Fic Twice : Hermaphroditus [Satzu]

ตอนที่ 20 : Chapter 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,375
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    1 พ.ย. 59

“In love there are no vacations.”
ความรักนั้นไม่มีวันหยุดพักผ่อนหรอก

Marguerite Duras

 

 

เจ้าชายต่อสู้กับปีศาจร้ายอย่างห้าวหาญ เข้าไปช่วยเจ้าหญิงที่ถูกขังไว้ในปราสาทได้สำเร็จ

. . .และแล้วทั้งสองก็ครองรักกันอย่างมีความสุขตลอดไป. . .


วัยเด็กของหญิงสาวหลายๆคนย่อมเคยผ่านตาบทสรุปสุขสมหวังของการ์ตูนดีสนีย์มา หลายๆคนเชื่อว่าชีวิตจะได้พบเจอกับเจ้าชายรูปงาม เพลงรักหวานซาบซ่าน และจบลงด้วยการอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป. . . มินาโตะซากิ ซานะก็เป็นเหมือนเด็กสาวส่วนใหญ่ เธอวาดฝันไว้ ว่าสักวันจะได้พบกับเจ้าชายรูปงาม มาช่วยเธอและแต่งงานกันอย่างมีความสุข

แม้พอโตขึ้นเธอพอจะรู้ว่ามันเป็นเพียงนิทานหลอกเด็ก แต่ความฝันลมๆแล้งๆนี้ยังคงอยู่ในใจเธอเสมอ พอย่างเข้าสู่วัยรุ่น เจ้าชายในวัยเด็กเริ่มเปลี่ยนไป เธอพบว่าเจ้าชายที่เธอฝัน ไม่ได้ขี่ม้าขาวและมีผ้าคลุม แต่เป็นหนุ่มรุ่นพี่สุดฮอต หรือ หนุ่มครึมหุ่นนักกีฬา เธอเรียนรู้มันมาจากหนังสือการ์ตูนตาหวาน และซีรีย์ทางทีวี เจ้าชายของเธอเปลี่ยนไปเสมอ แต่กระนั้นเธอยังคงหวังในเป้าหมายเดิม คือการที่ชายหนุ่มรูปงามสักคนจะช่วยเธอออกจากปราสาทคุกที่ขังเธอไว้ ที่คนในตระกูลมักจะเรียกมันว่า การสืบทอดกิจการ

 

ตั้งแต่ลืมตาขึ้นดูโลกใบนี้ ชีวิตของซานะก็ผูกพันอยู่กับผ้าสีสดหลากหลายลวดลาย บ้านของซานะเป็นร้านขายผ้าญี่ปุ่นเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่สมัยเมจิ ผ่านร้อนหนาวทั้งระเบิดจากสงคราม ภัยพิบัติ แผ่นดินไหวมาอย่างโชกโชน ไม่ว่าใครในแถบคันไซก็ต่างรู้จักร้านผ้ามินาโตะซากิ การสืบทอดกิจการร้านที่ผ่านมาถึง 4 รุ่นทำให้เจ้าของร้านคนปัจจุบันอย่าง ฮิเดอากิ พ่อของซานะ ฝากความหวังไว้กับลูกสาวคนเดียวคนนี้อย่างมาก แต่ซานะเกลียดมัน เกลียดสีสันของผ้าที่ดูดกลืนความสดใสในชีวิตวัยเด็กของเธอไปจนหมด เธอต้องจำชนิดของผ้าและชื่อลายต่างๆทั้งหมดในร้าน ทั้งยังต้องไปดูงานที่โรงงานเพื่อดูวิธีการมัดย้อมต่างๆ นั่นทำให้เธอแทบจะไม่มีเพื่อนวัยเดียวกันจนจบประถม พอมัธยมซานะจึงตัดสินใจขอย้ายไปอยู่ที่บ้านญาติที่คามาคุระ ซึ่งนั่นทำให้เธอได้รู้จักกับโมโมะและมินะ ที่มาจากคันไซเหมือนกัน ทุกคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง ที่มาอยู่เมืองนี้ ทั้งสามคนต่างรู้ดีว่าเหตุผลของกันและกันคืออะไร แต่กระนั้นพวกเขาก็สัญญากันว่าจะปกป้อง ไม่ให้ใครคนใดคนนึงต้องถูกเรียกตัวกลับไป

 

ในช่วงมัธยมซานะได้พบเจอกับรักแรกที่เป็นครูสอนภาษาจีนในร.ร. ชื่อ โจวเฉิน แต่สุดท้าย โจวเฉิน ที่เธอคิดว่าเป็นเจ้าชายจากเมืองจีนก็เป็นได้แค่ คนเลี้ยงม้าหื่นๆ ที่อยากจะแค่มีเซ็กส์กับเด็กสาวในเครื่องแบบนักเรียน ซานะเลิกหวังและพับเก็บเจ้าชายในฝันใส่กรุไว้ เธอเอาตัวรอดด้วยการต่อรองเวลากับที่บ้านที่จะกลับสู่คุกนั้นอีกครั้ง แต่เธอก็ไม่คิดเลยว่าเจ้าชายที่ลืมเลือนไปหลายปีปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ หนุ่มน้อยหน้ามน(ที่มารู้ที่หลังว่าเป็นคนไต้หวัน)เข้ามาช่วยเธอจากคนร้ายกระชากกระเป๋า

ภาพของเจ้าชายในหนังสือนิทานที่ลืมเลือนไปแสนนานทับซ้อนกับเขาคนนั้นอย่างไม่ตั้งใจ . . .


ไม่เป็นอะไรแล้วนะ  เขาถามขึ้นพร้อมกับหยิบกระป๋องโค๊กประคบใบหน้าบวมของเธอ ทั้งที่เขาเข้ามาต่อยโจรฉุดกระเป๋าของเธออย่างไม่ลังเล แต่พอถึงเวลาที่เขาใกล้ชิดเธอ กลับดูงุ่มง่ามและเขินอาย แม้จะรู้สึกปลื้มอยู่ลึกๆ แต่เธอรู้ดีว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าพลเมืองดีที่บังเอิญอยู่แถวนั้นและเข้ามาช่วยเหลือเธอ ตอนที่เขาอาสาไปส่งเธอที่บ้านเพราะได้ยินตำรวจคุยกันถึงพวกโรคจิต นั่นทำให้เธอแอบบวกคะแนนความน่ารักให้เขาเพิ่มในใจ ไปไม่น้อย

วะ วะ หวังว่าจะได้เจอกันอีกนะครับ ร่างสูงเอ่ยอย่างเก้กังๆก่อนจะวิ่งหายไป ซานะได้แต่มองอีกฝ่ายจนลับตา นานแล้วที่เธอไม่ได้เจอผู้ชายที่ดูใสซื่อขนาดนี้ คำอำลานั้น เธอก็แอบหวังอยู่ไม่น้อยเหมือนกันว่า ถ้าได้เจอกันอีกก็คงจะดี

แหม่ อาลัยอาวรร์เหลือเกินนะคะ ไปตกเด็กมาจากไหนหล่ะเสียงมึนๆที่คุ้นเคยเอ่ยแซวขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเข้าบ้านมา หญิงสาวเบะปากเมื่อเห็นหน้ามึนๆที่บางครั้งก็ดูกวนประสาทเสียเหลือเกินของรูมเมทแชร์ค่าบ้านของเธอ

ทำหูทวนลมนะ ฉันเห็นนะยะ

 ไม่มีอะไรหรอกน่าโมโมะริง เขาแค่เป็นพลเมืองดีที่มาส่งเฉยๆ

แต่ หวังว่าจะได้เจอกันอีกนะครับ นี่คงไม่ใช่แค่พลเมืองดีเฉยๆมั้ง

นี่หล่อนเป็นโคนันรึยังไง ถามอยู่นั่นแหละ หน้าฉันบวมขนาดนี้ไม่เห็นถามบ้างเลย

แหม่ เป็นห่วงสิ นี่ถามเพราะห่วงอนาคตเพื่อนเลยนะเนี่ย อยากเจอเขาอีกรอบเหมือนกันก็บอก คนพูดตีหน้ามึนแต่แววตาเป็นประกายท่าทางดูจะสนใจเรื่องของเธอไม่ใช่น้อย ซานะได้แต่กรอกตาอย่างเอือมระอาก่อนจะเดินหนีเข้าห้องน้ำไป แต่ก็จริงอย่างที่เพื่อนของเธอแซว ถ้าได้เจอกันอีกก็คงจะดีไม่น้อย เหมือนกัน . . .

.

.

.

สัปดาห์ของการทำงานยังคงดำเนินไปอย่างน่าเบื่อตามชื่อของมันว่า งานประจำ วิถีประจำวันที่นั่งแช่อยู่บนเก้าอี้ โดยทำกิจกรรมเดิมๆซ้ำๆเป็นประจำ หลังจากเคลียร์งานกองโตเสร็จ ซานะได้แต่นั่งดูดเส้นบะหมี่สำเร็จรูปในกระป๋อง พลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยบนดาดฟ้าของตึกออฟฟิศ

ซานะจัง ทานมาม่าอีกแล้วนะครับเสียงทุ้มเอ่ยทักอย่างอ่อนโยน ชายหนุ่มเพื่อนร่วมงานคนสนิทยื่นขวดน้ำชาให้เธอด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะนั่งลงข้างๆเปิดกล่องข้าวทานบ้าง

ก็ฉันไม่ได้มีแฟนเป็นเชฟหนุ่มเหมือนทาเครุคุงนี่นาหญิงสาวหยอกกลับ อีกฝ่ายได้แต่ยิ้มอย่างอายๆก่อนจะคีบไข่ม้วนสีสวยแบ่งใส่ถ้วยมาม่าให้เธอ

ใครบอกว่าเขาทำให้ผม นี่ผมทำเองต่างหากนะ ซานะจังชายหนุ่มแสร้งทำหน้ามุ่ย ซานะได้แต่หัวเราะกับท่าทางนั้น ใครที่ไม่รู้จักพวกเขาคงคิดว่าดูเหมือนคู่รักที่น่าอิจฉา หนุ่มหล่อสะอาดสะอ้าน แถมอ่อนโยนแบบนี้ ใครๆต่างมองว่าน่าอิจฉาเสียเหลือเกิน แต่สำหรับคนรู้ดีอย่างซานะแล้ว เธอได้แต่ยิ้มแห้งๆกับคำพูดเหล่านั้น ด้วยรู้ดีว่าชายหนุ่มไม่มีทางชอบผู้หญิงอย่างเธอแน่นอน. . .ไม่สิ ไม่ว่าจะผู้หญิงแบบไหนก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจของเขาทั้งนั้น

รักร่วมเพศไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือน่าประหลาดในสังคม แต่มันมักจะกลายเป็นความน่าประหลาดใจของฝูงชนเสมอเมื่อคุณเห็นใครสักคนกอดหรือจูบกับเพศเดียวกัน ซานะซึ่งแน่นอนว่าเธอเป็นรักต่างเพศ แต่เธอก็ไม่เคยรู้สึกแปลกแยกกับพวกเขา อาจเพราะการที่ได้ทำความรู้จักกับทาเครุที่เปิดเผยว่าตัวเองเป็นเกย์ และอยู่กินกับแฟนหนุ่มมาหลายปี ทำให้เธอคิดเสมอว่าพวกเขาก็เหมือนกับคู่รักชายหญิงทั่วไป แต่แน่นอนว่าในสังคมอนุรักษ์นิยมนี้มันยังคงเป็นเรื่องแปลกประหลาด และเธอเองก็ไม่แน่ใจนักว่าถ้ามีผู้หญิงมาจีบเธอจริงๆ เธอจะรับได้รึป่าว มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างห่างไกล

ซานะจังคิดอะไรอยู่หรอ

อืมม นั่นสินะ ฉันคิดอะไรอยู่นะ

คิดถึงใครอยู่แน่เลย แบบนี้ชายหนุ่มเอ่ยแซวก่อนที่เสียงสั่นของสมาร์ทโฟนจะดังขึ้นขัดจังหวะสนทนา เบอร์แปลกไม่คุ้นปรากฏบนหน้าจอ เธอสไลด์หน้าจอกดรับ

    สวัสดีครับ โทรมาจากสถานีตำรวจเขตสามนะครับ นี่ใช่เบอร์ของมินาโตะซากิซังใช่ไหมครับ ปลายสายทำให้เธอแปลกใจนิดหน่อย

พอดีว่ามีผู้เสียหายมาแจ้งความเพิ่มเราเลยอยากรวบรวมสำนวนผู้เสียหายเป็นหลักฐานเพื่อส่งฟ้องต่อหน่ะครับ เลยอยากจะรบกวนให้ช่วยมาที่สถานีตำรวจอีกทีเพื่อเป็นพยานในวันเสาร์นี้ได้ไหมครับ

เอ๊ะ ได้ค่ะคำพูดของปลายสายทำให้หัวใจพองโตอย่างบอกไม่ถูก  

มีอะไรสอบถามเพิ่มเติมได้นะครับ

แล้วโจวซัง เอ่อ ฉันหมายถึงพยานที่ช่วยฉันในวันนั้น ต้องมาไหมคะ

ใช่ครับ ทางเรานัดวันเดียวกันหมด

อ่ออค่ะ ขอบคุณนะคะเธอกดวางสาย หัวใจเต้นแรงด้วยสาเหตุใดเธอก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก ซานะเผลอยิ้มออกมาแค่ไปเจอกันเพราะเป็นพยานคงจะไม่มีอะไรมากกว่านั้น แต่ก็อดรู้สึกดีใจไม่ได้อย่างบอกไม่ถูก

 

พวกเขาพบกันอีกครั้ง ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ๊ตพับแขนกับกางเกงยีนส์ นั่งอยู่ท่าทางเนื่อยๆ แต่กระนั้นเขาก็ยังดูดีในสายตาของซานะ วันนี้เธอไม่ค่อยจะมั่นใจกับตัวเองนักเพราะแว่นที่หัก เธอยังไม่มีเวลาไปตัดเลยซื้อคอนแทคมาใช้ไปพลางๆก่อน  เธอทักทายเขา แต่กลับได้คำตอบที่ทำให้ใจเต้นแรง

น่ารักมากเลยครับเขาชมเธอก่อนจะหน้าแดงเสียเอง นั่นทำให้เธอหน้าแดงตามไปด้วย ท่าทางเก้ๆกังๆดูไม่มีพิษมีภัย ทั้งยังสุภาพบุรุษมากๆจะผิดไหมถ้าเธออยากจะหาเรื่องทำความรู้จักเขาให้มากกว่านี้ เธอชวนเขาไปร้านกาแฟโดยอ้างว่าอยากขอบคุณเรื่องวันนั้น  ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะเป็นเพียงเด็กมอปลาย ท่าทางครึมๆดูโตเกินวัย ใจเย็น ทั้งยังอ่อนโยน ตอนที่เธอรู้สึกหนาวสั่นจากอากาศเขาก็จับมือเธอมาถูให้ความอบอุ่นอย่างไม่ลังเล ดวงตาใสซื่อนั้นโฟกัสแค่มือของเธอไม่มีรังสีของความหื่นกามอย่างที่เธอเคยเจอมาแม้แต่น้อย แม้ภายหลังเขาจะบอกว่าแอบมองเธอมาตลอด แต่เธอกลับรู้สึกว่ามันน่ารักและเผลอใจให้เบอร์อีกฝ่ายไปง่ายดายเสียเหลือเกิน

ทำแบบนี้เธอใจง่ายเกินไปรึเปล่านะ. . .

.

.

.

ช่วงนี้ซานะจังยิ้มบ่อยนะครับ มีเรื่องดีๆหรอครับชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นระหว่างพักทานข้าวกลางวัน เธอได้แต่พยักหน้ารับ หน้าจอของโทรศัพท์ในมือทำให้เธออดอมยิ้มไม่ได้ เธอเป็นแบบนี้มาเกือบเดือนแล้วตั้งแต่ที่ให้เบอร์หนุ่มน้อยไป พวกเขาก็พูดคุยกันทุกวันผ่านไลน์และ อาทิตย์ละครั้งที่พวกเขาได้นั่งอยู่ในคาเฟ่ ติวหนังสือพลางพูดคุยสัพเพเหระต่างๆ ทำให้ซานะรู้สึกว่าเธอไม่ได้รู้สึกดีเช่นนี้มานานแล้ว ซานะไม่คิดเลยว่าเพียงแค่ข้อความที่ถามไถ่ทั่วไปและคำบอกราตรีสวัสดิ์ทุกก่อนนอน จะทำให้เธอรู้สึกมีความสุขได้มากมายขนาดนี้

ฉันคิดว่า ฉันตกหลุมรักผู้ชายคนนึงแหละทาเครุคุง

ซานะจังโตเป็นสาวแล้วสินะครับชายหนุ่มแสร้งบีบขมับทำท่าทางเหมือนพ่อที่กำลังจะส่งลูกสาวเข้างานวิวาห์ หญิงสาวเอาศอกกระแทกสีข้าง ทาเครุแสร้งกุมมันพร้อมกับสีหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด

ฮ่าๆๆ ล้อเล่นนิดเดียวเอง ทำไมต้องรุนแรงด้วย ว่าแต่เขาดีกับซานะจังไหม

อืออ อ่อนโยนมากๆเลย แถมไม่เคยล่วงเกินด้วย แต่ว่านะฉันไม่มั่นใจเอาซะเลย . . .

ทำไมหล่ะครับ เขาไม่ชอบซานะจังหรอหญิงสาวส่ายหัว ก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่

เราเพิ่งรู้จักกันไม่นาน แถมอายุก็ห่างกับฉันตั้งห้าปี ผู้หญิงแก่กว่าแบบนี้มันคงดูไม่ดีมากๆเลยใช่ไหม

นั่นไม่ใช่ปัญหาเลย ถ้าเขาเป็นคนดีและซานะจังมีความสุข นั่นก็พอแล้วไม่ใช่หรอ

แต่ว่านะ . . .

ถ้าเขาดีแบบที่ซานะจังว่า ระวังจะโดนสาวอื่นฉกไปก่อนไม่รู้นะ รีบๆเข้าหล่ะชายหนุ่มยิ้มพลางจะลูบหัวเธออย่างอ่อนโยน

ก็จริงอย่างที่เพื่อนชายว่า ยิ่งเป็นเด็กนักเรียนมอปลายแถมยังหน้าตาดีแบบนั้น ก็คงต้องมีสาวๆมาแอบชอบบ้างหล่ะ ถึงเขาจะแสดงออกก่อนว่าสนใจเธออย่างจริงจัง แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก แล้วยัยป้าสาวออฟฟิศอย่างเธอจะสู้สาวๆพวกนั้นได้ไหมนะ . . . 

 

บางครั้งโอกาสและอารมณ์พาไปก็มาแบบไม่ได้ทันตั้งตัว หนุ่มน้อยไต้หวันชวนเธอไปเที่ยวเพื่อขอบคุณที่เธอติวหนังสือให้เขา แต่ทว่าโชคร้ายที่หัวหน้าของเธอดันตกบันได เขาอาสาจะมาส่งข้าวส่งน้ำให้เธอที่ออฟฟิศ

"ถ้ายังไง ให้ผมไปหาที่ออฟฟิศไหมครับ ไหนๆผมก็ออกมาแล้ว จะได้ซื้อของกินเข้าไปให้ด้วย"

"แต่ออฟฟิศฉันมันไกลนะ"

"แค่สองสถานีเอง ไม่ไกลหรอกครับ ยังไงส่งโลเคชั่นมาให้ทีนะครับ" หลังจากส่งโลเคชั่นไป ซานะหยิบกระจกขึ้นส่องใบหน้าสำรวจตัวเองไปมา อย่างกังวล

ไปเติมลิป เติมแป้งสักหน่อยดีไหมนะ

 

เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเจ้าชายของเธอก็หอบหิ้วถุงพลาสติกที่เต็มไปด้วยของที่เธอฝากสั่งทั้งหมด ซานะพาอีกฝ่ายมานั่งพักเหนื่อย พร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับเหงื่อให้ ร่างสูงสะดุ้งด้วยความตกใจแต่ก็ปล่อยให้เธอเช็ดอย่างว่าง่าย ใบหน้านิ่งเรียบหลุบตาลงด้วยความรู้สึกประหม่า ซานะรู้สึกว่าความขี้อายของเขานั้น ช่างน่ารักน่าเอ็นดู จนอยากจะทิ้งงานมานั่งอยู่ข้างๆอีกฝ่ายเสียเหลือเกิน แต่เสียงแจ้งเตือนเมล์เข้าดับฝันนั้นภายในเสี้ยววินาที

อาจื่อคุง ทานข้าวรึยังหญิงสาวยื่นแบงค์ให้ พลางพลิกนาฬิกาข้อมือดู  ถ้าอาจื่อยังไม่หิว รอฉันอีกแปปนึงได้ไหม งานเหลืออีกนิดเดียว จะพาไปที่แจ่มๆ

ไม่ครับ ไม่หิว

ดีจัง เบื่อๆก็ลองหาหนังสือในชั้นไปอ่านเล่นได้นะ ชั้นตรงนั้นมีหนังสือภาษาจีน ถ้าสนใจ  ซานะกระดกขวดยาชุกำลังเข้าไปอึกใหญ่ก่อนจะหันกลับเข้าโต๊ะเข้าโหมดปั่นงานอีกครั้ง แต่แอบเหลือบมองอีกฝ่ายเป็นระยะ ผมสั้นทรงสมัยนิยม โครงหน้าคม สันจมูกที่ไม่โด่งมากจนเกินงาม ดวงตาโตกำลังไล่ไปตามตัวอักษรในหนังสือที่เขากำลังอ่าน ซานะเพิ่งสังเกตว่า หนุ่มน้อยหน้าหวานมากทีเดียว ถ้าเป็นผู้หญิงคงจะเป็นคนสวยมากทีเดียว ความคิดวุ่นวายนี้ทำให้เธอนึกถึงเด็กสาวคนนึงที่มักจะเจอกันบ่อยๆที่สถานีรถไฟ ใบหน้าสวยยากจะคาดเดาอารมณ์มักจะยืนนิ่งเหมือนเสาหินอยู่ที่ชานชาลาเสมอ เธอจำได้เพราะมักจะเจอในเวลาไล่เลี่ยกันอยู่บ่อยๆ จะว่าไปแล้วอาจื่อน้อย ดูคล้ายเด็กสาวคนนั้น บางทีพวกเขาอาจจะเป็นคนชาติเดียวกันก็เป็นได้

ประตูเหล็กหนักอึ้งถูกเปิดออก ในตอนแรกซานะตั้งท่าจะเปิดโชว์ให้อีกฝ่ายดูซะดิบดี แต่ดันแป๊กจนคนร่างสูงต้องเข้ามาช่วยเธอเปิด นั่นทำให้เธอรู้สึกอายนิดหน่อย ท้องฟ้าสีเข้มสนิท แสงไฟและความคึกคักของเมืองทำให้ยากจะเห็นดวงดาว แต่ สายลมอ่อนๆ และทิวทัศน์ของเมืองชายทะเลยามค่ำคืนก็ทำให้บรรยากาศตรงหน้าชวนฝันไม่น้อยทีเดียว

 สวยจังอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นราวกับตกอยู่ในภวังค์ เธอรู้สึกดีใจที่เขาชอบ

เน๊อะ ฉันชอบที่นี่มากๆเลยหล่ะ

พวกเขานั่งลงตรงม้านั่ง เด็กหนุ่มหยิบข้าวปั้นขึ้นทาน ส่วนซานะหยิบกระป๋องเบียร์ที่อยู่ในตู้เย็นก่อนหน้าเปิดดื่ม อย่างกระหายน้ำมาแสนนาน

อีกแค่กระป๋องเดียวพอนะครับเขาเอ่ยขึ้นอย่างดุๆพลางชี้ไปยังกระป๋องเบียร์ที่เหลืออีก3  - 4 กระป๋องข้างๆตัวเธอ แม้ซานะจะส่งสายตาง้องอน ออดอ้อนเพียงใด เด็กหนุ่มได้แต่ส่ายหัวไม่ยอมท่าเดียว เธอทำหน้ามุ่ย แต่ก็ยอมวางกระป๋องที่สามที่กำลังจะแกะเปิดอย่างโดยดี พวกเขานั่งปล่อยอารมณ์ข้างๆกันโดยไร้บทสนาทนา ความเงียบที่เข้าปกคลุมไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัด บรรยากาศดีๆกับคนที่รู้สึกดีด้วยนั่งอยู่ข้างๆ . . .

มีความสุขจัง

นั่นสิ บรรยากาศแบบนี้ทำให้รู้สึกสงบเขาเอ่ยอย่างเห็นด้วย แต่ซานะส่ายหัวว่าไม่ใช่ อาจด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอลที่ดื่มไปก่อนหน้าทำให้เธอกล้าที่จะเปิดเผยสิ่งที่คิดอย่างใจเย็น เธอคิดว่าเธอคงอดทนรอให้อีกฝ่ายพูดก่อนไม่ไหว มันคงจะไม่เสียหายอะไรถ้าเธอจะเป็นฝ่ายบอกเสียเอง ในเทพนิยายไม่เคยมีกฎที่ห้ามเจ้าหญิงบอกชอบก่อนนี่ จริงไหม . . .

 อาจื่อเด็กหนุ่มหันไปตามเสียงเรียกของคนข้างๆ แต่ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ขานรับอะไร ซานะก็บดเบียดริมฝีปากบางของตัวเองกดประทับอีกฝ่าย กลิ่นหอมของแชมพูที่เขาใช้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เธอถอนริมฝีปากออกมาอย่างเสียดายหน่อยๆ ก่อนจะเอ่ยสิ่งที่ใจคิดอยู่ในตอนนี้ . . .

ฉันคิดว่า ฉันก็ชอบอาจื่อเหมือนกัน

ใช่แล้ว เธอตกหลุมรักเจ้าชายน้อยชาวไต้หวันคนนี้เข้าเต็มเปา

 

__________________________________________________

TBC



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

279 ความคิดเห็น

  1. #94 LoveToon (@toonenter) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 12:09
    โห ซานะ เด็กหนุ่มเค้าดีขนาดนี้ แต่เค้าโกหกซานะอยู่ ซานะจะทำยังไงฮืออออ
    #94
    0
  2. #93 445 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 22:40
    โอ้ยยยย เหมือนจะดีแต่ไม่ค่ะ หน่วงละเกิ้ลลลลล

    ถ้าซานรู้จะเป็นไง งือออออ
    #93
    0
  3. #92 Kkero (@kkulsone) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 00:56
    ตอนนี้เป็นเหมือนการประมวลหลายๆตอนมารวมกันเลยค่ะ แต่เป็นมุมของซานะที่เราไม่เคยรู้ ซานะดูจะชอบอาจื่อจริงๆ แอบดีใจตรงที่มีเพื่อนเป็นเกย์อ่ะค่ะ ทำให้ทัศนคติของซานะต่อคนรักเพศเดียวกันค่อนข้างเปิดกว้าง (จะร้อง) อาจื่อมีหวังอยู่นะเนี่ย ฮือออออ
    แล้วก็ได้รู้ปมเรื่องตระกูลซานะด้วย โอววว มีความลำบากใจตรงนี้เหมือนกันนะคะ ธุรกิจครอบครัวงี้ เห้อออ วงวารซานะเหมือนกันค่ะ

    แล้วก็ชอบอีกตอนนึงค่ะ ที่ซานะบอกว่า อาจื่อเก้ๆกังๆ ไรงี้อ่ะค่ะ เรารู้สึกว่ามันน่ารักมาก(เหมือนที่ซานะรู้สึกเลย) เขินอ่อน555555555

    ตอนนี้ยังลุ้นที่อาจื่อจะบอกความจริงอยู่นะคะ ฮือออ เอาใจช่วยมาก ไหนๆพี่ซานะก็คุ้นๆหน้าเด็กผญที่สถานีรถไฟแล้วนี่คะ ฮืออออ ขอให้ผ่านไปด้วยดีเถอะ สงสารทั้งคู่มาเนิ่นนานแล้ว


    #92
    0