เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

ตอนที่ 80 : ภาค 2 ตอนที่ 6 จ้าวภูเขา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42847
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1329 ครั้ง
    11 ม.ค. 61

หญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่าคั่นกลางระหว่างเอริกกับกะโหลกทมิฬ

 

เด็กสาวนั้นอยู่ในร่างของเด็กมนุษย์ เธอสวมใส่อาภรณ์ที่ประดับด้วยใบไม้และดอกไม้ ร่างของเธอนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติ ไม่ว่าเธอจะปรากฏตัวที่ใด อาณาเขตรอบๆ ตัวเธอก็กลายเป็นตัวตนของผืนป่า

 

ร่างของเด็กสาวนั้นเต็มไปด้วยอำนาจ ตัวตนของเธออยู่ในระดับที่น่าหวาดกลัว กระทั่งเอริกและกะโหลกทมิฬก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเธอ

 

การปรากฏตัวของเด็กสาวสร้างแรงกดดันให้เอริกและกะโหลกทมิฬเป็นอย่างมาก

 

“ท่านซามัว” กะโหลกทมิฬเอ่ยออกมาอย่างไม่มีสติ

 

ถูกต้องแล้ว กะโหลกทมิฬนั้นพูดได้ เพียงแต่มันไม่ต้องการที่จะพูดคุยกับเอริก

 

สัตว์อสูรระดับ 9 ขึ้นไปนั้นเป็นตัวตนพิเศษ พวกมันคือสัตว์อสูรที่ได้รับปัญญามาจากเวทมนต์ พวกมันทำได้แม้กระทั่งแปลงกายเป็นมนุษย์ กระนั้นตัวตนของพวกมันยังเต็มไปด้วยความน่าเหลือเชื่อ

 

หญิงสาวผู้นี้คือ “ซามัว” สัตว์อสูรที่เป็นดั่งราชินีของหมู่มวลดอกไม้ เธอนั้นเต็มไปด้วยอำนาจของพลังธรรมชาติธาตุไม้ และเธอยังเป็น “จ้าวภูเขา” ผู้ที่ครอบครองภูเขาลูกที่สองแห่งนี้

 

เทือกเขาไร้ทัดทานนั้นประกอบไปด้วยภูเขาทั้งเจ็ดลูกด้วยกัน ภูเขาแต่ละลูกนั้นจะมีตัวตนที่ยิ่งใหญ่ปกครองอยู่ และซามัวก็คือหนึ่งในนั้น

 

ว่ากันว่าภูเขาทั้งเจ็ดนี้มีกระทั่งสัตว์อสูรระดับ 10 ปกครองอยู่

 

สัตว์อสูรระดับ 10 นั้นคือตัวตนใด มันคือสัตว์อสูรที่มีพลังเทียบเท่ากับจักรพรรดิเวทย์

 

การคงอยู่ของมันนั้นเป็นตำนาน ไม่มีใครกล้าที่จะยั่วยุหรือทำให้พวกมันเกรี้ยวกราด

 

ตำนานเล่าว่าสัตว์อสูรระดับ 10 นี้เองที่เป็นผู้สร้างเทือกเขาไร้ทัดทานขึ้นมา

 

เทือกเขาไร้ทัดทานจึงเป็นสถานที่ที่ลึกลับและเต็มไปด้วยอันตรายอย่างยิ่งยวด มันเป็นหนึ่งในสถานที่ลึกลับของโลก ไม่มีมนุษย์คนไหนกล้าที่จะย่างมาเหยียบย่ำผืนแผ่นดินแห่งนี้

 

“พอได้แล้ว กะโหลกทมิฬ” เสียงอันอ่อนนุ่มราวกับระฆังแก้วถูกเอ่ยออกมาจากหญิงสาว

 

เสียงนี้แม้จะพูดออกมาเบาๆ แต่ก็เต็มไปด้วยพลังที่ทรงอำนาจดังก้องกังวานไปทั่วท้องฟ้า

 

“แต่ท่านซามัว มันคือผู้บุกรุก มันคือแขกที่ไม่ได้รับเชิญในอาณาเขตของข้า” กะโหลกทมิฬพูดโต้แย้ง

 

“เจ้าประเมินตนเองสูงเกินไป ตราบใดที่เจ้ายังไม่บรรลุระดับ 9 อย่างสมบูรณ์ เจ้าก็ยังไม่มีสิทธิ์ที่จะต่อสู้” ซามัวหรี่ตาและกล่าวออกมาอย่างเย็นชา

 

ท่าทางและการแสดงออกของซามัวนั้นราวกับเป็นตัวตนที่ผ่านโลกมานับหมื่นนับพันปี

 

ตัวตนของซามัวนั้นสง่างามและทรงอำนาจ สามารถกดขี่กะโหลกทมิฬให้นอบน้อม

 

กะโหลกทมิฬแสดงแววตาอันดื้อรั้นและเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ

 

“เพราะอะไรกัน ทำไมข้าถึงไม่สามารถต่อสู้ได้”

 

ฮวง!

 

ซามัวแผ่กลิ่นอายเวทย์ที่น่ากลัวออกมา จนทำให้กะโหลกทมิฬนั้นแทบจะหายใจไม่ออก แรงกดดันนี้เต็มไปด้วยอำนาจของการกดขี่

 

“เจ้าหลงลืมกฎแห่งเทือกเขาไปแล้วหรือ? หรือจะต้องได้รับการลงโทษจากท่านยากีร่ากับท่านตากีร่าเสียก่อน เจ้าถึงจะเข้าใจ” ซามัวกล่าวออกมาอย่างเย็นชา คำพูดของเธอนั้นทำให้กะโหลกทมิฬถึงกับหน้าซีดและตกอยู่ในอาการหวาดกลัว

 

ชื่อของยากีร่าและตากีร่านั้นใช้ได้ดีเสมอเมื่ออยู่ในเทือกเขาไร้ทัดทานแห่งนี้ แม้แต่ซามัวเอง ยามที่เธอเอ่ยชื่อของตัวตนทั้งสอง น้ำเสียงของเธอก็ยังคงเต็มไปด้วยความเคารพ

 

ยากีร่า ตากีร่า ตัวตนของทั้งสองนี้คือใครกัน?

 

ตำนานเล่าว่าสัตว์อสูรที่สร้างเทือกเขาแห่งนี้คือสัตว์อสูรระดับ 10 สัตว์อสูรที่มีตัวตนเป็นดั่งตำนาน

 

มันสามารถกล่าวได้ว่ายากีร่ากับตากีร่านั้นเป็นตัวตนที่อยู่จุดสูงสุดของสัตว์อสูรในเทือกเขาแห่งนี้

 

อำนาจของทั้งสองนั้นไม่เป็นที่เปิดเผย แต่ก็สามารถคาดเดาได้ว่าพวกมันทั้งสองนั้นมีพลังเทียบเท่ากับจักรพรรดิเวทย์

 

ยากีร่ากับตากีร่านั้นเป็นผู้สร้างกฎและผู้คุมกฎของเทือกเขาแห่งนี้ เมื่อมีสัตว์อสูรตนใดคิดฝ่าฝืนกฎ พวกมันทั้งสองนั้นไม่จำเป็นต้องปรากฏตัว เพียงแค่พลังอันเล็กน้อยก็สามารถส่องผ่านท้องฟ้าลงโทษสัตว์อสูรที่ฝ่าฝืนได้แล้ว

 

ตัวตนของทั้งสองจึงเต็มไปด้วยอำนาจและความลี้ลับ

 

ว่ากันว่าพวกมันทั้งสองนั้นเป็นจ้าวภูเขาลูกที่เจ็ดและเป็นผู้ปกครองเทือกเขาไร้ทัดทานที่แท้จริง

 

“ตะ ... แต่มันคือมนุษย์ มันไม่ใช่สัตว์อสูรที่เป็นจ้าวภูเขา” กะโหลกทมิฬเอ่ยแย้งด้วยความหวาดกลัว

 

ชื่อของยากีร่ากับตากีร่านั้นสร้างความกลัวให้แก่มันเป็นอย่างมาก

 

ซามัวไม่แม้แต่ที่จะเหลือบมองกะโหลกทมิฬ เธอนั้นเอยออกมาอย่างเย็นชาว่า

 

“ดวงตาของเจ้านี่ช่างมืดบอด เจ้านั้นเป็นคนโง่ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเจ้านั้นไม่ใช่มนุษย์ แต่มันคือสัตว์อสูรผู้สืบทอด มันได้สืบทอดเจตจำนงของเจ้านั่น จ้าวภูเขาลูกที่สี่” ซามัวมองเอริกอย่างเย็นชา “จงอย่าสร้างความเดือดร้อนให้แก่เทือกเขา หากเจ้านั่นกลับมา ไม่แน่ว่าแม้แต่ท่านยากีร่ากับท่านตากีร่าก็ไม่สามารถรับมือได้ง่ายๆ”

 

ยามที่ซามัวพูดถึง “เจ้านั่น” ดวงตาของเธอนั้นปรากฏความเกรงกลัวออกมา

 

เมื่อหมดสิ้นคำพูดร่างของซามัวก็สลายกลายเป็นละอองดอกไม้พัดหายไปกับอากาศ ราวกับว่าตัวตนของเธอนั้นไม่เคยปรากฏมาก่อน

 

ทิ้งไว้เพียงตัวตนทั้งสองที่จ้องมองกันด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน

 

โลกกลายเป็นเงียบลง

           

กะโหลกทมิฬไม่เคลื่อนไหว ภาพเหตุการณ์เงียบไปชั่วขณะ

           

เอริกในร่างมังกรนั้นก็เริ่มที่จะเคลื่อนไหว

 

เมื่อนี่คือโอกาส เอริกก็ไม่อาจปล่อยไปได้

           

เอริกไม่ต้องการที่จะเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับ 9 อยู่แล้ว มันทั้งไม่คุ้มค่าและไม่มีเหตุผลที่จะต่อสู้ เขาไม่อยากเสียเวลาที่จะพาเมอร์ลินเข้าสู่ภูเขาลูกที่สี่

 

            มังกรร่างมหึมาขยับปีกบินข้ามผ่านท้องฟ้า ฟ้าดินมืดครึ้มอย่างฉับพลัน

 

            พริบตาเดียวร่างของสิ่งมีชีวิตในตำนานก็ตัดผ่านเส้นขอบฟ้า

 

            กะโหลกทมิฬนั้นยังคงนิ่งเฉย ไม่เคลื่อนไหวไม่พูดจา เปิดเผยอารมณ์ที่เงียบงัน

 

            ไม่นานเอริกก็กลายร่างเป็นมนุษย์และมาถึงยอดเขาลูกที่สี่อย่างรวดเร็ว

 

            ทันทีที่มาถึงยอดเขาลูกที่สี่ ม่านพลังที่แข็งแกร่งก็เผยอำนาจต่อสายตา ม่านพลังนี้แผ่กลิ่นอายอันน่าเกรงขาม

 

            อักขระเวทย์สีดำปรากฏเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต พลังที่น่าเกรงขามนั้นแผ่ออกไปในระดับที่น่าหวาดกลัว

 

            อักขระขั้นสีดำนั้นเป็นจุดสูงสุดของพลังอักขระ กระทั่งจักรพรรดิเวทย์ก็ไม่สามารถเจาะผ่านได้อย่างง่ายดาย

 

            ภูเขาลูกที่สี่คือภูเขาที่ “เจ้านั่น” ที่ซามัวพูดถึงเป็นผู้ปกครอง

 

            ในตอนที่ซามัวพูดถึงเจ้านั่น นัยน์ตาของเธอปรากฏความเกรงกลัว เธอกระทั่งพูดว่าเจ้าของเทือกเขาอย่างยากีร่าและตากีร่ายังรับมือเจ้านั่นได้อย่างยากลำบาก

 

            หากตัวตนของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิเวทย์ยังรับมือได้ยากลำบาก แน่นอนว่า “เจ้านั่น” ของซามัวจะต้องเป็นตัวตนที่ท้าทายอำนาจเป็นอย่างมาก

 

            ม่านพลังอักขระขั้นสีดำนี้คงเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของมันเท่านั้น

 

            นี่จึงเป็นเหตุผลที่ไม่ทำให้น่าแปลกใจเลยว่า แม้จ้าวภูเขาลูกนี้จะไม่อาศัยอยู่ แต่ยอดเขานั้นก็จะไม่ถูกยึดครอง

 

            ทั้งหมดนี้เป็นเพราะม่านพลังอักขระขั้นสีดำนั่นเอง

 

            เอริกแบกร่างของเมอร์ลินลอยอยู่กลางอากาศ เขายื่นมือออกไปและแสดงแหวนประจำตระกูลของเขาออกไปเบื้องหน้า

 

            แหวนแห่งดราก้อนเอสนั้นเป็นแหวนผลึกสีแดงที่มีรูปลักษณ์ของตัวอักษรรูปตัวเอสอยู่ตรงกลาง

 

            แหวนนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยบรรพบุรุษตระกูลดราก้อนเอส แน่นอนว่าม่านพลังอักขระขั้นสีดำนี้ก็เช่นกัน

 

            ทันทีที่แหวนถูกแสดงออกมาอำนาจนั้นก็กลายเปิดกุญแจเบิกทาง

 

            “จงเปิด” เอริกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ

 

            เวิง!

 

            ทันใดนั้นเองม่านพลังอักขระขั้นสีดำก็เกิดรอยแตกร้าว อำนาจของตระกูลดราก้อนเอสนั้นเจาะผ่านและเบิกเป็นเส้นทาง พลังอักขระขั้นสีดำนั้นยอมรับในตัวตนของแหวนและอนุญาตให้ก้าวผ่าน

 

            เอริกนำเมอร์ลินลอดผ่านช่องว่างนั้นทันที

 

            เมื่อเอริกผ่านช่องว่างนั้นมาได้ ช่องว่างนั้นก็กลายเป็นพร่ามัวและหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น ม่านพลังที่แข็งแกร่งและทรงพลังนี้ยังคงเป็นปราการที่หนาแน่นอยู่เช่นเดิม

 

            ภายในอาณาเขตพื้นที่ยอดเขาลูกที่สี่นี้เป็นเขตหวงห้าม ม่านพลังนี้ปกป้องยอดเขาลูกนี้อย่างสมบูรณ์ กระทั่งตัวตนอย่างยากีร่าและตากีร่าก็ไม่กล้าที่จะยั่วยุยอดเขาลูกนี้

 

            เอริกได้เขามาถึงบนยอดเขาลูกที่สี่ ภาพที่เห็นเบื้องหน้านี้ยังคงเหมือนเดิม

 

            บนยอดเขานั้นไม่มีสิ่งปลูกสร้างที่อลังการหรือของวิเศษที่มีอำนาจท้าทายโลก มันเป็นเพียงสถานที่ที่เป็นทุ่งหญ้ากว้างและกระท่อมเล็กๆ หลังหนึ่งเท่านั้น

 

            แต่ทว่าสิ่งหนึ่งที่พิเศษและแตกต่างนั้นคือสถานที่แห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของพลังเวทย์ที่หนาแน่น

 

            ความหนาแน่นของมันสามารถเทียบเท่ากับชั้น 25 ของหอคอยมหาเวทย์เลยก็ว่าได้

 

            มันเป็นสถานที่ที่ใช้ในการบ่มเพาะที่ยอดเยี่ยมและสามารถรักษาอาการของเมอร์ลินได้

 

            ความจริงมันสามารถเรียกได้ว่าเทือกเขาไร้ทัดทานนั้นเป็นสถานที่ที่มีพลังเวทย์หนาแน่นเป็นพิเศษ แม้แต่ด้านล่างของเทือกเขาเองก็มีความหนาแน่นของพลังเวทย์ที่มากกว่าสถานที่ที่เผ่าพันธุ์อื่นอาศัยอยู่

 

            ด้วยความหนาแน่นของพลังเวทย์นี้เอง จึงทำให้สัตว์อสูรที่อยู่ในเทือกเขานั้นมีพลังที่มากกว่าปกติและเติบโตเป็นสัตว์อสูรที่มีระดับร้ายกาจเป็นจำนวนมาก ยิ่งอาศัยอยู่ในยอดเขาที่สูงมากเท่าไหร่ พลังเวทย์ก็จะมีความหนาแน่นมากขึ้นเท่านั้น

 

            ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าสัตว์อสูรเหล่านี้จะร้ายกาจมากเพียงใด แต่พวกมันก็ไม่สามารถออกไปจากอาณาเขตของเทือกเขาได้ นั่นเป็นเพราะม่านพลังของตากีร่าและย่ากีร่า

 

            ม่านพลังของตากีร่าและย่ากีร่านั้นปิดกั้นพลังเวทย์ที่อยู่ในเทือกเขาไม่ให้รั่วไหล นี่จึงเป็นเหตุให้สถานที่แห่งนี้มีพลังเวทย์ที่หนาแน่นเป็นพิเศษ และอีกข้อหนึ่งคือด้วยพลังของม่านพลังนี้เช่นกัน มันทำให้สัตว์อสูรจำนวนมากถูกปิดกั้นไม่ให้ออกไปจากเทือกเขานี้ได้

 

            แต่มันยังมีข้อยกเว้น เพราะพลังนี้สามารถปิดกั้นสัตว์อสูรที่อยู่ภายใต้อาณาเขตของเทือกเขาเท่านั้น หากเป็นมนุษย์หรือเผ่าพันธุ์อื่นหลงเข้ามา พวกเขานั้นสามารถเข้าออกที่นี่ได้หากพวกเขามีความสามารถเอาชีวิตรอดกลับไป

 

            มีคนจำนวนมากที่ต้องการท้าทายเทือกเขาแห่งนี้ แต่ก็มีน้อยคนนักที่จะมีชีวิตรอดกลับไป

 

            มันสามารถเรียกได้ว่าม่านพลังนี้สามารถเข้ามาได้ง่ายแต่กลับออกไปได้ยาก            

 

แล้วเหตุใดกันที่คนของตระกูลดราก้อนเอสถึงสามารถเข้าออกสถานที่แห่งนี้ได้ดั่งใจ?

 

มิหนำซ้ำพวกเขายังมีความเกี่ยวข้องกับยอดเขาลูกที่สี่ และมีความสัมพันธ์กับ “เจ้านั่น” ที่ซามัวพูดถึง

 

ตั้งแต่เกิดเรื่องที่ลูกเมียของเอริกตายและพลัดพรากจากกัน ความจริงเขาต้องการจะเร้นกายจากโลกภายนอกปิดประตูไม่ต้อนรับผู้ใด เอริกต้องการใช้ที่แห่งนี้ปลีกวิเวก แต่ทว่าแหวนประจำตระกูลที่เป็นกุญแจผ่านนั้นไม่ได้อยู่ที่ตัวเขาเพราะมันอยู่ที่เมย์ นั่นจึงทำให้เขาไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่

 

ตอนนี้เอริกได้กลับมายังสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง เขาไม่ได้มาเพราะความตั้งใจดังความคิดก่อนหน้านี้ แต่เขาต้องการมาที่นี่เพื่อที่จะรักษาเมอร์ลินผู้เป็นหลานชายของเขา

           

เอริกพาร่างของเมอร์ลินไปที่กระท่อมหลังเล็ก

 

            กระท่อมนี้ไม่ใช่กระท่อมธรรมดา ท่อนซุงสีดำแต่ละท่อนที่ใช้สร้างกระท่อมนั้นเปล่งประกายกลิ่นอายอันทรงอำนาจออกมาราวกับเป็นอำนาจของตัวตนที่ยิ่งใหญ่

           

กระท่อมนี้ถูกควบแน่นด้วยพลังเวทย์ที่มหาศาล อำนาจแห่งเวทย์นั้นพลุ่งพล่านมหาศาล

 

            กระท่อมหลังนี้ถูกสร้างมาจากพลังอักขระขั้นสีดำ พลังซึ่งเป็นจุดสูงสุดของพลังอักขระ

 

            แม้ทุกคนจะรู้ดีว่าพลังอักขระนั้นมีประโยชน์มากมาย แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าเมื่อเข้าสู่ดินแดนของผู้ใช้อักขระระดับสูง พวกเขาเหล่านั้นสามารถควบแน่นพลังอักขระให้กลายเป็นสิ่งของได้ ดังเช่นค่ายกลเขาวงกตของโซโลมอนหรือกระท่อมที่ทรงพลังหลังนี้

 

            เอริกวางเมอร์ลินบนเตียงสีดำที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายโบราณ มันทั้งเก่าแก่และทรงพลัง

 

            ทันทีที่เมอร์ลินได้นอนลงบนเตียงสีดำ ใบหน้าของเด็กน้อยก็ผ่อนคลายและดูดีขึ้นเป็นอย่างมาก

 

            เตียงนี้เป็นสมบัติของตระกูลดราก้อนเอส ว่ากันว่ามันถึงสร้างขึ้นมาด้วยฝีมือของบรรพบุรุษของตระกูล มันสามารถช่วยในการบ่มเพาะของสายเลือดของตระกูลได้

 

            ถูกต้องแล้ว เตียงนี้มีไว้ใช้สำหรับคนของตระกูลดราก้อนเอสเท่านั้น หากผู้อื่นได้ครอบครองมันจะกลายเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น นั่นเป็นเพราะว่ามันถูกสร้างโดยพลังอักขระของบรรพบุรุษตระกูลดราก้อนเอสอย่างแท้จริง

 

            เตียงนี้เต็มไปด้วยเจตจำนงของเอส

 

            สมบัตินี้ย่อมไม่ยินยอมให้ผู้อื่นได้รับผลประโยชน์จากมันอย่างแน่นอน

 

            เอริกวางเมอร์ลินไว้บนเตียงเฉยๆ เขาไม่ได้ทำการอันใด เขาปล่อยให้เตียงนี้รักษาจักรวาลหัวใจของเมอร์ลิน

 

            พลังเวทย์จำนวนมากค่อยๆ ไหลเข้าสู่ร่างของเมอร์ลิน มันค่อยๆ รักษาจักรวาลหัวใจและค่อยๆ บ่มเพาะพลังเวทย์ของเมอร์ลินในเวลาเดียวกัน

 

            เอริกนั้นนั่งมองหลานชายด้วยแววตาที่ว่างเปล่า สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้คือการรอเพียงเท่านั้น

 

            ชายชราหลับตาลงและทำสมาธิ เขาเริ่มที่จะทำการบ่มเพาะพลังเวทย์ของตนเองด้วยเช่นกัน

 

            ยอดเขาแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยพลังเวทย์ที่แข็งแกร่ง มันเหมาะสมเป็นอย่างมากที่จะทำการบ่มเพาะพลัง

 

            มันไม่ใช่สถานที่ที่จะหาได้ง่ายๆ หนึ่งชีวิตของคนคนหนึ่งนั้นไม่ง่ายเลยที่จะพบเจอกับสถานที่เช่นนี้

 

            เอริกอาศัยโอกาสนี้รักษาหลานชายและเริ่มทำการบ่มเพาะพลังของตนเอง

 

            ในตอนนี้เอริกเหมือนกับกลับมามีชีวิตใหม่ เขานั้นยังมีความหวังที่จะมีชีวิตอยู่มองดูลูกหลานของเขาเติบโต

 

            ตั้งแต่ที่เอริกสิ้นหวัง เขานั้นได้หยุดบ่มเพาะมาเป็นเวลานาน แต่ตอนนี้เขานั้นมีความหวังและเริ่มที่จะทำการบ่มเพาะพลังของตนเองอีกครั้ง

 

            สายน้ำแห่งกาลเวลาไหลผ่านไปถึง 2 เดือน

 

            เอริกนั้นยังคงหลับตาอยู่ข้างๆ เมอร์ลิน เขาทราบว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะรักษาเมอร์ลินให้ฟื้นขึ้นมาได้โดยเร็ว เขานั้นยังคงรออย่างใจเย็นและคอยสำรวจจักรวาลหัวใจของเมอร์ลินอยู่เสมอ

 

            เวลาผ่านไป จักรวาลหัวใจของเมอร์ลินก็ค่อยๆ ถูกเยียวยา

 

            พลังเวทย์ภายในจักรวาลหัวใจของเมอร์ลินเพิ่มสูงขึ้น มวลพลังเวทย์นั้นหนาแน่น แต่ยังไม่จับตัวเป็นวงเวทย์บ่มเพาะ พลังของเมอร์ลินนั้นราวกับเมล็ดพันธุ์ที่พร้อมรอการบ่มเพาะ

 

            วงเวทย์สีขาวหนึ่งวงภายในจักรวาลหัวใจของเมอร์ลินนั้นสมบูรณ์และเปล่งประกายเป็นอย่างมาก

 

            ในเดือนถัดไป เอริกก็เกิดเห็นความผิดสังเกต

 

            บนร่างของเมอร์ลินนั้นปรากฏของเหลวสีดำที่ส่งกลิ่นเหม็นปะทุออกมาจากรูขุมขน

 

            บรรยากาศภายในห้องนั้นราวกับมีคลื่นพลังที่ประหลาดปรากฏ

 

แรงกดดันที่มองไม่เห็นนี้ทำให้เอริกถึงกับต้องขมวดคิ้ว

 

เอริกได้นำเมอร์ลินไปชำระล้างร่างกาย

 

เมื่อของเหลวสีดำนั้นถูกขจัดจนหมด ร่างของเมอร์ลินก็ปรากฏผิวพรรณที่เปล่งปลั่งราวกับผิวของทารก สุขภาพผิวของเขานั้นไม่เหมือนกับคนป่วยที่นอนซมอยู่บนเตียงเลยแม้แต่น้อย

 

เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ นับหลายครั้ง จนเอริกรู้สึกแปลกใจ

 

เมื่อทำการตรวจสอบร่างกายของเมอร์ลิน เอริกก็พบว่ามันปกติดี เขาจึงทำได้แค่เก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจ

 

ผ่านไปหลายเดือนในที่สุดเมอร์ลินก็ฟื้นคืนสติ

 

เอริกได้ยินเสียงของหลานชายตะโกนออกมาอย่างรุนแรง ท่าทางของเขานั้นราวกับกำลังอยู่ในฝัน

 

ข้าไม่ได้ทำ!

 

ข้าไม่ได้ทำ!

 

ข้าไม่ได้ทำ!

 

เอริกลืมตาและรีบลุกขึ้นไปดูอาการของหลานชาย

 

ร่างของเมอร์ลินเต็มไปด้วยหยดเหงื่อ ร่างทั้งร่างนั้นเปียกโชกโทรมกาย มือน้อยๆ นั้นปัดป่ายไปมาอย่างหวาดกลัว สีหน้าของเขานั้นปรากฏความกังวลอย่างชัดเจน

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.329K ครั้ง

29,588 ความคิดเห็น

  1. #28905 zaaaaa2106 (@zaaaaa2106) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 00:26
    พลังมีเเต่คนกลัวแต่พอสู้ฝั่งตัวเอกเราก็ไม่ชนะขาดลอยเลยสักครั้ง
    #28905
    0
  2. #28697 spriteppp (@spriteppp) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 20:21
    ตอนต่อไปคงเป็นการเล่าฝันของเมอร์รินสินะ
    #28697
    0
  3. #24638 plai-R2 (@plai-R2) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 18:11
    คงไปทำใครท้องในฝันล่ะสิ 555
    #24638
    2
    • #24638-1 taeknaitood (@taeknaitood) (จากตอนที่ 80)
      5 ตุลาคม 2561 / 22:50
      เลื่อนเจอคอมมโม้นี้ ลั่นเลย55555
      #24638-1
    • #24638-2 DECEMTUES (@DECEMTUES) (จากตอนที่ 80)
      16 ธันวาคม 2561 / 09:00
      ตาแก่ที่ชอบแต่ปิดตัวฝึกฝนจะทำใครท้องได้ล่ะ555
      #24638-2
  4. #23801 Soranomika (@Soranomika) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 12:59

    แล้วก็ไปหา เจตจำนงแห่งD ไฟ้กับเจตจำนงแห่งไฟของโคโนฮะ

    #23801
    0
  5. #23616 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 03:55
    ตื่นเสียที
    #23616
    0
  6. #22637 Demoue (@Demoue) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 23:57
    มีตากีล่า มีย่ากีล่า ไม่มีปู่กีล่ากับยายกีล่าหรอ555
    #22637
    3
    • #22637-2 oRolA (@kanumbang) (จากตอนที่ 80)
      13 มิถุนายน 2561 / 19:12
      555555 โอ๊ย ขำเม้นนี้มากค่ะ นี่ก็แอบคิดอยู่เหมือนกัน
      #22637-2
    • #22637-3 Zerlia (@zerlia) (จากตอนที่ 80)
      27 มิถุนายน 2561 / 16:05
      โอ๊ยฮา!!! 5555+
      #22637-3
  7. #22159 Bitchet (@russameejun) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 00:07
    แล้วถ้าเป็นเจตจำนงของดีอ่ะ
    D:ฉันจะเป็นราชาโจรสลัดให้ได้เลย ///กำๆ ผิดเรื่อง5555
    #22159
    0
  8. #21499 _Late_ (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 14:17
    ฝันถึงอาเธอร์สิจะได้ไม่เป็นแบบนี้
    #21499
    0
  9. #21469 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 18:31
    ฝันอาไยย
    #21469
    0
  10. #21456 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 22:26
    สงสัยจะฝันดี 5555
    #21456
    0
  11. #21400 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 08:17
    สนุกมากกกกกๆๆๆ
    #21400
    0
  12. #21394 #DESTINY# (@MarkTC) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 11:47
    สนุกมากครับ รีบๆมาต่อนะ
    #21394
    0
  13. #21393 Iffy_kv (@Iffy_kv) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 06:56
    อยากรู้มากเลยภาย3จะคลายปมไรบ้าง เอริกหายไปไหน,พ่อเมอร์ลินคือ,สมบัติชิ้นที่3,ตระกูลs
    #21393
    0
  14. #19618 sovy1212312121 (@sovy1212312121) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:34
    วันพีชบ่หนิ
    #19618
    0
  15. #18836 zlp34 (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 14:51
    เจอเตกิร่า เข้าไปน่าจะสู้ไม่ได้ เมาก่อน
    #18836
    0
  16. #17549 Unnilium (@litium) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 21:08
    มีเบื้องหลังตื่นเต้นๆ
    #17549
    0
  17. #15851 Kurokawa Tamotsu (@kurokawa99) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 06:12
    ชื่อตอนพิมพ์ผิดนะครับ
    #15851
    0
  18. #15258 DarkSaylai (@meloly) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 01:24
    คนแต่งถามใครล่ะเนี่ย 555555
    #15258
    0
  19. #14899 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 19:53
    คำถามเตมเลยยย
    #14899
    0
  20. #13038 Supakorn Thammawong (@ijhs_aloha) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 23:56
    รอเจ้านายที่แท้จริงแห่งป่ามายากลับมา เอ้ยม่ายช่าย
    #13038
    0
  21. #13031 twnm (@twnm) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 19:24
    ขออ่านต่อเลยนะครับ
    ขอบคุณครับ
    #13031
    0
  22. #12976 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 23:33
    อ่านั่นสิ แต่จะเป็นไรก็แล้วแต่
    ที่แน่ๆจะได้เป็นเซียนจอมเวทย์อย่างแน่นอน อิอิ
    #12976
    0
  23. #12884 arigato. (@thank-naka) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 15:44
    นี้ปมปัญหา หรือหูฟังพีนกับสายชาร์ต คนอ่านลุ้นไปด้วยแล้วเนี่ย

    หรือนี้เป็นการเปิดตัวนางเอกอย่าเป็นทางการ #ผิด
    #12884
    0
  24. #12853 สายลม (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 15:14
    ขอบคุณครับ
    #12853
    0
  25. #12821 Bank-BoxBox (@Bank-BoxBox) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 07:16
    ไรท์คับใจเย็นๆ กินข้าว กินน้ำ พักผ่อนเยอะๆ ท่อนสุดท้ายนั้น ทะลุ มิติมาหรอถับ สู้ๆ
    #12821
    0