ตอนที่ 58 : ประเมินเสียใหม่ (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49880
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1481 ครั้ง
    13 ธ.ค. 60

อัลเกรียคือชายรูปร่างสูงใหญ่และกำยำ เขาสวมใส่ชุดคลุมที่รัดรูป ไม่รู้ว่ามันคือการออกแบบของชุดหรือมันเป็นปัญหาของขนาดตัวของเขา มันถึงทำให้ชุดของเขาออกมาในรูปแบบนี้ แต่ลายเหยี่ยวที่ปักไว้บนด้านหลังนั้นก็ทำให้ผู้คนไม่กล้าเหยียดหยาม แม้การสบตาพวกเขาก็ไม่มีความกล้าพอ

 

อัลเกรียคือผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวของพญาเหยี่ยวที่ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนๆ ก็ไม่อาจดูแคลน

 

อัลเกรียผู้ที่ได้รับฉายาคชสารเหล็กกล้า เขาคือผู้นำของกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยวรุ่นปัจจุบัน แม้ว่าเขาจะมีชาติกำเนิดที่ต่ำต้อย แต่ความสามารถของเขานั้นสามารถทำให้จุดบอดนี้ลบหายไป

 

ด้วยระดับฝีมือของเขาว่ากันว่าแม้ว่าเขาจะยังไม่จบการศึกษา แต่เขาก็มีความสามารถที่จะท้าทายอาจารย์คนใดคนหนึ่งของโรงเรียนเวทย์อารากอนนี้ได้

 

อัลเกรียไม่ได้เป็นผู้มีพลังพิเศษพื้นฐานพรสวรรค์ของเขาสามัญยิ่ง เขาไม่ได้เป็นผู้ครอบครองทวิธาตุหรือผู้มีขีดจำกัดทางสายเลือด แต่ด้วยการฝึกฝนและความมุมานะของเขานั้นทำให้การฝึกพลังเวทย์ธาตุดินนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แทบจะเรียกได้ว่าความร้ายกาจในเวทย์ดินของเขานั้นสามารถเทียบได้กับพลังของผู้มีขีดจำกัดสายเลือดเลยก็ว่าได้

 

หลังจากที่ไม้พลองของเมอร์ลินถูกอัลเกรียทำลาย ทำให้เมอร์ลินทะยานร่างถอยหลังกลับไปตั้งหลัก

 

สัญชาตญาณของเมอร์ลินร้องเตือนว่าคนผู้นี้ไม่ธรรมดา ความร้ายกาจของเขาย่อมเหนือว่าเลโออย่างแน่นอน

 

เมอร์ลินเก็บมือของเขาไพล่หลังด้วยท่าทีที่สง่างาม ใบหน้าของเขานั้นเปิดเผยความเย็นชาออกมา

 

"คนของเจ้าไม่สามารถทำให้ข้าไปอยู่ในวงกลมวงนั้นได้ นั่นถือว่าพวกเจ้าแพ้แล้ว"  เมอร์ลินชี้ไปยังวงกลมและเอ่ย

 

“จงทำตามคำพูดแล้วไปซะ”

 

น้ำเสียงของเด็กน้อยนั้นเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง หากคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมาก่อนหน้านี้ ผู้คนเป็นได้หัวเราะและเยาะเย้ยเขา แต่หลังจากสถานการณ์นี้แล้ว เขานั้นมีคุณสมบัติที่จะเอ่ยมันออกมา

 

การที่นักเวทย์คนหนึ่งสามารถเอาชนะนักรบเวทย์คนหนึ่งได้นั้นถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ธรรมดา หากระดับของพวกเขาต่างกันระดับสองระดับนั่นถือว่าเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่เมื่อมันมีความห่างถึง 1 ขั้น เหตุการณ์นี้ย่อมต่างออกไป

 

แม้นักเวทย์ 5 วงเวทย์สู้กับนักรบเวทย์ 1 วงเวทย์ การที่จะเอาชนะได้ก็ยังถือว่ามีความยากลำบากมากแล้ว เพราะความต่างระหว่างขั้นนั้นถือเป็นช่องว่างขนาดใหญ่สำหรับขอบเขตทั้งสอง

 

นักเวทย์ 1 วงเวทย์สามารถเอาชนะนักรบเวทย์ 2 วงเวทย์ได้นั้นจึงถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ควรอ้าปากค้าง

 

อัลเกรียมองเมอร์ลินอย่างพิจารณา เขานั้นไม่มีท่าทีโกรธเกรี้ยวใดๆ กับท่าทางที่หยิ่งยโสของเด็กน้อยนี้ ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความสงบนิ่งแผ่กลิ่นอายของผู้นำที่น่าเชื่อถือออกมา

 

ตำแหน่งของผู้นำกลุ่มเหยี่ยวจึงเหมาะสมแล้วที่จะมอบให้แก่ชายคนนี้

 

"คำไหนคำนั้น 11 ดวงตาเหยี่ยวย่อมรักษาสัจจะ ต่อไปพวกข้าจะไม่วุ่นวายกับเจ้าอีก" เสียงทุ้มของอัลเกรียถูกเอ่ยออกมา น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม

 

"งั้นก็ดี ... ดูเหมือนว่าพวกเราจะทำให้เรื่องนี้การเอิกเกริกเกินไป" เมอร์ลินอมยิ้มและเอ่ย

 

ท่าทางของเขานั้นทำให้ผู้คนขนลุก หลังจากจบการต่อสู้เมื่อครู่แล้วบรรยากาศของเขานั้นก็ทำให้ผู้คนหวั่นเกรง

 

เมอร์ลินกวาดสายตามองพื้นที่การต่อสู้ของลานกว้าง สภาพของมันในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยหลุมบ่อจำนวนมาก การต่อสู้ของเขากับเลโอนั้นสร้างความเสียหายแก่พื้นที่แห่งนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

อัลเกรียสังเกตท่าทางของเมอร์ลินแล้วเอ่ยอย่างเข้าใจ

 

"หากเจ้ากำลังกังวลเรื่องความเสียหาย เรื่องนี้ข้าจะรับผิดชอบเอง"

 

จบคำพูดของเขา อัลเกรียก็ใช้สองมัดชนเข้าหากันในระดับช่วงอก ริมฝีปากของเขาขยับไปมาทำการร่ายเวทย์ ไม่นานอัลเกรียก็ใช้มือขวาของเขาชกลงไปยังพื้นดินที่เขายืนอยู่อย่างรุนแรง

 

ตึง!

 

ทันทีที่หมัดขวาของอัลเกรียกระทบกับพื้นดิน พลันเกิดระลอกคลื่นพลังเวทย์สั่นสะเทือนพื้นดินบริเวณนั้นอย่างรุนแรง หน้าดินบริเวณนั้นถูกยกขึ้นมาราวกับระลอกของน้ำ มันถูกยกขึ้นไล่เรียงกันราวกับคลื่นทะเล ไม่นานพวกมันก็กระเพื่อมยุบลง หลุมบ่อที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้บัดนี้มันถูกทำให้กลับมาราบเรียบดังเดิม

 

ผู้คนต่างตื่นตะลึงกับการใช้เวทย์ของอัลเกรีย ข่าวลือที่ว่าเขานั้นสามารถเป็นอาจารย์ของโรงเรียนนี้ได้นั้นถือว่าไม่เกินไป ด้วยพลังที่เหนือขอบเขตนี้เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้คนเคารพในตัวเขา

 

เมอร์ลินเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง เขามองอัลเกรียด้วยด้วยท่าทีที่สนใจ

 

เวทย์บทนี้ไม่ใช่ว่าเมอร์ลินจะพึ่งเคยเห็นครั้งแรก มันคล้ายคลึงกันกับเวทย์ที่เอริกใช้ แม้ว่าเอริกจะทำมันได้อย่างง่ายดายกว่านี้ แต่การที่อัลเกรียใช้เวทย์บทนี้ได้นั่นก็ถือว่าคนคนนี้ไม่ธรรมดา

 

ครานั้นเองกลุ่มเหยี่ยวอีก 4 คนก็เข้ามาสมทบ

 

หญิงสาวคนหนึ่งก้าวออกมาด้านหน้าแล้วเรียกอาวุธประจำตัวของเธอออกมา

 

"จงปรากฏ อควาเรียส"

 

ซูม!

 

ทันใดนั้นเองพื้นดินก็ปรากฏแรงดันน้ำอันรุนแรงพุ่งขึ้นมาเป็นเสาน้ำขนาดยักษ์ เธอคนนั้นยื่นมือเข้าไปในเสาน้ำต้นนั้นและคว้าจับเอาสิ่งหนึ่งออกมา

 

เมื่อเธอดึงมือออกมา สิ่งที่ในมือของเธอก็คือร่มสีน้ำทะเลคันหนึ่ง

 

เมอร์ลินสัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของร่มคันนั้น สัญชาตญาณบอกเขาว่าร่มคันคืออาวุธวิญญาณ

 

อัลเกรียก้าวถอยออกไปให้ห่างจากร่างของเลโอใน ดวงตาของเขามองไปที่หญิงสาวด้วยแววตาอันเชื่อมั่น

 

"จัดการได้เลย เวร่า" เสียงทุ้มของอัลเกรียถูกเอ่ยออกมา

 

หญิงสาวที่ชื่อเวร่านั้นพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจ

 

ในตอนนั้นเองเวร่าก็โยนร่มในมือของเธอขึ้นสู่ท้องฟ้า แววตาที่เฉยเมยของเธอนั้นแทบจะไม่แสดงอาการใดๆ กับการกระทำนี้

 

ครานั้นความสามารถของร่มอควาเรียสก็เริ่มทำงาน มันถูกทำให้ลอยเคว้งและหมุนวนกลางอากาศ การหมุนของมันบังเกิดคลื่นพลังเวทย์แผ่กระจายออกมา ทันใดนั้นละอองน้ำที่มีประกายสีฟ้าก็ร่วงหล่นลงมา

 

ละอองเหล่านั้นพุ่งเข้าสู่ร่างของเลโอ มันเข้าแทรกซึมผิวหนังเข้าไปในร่างกายของเลโออย่างรวดเร็ว

 

ผ่านไปไม่กี่อึดใจ บาดแผลของเลโอก็ค่อยๆ จางหายไป สภาพร่างกายของเขาค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมา ทำให้ใบหน้าของเลโอนั้นค่อยๆ ดูดีขึ้น

 

เพียงเวลาไม่นาน อาการบาดเจ็บของเลโอก็ถูกรักษาจนหาย แม้ว่ามันจะไม่ใช่การรักษาที่เต็มร้อย แต่มันก็ทำให้ใบหน้าของตุลาการเปื้อนยิ้มกลับมาที่จะแสร้งให้ยิ้มได้เช่นเดิม

 

เมื่อการรักษาเสร็จสิ้น เวร่าก็เดินกลับไปประจำที่เดิม

 

เมอร์ลินมองการกระทำของเธอด้วยความสนใจ การรักษาของเธอนั้นมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก การรักษานี้มีประสิทธิภาพมากกว่ายาที่เขาปรุงขึ้นมาด้วยซ้ำ

 

ดินแดนนี้ล้วนเต็มไปด้วยสิ่งที่หน้าสนใจ มันมีสิ่งมหัศจรรย์มากมายที่เมอร์ลินไม่เคยเห็น น่าเสียดายที่ดวงตาเลเมเกทันไม่สามารถมองเห็นกระบวนการการทำงานอาวุธวิญญาณชิ้นนี้ได้ ไม่เช่นนั้นแล้วเขาจะลอกเลียนแบบวงเวทย์เหล่านั้นแล้วนำมาประยุกต์ใช้เป็นวงเวทย์ใช้ในการปรุงยา

 

หากประสบความสำเร็จ เขานั้นย่อมสามารถสร้างน้ำยาที่น่าตื่นตะลึงได้อย่างแน่นอน

           

"ในเมื่อทุกอย่างจบลงแล้ว อย่างนั้นข้าก็ต้องขอตัว" เมอร์ลินกล่าวและหันหลังเตรียมที่จะเดินจากไป

 

แต่ทว่าเสียงของเลโอก็เอ่ยขัดไว้

 

"เดี๋ยวก่อน ..."

 

น่าเสียดายที่เมอร์ลินไม่แยแสกับคำร้องนั้น ทันใดนั้นเองเขาก็ได้ทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิด

 

เมื่อจู่ ๆ ร่างของเด็กน้อยก็จงใจล้มตัวลงไปด้านหลัง เหตุการณ์นี้สร้างความประหลาดใจแก่ผู้คน

 

ไม่ใช่ว่าเขาเหน็ดเหนื่อยจนล้ม

 

แต่ทว่ายังไม่ทันที่ร่างของเมอร์ลินจะถึงพื้น พื้นดินก็บังเกิดหลุมบ่อสีดำปรากฏขึ้นมา ร่างที่ล้มลงของเด็กน้อยนั้นจึงจมลงไปกับหลุมดำหลุมนั้น

 

เมอร์ลินจมลงไปในหลุมดำที่ดูไร้ก้นบึ้ง

 

ไม่นานหลุมดำหลุมนั้นก็ถูกปิดลงและหายไปพร้อมกับผู้ที่สร้างมันขึ้นมา

           

“บ้าไปแล้ว! นั่นมันเวทย์หลุมมิติ” หนึ่งในคนดูตะโกนขึ้นมาอย่างตื่นตะลึง

           

“นอกจากผู้เชี่ยวชาญธาตุลมที่สามารถลอยได้แล้ว เขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญธาตุมืดใช้เวทย์มิติหลุมดำ”

           

ผู้ใช้เวทย์มิตินั้นหาได้ยากในดินแดนแห่งนี้ จำนวนของพวกเขานั้นมีไม่มากนัก น้อยคนที่จะมีธาตุมืดและสามารถใช้เวทย์มิติได้ โดยส่วนใหญ่แล้วหากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญธาตุมืดแล้วจะต้องเป็นจอมเวทย์ที่ต้องทำการวาดวงเวทย์ซับซ้อนขึ้นมาเองถึงจะสามารถใช้เวทย์มิติได้

           

แต่การที่ไม่ได้ครอบครองธาตุมืดและไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญนั้นย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นอยู่เสมอ บางครั้งแม้มีพลังในระดับจอมเวทย์แต่หากความเชี่ยวชาญ พวกเขาอาจหลงอยู่ในมิติที่สร้างขึ้น จอมเวทย์บางคนนั้นถึงกับเสียชีวิตในการใช้เวทย์เหล่านี้ หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญธาตุมืดมันจึงไม่ง่ายเลยที่จะใช้มัน

           

ผู้ใช้เวทย์มิติจึงเป็นบุคคลที่สำคัญมากต่ออาณาจักร พวกเขามักถูกใช้ให้ทำภารกิจลับในพื้นที่ห่างไกล นั่นเพราะการเดินทางด้วยเวทย์มิตินั้นรวดเร็วเป็นอย่างมาก เพียงไม่กี่ลมหายใจพวกเขาก็สามารถเข้าถึงพื้นที่นั้นได้แล้ว

           

เมลดี้นอกจากจะเป็นศิษย์หลักของอัสลานแล้ว เธอยังเป็นผู้ใช้เวทย์มิติที่มีความสำคัญต่ออาณาจักรเป็นอย่างมาก

           

การที่เมอร์ลินใช้เวทย์มิติชั้นสูงแบบนี้ได้จึงเป็นที่น่าตื่นตะลึงให้แก่ผู้คน

 

เสียงพูดคุยเริ่มอื้ออึงไปเท่าทั้งบริเวณ ผู้คนเริ่มพูดคุยและแสดงทัศนคติของตนเองออกมา

 

มันสามารถสรุปได้ว่าเมอร์ลินนั้นคือผู้ครอบครองทวิธาตุ

 

หัวข้อนี้สร้างความสนใจแก่ผู้คนเป็นอย่างมาก มันไม่แปลกหากคนคนหนึ่งจะมีขีดจำกัดทางสายเลือดนั่นเพราะพื้นเพเดิมจากสายเลือดของพวกเขา

 

ตราบใดที่เกิดในตระกูลที่มีขีดจำกัดทางสายเลือดพวกเขาย่อมมีโอกาสได้รับพลังนั้นอย่างแน่นอน แต่คนคนหนึ่งที่ครอบครองทวิธาตุนั้นนับว่าต่างออกไป

 

มันไม่ใช่สิ่งที่ได้รับสืบทอดต่อกันมา แต่มันเป็นพรสวรรค์ มันเป็นความสามารถพิเศษของคนคนหนึ่ง ผู้ที่ได้รับมันนั้นสามารถเรียกได้ว่าเป็นลูกรักแห่งทวยเทพ

 

หลายคนนั้นยกย่องและสรรเสริญเมอร์ลิน แต่อีกหลายคนนั้นก็อิจฉาเมอร์ลินเช่นกัน

 

การที่กิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยวต้องการเด็กคนนี้ให้เข้าร่วมกิลด์นั่นนับว่าไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด แต่น่าเสียดายที่พวกเขาทำไม่สำเร็จ ไม่เช่นนั้นแล้วกลุ่มเหยี่ยวจะเหมือนเสือติดปีกอำนาจของพวกเขานั้นรุ่นนี้จะต้องยิ่งใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม

 

คนของตระกูลเซอร์เตสนั้นเต็มไปด้วยความอิจฉาและริษยา ความสามารถของพวกเขาแต่ละคนนั้นไม่สามารถเทียบได้กับเมอร์ลิน แม้จะเป็นนักเวทย์ที่มีวงเวทย์มากกว่าแต่มันก็ไม่มีผลใดๆ หากต้องต่อสู้กับเด็กคนนั้น

 

ไม่ต้องเอ่ยถึงการสู้กับเมอร์ลิน แค่เลโอที่พ่ายแพ้แก่เมอร์ลิน พวกเขาก็ไม่มีความสามารถที่จะทำให้เลโอใช้เกราะลมดำออกมาได้ ภายในใจของพวกเขานั้นยามนี้เต็มไปด้วยความรุ่มร้อนและแค้นใจ พวกเขาไม่ได้โทษตัวเองแต่พวกเขานั้นโทษเมอร์ลิน

 

เด็กคนนั้นนั้นเก่งเกินไป ความเก่งของเขานั้นทำให้แสงของพวกเขานั้นถูกกลบ

 

พวกเขานั้นจึงโยนความผิดทุกอย่างให้เป็นของเมอร์ลิน เมื่อคิดได้ดังนี้จึงทำให้พวกเขาสบายใจขึ้นบ้าง

 

กิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยวจากไป บรรยากาศการลงทะเบียนภารกิจก็เริ่มกลับมาเป็นดังเดิม

 

แต่หัวข้อของการพูดคุยกลับเพิ่มขึ้นมาอย่างมากมาย หนึ่งในนั้นย่อมเป็นเรื่องของเมอร์ลิน

.

.

 

เมอร์ลินหลังจากที่หายตัวไปจากลานกว้าง เขาก็มาโผล่ยังห้องพักของเขา 

 

เวทย์มิติหลุมดำนั้นมีประโยชน์เป็นอย่างมาก แต่มันก็ทำให้เขาต้องสูญเสียพลังเวทย์ไปเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน

 

เมื่อกลับมาถึงห้องพักเมอร์ลินจึงนำน้ำยาฟื้นฟูเวทย์ขึ้นมาดื่มทันที

 

เมอร์ลินนั้นมีน้ำยาให้ใช้อย่างฟุ่มเฟือย หากคนอื่นได้เห็นการใช้น้ำยาของเขาแล้ว พวกเขาจะต้องหลั่งน้ำตาออกมาเป็นสายเลือด

 

แต่การที่เขาสามารถผลิตมันขึ้นมาเท่าไหร่ก็ได้ เขาจึงมีคุณสมบัติที่จะใช้มันเช่นนี้ได้

 

เมอร์ลินกลับมาใช้ความคิดอยู่กับตัวเอง เขานั้นประเมินสถานการณ์ของเขา

 

เมื่อครู่หากเขาต้องปะทะกับอัลเกรีย ด้วยความแข็งแกร่งของชายคนนั้นไม่แน่ว่าเขาจะต้องใช้ทุกสิ่งเข้าสู้ถึงจะสามารถกำราบหัวหน้ากิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยวได้

 

ความแข็งแกร่งของชายคนนั้นย่อมไม่ใช่ระดับนักรบเวทย์ธรรมดาทั่วไป แม้ว่าเขาจะไม่เผยวงเวทย์ของเขาออกมา แต่เมอร์ลินก็รู้สึกได้ว่าอัลเกรียนั้นสามารถท้าทายเมลดี้ได้

 

เมื่อได้พบกับอัลเกรีย เมอร์ลินก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกประหลาด บรรยากาศรอบตัวของอัลเกรียนั้นคล้ายกับเอริกเป็นอย่างมาก เขานั้นจะต้องเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างแน่นอน

 

เดิมทีเมอร์ลินคิดว่าเขาสามารถรับมือกับนักเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ได้ แต่เมื่อได้เห็นฝีมือของกลุ่มเหยี่ยวแล้ว เขาจึงต้องกลับมาคิดทบทวนเสียใหม่

 

ที่ผ่านมานั้นเป็นการต่อสู้แบบตัวต่อตัว แต่หากต้องเผชิญหน้ากับคนทั้งกลุ่มแล้ว เมอร์ลินย่อมไม่สามารถเอาชนะได้

 

กลุ่มเหยี่ยวนั้นมีความสามารถที่หลากหลาย ด้วยความสามารถเหล่านี้ย่อมทำให้ภารกิจของพวกเขาประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี อัลเกรียนั้นแข็งแกร่ง เลโอนั้นรวดเร็วและสามารถกลืนกินพลังของศัตรูได้ ส่วนหญิงสาวผมสีฟ้าที่ชื่อเวร่านั้นก็มีอาวุธวิญญาณที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้ และยังไม่นับคนอื่นๆ ที่ยังไม่รู้ความสามารถ

 

สิ่งเหล่านี้เพียงพอแล้วที่ทำให้กลุ่มนี้เป็นที่ยอมรับว่าแข็งแกร่งที่สุดในโรงเรียน

 

สองวันผ่านไป เมอร์ลินนั้นได้ไปลงทะเบียนภารกิจล่าดันเจี้ยนเรียบร้อยแล้ว เขามีความตั้งใจในการทำภารกิจนี้ด้วยตัวของเขาเอง เขาไม่ต้องการที่จะเข้าร่วมกับกลุ่มหรือกิลด์ใดๆ เพราะเขาคิดว่าการเคลื่อนไหวด้วยตัวคนเดียวนั้นสะดวกที่สุดแล้ว

 

คืนนั้นเอง ในเวลาที่เมอร์ลินทำการบ่มเพาะพลังปราณเซียน การเป็นผู้ฝึกตนนั้นทำให้เขาไม่จำเป็นต้องกินหรือนอน เขาจึงใช้เวลาทุกคืนในการบ่มเพาะ

 

กลางดึกคืนนั้น เมอร์ลินได้สังเกตเห็นร่างเงาอันไหววูบหลายสายจากนอกหน้าต่าง ด้วยความสงสัยเมอร์ลินจึงทะยานตัวออกไปติดตามคนลึกลับกลุ่มนั้น

           

ไม่นานคนลึกลับกลุ่มนั้นก็มาถึงจุดหมาย มันเป็นการประชุมที่ได้มีการนัดล่วงหน้า เพราะก่อนที่คนกลุ่มนั้นจะมาถึงก็มีกลุ่มคนที่รออยู่แล้ว พวกเขาทั้งหมดเมื่อรวมตัวกันแล้วมีจำนวน 10 คน คนกลุ่มนี้ประกอบไปด้วยชายและหญิง พลังเวทย์ที่แผ่ออกมานั้นล้วนไม่ธรรมดาทั้งสิ้น และที่สำคัญผ้าคลุมของพวกเขานั้นก็ปรากฏสัญลักษณ์รูปเหยี่ยว

 

ถูกต้องแล้ว คนทั้ง 10 นี้คือคนของกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยว

 

เมอร์ลินแอบติดตามและหลบซ่อนตัวเป็นอย่างดี เขากำลังแอบฟังบทสนทนาของคนทั้งสิบ

 

ว่ากันว่ากลุ่มเหยี่ยวนั้นจะมีสมาชิก 11 คนอยู่เสมอ การที่พวกเขามี 10 คนนั่นเพราะเขาได้เว้นที่ว่างให้แก่เมอร์ลิน แต่น่าเสียดายที่มันไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาคาดไว้

 

มีคนกล้าที่จะปฏิเสธเข้าร่วมกิลด์ ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงได้รับความผิดหวังกลับมา

 

สายตาของเมอร์ลินจ้องไปที่อัลเกรีย ผู้เป็นหัวหน้าของเหล่านี้

 

"เอาล่ะ ... ที่ข้าเรียกพวกมาประชุมวันนี้ แน่นอนว่าเป็นเรื่องของภารกิจล่าดันเจี้ยน" อัลเกรียเปิดบทสนทนา บรรยากาศรอบๆ ตัวเขานั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของผู้นำ

 

เลโอผู้เป็นเสนาธิการที่อยู่ข้างๆ พูดต่อ

 

"อย่างที่รู้กันว่าในปีที่แล้วกิลด์ของพวกเราสามารถลงไปถึงชั้นที่ 5 นั่นจึงทำให้พวกเราสามารถทราบเส้นทางและตำแหน่งของจุดเกิดของหัวหน้าสัตว์อสูรในแต่ละชั้น"

 

"จากข้อมูลที่สืบทอดต่อกันมาของกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยวในแต่ละรุ่น มันค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่าดันเจี้ยนแห่งนี้มีความเป็นไปได้ว่าจะมีทั้งหมด 7 หรือ 8 ชั้น แม้ว่ามันจะไม่มีการยืนยันแน่นอน แต่ก็มีเรื่องเล่าว่าสมบัติที่อยู่ชั้นในสุดของดันเจี้ยนแห่งนี้คือ ..."

 

เลโอหยุดครู่หนึ่งและพูดออกมา

 

“หนึ่งในสมบัติชิ้นหนึ่งของมหาจักรพรรดิโซโลมอน”

 

ท่าทางของทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นเริ่มเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเลโอพูดถึงสมบัติของมหาจักรพรรดิ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเคยได้ยิน และมันก็สร้างความตื่นเต้นให้แก่พวกเขาเป็นอย่างมาก บางคนนั้นไม่สามารถกับอาการของเขาไว้ได้

 

เมอร์ลินเมื่อได้ยินคำว่าสมบัติของโซโลมอน หัวใจของเขาก็เต้นระรัว

 

ความตื่นเต้น ความดีใจ มันกำลังหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง

 

เขาไม่คิดเลยว่าสิ่งที่เขาตามหาอยู่ นั้นจะใกล้แค่เอื้อม มันอยู่เพียงแค่ปลายจมูกของเขา

 

หากเป็นไปตามที่เลโอพูด สมบัติที่อยู่ในดันเจี้ยนนั้นอาจเป็นกุญแจที่เขาตามหา

 

ทันใดนั้นเมอร์ลินก็ทำเผยตัวออกมาจากที่ซ่อน

 

การสนทนาทั้งหมดของกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยวนั้นหยุดลงในทันที

 

ฟี้ว!

 

พริบตามีดสั้นที่เคลือบด้วยพลังเวทย์ก็พุ่งเข้าสู่กลางหน้าผากของเมอร์ลินอย่างรวดเร็ว

 

แต่ทันใดนั้นเอง เมอร์ลินก็ทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง

 

แม้ว่ามีดสั้นเล่มนั้นจะเร็วแต่ยังมีสิ่งที่เร็วกว่านั่นก็คือการเคลื่อนไหวของเมอร์ลิน

 

เมอร์ลินเรียกบอลเวทย์ลมที่อัดแน่นไปด้วยลมหมุนออกมาแล้วใช้มันปะทะกับมีดสั้นเล่มนั้น

 

เอี๊ยด!  

 

เสียงมีดสั้นที่กำลังถูกบอลเวทย์ลมหยุดยั้งและเสียดสีกันเกิดเป็นเสียงแหลมกรีดร้อง การปะทะขบเคี่ยวของพวกมันนั้นทำให้เกิดเสียงดังจนแสบแก้วหู

 

ไม่นานมีดสั้นเล่มนั้นก็หมดกำลังแรงลง อำนาจของมันยังมีไม่พอที่จะใช้กับเมอร์ลิน

 

"นั่นมัน! เป็นเจ้า! เมอร์ลิน ..." เลโอตะโกนออกมาอย่างตกใจ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.481K ครั้ง

29,464 ความคิดเห็น

  1. #25588 อิลูมินาติ (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 10:26

    ความคูลของคนแก่อายุเป็นร้อยๆปีมันไม่ได้อะ พอสู้ไม่ได้ก็ลู่หูลู่หาง พอสู้ได้ก็เชิดหยิ่งเลยแถมอารมณ์แปรปรวนมว๊าก

    #25588
    1
  2. #24635 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 16:28

    Thank you

    #24635
    0
  3. #24602 plai-R2 (@plai-R2) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 09:32
    มองบนกับความกร่างเน้! หาพรรคพวกเถอะหน่อยเมอร์ลิน ตูขอร้อง #ศัตรูจะถมกันตายละ555
    #24602
    0
  4. #23604 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 01:14
    พอได้ยินข้อมูลของโซโลมอน นี่ยอมออกมาเองเลยนะ
    #23604
    0
  5. #21358 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 00:53
    ออกมาเองเลย
    #21358
    0
  6. #21165 _Late_ (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 15:11
    รู้สึกคิดถูกที่ดองเอาไว้แล้วมาอ่าน
    #21165
    0
  7. #20894 35419 (@35419) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 16:29
    ค้างงงงงงงง ไม่น่ารีบเข้ามาอ่านเลยยย
    #20894
    0
  8. #20892 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 15:29
    สนุกทุกตอนเลยนาาา ละมันก็ค้างด้วย T0T
    #20892
    0
  9. #20887 -KaHmo- (@Teufel) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 18:48
    ค้างอีกแล้ววววววว ขอสัก3ตอนได้ไหมครับบบ
    #20887
    0
  10. #20886 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 16:10
    ต่อออออๆๆๆๆ สนุกมากกกๆๆๆๆ
    #20886
    0
  11. #20884 #DESTINY# (@MarkTC) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 10:57
    รอๆ สนุกมากครับ
    #20884
    0
  12. #20883 Yamabuki no Ryoki (@bunthitap504) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 10:15
    วันละตอนมันไม่พออ่านอ่าาาาา
    #20883
    0
  13. #20882 Shadow_of_light (@Shadow_of_light) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 10:11
    นี่รีไรร์หรือป่าวครับ? ทำไมเนื้อเรื่องมันเหมืนจะสั้นๆลงกว่าตอนแรก
    #20882
    1
    • #20882-1 Pakinnod (@Pakinnod) (จากตอนที่ 58)
      13 ธันวาคม 2560 / 17:08
      ใช้ครับ
      #20882-1
  14. #20881 Parichat1009 (@Parichat1009) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 10:00
    ขออีกตอนนะคะไรท์ค้างมากกกกกคะ
    #20881
    0
  15. #20880 คุโรซากิโมโตริ (@queendark) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 09:14
    สนุกมากๆคะ
    #20880
    0
  16. #19755 DARCH (@tentenkids) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:28
    สนุกมากครับ
    #19755
    0
  17. #19670 แมวลายตัวนั้น (@0ng_ying) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:46
    อ่านเพลินมากเลยค่ะ การใช้สำนวนหรือเรื่องคำผิด ดีขึ้นกว่าช่วงตอนแรกๆเยอะเลยค่ะ
    #19670
    0
  18. #19521 Yinkink Blue (@yinkink) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 22:09
    สนุกแล้วก็ชอบมาก มีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
    #19521
    0
  19. #19247 SKNdragon (@skndragon) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 22:07
    ลมเหมือนกันเลย
    #19247
    0
  20. #15765 melonnysweety (@melonnymaka) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 14:40
    สนุกค่าา ฟิลกู๊ดมาก 55555
    #15765
    0
  21. #15165 parima55558 (@parima55558) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 10:32
    สนุกคะ หายเบื่อหน่ายกับการไปอ่านเรื่องอื่นๆมาขอบคุณมากๆคะ
    #15165
    0
  22. #14950 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 09:00
    สนุกค่าคุณผู้แต่ง สนุกมากเหมือนพวกนักเขียนฝรั่งแต่งเลย
    #14950
    0
  23. #14817 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 12:28
    สนุกกกกก
    #14817
    0
  24. #12567 Ggggib (@123ggg) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 19:31
    สนุกค่าาา
    #12567
    0
  25. #12091 arigato. (@thank-naka) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 18:16
    สนุกจ้าาาาา
    #12091
    0