นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย 仾͹(Meet Friend)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ฉันแค่คิดถึงเธอ แค่อยากคุยด้วย ในฐานะเพื่อนก็เท่านั้น

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 ส.ค. 63 / 23:35


ไปพบเพื่อน

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ใกล้ชิดเธอขนาดนี้ ตาตี่เล็กภายใต้กรอบแว่นกลมใส เธอยังน่ารักเสมอแม้มันจะไม่ใช่ความรู้สึกเมื่อครั้งวันวาน แม้มันไม่ได้จบด้วยความหวานชื่นแต่รสชาติก็ขมไม่เคยลืมเลือน…..

ฉันชอบเธอทำไมเธอไม่ชอบฉันบ้าง

แก๊ง แก๊ง แก๊ง เสียงแก้วกระทบกัน  ตาของฉันเริ่มพลิ้ม เธอก็ยังน่ารักแม้จะอ้วนขึ้นกว่าเมื่อก่อน

วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีพรุ่งนี้เป็นวันศุกร์  หลังจากเราคุยกันไว้หลายครั้งว่าจะหาโอกาสไปนั่งปรึกษาหรือจะใช้คำว่าแบ่งปันปัญหาชีวิตก็แล้วแต่จะเรียก ตอนนี้เธอมาฝึกสอนอยู่ที่อาชีวะแห่งหนึ่งของจังหวัด

เธอไม่ค่อยมีความสุขกับการฝึกสอนเท่าไร หลายครั้งหลายหนเธอก็พิมพ์มาว่า เบื่อ เบื่อ เบื่อ

“พรุ่งนี้ว่างไหม ไปเดินหรือไปหาไรกินกัน”ฉันส่งข้อความผ่านทางแมสเซนเจอร์

“ได้นะ ว่าแต่จะไปที่ไหน ฉันเลิกงานประมาณ5 โมงอ่ะ” เธอตอบกลับมา

“ยังไม่รู้ เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที ฝันดี” ฉันจบการสนทนาเสียดื้อ ๆ

ฉันไม่เล่นโทรศัพท์เลยทั้งวัน ไม่รู้จะติดต่อสื่อสารกับใครนัก กว่าจะเปิดอ่านก็บ่าย 4 ของวันศุกร์ เธอบอกว่าเดี๋ยวจะมีเพื่อนมาด้วยและเพื่อนของเพื่อนอีกคน เธอบอกว่านี่ก็ไม่รู้จักเหมือนกัน 

หลังจากนั้นเวลาเสร็จสับ ฉันก็ตระเตรียมตัวทำกิจวัตรให้เสร็จเรียบร้อย พอดีในตัวจังหวัดจัดเทศกาลของดีเมืองจันท์ เที่ยวแบบเว้นระยะห่างหลังล็อคดาวส์  เสียงประกาศจากลำโพงที่ไหนสักแห่ง 

ถ้าเทียบกับงานช่วงปีใหม่ถือว่าคนน้อยมาก แต่เดี๋ยวนี้เครื่องเล่นดูหวือหวากว่าเก่า คนที่เดินไปมาก็เป็นนักเรียน นักศึกษา กะว่าจะชอปปิ้งด้วยสายตา เดินไปเดินมาก็ต้องใช้เงินจนได้  ถุงเท้า 7คู่ 100

และขาตั้งกล้องตอนนี้มันอยู่ในกระเป๋าเป้ของฉันเสียแล้ว ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินเหยียบรองเท้า

ไหลชนกันบ้าง แต่ที่เป็นการปฏิวัติวงการเลย คือ หน้ากากอนามัยตอนนี้น่าจะกลายเป็นอวัยวะที่จำเป็นในสาธารณะแล้ว ยิ่งกว่ายืดอกพกถุงเพราะต้องโชว์กันให้เห็นอยู่ตลอด 

จ๊อก.........จ๊อก  เสียงลำไส้บีบตัวอยู่ภายในท้อง ฉันไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เที่ยง ต้องหาอะไรใส่ปากเสียหน่อย ให้น้ำย่อยมันได้ทำงานอย่างสบายใจ เอ็นหมูทอด1ขีดกับข้าวเหนียว1 ห่อ ถูกใส่ในถุงพลาสติก

หาที่นั่งที่เหมาะเจาะกับอาหารมื้อนี้สักหน่อย  หลังพิงติดป้ายขนาดใหญ่ (สวนสาธารณะจังหวัดจันทบุรี)

เสียงโทรศัพท์ของฉันดังลั่น  เพราะเธอน่าจะโทรมาในแมสเซนเจอร์แต่ฉันไม่ได้เปิดอินเตอร์เน็ตตามสไตล์

“ตอนนี้แกอยู่ไหน” เสียงเธอผ่านเสียงโทรศัพท์

“อยู่ตรงป้ายใหญ่ ป้ายสวนสาธารณะ” 

“ตอนนี้กำลังออกจากบ้าน อีกประมาณไม่เกิน 10-15นาทีถึง” บ้านเธอยู่ไม่ไกลนัก

“โอเค เจอกัน ขับรถดีๆ”ฉันหมายถึงเธอและแม่ของเธอที่มาส่ง

“โอเค เจอกัน” เสียงเธอตอบปิดท้าย 

ถึงแม้ว่าจะเป็นในเมือง แต่อากาศก็ยังบริสุทธิ สายลมพัดผ่านปะทะหน้าเย็นสบาย คล้ายกับจะหอบฉันขึ้นไปอย่างแผ่วเบา ฉันก็นั่งขีดเขียนตามประสา หาอะไรทำฆ่าเวลาไป 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “ไหนแกอยู่ไหน ไม่เห็นเลย” ดูเหมือนเธอจะมาถึงแต่ยังหาไม่เจอ

“อยู่ตรงป้ายเลย เดินมาก็เห็น”ฉันชะเง้อชะแง้แลดู 

และแล้วก็เห็น ผมลอนดำโบกไม้โบกมือพร้อมกำลังมุ่งตรงมาที่ฉัน ฉันยกมือขวาขึ้นมาทั้งที่มีดินสอติดคามือ สั่นซ้ายขวาเป็นสัญญาณส่งกลับไป      

จากนั้นเธอก็มานั่งข้าง ๆ ฉัน บรรยากาศตอนนี้มันสบายใจอย่างบอกไม่ถูก เราคุยกันสัพเพเหระได้ไม่นาน

เธอก็มือมาป้องเพราะแสงสปอตไลฟ์ ส่องเข้ามาที่หน้าเธอเต็มเปา ฉันบอกให้เธอย้ายมานั่งอีกข้างนึง

“อากาศดีจังเลยเนอะ” เธอพูดแล้วหลับตาสูดลมหายใจ

“ช่าย” พร้อมกับมองไปที่ใบหน้าของเธอ

“จะไปกันเลยไหม” เธอเริ่มเอ่ยชวนเพราะว่าถ้าไม่เอ่ยฉันพร้อมจะนั่งเขียนอะไรขยุกขยิกอยู่ตรงนี้อีกนาน

ฉันเก็บหนังสือ สมุดไดอารี่ กระเป๋าดินสอยัดเข้าไปในกระเป๋าคอนเวิตสีน้ำเงิน 

แล้วเราก็เริ่มออกเดินทางโดยรถมอเตอร์ไซด์เวฟสีน้ำเงิน  “อยากขี่ไหม” ฉันถาม เพราะจำได้ตอนเรียนมัธยมเธอกำลังหัดขี่ ซึ่งมันก็นานพอที่เธอน่าจะขี่ได้แล้ว สุดท้ายแล้วฉันก็เป็นฝ่ายขี่เพื่อความปลอดภัยเพราะไม่ได้สวมใส่หมวกกันน็อคทั้งคู่  เธอเริ่มติดต่อเพื่อนของเธอ ว่าจะไปเจอกันที่ร้านไหน ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปร้านไหน ฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา  จนเราต้องหาที่พักก่อน เธอก็ถามเพื่อนอีกทีจนได้สถานที่

.......เมื่อคืน......(Last night) ฉันไม่ได้ต้องการย้อนอตีดแต่มันคือชื่อของร้าน

ดูเหมือนว่าเราสองคนจะมาถึงก่อน อีกสักพักเพื่อนเธอก็ตามมา เธอแนะนำให้ให้เพื่อนใหม่ให้รู้จักกัน 

จากนั้นก็เดินเข้าไปที่ร้าน มีการตรวจบัตรอายุไม่ถึง20ห้ามเข้า เห็นสายรายงานว่าวันนี้ตำรวจลง

ฉันยังจำได้สมัธยมกว่าจะหาร้านที่ให้คนอายุไม่ถึงเข้าได้ ก็แทบหมดความยาก ต้องมารอลุ้นว่าเขาจะสุ่มตรวจเจอหรือป่าว มันเป็นความรู้สึกที่สนุกเมื่อได้ทำอะไรที่มันเสี่ยง ๆ ซึ่งตอนนี้อายุเกินแล้ว 

ฉันยื่นบัตรให้การ์ดตรวจ ซึ่งการ์ดคนนี้คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี เขาคือรุ่นพี่ที่อยู่วงโยและเล่นเครื่องเดียวกับฉัน แม้จะไม่ทันกันแต่ก็รู้จักกันผ่านระบบพี่น้องที่ทำให้รู้จักกันได้ไม่ยาก  

เพื่อนของเธอเดินนำ เธอเดินตามและฉันเดินตามเธออีกที   เรานั่งโต๊ะริม ไม่วุ่นวาย บรรยากาศลมพัดโกรกแทบตลอด   เมนู ถูกส่งมายังโต๊ะ “จะกินเบียร์หรือจะกินเหล้า” เสียงเพื่อนของเธอเอ่ย พร้อมกับหันซ้ายถามเธอที่อยู่ฝั่งตรงข้ามฉัน และมองแกมถามมายังฉันฝั่งตรงข้าม  

ฉันเริ่มเปิดฉากทำความรู้จักเพื่อนใหม่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับฉันในการสร้างความคุ้นเคย ยิ่งรู้ว่ามาจากปักษ์ใต้ด้วยแล้ว การแหล่งใต้แบบเสิ่นเจิ่นก็ไม่ได้เลวร้าย อีกพักเบียร์สีเขียวสองขวดก็มาถึง มีเด็กเสิร์ฟบริการพร้อม  แก๊ง สีแก้วสามใบกระทบกัน  ฉันกระดกเข้าปากทีเดียวหมด  สงสัยจะเคยชินกับธรรมเนียมที่เพิ่งได้รับมา “สงสัยเพื่อนจะคอแห้ง”เพื่อนของเธอแซว  นั่งกันไปสักพักเธอขอย้ายที่มานั่งข้างฉัน 

มันควรเป็นอย่างนั้นเพราะว่าที่ตั้งใจออกมาคือ อยากคุยกับเธอ จากนั้นไม่นานเพื่อนของเพื่อนของเธอก็มาถึง ผู้ชายร่างสูงโย่ง ตัวผอม ใส่แว่น ริมฝีปากดำ เข้ามานั่งตรงข้ามฉันแทนที่เธอ จากนั้นเบียร์อีก 4ขวด

ก็ถูกวางที่โต๊ะเสิร์ฟ พนักงานคีบน้ำแข็งก้อนแล้วก้อนเล่าลงไป  ค่อยๆรินเบียร์ไหลลงกระทบน้ำแข็งไม่ให้เกิดฟอง  กับแก้มเป็นเฟรนฟรายที่เธอสั่ง และนักเก็ตไก่  ผ่านไปสักพักฉันรู้จักเพื่อนของเพื่อนเธอมากขึ้น

“ไหนเล่ามาสิ ฉันอยากฟังปัญหาของแก” ฉันพูดข้างหูเธอ 

“ก็เหมือนเดิมแหละ ไม่มีไรมาก” แต่เธอก็ดูมีอะไรอยู่

เบียร์แก้วแล้วแก้วเล่าถูกส่งผ่านมากลงสู่หลอดอาหารลงไปที่ลำไส้ดูดซึม จนทำให้หัวสมองเริ่มมึนๆงงๆ

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ใกล้ชิดเธอขนาดนี้ ตาตี่เล็กภายใต้กรอบแว่นกลมใส เธอยังน่ารักเสมอแม้มันจะไม่ใช่ความรู้สึกเมื่อครั้งวันวาน แม้มันไม่ได้จบด้วยความหวานชื่นแต่รสชาติก็ขมไม่เคยลืมเลือน

ฉันชอบเธอทำไมเธอไม่ชอบฉันบ้าง

แก๊ง แก๊ง แก๊ง เสียงแก้วกระทบกัน  ตาของฉันเริ่มพลิ้ม เธอก็ยังน่ารักแม้จะอ้วนขึ้นกว่าเมื่อก่อน

ฉันใช้ขาเขี่ยเธอบ่อย ๆ ก็ฉันอยากฟังเรื่องราวของเธอ ไม่ใช่มารู้จักเพื่อนใหม่สักหน่อย ต้นเสาผอมบางลักษณะกลมมนถูกจับโดยหญิงคนนหนึ่ง เธอขึ้นแล้วรูดไปมาคล้ายกับไส้เดือนดิ้นแนวตั้ง พอจะดึงดูดสายตาของฉันได้บ้าง แต่ฉันก็กลับมายังคนข้างๆ 

ฉันเปิดกระเป๋าคอนเวิตสีน้ำเงิน เอากระเป๋าดินสอขึ้นมาพร้อมกับไดอารี่ จดหัวข้อไอเดียที่ได้จากการมาพบเพื่อนครั้งนี้ “ทำอะไรอ่ะ ทำการบ้านเหรอ” เสียงเพื่อนของทักเชิงตกใจ “ป่าวเขียนไดอารี่ จดหัวข้อทำหนังสือ”ฉันตอบด้วยวาจาฉะฉาน “พวกศิลปิน ไอเดียมามันต้องจด เดี๋ยวลืม” เสียงเสริมจากเพื่อนของเพื่อนเธอ ความจริงยังมีน้องของเพื่อนของเพื่อนเธออีก แต่ดูเหมือนตัวละครจะเยอะเกินไป....

ตอนนี้เธอมีแฟนแล้ว ซึ่งฉันก็รู้ดี พูดก็พูดเถอะสำหรับฉันแล้ว ฉันก็ยังมีแต่ความรู้สึกดีกับเธอเสมอแม้มันไม่ใช่ความรักความชอบแบบครั้งมัธยมก็ตาม เธอเป็นอีกคนที่คุยกันแล้วรู้สึกว่าเคมีมันเข้ากัน(สำหรับฉันฝ่ายเดียว) เมื่อฤทธิแอลกอฮอล์เริ่มสำแดง ฉันก็สารภาพกับเพื่อนของเธอว่าฉันเคยชอบเธอตอนมัธยม

ฉันลุกไปเข้าห้องน้ำอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่คิดว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอเธอ มันก็แปลกอีกว่าฉันชวนเธอไปเข้าห้องน้ำแต่เธอยืนรออยู่ ฉันยกนิ้วโป้งให้เธอเป็นสัญญาณว่ายังไหว หันไปมองเธอแล้วก็ควักมือให้เธอกลับไปที่โต๊ะก่อน ฉันรอคิวอยู่นานกว่าจะได้เข้า แต่พอออกมาเดินกลับไปยังโต๊ะ เธอก็ไม่อยู่แล้ว

“เธอกลับบ้านแล้วเหรอ ฉันถามคนที่โต๊ะ” ใช่เธอผู้ปกครองมารับแล้ว

ฉันทั้งมึนทั้งงง ทำไมรู้สึกคล้ายกับถูกทิ้งอีกรอบ เมื่อเปิดโทรศัพท์ดูมีสายไม่ได้รับสองสายเมื่อเปิดดูกก็พบว่าเป็นเธอที่โทรมาแต่ฉันไม่ได้รับเอง ฉันยังดื่มกินกับเพื่อนและเพื่อนของเพื่อนเธออีกสักพัก 

จนเกือบตี 2 รวบรวมเงินจ่าย แบงค์500บาทถูกยื่นออกไป ฉันรู้สึกเสียดายเพราะปกติฉันแทบไม่ต้องใช้จ่ายเงิน แต่ก็ยังดีได้รับกลับมา 100 บาท จ่ายเงินเสร็จทุกคนแยกย้าย เหลือเพียงฉันที่ยังนั่งมึนงงอยู่สักพัก

ก่อนที่จะกลับแวะไปล่ำลาพี่ที่วงโยนิดหน่อย มานั่งกดโทรศัพท์โทรหาคนโน่นคนนี้ไปเรื่อย 

รอจนพอหายสร่าง ก็ขี่รถกลับ ฉันหาทางออกไม่เจอขี่วนอยู่สักพัก แล้วก็คิดว่าตัวเองยังมีสติไม่พอ ไปนั่งพักที่สวนสาธารณะสักหน่อย แม้จะในตัวเมืองก็ยังเห็นแสงดาวสกาวบนฟ้าแม้จะมีหมอก บดบังไปบ้างแต่ให้ความรู้สึกโรแมนติกดี  ฉันนั่งอยู่สักพักใหญ่แล้วก็กลับไปรถ ใส่เสื้อกันหนาวรูดซิปให้สุด ใส่หมวกกันน็อค

ถนนในเวลาตีสองตีสามโล่งโถง ไฟจราจรกระพริบบอกให้ระวังดูรถและตัดสินใจด้วยตัวเอง ถ้าเกิดพลาดพลั้งมาหมายถึงชีวิต ฉันร้องเพลงแหกปากโวยวาย อากาศเย็นทะลุผ่านเสื้อกันหนาว 

“ถึงบ้านและนะแก ฝันนดีนะ” เสียงฉันโทรศัพท์หาเธอ ก็เธอบอกว่าจะรอจนกว่าฉันจะถึงบ้าน แต่ที่โทรไปเธอดูเหมือนจะหลับและตื่นมารับ แค่นี้จริงเหรอ “ไปพบเพื่อน”

 

 

 

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ เหงาฮิ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น