ตอนที่ 310 : ภาค 3.2 ตอนที่ 148

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 919 ครั้ง
    3 มิ.ย. 62

ดาบยักษ์ที่มีขนาดมากกว่าสิบเมตรฟันทะแยงลงมา อำนาจของเปลวเพลิงกวาดผ่านอากาศจนลุกลามเผาไหม้อย่างร้อนแรง

 

อำนาจนี้ไม่ต่างจากความแข็งแกร่งของขอบเขตมหาจอมเวทย์เลยทีเดียว

 

ด่านนี้คือการจำลองการต่อสู้กับดินแดนสุสานแห่งความเงียบ

 

พลังของดวงวิญญาณถูกสถานที่แห่งนี้เลียนแบบอย่างแนบเนียน อำนาจของมันไม่ต่างจากสภาพความเป็นจริงเลยแม้แต่น้อย

 

เมอร์ลินยังคงนิ่งเฉยเมื่อดังเริ่มแรก การโจมตีนี้ถูกเมินเฉยโดยเขา

 

เมื่อสายตาที่เย็นชาถูกกวาดมองออกไปครั้งหนึ่ง

 

อำนาจอักขระสีม่วงที่เป็นม่านพลังแข็งแกร่งปรากฏขึ้นอย่างรฉับพลัน

 

ปัง! โครม!

 

เสียงของดาบยักษ์ปะทะเข้ากับม่านพลังอักขระดังสนั่นไปทั่วบริเวณ

 

เปลวเพลิงที่เผาไหม้อากาศกระจายออกไปทั่วบริเวณ อากาศบริเวณนั้นราวกับจะถูกเขย่าอย่างรุนแรง

 

การปะทะนี้ทำให้ดวงวิญญาณที่เป็นดาบยักษ์กระเด็นออกไปหลายสิบเมตร

 

ควรรู้ไว้ว่าพลังอักขระของเมอร์ลินบ่มเพาะเข้าขั้นสลักอักขระเจ็ดพันกว่าตัวแล้ว อีกทั้งยังเป็นอักขระระดับโบราณ ทำให้พลังรบของมันสามารถเทียบเท่าพลังของครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิเลยทีเดียว

 

ดาบยักษ์นี้มีพลังรบในระดับเทียบเท่ามหาจอมเวทย์ในระดับเริ่มแรกเท่านั้น ไม่เป็นที่น่าแปลกใจหากมันจะกระเด็นออกไปและได้รับความเสียหายจากการปะทะนี้

 

"วิญญาณอักขระ!" ดวงตาของเด็กน้อยเปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างฉับพลัน

 

ในตอนนั้นเองวิญญาณอักขระก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ความเร็วนี้ราวกับจะเป็นความเร็วของแสงที่วาบผ่าน

 

พริบตา

 

วิญญาณอักขระก็พุ่งเข้าชนดวงวิญญาณของดาบเล่มนั้น

 

ปัง!

 

ในตอนแรกเมอร์ลินตั้งใจที่จะทดลองให้วิญญาณอักขระทำลายดวงวิญญาณนั้น

 

แต่ทว่าวินาทีนั้นเอง ดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็เบิกกว้าง

 

มองวิญญาณอักขระอย่างไม่เชื่อสายตา

 

วิญญาณอักขระปลดปล่อยแสงสีขาวสว่างวาบบาดตา

 

ดวงวิญญาณที่กลายร่างเป็นดาบยักษ์พลันถูกวิญญาณอักขระดูดกลืนเข้าไปอย่างหายวูบ

 

เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับเมอร์ลินเป็นอย่างมาก

 

"มันกลืนกินเข้าไปได้ยังไงกัน? ไม่ใช่ว่าสถานะของมันในตอนนี้ถึงขีดจำกัดแล้ว"

 

วิญญาณอักขระในตอนนี้ได้กลืนกินวิญญาณครบหนึ่งหมื่นดวงแล้ว ตามหลักแล้วมันไม่ควรจะสามารถกลืนกินวิญญาณเข้าไปได้อีก

 

ในตอนที่อยู่ร่องลึกแห่งความพิศวง เมอร์ลินเคยให้วิญญาณอักขระกลืนกินวิญญาณต่อไปหลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถทำได้

 

เขาจึงคิดว่าวิญญาณอักขระจะต้องถึงขีดจำกัด

 

แม้วิญญาณอักขระจะเป็นอาวุธอย่างหนึ่งที่เมอร์ลินใช้ศาสตร์ของอักขระและวิญญาณสร้างขึ้น แต่ในโลกนี้ก็ไม่มีอาวุธชิ้นไหนที่มีพลังเป็นอนันต์ แม้จะเป็นอาวุธเซียนก็ตาม  

 

เมอร์ลินใจเข้าไปค้นคว้าในขอบเขตความคิดของเซียนโอสถสงป้าอีกครั้ง

 

ในตอนนั้นเองเขาก็พบในสิ่งที่ต้องการ

 

วิญญาณอักขระสามารถเปรียบเทียบได้กับอาวุธเซียนที่สามารถบ่มเพาะตนเองได้อย่างหนึ่ง ขอบเขตของมันใช้หลักการเดียวกับศาสตร์แห่งดวงวิญญาณ

 

ขอบเขตผู้ฝึกตนไม่สามารถสะสมดวงวิญญาณได้เกินหนึ่งหมื่นดวง หากต้องการสะสมดวงวิญญาณให้มากกว่านี้จำเป็นต้องทำการผ่านด่านเคราะห์มหันตภัย เช่นเดียวกับการก้าวข้ามขอบเขตนภาผู้ฝึกตนเข้าสู่ขอบเขตนภาครึ่งเซียน

 

ซึ่งโอกาสที่วิญญาณอักขระจะผ่านด่านเคราะห์มหันตภัยนั้นมีน้อยมาก อันตรายจากการทะลวงผ่านสามารถทำให้มันแตกดับได้ทุกเมื่อ

 

หากไม่ทำการปิดด่านพิทักษ์เคราะห์มหันตภัยให้ดี โอกาสที่จะทำให้วิญญาณอักขระยกระดับเป็นอาวุธครึ่งเซียนย่อมมีน้อย

 

เมอร์ลินจึงไม่ได้ตั้งใจจะให้มันกลืนกินดวงวิญญาณดวงนั้นในตอนนี้

 

แต่ทว่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

 

วิญญาณอักขระกลืนกินดวงวิญญาณดวงนั้นเข้าไป!

 

"แย่แล้ว! หากวิญญาณอักขระสามารถกลืนกินดวงวิญญาณนั้นเข้าไปได้ นั่นก็หมายความว่ามันสะสมวิญญาณเกินหนึ่งหมื่นดวง ด่านเคราะห์มหันตภัยกำลังจะมา!"

 

ใบหน้าของเมอร์ลินกลายเป็นร้อนรน เขากังวลในการคงอยู่ของวิญญาณอักขระเป็นอย่างมาก

 

ถึงแม้เขาจะสามารถสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้ แต่การที่จะเก็บดวงวิญญาณให้ครบหนึ่งหมื่นดวงนั้นเป็นไปได้ยาก เขาไม่อยากจะสูญเสียมันไปตอนนี้

 

ในเวลาที่เมอร์ลินกำลังกังวลกับการมาเยือนของด่านเคราะห์มหันตภัยนั้น

 

ดวงวิญญาณที่อยู่ในด่านทดสอบแห่งนี้ก็ค่อยๆ กรูเข้ามา

 

มือน้อยปัดออกไปหลายครั้ง อำนาจอักขระสีม่วงซัดสาดดวงวิญญาณที่พุ่งเข้ามากระเด็นออกไปอย่างต่อเนื่อง

 

ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาไม่มีกะจิตกะใจกับการทดสอบแล้ว เขาเป็นห่วงการคงอยู่ของวิญญาณอักขระมากกว่า

 

เมอร์ลินไม่สามารถเก็บวิญญาณอักขระไว้ในร่างตอนนี้ได้ หากเป็นเช่นนั้นด่านเคราะห์มหันตภัยจะเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นที่เขาแทน

 

มือของเด็กน้อยสะบัดออกไปอย่างเป็นระวิง

 

รูปแบบอักขระที่เป็นม่านพลังป้องกันถูกสร้างออกมาคุ้มกันวิญญาณอักขระอย่างต่อเนื่อง

 

เมอร์ลินสามารถพูดได้เต็มปากว่าเขาไม่มีความมั่นใจเลยกับการพิทักษ์ด่านเคราะห์มหันตภัยในครั้งนี้

 

นั่นเพราะชีวิตก่อนเมอร์ลินเคยประสบกับตนเองมาแล้ว และมันก็ทำให้เขาต้องมาเป็นอยู่เหมือนทุกวันนี้

 

แม้ตอนนั้นเขาอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นร่วงโรยยังผ่านไปไม่ได้ นับภาษาอะไรกับพลังที่อ่อนแอกว่าในตอนนี้

 

ภาพนี้ทำให้ผู้คนภายนอกงุนงงอย่างประหลาดใจ

 

"เด็กคนนั้นต้องการที่จะทำอะไรกันแน่? ทำไมเขาถึงไม่ยอมมุ่งหน้าไปด่านถัดไป"

 

"เขาสร้างรูปแบบอักขระคุ้มกัน ดวงแสงดวงนั้นไว้ทำไม? ทำไมเขาไม่ไปต่อ"

 

"เห็นได้ชัดว่าเขามีกำลังที่จะไปต่อ แต่เขากำลังทำอะไรอยู่"

 

เสียงของผู้คนจำนวนมากกำลังบ่นออกมา หลายคนในตอนนี้เริ่มรู้สึกหงุดหงิด

 

พวกเขาอุส่าเสียหนึ่งร้อยคะแนนศักดิ์สิทธิ์เพื่อเข้าชม แต่เด็กคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่ ทำไมเขาไม่ขยับไปไหนซะที มัวแต่หมกหมุ่นอยู่กับดวงแสงบ้าๆ นั่น

 

เวลาผ่านไปนานพอสมควร

 

หลายคนเริ่มไม่พอใจกับการทดสอบด่านที่สองของเมอร์ลิน

 

เป็นที่รู้กันว่าผู้เข้าทดสอบสามารถอยู่ในด่านทดสอบเท่าไหร่ก็ได้ การฆ่าศัตรูที่อยู่ข้างในนั้นถือว่านับมาคิดเป็นคะแนนในการจัดอันดับเช่นกัน

 

แต่การที่เด็กคนนั้นไม่ขยับไปไหนนั้นจึงสร้างความลำคาญใจให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก

 

จนในที่สุดคนส่วนใหญ่ก็ออกจากการรับชม มีเพียงคนไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่ยังคงเฝ้าดูว่าเมอร์ลินกำลังจะทำอะไรกันแน่

 

ในมิติด่านทดสอบ

 

เมอร์ลินเฝ้ารอจนแล้วจนเล่าแต่ด่านเคราะห์มหันตภัยก็ยังไม่มาซักที

 

เขาเริ่มใช้ความคิดและอนุมานความน่าจะเป็น

 

ผ่านไปช่วงเวลาหนึ่ง

 

ในตอนนั้นเองดวงตาของเขาก็ปรากฏความเข้าใจบางอย่าง

 

"เป็นข้าที่โง่เอง ..." ดวงตาของเด็กน้อยเป็นประกายขึ้น

 

"ที่นี่คือด่านทดสอบที่เผ่าเทพใช้ทดสอบคนของตนเอง ที่นี่จะมีดวงวิญญาณมากมายขนาดนี้ได้ยังไงกัน ความจริงแล้วดวงวิญญาณเหล่านี้ถูกพลังของแท่นศิลาสร้างเลียนแบบขึ้นมา"

 

เมอร์ลินสะบัดมือออกไปครั้งหนึ่ง รูปแบบอักขระที่คุ้มครองวิญญาณอักขระก็หายไป

 

"แท้จริงแล้วสิ่งที่วิญญาณอักขระดูดกลืนไม่ใช่ดวงวิญญาณที่แท้จริง แต่มันเป็นพลังอักขระที่สร้างดวงวิญญาณจำลองนี้ขึ้น"

 

เผ่าเทพสร้างด่านทดสอบเหล่านี้เพื่อฝึกฝนการรับมือจากอริต่างแดน แม้ว่ามันจะไม่ใช่พลังที่แท้จริง แต่การจำลองนี้กลับสมจริงเป็นอย่างมาก

 

เมื่อทุกอย่างกระจ่างแจ้งแล้ว เมอร์ลินจึงไม่รอช้าที่จะฝ่าด่านนี้ต่อไป

 

ทันทีที่เมอร์ลินตัดสินใจก้าวเดินไปข้างหน้า ดวงวิญญาณนับไม่ถ้วนก็กลายร่างเป็นอาวุธวิญญาณที่น่ากลัวสาดพลังออกมาจนมืดฟ้ามัวดิน

 

นิ้วมือยาวเล็กสะบัดออกไปอย่างคล่องแคล่ว

 

การเคลื่อนไหวของวิญญาณอักขระราวกับจะเป็นแสงวูบวาบ

 

ภาพนั้นไม่ต่างอะไรกับการหยุดเวลา เหล่าดวงวิญญาณยังไม่ทันที่จะโจมตีมาถึงเมอร์ลินพวกมันก็แข็งค้าง

 

เพล้ง!

 

วิญญาณอักขระดูดกลืนพลังอย่างบ้าคลั่ง การโจมตีทั้งหมดถูกทำลาย

 

เมื่อเมอร์ลินเดินลึกเข้า ดวงวิญญาณก็เริ่มมีพลังที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

 

ดวงวิญญาณหลายดวงกระทั่งสามารถใช้พลังที่ตื่นขึ้นแล้วได้

 

การตื่นของอาวุธวิญญาณ!

 

ร่างของดวงวิญญาณที่อยู่ส่วนลึกไม่ใช่ร่างของอาวุธวิญญาณอีกต่อไป

 

"จำลองการใช้ภูษาวิญญาณอย่างนั้นหรือ?" เมอร์ลินหรี่ตาลงแล้วกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น

 

เด็กน้อยก้าวเดินต่อไปอย่างไม่เกรงกลัว ยิ่งดวงวิญญาณแข็งแกร่งเขาก็ยิ่งรู้สึกชื่นชอบ

 

ภายใต้พลังของเมอร์ลินในตอนนี้ หากศัตรูคือรูปแบบของดวงวิญญาณ วิญญาณอักขระที่เปรียบเสมือนอาวุธเซียนชิ้นหนึ่งย่อมสามารถกวาดผ่านได้อย่างไม่มีความกังวล

 

ดวงวิญญาณที่ใช้ภูษาวิญญาณเบื้องหน้าแข็งแกร่งอย่างชัดเจน

 

ดวงวิญญาณดวงหนึ่งปรากฏรูปร่างเป็นชายไร้หน้าสวมใส่ชุดเกราะภูษาวิญญาณน้ำแข็งสาดซัดพลังไอความเย็น คุกคามอย่างน่าหวั่นเกรง

 

ภาพนี้ทำให้เมอร์ลินคิดถึงการต่อสู้ในสงครามเดสซิ่งวันเดอร์ ในตอนที่อัศวินโต๊ะกลมหลายคนใช้ภูษาวิญญาณในการต่อสู้

 

แต่ทว่า

 

ร่างภูษาวิญญาณน้ำแข็งยังไม่ทันที่จะได้ออกพลังโจมตี

 

วิญญาณอักขระก็พุ่งออกไปจัดการอย่างรวดเร็ว

 

การโจมตีที่ไม่ธรรมดานี้กลืนกินดวงวิญญาณดวงนั้นอย่างรวดเร็ว

 

ร่างภูษาวิญญาณยังไม่ทันที่จะก่อร่างดีกลับตกเป็นเหยื่อของวิญญาณอักขระไปเสียแล้ว

 

"วิญญาณอักขระ ... ดูเหมือนมันจะแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แม้แต่ข้าเองก็ยังไม่สามารถมองเห็นขอบเขตการโจมตีของมันได้"

 

เมอร์ลินรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากเมื่อได้เห็นการโจมตีของวิญญาณอักขระที่จัดการศัตรูได้อย่างง่ายดาย

 

ด้านนอกผู้คนที่ยังคงเฝ้ามองเมอร์ลินก็ตกใจจนอ้าปากค้าง

 

"ดวงแสงสีขาวนั้นคืออะไรกัน มันคือเกียร์ชนิดหนึ่งอย่างนั้นหรือ?"

 

"หรือว่ามันจะเป็นเกียร์ที่เมไจระดับตำนานสร้างขึ้น?"

 

"ไม่ใช่หรอก ข้าว่าไม่ใช่ ก่อนหน้านี้ข้าเคยได้ยินข่าวว่าลูกศิษย์ของวอลอร์ดไวท์ทีธติดอยู่ในซากวิหารเทพเฮอร์มีส และวอลอร์ดไวท์ทีธก็ทำการช่วยเหลือลูกศิษย์ของเขาออกมาเมื่อไม่นานมานี้ ดูจากการแสดงออกของสมาคมนักแก้ไข เด็กคนนี้จะต้องเป็นลูกศิษย์คนนั้นอย่างแน่นอน" วอลอร์ดคนหนึ่งพูดซุบซิบกล่าวอย่างวิเคราะห์

 

ระดับตำนานคนหนึ่งเคลื่อนไหวนั่นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วอลอร์ดระดับสูงอย่างพวกเขาจะรับรู้เรื่องนี้

 

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้?"

 

"หึ หึ ข้าคิดว่าดวงแสงนั่นจะต้องเป็นสมบัติชิ้นหนึ่งของเทพเฮอร์มีสอย่างแน่นอน"

 

"อะไรนะ เจ้ากำลังพูดว่ามันคือเกียร์เทพอย่างนั่นหรือ?"

 

บริเวณใกล้เคียงเริ่มพูดคุยอย่างอึกทึก หลายคนที่ละทิ้งการรับชม พวกเขานั้นรู้สึกเสียใจ จำเป็นต้องจ่ายคะแนนศักดิ์สิทธิ์หนึ่งร้อยคะแนนเพื่อรับชมอีกครั้งหนึ่ง

 

ผู้คนกลับมาสนใจเมอร์ลิน

 

พวกเขามองภาพนั้นอย่างตกตะลึง ไม่คิดว่าจะมีเกียร์ที่ร้ายกาจขนาดนี้

 

ด้านในมิติทดสอบ เมอร์ลินใช้วิญญาณอักขระกวาดผ่านเหล่าดวงวิญญาณอย่างน่าตกใจอีกครั้งหนึ่ง

 

ดวงวิญญาณในร่างภูษาวิญญาณนับสิบตนกระโจนเข้าใส่เมอร์ลินอย่างบ้าคลั่ง

 

แต่ทว่า

 

พวกมันยังไม่ทันที่จะได้เข้าใกล้เมอร์ลิน อำนาจของวิญญาณอักขระก็กวาดผ่านไปเรียบร้อยแล้ว

 

เมื่อเดินลึกเข้าไปดวงวิญญาณก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

 

"กลิ่นอายนี้!" เมอร์ลินรู้สึกตกตะลึงอย่างแท้จริง

 

เขาได้พบกับกลิ่นอายที่คุ้นเคย

 

ร่างภูษาวิญญาณตนหนึ่งระเบิดพลังแข็งแกร่งกว่าดวงวิญญาณธรรมดาทั่วไป อีกทั้งยังสาดซัดพลังออกมาอีกหลายเท่าตัว เกราะบนร่างมีลวดลายที่วิจิตเต็มไปด้วยพลังเหนือกว่าดวงวิญญาณตนอื่นเป็นอย่างมาก

 

"การเปลี่ยนแปลงที่สองของภูษาวิญญาณอย่างนั้นหรือ?" ดวงตาของเด็กน้อยพลันเบิกกว้าง

 

ครั้งหนึ่งเมอร์ลินเคยพบกับฟรีซที่ใช้พลังลักษณะนี้มาแล้ว

 

ศาสตร์ต่อสู้ของสุสานแห่งความเงียบ ภูษาวิญญาณสามารถพัฒนาได้ถึงสี่ระดับขึ้น

 

เอกะธรรมญาณ ทวิธรรมญาณ ไตรธรรมญาณ และจตุธรรมญาณ

 

ภูษาวิญญาณทั่วไปอยู่ในขั้นเอกะธรรมญาณ แต่ผู้ที่มีฝีมือพัฒนาขึ้นได้จะสามารถพัฒนาได้ต่อไปเรื่อยๆ

 

ดังเช่นดวงวิญญาณดวงนี้ได้พัฒนาไปถึงระดับทวิธรรมญาณแล้ว

 

ดวงวิญญาณที่มีรูปร่างเป็นมนุษย์ยักษ์สวมเกราะกระดูกปลดปล่อยพลังวิญญาณที่รุนแรง กัดกร่อนรอบด้าน

 

แม้แต่ดวงวิญญาณในระดับเอกะที่เป็นพวกเดียวกันก็ยังต้องถอยห่าง

 

มือยักษ์โบกสะบัดและซัดลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

การโจมตีที่ไร้คำเตือนนี้ราวกับจะสามารถถล่มภูเขาลูกหนึ่งให้ราบเป็นหน้ากลอง

 

โครม!

 

"วิญญาณอักขระได้เวลาทดสอบความสามารถของเจ้าแล้ว" ดวงตาของเด็กน้อยเป็นประกายสว่างวาบ

 

ปัง!

 

วิญญาณอักขระที่เต็มไปด้วยอำนาจทะลุทะลวงพุ่งผ่านร่างของดวงวิญญาณร่างภูษาระดับทวิและชนเข้ากับแก่นพลังของมันอย่างรุนแรง

 

เมอร์ลินรู้สึกได้ว่าวิญญาณอักขระของเขานั้นไม่สามารถกลืนกินดวงวิญญาณดวงนี้ได้ง่ายๆ

 

ในขณะเดียวกันการโจมตีของมือยักษ์ก็ยังคงอยู่

 

เมอร์ลินระเบิดอำนาจอักขระอย่างฉับพลัน เบื้องหน้าปรากฏอำนาจสีม่วงก่อร่างเป็นม่านพลังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

 

"พลังอักขระของข้าในตอนนี้สามารถเทียบเท่าได้กับระดับตำนานผู้หนึ่ง ข้าไม่เชื่อว่าจะไม่สามารถรับมือการโจมตีนี้ได้"

 

เมอร์ลินไม่สามารถคาดเดาขอบเขตพลังของดวงวิญญาณดวงนี้ได้ เขาจึงต้องการทดสอบรับการโจมตีนี้ดู

 

ปัง!

 

มือยักษ์ปะทะกับม่านพลังอากาศสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แม้แต่พื้นดินยังได้รับผลกระทบ

 

ม่านพลังของเมอร์ลินยังคงอยู่ไม่ได้แตกสลาย การโจมตีนี้ทำได้เพียงสร้างความสั่นสะเทือนให้กับมันเท่านั้น

 

ในตอนนั้นเอง

 

เปราะ!

 

ซวบ!

 

ในที่สุดวิญญาณอักขระก็สามารถกลืนกินดวงวิญญาณดวงนี้ได้ เพียงแต่ต้องใช้ระยะเวลาระยะหนึ่งเท่านั้น

 

ใบหน้าของเด็กน้อยปรากฏความยินดีและพุ่งตรงต่อไปข้างหน้า รับมือกับดวงวิญญาณนับร้อยๆ

 

ในขณะเดียวกันนั้นเอง

 

เกียร์สื่อสารของวอลอร์ดแดนตะวันตกก็แจ้งเตือนขึ้น

 

เมื่อพวกเขารับทราบข้อความ ใบหน้าที่เคยมืดครึ้มก็ปรากฏแสงสว่างในดวงตา

 

"เป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง!"

 

คนของแดนตะวันตกกลายเป็นแตกตื่น ไม่นานนักทุกคนก็ได้รับทราบข่าวสารที่ถูกส่งมา

 

ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความยิ้มแย้ม ตะโกนกู่ร้องยินดีอยู่ในใจ

 

หลายคนมองไปยังพวกเขาว่าเกิดอะไรขึ้น

 

"สำเร็จแล้ว! ท่านวอลอร์ดแม็กนีโต้สามารถทำมันได้สำเร็จแล้ว"

 

"ในที่สุดแดนตะวันตกของพวกเราก็ปรากฏเทพนักบุญขึ้นมา"

 

วอลอร์ดแม็กนีโต้นั้นไม่ใช่วอลอร์ดอีกต่อไป

 

สถานะในตอนนี้ของเขาคือ ...

 

เทพนักบุญแม็กนีโต้!








.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 10 ภาค 4
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 6
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 919 ครั้ง

29,462 ความคิดเห็น

  1. #29060 QueenOfMars (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 10:04
    หึ้ยยย รอไวท์ทีธก่อน
    #29060
    0
  2. #28569 จิล (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 17:12

    เดี๋ยวรออาจารย์เมอร์ลินก่อน อักขระโบราณเชียว

    #28569
    0
  3. #28567 29222922 (@29222922) (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 10:25
    เดี๋ยวไวท์ธีสจะตามมาแล้ววว อย่าเพิ่งดีใจ
    #28567
    0
  4. #28566 Mhuaymhuay Freedom (@mhuayfreediom) (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 22:03
    นักบุญหรือยักบาปกันเเน่นะไรท์ไล่ฆ่าเด็กแบบนี้เนี่ย
    #28566
    0
  5. #28565 โรคุโก๊ะ (@pss933) (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 20:11
    คิดว่ากว่าจารจะเป็นเทพนักบุญได้ต่ำๆก็3เดือน(สลักวันละ10ตัว)
    #28565
    0
  6. #28564 ebony967 (@ebony967) (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 19:12
    เหอะๆเทพนักบุญกากๆสู้เทพนักบุญจารลินมิได้หรอกจารนางได้อักขระดีกว่าโปราณกว่าแข็งแกร่งกว่า
    #28564
    0
  7. #28563 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 18:30
    รอก่อน เด่ววอร์ลอร์ดไวท์ธีท ก็จะเป็นเทพนักบุญเหมือนกัน
    #28563
    0
  8. #28562 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 18:10
    เดี๋ยวเจอเทพนักบุญไวท์ทีธธ
    #28562
    0
  9. #28560 fonnzosh (@osh_namfon_pcy) (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 16:50
    เดียว-เจอไวท์ทีธธธธ
    #28560
    0
  10. #28559 Lovely_Otaku (@Lovely_Otaku) (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 16:26
    โธ่เอ้ย เดี๋ยวไวท์ทีธก็มา!
    #28559
    0
  11. #28556 Gouyjeng (@Gouyjeng) (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 14:57
    เดี๋ยวก็มีเทพนักบุญฟันขาว ไวท์ทีธ์ 555
    #28556
    0
  12. #28554 ddlovepp (@puilikedd) (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 14:21
    555 มันค้างจนอยากจะเปย์เลยทีเดียว ค้างงงง
    #28554
    0
  13. #28553 Noong7 (@Noong7) (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 13:48
    เดี๋ยวจะเจอดับเบิ้ลเทพนักบุญ(เมอร์ลินและอาจารย์ของเขาาา) นะพวกตะวันตก รอก่อนนนนนน ก๊ากกกกกก
    #28553
    0
  14. #28552 Saku442274 (@Saku442274) (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 13:37
    อีกไม่นานรออ.ไวท์ทีธเป็นเทพนักบุญก่อน! แล้วค่อยมาเจอกัน!!!
    #28552
    0
  15. #28551 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 13:23

    อาจารย์ของเมอร์ลินก็กำลังจะเปนนักบุญเหมือนกันแหละน่า

    #28551
    0
  16. #28550 conun5557 (@conun5557) (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 13:21
    สงสัยจะมีการปะทะกันของเทพนักบุญ
    #28550
    0
  17. #28548 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 12:47

    ต่อไปก็ตาของไวท์ทีธขึ้นถึงเทพนักบุญ
    #สู้ๆนะไรท์
    #28548
    0
  18. #28547 Thank You (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 12:32

    ขอบคุณครับ

    #28547
    0
  19. #28546 โรคุโก๊ะ (@pss933) (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 12:29
    แม็กนีโต้นี่แหละของจริง
    #28546
    0
  20. #28545 ESTKUNG17 (@ESTKUNG17) (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 12:26
    เดี๋ยวก็จะมีเทพนักบุญไวท์ทีธตามมาาา!
    #28545
    0