ตอนที่ 44 : มุ่งหน้าสู่โรงเรียนอารากอน (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49494
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1362 ครั้ง
    30 พ.ย. 60

หลังจากที่เมอร์ลินได้รับภารกิจจากเอริกเรียบร้อยแล้ว เขาจึงได้ออกเดินทางทันที

 

จุดประสงค์ที่เขามาเมืองไพรีอัสนี้ยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้น เขายังมีอีกหนึ่งเป้าหมายที่ยังไม่ได้ทำ นั่นก็คือการทดสอบอาวุธวิญญาณของอาเธอร์

 

จากสมบัติของโซโลมอนทั้ง 5 ชิ้น บัดนี้เมอร์ลินได้ครอบครอง 2 ชิ้น ชิ้นที่เหลือนอกจากสมบัติที่อยู่ชั้นบนสุดของหอคอยมหาเวทย์ ก็คงจะมีแต่กลิ่นอายที่เขาสัมผัสได้จากอาวุธวิญญาณของอาเธอร์

 

หากเป็นไปตามอย่างที่เมอร์ลินคิด ดาบของอาเธอร์นั้นอาจเป็นสมบัติของโซโลมอนอีกชิ้นหนึ่ง เขาเองก็ไม่แน่ใจว่านั่นจะเป็นกุญแจแห่งโซโลมอนที่จอร์มุนกานต์ตามหาอยู่

 

โดยปกติแล้วอาวุธวิญญาณของอาเธอร์นั้นจะถูกพกไว้กับตัวตลอดเวลา ต่างจากอาวุธวิญญาณของเมอร์ที่อยู่ในรูปลักษณ์ของลายสัก

 

แต่อาวุธวิญญาณของอาเธอร์ซึ่งเป็นดาบ มันถูกเก็บในรูปแบบของดาบเก่าที่มีฝักดาบสวมใส่ไว้ หากเจ้าของอย่างอาเธอร์ไม่เรียกใช้มันก็จะไม่มีผู้ใดสามารถดึงดาบเล่มนี้ออกมาจากฝักได้

 

ดังนั้นก่อนที่เมอร์ลินจะออกจากเมืองไพรีอัส เขาจึงมีความต้องการตรวจสอบอาวุธวิญญาณของอาเธอร์ให้เรียบร้อยเสียก่อน

 

แน่นอนว่าหากเมอร์ลินเอ่ยปาก อาเธอร์ย่อมไม่ปฏิเสธเขาอย่างแน่นอน

 

ว่าด้วยเรื่องของอาวุธวิญญาณ ตอนที่เมอร์ลินต่อสู้กับเอริก พวกเขาทั้งสองได้ใช้อาวุธวิญญาณห้ำหั่นกัน สร้างความเสียหายแก่ห้องฝึกซ้อมในบ้านของเอริกเป็นจำนวนมาก 

 

แต่ไม่น่าเชื่อว่าเอริกนอกจากเขาจะสามารถสร้างห้องมิติขึ้นมาได้แล้ว เขายังเชี่ยวชาญในการใช้เวทย์ฟื้นฟูอีกด้วย เพียงเวลาไม่นานห้องฝึกซ้อมก็กลับมามีสภาพดังเดิม

 

ไม่น่าเชื่อว่าความสามารถของระดับจอมเวทย์นั้นจะทรงพลังอำนาจได้ขนาดนี้ สมแล้วที่เขาถูกยกย่องว่าเป็นจอมเวทย์ที่เป็นวีรบุรุษของอาณาจักรแห่งนี้  

 

ในตอนที่อาเธอร์กลับมาจากภารกิจที่เอริกมอบหมาย ด้วยสภาพห้องที่กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม จึงทำให้อาเธอร์ไม่เกิดความสงสัยแต่อย่างใด ทั้งนี้เป็นเพราะเอริกนั้นต้องการที่จะปกปิดฝีมือที่แท้จริงของเมอร์ลินด้วยเช่นกัน

 

ก่อนจากกัน เมอร์ลินได้ขอดูดาบที่เป็นอาวุธวิญญาณของอาเธอร์

 

ด้วยอาเธอร์ที่ได้นับถือเมอร์ลินเป็นเพื่อนและผู้มีพระคุณ เขานั้นยินยอมให้เมอร์ลินได้ชื่นชมอาวุธวิญญาณของเขาแต่โดยดี ซึ่งโดยปกติแล้วผู้ที่ครอบครองอาวุธวิญญาณทุกคนย่อมหวงแหนในศาสตราวุธของตน

 

แต่หากคนผู้ที่เอ่ยปากนั้นคือเมอร์ลิน อาเธอร์ที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจในมิตรภาพ เขานั้นจึงยินยอมโดยดีอย่างไม่มีอิดออดแต่อย่างใด

 

อาเธอร์ยอมที่จะฝ่าฝืนคำสั่งของเอริกว่าห้ามนำอาวุธวิญญาณออกมาใช้โดยไม่จำเป็น

 

แต่เพื่อเมอร์ลิน อาเธอร์ถึงกับยอมขัดคำสั่งและแสดงมันออกมาต่อสหายของเขา

 

ดาบเก่าที่อยู่ข้างลำตัว ถูกอาเธอร์ค่อยๆ ดึงออกมาจากฝัก

 

อาเธอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา

 

 "จงปรากฏ เอกซ์แคลิเบอร์"

 

ทันทีที่เสียงนั้นสิ้นสุดลง เส้นแสงสีทองมากมายก็พุ่งออกมาจากตัวของดาบ แสงนั้นเคลื่อนไหวราวกับสิ่งมีชีวิต แสงแต่ละเส้นนั้นแผ่อำนาจในตัวตนของมันออกมา สุดท้ายแสงเหล่านั้นก็ม้วนเกลียวและปลดปล่อยอำนาจที่สามารถกดขี่ผู้คนได้ออกมาอย่างรุนแรง

 

เมื่อดาบเอกซ์แคลิเบอร์หลุดออกจากฝักดาบ รูปลักษณ์ของมันก็เปลี่ยนแปลงไป

 

จากดาบใกล้แตกหักไร้สีสันก็กลายเป็นดาบที่แผ่พลังอันแกร่งกล้ากดขี่ผู้คน

 

แรงกดดันวิญญาณอันมหาศาลแผ่ออกมาจากดาบเล่มนี้

 

หากเป็นคนที่ไร้ซึ่งเวทมนต์พวกเขาจะต้องเข่าอ่อนและล้มลงเมื่อเจอกับแรงกดดันนี้

 

เสี้ยวเวลาหนึ่งดวงตาข้างขวาของเมอร์ลินก็เริ่มสัมผัสได้ถึงบางอย่าง เสี้ยวหนึ่งของวินาทีเขารู้สึกเหมือนมีเข็มเล่มเล็กพุ่งเข้าสู่ดวงตาของเขา ความรู้สึกนี้ช่างคล้ายกับตอนที่เขาได้เจอหอกลองกินุสครั้งแรก เพียงแต่ครั้งนี้มันเป็นความรู้สึกที่เบาบางกว่าที่ผ่านมา และเพียงเวลาไม่นานความรู้สึกนี้ก็ได้สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

เมื่อดาบอยู่ในรูปลักษณ์ที่ถูกเรียกออกมาอย่างสมบูรณ์ เมอร์ลินก็ไม่สามารถสัมผัสถึงความรู้สึกนั้นได้อีกเลย

 

อาเธอร์ได้ยื่นดาบเอกซ์แคลิเบอร์ของเขาให้เมอร์ลินได้สัมผัส เขาไม่กลัวว่าเมอร์ลินจะทำการช่วงชิงดาบเล่มนี้ไป เพราะอย่างที่รู้กันว่าอาวุธวิญญาณทุกชิ้นนั้นล้วนมีเจ้าของ และมันเป็นไปไม่ได้เลยที่อาวุธวิญญาณนั้นจะทรยศเจ้าของไปรับใช้ผู้อื่น

 

ยามใดอาวุธวิญญาณถูกช่วงชิง ผู้ครอบครองสามารถเรียกหามันได้เสมอ แม้ว่าอาวุธวิญญาณนั้นจะถูกเก็บไว้ที่ใด เมื่อถูกเรียกใช้งานมันจะกลับมาอยู่ในมือของผู้เป็นเจ้านายของมันทันที

 

ดาบเอกซ์แคลิเบอร์ได้อยู่ในมือของเมอร์ลิน

 

ทันทีที่เมอร์ลินได้สัมผัสกับดาบ ความรู้สึกที่เคยสัมผัสได้ก่อนหน้านี้ก็ได้หายไป หลังจากเสี้ยววินาทีนั้นเขาก็ไม่สามารถสัมผัสได้อีกเลย ความรู้สึกนั้นได้หายไปราวกับภูตผี ราวกับว่าก่อนหน้านี้มันไม่เคยเกิดขึ้น

 

ไร้ซึ่งสัมผัสของสมบัติโซโลมอน จิตใจของเมอร์ลินก็เต็มไปด้วยความห่อเหี่ยว เขาเกิดความแคลงใจเป็นอย่างมากว่าเสี้ยวความรู้สึกเมื่อครู่นั้นคืออะไร

 

หากดาบเล่มนี้ไม่ใช่สมบัติของโซโลมอน แต่ทำไมในเวลานั้นเขาถึงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้น

 

แววตาของเมอร์ลินนั้นเต็มไปด้วยความสับสน

 

เมอร์ลินได้เริ่มสำรวจดาบเอกซ์คาลิเบอร์ที่อยู่ในมือ ไม่ว่าจะสำรวจมองมุมไหน มันก็ไม่มีสิ่งที่เรียกว่ากุญแจอยู่บนตัวของดาบ

 

หรือนี่...อาจเป็นไปได้ว่านี่จะไม่ใช่สมบัติโซโลมอนที่เขากำลังตามหา

 

เมื่อเมอร์ลินได้สำรวจจนแน่ใจแล้วว่าเบาะแสนั้นได้หายไป เขาจึงได้ส่งดาบคืนแก่อาเธอร์

 

“หากเจ้ามีเรื่องอะไรที่สงสัยเกี่ยวกับดาบเล่มนี้ เจ้าสามารถถามข้าได้” อาเธอร์กล่าวด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร

 

“ดาบเล่มนี้เมื่ออยู่ในมือข้า มันกลับไร้ซึ่งประกาย” เมอร์ลินเงยหน้าขึ้นแล้วส่งคำถามแก่อาเธอร์

 

อาเธอร์ส่ายศีรษะอย่างอ่อนโยน เขายิ้มและเอ่ยว่า

 

"เจ้าไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมดาบเมื่ออยู่ในมือเจ้ามันถึงได้กลายเป็นแบบนั้น นั่นเพราะเจ้าไม่ใช่เจ้าของมัน เจ้าไม่ได้ถูกยอมรับโดยมัน มันถึงไม่แสดงพลังใดๆ ออกมา" อาเธอร์อธิบาย

 

"อ่า ... มันเป็นอย่างนี้นี่เอง" เมอร์ลินแสร้งทำท่าทางเข้าใจ

 

เมอร์ลินแสร้งทำทีเป็นเข้าใจเรื่องที่อาเธอร์พูด แต่แท้ที่จริงแล้วเขากำลังอยู่ในห้วงความสงสัย เขายังคงหมกมุ่นในเรื่องสัมผัสของสมบัติโซโลมอน

 

“หรืออาจจะเป็นเพราะข้าไม่ใช่ผู้ครอบครอง มันถึงไม่แสดงพลังแบบก่อนหน้านี้ออกมา เมอร์ลินครุ่นคิด

 

ไม่นานเมอร์ลินก็ได้ละความสงสัยทั้งหมด

 

เรื่องกุญแจแห่งโซโลมอนนั้นเขาสามารถทำมันอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้

 

มันยังมีเวลาอีกมากที่เขาจะหาข้อมูลและเบาะแสเหล่านั้น

 

 

เมื่อเสร็จเรื่องแล้ว เมอร์ลินก็ได้เอ่ยลาอาเธอร์อย่างแท้จริง

 

เมอร์ลินออกเดินทางทันทีหลังจากที่อาเธอร์มาส่งเขาที่หน้าเมือง

 

ร่างเล็กเมื่อเดินออกมาระยะหนึ่งจนพ้นสายตาของผู้คนแล้ว เขาจึงเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดขาวและหน้ากากขาว เพื่อความสะดวกในการเดินทางบนอากาศ

 

อย่างไรก็ตามในตอนนี้เมอร์ลินยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยตัวตนของเขามากนัก เพราะหลังจากที่ได้ประมือกับเอริกเขาก็พบว่าผู้ที่เหนือกว่าเขานั้นยังมีอีกมาก

 

การที่คนผู้หนึ่งจะสามารถเหาะบินได้นั้นจำเป็นต้องมีการบ่มเพาะเป็นจอมเวทย์ขึ้นไปเท่านั้น การที่ผู้คนได้เห็นเด็กน้อยผู้หนึ่งกำลังบินอยู่กลางอากาศไปมาจึงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก

 

มหานครอารากอนนั้นคือเมืองหลวงที่เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรแห่งนี้ เมืองนี้เป็นที่ตั้งของเหล่าราชวงศ์ผู้เป็นผู้ปกครองทั่วทั้งอาณาจักรและเหล่าผู้มีอำนาจที่สามารถเปลี่ยนทิศทางของอาณาจักรอาศัยอยู่ 

 

จากเมืองไพรีอัสจนถึงมหานครอารากอน หากใช้รถม้าในการเดินทาง ผู้คนจะต้องใช้เวลาถึง 3 วัน แต่หากเดินเท้าจะต้องใช้เวลาถึง 7 วัน

 

แต่สำหรับเมอร์ลินแล้วด้วยการบินร่อนบนท้องฟ้าที่ไร้ซึ้งสิ่งกีดขวาง เขานั้นสามารถใช้เวลาเพียงแค่ 1 วันก็สามารถไปถึงมหานครอารากอนได้แล้ว

 

ก่อนที่จะเข้าเมืองเมอร์ลินได้เปลี่ยนเครื่องแต่งกายอีกครั้ง ชุดลำรองธรรมดาถูกนำมาสวมใส่

 

เมอร์ลินเดินไปต่อแถวเข้าเมืองดังเช่นคนทั่วไปและเขาแสดงตราสัญลักษณ์ตระกูลอารากอนออกมาให้ทหารเฝ้าประตูเมืองได้ดู สิ่งนี้ทำให้เขาได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้าไปอย่างง่ายดาย

 

มหานครอารากอนแห่งนี้ถูกป้องกันโดยบาเรียของผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว มันเป็นม่านพลังที่ถูกสร้างขึ้นไม่รู้ตั้งแต่ยุคใด

 

แม้จะผ่านแม่น้ำแห่งกาลเวลามานานเท่าใด ม่านพลังนี้ก็ไม่ได้สูญสลาย

 

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้อักขระที่สร้างม่านพลังนี้นั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก หากไม่ใช่มหาจอมเวทย์แล้วไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถทำลายม่านปราการนี้ได้

 

เมื่อเข้าสู่ตัวเมือง เมอร์ลินก็เริ่มต้นเดินสำรวจตลาด เขาเพลิดเพลินไปกับของที่ขายอยู่ในที่ต่างๆ อยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็ได้วัตถุดับและสิ่งของที่เขาต้องการ

 

ด้วยธุรกิจร้านเสื้อคลุมสีฟ้านั้นจึงทำให้เขามีเงินมากมายเพียงพอที่จะซื้อสินค้าเหล่านี้

 

สิ่งที่สร้างความสนใจให้กับเมอร์ลินส่วนใหญ่จะเป็นอุปกรณ์เวทย์ที่ถูกสร้างโดยผู้ใช้อักขระจำนวนหลากหลาย เขาซื้อแม้กระทั่งของที่ชำรุดเสียหายมาเก็บไว้

 

เหตุที่เมอร์ลินใช้จ่ายซื้ออุปกรณ์เวทย์จำนวนมากมาก็เพราะเขาต้องการศึกษาอักขระและวงเวทย์ที่อยู่ภายในอุปกรณ์เหล่านั้น

 

ด้วยดวงตาแห่งเลเมเกทันทำให้เขาสามารถมองเห็นอักขระและวงเวทย์ที่สลักไว้ในอุปกรณ์เวทย์

 

เขาจึงเป็นผู้ใช้อักขระคนหนึ่งที่ได้เปรียบผู้ใช้อักขระตัวตนใดๆ เพราะโดยปกติแล้วไม่ว่าผู้ใดหากไม่ใช่ผู้สร้างจะไม่สามารถมองเห็นวงจรต่างๆ เหล่านี้ได้ เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะทำพิธีสังเคราะห์วงเวทย์ และศึกษามันอย่างจริงจัง

 

ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จำเป็นต้องใช้เวลานานจึงจะสามารถมองวงจรอักขระและวงเวทย์เหล่านี้ออกได้

 

หลังจากนั้นเมอร์ลินก็มุ่งหน้าไปยังโรงเรียนเวทย์อารากอน

 

เนื่องจากมหานครอารากอนเป็นสถานที่ที่ยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก ภายในตัวเมืองนั้นมีพื้นที่เป็นสิบๆ กิโลเมตรที่ครอบคลุมทั้งมหานครแห่งนี้

 

เมอร์ลินทำการสอบถามที่อยู่ของโรงเรียนจากผู้คน แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดที่ไม่รู้จักโรงเรียนเวทย์อารากอน เพราะทุกๆ ปีจะมีการเปิดรับสมัครนักเรียน ซึ่งจะมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก

 

ทุกครั้งที่โรงเรียนประกาศรับสมัครนักเรียน การค้าขายภายในตัวเมืองจะรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ดังนั้นแล้วการถามหาเส้นทางการไปโรงเรียนเวทย์อารากอนจึงไม่ได้ยากเย็นนัก

 

มีบางคนแสดงสีหน้าสงสัย โรงเรียนเวทย์อารากอนนั้นปิดรับสมัครนักเรียนไปแล้ว ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้มาถามหาโรงเรียนยามนี้

 

เมอร์ลินนั้นไม่ได้เอ่ยตอบ เขาทำเพียงยิ้มและเอ่ยขอบคุณ แล้วก็เดินจากไป

 

จากการสอบถามข้อมูลเมื่อครู่ก็ทำให้เมอร์ลินได้รู้อย่างหนึ่งเกี่ยวกับผู้อำนวยการของโรงเรียนเวทย์อารากอน นั่นก็คือ นกฮูกสีฟ้า อัสลาน ผู้เป็นผู้อำนวยการของโรงเรียนแห่งนี้นั้นเป็นศิษย์ของเอริก วีรบุรุษแห่งอารากอน

 

มิหนำซ้ำเขายังเป็นหนึ่งในอัศวินโต๊ะกลม กลุ่มคนที่เป็นเสาหลักของอาณาจักรแห่งนี้อีกด้วย

 

ภารกิจของเมอร์ลินคือส่งจดหมายของเอริกให้แก่อัสลาน มันไม่น่าแปลกใจที่อาจารย์และศิษย์จะติดต่อกัน

 

แต่ด้วยฐานะของอัสลานและคำเตือนในการห้ามเปิดจดหมายของเอริก นั่นจึงทำให้เขารู้ว่าข้อมูลภายในจดหมายนั้นต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

แต่น่าเสียดายที่ดูเหมือนข้อมูลนี้จะไม่เป็นประโยชน์ต่อเมอร์ลิน เขาไม่ได้ใส่ใจกับมันมากนัก

 

เมอร์ลินจึงต้องการทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากเอริกให้จบๆ ไปเท่านั้น

 

ส่วนเรื่องการแนะนำการเข้าเรียนในโรงเรียนเวทย์ของเมอร์ลิน เขาเพิ่งรู้ว่าเอริกนั้นมีเส้นสายในโรงเรียนยิ่งใหญ่ขนาดไหน ทั้งๆ ที่การรับสมัครนักเรียนใหม่นั้นผ่านพ้นไปหลายเดือนแล้ว แต่เอริกกลับสามารถทำให้เขาเข้าเรียนกลางเทอมเช่นนี้ได้

 

ไม่นานเมอร์ลินก็เดินทางมาถึงประตูทางเข้าของโรงเรียนเวทย์อารากอน

 

เมอร์ลินพบว่าโรงเรียนแห่งนี้มีการเสริมม่านพลังห่อหุ้มเป็นปราการด้วยอักขระเวทย์สีฟ้า ม่านพลังนี้เพียงพอแล้วที่จะป้องกันผู้บ่มเพราะพลังขั้นนักรบเวทย์ลงมา

 

การมีม่านพลังคุ้มกันทั้งๆ ที่อยู่ภายในเมืองหลวง นั่นหมายความว่าโรงเรียนแห่งนี้นั้นต้องเป็นตัวตนที่มีอำนาจเป็นอย่างมากของอาณาจักรแห่งนี้

 

หน้าประตูทางเข้านั้นมีผู้เฝ้ายาม 2 คนประจำอยู่

 

เด็กน้อยในชุดเสื้อผ้าธรรมดาที่บ่งบอกถึงชนชั้นที่ธรรมดา เขาเดินเข้าไปติดต่อผู้เฝ้ายาม

 

ผู้เฝ้ายามทั้งสองมองเมอร์ลินที่กำลังเดินเข้ามาตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

เมื่อได้เห็นการแต่งตัวของเด็กน้อย คนทั้งสองก็แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม

 

เมอร์ลินนั้นไม่ได้แยแสต่อการแสดงออกของพวกเขาทั้งสองเลยแม้แต่น้อย

 

เขาเพียงเดินเข้าไปและเอ่ยถาม

 

“ท่านทั้งสอง ข้านั้นมีเรื่องจะติดต่อกับผู้อำนวยการอัสลาน โปรดไปแจ้งกับเขาให้ทราบด้วย" 

 

ผู้เฝ้ายามทั้งสองยิ้มเยาะและเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไร้มารยาทว่า

 

“ขอทานน้อย กลับไปซะ ที่นี่ไม่ใช่ที่เจ้าจะมาวิ่งเล่น”

 

ผู้เฝ้ายามอีกคนหนึ่งเอ่ยต่อ

 

“เด็กน้อยอย่ามาเล่นตลกแถวนี้ เจ้าเป็นใครคิดจะมาพบท่านอัสลาน ผู้อำนวยการโรงเรียนเวทย์อารากอนไม่ใช่คนที่ใครคิดจะมาพบก็มาพบได้หรืออย่างไรกัน”

 

ผู้เฝ้ายามทั้งสองมองหน้ากันแล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

 

“ไปซะอย่าให้ข้าอารมณ์เสียทุบตีเจ้า” ผู้เฝ้ายามคนหนึ่งหยุดหัวเราะและหันมาตวาดเมอร์ลินอย่างรุนแรง

 

หัวคิ้วของเมอร์ลินเริ่มกระตุกและขมวดเข้าหากัน ความไม่พอใจเริ่มปะทุอยู่ภายใน

 

สายตาของเมอร์ลินเปลี่ยนเป็นเย็นชาและเยียบเย็น

 

"ข้าไม่ใช่คนที่ชอบล้อเล่นและนี่ก็ไม่ใช่การล้อเล่น ข้ามาที่นี่เพราะมีคนไหว้วานให้มาทำธุระกับผู้อำนวยการ ให้คนไปแจ้งเขาว่าเอริกส่งคนให้ติดต่อมาแล้วเขาจะทราบเอง"  เมอร์ลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อดกลั้นโทสะ ความไม่พอใจเริ่มปะทุขึ้นมาเรื่อยๆ

 

"อย่ามาพูดจาเหลวไหลแถวนี้ เจ้ามาขอพบท่านอัสลานและอ้างแม้กระทั่งชื่อของท่านเอริก เจ้าคิดว่าพวกข้าโง่หรืออย่างไร"  ผู้เฝ้ายามคนหนึ่งกล่าวด้วยถ้อยคำที่เหยียดหยาม

 

“เจ้าเด็กสกปรกไปซะ อย่ามาล้อเล่นที่นี่" ผู้เฝ้ายามอีกคนเอ่ยเสริม

 

"หากพวกไม่เชื่อถือคำพูดของข้า อย่างนั้นจงดูนี่" เส้นความอดทนของเมอร์ลินกำลังเดือดปุดๆ ความอดทนของเขาใกล้มาถึงขีดสุดแล้ว เขานั้นพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ถือสาคำพูดของคนทั้งสอง

 

เมอร์ลินนำจดหมายแนะนำตัวที่เอริกมอบให้ส่งให้กับผู้เฝ้ายามดู บนจดหมายแนะนำตัวนั้นได้ประทับตราตระกั่วที่เป็นเครื่องหมายประจำตัวของเอริกไว้ชัดเจน นี่เป็นหลักฐานยืนยันตัวตนที่เยี่ยมยอดมากที่สุดแล้ว

 

ผู้เฝ้ายามทั้งสองไม่แม้จะเหลือบดูจดหมายฉบับนั้น พวกเขาโยนจนหมายของเมอร์ลินทิ้งลงกับพื้น และตวาดด้วยน้ำเสียงที่รุนแรงออกมาว่า

 

"เจ้าไม่จำเป็นต้องแสดงหลักฐานอะไรทั้งนั้น ต่อให้เจ้านำบิดาของเจ้ามายืนยัน ข้าก็ไม่เชื่อเจ้า ไสหัวไปอย่าให้ข้าต้องลงมือกับเจ้า"

 

ในตอนนั้นเองเส้นความอดทนของเมอร์ลินก็ขาดสะบั้นลง  

 

เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นหลังจากมองจดหมายที่ถูกโยนลงบนพื้น สายตาของเด็กน้อยนั้นเต็มไปด้วยโทสะ เสียงคำรามต่ำๆ กำลังตะโกนร้องอยู่ภายใน

 

สายตาและการแสดงออกของเมอร์ลินนั้นเปลี่ยนไป ดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง

 

พวกเขาทั้งสองได้ล่วงเกินคนที่ไม่ควรล่วงเกินไปเสียแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.362K ครั้ง

29,587 ความคิดเห็น

  1. #28957 Status.. (@warunon18) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 14:44
    เมอร์ลินจะเอาเวลาไหนไปซื้อเสื้อผ้าล่ะวะคะ?
    #28957
    2
    • #28957-1 Status.. (@warunon18) (จากตอนที่ 44)
      22 มิถุนายน 2562 / 15:21
      เมอร์ลินแบบ ..งานเยอะจริง555
      #28957-1
    • #28957-2 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 44)
      13 กรกฎาคม 2562 / 11:21
      พี่แกเดินชมเมองตั่งนาน ซื้ออุปกรณ์เวทตั่งเยอะแยะ แค่เสื้อผ้าให้มันดูดีหน่อยเนี่ย พี่แกไม่คิดบ้างหรือ คือแบบ ใส่เสื้อมอซอตลอด ก็สมควรโดนดูถูกนะ เหตุการณ์แบบนี้เกิดมาฟลายรอบมาก พี่แกยังไม่ยักกะเรียนรู้อีก อีกอย่าง พี่แกก็มีตราของตระกูลไม่ใช่หรือไงฟระ ไม่ชอบเรื่องยุ่งยาก แต่ดันทำตัวเองให้เรื่องเข้ามาหาตลอดๆเนี่ย มันความขัดแย้งในตัวเองชัดๆ
      #28957-2
  2. #28261 kikidesign (@kikidesign) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 20:20
    ทำไมต้องง้อว่ะ พระเอกเก่งปานนี้ ก็ไปเข้าโรงเรียนอันดับ2สิ พอเก่งแล้วก็ค่อยมาตบเกรียนผู้อำนวยการ แหมมมม เป็นคนเก่งระดับประเทศ แต่เลือกรีเซ็ปชั่นอย่างกับจับฉลากมา
    #28261
    0
  3. #28097 Es Ko_เอสโกะ (@NightBell) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 22:27
    รวยแต่ไม่ซื้อเสื้อผ้าดีๆใส่?????
    #28097
    1
    • #28097-1 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 44)
      13 กรกฎาคม 2562 / 11:22
      คิดเหมือนกันเลย อุปกรณ์เวทซื้อได้เยอะแยะ ไปสถานที่ราชการ ดันแต่งตัวอยู่บ้านไป ก็สมควรโดนแตะโด่งแล้ว
      #28097-1
  4. #26950 Lnw-Pm (@Lnw-Pm) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:23
    ไม่ต้องเก๊กก็ได้ ตอนแรกก็ยื่นใบแนะนำตัว ถ้าไม่รับก็ตบเกรียนมันจบ
    #26950
    0
  5. #25633 Archarat_TT__TT (@Archarat_TT__TT) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 07:49
    -ควรเเต่งตัวดีกว่านี้เพื่อจบปัญหา
    #25633
    0
  6. #24805 YorcHub (@YorcHub) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 09:03

    บางทีก็ปัญญาอ่อนอ่ะ กลัวไม่มีบทเขียวหรือไร ให้อารมณ์ดูละครซ้ำๆ

    #24805
    1
    • #24805-1 darkius (@darkius) (จากตอนที่ 44)
      22 กันยายน 2561 / 13:10
      แอบเห็นด้วย
      #24805-1
  7. #24609 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 11:47

    Thank you

    #24609
    0
  8. #23758 Soranomika (@Soranomika) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 20:35

    ถ้ารู้จักใส่ชุดดีๆบางก็คงไม่โดนแบบนี้ ตั้งก็มีเยอะโคตรๆไม่ซื้อ

    #23758
    0
  9. #22960 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 21:23
    ทำไมไมแต่งตัสดีๆล่ะแบบให้ตรงกาละเทศะสถานที่อะไรแบบนี้พอเข้าไปแล้วเปลี่ยนกลับก็ได้แต่นั่นล่ะ ถ้าทำงั้นก็ไม่มีบทตบเกรียนอ่ะดิ 555
    #22960
    0
  10. #22815 นักอ่านไง (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 23:32
    ความผิดตัวเองแท้ๆ มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขาอะ

    แต่งตัวดีๆไม่เป็นหรอ มีเงินเก็บไว้ปูนอนหรือไง
    #22815
    0
  11. #21880 Yaowaluck Tanessriyanon (@aorium) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 12:25
    เมอร์ลินก็ทำตัวเองให้เกิดปัญหานะ
    การพบคนสำคัญควรแต่งตัวให้เหมาะสม การแต่งตัวดีตามกาลเทศะไม่ใช้การอวดรวยแต่มันคือมารยาทพึ่งปฎิบัติ แต่งขอทานเข้าพบ ผอ. ไม่โดนไล่ก็ประหลาดแล้ว
    #21880
    0
  12. #21807 Conflagration (@leafre-algorithm) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 20:37
    บางทีเมอร์ลินควรจะแคร์ความรู้สึกของคนที่ทำหน้าที่คุ้มกันทางเข้า-ออกนะ จะมาแต่งตัวไม่ดูสถานการณ์ก็กระไรอยู่ แต่งตัวดีคือมารยาทอย่างหนึ่งนะ ไม่งั้นคนเราตอนไปแสดงตนต่อหน้าพระพักตร์จะใส่อะไรก็ได้เหรอ
    #21807
    2
    • #21807-1 Yaowaluck Tanessriyanon (@aorium) (จากตอนที่ 44)
      15 มีนาคม 2561 / 11:58
      เห็นด้วยอ่ะ บางครั้งรู้สึกว่าเมอร์ลินทำตัวเองให้เกิดเรื่อง
      #21807-1
    • #21807-2 Yaowaluck Tanessriyanon (@aorium) (จากตอนที่ 44)
      15 มีนาคม 2561 / 12:00
      เห็นด้วยค่ะ บางครั้งรู้สึกว่าเมอร์ลินทำตัวเองให้เกิดเรื่อง
      #21807-2
  13. #21342 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 16:23
    ขนาดยามยังหยิ่งได้ขนาดนี้เลยรึ
    #21342
    0
  14. #21111 _Late_ (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 18:43
    คือยามนี่ก็ไร้มารยาทไปนะบางที แบบตัวเองต่ำมากพอเห็นคนอื่นต่ำกว่าเลยต้องเหยียดไว้ก่อน? น่าสมเพชอ่ะ
    #21111
    0
  15. #20693 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 19:34
    เบื่อพวกดูคนที่ภายนอก
    #20693
    0
  16. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 17:49
    ตรงๆนะ นักอ่านเก่าไปไหน? เห็นเม้นพวกนี้แล้วหงุดหงิดแทนอ่ะ เรื่องนี้ไม่มีห่าเหวไรเกี่ยวกับความรักชายหญิง ใจปะ? ไม่วายด้วยแต่จิ้นได้ ไรต์เขาไม่ว่า ไม่มีฮาเร็ม จบ
    #20692
    1
    • #20692-1 White_Lilys (@lolipopkungs) (จากตอนที่ 44)
      30 พฤศจิกายน 2560 / 23:07
      นักอ่านเก่าๆส่วนมากคงไม่ค่อยได้แสดงความคิดเห็นเท่าไหร่มั้งคะ เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แหะๆ
      #20692-1
  17. #20691 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 16:00
    เอาแล้วๆ ไปสะกิดต่อมเมอร์ลินได้ไงค่ะ คุณยาม~
    #20691
    0
  18. #20690 IMY_OnlyLB (@IMY_OnlyLB) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 12:58
    เป็นเมอร์ลินช่างลำบาก ไปไหนใครๆก็ดูถูก ต้องให้แสดงฝีมือตลอดเลย
    #20690
    0
  19. #20689 chaiole11 (@chaiole11) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 12:34
    ขออีกๆครับลุ้นๆ
    #20689
    0
  20. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 12:12
    เอาให้มันรู้ไปเลย
    #20688
    0
  21. #20687 artatts50 (@art25355) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 10:56
    อีกตอนนะ
    #20687
    0
  22. #20139 You Yoshino (@NJ_JUDAS) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 10:19
    ชอบอะ เหตุผลโดนใจ55+ งุ๊! =.=
    #20139
    0
  23. #19751 CNK3544 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:21
    ถูกใจเลยครับ 555+ ©

    #19751
    0
  24. #17876 เลย์ เลย์ (@onemealone) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 15:20
    เหตุผลดีมาก อ่านนิยายใช้จิตนาการมากกว่าให้ไรท์มาบอกว่าต้องโบงความสัมพันธ์ยังไง
    #17876
    0
  25. #17870 ทามามะ (@memi1234) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 23:15
    555ขอบคุนค่าที่ชี้แจงเพิ่งเข้ามาอ่านเนี้ยแหละ ชอบนะถึงตอนแรกๆจะเพี้ยนๆไปบ้างแต่เข้าใจยังไม่ได้รีไรท์หุหุสู้ๆ
    #17870
    0
  26. #8829 DarkSaylai (@meloly) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 15:30
    ไม่มีฮาเร็ม ไม่มีผู้หญิงงี่เง่าน่ารำคาญ เราก็วางใจแล้ว
    ...
    ขอบคุณความใส่ใจตัวละครของผู้แต่ง
    #8829
    1