นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

สายสัมพันธ์สีเหลือง ( Yellow -Relationship)

ต้นมังคุดอายุหลายสิบปี ได้ถูกโค่นลงท่ามกลางความจำใจ

ยอดวิวรวม

5

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


5

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  4 ก.ย. 63 / 22:20 น.
นิยาย ѹͧ ( Yellow -Relationship)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...

เนื้อเรื่อง อัปเดต 4 ก.ย. 63 / 22:20


สายสัมพันธ์สีเหลือง

        ต้นมังคุดต้นใหญ่อายุหลายสิบปี บ้างก็บอกว่าปู่เป็นคนปลูก บ้างก็บอกว่ามีก่อนปู่เกิดเป็นของทวด แต่ที่แน่อายุของต้นมังคุดเกิดก่อนพ.ศ 2500 ตั้งแต่ฉันจำความได้มันมีอยู่รอบ ๆ บ้านหลายสิบต้น ฉันคิดว่ายังไงเสียขออย่าเพิ่งมีใครค่อนมันลง น่าจะเก็บไว้ทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน หรือทำเป็นมังคุดร้อยปีขาย และมันก็อยู่อย่างนั้นไม่มีใครโค่นล้มมัน

      ครืด ครืด ครืด ครืด เสียงของใบเลื่อยสัมผัสกับกิ่งมังคุด พอใบเลื่อยมันกินไปครึ่งของกิ่งสักพักมันก็ค่อย ๆ ฉีก เสียงแกรกๆแล้วอีกไม่กี่วินาทีมันก็ร่วงโรยลงพื้น แต่กิ่งของมันใหญ่และเยอะตามอายุของมันที่ได้สะสมมานานหลายสิบปี 

     กิ่งแล้วกิ่งเล่าร่วงโรยสู่พื้น เพียงไม่กี่กิ่งก็ทำให้บริเวณนั้นเต็มตองไปด้วยกิ่งของต้นมังคุด น้ำยางสีเหลืองหลั่งไหลออกมา จากบริเวณที่ถูกเลื่อย คล้ายกับน้ำเลือดที่ไหลหลังจากเกิดบาดแผลชองคน มันกำลังพยายามรักษาตัวเอง มันพยายามสู้  มันยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ

     แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเวลาของมันใกล้หมดแล้ว จากกิ่งล่างทยอยไล่ขึ้นไป เริ่มเห็นวิวทิวทัศน์รอบด้าน ทั้งภูเขาใหญ่ด้านซ้ายมือสน้ำเงินเข้มคล้ายกับว่าฝนกำลังตกอยู่บริเวรยอดเขา หมู่นกโผบินเป็นฝูงไม่รู้ว่ารีบกลับรังหรือว่าหาที่หลบฝน  สายลมพัดมาแต่ละครั้ง กิ่งที่เหลือน้อยทำให้มันดูไม่แข็งแกร่งเหมือนต้นไม้ที่ผ่านมาหลายมรสุม เหมือนต้นไม้ที่กำลังพังครืดลงในไม่ช้า

     ครืด ครืด ครืด เสียงเลื่อยยังคงอยู่ มันดูอ่อนล้าเหมือนกันเพราะมันเป็นเพียงเลื่อยธรรมดาที่ต้องอาศัยแรงจากผู้ใช้มัน เหมือนมดที่กำลังต่อสู้อยู่กับช้าง แม้ขนาดจะต่างกันมากแต่มันก็มั่นใจเหลือเกินว่าจะล้มช้างได้ กิ่งที่ร่วงโรยบริเวณโคนเป็นวงดวงไปด้วยน้ำยาสีเหลือง สีของมันเข้มข้นและเหนียวเหนอะเหมือนขาวที่มีประสิทธิภาพในการติด 

“อ้าว ให้หนูได้ยินเสียงคิดว่ามันโค่นเอง” เสียงแม่พูดมาจากทางงด้านล่าง 

“แล้วถามพ่อแล้วเหรอ”แม่ยังพูดต่อ

“ก็เขาบอกว่าอยากทำไรก็ทำ”เสียงจากบนต้นไม้ตอบสนองแล้วก็ ครืด ครืด ครืด ต่อ 

“แล้วบอกปู่ยัง แต่เขาไม่น่าว่าแหละ” 

“ค่อยๆทำแล้วกัน กิ่งมันเริ่มเหลือน้อยแล้ว”หลังจากพูดเสร็จแม่กำลังจะไปไหนสักที่

“เอากล้องมาถ่ายรูปหน่อย” เสียงจากบนต้นไม้ดังขึ้น

ตอนนี้เสียงครืดหายไป ทุกอย่างดูสงบเสงี่ยมคล้ายกำลังไว้อาลัยให้กับเพื่อนที่อยู่กันมาเกินครึ่งศตวรรษ

บนต้นไม้แสดงอาการเหนื่อยหอบ เหงื่อไหลอาบท่วมทั่วร่ายกาย เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ใส่เหมือนไปลงไปเล่นน้ำทั้ง ๆที่ยังไม่ถอดชุด มือจับแน่นที่กิ่งที่เหลือเป็นแง่ง ขาแข็งเกร็ง ก้นก็นั่งอยู่เป็นกิ่งแง่งเช่นกัน 

“ถ่ายยังไงเนี่ย มันไกล”เสียงแม่ตะโกนขึ้น

“ถ่ายๆไปเถอะ เน้นวิว” เสียงข้างบนตะโกนลง

เมฆครึ้มก้อนใหญ่กำลังมาทางต้นมังคุดที่กำลังจะลาจากโลกนี้ คล้ายกับเป็นการร่ำลาจากพระพิรุณ 

จากเสียงเปาะแปะๆ เห็นหยดน้ำใสเย็นกระทบผิดกาย ก็กลายเป็นเสียงซาบซ่าประดังประเดเทลงมา

ข้างบนจะไม่ยอมหยุด ยังไงเสียต้องเสร็จวันนี้ ครืด ครืด ครืด แม้จะเหลืออีกไม่กี่กิ่งแต่เมื่อเม็ดฝนตกมา

ความลื่นของกิ่ง การกินเนื้อไม้ของใบเลื่อย การขยับเขยื้อนตัวบนความสูงเกือบสิบเมตร บนแง่งกิ่งที่ยาวไม่ถึงไม้บรรทัด เสีนงครืดหายไป  เสียงหายใจแรงคล้ายหมาหอบเข้ามาแทน สายตาเริ่มพล่ามัวไม่รู้ว่าเกิดจากฝนหรือว่าลมจับ เมฆก้อนใหญ่มหึมาสีครึ้มกำลังลอยไปทางอื่น  เหมือนมาปลุกพลังคนเลื่อยและเร่งความตายให้ต้นมังคุด ครืด ครืด ครืด กิ่งสุดท้ายก็ได้ร่วงโรยสู่พื้น 

ยี่สิบกว่าปีที่ฉันเห็นมันมา สิบกว่าปีที่ปีนป่ายเก็บเกี่ยวผลผลิต และตำนานเกินกว่าครึ่งศตวรรษได้ถูกปิดลงในยามเย็น ความเงียบงันย่างกายเข้ามาพร้อมดวงตะวันที่กำลังลาลับขอบฟ้า ฉันยืนดูกิ่งแง่งใหญ่ของมันที่ฉันได้เหยียบย่ำมันเพื่อผลประโยชน์และวันนี้  “ฉันนี่แหละเป็นคนปิดตำนาน”

“ไอ้หนูไปตัดกิ่งยอดมาเรอะ” เสียงปู่ถามเมื่อกำลังเดินเข้าบ้าน 

“ป่าว ไปลานมา” เสียงฉันตอบกลับไป

“อ้าว ลานมันทำไม มันยังมีลูกสิ” เสียงปู่และอาการตกใจเล็กน้อย

ฉันเข้าใจได้ดีว่าปู่รู้สึกอย่างไร ต้นไม้ที่คนอายุเกือบแปดสิบ ปลูกและเฝ้าดูแลมันมาตั้งแต่เป็นเมล็ดเป็นต้นอ่อน เฝ้าดูแลจนมันสามารถออกดอกออกผลนำไปขายเพื่อแลกกับเงินตรา ผ่านช่วงเวลามาหลายสิบปี

จนวันนี้มันได้หายไปเหลือแต่ต้นตระหง่านที่มีเพียงแง่งที่ถูกเคลือบด้วยน้ำยางสีเหลืองข้น “ฉันเข้าใจ”

ยามบ่ายของอีกวันเสียงเลื่อยไฟฟ้าดั่งสนั่น มาจากต้นมังคุดที่เหลือแต่ต้นและกิ่งแง่ง พ่อไปเลื่อยให้มันเลื่อยให้มันเล็กลง คงจะเอาไปเผา สักพักควันสีเทาก็พวยพุ่งสู่ท้องงฟ้า เสียงไฟกำลังไหม้กิ่งมังคุดดังจนมาถึงข้างในบ้าน 

เมื่อแดดเริ่มอ่อนกำลังแรงลงก็ถึงเวลาของฉัน สำหรับปฏิบัติภารกิจต่อ ฉันตั้งใจว่าจะโค่นวันละต้น 

ไม่ได้ว่าจะเอาหมดทุกต้นหรอก อย่างน้อยก็เหลือรอบ ๆบ้านไว้ให้ร่มเงาและระลึกความหลังบ้าง 

“ไอ้หนูไปเอาคราดมาให้หน่อย” ปู่กำลังอยู่ที่กองไฟที่เผากิ่งมังคุด 

“เอาเลย เอากิ่งเข้ากองไฟ” ปู่สั่งต่อ

“โอ๊ยให้ไปเอา นึกว่าจะทำ ไม่เอา อยากทำทำเอง” ฉันพูดแล้วก็เดินจากมา 

ฉันดูเหมือนหลานที่เลว แต่ใครลองมาอยู่บ้านนี้สิ ปู่ของฉันซนขนาดไหนถ้าตามใจยิ่งไปใหญ่ไม่ได้ทำอะไรกันพอดี ฉันดูท่าทีสักพักจนแกออกมาจากกองไฟเพราะไม่มีแรงดันกิ่งเข้าไป ฉันจึงไปดันให้ตอนหลัง

เดินไปเดินมาหาต้นมังคุดเคราะห์ร้ายสำหรับวันนี้  (ต้นดีดีไหม ใหญ่ดี ต้นนี้ดีไหม กิ่งห่างเก็บยาก)

เสียงฉันคิดอยู่ในหัว เดินไปเดินมาไม่รู้จะเอาต้นไหน (ต้นดีแหละใบหงิก กิ่งห่าง ใจกลางสวน) 

ครืด ครืด ครืด ฉันกำลังเลื่อยกิ่งต้นมังคุดผู้โชคร้ายในวันนี้ ต้นนี้น่าจะใหญ่กว่าต้นเมื่อวาน รู้สึกว่าเหนื่อยเร็ว ฉันนับถือพวกที่ตัดไม้เป็นอาชีพจริง ๆ เอาแรงมาจากไหนวะ 

“เลื่อยข้างล่างก่อน แล้วค่อยไปเลื่อยข้างบน  มันจะหักป๊อกไม่ฉีก“ เสียงพ่อจากด้านล่าง

ฉันลองทำดูมันได้ผลจริง แต่มันไม่ถนัดเอาเสียเลยต้องหงายมือขึ้นเลื่อยด้านล่าง ปลายเลื่อยก็ลื่นจากเหงื่อ

สุดท้ายก็ทำผสมผสานกับที่ตัวเองถนัดไป ฉีดบ้างป๊อกบ้างตามแต่จังหวะจะอำนวย

“คนลานเขาทำไง อยากรู้” เสียงฉันบ่นบนต้องการคำแนะนำ

“เขาไล่ทีละซีก แล้วถึงยอดก็ไล่ลงมา “ เสียงด้านล่างแนะนำ

“ไม่บอกหรอก เรียนรู้เอา” เสียงด้านล่างยังตามมา

(คืออะไรวะ ทำไมไม่บอกดี ๆ ไม่เข้าใจจริง)

ฉันเลื่อยจากด้านบนด้วยเลื่อยธรรมดา พ่อเลื่อยด้านล่างด้วยเลื่อยไฟฟ้า ต้นนี้เห็นภูเขาชัดกว่าต้นเมื่อวาน 

ความสูงของมันมองเห็นเขื่อนพลวงได้ชัดเจน และเห็นยอดเขาคิชฌกูฏ แม้วันนี้ภูเขาจะสีน้ำเงินเข้มเพราะยังอยู่ในฤดูฝน นกน้อยใหญ่ยังคงบินผ่านไปผ่านมา แมลงปอยังล้อเล่นลมยามเย็น เมื่อมองไปด้านล่าง

เห็นปู่ยืนดูฉันกำลังเลื่อยกิ่งต้นมังคุด หรือไม่ก็กำลังดุต้นมังคุดหลายสิบปีนี้กำลังลาลับโลกอีกต้น ฉันว่าน่าจะเป็นแบบหลังมากกว่า “ฉันเข้าใจ”

น้ำยางเหลืองไหลออกจากบาดแผล ค้างที่แง่งกิ่งบนต้น และโคนกิ่งที่ร่วงโรย สายตาของปู่ทอดมายังต้นมังคุด เหมือนสายใยสีเหลืองข้นนี้กำลังแห้ง เหลือไว้เพียงความทรงจำของวันวาน “ฉันเข้าใจ” 

ผลงานอื่นๆ ของ หนุ่มจันท์

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น