ตอนที่ 60 : การเคลื่อนไหวของกลุ่มเหยี่ยว (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52998
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1448 ครั้ง
    15 ธ.ค. 60

การปรากฏตัวของกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยวนั้นสร้างความตระหนกแก่ผู้คนเป็นอย่างมาก บรรดากิลด์เล็กและกิลด์ใหญ่เป็นล้วนไม่สามารถรักษาอาการได้อีกต่อไป

 

หัวหน้ากิลด์ทั้งสามกิลด์ใหญ่ต่างเดินกลับไปประจำที่อย่างเงียบงัน

 

เมื่ออยู่ต่อหน้ากิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยว ไม่มีรัศมีใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าพวกเขาอีกแล้ว

 

เหล่าหัวหน้ากิลด์ใหญ่ทั้งสามนั้นครั้งหนึ่งพวกเขานั้นเคยมีตัวตนอยู่ในกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยว พวกเขานั้นรู้ถึงอำนาจของกลุ่มเหยี่ยวเป็นอย่างดี แม้ว่าสมาชิกบางคนนั้นจะมีพลังที่อ่อนแอกว่าพวกเขา แต่ความน่ากลัวของกลุ่มเหยี่ยวนั้นคือการทำงานที่เป็นทีม

 

ความสามารถของสมาชิกกลุ่มเหยี่ยวแต่ละคนนั้นมีความหลากหลาย พวกเขาล้วนมีความเก่งกาจในแต่ละด้าน ความแข็งแกร่ง ความรวดเร็ว ความเปลี่ยนแปลง ความอดทน การตั้งรับ การดูดซับ การสืบข้อมูล การฟื้นฟู แต่ละคนล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่ยอดเยี่ยมแทบทั้งสิ้น

 

เพราะเหตุนี้จึงไม่ควรที่จะไปยั่วยุคนเหล่านั้น โดยเฉพาะอัลเกรีย บุรุษที่เปล่งรัศมีผู้นำออกมาตลอดเวลานั้นร้ายกาจเป็นอย่างมาก เขากระทั่งถูกวางตัวให้เป็นอาจารย์ของโรงเรียนแห่งนี้เมื่อจบการศึกษา มันจึงมีไม่กี่คนนักที่กล้าจะไปทำให้คนแบบนั้นขุ่นเคือง

 

นอกจากกลุ่มเหยี่ยวแล้ว คนที่ผู้คนสนใจที่สุดคงจะเป็นเด็กน้อยที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสคนนั้น

 

เมอร์ลินซึ่งเคยปฏิเสธการเข้าร่วมกลุ่มเหยี่ยว แต่บัดนี้เขากลับมาเข้าร่วมกลุ่ม สิ่งนี้จึงทำให้เกิดคำถามและสร้างความสงสัยให้แก่ผู้คน

 

หากพูดถึงเรื่องความเหมาะสม คนที่สามารถเอาชนะตุลาการเปื้อนยิ้มได้นั้นย่อมไม่ใช่คนที่ธรรมดา ไม่มีใครกล้าที่จะสงสัยในฝีมือของเขา เขามีคุณสมบัติที่กล้าที่จะเมินเฉยต่อผู้คน

 

แต่การที่เขากลืนน้ำลายตัวเองเดินตามผู้นำกลุ่มเหยี่ยว ล้วนไม่มีใครเข้าใจในการกระทำของเขา

 

เมอร์ลินนั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาและเฉยเมย เขานั้นไม่แยแสสายตาและคำพูดใดๆ ของผู้คน

 

ด้วยความแข็งแกร่งของเขา แม้ว่าเขาจะพลิกลิ้นกลืนน้ำลายตัวเองก็ไม่มีใครกล้าตำหนิเขา

 

นอกจากเมอร์ลินแล้วสมาชิกใหม่อีกสองคนก็เป็นที่พูดถึงเช่นกัน แต่เนื้อหาของพวกเขานั้นถูกเรื่องของเมอร์ลินกลบจนมิด คนทั้งสองจึงไม่สบอารมณ์กับเหตุการณ์นี้ไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมา

 

แน่นอนว่าปีนี้กลุ่มเหยี่ยวย่อมไม่พลาดภารกิจนี้ ชายคนหนึ่งพูดขึ้น

 

ข้าได้ข่าวว่าปีที่แล้วพวกเขาสามารถลงไปถึงชั้นที่ 5 มันเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมาก ชายอีกคนหนึ่งพูดสมทบ

 

พวกเขาเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดในโรงเรียน ไม่แน่ว่าปีนี้พวกอาจจะไปได้ถึงชั้นที่ 6 หรือมากกว่านั้น

 

ดูไอเวทย์ที่ทะลักออกมาจากท่านอัลเกรียสิ ปีที่แล้วเขาเป็นเพียงนักรบเวทย์ 2 วงเวทย์ ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะก้าวหน้าขึ้นอีกแล้ว

 

ผู้คนต่างวิเคราะห์และวิจารณ์กลุ่มเหยี่ยวด้วยความสนใจ

 

ในตอนนั้นเองเมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้ามาตรงกับศีรษะ นกฮูกตัวหนึ่งก็บินเหนือศีรษะ มันมีขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก ปีกของมันหนึ่งข้างเมื่อกางออกมามันเท่ากับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งเลยก็ว่าได้ การบินของมันสร้างลมหอบใหญ่พัดไปทั่วทั้งบริเวณ เสียงร้องของมันทำให้หัวใจของผู้คนสั่นระรัว

 

หากผู้คนธรรมดาได้พบกับนกฮูกตัวนี้พวกเขาทำได้แค่หมอบกราบ เพราะนอกจากลำตัวของมันจะใหญ่โตแล้วลำตัวสีฟ้าของมันยังแผ่พลังเวทย์อันน่าเกรงขามออกมาอีกด้วย

 

เหล่านักเรียนมองนกฮูกสีฟ้าตัวนั้นบินเหนือท้องฟ้าด้วยความตื่นตาตื่นใจ และไม่นานนักนกฮูกสีฟ้าตัวนั้นก็บินร่อนลงมายังพื้นที่ของลานกว้าง

 

สายตาของนักเรียนหลายคนมองนกฮูกตัวนั้นด้วยความเคารพและนับถือ

 

ซูม!

 

ทันทีที่นกฮูกตัวนั้นลงมาถึงพื้นดิน แสงสีฟ้าก็ส่องสว่างออกมาอย่างเจิดจ้า ประกายระยิบระยับปรากฏทั่วบริเวณ นกฮูกตัวนั้นหายไปราวกับมันไม่เคยมีอยู่ มีเพียงแต่เส้นแสงมากมายที่พุ่งกระจายออกจากบริเวณนั้น

 

เมื่อแสงจางลงก็ปรากฏร่างของชายชราหนวดเครายาวสีขาว ผู้คนต่างโค้งทำความเคารพเขาเป็นทางยาว เพียงแค่เขาขยับตัวพลังเวทย์บริเวณนั้นก็สั่นสะเทือน อากาศนั้นไม่เป็นปกติอีกต่อไป

 

ผ้าคลุมสีเงินส่องแสงทอประกายออกมาพร้อมกับพลังแข็งแกร่งที่เอ่อล้น

 

ระดับสีเงินนั้นคือสัญลักษณ์ของจอมเวทย์ มีเพียงจอมเวทย์เท่านั้นที่จะมีไอเวทย์ที่เป็นสีเงิน แม้วงเวทย์ของเขาจะไม่เผยออกมา แต่กลิ่นอายของเขานั้นก็แข็งแกร่งอย่างมาก กลิ่นอายนี้เพียงพอที่จะกดขี่ทุกคนที่อยู่ที่นี่

 

ชายชราคนนี้ก็คือผู้อำนวยการแห่งโรงเรียนเวทย์อารากอน นกฮูกสีฟ้า อัสลาน

 

อัสลานสะบัดเสื้อคลุมของเขาเล็กน้อยและก้าวมาด้านหน้าพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลัง ด้วยการเอ่ยนี้สามารถส่งเสียงที่ทำให้ทุกคนที่อยู่บริเวณนี้ได้ยินอย่างชัดเจน

 

"สวัสดีนักเรียนที่น่ารักของข้าทุกคน อัสลานยิ้มด้วยใบหน้าที่อ่อนโยนและเอ่ย

 

ภารกิจล่าดันเจี้ยนนั้นถูกจัดขึ้นเพื่อพิสูจน์ฝีมือของนักเรียน มันเป็นการขัดเกลาพวกเจ้าทุกคนให้แข็งแกร่ง เตรียมพร้อมที่จะเป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าของอาณาจักรอารากอนของเรา กิจกรรมนี้มีผลประโยชน์อย่างมหาศาล มันสามารถเพิ่มฝึกพลังเวทย์ให้มีการบ่มเพาะได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น แต่ในโลกนี้ไม่มีสิ่งไหนที่ได้มาโดยไม่ต้องแลก จิตเวทย์จากสัตว์อสูรนั้นเป็นผลประโยชน์ที่ล่อตาล่อใจ แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่เดิมพันด้วยชีวิต ผู้กล้าหาญและมีฝีมือเท่านั้นที่จะคงอยู่และรอดกลับมาได้ หากมีใครที่ไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความตาย จงถอนตัวออกไปซะนี่คือคำเตือนสุดท้ายของข้า"

 

จบประโยคนี้อัสลานก็มีท่าทีที่เคร่งขรึมและจริงจัง

 

ถ้อยคำของเขานั้นแฝงไปด้วยการปลุกใจและการข่มขู่

 

หลายปีมานี้มีนักเรียนที่เสียชีวิตจากภารกิจนี้เป็นจำนวนมาก พวกเขาส่วนใหญ่นั้นมีความโลภและไม่ประมาณตน ข่าวลือของการคงอยู่ของสมบัติภายในดันเจี้ยนนั้นหลอกล่อความโลภในใจของพวกเขา

 

ดันเจี้ยนแห่งนี้เมื่อลงไปชั้นที่ลึกมากเท่าไหร่สัตว์อสูรก็ยิ่งร้ายกาจมากเท่านั้น

 

หากจะกล่าวถึงดันเจี้ยนแห่งนี้ มันมีขึ้นมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงเรียน มันสามารถเรียกได้มาโรงเรียนนั้นถูกสร้างทับบนพื้นที่ของดันเจี้ยนก็ว่าได้

 

ผู้ก่อตั้งโรงเรียนนั้นทำการสร้างโรงเรียนทับพื้นที่เดิมและปิดทางเข้า ไม่ให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าไปโดยภารการ

 

มันเป็นดันเจี้ยนที่ไม่มีทางเข้า

 

ทางเดียวที่จะเข้าไปในดันเจี้ยนแห่งนั้นได้คือวงเวทย์ที่ผู้ก่อตั้งสร้างขึ้น เหตุผลหนึ่งที่ผู้ก่อตั้งโรงเรียนนั้นทำการปิดผนึกดันเจี้ยนแห่งนี้ ไม่ใช่เพราะไม่ต้องการให้ผู้อื่นบุกรุกเพียงอย่างเดียว มันเป็นเพราะดันเจี้ยนแห่งนี้เป็นสถานที่ประหลาด มันสามารถผลิตสัตว์อสูรให้เกิดขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

มันเหมือนกับว่าดันเจี้ยนแห่งนี้สามารถบ่มเพาะสัตว์อสูรขึ้นมาได้ สัตว์อสูรด้านในดันเจี้ยนนั้นต่างจากสัตว์อสูรทั่วไปนั่นคือมันไม่มีความรู้สึกนึกคิด มันไม่มีสังคมเหมือนสัตว์อสูรทั่วไป หน้าที่เดียวของพวกมันคือทำการปกป้องดันเจี้ยน และสัตว์อสูรเหล่านี้มีการกำเนิดใหม่อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าพวกมันสามารถกำเนิดมาได้อย่างไร

 

นับหลายช่วงอายุคนทั้งนักเรียนและเหล่าอาจารย์ หรือตัวตนที่ทรงอำนาจของอาณาจักรพยายามที่จะค้นหาความลับนี้ พวกเขาต้องการรู้ว่าสัตว์อสูรเหล่านั้นต้องการปกป้องสิ่งใด แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่อาจทำมันได้สำเร็จ ยังไม่มีคนกลุ่มไหนหรือตัวตนใดที่สามารถเข้าถึงส่วนลึกของดันเจี้ยนแห่งนี้ แม้แต่จอมเวทย์ของอาณาจักรจำนวนมากก็ไม่มีข้อยกเว้น

 

เมื่อหลายสิบปีก่อนโรงเรียนจึงตัดสินใจให้ใช้ดันเจี้ยนแห่งนี้เป็นที่ฝึกฝนของเหล่านักเรียน

 

โรงเรียนจึงได้มีการเปิดให้ทำภารกิจล่าดันเจี้ยนนี้ขึ้นมา โดยที่ภารกิจนี้จะมีขึ้นเพียงปีละครั้งเท่านั้น ส่วนหนึ่งเพราะจำนวนของสัตว์อสูรที่เกิดใหม่และการตายของนักเรียนที่มีมากเกินไป โรงเรียนจึงไม่เปิดให้ทำภารกิจบ่อยครั้ง

           

"เอาล่ะ บัดนี้ก็นับว่าได้เวลาแล้ว อัสลานหยุดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง

 

เมื่อพวกเจ้าเตรียมใจมาเรียบร้อยแล้ว ภารกิจล่าดันเจี้ยนก็สมควรเริ่มขึ้นได้"

 

สิ้นเสียงที่กังวานและทรงพลัง ร่างของอัสลานก็ลอยขึ้นเหนือท้องฟ้า หมอกสีฟ้าที่น่าประหลาดแผ่พุ่งออกมา

 

อัสลานปลดปล่อยพลังเวทย์ของเขาออกมา ด้วยการปลดปล่อยนี้ทำให้หลายคนนั้นรู้สึกอึดอัดราวกับหายใจไม่ออก พลังเวทย์ของจอมเวทย์นั้นทำให้ร่างกายของพวกเขารู้สึกผิดปกติ บางคนถึงกับต้องนั่งลงเพื่อทรงตัว

 

หมอกสีฟ้าเบื้องหลังของอัสลานนั้นค่อยๆ รวมตัวกันจนกลายเป็นนกฮูกสีฟ้าตัวก่อนหน้านี้อีกครั้ง

 

นกฮูกตัวนั้นส่งเสียงคำรามออกมาอย่างทรงพลัง เสียงของมันทำให้หลายคนไม่อาจทรงตัวได้อีกต่อไป

 

นกฮูกสีฟ้าบินพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ทะลุชั้นก้อนเมฆอย่างทรงพลัง มันบินทะลุขึ้นไปยังชั้นฟ้า และนับจากนั้นไม่นานท้องฟ้าก็ปรากฏจุดสีฟ้าจำนวนมาก วงเวทย์สีเงินของอัสลานนั้นทำงานอย่างต่อเนื่อง

 

แม้ว่าอัสลานจะไม่เปิดเผยวงเวทย์ของเขาให้ผู้ใดได้เห็น แต่พวกเขาก็รับรู้ได้ว่าวงเวทย์ของอัสลานนั้นกำลังทำงานอย่างเต็มที่

 

ในตอนนั้นเองท้องฟ้าก็เกิดเสียงครืนๆ ราวกับฟ้าร้อง

 

เมื่อแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า พวกเขาก็พบกับนกฮูกจำนวนมากปกคลุมทั่วท้องฟ้า พวกมันกำลังบินลงมายังพื้นดินอย่างบ้าคลั่ง ผู้คนในเมืองล้วนแตกตื่นเมื่อเห็นมัน

 

อัสลานลอยนิ่งอยู่กลางอากาศและชี้นิ้วของเขาลงไปยังพื้นดินเบื้องหน้า

 

ทันใดนั้นเองฝูงนกฮูกบินลงมาอย่างบ้าคลั่ง พวกมันบินไปตามทิศทางที่อัสลานชี้ลงมา

 

ซูม!!!!!!!!

 

นกฮูกตัวหนึ่งร่อนลงมากระแทกเข้ากับพื้นดินอย่างรุนแรง ทันใดนั้นเองนกฮูกตัวนั้นก็กลายเป็นเส้นแสงสีฟ้าเส้นหนึ่ง เมื่อนกฮูกตัวต่อๆ มาทำในแบบเดียวกัน เส้นแสงเหล่านั้นก็ปรากฏรูปร่างให้เห็นชัดเจนมายิ่งขึ้น

 

เมอร์ลินมองเหตุการณ์นี้อย่างสนใจ เขานั้นอดไม่ได้ที่จะเดินดูเพื่อที่จะได้เห็นชัดเจน

 

นกฮูกมากมายยังตกลงมาจากฟ้าอย่างต่อเนื่องราวกับฝนดาวตก เส้นแสงเหล่านั้นปรากฏเป็นวงเวทย์ที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนวงหนึ่ง ภายในวงเวทย์วงนั้นประกอบไปด้วยวงเวทย์น้อยใหญ่และอักขระมากมาย ตัวตนของมันนั้นทรงพลังและเต็มไปด้วยอำนาจ

 

แน่นอนว่าผู้ที่จะสร้างวงเวทย์นี้ได้จะต้องเป็นผู้ใช้อักขระที่มีตัวตนที่ยิ่งใหญ่

 

เมื่อนกฮูกตัวสุดท้ายตกลงมา วงเวทย์นั้นก็เกิดความสมบูรณ์

 

อักขระหลายตัวเรืองแสงออกมา

 

วงจรในวงเวทย์นั้นเริ่มทำงานอย่างบ้าครั่ง พวกมันเคลื่อนไหวไปมาอย่างทรงพลัง

 

ทันใดนั้นเองวงเวทย์ที่ทรงอำนาจนี้ก็ได้สร้างประตูที่มีรูปร่างประหลาดปรากฏขึ้นมา มันปรากฏขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า ประตูบานนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายโบราณและเก่าแก่ อายุของมันนั้นสามารถเทียบได้กับอายุของโรงเรียนแห่งนี้

 

ผู้สร้างประตูนั้นสร้างมันขึ้นมาพร้อมกับโรงเรียน

 

ประตูบานนั้นถูกสลักด้วยอักขระจำนวนมาก อักขระแต่ละตัวนั้นประกอบด้วยธาตุมืดเป็นหลัก พวกมันมีไว้ทำหน้าที่เคลื่อนย้ายมิติ ไม่เท่านั้นมันยังมีอักขระจำนวนหนึ่งที่ประกอบไปด้วยพลังกักกันและป้องกัน  

 

อักขระแต่ละตัวนั้นทรงพลังเป็นอย่างมาก เมอร์ลินไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามันถูกสร้างโดยผู้ใช้อักขระระดับชั้นใด แต่ที่แน่ๆ มันย่อมทรงพลังกว่าขั้นสีเขียวอย่างแน่นอน

 

หลายคนจ้องมองประตูบานใหญ่ที่มีลักษณ์ประหลาดด้วยความตื่นตะลึง ประตูบานนี้มีขนาดกว้างประมาณ 50 เมตรและมีความสูงเกือบ 100 เมตร

 

ภายในประตูนั้นปรากฏม่านพลังที่คล้ายกับพื้นผิวของน้ำ มันมีความใสบริสุทธิ์จนสามารถมองทะลุอีกด้านหนึ่งได้เหมือนกระจกใส กลิ่นอายที่โบราณและทรงพลังแผ่กระจายออกมาจากคลื่นน้ำนั้น กลิ่นอายนี้สามารถทำให้นักรบเวทย์จำนวนมากสยบต่อมันได้

 

เมื่อบานประตูปรากฏ อัสลานนั้นแสดงอาการเหน็ดเหนื่อยออกมาอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าเขาจะเป็นจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่การเปิดใช้งานวงเวทย์นี้ก็ทำให้เขาสูญเสียพลังเป็นอย่างมาก

 

การเปิดใช้งานวงเวทย์นี้ไม่สามารถให้เหล่าอาจารย์อาวุโสช่วยเหลือเขาได้ มันจำเป็นต้องใช้พลังของคนๆ เดียว และคนๆ นั้นจะต้องเป็นผู้อำนวยการของโรงเรียนแห่งนี้ เคล็ดลับของวงเวทย์นี้จะไม่มีการเปิดเผยต่อบุคคลคนภายนอก และมันจะถูกเก็บไว้กับผู้อำนวยการของโรงเรียนคนปัจจุบันเท่านั้น

 

แต่ถึงอย่างนั้น แม้ว่าอัสลานจะเปิดใช้งานให้ผู้ใช้อักขระคนอื่นได้เห็น แต่พวกเขาก็ไม่สามารถคัดลอกวงเวทย์วงนี้ได้ นั่นเพราะความโบราณและความซับซ้อนนี้เกินความสามารถในความเข้าใจของพวกเขา

 

ว่ากันว่าผู้สร้างวงเวทย์นี้เป็นถึงผู้ใช้อักขระขั้นสีครามที่ทรงอำนาจ อีกเพียงหนึ่งก้าวเขานั้นก็จะได้เข้าสู่ระดับสีดำในตำนาน ดังนั้นแล้วผู้ที่จะสามารถคัดลอกวงเวทย์นี้ได้จำเป็นต้องเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีครามเป็นอย่างน้อย แต่ในปัจจุบันดินแดนแห่งนี้นั้นปรากฏผู้ใช้อักขระที่มีพลังสูงสุดแค่ขั้นสีเขียวเท่านั้น

 

นั่นเป็นความคิดของอัสลาน แต่น่าเสียดายที่ที่แห่งนี้ยังมีคนหนึ่งที่ยืนดูขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ เขานั้นเห็นทุกเส้น ทุกลักษณะ ทุกอักขระ และทุกวงจรของวงเวทย์วงโบราณอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนของพลังหรือการเสริมพลังการทำงานของวงเวทย์ คนคนนั้นก็ได้เห็นอย่างชัดเจน

 

เขาคนนั้นก็คือเมอร์ลิน

 

ภายใต้การมองของดวงตาเลเมเกทัน เพียงหนึ่งการมองของมันนั้นสามารถจดจำได้ทุกสิ่ง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะสูงส่งและทรงพลังขนาดไหน มันก็สามารถจดจำและคัดลอกไว้ในความทรงจำได้ทั้งสิ้น

 

เมอร์ลินหันหลังและเดินกลับมารวมกับกลุ่มเหยี่ยวอีกครั้ง ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข

 

“ประตูของดันเจี้ยนได้เปิดออกแล้ว ทุกคนจงระวังตัว ขอให้พวกเจ้ากลับมาอย่างปลอดภัย” เสียงอันทรงพลังของอัสลานถูกเอ่ยขึ้น แม้ว่าเขาจะเหน็ดเหนื่อยจากการเปิดประตู แต่พลังและอำนาจของเขานั้นยังคงเหมือนเดิม  

 

เมื่อสิ้นเสียงของผู้อำนวยการโรงเรียน กิลด์กรงเล็บมังกรเป็นกิลด์แรกที่เริ่มเคลื่อนไหว หัวหน้ากิลของพวกเขาพุ่งตัวเข้าไปในประตูแสดงออกซึ่งลักษณะของผู้นำ ไม่นานกำลังพลของกิลด์กรงเล็บมังกรจำนวนมากก็ตามไปอย่างมีระเบียบ

 

กิลด์ใหญ่ที่เหลือนั้นค่อยๆ ทยอยตามกันไป พวกเขานั้นจัดแบ่งหน้าที่กันเป็นอย่างดี กระบวนทัพของพวกเขาจึงเต็มไปด้วยความมีระเบียบและเรียบร้อย

 

เมื่อเวลาผ่านไป กิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยวนั้นยังคงนิ่งเฉย ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ พวกเขาเพียงยืนเฉยอย่างใจเย็น

 

ส่วนกลุ่มคนและกิลด์ขนาดเล็ก ก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่าพวกเขาจะเดินทางเมื่อกิลด์ที่ทรงอำนาจทั้งหมดเข้าไปหมดแล้ว แต่เมื่อเห็นกลุ่มเหยี่ยวยังนิ่งเฉย พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะไม่รีรออีกต่อไป

 

กลุ่มคน คนแล้วคนเล่ากำลังเข้าไปในดันเจี้ยน แต่กลุ่มเหยี่ยวนั้นยังมีท่าทีที่นิ่งเฉย

 

การยืนที่นิ่งเฉยของพวกเขานั้นสามารถให้ผู้คนรู้สึกกดดันและหวาดกลัว

 

จนเวลาผ่านไป 3 ชั่วโมง เสนาธิการของกิลด์ก็เริ่มพูดขึ้น

 

"ดูเหมือนนี่จะได้เวลาแล้ว" เลโอมองดูทิศทางของดวงอาทิตย์ก่อนจะเอ่ยออกมา

 

“ไป...” เสียงทุ้มของอัลเกรียเอ่ยเป็นคำสั่ง

 

อัลเกรียให้สัญญาณมือแก่สมาชิกกิลด์ของเขา

 

สัญญาณมือนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาได้ทำการนัดแนะและเตรียมการมาก่อนหน้านี้

 

การทำงานเป็นทีมนั้นจำเป็นต้องทำการอย่างรวดเร็ว แต่ความรวดเร็วนั้นจำเป็นต้องมีประสิทธิภาพ มันจึงเป็นการดีที่พวกเขาได้สร้างสัญลักษณ์สัญญาณมือนี้ในการทำงาน เพียงแค่ได้เห็นพวกเขาก็สามารถสั่งการและปฏิบัติตามได้อย่างรวดเร็ว

 

กลุ่มเหยี่ยวเริ่มเคลื่อนพล ประตูมิติที่เหมือนกระจกผืนน้ำเบื้องหน้านี้ได้ดึงดูดพวกเขาให้หายเข้าไป

 

เมื่อเมอร์ลินได้ข้ามมายังอีกฝั่งของประตูที่เป็นดันเจี้ยน เขาก็พบว่าดันเจี้ยนแห่งนี้มีลักษณะเป็นโพรงใต้พื้นดินที่มีขนาดใหญ่ หันกลับไปมองด้านหลัง เขาก็พบประตูอีกบานหนึ่งซึ่งเหมือนประตูที่เขาจากมา เพียงแต่มันมีขนาดที่เล็กกว่า

 

ด้านหลังของประตูบานนี้นั้นเป็นผนังดิน ผนังนี้เก่าแก่และถูกผนึกด้วยอำนาจอักขระที่ยิ่งใหญ่ ราวกับว่าไม่ต้องการให้สิ่งที่อยู่ภายในดันเจี้ยนแห่งนี้ลอดออกไป

 

มันมีเพียงประตูบานนี้เท่านั้นที่สามารถเชื่อมต่อจากโลกภายนอกได้ และประตูบานนี้ก็จะถูกเปิดออก 1 ปีเพียง 1 ครั้งเท่านั้น

 

ด้วยความใหญ่โตของดันเจี้ยนแห่งนี้ ดันเจี้ยนก๊อบลินที่เมอร์ลินเคยกวาดผ่านนั้นไม่สามารถเทียบกับที่นี่ได้

 

ดันเจี้ยนแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยความเก่าแก่และโบราณ ความใหญ่โตของมันนั้นสร้างความตระการตาให้แก่ผู้คน

 

กลุ่มเหยี่ยวเมื่อได้ทำการตรวจเช็คสมาชิกเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ด้านในของดันเจี้ยนในทันที

 

เส้นทางที่พวกเขาเดินทางผ่านนั้นล้วนเต็มไปด้วยซากสัตว์อสูรที่นอนตายกันอย่างเกลื่อนกลาด และแต่ละศพของสัตว์อสูรนั้นมีร่องรอยการควักหัวใจแทบทั้งสิ้น

 

ใช่แล้ว สัตว์อสูรเหล่านี้ล้วนถูกชิงจิตเวทย์

 

จิตเวทย์เป็นวัตถุที่สามารถเสริมพลังการบ่มเพาะพลังเวทย์ให้แก่ผู้ใช้เวทมนต์ได้เป็นอย่างดี

 

จุดประสงค์หลักของภารกิจนี้จึงเป็นการเก็บเกี่ยวจิตเวทย์จากสัตว์อสูรเหล่านี้ มันมีเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่มุ่งหวังในสมบัติลึกลับของดันเจี้ยน

 

จากข้อมูลของกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยว ชั้น 1-2 นั้นเป็นที่อยู่ของสัตว์อสูรระดับต่ำ แม้ว่าในกลุ่มของพวกมันจะมีหัวหน้าคอยควบคุมอยู่ แต่หัวหน้าของพวกมันก็มีระดับที่ไม่ห่างกันมากนัก มันจึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมแก่กิลด์หรือกลุ่มเล็กๆ ที่อยู่ในระดับผู้ใช้เวทย์

 

ส่วนชั้นต่อๆ ไปนั้นจะมีสัตว์อสูรในระดับที่ร้ายกาจยิ่งๆ ขึ้นไป ในปีที่แล้วกลุ่มเหยี่ยวนั้นได้ทะลวงไปถึงชั้นที่ 5 และพวกเขาก็ได้หยุดอยู่ตรงนั้น

 

ชั้นที่ 5 นั้นเป็นชั้นของสัตว์อสูรระดับ 5 ซึ่งมีพลังเทียบเท่าได้กับนักรบเวทย์ตอนปลาย

 

ด้วยพลังของกลุ่มเหยี่ยว สัตว์อสูรระดับ 5 เหล่านั้นอาจไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกเขา แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาผ่านไปชั้นต่อไปไม่ได้ นั่นก็คือหัวหน้าของสัตว์อสูรในชั้นนั้น ความร้ายการของมันคือสัตว์อสูรระดับ 6 ซึ่งสามารถเทียบเคียงได้กับจอมเวทย์ผู้หนึ่ง

 

แม้ว่ากลุ่มเหยี่ยวนั้นจะเก่งกาจและแต่ต่อให้พวกเขาจะมีนักรบเวทย์จำนวนมากเพียงใด มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของสัตว์อสูรที่มีพลังเทียบเท่าจอมเวทย์ ช่องว่างของนักรบเวทย์กับจอมเวทย์นั้นมีความต่างอยู่มาก มันไม่สามารถนำเอาจำนวนไปเป็นตัวหักลบได้ ยิ่งเป็นหัวหน้าของสัตว์อสูรด้วยแล้ว พลังของมันย่อมมีมากกว่าสัตว์อสูรทั่วไป

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากพวกเขามีการวางแผนการที่ดี มันยังมีโอกาสที่จะสามารถหาจุดอ่อนของสัตว์อสูรและล้มมันได้

 

เมื่อเวลาผ่านกลุ่มเหยี่ยวก็มาถึงชั้น 3

 

 บริเวณชั้น 3 นี้เป็นที่อยู่ของสัตว์อสูรระดับ 3 ซึ่งเทียบเท่ากับระดับนักเวทย์ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้จึงทำให้ชั้นนี้มีคนของกิลด์ใหญ่ทั้งสามกิลด์อยู่จำนวนมาก

 

เหตุที่พวกเขาลงมือช้ากว่าคนอื่นนั้นก็เพราะพวกเขาต้องการให้กลุ่มอื่นกรุยทาง มันจะเป็นการดีหากพวกเขาไม่ต้องเสียเวลาลงมือเก็บกวาดเอง ยังไงเสียเป้าหมายของพวกเขาก็ไม่ใช่สัตว์อสูรในชั้นนี้อยู่แล้ว

 

"เอาล่ะพวกเรามาถึงชั้นที่ 3 แล้ว ภายในชั้นนี้มีสัตว์อสูรระดับ 3 อยู่จำนวนมาก เส้นทางที่จะเข้าถึงประตูในชั้นถัดไปนั้นจะเต็มไปด้วยสัตว์อสูรที่มีพลังเทียบเท่ากับนักเวทย์”

 

เลโอเป็นผู้แจกแจงรายละเอียด พูดจบเขาก็หันไปพยักหน้าให้กับเกร์เทล

 

“ลงมือได้เกร์เทล"

           

เกร์เทลตอบกลับด้วยรอยยิ้มและลงมือทำบางสิ่ง

 

"งั้นก็เริ่มกันเลย"  

 

เมื่ออยู่ในการปฏิบัติภารกิจนิสัยของเกร์เทลนั้นจะเปลี่ยนไป เขานั้นละทิ้งการพูดมากที่เป็นนิสัยของเขา เพราะในอดีตเขานั้นเคยทำให้กลุ่มตกอยู่ในอันตรายเพราะการพูดมากของเขา ผลกระทบนี้สร้างความสูญเสียให้แก่กลุ่มของเขา ตั้งแต่นั้นมามันจึงกลายมาเป็นบทเรียนให้แก่เขา และตั้งแต่นั้นมาเขาจึงพยายามที่จะเงียบในขณะปฏิบัติภารกิจ แม้จะเป็นการยากแต่เขาก็สามารถทำมันได้

 

เกร์เทลเริ่มร่ายเวทย์บทหนึ่งออกมาพร้อมกับวาดมือทำสัญลักษณ์กลางอากาศ

 

ทันใดนั้นเองสัญลักษณ์เหยี่ยวบนผ้าคลุมของแต่ละคนก็ส่องแสงขึ้น แสงนั้นนวลลออเหมือนแสงของดวงจันทร์ หลังจากนั้นผ้าคลุมนั้นก็ปรากฏเส้นแสงที่เหมือนกับด้ายสายน้ำพุ่งออกมาจากดวงตาของเหยี่ยว

 

เส้นแสงบนผ้าคลุมของแต่ละคนพุ่งเข้ามารวมศูนย์อยู่ที่เกร์เทล

 

นอกจากกลุ่มเหยี่ยวแล้ว มันจะไม่มีผู้อื่นที่สังเกตเห็นถึงเส้นแสงนี้

 

นี่คือความสามารถอย่างหนึ่งของเกร์เทล ผู้มีขีดจำกัดทางสายเลือดธาตุน้ำ ฉายาสิบเปลี่ยนแปลงของเขานั้นมาจากความสามารถขีดจำกัดสายเลือดนี้ เขาสามารถใช้คุณลักษณะของน้ำสร้างความเปลี่ยนแปลงได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือสิ่งของ เขานั้นก็สามารถเปลี่ยนมันให้กลายเป็นน้ำได้

 

เกร์เทลใช้ความสามารถของเขาปักรูปเหยี่ยวลงบนผ้าคลุมของทุกคน และเมื่ออยู่ในดันเจี้ยนเขาก็ชักนำเส้นแสงที่เขาปักไว้ เพื่อให้ทุกคนได้ทราบตำแหน่งของแต่ละคน อีกทั้งเส้นแสงนี้มันยังสามารถเป็นตัวกลางสื่อสารกันทางความคิดได้อีกด้วย มันสะดวกกับการทำงานเป็นกลุ่มและเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มเหยี่ยวในการปฏิบัติภารกิจเป็นอย่างมาก

 

แม้ว่าเกร์เทลนั้นจะไม่มีจุดเด่นด้านการต่อสู้ แต่ด้วยความสามารถของขีดจำกัดทางสายเลือดของเขานั้นกลับเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการทำงานเป็นกลุ่ม ไม่จำเป็นต้องนึกถึงชีวิตหลังจบการศึกษาของเขา แน่นอนว่าเกร์เทลนั้นจะต้องจบออกมาเป็นสายลับและสายสนับสนุนที่ยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน

 

เมื่อพิธีการของเกร์เทลเสร็จสิ้น เลโอก็ได้ทวนหน้าที่ของแต่ละคนอีกครั้ง และออกเดินทางต่อทันที

 

บัดนี้พวกเขาทุกคนก็มารวมกันอยู่ด้านหน้าห้องที่เป็นที่อยู่ของหัวหน้าสัตว์อสูร

 

ประตูของชั้นถัดไปจะเปิดออกก็ต่อเมื่อหัวหน้าสัตว์อสูรประจำชั้นนั้นๆ ได้ตายไปแล้ว

 

ที่ผ่านมาหัวหน้าสัตว์อสูรในแต่ละชั้นนั้นถูกกิลด์ที่เข้ามาก่อนหน้านี้จัดการไปเรียบร้อยแล้ว นั่นจึงทำให้พวกเขาเดินทางมาชั้น 3 ได้อย่างราบรื่น

 

เมื่อพวกเขาได้เข้ามาในห้องของหัวหน้าสัตว์อสูรชั้น 3 พวกเขาก็พบว่าในห้องนี้เป็นไปด้วยผู้คนมากมาย

 

พวกเขาเหล่านั้นล้วนเป็นคนของสามกิลด์ใหญ่แทบทั้งสิ้น คนทั้งหมดกำลังร่วมมือกันต่อสู้กับหัวหน้าสัตว์อสูรในตำแหน่งต่างๆ แสงของพลังเวทย์หลากสีสันปรากฏขึ้นอย่างมากมาย

 

สามกิลด์ใหญ่ได้จัดวางกำลังพลให้อยู่ในตำแหน่งต่างๆ ตามกลยุทธ์ที่พวกเขาวางไว้ ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะภายในห้องหัวหน้าสัตว์อสูรนั้นจะมีสัตว์อสูรที่เป็นลิ่วล้ออยู่จำนวนมาก หากหัวหน้าของพวกมันถูกโจมตี สัตว์อสูรที่อยู่ในส่วนต่างๆ ของชั้นนี้ก็จะมารวมกันที่ห้องแห่งนี้เพื่อปกป้องหัวหน้าของพวกมัน

 

ดังนั้นแล้วการที่จะทะลวงชั้นของดันเจี้ยนให้ได้นั้นจึงจำเป็นที่จะต้องจัดการกับสัตว์อสูรลิ่วล้อของชั้นให้ได้จำนวนมากเสียก่อน ไม่เช่นนั้นแล้วหากยังมีพวกมันที่หลงเหลือเป็นจำนวนมาก การจัดการกับหัวหน้าสัตว์อสูรจะเป็นเรื่องที่ยากลำบาก

 

สามกิลด์ใหญ่กำลังร่วมมือกันต่อสู้กับหัวหน้าสัตว์อสูรจึงเป็นฉากที่ยิ่งใหญ่อลังกาลราวกับที่นี่เป็นสนามรบ พวกเขากำลังสู้กับหัวหน้าสัตว์อสูรที่มีขนาดตัวสูงถึง 20 เมตรอย่างดุเดือด 

 

อัลเกรียผู้ที่เป็นผู้นำของกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยว เขาพาสมาชิกกิลด์ของเขามายืนอยู่ด้านริมของอีกฝั่งหนึ่งของการต่อสู้ เขาจ้องมองฉากเบื้องหน้าอย่างใจเย็น

 

แม้ว่าเบื้องหน้าจะมีคนบาดเจ็บล้มตาย แต่กลุ่มเหยี่ยวก็ไม่เคลื่อนไหว สิ่งที่พวกเขาทำในตอนนี้คือการเฝ้ามอง

 

นิสัยของเหยี่ยวนั้นมักจะไม่เคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็น ดวงตาของมันคอยจับการเคลื่อนไหวของเหยื่อ เมื่อถึงเวลามันจะใช้ดวงตาที่แหลมคมเข้าจับจังหวะตะครุบเหยื่อได้อย่างแม่นยำ

 

กลุ่มเหยี่ยวในตอนนี้จึงไม่จำเป็นต้องทำการใดๆ สิ่งที่พวกเขาควรทำในตอนนี้ก็คือการออมกำลัง เพื่อใช้จัดการสิ่งต่างๆ ในชั้นถัดๆ ไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.448K ครั้ง

29,455 ความคิดเห็น

  1. #29291 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 07:20
    บทพระเอกหายกันเลยทีเดียว
    #29291
    0
  2. #26155 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 09:49
    อืมกลยุทธ์สมชื่อเหยี่ยวจริงๆ
    #26155
    0
  3. #22730 แค่คนหัวฟูๆ (@tttchaittt) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 09:39
    หิวข้าว
    #22730
    0
  4. #21451 LukasDDK (@raynaros) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 10:19
    ภารการ 》พลการ*
    #21451
    0
  5. #21361 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 11:12
    ขอบคุณครับ
    #21361
    0
  6. #20907 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 18:54
    สู้ๆๆๆๆ
    #20907
    0
  7. #20904 wawaway (@waway505) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 15:54
    ชอบอ่ะ ควิกๆๆๆๆๆเรยไรท์จ๋า
    #20904
    0
  8. #20903 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 16:26
    ชอบอะ ชอบนิสัย กับตัวละครทุกๆตัวเลยอะ>~<
    #20903
    0
  9. #20901 NisachonJamjan (@NisachonJamjan) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 13:28
    ขอบคุนค่ะ
    #20901
    0
  10. #19937 SATANGnaphatsorn (@SATANGnaphatsorn) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 16:00
    จะเข้ากิลแล้วใช่มั้ยยย!!!!
    #19937
    0
  11. #14820 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 12:44
    เปลี่ยนใจสอนะ
    #14820
    0
  12. #11459 [0 & ∞] (@Last-Shinening) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 20:56
    ฉึก!   (เเทงใจดำ)
    #11459
    0
  13. #7964 My.sister (@is-ploy) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 18:28
    อยากอ่านภาคต่อไป รุ้สึกเหมือนเมอร์ลินจะเก่งมาก ^ ^
    #7964
    0
  14. #7958 slzyzero (@sliiz) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 16:10
    ติดตามครับ
    #7958
    0
  15. #7899 ฮ่อยจ๊อ (@21298) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 00:16
    สุดยอดเลยค่ะ
    #7899
    0
  16. #7801 kik-kik-saranung (@watptr45) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 14:46
    ขอบคุณครับ
    #7801
    0
  17. #7776 obeero2 (@obeero) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 03:12
    มันมากคับ!!
    #7776
    0
  18. #7749 Monthira_faro (@sodevil75) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 22:16
    สนุกมากเลยอ่านวันนี้วันแรก แต่หยุดอ่านไม่ได้ รอติดตามอยู่นะคะ ไรท์เก่งมากเลยค่ะ
    #7749
    0
  19. #7648 เอเอ (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 18:20
    เข้ากิลด์ก็ได้แต่เป็นหัวหน้านะเว้ย
    #7648
    0
  20. #7647 พอยธนา (@pramotdplo) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 17:42
    ใช่ข้าเอง โฮะๆๆๆ
    #7647
    0
  21. #7646 the beginnen (@d6079) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 17:08
    สนุกมากกกก อยากอ่านต่อๆๆๆๆ มาต่อไวๆนะคะ รอติดตามอยู่จ้าาา
    #7646
    0
  22. #7645 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 15:46
    ขอบคุณครับ
    #7645
    0
  23. #7644 kulnweiei (@kulnweiei) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 15:05
    เฮ้ย ไปด้วย อะไรอย่างนี้ป้ะคะ > <^
    #7644
    0
  24. #7643 Noomu2 (@Noomu2) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 14:51
    อ้าวอ้าว แล้วจะโผล่ออกไปทำไมกันละนั้น
    #7643
    0
  25. #7642 HaHaZaJang (@jameicezor) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 14:31
    สนุกๆๆๆๆๆๆๆ. ติดตามต่อๆ. รอไม่ไหวเเล้วววว
    #7642
    0