ตอนที่ 61 : การลงมือของกลุ่มเหยี่ยว (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1396 ครั้ง
    16 ธ.ค. 60

การต่อสู้นี้รุนแรงเป็นอย่างมาก หัวหน้าสัตว์อสูรนั้นมีพลังที่ไม่ธรรมดา มันต่างจากระดับของสัตว์อสูรทั่วไป อำนาจของมันสามารถฆ่านักเวทย์คนหนึ่งได้อย่างง่ายดาย

 

สำหรับนักรบเวทย์แม้สามกิลด์ใหญ่จะขึ้นชื่อว่าเป็นกิลด์ที่ทรงอำนาจ แต่หากจะหาคนที่มีพลังในขั้นนักรบเวทย์นั้นกลับหาได้น้อย และเท่าที่มีอยู่ก็คือนักรบเวทย์ที่มีความสามารถธรรมดา

 

นอกจากพลังเวทย์แล้ว พลังทางสายเลือดนั้นก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก ช่องว่างระหว่างคนธรรมดาและผู้ครอบครองขีดจำกัดทางสายเลือดนั้นมีอยู่มาก

 

แม้จะมีพลังในระดับเดียวกัน แต่ทั้งสองก็ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้

 

มันมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถทำลายขอบเขตความเข้าใจนี้ อย่างเช่นอัลเกรีย ชายที่มีพื้นเพมาจากคนธรรมดา แต่กลับมีพลังและการบ่มเพาะที่ยอดเยี่ยม

 

ผ่านไปช่วงเวลาหนึ่ง การต่อสู้ของสามกิลด์ใหญ่กับหัวหน้าสัตว์อสูรก็เริ่มดุเดือดมากขึ้น ลูกสมุนของหัวหน้าสัตว์อสูรปรากฏตัวขึ้นเรื่อยๆ สมาชิกของกิลด์เหล่านั้นต่างบาดเจ็บล้มตายไปเรื่อยๆ บางคนกระทั่งหลบหนีของการต่อสู้นี้

 

แต่ในช่วงเวลานั้นเองคนคนหนึ่งของกิลด์หงส์เพลิงก็อาศัยจังหวะที่ดีสามารถตัดแขนของหัวหน้าสัตว์อสูรได้

 

หัวหน้าสัตว์อสูรตัวนี้มีรูปร่างใหญ่โต รอบๆ ศีรษะของมันปรากฏดวงตารายรอบถึง 6 ดวง มือทั้งสองข้างของมันถือดาบรูปร่างประหลาดเป็นอาวุธ แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้มันได้สูญเสียแขนไปข้างหนึ่ง

 

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสัตว์อสูรที่มีพลังเทียบเท่ากับนักรบเวทย์ แต่หัวหน้าสัตว์อสูรนั้นกลับเป็นตัวตนที่พิเศษ มันทั้งมีพลังเวทย์และพลังชีวิตที่มากกว่าสัตว์อสูรปกติ อีกทั้งยังสามารถใช้พลังเวทย์ประจำตัวของมันโจมตีเป็นวงกว้างได้อีกด้วย

 

บัดนี้หัวหน้าสัตว์อสูรได้สูญเสียแขนไปข้างหนึ่ง สิ่งนี้ทำให้ความโกรธของมันปะทุขึ้น

 

ดวงตาทั้ง 6 ฉายแสงสีแดงออกมาอย่างน่าสะพรึง มันกำลังจะเข้าสู่สภาวะบ้าคลั่ง

 

มันอาจจะไม่เป็นอันใดหากทำการต่อสู้กับสัตว์อสูรที่อยู่ในสภาวะปกติ แต่ถ้าหากเป็นสัตว์อสูรที่อยู่ในสภาวะบ้าคลั่งแล้วมันนับว่าลำบากและเข้าขั้นวิกฤต

 

การกำจัดหัวหน้าอสูร หากเป็นไปได้ควรกำจัดในสภาวะปกติ ไม่เช่นนั้นแล้วสภาวะบ้าคลั่งนั้นอาจจะทำให้โอกาสนั้นหมดลง

 

"เกร์เทล" เสียงทุ้มของอัลเกรียถูกเอ่ยขึ้น

 

ก่อนหน้านี้นั้นเขายังมีท่าทีที่นิ่งเฉย แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เขานั้นเริ่มที่จะทำอะไรบางอย่าง

 

เกร์เทลลุกขึ้นบิดขี้เกียจก่อนจะเอ่ย

 

"รู้แล้ว ... รู้แล้ว" เกร์เทลรับคำด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยหน่าย การให้รออยู่เฉยๆ นั้นทำให้เขารู้สึกขี้เกียจขึ้นมา

 

เกร์เทลทำการร่ายเวทย์ของเขาอยู่พักหนึ่ง ในตอนนั้นเองรอบๆ สมาชิกกลุ่มเหยี่ยวก็ปรากฏม่านพลังธาตุน้ำที่มีลักษณะคล้ายกับฟองสบู่ มันทั้งโปร่งใสและดูยืดหยุ่น แม้มันจะดูเหมือนฟองสบู่แต่มันก็มีความเหนียวและไม่แตกสลายได้ยาก

 

ตราบใดที่เกร์เทลยังคงส่งพลังเวทย์ให้กับมัน ม่านพลังนี้จะไม่ถูกทำลาย

 

เมื่อพวกเขาเริ่มเคลื่อนไหว สมาชิกหลายคนขยับตัวอย่างชินชา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเจอกับสถานการณ์แบบนี้

 

ข้อได้เปรียบของกลุ่มเหยี่ยวนอกจากมีสมาชิกที่มีความสามารถหลากหลายแล้ว พวกเขายังมีประสบการณ์ที่สร้างความได้เปรียบ และสิ่งนี้เองจึงทำให้ความน่าเกรงขามของกลุ่มเหยี่ยวนั้นคงอยู่มาหลายรุ่น

 

เมื่อหัวหน้าของสัตว์อสูรเข้าสู่สภาวะคลั่งสัตว์อสูรมักจะปล่อยเวทย์โจมตีวงกว้างออกมา

 

หัวหน้าของสามกิลด์ใหญ่เองก็ได้สั่งการให้สมาชิกกิลด์ของตนบางส่วนทำการตั้งรับและบางส่วนนั้นถูกสั่งให้ถอยออกไปให้ห่างมากที่สุด

 

แน่นอนว่าในฐานะอดีตสมาชิกกลุ่มเหยี่ยว พวกเขาก็มีประสบการณ์เหล่านี้เช่นเดียวกัน

 

ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะสามกิลด์ใหญ่มีจำนวนสมาชิกที่มากเกินไป พวกเขาจึงไม่สามารถกางเวทย์ป้องกันให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพได้

 

ส่วนกลุ่มเหยี่ยวนั้นมีจำนวนสมาชิกที่ไม่มากและพวกเขายังมีสิบเปลี่ยนแปลงอย่างเกร์เทล การรับแรงโจมตีในระดับนักรบเวทย์นั้น ม่านพลังของเกร์เทลสามารถดูดซับการโจมตีนี้ได้อย่างไม่ยากเย็น

 

ทันใดนั้นเองการโจมตีวงกว้างของหัวหน้าสัตว์อสูรก็เริ่มขึ้น มันใช้ระยะเวลาการร่ายเวทย์โจมตีวงกว้างนี้อยู่นานพอสมควร แม้ว่ามันจะเป็นสัตว์อสูร แต่การโจมตีวงกว้างนั้นจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการที่นานไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ธรรมดา

 

เสียงหึ่งๆ ของคลื่นความร้อนดังขึ้นอย่างน่ากลัว เสียงนี้สามารถเหยียบย่ำหัวใจของผู้คนให้ตกลงไปได้

 

ลูกไฟขนาดใหญ่ยักษ์ปรากฏขึ้น ณ ส่วนบนของห้อง

 

เปลวเพลิงอันร้อนแรงกำลังห่อหุ้มวัตถุทรงกลมที่คาดว่าจะเป็นก้อนหินเอาไว้ ทันใดนั้นเองลูกไฟเหล่านี้ร่วงตกลงมาทั่วทั้งบริเวณราวกับดาวตกกำลังถล่มโลก ระยะการโจมตีของมันสร้างความเสียหายให้แก่สามกิลด์ใหญ่เป็นอย่างมาก

 

ในเวลานั้นเองสามกิลด์ใหญ่ได้สั่งการให้ถอนกำลังอย่างเร่งด่วน การโจมนี้ร้ายกาจเกินไปพวกเขาไม่อาจต้านทานพลังนี้ได้

 

ตูม ตูม ตูม!

 

เสียงหึ่งๆ และการระเบิดยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

หลายคนได้รับบาดเจ็บ หลายคนนั้นได้เสียชีวิตไปกับการโจมตีนี้

 

สามกิลด์ใหญ่มองไปยังกลุ่มเหยี่ยวอย่างโกรธแค้น ตั้งแต่ต้นจนจบพวกเขานั้นอยู่ในเหตุการณ์นี้ตลอดแต่กลับไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

 

ม่านพลังเวทย์ที่คล้ายกับคลื่นน้ำนั้นสามารถรองรับการโจมตีนี้ได้อย่างน่าอิจฉา

 

ความนิ่งเฉยของกลุ่มเหยี่ยวนั้นได้สร้างความโกรธแค้นแก่สามกิลด์ใหญ่เป็นอย่างมาก

 

พวกเขาไม่อาจต่อสู้กับหัวหน้าสัตว์อสูรตัวนี้ได้อีกต่อไป การเดินทางของพวกเขาจบลงเพียงแค่ชั้นที่ 3 ดินแดนชั้นที่ 4 นั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อาจเอื้อมถึง

 

สามกิลด์ใหญ่จึงต้องถอนตัวออกไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

แม้เป็นการถอนตัวแต่พวกเขาก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความสูญเสีย หัวหน้าสัตว์อสูรและลูกสมุนนั้นไล่ล่าผู้จนอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งพวกเขาที่เหลือนั้นได้เคลื่อนผ่านพ้นออกจากห้องแห่งนี้ไป ชีวิตของพวกเขาจึงสัมผัสกับความปลอดภัยอย่างแท้จริง

 

ตอนนี้ภายในห้องของหัวหน้าสัตว์อสูรนั้นหลงเหลือมนุษย์เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น นั่นก็คือคนของกลุ่มเหยี่ยว

 

"ได้เวลาแล้ว พวกเราออกไปยืดเส้นยืดสายกันเถอะ" อัลเกรียกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฮึกเหิม

 

สมาชิกกลุ่มเหยี่ยวเริ่มเคลื่อนไหวทันที

 

พรึบ พรึบ พรึบ!

 

ร่างเงาของคนทั้ง 11 คน เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พวกเขามุ่งหน้าเข้าสู่สมรภูมิการต่อสู้ 

 

ทันใดนั้นเองหนึ่งในสมาชิกกลุ่มเหยี่ยวที่เป็นหญิงสาวสวมเสื้อคลุมปิดบังใบหน้านั้นก็เปิดเผยตัว เธอเคลื่อนไหวพร้อมกับร่ายเวทย์ออกมาอย่างรวดเร็ว มือทั้งสองข้างของเธอนั้นทำสัญลักษณ์บางอย่างสับเปลี่ยนไปมา

 

ช่วงเวลาหนึ่งการร่ายเวทย์ของเธอก็เสร็จสิ้น เธอยื่นทั้งสองมือขาวออกไปข้างหน้า วงเวทย์สีขาวภายในร่างทำงานอย่างต่อเนื่อง การร่ายเวทย์ของเธอนั้นเร่งเร้าวงเวทย์สีขาวภายในร่างให้สร้างพลังเวทย์มหาศาลออกมา

 

วงเวทย์จำนวนมาปรากฏเบื้องหน้าของเธอ

 

พลันพลังสีดำก็พุ่งออกจากวงเวทย์เหล่านั้น

 

พลังสีดำนั้นคล้ายกับลำแสงปืนใหญ่ มันพุ่งออกไปอย่างรุนแรงมุ่งสู่เป้าหมาย

 

ลำแสงสีดำนั้นไม่ใช่ลำแสงทำลายล้าง มันเป็นลำแสงที่ใช้สำหรับพันธนาการศัตรู

 

หัวหน้าสัตว์อสูรถูกลำแสงสีดำนั้นโอบรัดพันอย่างแน่นหนา มันไม่สามารถขยับตัวและเคลื่อนไหวใดๆ ได้เมื่อติดอยู่กับพันธนาการนี้

 

ในตอนนั้นเองเด็กน้อยที่มีอายุน้อยที่สุดของกลุ่มก็เริ่มเคลื่อนไหว เขาคือผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ครอบครองทวิธาตุ และสิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นคือเขาสามารถใช้เวทย์มิติได้

 

เมอร์ลินลงมือทำตามแผนการที่วางไว้ เขาได้ทำการสร้างบ่อหลุมมิติขนาดใหญ่ที่มีความกว้างมากกว่าสิบเมตรขึ้นมา ซึ่งก่อนหน้าที่เขาจะลงมือ เขาได้ทำการร่ายเวทย์นี้หน่วงเวลาเอาไว้อยู่แล้ว

 

การสร้างบ่อหลุมมิตินั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาในเวลานี้ แต่การสร้างบ่อหลุมมิติที่มีความกว้างกว่า 10 เมตรนั้นเขาจะต้องใช้เวลาในการร่ายเวทย์ที่นานกว่าเดิมและใช้พลังเวทย์ที่มากกว่าเดิม

 

แม้ว่าเมอร์ลินจะใช้น้ำยาฟื้นฟูเวทย์คุณสมบัติแฝงเพื่อลดระยะเวลาการร่ายเวทย์แล้ว แต่มันก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เขาจึงทำการหน่วงพลังเวทย์บทนี้เอาไว้แล้วปลดปล่อยมันออกมาในทีเดียว

 

บ่อหลุมมิตินั้นปรากฏตัวขึ้นมาจากความว่างเปล่า ทันทีที่มันปรากฏออกมาอากาศโดยรอบนั้นเกิดการแปรปรวน บ่อนั้นมีสีดำสนิทที่ไร้ก้นบึ้ง

 

บ่อสีดำนั้นมีเสียงของลมคำรามออกมาจนน่าขนลุก หากมันปรากฏเป็นบ่อหลุมเล็กย่อมไม่สามารถสังเกตเห็นสิ่งต่างๆ เหล่านี้ แต่เมื่อมันมีขนาดที่ใหญ่โต ผู้คนย่อมสังเกตสิ่งเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน

 

มือเล็กๆ ของเมอร์ลินถูกยื่นออกไป บ่อหลุมมิตินั้นถูกบังคับให้เคลื่อนไหว

 

เมอร์ลินนั้นส่งพลังเวทย์ของเขาออกไปอย่างต่อเนื่อง วงเวทย์สีเทาภายในร่างโคจรจนเกิดเสียงคำรามต่ำๆ ออกมา

 

ด้วยความสามารถของเมอร์ลินในตอนนี้นั้นไม่สามารถใช้เวทย์บทนี้ได้นาน

 

บ่อหลุมมิติยักษ์ปรากฏอยู่เหนือศีรษะของหัวหน้าสัตว์อสูร

 

ทันทีที่เมอร์ลินกดมือให้ลงต่ำ บ่อหลุมมิติยักษ์นั้นก็ร่วงหล่นลงมาทันที

 

ครืน!!!!

 

บ่อหลุมมิตินั้นกลืนกินศีรษะของหัวหน้าสัตว์อสูร แน่นอนว่าหัวหน้าสัตว์อสูรนั้นยังมีชีวิตอยู่ เพราะถึงศีรษะของมันจะจมลงไปในบ่อหลุมมิติ แต่นั่นก็เป็นเพียงช่องว่างมิติมิติหนึ่งเท่านั้น มันไม่ใช่เวทย์ทำลายล้าง หัวหน้าสัตว์อสูรจึงยังมีชีวิตอยู่

 

เมอร์ลินสะบัดแขนออกไปอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับหุบฝ่ามือ

 

“จงหายไปซะ!!!” เด็กน้อยคำรามออกมา

 

ซูม!!!!

 

ทั้งบรรยากาศและร่างทั้งร่างของเมอร์ลินเกิดการสั่นไหว

 

ทันใดนั้นบ่อหลุมมิติยักษ์นั้นก็หดตัวอย่างรวดเร็ว การหดตัวของมันนั้นสร้างคลื่นพลังอันน่าหวาดกลัวจนสั่นสะเทือนไปทั้งอากาศ

 

จนในที่สุดบ่อหลุมมิติยักษ์ก็หดตัวและหายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

มันหายไปพร้อมกับศีรษะของหัวหน้าสัตว์อสูร

 

เมื่อไร้ศีรษะร่างกายอันใหญ่โตนั้นก็ไม่สามารถคงการทรงตัวได้อีกต่อไป บริเวณลำคอของมันเหมือนถูกของที่มีคมกวาดผ่าน เส้นเลือดสีเขียวนั้นผลิตเลือดจำนวนมากพุ่งออกมาจากลำคอนั้น

 

หัวหน้าสัตว์อสูรชั้น 3 ที่สามกิลด์ใหญ่ต่อสู้จนมีคนล้มตายจำนวนมาก จนในที่สุดพ่ายพวกเขาก็ได้พ่ายแพ้และหลบหนีไป แต่ในตอนนี้มันกลับถูกกลุ่มเหยี่ยวจัดการได้อย่างง่ายดาย

 

เพียงช่วงเวลาไม่ถึง 30 ลมหายใจ กลุ่มเหยี่ยวก็สามารถล้มสัตว์อสูรตนนี้ได้แล้ว

 

สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากขาดการวางแผนที่ดี 

 

แม้ว่าเมอร์ลินจะเป็นผู้สังหารมันกับมือ แต่หากขาดคนร่วมมือจับสัตว์อสูรตนนั้นให้หยุดนิ่งแล้ว เขาก็ไม่สามารถใช้บ่อหลุมมิติยักษ์นี้จัดการหัวหน้าสัตว์อสูรได้

 

ความน่ากลัวของกลุ่มเหยี่ยวนั้นไม่ใช่เพราะฝีมือของคนๆ เดียว แต่มันคือการทำงานกันเป็นทีม การจัดแบ่งหน้าที่โดยใช้จุดเด่นของความสามารถเป็นตัวกำหนดคือความยอดเยี่ยมของกลุ่มเหยี่ยว

           

หัวหน้าสัตว์อสูรเมื่อไร้ซึ่งศีรษะ ร่างของมันจึงดิ้นทุรนทุรายและสิ้นแรงลง

           

หญิงสาวผมดำคลายเวทย์พันธนาการ ลำแสงสีดำถูกทำให้สลายในทันที

 

แต่ยังไม่จบเท่านั้นเธอยังร่ายเวทย์บทหนึ่งขึ้นมา

 

เวทย์บทนั้นสร้างเงาดำขนาดยักษ์ขึ้นมาหลายสาย เงานั้นเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต

 

เงาดำนั้นเหมือนกับแขนขาของเธอ เงาดำทั้งหลายเหมือนหนวดของปลาหมึก มันถูกบังคับให้พุ่งเจาะทะลวงเข้าไปในร่างของหัวหน้าสัตว์อสูร

 

ไม่นานนักเงาดำเหล่านั้นก็ถูกดึงกลับมา เงาดำนั้นหดตัวกลับมาพร้อมกับมีสิ่งหนึ่งที่ติดกลับมาด้วย

 

มันคือจิตเวทย์ระดับ 5

 

จิตเวทย์นั้นถูกโยนไปให้เลโอ และเธอก็ได้สลายเวทย์อย่างรวดเร็ว

 

เลโอรับจิตเวทย์ระดับ 5 อย่างแม่นยำ

 

มันคือข้อตกลงของกลุ่ม การเก็บเกี่ยวทั้งหมดจะถูกนำมารวมกันและจะถูกจัดแบ่งกันเมื่อเสร็จภารกิจ

 

จิตเวทย์ระดับ 4-5 นั้นสามารถนำมาใช้สำหรับนักรบเวทย์ได้ แต่หากเป็นระดับที่ต่ำกว่านั้นมันนับว่าไร้ค่า

 

ภายในกลุ่มเหยี่ยวมีเพียงเมอร์ลินคนเดียวเท่านั้นที่เป็นนักเวทย์ จิตเวทย์ระดับ 3 นั้นเพียงพอที่จะนำมาสร้างวงเวทย์ก่อเกิดพลังให้กับเขาได้

 

ยิ่งเป็นจิตเวทย์ที่ระดับที่สูง ประสิทธิภาพในการสร้างก็จะวงเวทย์ยิ่งดีมากขึ้น

 

เลโอเก็บจิตเวทย์ไว้ในแหวนเวทย์ของเขา

 

อัลเกรียเดินไปยังเมอร์ลินพร้อมกับเอามือวางที่ไหล่ของเด็กน้อย

 

“ยินดีกับเจ้าด้วย” อัลเกรียเอ่ยและยิ้มออกมาเล็กน้อย

 

“ยินดี?” เมอร์ลินนั้นมีสีหน้ามึนงงกับคำพูดของหัวหน้ากิลด์

 

อัลเกรียเมื่อได้ยินดังนั้นเขาจึงระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่เจ้ายังไม่รู้ตัว?” อัลเกรียมองเมอร์ลิน

 

“ไม่รู้ตัวจริงๆ สินะ ที่ข้ายินดีกับเจ้าไม่ใช่เพราะเรื่องที่เจ้าตัดหัวของหัวหน้าสัตว์อสูร แต่มันเป็นเพราะในระหว่างที่เจ้าทำการใช้เวทย์บ่อหลุมมิตินั้น วงเวทย์วงที่ 2 ของเจ้าได้ถูกสร้างขึ้น ในตอนนี้เจ้าได้เข้าสู่ขอบเขตของนักเวทย์ระดับ 2 เรียบร้อยแล้ว ข้าจึงยินดีกับเจ้าในเรื่องนี้” อัลเกรียอมยิ้มและเอ่ย

 

เมอร์ลินมองไปที่อัลเกรีย “วงเวทย์ที่ 2 อย่างนั้นหรือ?

 

เมื่อได้ยินดังนั้นเมอร์ลินจึงทำการตรวจสอบร่างกายของเขาทันที เมื่อเพ่งไปที่ตำแหน่งหัวใจรูปลักษณะของวงเวทย์สีเทา 2 วงก็ปรากฏขึ้น

 

มันเป็นอย่างที่อัลเกรียพูด

 

ในตอนนี้จักรวาลหัวใจของเมอร์ลินปรากฏวงเวทย์บ่มเพาะวงที่สอง เขาถูกเลื่อนระดับเป็นนักเวทย์ระดับ 2 อย่างสมบูรณ์แล้ว

 

แม้ว่าเมอร์ลินจะไม่ได้ใส่ใจกับการบ่มเพาะพลังเวทย์ แต่ในหลายเดือนที่ผ่านมาเขาได้เรียนรู้ในศาสตร์ของพลังเวทย์และฝึกฝนการใช้เวทย์ต่างๆ ทำให้เขาได้รับความเข้าใจในเรื่องของเวทมนต์เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก

 

ในตอนนั้นเองขอบเขตพลังเวทย์ของเขาจึงได้ขยายออกไปอย่างไม่รู้ตัว

 

เมื่อขอบเขตพลังเวทย์ขยายจนถึงขีดสุด พลังเวทย์เหล่านั้นจึงเปลี่ยนเป็นวงเวทย์บ่มเพาะ

 

ในขณะที่เมอร์ลินทำการใช้เวทย์บ่อหลุมมิติที่มีขนาดใหญ่ มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้ใช้เวทย์ที่เกินขอบเขตแท้จริง  ความรู้และความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นจึงเป็นเหตุที่ทำให้ขอบเขตพลังเวทย์ของเขาขยายตัวออกไป

 

ในตอนที่เมอร์ลินได้เร่งเร้าวงเวทย์บ่มเพาะของเขาเพื่อใช้เวทย์บ่อหลุมมิติขนาดยักษ์นั่นเอง อัลเกรียได้สังเกตเห็นวงเวทย์วงที่ 2 ซึ่งเป็นวงเวทย์บ่มเพาะวงใหม่ของเมอร์ลินปรากฏออกมา เมื่อจบการต่อสู้เขาจึงได้เข้ามาแสดงความยินดีแก่เมอร์ลิน

 

เมอร์ลินเมื่อตรวจสอบแน่ชัดแล้วเขาจึงเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

 

หลายคน ณ ที่นั้นเข้ามาแสดงความยินดีกับเขา และพวกเขาทั้งหมดก็เดินทางไปยังชั้นต่อไปทันที

 

ระหว่างกำลังเดินทางเข้าสู่ชั้น 4 อัลเกรียได้สังเกตเห็นพฤติกรรมของสมาชิกสามกิลด์ใหญ่ พวกเขาหมายที่จะติดตามมา บุคลิกที่สงบนิ่งของเขานั้นก็ได้เปลี่ยนไปในทันที

 

เสียงทุ้มของอัลเกรียคำรามออกไปอย่างทรงพลัง

 

“ภายในชั้น 4 นั้นเต็มไปด้วยอันตราย สัตว์อสูรส่วนใหญ่เป็นระดับ 4 เทียบเท่าได้รับนักรบเวทย์ แม้มันจะมีพลังเทียบเท่ากับนักรบเวทย์ช่วงต้น แต่ด้วยจำนวนของมันนั้นมีอยู่มาก ผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยวนั้นมีโอกาสเสียชีวิตสูง”

 

อัลเกรียหยุดและหันไปยังทิศทางของประตูชั้น 4 เสียงทุ้มของเขานั้นเต็มไปด้วยความเยือกเย็น

 

อัลเกรียไม่หันกลับไปมองอีกครั้งแต่เขายังเอ่ยต่อ

 

“ในฐานะที่เป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน นี่คือคำเตือนสุดท้ายของข้า แม้ว่าคนที่ไม่เชื่อฟังจะไม่ได้ตายด้วยสัตว์อสูร แต่พลังเวทย์ของกลุ่มเหยี่ยวนั้นรุนแรงและเกรี้ยวกราด การโดนลูกหลงจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จงรับความหวังดีจากข้าและไสหัวไปซะ”

 

พูดจบอัลเกรียก็ก้าวเข้าสู่ประตูดันเจี้ยนชั้น 4 ทิ้งภาพแผ่นหลังที่ข่มขู่ให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัว

 

สามกิลด์ใหญ่เมื่อได้ยินคำเตือนของอัลเกรียพวกเขาก็ต่างรู้สึกเย็นยะเยือก ใบหน้าของพวกเขามีเหงื่อเย็นไหลออกมา ภายใต้คำเตือนนั้นแฝงไปด้วยคำขู่

 

คำพูดของอัลเกลียนั้นสามารถตีความได้ว่า หากใครที่เข้าไปในชั้น 4 คนคนนั้นจะต้องตาย

 

หากมีคนกล้าที่จะไม่เชื่อฟัง กลุ่มเหยี่ยวอาจลงมือสังหารด้วยตนเอง

 

ที่นี่ไม่ใช่โรงเรียน มันไม่ใช่สนามเด็กเล่น ใครที่กล้าที่จะลงมาในดันเจี้ยนแห่งนี้ นั่นหมายความว่าพวกเขานั้นพร้อมที่จะตาย

 

หากเป็นคนอื่นพวกเขานั้นกล้าที่จะฝ่าฝืนคำกล่าวอันไร้เหตุผลนี้ แต่หากเป็นกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยวย่อมไม่มีใครที่จะกล้าไม่เชื่อฟัง

 

กิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยวนั้นเป็นตัวตนที่มีอำนาจ อำนาจนี้ไม่ได้ครอบคลุมเพียงแค่ในโรงเรียน กระทั่งเมื่อออกนอกเขตโรงเรียน ขุนนางท้องที่ก็ยังต้องเคารพ ขุนนางตำแหน่งใหญ่ในอาณาจักรก็ต้องเกรงใจพวกเขา

 

เมื่ออยู่ภายในโรงเรียน สามกิลด์ใหญ่นั้นมีชื่อเสียงอยู่บ้าง แต่หากเป็นที่อื่นแล้วนั้นย่อมต่างออกไป

 

สามกิลด์ใหญ่ถอดใจและถอนตัวออกจากประตูดันเจี้ยนชั้น 4 ในทันที

 

พวกเขานั้นรักในชีวิตของตนเอง แน่นอนว่าไม่มีกิลด์ใดที่กล้าจะท้าทายกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยว

 

.

.

 

สมาชิกกลุ่มเหยี่ยวได้ลงมายังดันเจี้ยนชั้น 4 อย่างครบถ้วน

 

ดันเจี้ยนชั้นนี้มีลักษณะที่ต่างจากชั้นอื่นก่อนหน้านี้ รูปร่างของดันเจี้ยนชั้นนี้คล้ายกับรังของแมลง ผนังทุกด้านมีสิ่งที่คล้ายกับดักแด้ที่มีตัวอ่อนฝังอยู่

 

จากข้อมูลที่มีสัตว์อสูรในชั้นนี้เป็นสัตว์อสูรที่อยู่ในระดับ 4 ทั้งหมด ยกเว้นหัวหน้าสัตว์อสูรที่มีพลังมากกว่านั้น

 

มันสามารถกล่าวได้ว่าสัตว์อสูรระดับ 4 นั้นไม่คณามือสมาชิกกลุ่มเหยี่ยวแต่ละคน

 

แผนการต่อไปถูกเริ่มดำเนินการทันที

 

เลโอแจกแจงหน้าที่กระจายตำแหน่งโจมตีไล่ล่ากำจัดสัตว์อสูร พวกเขาจำเป็นต้องกำจัดสัตว์อสูรเหล่านี้ให้ได้มากที่สุดก่อนจะเข้าสู่ห้องของหัวหน้าสัตว์อสูร

 

ตัวตนของหัวหน้าสัตว์อสูรชั้นนี้นั้นไม่ธรรมดา หากมีสัตว์อสูรที่เป็นลูกสมุนมารบกวน พวกเขาอาจพลาดท่าให้กับหัวหน้าสัตว์อสูรของชั้นนี้ได้

 

พวกเขาจึงต้องจัดการพวกมันให้ได้มากที่สุดและทำการเก็บเกี่ยวจิตเวทย์ไปในตัว

 

สัตว์อสูรในชั้นนี้ทั้งหมดเป็นระดับ 4 มันให้ผลผลิตจิตเวทย์ระดับ 4 ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อนักรบเวทย์เช่นพวกเขา

 

เมื่ออัลเกรียให้สัญญาณ งานเลี้ยงของกลุ่มเหยี่ยวก็เริ่มขึ้น

 

ทุกคนก็กระจายตัวไปยังจุดต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย มีเพียงแต่เกร์เทลเท่านั้นที่ค่อยๆ ฝ่าทะลวงสัตว์อสูรเพื่อมุ่งหน้าไปห้องของหัวหน้าสัตว์อสูร นั่นเพราะเขาเป็นคนเดียวที่มีแผนที่อยู่ในมือ และเขาเองก็เป็นเจ้าของเส้นแสงที่ทำการติดต่อสื่อสารระหว่างกลุ่ม

 

เมื่อเสร็จจากการกวาดล้างสัตว์อสูรระหว่างชั้น เกร์เทลก็จะให้สัญญาณระดมพลโอยมีเขาเป็นจุดศูนย์กลางสร้างทิศทางให้ทุกคนเข้ามารวมตัวกันที่หน้าห้องของหัวหน้าสัตว์อสูร

 

ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง นาทีแห่งการไล่ล่าก็จบลง

 

ซากสัตว์อสูรนอนตายอย่างเกลือนกลาด แต่ละซากของมันถูกเก็บเกี่ยวจิตเวทย์ออกไปทั้งสิ้น

 

เนื่องจากการแยกย้ายกระจายตัวออกไป ทำให้เมอร์ลินนั้นสะดวกที่จะแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมา

 

ด้วยอำนาจของอักขระนั้นทำให้เมอร์ลินสามารถปราบปรามสัตว์อสูรระดับ 4 ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งเขายังใช้อำนาจของพลังอักขระค้นหาแหล่งที่ซ่อนที่ไม่มีระบุในแผนที่ของกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยว การค้นพบสัตว์อสูรจำนวนมากนั้นจึงทำให้เขาสามารถเก็บเกี่ยวจิตเวทย์ได้มากกว่าคนอื่น

 

ข้อตกลงเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวจิตเวทย์ที่ต่ำกว่าระดับ 5 ลงมา พวกเขานั้นสามารถเก็บเกี่ยวมันได้ตามความสามารถของแต่ละคน นั่นเพราะบางคนของกลุ่มเหยี่ยว จิตเวทย์ที่มีระดับต่ำกว่า 5 ลงมานั้นไม่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาแล้ว

 

ยิ่งมีการบ่มเพาะที่สูงมากเท่าไหร่ ความต้องการในคุณภาพของจิตเวทย์ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นด้วย

 

ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้จิตเวทย์ทั้งหมดที่เมอร์ลินสามารถเก็บได้จึงเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว

 

สัตว์อสูรนับพันๆ ตัวถูกเปลี่ยนมาเป็นจิตเวทย์

 

หลายคนสามารถเก็บเกี่ยวได้เป็นจำนวนมาก นั่นเพราะความสามารถของสมาชิกกิลด์แต่ละคนนั้นไม่ธรรมดา แม้แต่ผู้ที่อยู่สายสนับสนุนยังสามารถกวาดล้างสัตว์อสูรได้ด้วยตัวเพียงคนเดียว

 

เมอร์ลินใช้อำนาจของพลังอักขระตรวจสอบพื้นที่ในชั้นนี้อีกครั้ง เขาพบว่ายังมีบางห้องที่ยังมีการต่อสู้

 

สมาชิกแต่ละคนนั้นจะไม่ล่วงล้ำอาณาเขตของกันและกัน เมอร์ลินจึงได้แต่รอคอย

 

เมอร์ลินตรวจสอบจิตเวทย์ในแหวนเวทย์ของเขาอีกครั้ง เขาพบว่าในตอนนั้นเขามีจิตเวทย์ระดับ 4 เกือบสองพันก้อน ในช่วงเวลารอคอยนั้นเขาสามารถบ่มเพาะพลังเวทย์ของเขาให้เพิ่มขึ้นได้

 

เมอร์ลินจึงตัดสินใจใช้จิตเวทย์ที่ได้มาบ่มเพาะพลังของเขาในทันที

 

จิตเวทย์จำนวนนับไม่ถ้วนค่อยๆ ลอยขึ้นกลางอากาศและไล่เรียงกัน

 

ไม่รอช้าเมอร์ลินทำการชักนำพลังเวทย์จากจิตเวทย์เข้าสู่ร่างกายของเขาทันที

 

พลังเวทย์อันบริสุทธิ์ของจิตเวทย์ไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาราวกับน้ำหลาก มันไหลมารวมกันไปที่ตำแหน่งของหัวใจ

 

ทะเลพลังเวทย์ในร่างของเมอร์ลินกำลังค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จิตเวทย์เหล่านั้นก็ถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน

 

การกระทำนี้อาจทำให้ผู้คนต้องร้องไห้ได้ เพราะจิตเวทย์เหล่านี้นั้นมีราคาที่แพงเป็นอย่างมาก มันจะมีไม่กี่คนที่สามารถใช้จิตเวทย์ในการเพิ่มขอบเขตพลังเวทย์ได้อย่างฟุ่มเฟือยเช่นนี้ได้

 

เมอร์ลินจมอยู่ในสมาธิของการเพิ่มขอบเขตพลังเวทย์ จนเวลาไหลผ่านไปอย่างไม่รู้ตัว

 

ในที่สุดขอบเขตพลังเวทย์ในร่างของเขาก็ถูกเติมเต็มจนเอ่อล้น

 

วงเวทย์บ่มเพาะวงที่ 3 กำลังถูกสร้างขึ้น

 

ทะเลพลังเวทย์ในจักรวาลหัวใจพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าและถูกกลั่นเป็นวงเวทย์ที่มีลักษณะเลือนราง

 

วงเวทย์บ่มเพาะที่ 3 กำลังถูกสร้างอย่างต่อเนื่อง ร่างของเมอร์ลินนั้นเต็มไปด้วยเหงื่อ ท่าทางของเขานั้นเหมือนกำลังเหนื่อยหอบ พลังเวทย์ของเขาถูกใช้อย่างต่อเนื่อง

 

นี่คือผลจากการเพิ่มพลังเวทย์ที่ผิดธรรมชาติ

 

วงเวทย์บ่มเพาะของเมอร์ลินถูกสร้างด้วยพลังเวทย์ที่ไม่ใช่ของตนเอง วงเวทย์บ่มเพาะที่ 3 จึงมีลักษณะที่ไม่สมบูรณ์เหมือนสองวงที่ผ่านมา

 

เมอร์ลินรู้ผลข้างเคียงเหล่านี้มาบ้าง มันเคยมีเขียนไว้ในหนังสือที่เขาอ่าน

 

ในเรื่องวงเวทย์บ่มเพาะที่ไม่สมบูรณ์นั้น ส่วนใหญ่จะเกิดจากการสร้างวงเวทย์บ่มเพาะด้วยการเพิ่มพลังเวทย์ที่กะทันหัน พลังเวทย์นั้นขาดพื้นฐานที่เป็นตัวตนของตัวเอง จึงทำให้วงเวทย์บ่มเพาะที่สร้างขึ้นนั้นไม่สมบูรณ์

 

แต่มันยังมีทางแก้ไขในเรื่องนี้

           

วงเวทย์บ่มเพาะที่ไม่สมบูรณ์นั้นสามารถแก้ไขได้โดยการฝึกฝนพลังเวทย์และบ่มเพาะพื้นฐานสร้างความเข้าใจในพลังเวทย์ของตนเอง

           

เมื่อวงเวทย์ที่ไม่สมบูรณ์วงนั้นถูกใช้งานในบ่อยครั้งและถูกสร้างฐานพลังอย่างต่อเนื่อง วงเวทย์นั้นจะสามารถสมบูรณ์ได้ด้วยตัวของมันเอง

           

แม้ว่าการเพิ่มพลังเวทย์โดยใช้จิตเวทย์นั้นจะเป็นวิธีที่เป็นทางลัดสะดวกสบาย แต่ทว่ามันยังมีข้อเสียขนาดใหญ่แฝงอยู่

           

วงเวทย์ที่ไม่สมบูรณ์นั้นจะสร้างความเสียหายในการบ่มเพาะ หากทำการบ่มเพาะไปถึงจุดคอขวด การทะลวงระดับขั้นนั้นจะยากมากกว่าปกติ

           

หลายคนจะสามารถทะลวงระดับขั้นได้ก็ต่อเมื่อวงเวทย์ของเขานั้นถูกทำให้สมบูรณ์แล้ว

           

แต่มันก็ยังมีอัจฉริยะที่เกิดในตระกูลชั้นสูงหลายคน ที่มีความเข้าใจในพลังเวทย์ราวกับปีศาจ ความเข้าในพลังเวทย์ของเขานั้นสามารถทำให้วงเวทย์บ่มเพาะของเขาสมบูรณ์ได้อย่างง่ายดาย

           

แม้ว่าการบ่มเพาะพลังเวทย์ด้วยจิตเวทย์จะเป็นวิธีที่ง่าย แต่ผลเสียของมันก็เกินที่จะคาดเดาเหมือนกัน

           

หลายคนนั้นใช้จิตเวทย์จนสามารถเป็นนักเวทย์คนหนึ่งได้ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทะลวงไปถึงนักรบเวทย์ได้ นั่นก็เพาะวงเวทย์บ่มเพาะของพวกเขานั้นมีตำหนิไม่สมบูรณ์ การควบรวบวงเวทย์บ่มเพาะทั้งห้าให้กลั่นเป็นวงเวทย์ระดับใหม่จึงไม่สามารถทำได้ง่าย พวกเขาหลายคนจึงติดอยู่ในขั้นนักเวทย์ไปตลอดชีวิต

           

ในกรณีของเมอร์ลินนั้น การมีวงเวทย์ที่ไม่สมบูรณ์นั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเขา ตราบใดที่เขาเป็นผู้ใช้อักขระ การที่จะทำให้วงเวทย์บ่มเพาะของตนเองถูกทำให้เป็นวงเวทย์บ่มเพาะที่สมบูรณ์ได้นั้นทำได้ง่าย

           

ภายใต้ความรู้ของอักขระและวงเวทย์ทั้งหลาย การเติมเต็มวงเวทย์บ่มเพาะของตนเองนั้นไม่ใช่เรื่องยากของผู้ใช้อักขระ

           

ปัง!

           

เกิดเสียงระเบิดขึ้นภายในร่างของเมอร์ลิน ทะเลพลังเวทย์ของเขานั้นเหือดแห้ง

 

วงเวทย์บ่มเพาะวงที่ 3 ก่อกำเนิดขึ้น

           

ร่างกายของเมอร์ลินนั้นรู้สึกอ่อนเพลียเป็นอย่างมาก มันเป็นปกติของการใช้พลังเวทย์ เมื่อพลังเวทย์ถูกใช้มันจะสร้างความเหน็ดเหนื่อยให้แก่ร่างกาย

           

จิตเวทย์ระดับ 4 จำนวนหลายร้อยก้อนถูกใช้ภายในครั้งเดียว

           

เมอร์ลินนำน้ำยาฟื้นฟูร่างกายที่เขาสร้างขึ้นออกมาจากแหวนเวทย์ เขาจัดการดื่มมันเข้าไปในทันที พลังกายของเขาค่อยๆ ฟื้นฟูขึ้นตามลำดับ สีหน้าของเขาค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ

           

เมื่อทำการฟื้นฟูร่างกายเรียบร้อยแล้ว เขาจึงตัดสินใจไปสถานที่ที่นัดไว้ทันที

           

เมอร์ลินรู้สึกว่าเขาใช้เวลาในการบ่มเพาะไปนานพอสมควร เขาใช้เส้นแสงที่เกร์เทลทิ้งไว้เป็นจุดนำทาง

           

เมอร์ลินใช้เวลาไม่นานก็ไปถึงห้องหัวหน้าสัตว์อสูร

           

ไม่มีใครรออยู่หน้าห้อง เมอร์ลินจึงตัดสินใจเดินเข้าไปในทันที

           

เมื่อเดินเข้าไปในห้องเมอร์ลินก็พบกับสัตว์อสูรร่างยักษ์ มันคือสัตว์อสูรที่มีรูปร่างเหมือนผีเสื้อ ขนาดตัวของมันใหญ่โตราวสามสิบเมตร มันมีแขนที่เหมือนกับแขนของมนุษย์ยื่นออกมาถึงแปดแขน และร่างกายของมันนั้นก็เต็มไปด้วยเศษกระดูกของมนุษย์

 

สัตว์อสูรตัวนี้ปลดปล่อยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงออกมา

 

บนปีกของมันมีลวดลายที่คล้ายกับใบหน้ามนุษย์ที่มีสีหน้าหวาดกลัวปรากฏอยู่

 

โดยรวมแล้วสัตว์อสูรตัวนี้ช่างหน้าสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง

 

กลุ่มเหยี่ยวในตอนนี้กำลังต่อสู้กับหัวหน้าสัตว์อสูรตนนี้อย่างดุเดือด

 

มนุษย์ยักษ์ที่มีความสูงราว 20 เมตรกำลังใช้กำลังต่อต้านมัน แม้มนุษย์ยักษ์ตนนี้จะมีรูปร่างใหญ่โต แต่การเคลื่อนไหวของมันกลับคล่องแคล่วเป็นอย่างมาก การเคลื่อนไหวของมันราวกับนักสู้มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง

 

เมอร์ลินสังเกตเห็นวงเวทย์สีแดง 2 วงที่กำลังหมุนอย่างบ้าคลั่งเบื้องหลังของมนุษย์ยักษ์

 

นั่นจึงทำให้เขารู้ว่ามนุษย์ยักษ์ตนนี้เป็นหนึ่งในสมาชิกกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยว

 

วงเวทย์สีแดง 2 วงนั้นเป็นวงเวทย์บ่มเพาะของคนคนนั้น มันแสดงถึงตัวตนของนักรบเวทย์ระดับ 2

 

วงเวทย์บ่มเพาะนั้นสามารถปิดบังไม่ให้ผู้คนเห็นได้ แต่มันจะมีอยู่สองกรณีที่ไม่สามารถทำได้ คือหนึ่งเมื่อคนที่ต้องการมองนั้นมีพลังเวทย์ที่สูงกว่ามาก และสองคือการใช้เวทย์อย่างสุดกำลังของผู้ใช้เวทมนต์ ในเวลาที่วงเวทย์บ่มเพาะทำงานอย่างหนักนั้นมันจะเปิดเผยตัวตนของมันออกมาเบื้องหลังผู้ใช้

           

ทั้งหมดนี้คือความรู้ในหนังสือที่เมอร์ลินเคยอ่าน

           

ด้วยความสามารถของดวงตาเลเมเกทัน เพียงหนึ่งการมองของเขานั้นสามารถทำให้เขาบันทึกและคัดลอกสิ่งต่างๆ ที่เห็นได้ภายในพริบตา มันจึงเป็นคลังความรู้ขนาดใหญ่

 

นอกจากมนุษย์ยักษ์แล้ว สมาชิกคนอื่นๆ ก็ทำหน้าที่ของพวกเขาอย่างเต็มที่

 

ในหลายจังหวะหัวหน้าสัตว์อสูรนั้นถูกจู่โจมโดยคนของกลุ่มเหยี่ยว พวกเขานั้นทำการโจมตีอย่างมีแบบแผน

 

เมื่อหนึ่งคนเพี้ยงพร้ำอีกหนึ่งคนก็จะเข้าแทนทีทันที สิ่งเหล่านี้ทำให้สมาชิกของพวกเขายังมีชีวิตรอด

 

แสงสีจากการต่อสู้มากมายพุ่งกระจายออกมาอย่างหลากหลาย มันเป็นที่น่าตื่นตาแก่คนทั่วไป แต่น่าเสียดายที่ฉากการต่อสู้เหล่านี้ไม่เผยเปิดให้คนภายนอกได้เห็น

 

การโจมตีและการสนับสนุนทำงานอย่างต่อเนื่อง มีหลายครั้งที่หัวหน้าสัตว์อสูรนั้นเพี้ยงพร้ำ แต่ทว่าหัวหน้าสัตว์อสูรนั้นแข็งแกร่งและรวดเร็วเกินไป เมื่อถึงจุดอันตรายมันจึงสามารถหลุดหนีออกไปได้ทุกครั้ง

 

ในตอนนั้นเอง จังหวะหนึ่งมนุษย์ยักษ์นั้นเกิดพลาดท่า หัวหน้าสัตว์อสูรใช้มือทั้งแปดของมันจับมนุษย์ยักษ์ตนนั้นจนลอยขึ้นกลางอากาศ และเหวี่ยงมนุษย์ยักษ์นั้นลงมาอย่างรุนแรง

 

ซูม!

 

ทิศทางที่มนุษย์ยักษ์ถูกเหวี่ยงลงมานั้นคือจุดที่เมอร์ลินยืนอยู่

 

เมื่อร่างอันใหญ่ยักษ์นั้นกำลังพุ่งมาถึง

 

เวทย์เคลื่อนย้ายมิติ!

 

ร่างของเมอร์ลินได้หายไปจากจุดนั้นทันที เขาหายตัวไปและปรากฏยังอีกด้านหนึ่งอย่างรวดเร็ว

 

ตูม!

 

สายตาหลายคู่จับจ้องไปยังที่ที่เมอร์ลินปรากฏตัว

           

"เมอร์ลิน! เจ้าหายไปไหนมา รีบมาช่วยกันเร็วเข้า" เสียงทุ้มของอัลเกรียคำรามจนดังก้องไปทั่วทั้งห้อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.396K ครั้ง

29,547 ความคิดเห็น

  1. #29293 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 14:06
    แกหายไปนานจนเพื่อนขี้เกียจรอกันเลยทีเดียว ฮาาาา
    #29293
    0
  2. #25089 nananabanana (@nananabanana) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 17:09
    เมอร์ลินอ่าทำไมนายกินแรงเพื่อนง่ะ
    #25089
    0
  3. #24641 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 23:41

    Thank you

    #24641
    0
  4. #23606 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 01:44
    อัพเวลเร็วมากก ถูกใจ
    #23606
    0
  5. #23239 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 13:53
    โผล่มาตอนกำลังเดือดกันเลย
    #23239
    0
  6. #22967 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 11:29
    สรุปวงที่ 3 สมบูรณ์หรือยัง
    #22967
    0
  7. #22841 PinyaTecha (@PinyaTecha) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 12:36
    <p>น่าสยดสยอง</p><p>เพลี้ยงพล้ำ</p><p>ไม่เปิดเผย</p>
    #22841
    0
  8. #21362 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 12:07
    ขอบคุณครับ
    #21362
    0
  9. #20918 CADERNO (@0294) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 13:36
    ต่อๆๆๆๆ
    #20918
    0
  10. #20917 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 08:40
    ขอบคุณจ้า
    #20917
    0
  11. #20916 Polsilp Pumprasert (@markymar) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 03:11
    ทุ่มมาหลบได้
    ทำไมไม่เปิดมิติหลบแล้วปิด เผื่อเอาหัวบอสโผล่มา ตัดฉับบอสตัน
    เมอร์ลินลาสบอส พวกคนอื่นๆได้อึ้ง

    //สงสัยไร้ท์ ว่าจะเคลียร์ดันเจี้ยนเลยใช่มะ หึๆ
    #20916
    0
  12. #20912 SATANGnaphatsorn (@SATANGnaphatsorn) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 23:29
    สนุกมากค่าาต่อไวๆน้าค้า
    #20912
    0
  13. #20911 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 22:47
    ต่ออออๆๆๆๆๆ
    #20911
    0
  14. #20910 NisachonJamjan (@NisachonJamjan) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 22:37
    ขอบคุนค่ะ
    #20910
    0
  15. #20909 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 21:43
    สนุกมากค่ะ
    #20909
    0
  16. #20908 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 21:14
    แทนที่จะช่วยผ่อนแรงคนในกลุ่มไม่ให้บาดเจ็บหนัก ปล่อยให้กระแทกซะนี่
    #20908
    0
  17. #20898 Panyapong2234 (@Panyapong2234) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 10:24
    ไพร่พลทหารราบ เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน
    #20898
    0
  18. วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 10:08
    โธ เกรเทล ก็ว่าอยู่ทำไมเกาะติดขนาดนั้น 5555
    #19967
    0
  19. #19248 SKNdragon (@skndragon) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 22:42
    ฮ่าๆๆๅ สะใจนิดๆ
    #19248
    0
  20. #18571 Freezing-Trap (@kingnoname) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 04:44
    เกร์เทล ตอนแรกเรามองนายดีขึ้นแล้วนะ
    จนรู้ว่านายไม่ชอบให้ใครมาว่า เป็นคนพูดมาก ถือเป็นคำต้องห้ามเลยทีเดียว
    ...ไม่ชอบให้ใครว่า แต่พูดมากซะเองเนี่ยนะ คือไม่ชอบ-ก็ต้องเปลี่ยนนิสัยโว้ย ไม่ใช่คอยไปกระทืบคนที่เค้าพูดความจริง
    อีกอย่างนะ ใครไปตั้งฉายาให้มัน บ้ารึเปล่า ปลอมตัวมันยังทำไม่เป็นเลย ใครเค้าปลอมตัวใช้ชื่อเดิมกันวะฮะ ไปบอกชื่อจริงเค้า เค้าก็จำฉายาได้ละ
    #18571
    0
  21. #14821 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 12:52
    แล้วๆๆๆๆๆ
    #14821
    0
  22. #7959 slzyzero (@sliiz) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 16:17
    ติดตามครับ
    #7959
    0
  23. #7862 darksight (@darksightsociety) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 21:55
    ย่อหน้า 8 : ตรึงเครียด = ตึงเครียด

    ตกหล่น -_-" และมาไม่ทันท่านโซแก้คำผิด
    ขออภัย......ข้าน้อยผิดไปแล้ว T___T
    เอาไว้แก้ที่ต้นฉบับก่อนส่ง สนพ. ก็ได้ฮะ
    #7862
    1
  24. #7809 ben-ketkeaw (@ben-ketkeaw) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 19:21
    รอดูเมอลินโชว์เทพ 5555
    #7809
    0
  25. #7808 เอลิสเซีย (@pasallatel) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 18:06
    ลุ้นตัวโก่งงง....... เมอร์ลินจะเอาสมบัติให้ได้สินะ.... ขอให้ได้ขอให้โดนน้า....
    #7808
    0