ปราการเทวะหวนคืน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 503,996 Views

  • 6,554 Comments

  • 5,906 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    100,219

    Overall
    503,996

ตอนที่ 10 : เชิญดื่มชา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1413 ครั้ง
    7 พ.ย. 61

ตอน.....







           เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนที่ท่านอ๋องผู้แสนดีของข้ารับใช้ทั้งสองใช้เวลาไปกับการต่อเติมรถม้าที่มองๆไปแล้วมันดูจะใหญ่โตเกินไป แต่เมื่อนึกถึงเจ้าตัวที่จะต้องลากมันแล้วนับว่าเหมาะสม ตอนนี้จามรีเขาหยกนั้นผลัดขนจนหมดเเล้ว และปริมาณขนที่ได้มาก็มากพอให้บุนวมนุ่มลองนั่งภายในรถม้าตลอดทั้งคัน หากบอกว่านี้เป็นรถลากของราชวงศ์คงไม่มีใครที่ไม่อาจหลบหลีก และอีกอย่างมันยังถูกประดับไว้ด้วยหยกเย็นมากมาย หยกพวกนี้จะควบคุมไม่ให้อากาศหนาวหรือร้อนจนเกินไป 


       "ท่านอ๋องจะเสด็จที่ใดก่อนดีขอรับ..." อ๋องจวิ้นเต๋อใช้เวลาคิดอ่านเพียงชั่วครู่เพราะการที่เขาต้องการออกไปยังสถานที่ต่างๆนั้น ตอนนี้ก็เพื่อสะสมเหล่าพืชพรรณที่หายากไม่ว่าจะเป็นผลไม้ปราณ บุปผา สมุนไพร เข้าล้วนต้องการมันทั้งสิ้น อย่างน้อยเพื่อเติมเต็มให้ตำหนักพฤกษาสวรรค์อัดแน่นได้ด้วยพฤกษาทุกสายพันธุ์ในโลกล่าถึงจะเป็นความฝันที่อาจทำได้ยากแต่เขาก็หาได้เร่งรีบ เพราะชีวิตของเขาตอนนี้เทียบเท่าอมตะแล้ว เขาจะมีชีวิตนับแสนปีเลยก็ว่าได้ 

          "ข้าว่าลงเขาน่าจะมุ่งหน้าสู่ตะวันออกเมืองที่ใกล้ที่สุดน่าจะเป็นเมืองหลงซิน ว่าไหมหานหลี่ " เสียงที่ไม่ทุกข์ร้อนพร้อมกับการสวมอาภรณ์ที่สุดแสนจะธรรมดา เพราะลายปักสีเขียวจากไหมมรกตตัดกับชุดผ้าไหมเนื้องามสีขาวบริสุทธิ์ทำให้ตอนนี้ ภาพตรงหน้าล้วนคล้ายคลึงกับนายน้อยเจ้าสำราญผู้หนึงเท่านั้นเอง แต่ใบหน้าที่ปกปิดไว้ก็ไม่อาจสะกดข่มใบบุคคลิกที่โดดเด่นเอาไว้ได้ 


       จักรวรรดิมังกรสวรรค์ ประกอบไปด้วยเมืองใหญ่ทั้งหมดหกเมือง  หลงซาง  หลงกาน หลงเหมา หลงตี้ หลงเหมย หลงเยี๋ย และหลงซินนับว่าหัวเมืองเหล่านี้ก็มีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกัน เมืองหลงซินที่เป็นจุดมุ่งหมายแรกนั้นเป็นของตระกูลซิน มันมีอาณาเขตที่ค่อนข้างใหญ่แต่กลับมีประชากรณ์ที่น้อยกว่าเมืองอื่นๆมาก เป็นเมืองที่มีผู้ใช้ลมปราณที่แข็งแกร่งน้อย แต่กลับอยู่ใกล้แหล่งทรัพยากรที่มีค่าอย่างเขาเป่ยจง และด้วยกำลังที่ไม่มากพอทำให้ตระกูลซินเองก็ไม่สามารถใช้เขาเป่ยจงได้เต็มที่ และอีกอย่างเหล่าตระกูลอื่นๆก็ไม่คุ้มที่จะมาที่นี้และยอมเสียส่วนแบ่งให้ตระกูลซิน ทำให้พวกเขายังคล้ายกับกลื่นไม่เข้าคายไม่ออก


.        "เตรียมตัวกันเถอะเราจะต้องเดินทางแต่เช้า หานหลี่เจ้าดูแล สหายเจ้าให้ดีพรุ้งนี้เราต้องออกเดินทางแล้ว  " ของใช้ส่วนมากอยู่ในตำหนักพฤกษาเกือบทั้งหมดแถมยังมีเเหวนมิติที่ใช้เก็บของทำให้มีเพียงตัวที่จะนั่งไป ความคาดหวังจากการเดินทางนั้นมันทำให้จวิ้นเต๋อตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะตอนนี้ไม่มีสิ่งใดมาฉุดรั้งเขาไว้ เขาก็อยากใช้ชีวิตในแบบที่เขาต้องการ 





           "ฝ่าบาท สี่เดือนผ่านไปแล้วข้าคิดว่าคนพวกนั้นคงไม่อยู่ที่นี้หรอก พระองค์เสด็จกลับวังเถอะพะยะค่ะ " เสียงของแม่ทัพหยางที่ไม่อาจเห็นด้วยอย่างแรง เพราะเมื่อหมดฤดูหนาวฝ่าบาทก็เสด็จประพาสเขาเป่ยหู่ซึ่งนับว่าอยู่นอกเหนือเขตของจักรวรรดิมังกรสวรรค์ คราก่อนขนาดอยู่ภายในจักรวรรดิยังเกือบเอาชีวิตไม่รอดครานี้ก็ไม่อยากเสี่ยงอันตรายอีก ราชวงศ์หลงอู่นั้นภายนอกสงบสุขเหล่าเชื้อสายต่างปรองดอง แต่แท้จริงกลับมีคลื่นใต้น้ำมากมายที่รอจังหวะอยู่ตลอดเวลา 


         "เหลียงกงกง ทำไม่ยังขึ้นเขาเป่ยหู่ไม่ได้อีก หิมะก็ล่ะลายหมดเเล้ว พวกเจ้าทำงานยังไงกัน " เสียงที่กริ้วอย่างหนักเพราะกำหนดการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้ เมื่อพวกเขามาถึงกลับพบว่าน้ำแข็งละลายหมดเเล้ว แต่ที่มันเเปลกนั้นคือเพียงเขาเป่ยหู่เท่านั้น ทำให้มันกลายเป็นแหล่งอาหารของสัตว์อสูรเวท เพราะพวกมันคล้ายดังนัดรวมตัวกัน ถึงจะมีระดับจักรพรรดิสวรรค์แล้ว แต่การที่ต้องเสี่ยงต่อสู้เพื่อขึ้นไปยังเขาเป่ยหู่นั้นยากลำบาก เเละยังมีข่าวอีกว่าเมื่อไม่นานมานี้มีการปรากฏตัวของสัตว์อสูรระดับสูงจนแม้แต่คนของปราชญ์ยุทธภพยังไม่สามาระบุได้ 


        "ขอพระราชทานอภัยฝ่าบาท แต่คนของพวกเราพยายามอย่างหนัก อีกทั้งการเติบโตของพฤกษาในเขาเป่ยหู่นั้นทั้งรวดเร็ว และลางที่พวกมันก็เป็นสมุนไพรพิษตอนนี้เราทำได้เพียงรอให้ท่านหมอฮวังตรวจสอบก่อน " เหลียงกงกงหันมองไปทางแม่ทัพหยาง ท่านคิดจะโทษข้าหรือไงกัน ตำหนิฝ่าบาทแต่ฝ่าบาทโยนมันมาที่ข้าที่ทำงานล่าช้า



        "รายงาน  รายงานนน....   " เสียงของทหารที่ทำหน้าที่ลาดตะเวนกำลังวิ่งกระหืดกระหอบเพื่อมารายงานสิ่งที่สามารถตรวจพบและมันน่าจะเป็นสิ่งที่พวกเขารอคอยก็ได้ 


        "มีอะไรก็เร่งว่ามา...  " ตอนนี้ฮ่องเต้ชิงหวินไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก เพราะเขามารออยู่ที่นี้นับสิบวันแล้วยังไม่สามารถขึ้นไปตรวจสอบบนเขาเป่ยหู่ได้เลย สิ่งที่ฮ่องเต้หนุ่มต้องการยืนยันนั้นคือการมีตัวตนอยู่ของท่านชายศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นเอง


        "ทูลฝ่าบาทมีรถลากกำลังเดินทางลงมาจากเขาเป่ยหู่พะยะค่ะ........     " ยังไม่ทันที่จะกล่าวรายงานจบฉลองพระองค์ลายมังกรก็สบัดผ่านหน้าของผู้รายงานไปแทบจะทันที หากตามที่รายงานมานับว่าต้องตรวจสอบผู้ที่จะลงมาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอันใดหรือไม่ และภาพตรงหน้ามันชัดเจนว่าเกี่ยวข้อง เพราะเด็กน้อยที่ทำหน้าที่ควบคุมสัตว์อสูรระดับจิตที่ไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่ รวมถึงตำหนักหลังเล็กที่สลักมาจากหยดดำแทบทั้งหลังที่กำลังแล่นอย่างเชื่องช้าและไม่รีบร้อน เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังจะเดินทาง แต่พวกเขาเป็นผู้ใดกันแน่ กลิ่นอายที่ไม่อาจบอกได้ว่ามีผู้ใดอยู่ด้านในหรือไม่นั้นสร้างความรำคาญใจให้ฮ่องเต้หนุ่มไม่น้อยเลย 


        "ฝ่าบาทหยกดำทะเลเหนือ ของบรรณาการจากจักรวรรดิเสวียนอู่ ตอนนี้แทบไม่หลงเหลือแต่คนผู้นี้กลับนำมันมาสลักเป็นรถม้า มันสามารถปิดกั้นการตรวจระดับสูงได้ขอรับ " เป็นเเม่ทัพหยางที่ไขความกระจ่าง เพราะเพียงดูผ่านๆก็ไม่สามารถมองข้ามได้เลย รับลองหากรถม้านี้แล่นในเมืองหลวง มีหวังไม่มีผู้ใดกล้าเเล่นเคียงข้างแล้ว 



         "ท่านปู่ มีกลุ่มคนมาตั้งกระโจมที่ตีนเขาด้วยขอรับท่านเช่นใดดี " หานหลี่เอ่ยถามผู้เป็นปู่เพราะไม่อาจถามท่านอ๋องโดยตรงได้ เพียงเพราะตอนนี้ท่านอ๋องอยู่ในตำหนักพฤกษากำลังวุ่นวายกับการปลูกต้นไม้ใบหญ้าที่เก็บมาจากเขาเป่ยหู่ทั้งหุบเขา แม้เเต่เหมยหิมะพระองค์ยังยัดมันไปอัดแน่นในตำหนัก ตอนนี้ตำหนักหลังใหญ่ที่มีเหมยหิมะปลูกอยู่นับร้อย แต่พวกเขาคงลืมไปว่าพื้นตำหนักเป็นม่านน้ำตก 


          "ช้าก่อนนายท่าน......     " เสียงของผู้ที่ได้รับมอบหมายให้มากั้นไม่ให้รถม้าคันงามนี้เคลื่อนผ่าน แต่มันก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าสัตว์อสูรตรงหน้าดูไม่พอใจนัก มันพ่นลมหายใจๅออกมาอย่างเเรงจนทหารผู้นั้นถึงกลับลงไปนั่งกับพื้น "ใจเย็นๆๆสหาย...   " 


        "มีสิ่งใดหรือเหตุใดพวกท่านถึงมาขวางทางนายของข้า " เสียงของบุรุษที่น่าจะเป็นเพียงวัยหนุ่มแต่อายุที่แท้จริงไม่ได้ต่างไปจากเเม่ทัพหยางเลย แต่ใบหน้าที่ถูกชำระด้วยพลังหยางมากมาย ทำให้พวกเขาดูอ่อนเยาว์ลงมากและยังมีกลิ่นอายที่เหล่าบุรุษไม่พึงมี



         "หากมิรังเกียจนายของข้าอยากเรียนเชิญนายของท่านร่วมดื่มชาสักครู่ ไม่ทราบว่านายท่านของท่านจะให้เกียรตินี้หรือไม่ " เป็นหลางกงกงที่เข้ามาเอ่ยวาจาเเทนถึงมันจะน่าฟังมากเพียงใดแต่ก็ไม่มีทางเป็นไปได้ 


       "ขออภัยด้วยนายท่าน นายของข้าไม่อาจทำเช่นนั้นได้โปรดหลีกทางด้วย " ถึงจะดูเสียมารยาทที่ไม่รับไมตรีแต่หากเป็นเช่นนี้ก็คงไม่มีทางที่จะสามารถพิสูจน์เรื่องใดๆได้อีก  สีหน้าของเหลียงกงกงตอนนี้คล้ายกับมันถูกคนตรงหน้าตบหน้าด้วยผ้าขี้ริ้ว ตัวมันนั้นเป็นถึงมหาขันทีที่รับใช้ฝ่าบาท แต่กลับถูกผู้ใดก็ไม่รู้กล่าววาจาเช่นนี้ นี่นับเป็นคำเชิญชวนของฮ่องเต้เลยนะ แต่เหตุใดกลับไม่รับไมตรีหรือเห็นว่านายตนต่ำต้อยกว่าเช่นนั้นหรือ 


         "ไม่ทราบว่านายของท่านเป็นผู้ใดกันถึงไม่รับไมตรีจากข้าผู้นี้ ข้าเพียงต้องการสหายจิบชาเท่านั้นเอง  " เหลียงกงกงก้มศรีษะตนเองลงต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะจะทำให้สถานะของนายตนนั้นดูสูงส่งยิ่งขึ้น


      "ต้องขออภัยจริ....    " แต่ก่อนที่หานกู่จะกล่าวสิ่งใดไปมากกว่านี้ เสียงลมหายใจของคนที่อยู่ภายในรถลากดังขึ้นทำให้เขาชะงักทันที


        "สิ่งที่เจ้าอยากรู้เจ้าก็รู้แล้ว แต่สิ่งที่เจ้าอยากเห็นเจ้าก็คงรู้ดีว่ามันมีกฎเกณฑ์หากเจ้าจะใช้ฐานะของสายเลือดอาจารย์ข้า ข้าก็คงต้องยอมพบหน้าเจ้าสักครา แต่ครั้งต่อไปนับว่ามิติดข้างอีก.....   " คำพูดที่ทั้งตรงไปตรงมาและหนักแน่นน้ำเสียงไม่มีความหวาดกลัวสิ่งใด เพียงเอื้อนเอ่ยตามความคิด แต่สำหรับคนที่ถูกเอ่ยถึงนั้น 


       หลงอู่ชิงหวินมั่นใจว่ายังไม่ได้เอ่ยสิ่งที่ตนสงสัย และอีกอย่างความคิดความอ่านล้วนถูกมองจนทะลุปลุโปร่งเช่นนี้ และเมื่อครู่บอกว่าทุกอย่างที่คิดคือความจริง หมายความว่าคนที่อยู่บนรถลากตอนนี้คือท่านชายศักดิ์สิทธิ์เช่นนั้นหรือ แล้วๆ...


        "บังอาจเจ้าไม่รู้หรือว่ากำลังกล่าวต่อหน้าผู้ใดอยู่....    " แม่ทัพหยางแทบจะตะปบปากของข้ารับใช้ที่แสนสื่อสัตย์ที่กำลังเป็นเดือดเป็นร้อนแทนนาย ก็แน่ล่ะนี่คือฮ่องเต้จะให้ใครมาหมิ่นเกียรติมิได้ 


       แม่ทัพหยางนับว่ามีอายุยืนยาวที่สุดในที่นี้ ยุคของเขานั้นมีตำหนักพยากรณ์และเเน่นอนความสูงศักด์ของท่านชายศักดิ์สิทธิ์นั้นเสมอเหมือนฮ่องเต้เสียอีก เเต่ใครเล่าจะรู้ว่าแท้จริงพวกเขามีใบหน้าเช่นไร เพราะการที่จะได้เห็นใบหน้าของเหล่าท่านชายศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ แต่ตอนนี้ความเคลื่อนไหวที่ดังพอให้เกิดเสียงตัดความคิดอ่านของทุกคน แม่ทัพหยางถึงกลับก้มหน้าตนเองแทบไม่ทันด้วยความเคยชิน แต่ที่มาพร้อมกับการปรากฏตัวนั้นคือแรงกดดันลมปราณมหาศาลที่กดทับจนแม่ทัพหยางเองก็ไม่อาจลุกยืนได้ แล้วนับประสาอะไรกับผู้อื่น

          ชายอาภรณ์ฤดูใบไม้ผลิที่เหล่าเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงต่างนิยมกันมันเป็นลายกิ่งไผ่เพราะมันเป็นสัญลักษณ์ของความยืนยาวของอายุ 


         "ข้ามีเวลาเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้นเด็กน้อย หากเจ้าไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ น้ำชาที่เตรียมไว้ก็เชิญดื่มมันคนเดียวเถิด "  ตอนนี้แม้แต่เเม่ทัพหยางยังไม่สามารถลุกขึ้นได้ แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกตะลึงมากกว่าและพวกเขาเห็นได้ชัดเจน ตามทางก้าวเดินปรากฏดอกหญ้าสีขาวกำลังเบ่งบานและมันกำลังเบ่งบานทั่วเนินเขาบริเวณนี้เลยทีเดียว พลังนี้มันอยู่ในระดับใดกันทำไมแรงกดดันถึงหนักหน่วงเช่นนี้....



          หลงอู่ชิงหวินตอนนี้แทบบ้าคลั่งเพราะไม่สามารถต้านทานพลังที่กดทับได้เลยแม้เเต่จะเงยหน้าก็ไม่สามารถทำได้ เพียงมองเห็นชายอาภรณ์สีขาวบริสุทธ์ที่ปักลายไผ่สัญลักษณ์แห่งความอายุยืนเท่านั้น ความอัปยศนี้นับว่าไม่สามารถกล่าวต่อได้ ในฐานะของฮ่องเต้การต้องคุกเข่าต่อหน้าผู้อื่นนับว่าไม่ควรถึงจะเป็นอ๋องศักดิ์สิทธิ์ก็เถอะ 

        ฉีหลินจวิ้นเต๋อตอนนี้กำลังมองไปยังรอบๆกระโจมที่ประทับนับได้ว่าที่นี้ตกแต่งได้อย่างงดงามจริงๆสมกับที่เป็นถึงฮ่องเต้ ถึงจะพยายามมากเพียงใดแต่ก็ไม่สามารถเงยหน้าขึ้นมาได้หรอก นี้ไม่ใช่การรังแกแต่เป็นบทเรียนเท่านั่นเอง สายตาของจวิ้นเต๋อเหลือบมองไปยังสัตว์อสูรที่มีร่างกายคล้ายอสรพิษ แต่มันมิใช่อสรพิษมันคือมังกรนภา มังกรที่มีเกล็ดสีฟ้าครามงดงามสุกสกาวสดใสราวกับวารีที่ใสสะอาด 'ดูท่าฮ่องเต่องค์นี้จะยิ่งใหญ่พอดูและอีกไม่นานเขาคงสามารถใช้ร่างจำแลงได้ ' แน่นอนว่ามังกรน้อยกำลังสั่นกลัวเพราะสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าหาใช่มนุษธรรมดาแต่พลังยังอัดแน่นไปด้วยพลังของสัตว์เทพกิเลนสวรรค์แถมระดับยังสูงส่งมากอีกด้วย 


         "เอาหล่ะหากข้าอยู่นานกว่านี้เจ้าคงกลั้นใจตายมังกรน้อย  อ้ออีกอย่างข้ามีเรื่องอยากให้ช่วย     'ความทุกข์โศกา   ล้วนมาคู่กับธาราที่หลั่งไหล หยดน้ำตาแห่งซานกู่จะนำพาความวิบัติ  ' ส่งมันไปยังจักรวรรดิหงส์สวรรค์ทีและมอบหยกนี้ให้พวกเขา  " ก่อนที่จะจากไปจวิ้นเต๋อก็สลักถ่อยคำพยากรณ์ของตนลงบนโต้ะน้ำชาพร้อมกับวางหยกวิหกสวรรค์ไว้ให้เพื่อยืนยัน การทำเช่นนี้นับว่าทำเพื่อเฟิงไหลจงเท่านั้นเอง   ก่อนที่จะก้าวเดินเพื่อขึ้นรถลากและจากไปทันที หลังจากที่จากไปพลังปราณที่กดทับก็สลายไปสิ้นยังจะมีผู้ใดกล้าติดตามอีกหรือ ในกระโจมที่ประทับต่างตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นหอมของเหมยหิมะ 

       "หลงหยู่เจ้ากลัวเช่นนั้นหรือเจ้าไม่เคยเกรงกลัวผู้คนมิใช่หรือ....   "เสียงของฮ่องเต้หนุ่มที่มองไปยังมังกรนภาที่ขดตัวมุ่นอยู่ พร้อมกับถอนหายใจและมองไปยังโต๊ะน้ำชาพร้อมกับทวนบทกลอนที่เขียนเอาไว้

      "มัน มันมิใช่บทกลอนฝ่าบาท มันคือคำพยากรณ์และน่าจะเกี่ยวข้องกับจักรวรรดิหงส์สวรรค์ ดูจากหยกวิหกสวรรค์นี่ " แน่นอนว่าทุกอย่างเป็นความจริงและดูคำพยากรณ์จะมิใช่เรื่องดีอะไร มันทำให้แม่ทัพหยางถึงกลับนิ่งงัน ถึงกลับล่ะทิ้งหยกวิหกสวรรค์เลยหรือ 



       "สามารถอ่านคำพยากรณ์เช่นนั้นเป็นไปได้ว่าฐานะของคนเมื่อครู่เป็นอ๋องศักดิ์สิทธิ์หรือท่านหยาง" อยู่ดีๆเหลียงกงกงก็เอ่ยถามสร้างบรรยากาศที่นับว่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะพวกเขาคิดข้ามขั้นนี้ไป เป็นถึงอ๋องศักดิ์สิทธิ์เชียวหรือ 



       "ฝ่าบาทส่งคำพยากรณ์เถิด เพราะนี้เป็นคำสั่งที่เราต้องทำตาม ตอนนี้ยืนยันแล้วว่า อ๋องศักดิ์สิทธิ์ฉีหลินจวิ้นเต๋อปรากฏตัวแล้วจริงๆ และอีกอย่างข้าน้อยคิดว่าท่านอ๋องศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้จะมีระดับสูงกว่าเหล่าผู้เร้นกายของราชวงศ์ด้วย "











        
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.413K ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #3010 เดือน กันยายนน (@nnnnnui) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 00:38
    สนุกมากๆครับไรท์
    #3010
    0
  2. #2061 Kukkik Nisarat (@nkk21) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 22:24
    ไม่รู้อะไร มันน่ารักไปหมด ถึงจะเข้าบางไม่เข้าใจบาง งวเป็นบางที่ โดยรวมเเล้วมันมีเสน่ห์
    #2061
    0
  3. #422 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 14:54

    ระดับสูงกว่าสิ ก็มีชีวิตอยู่มาตั้งนานกว่าคนอื่นๆ

    #422
    0
  4. #345 นัท (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 19:36

    ท่านอ๋องแค่เพียงท่านขยับกาย ยังไม่ทันพ้นตำหนักพยากรณ์ ท่านก็ทำงานแล้วนะ 555+ เอ้า..ไปเที่ยวกันเถิดๆ เป็นกำลังใจให้ไรท์คะ กำลังสนุกเลย เข้ามาอัำบ่อยๆนะเดี๋ยวคนข้างๆพี่นัทจะลงอดงตายซะก่อน อิอิ

    #345
    0
  5. #233 artit6939 (@artit6939) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 23:13

    สนุกมาก
    #233
    0
  6. #232 wilainat27 (@wilainat27) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 23:13
    รออ่าน2เรื่อง ที่ไรท์แต่ง ไม่ผิดหวังเลยค่ะมีเป็นหนังสือ หรือ อีบุ๊ค จะอุดหนุนเลยน่ะค่ะ สนุกมากค่ะ
    #232
    0
  7. #230 ming nuna (@mink-nuna29) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 22:57
    ดีงามพระรามแปด ชอบค่า ติดตามเลย
    #230
    0
  8. #217 BLblacklist (@BLblacklist) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 20:36

    รอทั้งวันอ้ะ สารภาพเลย

    #217
    0
  9. #214 Nista0227 (@Nista0227) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 20:27
    สุดยอด เข้ามาอ่านรอทั้งวันอ่ะ สนุกมากๆๆๆๆ
    #214
    0
  10. #203 Tumbabycorn (@Tumbabycorn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 19:33
    สารภาพเลยว่า รอแจ้งเตือนของเรื่องนี้ทั้งวัน
    #203
    0
  11. #195 Worada Ray (@wai69770689) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 19:17
    ขอบคุณมากกกกที่มา
    #195
    0
  12. #183 phanuwatice7 (@phanuwatice7) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 18:37

    เยี่ยมยอด สนุกมากครับ
    #183
    0
  13. #181 VKK42 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 18:31
    คิดถึงท่านอ๋องหน้าหยก.คร้าาาสาาาา
    #181
    0