก การปรากฏตัวของบุคคลระดับราชาสวรรค์ถึงจะไม่ได้หายากในสำนักและขุมอำนาจใหญ่ๆ แต่ภายในจักรวรรดิกิเลนสวรรค์นับว่าเป็นจุดสูงสุดก็ว่าได้ 


        "วานรสี่ฤดู ช่างเป็นสัตว์อสูรที่งดงามยิ่งนัก " เสียงของคนผู้หนึ่งดังขึ้นฝ่าฝูงชนออกมา ลักษณะของเขาเป็นชายวัยกลางคนและยังสวมใส่ผ้าคลุมเช่นเหล่าผู้ออกบวช อาภรณ์ที่สวมใส่นั้นมีตราสัญลักษณ์ของนะฆังทอง


        "อารามตงหวง " เสียงเอ่ยขึ้นของโจวเฉิงทำให้ท่านอ๋องโจวรู้จักสถานะของคนที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือตน ทำให้ความรู้สึกของมันยิ่งทนงตน หนึ่งในสี่เเดนลึกลับ อารามตงหวง สุสายหยิน ตำหนักไผ่สวรรค์และสุดท้ายตำหนักพยากรณ์ที่ล่มสลาย 


       "ขออภัยสหายที่ต้องเสียมารยาท เพราะเเรงกดดันของจามรีเขาหยกส่งผลต่อเหล่าผู้คนที่มีลมปราณจำกัด มิได้ต้องการจะท้าทายหรือคิดเป็นอื่น " เสียงเอ่ยออกมาของหลวงจีนตรงหน้าทั้งสุภาพและอ่อนโยน เพราะความใส่สะอาดของพลังปราณที่มีพลังของธาตุแสงสุขสงบ ประดุจสายน้ำทึ่หลินไหล 

       หานกู่ก็มิได้มีทาทีที่เเปลกไป เพราะเขาก็รู้ดีว่าคนตรงหน้าเป็นใคร มีฐานะใดเพราะจากระดับที่แสดงออกเพียงราชาสวรรค์แต่แท้จริงอาจมีระดับมากกว่านั้น สัญลักษณ์ของคนผู้นี้รวมถึงลักษณะของพละงปราณก็ชัดเจนมาก และหานกู่ก็ทราบดีว่าคนตรงหน้ารู้ว่าตนเองเป็นคนของใคร


       "ไต่ซือ อย่าได้ถ่อมตัวไปเลย ต้องขออภัยในความใจร้อนของสัตว์อสูรในความดูแลของข้าด้วยขอรับ เพราะนานๆจะเข้ามาในเขตชุมชนสักที ทำให้ตื่นตกใจได้ง่ายขึ้น และนายของข้าก็ต้องการเดินทางต่อให้เร็วที่สุด " หานกู่หาได้สนใจโจวอ๋อง เพราะตอนนี้ที่น่าตระหนักคืออารามตงหวง เพราะอย่างน้อยก็มีประวัติยืนยาวทัดเทียมกับตำหนักพยากรณ์และอาจถือได้ว่ามีกำลังมากสุด หากไม่นับตำหนักไผ่สวรรค์ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้


        "นายท่านของท่าน คงไม่ได้หมายถึงนายเเห่งตำหนักพยากรณ์หรอกนะ ข้าเกรงว่าหากเป็นเช่ยนั้นข้าก็อยากเชิญนายท่านของท่านลงจากรุลากเจรจากันชั่วครู่เถิด " คำว่าตำหนักพยากรณ์มันช่างมีแรงกดดันบางอย่าง อ๋องโจวเองอาจเพียงคล้ายว่าเคยได้ยินจากที่ไหน แต่คนที่สนใจศึกษาและมีวัยมากอย่างโจวเฉิงย่อมรู้ว่าตำหนักพยากรณ์คือสิ่งใด 

      ถึงจะเป็นคนของอารามตงหวง แต่การจะให้ท่านอ๋องต้องลดศักดิ์ศรีลงมาเพื่อให้คน คนนี้ตรวจสอบนับว่าเป็นไปมิได้ ที่เขาสนใจคงเพราะไม่สามารถตรวจสอบภายในรถลากได้ว่ามีสิ่งมดอยู่ เพราะมันทำมาจากหยกดำแดนเหนือที่นับว่าหาได้ยากแม้แต่ในเสวียนอู่เอง 


        "เกรงว่าจะทำเช่นนั้นไม่ได้ และนายของข้าจะเป็นผู้ใดนับว่ามิจำเป็นต้องรายงาน และนี้คือป้ายผ่านทาง หากยังไม่ให้ผ่านอีกก็เกรงว่าเป่ยโจวคงไม่มีในแผนทีของฉีหลินอีก " ถ่อยคำที่เรียบเฉยเเต่มันเป็นคำกล่าวที่สามารถตบหน้าคนทุกคนที่อยู่ตรงนี้ได้ดีที่สุด เพราะถึงขนาดประกาศว่าจะลบเป่ยโจวความสามารถใดกันถึงจะทำเช่นนี้ได้ 

        แต่ตอนนี้ป้ายหยกกิเลนสวรรค์ที่เป็นป้ายยืนยันฐานะในราชวงศ์ของราชวงศ์ฉีหลินมีตัวอักษรคำว่าจวิ้นเต๋อแล้วห้อยไว้ด้วยเลขสิบเจ็ด นับว่านานเพียงใดเเล่วที่ไท่ได้เห็นป้ายฐานะของราชวงศ์ฉีหลินแท้จริงฝ่ายชายที่มีลำดับมากขนาดนี้ หรือไม่ก็แทบไม่มีเหลืออยู่เลยต่างหาก หลากหลายความรู้สึกที่ขึ้นมาภายในใจของโจวเฉิงที่ไม่สามารถรับรู้สถานะของคนตรงหน้าได้ แต่ป้ายหยกนั้นเป็นของจริงหาได้เป็นของทำเลียนแบบ


         "หานกู่เหตุใดต้องพูดจาให้มากความเพียงข้าำม่ได้กลับวังฉีหลินมาห้าหกพันปี พวกเขาคงลืมข้าไปหมดแล้วแม้เเต่ขุนนางหน้าด่านยังมีสถานะเป็นถึงอ๋องช่างน่าอดสูเสียจริง " เสียงของเด็กหนุ่มที่ลอกรถลากออกมาทำให้ขนทั่วร่างกายของโจวเฉิงลุกชัน 'ห้าหกพันปี' หมายความว่าเช่นใดกัน ท่านไปอยู่ที่ใดมา 


         ปึกกห!!!    " ขอพระราชทานอภัยองค์ชายสิบเจ็ด ข้าน้อยโจวเฉิงเป็นผู้ดูแลด่านเข้าเมืองเป่ยโจวแห่งนี้ เชิญพระองค์เสด็จ .." สีหน้าของอ๋องโจวนั้นแทบสามารถสังหารคนอื่นได้ในทันที การดูถูกฐานะด้วยถ่อยคำที่เรียบเฉยเช่นนี้มันเจ็บแสบกว่าการด่าทอเสียอีกและคนของมันเองตอนนี้ก็คุกเข่ายอมรัยฐานะของคนตรงหน้าแล้ว 



      ตอนนี้ไม่ว่าอ๋องโจวจะรู้สึกเช่นมดเเต่คนที่มีกิริยาไม่ต่างกันคือ 'อาปั๋วหลู่ไต่ซือ' อาจารย์ระดับสามระฆังทองของอารามตงหวง ที่ได้ยินเสียงของคนที่อยู่ในรถลากอย่างชัดเจน มันเป็นเสียงของเด็กหนุ่มแต่ต้องชะงักกับคำว่าไม่ได้กลับมาฉีหลินนานถึง ห้าหกพันปี เป็นไปได้ว่า  "ผู้เล้นกาย" ของราขวงศ์ฉีหลินยังหลงเหลืออยู่เช่นนั้นหรือ แต่ทำไมไม่มีในบันทึกเล่า แต่คำยื่นยันฐานะตามป้ายองค์ชายสิบเจ็ด เขาเองก็ไม้รุ้ว่าองค์ชายสิบเจ็ดนั้นมากจากรัชสมัยของอดีตฮ่องเต้พระองค์ใด แค่จะให้เดาก็คงมาพระชนย์ยืนนานแล้ว เพราะในช่วงหลังราชวงศ์ฉีหลินแทบไม่มีทายาทเลย 




        "แอบอ้างเป็นเชื้อพระวงศ์มีโทษถึงประหาร ทหารจัดการพวกมัน พวกมันเป็นกบฎ  .....   "









  

       
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.273K ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #3766 siney (@asakurayo2004) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 19:44
    ต้องเอาให้หนัก
    #3766
    0
  2. #3380 Maping QooChi (@qoosoul) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 23:33
    หาเรื่องตาย นะ อ๋องของเทียม
    #3380
    0
  3. #672 Lukiris Tink (@kimchi9) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 19:20

    ชอบเรื่องนี้มากๆ
    #672
    0
  4. #660 Gouyjeng (@Gouyjeng) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 18:04
    เอาเลย จัดการอ๋องหน้าด่านให้รู้สึกบ้าง
    #660
    0
  5. #647 yayuiya (@yuiloveminho) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 16:19
    ฮาตรงสำลักอะ
    #647
    0
  6. #645 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 16:15

    " ผู้เล้นกาย " ...???
    เร้น >> แอบซ่อนไม่เปิดเผย
    เล้น ...???

    มีปัญหาการกดพลาด..
    จ-ข , ส-ว , ท-ม , ป-แ
    #645
    0
  7. #644 vj792528 (@vj792528) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 16:04

    ล้างเมืองเป็นทะเลทรายเลย

    #644
    0
  8. #630 Shadow Reader ♡♡ (@batamana) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 15:10

    ลบเมืองไปเลยยยยยย

    #630
    0
  9. #613 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 14:24

    วันนี้สงสัยว่าเมืองหน้าด่าน เป่ยโจว คงจะหายไปจากแผนที่ละ

    #613
    0
  10. #598 phanuwatice7 (@phanuwatice7) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 14:06

    ราชวงศ์แทบไร้ความหมายเลย
    #598
    0
  11. #583 sonsoso (@sonsoso) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 13:38

    ต่ออีกตอนได้ไหมค่ะ
    #583
    0
  12. #555 Prince Esthetic (@g_gejimver) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 12:41

    ขออีกๆๆๆ

    #555
    0
  13. #554 ฮุ่ยหลิน (@bankbuakeaw) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 12:40

    โอ๊ยยยยยย ค้างแรงมากกก ขอต่อด่วนๆ พรีสสสส
    #554
    0
  14. #549 SNOWSIX (@tassapoltass) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 12:27
    โอ๊ยยยค้างๆ
    #549
    0
  15. #544 biw1222 (@Biw122) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 12:07
    ต่อๆๆๆ
    #544
    0
  16. #543 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 12:04

    เอ้า ไอ่นี่ บ้าอำนาจเกินไปละ
    #543
    0
  17. #542 Sea45678 (@Sea45678) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 12:04

    ตอนนี้กำลังค้างค่ะหนุกม๊ากกกกกกก
    #542
    0
  18. #541 yomi_paopao (@yomi_paopao) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 11:57

    ส่งกิเลนเพลิงสวรรค์ตัวน้อยๆ2ตัวออกมาเล่นอ๋องโจวก็พอ 5555555555

    แค่คิดก็มันแล้ว

    แล้วให้ปู่น้อยจวิ้นเต๋อออกเรียกกลับ โชว์ความเมพก็น่าจะพอ 55555555

    https://image.dek-d.com/27/0759/9511/127807139

    #541
    0
  19. #538 rosayrai (@dollo) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 11:27
    ตั่ยล้าว เป่ยโจวต้องหายไปในวันนี้แน่ๆเลยเพราะความปากพล่อยของอ๋องโจวแท้ๆ เฮ้ออออ
    #538
    0
  20. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 11:19
    เมืองนี้คงหายไป
    #537
    0
  21. #536 NessZero (@nesszero) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 11:07
    หาที่ตายจริงๆ ตอนหน้าควเจอของจริง
    #536
    0
  22. #535 pacharasaeten (@pacharasaeten) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 11:06
    เดี๋ยว​จะได้รู้ว่าใครเจ๋ง​
    #535
    0
  23. #534 Tumbabycorn (@Tumbabycorn) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 11:05
    ยังๆ ยังไม่หยุดอีกอ๋องโจวววววว
    #534
    0
  24. #533 Tidaheangsailom (@Tidaheangsailom) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 11:00
    แง่มมมค้างงง รอออออ
    #533
    0
  25. #532 terng965 (@terng965) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 10:58
    ค้างกันเยี่ยงนี้ได้อย่างไร
    #532
    0