นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

อิ่มทางธรรมไปทำตามโลก (Dharma to nature)

จากเส้นทางสายขาวสู่เส้นทางสายสีเทา เขาก็เป็นคนหนึ่งคน ที่เป็นคนธรรมดา

ยอดวิวรวม

5

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


5

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  18 ต.ค. 63 / 12:07 น.
นิยาย ҧ价ӵš (Dharma to nature)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 ต.ค. 63 / 12:07


                                                อิ่มทางธรรมไปทำตามโลก 

ไอ้ชินเด็กน้อยจากดินแดนชนบทแห่งหนึ่งของประเทศไทย  ไอ้ชินเรียนโรงเรียนวัดใกล้บ้าน ใกล้ขนาดที่ว่ามันตื่น 7.50 มีเวลาแปรงฟันผ่านๆ และวิ่งผ่านไปน้ำ กระชากเสื้อและกางเกง ใส่รองเท้าแตะยังไปเคารพธงชาติทัน ไอ้ชินเป็นเด็กหัวโจกประจำกลุ่มแต่มันก็เป็นเด็กดี เนื่องด้วยมันอยู่ใกล้วัดใกล้วามาตั้งแต่เกิด เสียงหลวงพี่หลวงพ่อตอนทำวัตรเช้าอาจเข้าหูมันได้ในขณะที่มันกำลังหลับตามลายไหลยืดอยู่  วัยเด็กของไอ้ชินก็เป็นอย่างเด็กบ้านนอกทั่วไป ไล่ยิงนก จับกบ ตกปลา แต่ไอ้ชินมีความแตกต่างจากเด็กคนอื่น มันขี้สงสารเมื่อจับ อะไรได้มาเมื่อมันเห็นว่ามากเกินความจำเป็นมันก็จะปล่อยสัตว์เหล่านั้นคืนกลับสู่อ้อมอกธรรมชาติ เพื่อนๆในกลุ่มเริ่มไม่ค่อยชอบพฤติกรรมของไอ้ชิน โดยมีอยู่ครั้งหนึ่งจับปลาใส่ตะกร้าได้หลายตัว ไอ้ชินก็แอบเอาของเพื่อนไปปล่อยเหลือแค่ 5 ตัว ไอ้ชินบอกว่า ของพ่อแม่มึง น้องมึงอีก2คน และหมามึงอีก1 ตัว พอดีครบ 5 ตัว มึงจะเอาไปมากมายทำไมสงสารมัน จากนั้นเพื่อนๆ เริ่มก็เริ่มร่นถอยหนีห่างและไม่สนทนากับไอ้ชินอย่างที่เคยเป็น แต่ไอ้ชินหาได้สะทบสะท้านไม่ มันก็ยังเป็นเหมือนเดิมไม่สนว่าใครจะคบและจะชวนมันไปไหนมาไหนหรือไม่ 

การศึกษาระดับปฐมวัยสิ้นสุดลง เพื่อนๆกลุ่มที่พอมีเงินก็ถามไถ่กันว่าจะไปต่อที่โรงเรียนไหน  บางกลุ่มก็จะทำงานเลยเพราะต้องช่วยเหลือที่บ้าน แต่สำหรับไอ้ชินแล้วที่กล่าวมาไม่ได้อยู่ในหัวของไอ้ชินแม้แต่น้อย บ้านของไอ้ชินก็ไม่ได้ยากจนถึงขนาดไม่มีเงินส่งเรียนต่อมัธยม และก็ไม่จำเป็นต้องออกมาทำงาน ไอ้ชินมีสิ่งที่อยากทำคิดไว้ในใจอยู่แล้ว 

......กูว่า กูจะบวชเรียน อยากเป็นเจ้าอาวาสหวะ เสียงของไอ้ชินประกาศกร้าวต่อเพื่อนร่วมชั้นเรียน ......

ทุกอย่างเงียบสงบลงชั่วครู่ ก็มีเสียงเพื่อน นมัสการครับท่านเจ้าอาวาส ไม่ทราบว่า มื้อนี้จะฉันไอ้ติมหรือขนมดีครับ ไอ้ชินยิ้มอย่างเขรอะเขิน และตามด้วยคำพูด คุณโยมอย่ากวนส้นตีน อาตมามากนักเดี๋ยวจะได้ชิมส้นตีนอาตมา ....

หลายวันผ่านไป ไอ้ชินได้ไปบอกแม่ถึงความตั้งใจที่ว่า แล้วเดินทางไปที่วัด ซึ่งวัดนั้นก็คือวัดที่ไอ้ชินได้ยินเสียงทุกวันตั้งแต่เป็นเด็กทารก แม้แต่ตอนเรียนวัดรั้วของวัดและรั้วของโรงเรียนก็ใช้รั้วเดียวกันอีก เรียกได้ว่าไอ้ชินเกิดมากับวัดนี้จริงๆ

....วันเวลาก็ผ่านพ้นไป 2ปี ชาวบ้านแถวนั้นรู้จักเณรชินเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นเณรที่ขยันปฏิบัติ สวดมนตร์ได้ไพเราะเสนาะหู  เพื่อนๆรุ่นราวคราวเดียวกันยังไม่คิดเลยว่ามันจะเข้าจริงเอาจังอย่างที่ปากมันว่าได้ขนาดนี้  เพื่อนสมัยปฐมบางคนยังบอกดีแล้วให้มันบวชไปเถอะ งั้นชาวบ้านจะหาปลาได้ไม่สงบสุขกันพอดีเดี๋ยวเณรขโมยไปปล่อยอีก นอกจากเกียรติศัพท์ชื่อเสียงของเณรชินที่คนอื่นได้รู้แล้ว เณรชินยังตรากตรำท่องตำรับตำราหวังจะได้เปรียญธรรม 9 ให้ได้เร็วที่สุด 

...วันเวลาผ่านพ้นไป 5 ปี ตอนนี้เณรชินสอบได้เปรียบญธรรม 6 แล้วถือว่าใช้เวลาได้เร็วมากถ้าเทียบกับเณรรุ่นเดียวกัน แถมปีหน้าเณรชิน ก็จะเปลี่ยนคำนำหน้าเป็นพระแล้วด้วย เณรชินเฝ้าสังเกตว่าเพื่อนๆสมัยประถมของเขาได้หายหน้าหายตาไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทราบสาเหตแต่อย่างใด เข้าใจได้ว่าอายุอานามย่างเข้า20 การเข้าวัดคงเป็นเรื่องไม่ยากที่จะเข้าใจได้ 

แถมบางคนจากที่เคยมาเดี่ยวๆ เดี่ยวนี้กลับมาสามมาสี่ ก็เพื่อนชายก็มาพร้อมกับเมีย แถมยังมีลูกมาอีกด้วย เณรชินเห็นก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นไอ้เพื่อนเกลอ ต้องคอยกล่อมลูกให้หลับ หลอกหล่อนู่นนี่นั่นให้เด็กน้อยมันเงียบอยู่ในความสงบ

เณรชินเหลือบไปเห็นหญิงสาวผู้หนึ่ง นางชื่อ อรชร เธอเป็นเพื่อนเก่าแก่ตั้งแต่สมันอนุบาลยันจบประถม เธอเข้ามาทักทาย 

นมัสการหลวงพี่ชิน เป็นอย่างไรบ้างเหรอเจ้าคะ ตั้งแต่เรียนจบประถมหลวงพี่ก็บวชเลย นี่ก็ผ่านมาเกือบ 8ปีเห็นจะได้ อิฉันก็อยากสนทนากับเพื่อนเก่าที่เคยนั่งข้างกันมาหลายปีบ้างก็เท่านั้นเอง 

สวัสดีโยม อรชร ตอนนี้โยมยังเรียกเราว่าหลวงพี่ไม่ได้ แต่ก็ซ้อมๆไว้ก่อนเพราะปีหน้าคงได้ใช้อย่างเป็นทางการ เราสบายดี วันก็นั่งทบทวนตำรับตำรา ฝึกกรรมฐาน ตามกิจของสงฆ์ทั่วไป ไม่ได้มีอะไรหวือหวาแบบทางโลกหรอกกระมัง ว่าแต่โยมเป็นอย่างไรบ้าง 

อิฉัน ก็สบายดีช่วงนี้เครียดเรื่องเรียนนิดหน่อย ใกล้สอบแล้วด้วย นี่ถ้ามีหลวงพี่เรียนด้วย อุ้ย เณร เรียนด้วยคงสบายใจไม่น้อย ล้อเล่นนะหลวงพี่ จากนั้นอรชรก็ขอตัวกลับบ้าน หากไว้มีโอกาสหน้าจะมาเยี่ยมเยียนใหม่

บัดนี้เณรชินได้เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ ที่ใช้มาหลายปีสักที พระชินๆ เสียงไอ้ดำเด็กลูกวัดวิ่งมาหาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกตกใจ พระชินมาดูหลวงพ่อหน่อย หลวงพ่อเป็นอะไรไม่รู้ นอนหมดสติอยู่ที่ศาลา หลังจากนำตัวหลวงพ่อส่งฌรงพยาบาลเรียบร้อย ต้องรอดูอาการจากห้อไอซียูอยู่หลายวัน อาการทรงตัวห้าสิบรอดห้าสิบไป ทำให้ช่วงนี้งานหลวงพี่ชินวุ่นวายมากขึ้น เนื่องจากเปลี่ยนจากพระหนุ่ม มีหน้าที่ประจำไม่กี่อย่างและมุ่งมั่นต่อการศึกษาพระธรรมเพื่อไปสอบเปรียญ กลับกลายเลื่อนมาเป็นตำแหน่งรองเจ้าอาวาส หรือเรียกว่า ว่าที่เจ้าอาวาสกลายๆได้เลยเพราะท่านรองเจ้าอาวาส ท่านก็อายุอานามรุ่นราวคราวเดียวกับหลวงพ่อ สีหน้าไม่สู้ดีของหลวงพี่ชินอิดโรยอย่างเห็นได้ชัดว่ามีเรื่องราวไม่สบายใจค้างคาอยู่

เมื่อวันพระใหญ่มาถึง หลวงพี่ก็ชินก็รับหน้าที่เป็นคนสวดให้พรหลักก็เพราะหลวงพ่อรองเจ้าอาวาสก็อาพาสไปอีกราย ทุกสิ่งทุกอย่างภายในวัดจึงตกเป็นหน้าที่ของหลวงพี่ชินไปโดยปริยาย หลังจากเสร็จพิธีทางศาสนา อรชรเฝ้าสังเกตสีหน้าของหลวงพี่มานาน ตั้งใจว่าจะเข้าไปถามไถ่เพื่อนที่เคยนั่งข้างกันสมัยเรียนประถมสักหน่อย 

หลวงพี่ๆ พอจะมีเวลาเสวนากับอิฉันสักหน่อยไหม ไม่นานหรอกแค่แปปเดียว ในใจหลวงพี่ชินอยากจะระบายความอึดอั้นตันใจหลายๆสิ่ง แต่ก็จำต้องตัดบทสนทนาไป วันนี้อาตมาไม่ค่อยสะดวกเสวนามีเรื่องต้องรีบไปจัดการที่โรงพยาบาลเสียหน่อย เกี่ยวกับหลวงพ่อเจ้าอาวาส ไม่รู้เหมือนกันว่าหลวงพ่อจะอยู่ได้อีกนานไหม อาการท่านก็แย่เต็มที ไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะโยม ขอบใจโยม อรชรมาก จากนั้นทั้งสองก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน 

และวันนั้นก็มาถึง หลวงพ่อเจ้าอาวาสมรณภาพ มีการจัดงานพิธี 7งัน 7 คืน  ซึ่งภาระอันหนักอึ้งก็จะไปตกใส่ใครไปเสียไม่ได้ นอกจากหลวงพี่ชินคนดีคนเดิม แต่ระหว่างงานก็มีโยมอรชรและเพื่อนมาคอยช่วยกันพลัดเปลี่ยนเวรมาช่วยงานหลวงพี่สม่ำเสมอ ทำให้หลวงพี่มีกำลังใจ สีหน้าที่อิดโรยดูจะมีรอยยิ้มกับเขาขึ้นมาบ้าง 

เหตุการณ์ที่หนักหน่วงคล้ายกับพายุกระหน่ำผ่านพ้นไป ต่อจากนี้คงได้เจอกับฟ้าสีครามสดใส สดใสได้ไม่เท่าไรพายุลุกใหม่ก็มาทดสอบหลวงพี่ชินอีกแล้ว ท่านหลวงพ่อรองเจ้าอาวาสก็ป่วยหนักและมรภาพตามกันไปติดๆด้วยเวลาห่างกันเพียง ไม่กี่วันหลังจากทำพิธีศพของหลวงพ่อเจ้าอาวาสเสร็จ แต่ทุกอย่างก๋ไม่ได้แย่ ยังมีชาวบ้าน อรชรและเพื่อนมาคอยช่วยเหลือพลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาช่วยงานหลวงพี่ และดูเหมือนว่าตัวหลวงพี่จะไม่ได้หนักใจอย่างเช่นครั้งก่อน เพราะว่าครั้งที่แล้วมันหนักหนามากและได้เรียนรู้มาแล้วว่าควรทำเช่นไร นี่แหละเหนอประสบการณ์จะสอนเรา  เมื่อมันผ่านเข้ามา เดี๋ยวมันก็ผ่านไป โลกนี้มีอะไรแน่นอน ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน หลวงพี่พูดในใจ

 

เมื่อพายุลูกใหญ่ที่โหมกระหน่ำมาอย่างไม่หยุดยั้งในช่วงที่ผ่านมา บัดนี้เมฆบนท้องฟ้าก็สว่างสดใสอะไรๆก็ดูดีไปเสียทุกอย่าง ตอนนี้จากไอ้ชินของเพื่อนๆ เณรชินก็ญาติโยม หลวงพี่ชินของใครหลายคน ตอนนี้กลับกลายเป็น ท่านชินเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะว่ามันเร็วมันก็เร็วจะว่ามันช้ามันก็ช้า เวลามันก็ยังทำหน้าที่ของมันปกติอยู่ที่ความรู้สึกของเราว่าจะให้มันเร็วช้าหรือป่าว 15 ปี ที่เวลาผ่านไป 

ดูเหมือนการทำหน้าที่เจ้าอาวาสไม่ได้หนักหน่วงอย่างที่คิดไว้ เพราะว่าเมื่อมีอำนาจสามารถแบ่งงานภาระที่ต้องรับผิดชอบให้พระลูกวัดได้ แม้ว่าท่านชินจะยังหนุ่มแต่ด้วยการเจนวัดและอาศัยด้วยว่าเป็นคนท้องถิ่นจึงไม่เป็นปัญหาสำหรับเรื่องการได้รับการยอมรับ และตอนนี้ท่านชินก็สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค เรียกว่าเป็นพระหนุ่มคลื่นลูกใหม่แห่งวงการสงษ์เลย

 

วันนี้เป็นวันพระใหญ่ แต่วันนี้ดูจะมีอะไรพิเศษกว่าที่เคยมีมาหรือแค่ภาพวันเก่ามันกลับมาอีกครั้งกันแน่ ท่านชินสังเกตว่าเพื่อนเก่าที่เคยเหินห่างหมางเมินวัดกันไป วันนี้พวกเขาเหล่านั้นแวะเวียนเข้ามาทำบุญกัน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ท่านชินได้แต่เก็บคำถามที่ค้างคาหวังจะไถ่ถามหลังจากเสร็จพิธี ดูเหมือนเจ้าเพื่อนเกลอเก่าของท่านชินจะรูตัวเสียตัวว่ามีคนต้องการสนทนาด้วย

  ท่านชิน........     เป็นไงมาไงละโยม หายหน้าหายตาไปนานคิดว่าย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากที่ใหม่แล้ว

  เพื่อนเกลอ......   นมัสการหลวงเพื่อน ต้องเรียกว่าท่านชินสินะ อย่าถือสาผมเลย แค่เหย้าหยอกเล่นหนะท่าน จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ผิดเพี้ยนแต่อย่างใด ผมก็ย้ายไปทำธุรกิจที่อื่นแหละ แต่ว่ากิจการไม่ได้ไปค่อยดีเลยต้องหนีกลับมาตายรังนี่แหละท่าน ตั้งใจว่าถ้ารอดมาได้จะมาทำบุญทุกวันตลอด1ปีเต็ม อีกอย่างอยากมาเห็นเพื่อนซึ่งตอนนี้เป็นเจ้าอาวาสอย่างที่ว่าไว้อีกด้วย ผมยังจำได้วันสุดท้ายที่ท่านตะโกนลั่นห้องท่านจะเป็นเจ้าอาวาส ซึ่งวันนี้ท่านทำให้มันเป็นจริงแล้ว ว่าแต่เป้าหมายต่อไปของท่านหละ จะเป็นอะไรเหรอ เจ้าคณะอำเภอ จังหวัด หรือจะเป็นสมเด็จเลยหละ ผมก็ถามหยอกเหย้าไปงั้น ตัวเองยังไม่รู้เอาไงกับชีวิตต่อดี ลูกก็มีสอง เมียก็ทิ้งไปแล้ว เดี๋ยววันพระหน้ามาสนทนากันใหม่นะท่าน กราบนมัสการ 

 

หลังจากได้สนทนากับเพื่อนเกลอเก่า ก็ทำให้ได้รู้ว่าที่หายไปจากหมู่บ้านแห่งนี้ไปทำธุรกิจเป็นอันรุ้กันว่าธุรกิจที่ว่านั้นคงหนีไม่พ้นการพนันเป็นแน่ ดูจากสมัยเรียนแล้วเพื่อนคนนี้เชี่ยวชาญเรื่องการโกงจนเป็นนิสัย แอบขโมยน้ำเต้าปูปลามาให้เพื่อนเล่นหลังอาคารเรียนซึ่งใช้กอไผ่เป็นที่กำบังครู ผีพนันนี่มันกำจัดยากเหมือนกันนะ สิ่งที่ท่านชินปุจฉาก็ถูกวิสัชนาแล้ว

แต่สิ่งที่เพื่อนเกลอคนนี้ทิ้งปุจฉาไว้ที่นี่สิ ท่านชินกับวิสัชนาไม่ได้ ถึงขนาดที่ว่าเสียงก้องกังวานทั้งวันทั้งคืน อยู่ในใจมาหลายวัน ( เป้าหมายต่อไปจะเป็นอะไรดี เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด หรือจะเป็นสมเด็จ ) มันตอบยากมากเพราะว่าท่านชินบรรลุเป้าหมายด้วยวัยก่อน 30 ปี แล้ว บัดนี้ไอ้ชินได้เป็นท่านชินเจ้าอาวาสวัดตามวาดฝันไว้แล้ว 

.........เราจะทำอะไรต่อดีเหนอ เราจะเป็นต่อดีหนอ.........

เสียงรำพึงรำพรรณกึงก้องกังวาน อยู่ในโสตประสาทของท่านชิน ตั้งแต่ที่ได้สนทนาจนบัดนนี้ เวลาก็ล่วงเลยไป 1เดือนแล้ว

 

วันพระเล็กรพระใหญ่ก็ผ่านพ้นไปหลายรอบ จนถึงวันที่ท่านชินไม่สามารถเก็บความรู้สึกที่กระวนกระวายใจไว้ได้ แม้ท่านชินจะแก้ไขปัญหาต่างๆนานๆสารภัณฑ์ให้ใครมานักต่อนักแล้ว แต่เมื่อปัญหามันเกิดกับตัวเองไม่ว่าใช้ความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมก็ไม่ได้แก้ปัญหาเหล่านี้ได้  ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค  ใช้แก้ปัญหาให้ใครมานักต่อนักแล้ว แต่เมื่อปัญหามันเกิดกับตัวเองไม่ว่าใช้ความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมก็ไม่ได้แก้ปัญหาเหล่านี้ได้  ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค     ทุกข์แค่ข้อแรกก็ยากที่จะนิยามมันเสียแล้ว มันก็ไม่ได้ถึงกับทุกข์แค่มันไม่เข้าใจว่าต้องการอะไร และที่เป็นอยู่ปัจจุบันมันก็คือสิ่งที่เราโหยหามาตั้งแต่เด็กไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมใยเราถึงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเช่นนี้

ท่านชินตัดสินใจเดินไปหาเพื่อนเกลอเก่าด้วยตัวเอง หลงัจากพิธีเสร็จสิ้น โยมเพื่อนตามเรามาทางนี้หน่อยสิเรามีเรื่องจะปรึกษา เมื่อเกลอเก่าได้ยินเช่นนั้นก็หัวร่อขอบใจ ระดับท่านชินที่เขานับหน้าถือตาแก้ปัญหามานับไม่ถ้วนปรึกษาคนอย่างไอ้เทียมผู้ที่ใครๆต่างก็เรียกว่า ไอ้ผีพนัน ว่าแต่ท่านชินมีอะไรจะปรึกษา เอ๋ระดับท่านชินมาปรึกษาทั้งทีขอคิดค่าปรึกษาสักห้าร้อยจะได้ไหม เอาสิแต่เราไม่มีเงินติดตัวหรอกนะ แต่จะพยายามหามาให้ ไอ้เพื่อนเกลอเก่าก็บอกงั้นไม่ต้องหรอกเอาเงินพระเงินเดี๋ยวนรกจะกินกระบาลไอ้เทียมผีพนันเอา

โยมชินจำเรื่องที่โยมเคยถาม อาตมาได้หรือไม่ว่าต่อจากนี้จะเอาอย่างไรต่อไป ไอ้ชินทำท่าทำทีนึกแต่ก็เท่าไรก็นึกไม่ออก ก็ในหัวของมันมีแต่เรื่อง เงินได้เงินมาก็เอาไปเล่นพนัน ท่านชินบอกผมตรงๆเลยดีกว่าผมจำไม่ได้แล้ว ก็ที่โยมพูดว่าจะเอาอย่างไรต่อไปกับชีวิต ไอ้ชินก็ยังจำไม่ได้ ขอรายละเอียดได้ไหมท่านชิน พูดจาเอาแต่น้ำแล้วเมื่อไรจะได้เข้าเรื่องเข้าราวละ เดี๋ยวผมต้องไปทำธุรกิจต่ออีกด้วย โอเคงั้นเราจะพูดเข้าประเด็นเลยแล้วกัน ก็ที่โยมพูดว่า จะเป็นเจ้าคณะอำเภอ จังหวัดหรือสมเด็จต่อ คือเราไม่ได้อยากเป็นทั้งหมดเลย เราไม่รู้เหมือนกันว่าเราอยากจะเป็นอะไรต่อดี

ไอ้เทียมถึงกับหัวเราะชอบใจที่คำถามของมันเมื่อหลายเดือนที่แล้ว สร้างความหนักใจให้เพื่อนเกลอเก่าอย่างท่านชินได้เพียงนี้ ขอโทษๆท่านชินไอ้ผมเผลอหัวเราะจนลืมที่ต่ำที่สูง ไม่เห็นต้องใส่ใจกับคำถามของผมเลย ผมก็แค่ถามเล่นๆนึกว่าท่านอยากจะเป็นอยู่แล้ว ไม่คิดว่าจะทำให้ท่านไม่สบายใจได้ถึงเพียงนี้ ผมมันก็แค่ผีพนันท่านอย่าได้สนใจเลย ...แอ๊...

หรือว่าท่านชินอยากจะสร้างครอบครัวเสียแล้ว ล้อเล่นหนะท่าน ผมขอกราบนมัสการลาอย่าคิดมากหละท่านชิน 

ความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรก คำพูดของไอ้เพื่อนเกลอเก่าคนนี้ทำไมมันทำให้เราวิตกได้ตลอดเลยนะ นี่คงเป็นเจ้ากรรมนายเวรของท่านชินเป็นแน่ ท่านชินยังเก็บคำพูดนั้น คิดหน้าคิดหลัง ถ้าตีลังกาคิดได้คงทำไปแล้ว

.....ครอบครัวเหรอ....ถ้าเราไม่ได้บวชเรียนป่านนี้ก็คงมีครอบครัวเป็นฝั่งเป็นฝาไปแล้ว แต่คนอย่างเราอยู่ทางโลกคงยากลำบาก ทำมาหากินก็เกรงกลัวบาป จีบสาวก็ไม่เป็น มีนิสัยก็แปลกๆ มาทางธรรมนี่แหละถูกต้องที่สุดแล้ว ขณะกวาดลานวัดไป ในใจก็ครุ่นคิดวิตกกับคำพูดของไอ้เทียมเพื่อนเกลอเก่า  ท่านชิน ท่านชิน ท่านชิน ได้ยินเสียงอิฉันไหมเจ้าคะ 

ท่านชินสะดุ้งตื่น ท่านชินเป็นอะไรหรือป่าวเหมือนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไร ดูไม่สมกับเป็นท่านเลยนะ ตอนแรกตั้งใจมาขอคำปรึกษาดูเหมือนว่าจะกลายเป็นคนให้คำปรึกษาเสียมากกว่า เสียงอรชรขำเบาๆ ว่าแต่โยมมีอะไรจะปรึกษาอาตมาหละ เดี๋ยวให้คำปรึกษาโยมเสร็จก่อนค่อยกลายเป็นผู้ขอคำปรึกษาแล้วกัน เพื่อนดิฉันมาจากต่างจังหวัด อยากลองไปบวชชีที่วัดป่าสักพักท่านมีวัดแนะนำไหม เอาเป็นทางเหนือด้วยยิ่งดีคงได้สัมผัสกับธรรมชาติมากขึ้นด้วยเจ้าค่ะ 

อาตมาพอมีคนรู้จักอยู่ เดี๋ยวอาตมาเขียนเบอร์ให้แล้วดยมลองติดต่อดูนะ อยู่ทางเหนือแหละแต่ไม่ถึงกับเชียงใหม่เชียงราย 

ขอบคุณท่านชินมาก ว่าแต่เรื่องของท่านชินละ ไหนลองเล่าให้โยมฟังบ้าง ท่านชินก็เล่าเรื่องราวที่ไม่สบายใจให้อรชรฟัง 

เมื่อได้ฟังทั้งนั้น อรชรก็บอกจะไปเอาอะไรกับไอ้เทียมละท่าน แต่น้ำเสียงของเธอจากที่เคยเป็นคนพูดขาฉะฉาน เสียงค่อนข้างดัง ตอนนี้กลับกลายเป็นอ่อนละมุน นุ่มลื่นหูอย่างผิดหูผิดตา ในใจก็คิดว่ามันบาปกรรมใหญ่หลวงถ้าจะบอกว่า ที่ตนมาทำบุญบ่อยๆก็เพราะท่านชินนี่แหละ แต่นางก็ไม่ได้พูดออกไป เพียงแต่ทำอาการเขินอายกลบเกลื่อน และพูดไปว่า หลวงพี่ชินอยากมีครอบครัวจริงเหรอ แต่ว่าท่านบวชมานานไม่เสียดายเวลา หรือกลัวใครเขานินทราเหรอเจ้าคะ

หลวงพี่ก็ตอบไปว่า ความจริงอาตมาก็ทำตามที่ได้วาดฝันไว้ตั้งแต่เด็กแล้ว อะไรหลากหลายเรื่องในวัดก็รู้จนหมดสิ้นแล้ว 

แม้ตอนนี้ก็ตาม อาตมาก็รู้ แต่อาตมาก็อยากลองใช้ชีวิตธรรมดาแบบชาวบ้านบ้าง เห็นอย่างเดียวมันไม่เข้าใจมันต้องลองด้วยตนเองถึงจะรู้ แต่ต้องจัดการภาระหน้าที่ทุกอย่างให้เรียบร้อย จะได้ไม่เดือดร้อนคนที่มารับหน้าที่ต่อจากอาตมา 

คำพูดของทั้งสองเป็นอันเข้าใจโดยไม่ต้องพูดถึงรายละเอียดให้มากความ จากนั้นอรชรก็นมัสการลาพร้อมอาการกระสับกระส่ายปนเขรอะเขิน ส่วนท่านชินก็เหมือนได้คำตอบในใจว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตดี

…..กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบปี ดูเหมือนท่านชินจะจัดการทุกอย่างให้ลงตัวโดยหวังว่าผู้อื่นจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และแล้วการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตลูกผู้ชายคนหนึ่งก็เกิดขึ้น เพียงแต่มันแตกต่างออกไปจากคนปกติไปก้เท่านั้นเอง ท่านชินให้สารถีไปส่งยังวัดประจำอำเภอ พร้อมกับกล่าวร่ำลา ครั้งนี้อาตมารลกวนโยมครั้งสุดท้ายแล้ว อะไรที่อาตมาเคยทำผิดต่อโยม ก็ดี ต่อหน้า ลับหลัง อโหสิกรรมให้อาตมานะ สารถียิ้มแล้วก็พูดขึ้นว่า ผมเองก็เหมือนกันครับท่านชิน ตัวผมเองก็อดเสียใจและเสียดายไม่ได้ก็คนมันเคยเห็นเคยพูดคุยกันนี่ แต่มันเป็นการตัดสินใจของท่านแล้ว ขอให้ท่านได้ใช้ชีวิตอย่างที่ท่านต้องการนะ 

ขึ้นไปบนศาลา หลวงตาไม่พูดอะไรมากไม่รู้ด้วยความเห็นใจเข้าใจหรืออดสูใจกันแน่ แต่ความเมตตาของหลวงพ่อหลังจากถอดผ้าเหลืองออก ก็พูดเบาๆว่า ขอให้บุญรักษาหละชิน ท่านชินบัดนี้ได้กลับกลายไปเป็นไอ้ชิน แบบที่ใครๆเรียกเมื่อสมัยเด็กๆ อาจได้รับคำนำหน้าเพิ่มเติมไม่ใช่ไอ้ทิศอย่างคนอื่น แต่เป็น ไอ้.......เหี้..ชิน....ไอ้...นั่น ไอ้นี่...มารศาสนาก็ว่าไป

...ไอ้ชินเดินทางกลับไปบ้านที่อยู่ตั้งแต่เกิด บัดนี้ไม่มีร่องรอยว่าครั้งสุดท้ายมีคนอาศัยอยู่ตั้งแต่เมื่อไร เพราะตั้งแต่ชินบวชได้ไม่เท่าไร ครอบครัวก็ย้ายไปทำมาหากินที่อื่นแล้ว ชินเดินสำรวจรอบๆบ้านว่าพอมีอะไรที่สามารถยังทำไปใช้ได้บ้าง 

และต้องหามื้อเย็นของวันนี้ให้ได้ก่อนตะวันจะลาลับขอบฟ้าไป รื้อของไปมาเจอตะขอเบ็ด และก็ไม้ไผ่เรียวยาวผูกมัดเชื่อมด้วยเส้นเอ็นท์  จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังคลองหลังโรงเรียน หวังจะหาปลามาเป็นมื้อเย็นเพื่อปะทังท้องไส้ และแล้วชินก็ได้เจอกับไอ้เทียม ผู้ที่เป็นดั่งเทพหรือมาร ที่สามารถลิขิตให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไปได้จนถึงขนาดนี้ 

ไอ้เทียมสังเกตเห็นเพื่อนเกลอเก่า ไม่รีรอที่จะเอ่ยคำทักทาย อ้าวเห้ย ท่านชินมาตกปลาหวะ เป็นไงมาไงละท่านถึงมานั่งตกปลาได้ ก็มาหามื้อเย็นหน่อยไม่มีอะไรกินนี่ นั่งตกปลาอยู่หลายชั่วโมงปลาไม่มีทีท่าจะกินเบ็ดของชินเลย ตอนนี้แสงตะวันก็อ่อนแสงแรงกล้า เหลืองเพียงแสงรำไรคล้ายตะวันจะดับลง ไอ้เทียมกล่าวลาไปก่อนละท่านขิน วันนี้ข้าได้หลายสิบตัวเลย จะแบ่งให้ท่านชินสักตัวแล้วกัน เพราะถ้าแบ่งให้สองตัวเดี๋ยวท่านก็เอามันไปปล่อยอีก (ไอ้เทียมแอบแซะเรื่องสมัยตอนเป็นเด็ก ซึ่งมันยังฝังใจจนถึงทุกวันนี้ ) 

ชินเริ่มงุนงงกับชีวิตตัวเองว่าทำถูกหรือป่าวที่ตัดสินใจแบบนี้ หรืออาจจะยังไม่ชินกับวิถีชีวิตอราวาสก็เป็นได้ ก่อนจะนอนหลับตาทิ้งตัวลง ก็ยังคงสวดมนตร์อยู่หลายชั่วโมง คล้ายกับว่าแค่เปลี่ยนแค่สภาพภายนอกไปแต่จิตใจของชินยังเป็นท่านชินอยู่ .....

เช้าวันรุ่งขึ้น ชินมุ่งหน้าไปยังบ้านของอรชร ชินรออยู่ใต้ถุนบ้านตั้งแต่เช้าจนสายก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีใครผ่านมาทางนี้ 

และในที่สุดการรอคอยก็จบลงเมื่อมีคนเดินผ่านมา แต่นั่นไม่ใช่ แม่อรชร แต่เป็นแม่ของแม่อรชรที่เพิ่งกลับจากการไปกรีดยางมา มีธุระอะไรหละไอ้ชิน เสียงค่อนข้างแข็งกร้าวดูไม่ค่อยพอใจคนที่มารอสักเท่าไร ถ้าจะมาหาแม่นั่น มันหายหัวไปไหนไม่รู้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ถ้าจะมาหามันก็ไปหาที่อื่น ไม่รู้ว่ามันจะมีหน้ากลับมาบ้านหรือป่าว ลองไปถามเพื่อนมันดูก็แล้วกัน ชินไม่รู้จุพูดอย่างไรกับความรู้สึกขณะนนี้ ได้แต่พูดขอบคุณครับ เสียงอ่อยๆ แล้วเดินค่อยๆออกจากใต้ถุนบ้านนั้น

 

ชินนึกขึ้นได้ว่า อรชรมีแผนว่าจะบวชชีที่วัดป่าสักพัก จึงหาวิธีการที่ไปหาให้จงได้ เงินสักบาทก็ไม่มี ต้องไปขอร้องยืมเงินผู้ใหญ่บ้านบอกว่าจะหามาคืนในเร็ววัน ชินซื้อตั๋วไปยังพะเยามุ่งหน้าไปยังวัดป่าที่ว่านั่น  ในใจกระวนกระวายถึงหญิงที่อยากพบเจอ ทันทีที่รถจอดหน้าป้ายวัดป่า ชินก็กุรีกุจอเดินเข้าไปในวัดผ่านฝูงชนคนปฏิบัติธรรม ชินเดินหาเกือบจะทั่วทุกตารางนิ้วของวัดแต่ก็ไม่พบแม้กระทั่งเหงาของเธอ แต่ชินก็ยังไม่ระความพยายามนั้นลง ชินยังคงเดินต่อไปเพราะคิดว่าถ้ารอมีโอกาสน้อยกว่าที่จะเจอแน่คนมากมายเช่นนี้ และแล้วความพยายามของชินก็สำเร็จผล เพียงแค่เห็นด้านหลังของหญิงที่ใส่ชุดขาว แม้จะมีหลากหลายสิบคน มีหรือชินจะจำหญิงที่เขาตั้งใจมาหาไม่ได้ อรชร เสียงเรียกเบาๆที่ไม่ได้เชิงไตรถามว่านั่นใช่แม่อรชรไหม แต่เป็นเสียงเรียกจากก้นบึ้งหัวใจที่มันผ่านออกมาทางช่องปาก  อรชรหันมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรากอาบแก้มสองข้าง อย่างกับเขื่อนที่กักเก็บน้ำไว้ไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว เขาวิ่งโผลเข้ากอดชินอย่างหนักแน่น คงจะอึดอั้นตันใจมานานไม่ต่างกัน  ชินก็น้ำตาคลอแต่ก็เก็บอาการสำรวมเพราะนี่อยู่ในวัดสถานที่ปฏิบัติธรรม  ฉากเรียกน้ำตาก็ผ่านไป เหลือแต่ฉากความจริงที่ต้องเผชิญ ทั้งคู่หาที่เหมาะสมสำหรับการคุยกันสักพัก 

ชิน เราไม่คิดเลยว่าชินจะสึกออกมาจริงๆ เราขอโทษ เรามันคนบาป เรามันคนเลว เราไม่มีหน้าที่จะยืนอยู่ในสังคมแล้ว 

เสียงสะอึกสะอื้นของอรชร กระเสร่าออกมา แม้จะฟังไม่ค่อยชัดเจนแต่ก็พอจะเดาคำพูดได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน ชินได้จับมืออันบอบบางของอรชรขึ้นมา ทุกอย่างมันไม่มีใครผิดหรอก ถ้าจะผิดก็คงเป็นเราเอง เพราะเราเป็นคนตัดสินใจและเลือกที่จะทำแบบนี้ เราขอโทษนะ เดี๋ยวเธอไปปฏิบัติธรรมต่อเถอะนะ เดี๋ยวเราจะกลับแล้ว ขอบคุณมากนะอย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่า 

.................เราไม่ได้คิดไปเอง....................................

จากนั้นชินก็ปล่อยใจที่แบกความรู้สึกที่แบกมานาน มันเหมือนไม่คุ้มค่าแต่สำหรับชินแล้วมันเป็นครั้งหนึ่งที่เขาได้ทำในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้ เมื่อกลับมาบ้านชินก็มานั่งทบทวนเรื่องราว ข้าวปลาอาหารก็ไม่ได้คิด คิดกลับไปกลับมา กลับหน้ากลับหลัง

จนกระทั่งเช้าของอีกวัน ดูเหมือนชินจะจับไข้ ยาสามัญก็ไม่มี เรี่ยวแรงก็โรยรา ชินได้แต่ภาวนานึกถึงสิ่งที่ได้เคยทำมาตลอดชีวิต เหมือนกับว่าชินทำในสิ่งที่ถูกต้องและดีงามมาตลอดชีวิต มีเพียงตอนหลังที่เขาเลือกทำในสิ่งที่ถูกใจแต่อาจไม่ถูกต้อง แม้ร่างกายจวนเจียนจะไปยังภพหน้า แต่สีของแววตาสุกประกายสว่างเต็มไปด้วยความสุข

ปั๊ง................เสียงเปิดประตูดัง ไม่ใช่ใครที่ไหนที่แวะมาเยี่ยมชิน  เสียงที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี เสียงนี้นี่เอง เสียงที่ไม่มีวันลืม

.....เอ้าท่านจะรีบตายไปไหน เอาปลามาฝากย่างให้พร้อมแล้ว เหลือแค่กิน เดี๋ยวพรุ่งนี้กูเอามาฝาก..................

ยังไม่ทันสิ้นเสียงของไอ้เทียม ลมหายใจของชินก็ได้สิ้นไปก่อนแล้ว................

หลังจากแม่อรชรรู้ข่าวของชิน ก็ตั้งใจบวชตลอดชีวิตเพื่อเป็นการไถ่บาปของตัวเองและชิน............บุญรักษา....................

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ หนุ่มจันท์

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น