Fic Twice : Hermaphroditus [Satzu]

ตอนที่ 13 : Chapter 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,170
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    24 ก.ย. 59

The essence of lying is in deception, not in words.

แก่นแท้ของการโกหก อยู่ในความลวงหลอก หาใช่ในถ้อยคำที่เราใช้

 

John Ruskin

 

                ข้อความที่ขาดหายไปนานจากคนที่แสนคิดถึงเด้งโชว์ขึ้นในจอสี่เหลี่ยมดวงตากลมของเด็กสาววาววับขึ้นเป็นประกาย ใบหน้าสวยเก็บกลั้นรอยยิ้มไว้ไม่อยู่ จนอีกฝ่ายที่กำลังขับรถกลับที่พักเหลือบมองด้วยความสนใจ

จะว่าไปตั้งแต่เจอกัน ฉันเพิ่งจะเห็นอาจื่อยิ้มนะเนี่ย มีเรื่องดีๆหรอร่างสูงพยักหน้าแทนคำตอบ ถึงจะมีความไม่สบายใจสะสมอยู่ แต่ไม่รู้ว่าทำไม เพียงแค่สติกเกอร์หนึ่งตัวและข้อความที่ว่า คิดถึงจัง อยากเจอ ทำให้ความรู้สึกแย่ๆหายไปหมด แต่กระนั้นมันก็เป็นความสบายใจที่ไม่สุด เพราะรู้ว่าสักวันเธอคงต้องตัดใจบอกความจริงอีกฝ่ายไป แต่แน่นอนว่าคงไม่ใช่ตอนนี้ จื่ออวี้รู้สึกขี้ขลาดเกินกว่าจะกล้าเผชิญกับผลลัพธ์นั้น เธออยากจะเห็นแก่ตัวเก็บเกี่ยวความสุขนี้ไว้อีกสักพัก . . .

ว่าแต่ เราจะไม่ไปหาเพื่อนของมินะซังจริงๆหรอคะ

ฉันส่งที่อยู่ห้องพักฉันให้ไปแล้ว เดี๋ยวเธอคงไปนอนรอให้ที่บ้านหายโกรธก็กลับบ้านเองแหละคำตอบของคนขับรถทำเอาร่างสูงมองอย่างทึ่งๆ ตอนแรกทำเป็นตกใจ ที่แท้คงจะเตี๊ยมกับเพื่อนไว้สิเนี่ย ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรกับเขาเลย

                ‘ตอนนี้ เธออยู่ไหนข้อความจากไลน์เด้งขึ้นอีกครั้ง เด็กสาวพิมพ์ตอบกลับไปตามตรง แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาทำเอาไม่ทันได้ตั้งตัว

                งั้น ไปเที่ยวด้วยกันไหม ตอนนี้เลย 

 

                ร่างสูงยืนอยู่หน้าสถานีรถไฟอย่างเงอะๆงะๆ เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องใช้น้ำยาแปลงร่างที่นี่ เลยไม่ได้พกเสื้อผ้าผู้ชายมาด้วย โชคดีที่ช่วงนี้เป็นเทศกาลฤดูร้อน มินะเลยขอยืมชุดยูคาตะจากทางโรงแรมให้ จื่ออวี้เพิ่งจะเคยใส่ชุดยูคาตะชายครั้งแรก เลยรู้สึกเขินนิดหน่อยที่ต้องแต่งออกมาแบบนี้ แต่มินะบอกเธอว่าช่วงนี้ในเมืองมีเทศกาลงานฤดูร้อนอยู่แล้ว ใครๆก็ใส่กัน นั่นช่วยให้เด็กหนุ่มรู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดนึง น่าแปลกที่มินะไม่ถามเขาสักนิดว่าไปหาใคร เธอเพียงแต่พยักหน้าตอนที่จื่ออวี้ขอให้เธอช่วย แถมยังขับรถเข้ามาส่งที่สถานีอีก บางทีเขาเองก็อยากจะสารภาพผิดกับมินะไป แต่ก็ไม่อยากรบกวนอีกฝ่ายไปมากกว่า เพราะตั้งแต่เจอกันคราวนี้ มินะดูไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก

                ‘อาจื่ออยู่ไหน

                ‘หน้าสถานีรถไฟ

                ‘ยูคาตะเหมาะกับเธอจังคนร่างสูงประหลาดใจ ดวงตากลมสอดส่ายไปมาหาเจ้าของข้อความ ก่อนจะสะดุ้งเฮือก เมื่อถูกมือบางของใครบางคนสวมกอดจากด้านหลัง

                กริ๊ดดดดดดดไม่ใช่แค่เขาที่เหวอเพราะความตกใจ คนที่กอดเหวอยิ่งกว่า มือคลายกอดอย่างงุนงง ก่อนจะหัวเราะออกมาเพราะใบหน้าเสียของอีกฝ่าย

                ฮ่าๆๆๆๆๆ โดนวิญญาณผีสาวในชุดเข้าสิงหรอคะ หืมม คำแซวของคนตัวเล็กกว่าทำเอาเด็กหนุ่มหน้าแดงฉ่า หลุดสาวแตกว่าแย่แล้ว โดนแซวแบบนี้แทบจะไปไม่เป็น แถมวันนี้หญิงสาวเกล้าผมขึ้นดูเป็นพิธีการ ผิดกับชุดเสื้อเชิ๊ตสีขาวกับกางเกงยีนส์ที่ใส่มา ให้ความรู้สึกเป็นผู้ใหญ่ห้าวๆแปลกตาไปอีกแบบ แต่จะว่าไปทำไมชุดนี้มันคุ้นเหลือเกินเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ

                “เรื่องที่บ้านจัดการเรียบร้อยแล้วหรอครับ

                “ไม่รู้สิ จบไม่จบฉันก็จะกลับแล้วแหละหญิงสาวหน้ามุ่ย ดูอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่นักเมื่อพูดถึงครอบครัว

                “อ่า จะดีหรอครับ

                “อาจื่อ

                “ครับ

                “วันนี้อย่าถามเรื่องพวกนั้นได้ไหม ฉันอยากให้ตอนนี้มีแค่เรื่องของเรานะเขาพยักหน้ารับคำตอบของเธออย่างว่าง่าย แต่กระนั้นเขาก็รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่นัก ซานะมักจะเลี่ยงที่จะพูดถึงปัญหาของเธอด้วยวิธีการแบบนี้เสมอ เขารู้สึกเหมือนว่าเธอกำลังมองว่า เขาเด็กเกินกว่าจะพูดคุยอะไรด้วยได้ แต่สุดท้ายเขาไม่เคยถาม ไม่เคยกล้าถามอะไร เขาเพียงแต่ตอบรับอย่างเงียบๆ  พยายามเอาใจให้เธอไม่รู้สึกแย่ไปมากกว่านี้ 

                “งั้น เราจะไปไหนกันดี

                “ดีมาก ต้องแบบนี้สิ เดี๋ยวพี่สาวคนสวยจะพาทัวร์เองนะคะคนตัวเล็กกว่าควงแขนร่างสูง แม้จะใกล้ชิดเธอบ่อยแค่ไหน หัวใจดวงน้อยของร่างสูงไม่เคยรู้สึกชินสักที บางครั้งเขาก็รู้สึกว่าตัวเองช่างอ่อนหัด จนพี่สาวเป็นฝ่ายรุกทุกครั้งไป หรือจริงๆมันเป็นสไตล์สาวญี่ปุ่นกันนะ

                 ซานะพาเด็กหนุ่มอ่อนต่อโลกไปทานราเมงร้านประจำของเธอ พวกเขาพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ หญิงสาวพาเขาไปที่ต่างๆที่เคยเป็นที่ประจำของเธอ ใบหน้าหวานดูสดใสกว่าที่เคยเป็นมา แต่กระนั้นเธอก็ดูดซูบไปมากที่เดียวเมื่อเทียบกับการเจอกันครั้งล่าสุด นั่นทำจื่ออวี้รู้สึกกังวล

                นั่นใช่ ซานะจังรึป่าว เสียงของชายวัยกลางคนเอ่ยทักขึ้น ขณะที่ทั้งคู่กำลังทานน้ำแข็งใสอยู่ในร้านข้างทาง ศีรษะล้านเลี่ยนแต่ท่าทางใจดีเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้ม

                โอ้ ซานะจัง จริงๆด้วย ไปเจอนานเลยเป็นสาวสวยแล้วสิหญิงสาวยิ้มรับแทนคำตอบ คุณลุงถือวิสาสะลากเก้าอี้เข้ามานั่งคุย ทั้งคู่ถามไถ่เรื่องทั่วไปกันด้วยสำเนียงคันไซที่จื่ออวี้ฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง

                “ว่าแต่ดูตัวเป็นยังไงบ้างหล่ะ เห็นพ่อเจ้าบอกว่าจะไปดูตัวหนิ คำถามที่เอ่ยออกมาทำเอาหญิงสาวตาเบิกโพล่ง เหลือบมองหนุ่มน้อยข้างๆที่ชะงักขณะที่กำลังจะตักน้ำแข็งใสเข้าปาก พยายามจะส่งสายตาให้คุณลุงว่าหยุดพูดเรื่องนี้สักที แต่ดูเหมือนว่ากระแสจิกของหญิงสาวจะไปไม่ถึงอีกฝ่าย

                “. . .ปฏิเสธไปแล้วคะ

โอ้ งั้นหรอ หรือว่ามีแฟนแล้ว เจ้าหนุ่มนี่หรอ หล่อดีนะ ฮ่าๆๆ ชื่ออะไรหน่ะเราเสียงเข้มเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี หันไปถามหนุ่มน้อย โดยไม่สนเห็นสายตาที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อของหญิงสาวแม้แต่น้อย

โจวจื่อ. . .ครับ

โอ๊ะ คนจีนหรอะ เบื่อหนุ่มญี่ปุ่นแล้วหรอซานะจัง แล้วเมื่อไหร่จะแต่งงานแล้วกลับมาอยู่โอซาก้าหล่ะ พ่อเจ้ารอคนรับต่อร้านช่วงไม่ไหวแล้วมั้งคุณลุงยังคงพูดไม่หยุด เรื่องเหล่านี้ทำให้จื่ออวี้รู้สึกสนใจ ระคนแปลกใจ หนึ่ง เขาไม่เคยได้ยินเรื่องของครอบครัวของซานะเลยสักครั้งและเพิ่งจะรู้ว่าครอบครัวของเธอมีกิจการ สอง ธุระที่กลับมา คือ การไปดูตัว . . .ดูตัวงั้นหรอ ทำไมไม่เห็นบอกเขาเลยว่าเธอมาดูตัว 

                คุณลุงก็ หนูยังไม่พร้อมหรอกค่ะ คุณพ่อก็ยังแข็งแรงดี หมอบอกว่ายังฟิต ยังดูแลร้านได้อีกนาน

                “ฮ่าๆๆๆ นั่นสินะเสียงริงโทนของสมาร์ทโฟนดังขึ้น ร่างท่วมจึงลุกขึ้นขอตัว ซานะมองอีกฝ่ายที่เดินไปจนลับสายตาก่อนจะเผลอถอนใจอย่างโล่งอก แต่เธอลืมไปว่าคนข้างๆได้ยินทุกอย่าง  . . .

                ซานะซัง กลับมาดูตัวหรอครับเสียงเข้มเอ่ยขึ้น ใบหน้านิ่งไม่อาจเดาได้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่

                “อือออ ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกก่อน หญิงสาวเอ่ยเสียงเบา แววตาฉายความกังวลอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร แต่ตามสามัญสำนึกทั่วไปแล้ว เป็นใครก็คงไม่พอใจที่อยู่ๆแฟนตัวเองไปดูตัวกับผู้ชายอื่น

                “เพราะผมเด็กเกินไปหรอครับ คำถามของเขาทำให้เธอแปลกใจ ใบหน้าของอีกฝ่ายยังคงนิ่งเรียบมีเพียงดวงตาที่ดูหงอยลง เหมือนลูกหมาน้อยที่กำลังน้อยใจ

                “เอ๊ะ

ซานะซังถึงไม่เคยบอกอะไรผมเลย ร่างสูงเอ่ย น้ำเสียงนิ่งเรียบ ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายราวกับว่าจะค้นพบคำตอบอะไรบางอย่าง

                ฉันขอโทษนะ ฉันแค่ไม่อยากให้เธอไม่สบายใจ ฉันรู้แหละว่าไม่มีใครชอบหรอกที่แฟนไปดูตัว แต่บ้านเขารบเร้ามาหลายครั้งแล้ว ฉันเองก็ปฏิเสธไม่ได้. . .

                “เราอาจจะห่างกันหลายปี แต่ผมโตพอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรนะ

                ฉันขอโทษร่างสูงส่ายหัว เขาไม่ได้โกรธเรื่องนั้น

                ผมอยากรู้จักซานะซังให้มากกว่านี้นะ อยากให้ซานะซังเล่าให้ผมฟังบ้างนะ ทั้งเรื่องแย่ๆ หรือเรื่องที่ไม่สบายใจ ผมโตพอที่จะแบกเรื่องพวกนี้ไปกับซานะซังนะครับ

                .

                .

                .

                ท้องฟ้าค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเข้ม แสงไฟจากท้องถนนและตึกรามสว่างขึ้น พร้อมกับความคึกคักของชีวิตในยามค่ำคืนที่กำลังจะเริ่มต้น หญิงสาวพาร่างสูงไปจุดชมวิวที่ยอดตึกสูงของเมือง หลังจากออกจากร้านมาซานะยังดูมีสีหน้ากังวล แต่เด็กหนุ่มก็จับมือเธอไว้แน่นพร้อมกับรอยยิ้ม เขาไม่แน่ใจนักว่าที่พูดออกไปเมื่อช่วงเย็นนั้นเหมาะหรือไม่ เขาไม่ได้โกรธที่เธอไปดูตัว พอได้เห็นเธอกับคุณลุงคนรู้จัก มีหลายๆอย่างที่เขาไม่เคยรู้ มันก็ออกจะชวนให้รู้สึกน้อยใจนิดหน่อยนะ ถึงจะตกลงปลงใจกันมาสักพักแล้ว แต่เขาแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลย และเธอก็แทบจะไม่เคยบอกอะไรเขา อาจจะเป็นความผิดของจื่ออวี้ที่ไม่เคยกล้าถามอะไรปล่อยให้มันกลายมาเป็นแบบนี้  เขาไม่ได้อยากจะทำให้หญิงสาวรู้สึกผิดแม้แต่น้อย แต่ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่สบายใจเท่าไหร่นัก

                ดวงไฟเล็กๆรวมกันเรียงร้อยเป็นหมู่ดาวบนพื้นดิน บ่งบอกความมีสีสันของเมืองได้เป็นอย่างดี มันค่อนข้างแตกต่างจากเมืองที่จื่ออวี้อยู่มากนัก เด็กหนุ่มรู้สึกทึ่งในความงดงามของมัน และอดคิดไม่ได้ว่าหญิงสาวข้างกายเติบโตขึ้นมาในเมืองที่คึกคักและดูสดใสแบบนี้ ชีวิตที่ผ่านมาของเธอจะเป็นอย่างไรกันหนอ คงจะไม่น่าเบื่อเหมือนเขาแน่ๆ

ว่าแต่ ซานะซังปฏิเสธอีกฝ่ายไปว่ายังไงหรอครับ

                “เอ่อ. . .ฉันบอกเขาว่าฉันไม่พร้อม เขาดูหงุดหงิดนิดหน่อย ไม่ยอมให้ฉันออกมา ก็เลยลงไม้ลงมือกันไปนิดหน่อย แหะๆ หญิงสาวเอ่ยเล่าอย่างเคอะเขิน แต่ดูท่าว่าน่าจะไม่นิด จื่ออวี้คิดไปถึงเพื่อนของมินะที่เตะก้านคอคนดูตัว สาวเมืองนี้ฮาร์ดคอร์กันแบบนี้ทุกคนรึป่าวหนอ. . .

                “อาจื่อ

                “ครับ

                “ถ้ากลับไป ฉันจะเล่าให้เธอฟังนะ เรื่องของฉันทั้งหมดที่เธออยากจะรู้ เธอพอจะมีเวลารับฟังมันไหม.  . .ร่างสูงยิ้มพร้อมกับพยักหน้า หญิงสาวเอนตัวซบไหล่กว้างนั้น แสงไฟสะท้อนนัยน์ตากลมของจื่ออวี้ ขออีกสักพักได้ไหม อีกสักพักที่จื่ออวี้จะอยู่แบบนี้ เขาไม่พร้อมสูญเสียเธอไปเลยจริงๆ . . .



________________________________________________________

TBC

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

279 ความคิดเห็น

  1. #54 kamekung (@dragonworld) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 07:59
    เข้าใจอาจื่อนะเหว๋ย สงสารด้วย แต่ก็อึดอัดและสงสารยัยด้วย โอ้ย หน่วงบักคัก อาจื่อรีบๆบอกพี่เขาไปเถอะนะ ความลับแกเรื่องใหญ่กว่าของพี่เขาอีก ??
    #54
    0
  2. #53 wonderfullsone (@wonderfullsone) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 13:08
    ซาจื่ออยู่กับการโกหกหลอกลวง
    ดาแชงอยู่กับการสะสมความรัก
    มินะอยู่กับปริศนา
    แต่ละคนวุ่นวายดีจุง ฮ่าาาาาาา #ตามอ่านรวดเดียว
    #53
    0
  3. #52 Kkero (@kkulsone) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 10:34
    เห้อ... จื่อนะจื่อ นี่ต้องอึดอัดแทนอาจื่อไปอีกนานเท่าไหร่ สงสารซานะมากขึ้นไปทุกทีเลยค่ะ ซานะมีเหตุผลที่ไม่บอกจื่อเพราะไม่อยากให้จื่อไม่สบายใจ แต่สุดท้ายก็ยอมจะเล่าให้ฟัง ส่วนจื่อ... ถ้าไม่บอกความจริงสักทีแบบนี้ ยิ่งนานไปก็ยิ่งแย่นะคะ เหมือนเห็นแก่ตัวเลยอ่ะ ต่อให้รักซานะจริงๆก็เถอะ แต่การทำแบบนี้ก็เหมือนจื่อคิดถึงความสุขของตัวเองก่อน โดยไม่คำนึงถึงความจริงข้อสำคัญที่ว่าเธอกำลังโกหกซานะอยู่ เห้ออออ รีบบอกเถอะ พี่เครียดแทนหนูละจื่อ
    #52
    0
  4. #51 thattxx (@thattxx) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 07:11
    อาจื่อไปโกรธที่ซานะปิดบังไม่เล่าอะไรให้จื่อฟัง แต่จื่อลืมนึกไปมั้ยว่าตัวเองก็ปิดบังนะ เรื่องใหญ่กว่าซานะอีก บอกพี่เค้าไปซะทีเถอะลูก ก่อนที่เรื่องมันจะบานปลายไปมากกว่านี้TT
    #51
    0
  5. #50 LoveToon (@toonenter) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 23:04
    โธ่อาจื่ออออ ถลำไปเยอะแล้วเนอะ กลับตัวลำบากแล้วละ
    #50
    0
  6. #49 TwotimebutOnce (@TwotimebutOnce) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 16:06
    อาจื่อก็ปิดบังตัวตนเหมือนกันเหอะ เรื่องใหญ่กว่าด้วย / เพื่อนมินะนี่ซานะแน่ๆเลย
    #49
    0
  7. #48 MartinPH14 (@MartinPH14) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 15:44
    ฮืออออ อาจื่ออาาาาาา
    #48
    0