นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย ͧѹ (My mom)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 ต.ค. 63 / 14:30


แม่ของฉัน

วันแม่ปีนี้ฉันได้อยู่ที่บ้าน ต่างจาก4 ปีที่ผ่านมา ที่อาศัยอยู่ที่หอในของมหาวิทยาลัยในเมืองหลวง ปกติฉันจะทำวิดิโอหรือไม่ก็เขียนอะไรให้แม่เสมอ แต่พออยู่ใกล้กันแล้วฉันไม่ได้วางแผนว่าจะทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอัน.....

ไหนๆก็วันแม่ทั้งดีขอเขียนอะไรเกี่ยวกับแม่สักหน่อยแล้วกัน ตั้งแต่จำความได้แม่ฉันเป็นคนมากไม่ตรงกับใจที่สุดคนนึง

แม่ชอบห้ามกินนู่นกินนี่ ถึงขนาดกับออกกฎห้ามกินข้าวเย็น แต่ประทานโทษก็แม่นี่แหละที่ซื้อหมูย่างไก่ย่างมาให้เสร็จสัพ

แล้วก็บอกว่าให้กินนิดเดียว ไก่ก็ห้ามกินหนัง หมูก้ให้มันทิ้ง พร้อมเหตุผลที่ว่าก็ซื้อมาแล้วจะทิ้งก็เสียดาย แม่เป็นคนขี้บ่นคนนึง บ่นได้ตลอดไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องน้อย คงเคยได้ยินบ่นแต่ไม่ดีแต่นี่หาใช่แม่ไม่ แม่ทั้งบ่นทั้งตี ฉันโดยตีมาตลอดว่าจะเลิกโดนตีก็คงเกือบ ป.6 แต่จำไม่ได้แล้วแหละว่าเรื่องอะไร 

สมัยก่อนตอนที่เรียนอยู่ชั้นประถม บ้านฉันมีอาชีพรับส่งนักเรียนต้นกำเนิดมาจากที่แม่เห็นว่า ฉันต้องลำบากในการนั่งรถประจำ เดี๋ยวถูกยืนบ้าง นั่งตรงที่ไม่ดีบ้าง แม่เลยชวนพ่อรับส่งนักเรียนปลายทางก็คือ โรงเรียนวัดแสดง แหล่งศึกษาหาความรู้ของฉันตั้งแต่อนุบาลจนจบประถม ฉันเริ่มนั่งรถรับส่งนักเรียนที่เป็นรถของบ้านตัวเองน่าจะตอนป.2 และแน่นอน

ฉันก็โดนบ่นแทบตลอด และที่สำคัญเด็กนักเรียนบนรถก็เห็นฉันโดนบานโดนด่า บางทีก็โดนตีด้วยซ้ำ แม้จะโดนบ่นโดนด่าโดนตีแต่เด็กอย่างฉันหาได้หลาบจำไม่ ฉันชอบเถียงคำตำราเถียงคำไม่ตกฟาก สักแต่ว่าขอให้ได้เถียงเถอะ 

.....เหตุเกิดบนรถรับส่งนักเรียน ฉันจำไม่ค่อยได้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนนั่งรถขากลับบ้าน แม่บ่นและด่าฉันมาแทบตลอดทาง

เด็กในรถก็เหมือนจะทำท่าทีล้อเลียนอะไรใส่ฉัน ด้วยนิสัยไม่ยอมใครฉันจะเอาเรื่องให้ได้ ขณะนั้นรถก็กำลังเคลื่อนที่อยู่

แม่ก็ซัดฉันสักตับ ฉันก็ฟึดฟัดรู้สึกเสียหน้าไปอีก เด็กบนรถก็กวนประสาทไม่เลิก ฉันก็หลุดอุทาน ....ควาย............

ตอนนั้นแม่เดือดดาน นี่กูเป็นแม่มึงนะ มึงด่ากุอย่างนี้เหรอ แม่ก็เหมือนน้อยใจ บรรยากาศบนรถก็เงียบลง

เมื่อถึงบ้านแม่ไปหยิบไม้ไผ่มาแล้วเรียกฉันมาคุย พร้อมกับบ่นด่าว่าฉันพร้อมกับน้ำตา ที่หาว่าฉันด่า ตีไปร้องไห้ไป คงคิดว่าทำไมลูกถึงว่าแม่แบบนี้ได้ ฉันก็ร้องไฟ้ไปไม่ใช่เพราะเจ็บจากการถูกตี แต่เพราะเสียใจที่เห็นน้ำตาของแม่ ฉันสารภาพไม่เคยคิดด่าแม่ แต่ฉันพูดไปจริงๆ ไม่รู้ว่าด่าเด็กบนรถหรือเป็นคำอุทาน แต่ฉันรู้สึกผิดมหันต์ แม้เหตุการณ์จะผ่านมาเกิน 10ปีแล้ว ฉันยังจำมันได้เป็นอีกวันที่แม่เสียน้ำตา

..............................................................................................................................................................................

ตอนมัธยมฉันเข้าไปเรียนในตัวเมือง ต้องตื่นเช้ากว่าปกติง่วงงัวเงีย ชอบลืมข้าวของเป็นประจำ ทุกเช้าแม่จะตะโกน 

ไอ้หนูตื่นยัง ไอ้หนูตื่น ฉันไม่ชอบให้แม่ปลุกเพราะมันดูเหมือนเป็นเด็กในมุมมองของฉัน พอเริ่มโตแม่เริ่มบ่นน้อยลงอาจจะเป็นเพราะเข้าสู่วัยรุ่นอารมณ์กำลังรุนแรง ฉันไม่ค่อยพูดค่อยเถียงกับแม่เลือกที่จะเงียบมากกว่า และยิ่งไปกว่านั้นบทสนทนาระหว่างฉันกับแม่ก็สั้นลงทุกวัน ปัญหาที่ฉันมีก็เก็บไว้ จนวันนึงแม่ตัดสินใจมาคุยกับลูกชายอย่างฉัน ว่ามีปัญหาอะไร ก็บอกก็คุยได้แม่อาจจะไม่ได้คำปรึกษาที่ดี แต่ก็บอกได้นะเผื่อช่วยได้ พร้อมจับหัวฉันแล้วเขย่าเบาๆ 

ของที่เคยให้แม่เป็นชิ้นเป็นอันที่พอจะเป็นหลักฐานช่วงมัธยม คงจะเป็นรูปวาดที่มันไม่ค่อยเหมือนเท่าไรแต่ฉันตั้งใจวาดให้แม่มาก และตอนม.6 เรียกว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของฉันเลยก็ว่าได้  ได้รับเลือกเป็นดีศรเบญจะ ซึ่งถ้าใครได้ตำแหน่งนี้เป็นตัวแทนห้อง แม่จะได้มาเป็นตัวแทนในงานวันแม่ด้วย ปีนั้นรู้สึกจะว่าจะมาในตรีมงานชุดไทย แม่บอกไม่มีชุดไทยต้องไปเช่าไหม จะแต่งชุดธรรมดาไปก็อายเขา พอวันงานจริงๆแม่แต่งชุดแต่งหน้าจัดเต็มจนฉันอดเห็นแล้วขำไม่ได้ เหมือนจะมีคนทำตามตรีมงานไม่กี่คนและหนึ่งในนั้นก็คือแม่นั่นแหละ ทำให้แม่โดดเด่ดไปโดยปริยาย 

(นานทีเห็นแม่แต่งหน้า ใส่ชุดเต็มยศก็แปลกตาดีไปอีกแบบนะ)

12/สค./2563

วันแม่ปีนี้ดูจะไม่มีอะไร แต่ฉันรู้อยู่แล้วว่ามันต้องมีอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่แม่ค้างคาใจและอยากเคลียให้มันจบด้วยดี

เหมือนแม่จะเฝ้ารอวันนี้และเกริ่นมาแล้วหลายวัน แม้จะไม่ได้พูดกับฉันโดยตรงแต่ก็ได้ยินตลอดช่วง 3วันก่อนนหน้านี้

หลังจากไปวัดทำบุญ แม่ได้ตะโกนเรียกน้องชายให้ออกมาจากห้อง เรียกอยู่หลายทีกว่าจะออกมาเพราะน้องมันรู้ว่าแม่จะทำอะไร หลังจากนั้นก็ถึงคิวของฉัน แม่เรียกให้เราไปนั่งโดยมีแม่อยู่ตรงกลางหันหน้าเข้าหาเราสองคน ฉันอยู่ทางขวามือของแม่และน้องชายอยู่ทางซ้าย 

แม่เริ่มต้นด้วยเสียงที่สั่นพร่า ตาที่เริ่มแดงกล่ำ แม่บอกว่าจะทะเลาะกันทำไม ขนาดมีแม่มีพ่ออยู่ยังทะเลาะกันขนาดนี้ 

แม่สอนให้รักกัน เป็นพี่น้องกัน ทำไมไม่รักกันเลยหรือไง แม่รู้ตัวว่าสอนไม่ดี แต่ไม่เคยให้ทะเลาะกันและแม่ก็รักเท่ากันไม่ได้รักใครมากกว่า แม่เข้าใจว่ามีความคิดต่างกันกัน แต่ไม่ควรแตกแยก จากนั้นแม่กปล่อยโฮออกมา ระหว่างนั้นน้องชายก็พยายามเถียงอยู่เนืองๆและก็ร้องไห้อีกคน ส่วนฉันได้พูดความในใจและก็บ่อน้ำตาแตกไปอีกคน

.......ฉันว่าแม่ไม่เหมือนเดิมในเรื่องการบ่นด่าว่ากล่าว เดี๋ยวนี้แม่ไม่ตีแล้วน่าจะเลิกมานานพอสมควร ฉันขอโทษในฐานะที่ชอบดื้อรั้น แต่ฉันรั้นในกรอบของศีลกรรม แม่ชอบโทษตัวเองว่าเป็นแม่ที่ไม่ดี แต่ฉันอยากบอกเลย แม่ก็คือแม่ที่ดีทาสุดแล้วสำหรับฉัน .....ฉันอิสระมากจนเผลอทำอะไรไปแบบไม่ได้คิดรอบคอบพอบางครั้ง...........รักนะแม่.......

ตั้งแต่ฉันจบมัธยมแล้วไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย ฉันรู้ว่าแม่เปลี่ยนไปมากเหมือนกัน แม่ที่เคยบ่น เคยด่า เคยตี อันเกิดจากความใส่ใจของความเป็นแม่ ตอนนี้แม่ได้แค่บ่นนิดหน่อยกับพฤติกรรมของน้องๆ ฉันคิดว่าโชคดีนะที่ตอนนั้นแม่ไม่ได้ใจดีแบบตอนนี้ ถึงน้องๆจะบอกว่าแม่ขี้บ่นก็ตามแต่ไม่ได้ครึ่งเมื่อก่อนด้วยซ้ำ วันเวลาทำให้คนเปลี่ยนไปได้จริงๆ 

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ผลงานอื่นๆ ของ หนุ่มจันท์

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น