ตอนที่ 32 : หินเวทย์สื่อสาร (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54622
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1517 ครั้ง
    6 ธ.ค. 60

มาตินนั้นไม่รอช้าเขาตรงดิ่งไปที่ห้องลับของเขาทันที เขาต้องการพิสูจน์ว่าการกระทำเมื่อครู่เป็นของผู้ใช้อักขระตัวน้อยของเขาหรือไม่ แม้ในใจของเขาจะมีความมั่นใจมากกว่าครึ่งว่าเป็นเอเลนแต่เขาก็ต้องการที่จะพิสูจน์มันอยู่ดี

 

ไม่นานนักมาตินก็มาถึงห้องของเมอร์ลิน

 

ทันทีที่มาตินเปิดประตูเข้าไป ภาพที่เห็นนั้นแทบจะทำให้ร่างทั้งร่างของเขากลายเป็นไร้เรี่ยวแรง ดวงตาของเขาเบิกกว้างและหัวใจเต้นผิดปกติ

 

ภาพที่มาตินเห็นตรงหน้าคือร่างของเด็กน้อยที่คุ้นเคย แต่ทว่าผ้าคลุมสีแดงที่มีลวดลายสีเขียวอันวิจิตรนั้นเปล่งประกายไปด้วยอำนาจ ลวดลายอักขระสีเขียวเปล่งแสงและเคลื่อนไหวไปมาราวกับมีชีวิต

 

กลิ่นอายที่ยิ่งใหญ่จำนวนมากเปล่งประกายออกมาจากร่างของเด็กน้อย

 

มาร์ตินแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเอง ความตื่นตะลึงของเขานั้นทำให้เขาไม่กล้าที่จะทำอะไร เขาไม่คิดเลยว่าในชีวิตนี้นอกจากธีโอดอร์ นักบุญศักดิ์สิทธิ์ศาสนจักรแห่งแสงแล้ว เอเลนก็ยังเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวอีกคนหนึ่งที่เขาได้พบ

 

"นี่คือท่านจริงๆ หรือ? ท่านเอเลน ท่านประสบความสำเร็จในการบ่มเพราะขั้นสีเขียวแล้ว”  

 

น้ำเสียงของมาตินนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

 

เมอร์ลินยิ้มและเอ่ย “ถูกต้อง ข้าพึ่งสามารถบ่มเพราะพลังอักขระเวทย์ขั้นสีเขียวได้ไม่นานมานี้”

 

เด็กน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย ด้วยอารมณ์และการวางตัวของเขานั้นได้สร้างความน่าเกรงขามเกินวัยของเขา ซึ่งแม้แต่มาตินเองก็ยังไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ ถ้อยคำอันไร้ซึ่งอารมณ์นั้นกล่าวออกมาอีกครั้งว่า

 

เมอร์ลินสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วกล่าวอย่างสง่า “จงนำคริสตัลที่อยู่ในห้องทำงานของเจ้ามาให้ข้า"

 

เมื่อได้ยินคำสั่งมาตินก็ทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม

 

"ใช่คริสตัลที่ประดับโชว์อยู่ที่โต๊ะทำงานของข้าใช่หรือไม่? ท่านเอเลนต้องการนำมันไปทำสิ่งใด?"

 

“เพียงทำตามที่ข้าบอก อย่าตั้งคำถามกับข้า” เมอร์ลินเอ่ยและมองอย่างเย็นชา

 

ด้วยคำพูดสั้นๆ นั้นทำให้มาตินถึงกับไม่กล้าที่จะหายใจแรง ทั้งร่างของเขากลายเป็นหนาวเย็น เขาทำความเคารพและเดินไปตามคำสั่งของเมอร์ลิน

 

แม้ในหัวของมาตินจะเต็มไปด้วยคำถาม แต่เขาก็ไม่กล้าที่สร้างความขุ่นเคืองให้กับเด็กน้อย ยิ่งตัวตนของเอเลนเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวด้วยแล้ว เขานั้นไม่กล้าที่จะไม่ทำตามคำสั่งของเมอร์ลิน

 

แม้ถูกสั่งให้บุกน้ำลุยไฟมาตินก็ยินดีที่จะทำมัน

 

หลังจากนั้นไม่นานมาตินก็กลับมาพร้อมกับคริสตัลก้อนใหญ่

           

เมอร์ลินสะบัดมือวาดเข้าหาตัวช้าๆ คริสตัลที่อยู่ในมือของมาตินก็ลอยมาสู่เบื้องหน้าของเขา

           

คริสตัลก้อนใหญ่ถูกบังคับให้ลอยและหมุนอย่างช้าๆ กลางอากาศ

 

เมอร์ลินมองไปยังคริสตัลและใช้เวลาสำรวจไม่นาน ผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็เริ่มลงมือ

           

มือข้างขวาของเมอร์ลินผลักออกไปด้านหน้า

 

ทันใดนั้นเองอักขระเวทย์สีเขียวนับสิบก็ปรากฏและปกคลุมห้อมล้อมก้อนคริสตัลเอาไว้

 

อักขระเวทย์เหล่านี้พลันกลายรูปร่างเป็นวงเวทย์ขนาดเล็กจำนวนมากปรากฏโดยรอบ

           

เมื่อเมอร์ลินขยับมืออีกครั้ง ลำแสงมากมายก็พุ่งออกจากวงเวทย์

 

แสงหลากสีพุ่งออกไปเป็นเส้นตรง ทุกๆ ปลายสุดของลำแสงได้กระทบวงเวทย์ที่อยู่บริเวณนั้น กลายเป็นการสะท้อนลำแสงที่มีประสิทธิภาพราวกับว่าพวกมันถูกจัดเรียงไว้เป็นระเบียบอย่างดี

           

เมอร์ลินใช้มืออีกข้างหนึ่งบังคับก้อนคริสตัลให้เคลื่อนไหวตามที่เขาต้องการ

 

กระบวนการเหล่านี้ดูเหมือนจะยุ่งยาก แต่ทว่าเมอร์ลินกลับใช้เวลาในการทำไม่นาน

 

ลำแสงหลากสีตัดผ่านก้อนคริสตัลราวกับตัดเต้าหู้ ทุกลำแสงที่มีการลากผ่านนั้นมีความคมและความเรียบเนียนเป็นอย่างมาก

 

ในที่สุดคริสตัลก้อนให้ก็ถูกทำให้กลายเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม 2 แผ่นโดยสมบูรณ์

           

เมอร์ลินสูดหายใจเข้าลึกและประกบมือทั้งสองเข้าหากัน

 

วงเวทย์จำนวนมากเหล่านั้นก็พลันสลายและหายไป

 

แต่ดูเหมือนขั้นตอนของเมอร์ลินยังไม่หมดเพียงเท่านี้ สองมือของเขานั้นยังโบกสะบัดไปมาอย่างคล่องแคล่ว เบื้องหน้าของเขานั้นก็ปรากฏอักขระและวงเวทย์ซับซ้อนขึ้นมา

           

แสงสีเขียวที่ไหลเวียนในวงเวทย์ซับซ้อนนั้นแสดงถึงอำนาจของพลังอักขระขั้นสีเขียว มันทั้งลึกลับและเต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจ

 

ทันใดนั้นเองตัวอักษรโบราณลอยขึ้นมาจากวงเวทย์เหล่านั้นนับไม่ถ้วน

 

เมอร์ลินขยับมือครั้งหนึ่ง ตัวอักษรเหล่านั้นก็พุ่งไปยังหินคริศตัลที่ถูกตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมทั้งสอง

 

แสงวูบวาบนั้นเปล่งประกายไปทั่วทั้งห้อง

 

เมอร์ลินกำลังสร้างอุปกรณ์เวทย์ขึ้นมา

 

เป็นที่รู้กันว่าอุปกรณ์เวทย์ที่ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวเป็นผู้สร้างขึ้นนั้นทรงพลังและยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก คนทั้งโลกนั้นต้องการและมีความคิดที่จะครอบครองมัน

 

มาตินอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นกับเหตุการณ์เบื้องหน้านี้ ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

 

ที่สุดแล้วแผ่นหินทั้งสองก็เปล่งแสงสีเขียวทอประกายออกมาดั่งแสงของดวงจันทร์ มันสว่างเจิดจ้าจนมนุษย์ทั่วไปไม่สามารถมองมันได้

 

เมื่อแสงนั้นอ่อนลง วงเวทย์และอักษรทั้งหลายก็มลายหายไป หลงเหลือไว้เพียงแผ่นหินสองก้อนที่เรืองแสงสีเขียวนวลออกมา

 

“เขากำลังสร้างสิ่งใดกัน?” มาตินตั้งคำถามในใจ เขานั้นอดที่จะสงสัยไม่ได้ ตั้งแต่ต้นจนจบเขานั้นได้แต่อ้าปากค้างกับการสร้างอุปกรณ์เวทย์ของเอเลน

 

ทันทีที่การสร้างอุปกรณ์เวทย์เสร็จสิ้น เมอร์ลินก็สะบัดมือเบาๆ ไปข้างหน้า แผ่นหินแผ่นหนึ่งนั้นลอยไปหยุดอยู่ตรงหน้าของมาติน  

 

"รับมันไว้" เมอร์ลินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์

 

"ขอบคุณท่านเอเลน" มาตินรีบคว้าแผ่นหินนั้นไว้ เขาไม่รู้ว่าอุปกรณ์เวทย์ชิ้นนี้มีไว้ใช้ทำอะไร แต่หากผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวเป็นผู้ลงมือสร้างมันขึ้นมา สิ่งนี้ย่อมต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

 

เมอร์ลินมองไปยังมาตินและปิดตาลง

 

"เจ้าคงสงสัยว่ามันมีไว้ใช้ทำอะไร มันคือแผ่นหินที่เป็นอุปกรณ์เวทย์สื่อสาร" เด็กน้อยปิดตาแล้วเอ่ยมันออกมา เขาในตอนนี้กำลังปรับสมดุลพลังเวทย์ของเขาอยู่ เพราะการสร้างอุปกรณ์เวทย์ในแต่ละครั้งนั้นจะต้องใช้พลังเวทย์เป็นจำนวนมาก แม้เขาจะใช้น้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

 

การใช้พลังเวทย์ที่มากเกินไปนั้นทำให้พลังเวทย์ในร่างแปรปรวน หัวใจนั้นทำงานมากเกินไปจึงเกิดอาการเหนื่อยล้าได้ง่าย เขาจึงจำเป็นต้องปรับสมดุลของพลังเวทย์ภายในร่างกาย

 

"อุปกรณ์เวทย์สื่อสาร?" แม้จะได้คำตอบจากผู้ใช้อักขระตัวน้อย แต่ใบหน้าของมาตินก็ยังเต็มไปด้วยคำถาม

 

"ถูกต้อง มันคืออุปกรณ์เวทย์สื่อสาร จงตั้งใจดูให้ดีข้าจะแสดงวิธีการใช้งานมัน" เด็กน้อยลืมตาขึ้นพร้อมทั้งบังคับให้แผ่นหินอีกแผ่นลอยเข้ามาในมือเขา

 

"ส่งพลังเวทย์ของเจ้าไปที่แผ่นหิน แล้ววาดสัญลักษณ์ที่สลักอยู่ที่แผ่นหินอีกแผ่นหนึ่ง จากนั้นก็เขียนข้อความที่เจ้าต้องการสื่อสารแล้วขมวดมันลงไปที่แผ่นหินของเจ้า"

 

เมอร์ลินอธิบายพร้อมกับทำตามให้มาตินดู ตั้งแต่ต้นจนจบเขานั้นไม่ได้ใช้ไม้กายสิทธิ์ในการเขียนอักขระและตัวอักษรเลยแม้แต่น้อย เพียงมือของเขาสะบัดไปมานั่นก็สามารถที่จะสร้างข้อความพลังเวทย์กลางอากาศได้แล้ว

 

เมื่อข้อความทั้งหมดถูกส่งไปยังแผ่นหินในมือของเด็กน้อย แผ่นหินอีกแผ่นหนึ่งที่อยู่ในมือมาตินก็เรืองแสงออกมา เมอร์ลินมองไปยังมาตินอีกครั้งและเอ่ยต่อ

 

"ส่งพลังเวทย์ไปที่แผ่นหินในมือเจ้า"

 

มาตินปฏิบัติตามคำสั่งของเมอร์ลินเป็นอย่างดี เขาทำการส่งพลังเวทย์เข้าไปที่แผ่นหินในมือของเขา ทันใดนั้นเองแสงสีเขียวก็พุ่งออกมาจากแผ่นหิน  ข้อความตัวอักษรที่เมอร์ลินเขียนไว้ปรากฏออกมาเบื้องหน้า

 

ข้อความนั้นลอยอยู่กลางอากาศและบนสุดมันคือสัญลักษณ์ของแผ่นหินที่เมอร์ลินถือครองอยู่

 

"ขอบคุณท่านเอเลน ข้าเข้าใจทั้งหมดแล้ว ข้าจะใช้งานมันเป็นอย่างดี" มาตินรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้รับอุปกรณ์เวทย์ชนิดนี้ เพราะปัญหาหลักระหว่างเขากับเมอรอร์ลินนั้นคือการขาดการติดต่อกัน

 

ซึ่งเมอร์ลินมักจะมีนิสัยหายไปเป็นเวลานาน เมื่อร้านเกิดปัญหาจึงไม่สามารถติดต่อกับเมอร์ลินได้

 

แผ่นหินนี้จึงสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้

 

"น่าเสียดายที่ข้าพึ่งบรรลุขอบเขตขั้นสีเขียว จึงทำได้เพียงการส่งข้อความตัวอักษร เมื่อพลังของข้าเกิดความเสถียรเมื่อไหร่ ข้าจะมอบอุปกรณ์เวทย์สื่อสารที่ดียิ่งกว่านี้ให้แก่เจ้า" เมอร์ลินเลือกที่จะกล่าวความจริงครึ่งหนึ่งให้มาตินทราบ เพราะแท้จริงแล้วเขาในตอนนี้ยังไม่ใช่ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวแบบสมบูรณ์

 

"ขอรับท่านเอเลน ข้ายังมีอีกหนึ่งคำถามที่จะถามท่าน" มาตินนั้นแสดงท่าทีที่กล้าๆ กลัวต่อหน้าเมอร์ลิน จากความรู้สึกของเขา ตัวตนของผู้ใช้อักขระตัวน้อยในยามนี้นั้นแตกต่างจากตัวตนในอดีต

 

ในอดีตนั้นเด็กน้อยยังเป็นเพียงผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้าแต่เพียงเท่านี้ตัวตนของเขาก็น่าเกรงขามแล้ว แต่ในตอนนี้เขาได้พัฒนาไปถึงขั้นสีเขียว นับได้ว่าเขานั้นเทียบได้กับผู้นำของศาสนจักรแห่งแสงซึ่งเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวเช่นกัน ตัวตนของเขาในตอนนี้จึงมากกว่าคำว่าน่าเกรงขาม แต่ขั้นสีเขียวนั้นแทบจะเรียกว่าเป็นที่น่านับถือของคนทั้งแผ่นดินก็ว่าได้

 

"ว่ามา..." เมอร์ลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ เขานั้นยังคงรักษาท่าทีที่สงบของเขาไว้

 

"ข้าสามารถใช้มันติดต่อกับท่านโดยตรงได้ใช่หรือไม่?" มาตินถามความกังวลของเขาออกไป เพราะสิ่งที่เขากลัวมากที่สุดคือการติดต่อกับเมอร์ลินไม่ได้

 

"นั่นคือจุดประสงค์ที่ข้ามอบอุปกรณ์เวทย์สื่อสารนี้ให้เจ้า"

 

มาตินเมื่อได้ฟังก็ยิ้มออกมาเพราะชีวิตอันรุ่งโรจน์ของเขานี้มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเขาอีกต่อไป แต่มันขึ้นอยู่กับตัวตนของผู้ใช้อักขระตัวน้อยผู้นี้

 

"พรุ่งนี้ข้าออกเดินทางอีกครั้งหนึ่งและข้าอาจจะจากไปเป็นเวลานาน สินค้าสำหรับค้าขายนั้นข้าได้จัดเตรียมไว้ให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว" เมอร์ลินเคลื่อนมือเล็กน้อย กล่องที่อยู่บนโต๊ะก็ลอยเข้าสู่มือของมาติน

 

มาตินเปิดฝากล่องออกมาดู เขาก็พบกับแหวนแหวนเวทย์จำนวนนับไม่ถ้วนบรรจุอยู่ในนั้น แน่นอนว่าเขาสามารถระบุได้ว่าสิ่งของให้แหวนเวทย์นี้คือสิ่งใด

 

ผู้ใช้อักขระตัวน้อยของเขาได้จัดเตรียมน้ำยามากมายเพื่อการค้าขายของเขาเรียบร้อยแล้ว

 

เมื่อมอบกล่องให้แก่มาตินเสร็จแล้ว เมอร์ลินก็เอ่ยต่อ "หากมีปัญหาใดเกิดขึ้นจงใช้ของสิ่งนี้ติดต่อกับข้า ตอนนี้เจ้าออกไปได้แล้ว"

 

"ขอรับท่านเอเลน" มาตินกล่าวรับคำแล้วถอยหลังออกจากห้อง

 

ครู่หนึ่งที่มาตินจากไป ช่วงเวลาในการใช้งานพลังอักขระขั้นสีเขียวของเมอร์ลินก็หมดสิ้นลง

 

พลังอักขระขั้นสีเขียวนั้นก็สูญสลายไปในทันที คงอีกซักระยะเวลาหนึ่งเขาถึงจะสามารถใช้มันได้อีกครั้งหนึ่ง

 

เมื่อรุ่งเช้ามาถึงเมอร์ลินก็ออกเดินทางทันที ก่อนออกไปเขาไม่ได้กล่าวลาผู้ใด

 

เมอร์ลินเปลี่ยนชุดใหม่โดยแต่งกายด้วยชุดคลุมสีขาวหม่นและได้สวมหน้ากากไม้ที่มีสีขาวปิดครึ่งหน้าด้านล่างเอาไว้ หลงเหลือไว้เพียงดวงตาที่เฉียบคมของเขาให้มองเห็น

 

ในยามนี้เขาแทบจะเป็นมนุษย์สีขาวไปเสียแล้ว เพราะทั้งชุดคลุม หน้ากาก ผม และคิ้ว ทั้งหมดของเขานั้นล้วนเป็นสีขาวทั้งสิ้น

 

ร่างสีขาวนั้นทะยานพุ่งสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ความเร็วของเขานั้นเหมือนกับดาวหางดวงหนึ่งก็ว่าได้

 

ในระหว่างการเดินทาง เมอร์ลินได้มองลงมายังเบื้องล่าง เขาได้พบเจอกับสัตว์อสูรมากมายแต่พวกมันเหล่านั้นล้วนมีระดับต่ำต้อยแทบทั้งสิ้น แน่นอนว่าสัตว์อสูรพวกนั้นไม่อยู่ในสายตาของเขา

 

ในอดีตการเดินทางจากเมืองของดยุกโควจนถึงเมืองวอเดอร์เซี่ยนเขาต้องใช้เวลาเดินทางถึง 7 วัน การเดินทางของคนยุคนี้ถือว่าค่อนข้างลำบากเป็นอย่างมาก

 

พวกเขาต้องใช้สัตว์พาหนะในการเดินทางเป็นส่วนใหญ่ จะมีบ้างที่บางคนใช้อุปกรณ์เวทย์ขนาดใหญ่ในการบินเช่น เรือเหาะ เป็นต้น

 

แต่ก็มีบางพวกที่ใช้เวทย์มิติทะลุผ่านสถานที่ในการเดินทาง เพียงแต่ผู้ใช้เวทมนต์ที่สามารถใช้เวทย์มิติได้นั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย และยังมีข้อจำกัดมากมายในการเดินทางโดยการใช้เวทย์มิติ เช่น พันธะสัญญาเขตแดนอาณาจักรซึ่งปิดกั้นการใช้เวทย์มิติทะลุผ่านเขตแดนของแต่ละอาณาจักรเป็นต้น

 

กฎสำหรับการใช้เวทย์มิติเหล่านี้เข้มงวดเป็นอย่างมาก หากฝ่าฝืนผู้ใช้เวทมนต์มิติของอาณาจักรอาจทำการทำลายการผันผวนของมิติ ทำให้ผู้ใช้เวทย์มิตินั้นติดอยู่กับมิติของตนเองไปตลอดกาล

 

ความสะดวกสบายของเวทย์มิตินั้นจึงแฝงไปด้วยอันตรายอันน่ากลัว การใช้เวทย์มิติผ่านเขตแดนอย่างเครื่องเคลื่อนย้ายมิติจึงต้องผ่านการรับรองจากเจ้าหน้าที่ของแต่ละอาณาจักรเสียก่อน

 

การใช้เครื่องเคลื่อนย้ายมิตินั้นมีความยุ่งยากเป็นอย่างมาก และมีค่าใช้จ่ายที่มากเช่นเดียวกัน

 

หากไม่มีความจำเป็นจริงๆ น้อยครั้งนักที่เครื่องเคลื่อนย้ายมิติจะเปิดใช้งาน

 

การเดินเท้าหรือใช้สัตว์พาหนะจึงเป็นการเดินทางที่นิยมมากที่สุด

 

เป็นเรื่องที่ดีที่ตอนนี้เมอร์ลินได้บรรลุสู่ขั้นก่อลำต้น นั่นจึงทำให้เขาสามารถเหาะบินบนอากาศได้ การเดินทางของเขาจึงสะดวกและรวดเร็วเป็นอย่างมาก

 

ทันใดนั้นเองระหว่างเส้นทางที่เขาบินอยู่นั้นก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น

 

เมอร์ลินมองลงไปยังเบื้องล่าง  เขาได้พบเจอกับเด็กน้อยที่มีแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่าและตุ่มหนองขึ้นเต็มร่างกาย กลางหลังของเด็กน้อยนั้นกำลังแบกตะกร้าที่บรรจุสมุนไพรมากมาย

 

เด็กคนนี้กำลังถูกไล่ล่า มีสัตว์อสูรบางตัวกำลังไล่ตามเขา

 

ในช่วงวิกฤตินั้นเด็กน้อยโชคร้ายสะดุดรากไม้ล้มลงจนใบหน้ากระแทกพื้น

 

สัตว์อสูรร้ายนั้นมองเด็กน้อยด้วยความหิวกระหาย มันพุ่งกระโจนเข้าใส่เด็กน้อย

 

เมอร์ลินมองดูเหตุการณ์ด้วยความเวทนา

 

"นิสัยเสียของข้านั้นแก้ไม่หายเสียจริงๆ" เมอร์ลินบ่นพึมพรำกับตนเองและทันใดนั้นเอง

 

ตูม!

 

พลังปราณเซียนถูกปล่อยออกไปเป็นรูปแบบโจมตี สัตว์อสูรตัวนั้นเป็นเพียงระดับ 2 ซึ่งมันต่ำต้อยเป็นอย่างมาก

 

ในสายตาของเมอร์ลิน เพียงพลังปราณเซียนอันเล็กน้อยของเขาก็สามารถทำให้สัตว์อสูรตัวนี้จบชีวิตลงได้แล้ว เพียงหนึ่งการโจมตีซากศพของสัตว์อสูรก็กระเด็นออกไปนับสิบหลายเมตร

 

เมอร์ลินร่อนลงมายังพื้นดินพร้อมกับเดินไปที่เด็กน้อย ดูเหมือนว่าเด็กน้อยนั้นจะสิ้นสติสลบไป

 

เมอร์ลินพ่นลมหายใจออกมาพร้อมกับส่ายศีรษะ เขาใช้มือจับด้านหลังคอเสื้อของเด็กน้อยและเหาะขึ้นไปกลางอากาศในทันที

 

เมื่อครู่ก่อนที่จะพบกับเด็กน้อย เมอร์ลินสังเกตเห็นหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งตอนบินผ่านมา เขาคาดว่าเด็กน้อยคนนี้จะต้องมาจากหมู่บ้านแห่งนี้เป็นแน่ เพราะนอกจากที่นั้นแล้วแถวนี้ก็ไม่มีหมู่บ้านอื่นใดอีก

 

เมื่อช่วยคนก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด เมอร์ลินนั้นไม่ใจร้ายปล่อยเด็กน้อยนอนสลบอยู่คนเดียวอยู่กลางป่า เขาจึงตัดสินใจหิ้วเด็กน้อยคนนี้ไปส่งยังหมู่บ้านแห่งนั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.517K ครั้ง

29,587 ความคิดเห็น

  1. #28947 Status.. (@warunon18) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 12:33
    เม้นล่างว้อยย! ขำ!!5555
    #28947
    0
  2. #26298 DN_Phufa (@DN_Phufa) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 21:42
    สมุนไพร=กัญชา???
    #26298
    0
  3. #25739 Peerada1648 (@Peerada1648) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 14:55
    นึกว่าจะเย็นชาไปตลอดซะอีก ค่อยยังชั่วหน่อยที่ยังมีเมตตาบ้าง
    #25739
    0
  4. #25529 SeowooPark (@the01yunosama) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 06:10
    ตั้งแต่เปิดเรื่องมานี่เป็นครั้งแรกที่เห็นความมีจิตใจพระเอกของนาย
    #25529
    1
    • #25529-1 affykc45 (@affykc45) (จากตอนที่ 32)
      24 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:26
      จริงค่ะ55 งงกับนิสัยพระเอก
      #25529-1
  5. #24590 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 23:41

    Thank you

    #24590
    0
  6. #23581 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 17:22
    นับว่ามีจิตอันเป็นกุศลอยู่บ้าง
    #23581
    0
  7. #23223 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 02:35
    ช่วยต้องช่วยให้ถึงที่สุด น่อวว
    #23223
    0
  8. #22797 PinyaTecha (@PinyaTecha) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 10:32
    <p>บ่มเพาะ ไม่ใช่ บ่มเพราะ</p><p>คริสตัล คริศตัล</p><p>ไรเตอร์ระวังคำผิดกับคำซ้ำด้วย หากไม่ใจคำผิด ค้นหาจากพจนานุกรมออนไลน์ได้</p>
    #22797
    0
  9. #21330 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 13:24
    ขอบคุณครับ
    #21330
    0
  10. #20560 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 09:21
    คนดีฟุดๆ
    #20560
    0
  11. #20559 maruchan (@RoosT) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 20:31
    ชอบๆๆๆ ช่วยคน ต้องช่วยให้ถึงที่สุด
    #20559
    0
  12. #20558 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 18:31
    คนดี2017
    #20558
    0
  13. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 17:32
    เมอร์ลินใจดีจริงๆ
    #20557
    0
  14. #20556 CoffeeSunday (@coffeesunday) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 17:18
    ตามมาอ่านใหม่ อีกนานกว่าจะถึงตอนที่เคยอ่านถึง ToT
    #20556
    0
  15. #20555 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 16:21
    ชอบบบบบบบ เมอร์ลินน่าร้ากกกกกกก
    #20555
    0
  16. #20553 กิ่งพฤกษาสวรรค์ (@wanakonth) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 14:52
    ขอบคุณครับ
    #20553
    0
  17. #19991 0610155567 (@0610155567) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 17:40
    *เจอนะค่ะ
    #19991
    0
  18. #14775 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 03:44
    ชอบบบบบ
    #14775
    0
  19. #12708 -บุรุษไร้เงา- (@cojack) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 10:46
    มีแพ๊กลิ้งแล้ว 55 แต่ไม่ต้องมีโอเปเรเตอร์
    #12708
    0
  20. #8094 Aranwake (@Aranwake) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 15:36
    Smartphone ??
    #8094
    0
  21. #7908 slzyzero (@sliiz) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 02:56
    ติดตามครับ
    #7908
    0
  22. #6313 ปอมเป (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 06:40
    ขอบคุณมากจ้า
    #6313
    0
  23. #6281 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 03:49
    ขอบคุณคับ
    #6281
    0
  24. #5648 SAOW (@Sunako_333) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 14:39
    เด็กน้อย? อย่าลืมว่าตัวเองก็ยังเด็กนะ ถึงจะไม่น้อยแล้วก็เถอะ อิอิ
    #5648
    0
  25. #4958 PickPik (@Tpik) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 15:57
    ชอบการกระทำแบบนี้ของเมอร์ลิน เป็นคนดีมีน้ำใจ ช่างประเสิรฐมากมาย ซึ้งๆ #ขอบคุณผู้แต่งค่ะ สนุกมากๆ
    #4958
    0