ตอนที่ 31 : วิญญาณซากภูติ (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52797
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1612 ครั้ง
    6 ธ.ค. 60

ในคืนนั้นเมอร์ลินใช้เวลาทั้งหมดเพื่อศึกษาหินตราเวทย์ที่ได้มา นับตั้งแต่ที่เขาออกมาจากหอคอยมหาเวทย์ หินตราเวทย์ของชั้นที่ 35 ก็อยู่กับตัวเขามาตลอด 

 

เมอร์ลินใช้ดวงตาเลเมเกทันตรวจสอบและทำความเข้าใจหินตราเวทย์ที่อยู่ในมือ แน่นอนว่าข้อมูลต่างๆ พลันแล่นเข้าสู่สมองของเขา

 

หินตราเวทย์นั้นคือผลึกวิญญาณชนิดหนึ่ง มันเป็นสิ่งของชนิดเดียวกันกับอาวุธวิญญาณ กล่าวได้ว่าพวกมันล้วนมีต้นกำหนดที่คล้ายคลึงกัน

 

อาวุธวิญญาณนั้นถือกำเกิดมาจากเจตจำนงของจิตวิญญาณอันแรงกล้า เจตจำนงเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต เพียงมีเจตจำนงอันแรงกล้าเท่านั้นที่จะก่อเกิดจิตวิญญาณได้ และด้วยเจตจำนงอันมั่นคงนั้นสามารถทำให้จิตวิญญาณเข้าไปสิงสู่ในสิ่งของต่างๆ

 

เหล่าสิ่งของที่ถูกจิตวิญญาณสิงสู่นั้น จึงถูกเรียกว่า “อาวุธวิญญาณ”

 

ส่วนผลึกวิญญาณนั้นมีต้นกำเนิดที่คล้ายคลึงกัน แต่ผลึกนี้นั้นเกิดจากส่วนหนึ่งของเสี้ยววิญญาณซากภูติ วิญญาณภูติที่ตายไปแล้วและรวมกลุ่มกันเป็นก้อนผลึกวิญญาณ

 

ภูตินั้นเปรียบได้กับตัวตนในตำนานที่หายสาบสูญ ผู้คนไม่สามารถพบเจอสิ่งเหล่านี้ได้นอกจากหอคอยมหาเวทย์

 

ดังนั้นแล้วการที่จะได้มาซึ่งผ้าคลุมเวทย์ เหล่าผู้ใช้เวทมนต์จึงจะต้องหาจากหอคอยมหาเวทย์แห่งนี้เท่านั้น

 

ด้วยความจริงในข้อนี้จึงทำให้ตัวตนของศาสนาจักรแห่งแสงมีอำนาจที่เทียบเท่ากับ 5 อาณาจักรใหญ่

 

หินตราเวทย์คือการหลอมรวมวิญญาณซากภูติชนิดปรสิต เมื่อทำการหลอมรวมเข้ากับร่างกายผู้ใช้เวทมนต์ วิญญาณของซากภูติก็จะยึดติดอยู่กับวิญญาณของผู้เป็นเจ้าของ

 

เมื่อถูกเรียกใช้งานวิญญาณซากภูติเหล่านั้นก็จะแปรสภาพเปลี่ยนเป็นผ้าคลุมเวทย์เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังเวทย์ให้แก่ผู้ใช้ โดยที่วิญญาณซากภูตินั้นจะปรับสภาพไปกับพลังเวทย์ของผู้ใช้ จึงทำให้สีและลวดลายของผ้าคลุมเวทย์ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน

 

นอกจากนี้วิญญาณซากภูตินั้นยังสามารถรับรู้ถึงพลังของผู้ใช้อักขระ ผ้าคลุมของผู้ใช้อักขระนั้นจะแตกต่างไปจากผู้ใช้เวทมนต์ธรรมดา เพราะผ้าคลุมนั้นจะปรากฏลายแสงที่บ่งบอกระดับของผู้ใช้อักขระอีกด้วย

 

ผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้านั้นจะมีผ้าคลุมที่มีลายแสงสีฟ้าปรากฏเป็นลวดลายอันเป็นมนต์ขลัง และผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวก็จะปรากฏลวดลายที่มีแสงสีเขียวเช่นเดียวกัน

 

ซึ่งยุคนี้ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวในแผ่นดินนั้นได้ปรากฏตัวเพียงสองคนเท่านั้น หนึ่งในนั้นคือผู้นำสูงสุดของศาสนจักรแห่งแสงและอีกหนึ่งคือชายชราพเนจรผู้หนึ่งที่ซึ่งไม่สังกัดอยู่กับฝ่ายใด

 

การใช้ผ้าคลุมเวทย์นั้นไม่ได้จำกัดรูปร่างให้เป็นผ้าคลุมเสียอย่างเดียว หากเป็นผู้มีความสามารถพวกเขานั้นสามารถกำหนดรูปร่างของผ้าคลุมเวทย์ได้ ทั้งนี้ย่อมต้องใช้ความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก ซึ่งน้อยคนนักที่สามารถใช้ผ้าคลุมเวทย์ในระดับนั้นได้

 

ภายในห้องลับใต้ดินของร้านเสื้อคลุมสีฟ้าเมอร์ลินทำการหลอมรวมหินตราเวทย์เข้ากับร่างกายของเขา หินตราเวทย์ที่มีลวดลายสีเขียวถูกนำออกมาและเขาเริ่มขั้นตอนในการหลอมรวมทันที 

 

เมอร์ลินทำการจ่ายพลังเวทย์เข้าไปที่หินตราเวทย์ ทันใดนั้นหินตราเวทย์ที่อยู่ในมือเขาก็ค่อยๆ สูญสลายกลายเป็นละอองเวทย์ที่น่าเกรงขามหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเขา

 

ละอองนั้นคือวิญญาณซากภูติ มันค่อยๆ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายของเมอร์ลิน เริ่มจากผิวหนังเจาะเข้าไปชั้นในสุดของร่างกาย

 

พวกมันเหล่านี้มีการทำงานที่เหมือนกับปรสิต พวกมันคงอยู่ได้โดยพลังเวทย์ภายในร่าง

 

ไม่นานนักทั่วทั้งร่างของเมอร์ลินก็ถูกวิญญาณซากภูติหลอมรวมเข้าด้วยกัน จุดที่มีวิญญาณซากภูติหนาแน่นที่สุดคือหัวใจของเขา นั่นเพราะตรงหัวใจนั้นเป็นแหล่งกักเก็บพลังงานเวทย์ของผู้ใช้เวทย์

 

ไม่นานนักในที่สุดการหลอมรวมก็เสร็จสมบูรณ์ 

 

หลังจากนั้นร่างของเมอร์ลินนั้นส่งกลิ่นอายอันทรงพลังออกมา

 

เมอร์ลินรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากกับความสำเร็จนี้ เขานั้นได้เรียกใช้ผ้าคลุมเวทย์ทันทีหลักจากที่เสร็จสิ้นพิธีกรรม 

 

"จงปรากฏผ้าคลุมเวทย์"

 

สิ้นคำของเมอร์ลิน พลังเวทย์ภายในร่างก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ไอเวทย์จำนวนมหาศาลแผ่ออกมาจากร่างพร้อมกับเปล่งแสงอันไหววูบออกมา ไอเวทย์เหล่านั้นถูกหมุนวนและก่อเป็นรูปร่างกลายเป็นผ้าคลุมเวทย์ที่มีสีแดงปรากฏบนร่างของเขา

 

ผ้าคลุมเวทย์ชิ้นนี้แตกต่างจากผ้าคลุมเวทย์ของผู้อื่น เพราะมันไม่ได้มีแค่สีแดงที่เป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงผู้ใช้เวทมนต์ขอบเขตผู้ใช้เวทย์ แต่มันยังปรากฏลวดลายสีฟ้าประดับอยู่บริเวณชายขอบของผ้าคลุมเวทย์อีกด้วย นี้คือสัญลักษณ์ของผู้ใช้อักขระ

 

หากผ้าคลุมเวทย์ผืนนี้ปรากฏต่อหน้าผู้คน เขานั้นจะกลายเป็นผู้มีฐานะสูงส่งเป็นอย่างมาก แม้แต่ขุนนางหรือชนชั้นสูงเมื่อพบเจอเขาก็ยังต้องเคารพและไว้หน้าเขาส่วนหนึ่ง

 

เมื่อผ้าคลุมเวทย์ปรากฏบนร่างของเมอร์ลิน ร่างของเขาก็เผยถึงพลังเวทย์ที่เพิ่มมากขึ้น พลังเวทย์เหล่านี้เพิ่มขึ้นเกือบครึ่งหนึ่งของพลังเวทย์ที่เขามีอยู่

 

หินตราเวทย์จากชั้น 35 นั้นทรงประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก

 

ในยามนี้เมอร์ลินรู้สึกว่าในร่างของเขานั้นมีพลังเวทย์จำนวนมากกำลังเอ่อล้นออกมา

 

ไม่มีใครล่วงรู้ว่าผ้าคลุมเวทย์ชั้นที่ 35 นี้มีเมอร์ลินเป็นเจ้าของ นอกจากตัวเขาและจอร์มุนกานต์ก็ไม่มีผู้อื่นรับรู้

 

นั่นเพราะเมอร์ลินนั้นไม่ได้กลับจากการทดสอบดังเช่นคนทั่วไป กฎ 7 วันของหอคอยมหาเวทย์นั้นไม่มีผลต่อเขา นั่นเป็นเพราะอำนาจของจอร์มุนกานต์ที่จองจำเขาไว้นานถึงหนึ่งเดือน

 

เมื่อกลับออกมาจากหอคอยมหาเวทย์จึงไม่มีผู้ใดตรวจสอบเขา นี่จึงเป็นเรื่องดีที่ไม่มีใครรู้ว่ามีคนที่ทะลวงหอคอยมหาเวทย์ได้มากกว่าชั้นที่ 25 ที่ซึ่งเป็นตำนานของดินแดนแห่งนี้  

 

ประวัติศาสตร์ของหอคอยมหาเวทย์จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตำนานยังคงเป็นตำนาน ตำนานที่ผู้คนรับรู้ว่าหลังจาก 500 ปีก่อนมีผู้ที่ทะลวงไปได้ในชั้นที่ 25 เท่านั้น

 

แน่นอนว่าเมอร์ลินนั้นเลือกที่จะไม่เปิดเผยความลับนี้ รวมถึงเรื่องของการพบกันกับจอร์มุนกานต์อีกด้วย

 

เมอร์ลินได้ทำการทดลองในการใช้เวทย์ของเขาเมื่อได้สวมใส่ผ้าคลุมเวทย์ เขาได้ทำการทดลองโดยเรียกใช้งานอักขระเวทย์ ด้วยการปรุงยานับพันนับหมื่นครั้งของเขาจึงทำให้ความเชี่ยวชาญในการใช้งานอักขระเวทย์ของเขาเพิ่มมากขึ้น

 

เพียงเมอร์ลินทำการสะบัดมือเบาๆ หนึ่งครั้ง อักขระเวทย์จำนวนมากก็ส่องแสงและปรากฏเบื้องหน้าเขาอย่างรวดเร็ว

 

อักขระเวทย์นั้นลอยอยู่กลางอากาศอย่างเป็นระเบียบ

 

เมอร์ลินสังเกตได้ว่าอักขระเวทย์แต่ละตัวนั้นทรงพลังมากกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าหากอักขระเวทย์เหล่านั้นมีความทรงพลัง ประสิทธิภาพในการใช้งานของพวกมันก็จะเพิ่มมากยิ่งขึ้น

 

ใบหน้าของเด็กน้อยนั้นเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

แต่ดูเหมือนว่าเขาจะลืมอะไรไปอย่างหนึ่ง!

 

คิ้วเล็กๆ นั้นขมวดเข้าหากันเมื่อเขาได้พบว่าอักขระเวทย์เหล่านี้มันยังคงมีสีฟ้า

 

ทำไมมันถึงยังเป็นสีฟ้าไม่ใช่สีเขียว?

 

ไม่ใช่ว่าจอร์มุนกานต์นั้นได้มอบพลังขั้นสีเขียวให้เขาแล้วไม่ใช่หรือ?

 

เมอร์ลินทวนคำพูดของจอร์มุนกานต์ในใจอีกครั้งหนึ่ง ทันใดนั้นเองคำๆ หนึ่งก็โผล่ขึ้นมาในหัวเขา "ขั้นสีเขียวแบบไม่สมบูรณ์" 

 

ใช่แล้ว! จอร์มุนกานต์ได้บอกเขาว่า เขาสามารถใช้พลังขั้นสีเขียวได้แค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะไม่สามารถใช้ได้อีกในระยะเวลาหนึ่งเช่นเดียวกัน แต่หากเขาสามารถทะลวงถึงขอบเขตของขั้นนักรบเวทย์ได้แล้วพลังขั้นสีเขียวนั้นก็จะสมบูรณ์โดยทันที

 

เมื่อพลังขั้นสีเขียวของเมอร์ลินนั้นเป็นพลังที่ไม่สมบูรณ์ การใช้งานของมันจึงต้องมีเงื่อนไขในการเปิดใช้งานเช่นเดียวกับการใช้ผ้าคลุมเวทย์

 

น่าเสียดายที่เขาไม่ได้ถามจอร์มุนกานต์ถึงข้อนี้

 

จากที่เขาสังเกตการณ์เปิดใช้งานทั้งผ้าคลุมเวทย์และอาวุธวิญญาณนั้นจะมีคำเรียกที่ขึ้นต้นเหมือนกัน มันคงไม่เสียหายหากเขาต้องการจะทดลองใช้มัน

 

เมอร์ลินทำการสงบจิตใจของเขาแล้วเอ่ยคำกล่าวออกมา

 

“จงปรากฏอำนาจแห่งสีเขียว"

 

เมื่อสิ้นคำพูดของเมอร์ลินพลังอำนาจอักขระเวทย์ภายในกายของเขาก็เกิดการสั่นไหว ไอเวทย์ของวิญญาณภูติรวมตัวกับอำนาจอักขระเวทย์ก่อให้เกิดพลังอักขระเวทย์ที่ยิ่งใหญ่

 

ลวดลายอักขระบนผ้าคลุมเวทย์บัดนี้มันถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นลวดลายสีเขียว อักขระนั้นเปล่งแสงออกมาอย่างเจิดจ้า ลวดลายอักขระเวทย์สีฟ้านั้นถูกย้อมไปด้วยสีเขียว มันได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวอย่างสมบูรณ์

 

ดวงตาของเมอร์ลินส่องประกายความตื่นเต้น เขาทดลองใช้พลังใหม่ของเขาทันที

 

 

มือเล็กๆ นั้นโบกสะบัดไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว

 

ปัง ปัง ปัง

 

อักขระเวทย์ที่เปล่งแสงสีเขียวนับสิบๆ ตัวพลันปรากฏยังเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว

 

อักขระเวทย์เหล่านั้นเปล่งพลังที่เต็มไปด้วยอำนาจ พลังของมันเพียงพอที่จะกดขี่ผู้คนให้หวาดกลัว แรงกดดันประหลาดมหาศาลแผ่ออกมาจากอักขระสีเขียวเหล่านั้น

 

ฮ่า ...

 

เมอร์ลินคำรามออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ด้วยอำนาจของอักขระขั้นสีเขียวนั้นทำให้เสียงของเขานั้นแฝงไปด้วยพลังที่แข็งแกร่งและน่าเกรงขาม

 

เสียงนี้ดูคล้ายกับการที่จอร์มุนกานต์เปล่งเสียงทำร้ายเมอร์ลิน เพียงแค่การเปล่งเสียงของผู้ใช้อักขระก็สามารถทำให้คนผู้หนึ่งบาดเจ็บได้แล้ว

 

เสียงของเมอร์ลินนั้นดังก้องออกไปทั่วทั้งบริเวณ ภายในรัศมี 100 เมตรนั้นไม่มีใครที่ไม่ได้ยินเสียงของเขา

 

เสียงนี้ทำให้ผู้คนถึงกับสั่นสะท้าน ยิ่งผู้ที่มีพลังต่ำกว่าระดับนักรบเวทย์พวกเขานั้นได้รับผลกระทบจากเสียงนี้ หลายคนถึงกับเข่าอ่อนในทันใด

 

ถึงแม้ความสามารถนี้จะไม่อาจเปรียบเทียบกับจอร์มุนกานต์ได้ แต่มันก็เพียงพอที่จะสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนได้

 

พลังอักขระขั้นสีเขียวนั้นทรงพลังและเต็มไปด้วยอำนาจที่ยิ่งใหญ่

 

การปรากฏตัวของผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวเพียงพอที่จะทำให้เหล่าขุนนางและชนชั้นสูงวิตกหวาดกลัว

 

แน่นอนว่าพวกเขาเหล่านั้นเคยได้ยินการเปล่งเสียงลักษณะนี้มาก่อน มันไม่ใช่การเปล่งเสียงที่แฝงไปด้วยพลังเวทย์ที่ธรรมดา แต่มันคือการเปล่งเสียงที่ใช้อำนาจของพลังอักขระเวทย์ พลังที่สามารถสร้างผลกระทบต่อร่างกายผู้อื่นได้

 

พลังนี้จะต้องเป็นผู้ใช้อักขระที่อยู่ในระดับสูงเท่านั้นถึงจะสามารถทำเช่นนี้ได้

 

อย่างที่รู้กันว่าผู้ใช้อักขระที่มีพลังมากกว่าขั้นสีฟ้านั้นมีเพียงไม่กี่คน และคนที่พวกเขาเคยได้พบเจอนั้นก็คือ "ธีโอดอร์"  ผู้นำของศาสนจักรแห่งแสง เขาคือผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวผู้หนึ่ง

 

เสียงที่พวกเขาได้ยินนั้นถูกส่งมาจากส่วนลึกของร้านเสื้อคลุมสีฟ้า หลายคนต่างสงสัยที่มาของเสียง

 

บ้างพูดว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นแขกของร้านเสื้อคลุมสีฟ้า บ้างก็พูดว่าอาจจะเป็นผู้เชี่ยวชาญของร้านเสื้อคลุมสีฟ้า

 

แต่ความเห็นที่ผู้คนพูดถึงมากที่สุดก็คือเจ้าของเสียงนั้นคือผู้ใช้อักขระของร้านเสื้อคลุมสีฟ้า

 

เบื้องหลังของร้านเสื้อคลุมสีฟ้าคือผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว?

 

ไม่ต้องพูดถึงผู้อื่นแม้แต่มาตินเองก็ยังตกใจเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์นี้ ที่ผ่านมาผู้ใช้อักขระตัวน้อยของเขานั้นเห็นได้ชัดว่ายังอยู่ในขั้นสีฟ้า

 

แต่เหตุการณ์เมื่อครู่กลับไม่ใช่อย่างนั้น พลังที่ถูกส่งออกมานั้นเป็นสิ่งยืนยันว่ามันคือพลังของขั้นสีเขียว

 

ใบหน้าของมาตินนั้นทั้งตกตะลึงและยินดีไปพร้อมๆ กัน ไม่เพียงแต่ความรุ่งเรืองที่เขาได้รับมาจากเด็กน้อยแล้ว ยามนี้เมื่อมีข่าวออกมาว่าร้านเสื้อคลุมสีฟ้าได้รับการสนับสนุนจากผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว ชื่อเสียงของร้านเสื้อคลุมสีฟ้าก็สูงขึ้นราวกับพุ่งขึ้นจรดปลายท้องฟ้า

 

ร้านของเขาจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

 

นอกจากจะมีน้ำยาคุณสมบัติวิเศษที่ขายอยู่แล้ว เรื่องของผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังก็เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน แน่นอนว่าตัวตนของร้านเสื้อคลุมสีฟ้านั้นจะกลายเป็นตัวตนที่น่าเกรงขามของดินแดนแห่งนี้



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.612K ครั้ง

29,587 ความคิดเห็น

  1. #25930 New_1997 (@New_1997) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 16:10
    น้องชอบบบ ❤️
    #25930
    0
  2. #25738 Peerada1648 (@Peerada1648) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 14:45
    มาตินยังจะรวยอีกหรอ แค่นี้ยังไม่พอใช่มั้ยยยย
    #25738
    0
  3. #25584 Pup_sky (@Pup_sky) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 23:56
    เลิกวกวนกับคำพูดซ้ำไปมาซะที นี่แค่ไม่มีพวกคำพูดมาก็น่าเบื่อพอแรงแล้วเนี่ย มีแต่ดำเนินเรื่องอะไรไม่รู้
    #25584
    5
    • #25584-4 UKIHARA (@UKIHARA) (จากตอนที่ 31)
      13 ตุลาคม 2561 / 22:41
      ไม่รู้เหรอคะว่าเเต่งนิยายมันยากอ่ะ เราเคยเเต่งมาก่อนมันยากมากเลยนะคะ ไม่รุ้อะไรอย่าพูดดีกว่าค่ะ
      #25584-4
    • #25584-5 367-7 (@367-7) (จากตอนที่ 31)
      27 ตุลาคม 2561 / 15:57
      ถ้าไม่วกวนก้หาว่านิยายตอนสั้นอีกครับ เชื่อผมสิผมเรียนมา
      #25584-5
  4. #25332 เงาสายลม (@fenrir_m) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 20:24
    เวียนว่ายตายเกิดกับการฝึก โคตรน่าเบื่อเลย
    #25332
    0
  5. #24740 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 18:34
    ก้มกราบงามๆไปเลยมาติน
    #24740
    0
  6. #24589 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 23:27

    Thank you

    #24589
    0
  7. #24380 narin74282 (@narin74282) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 01:21

    การเขียนดูจะวกวนกลับไปกลับมาไม่ปะติดปะต่อกันเลย เดี๋ยวย้อนกลับ เดี๋ยวเวลาก็ข้ามเดือน ข้ามปี อ่านแล้ววกวนไปหมด

    #24380
    0
  8. #23378 ย้ะฮู้ (@sodevil75) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 16:03
    ชอบคำว่าผู้ใช้อักขระตัวน้อยของข้า อะหู้ยยย ไม่วายๆ
    #23378
    0
  9. #22930 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 18:10
    ทำไมคนอ่านบางคนหมกมุ่นกับแม่เมอลินคนเก่าแท้ 5555
    #22930
    0
  10. #22722 obsessed2 (@Obsessed) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 21:57
    ไปหาแม่ได้ยังเนี่ยเมอร์ลิน?
    #22722
    0
  11. #21329 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 13:10
    ขอบคุณครับ
    #21329
    0
  12. #20554 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 16:14
    สนุกกกกกกกกก
    #20554
    0
  13. #20547 zPARNzap (@zPARNzap) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 14:07
    รอตอนนี้ต่อจ้า
    #20547
    0
  14. #19233 SKNdragon (@skndragon) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 15:43
    สะดุ้งกันเป็นแถบ
    #19233
    0
  15. #14774 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 03:39
    สนุกกกกก
    #14774
    0
  16. #7907 slzyzero (@sliiz) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 01:49
    ติดตามครับ
    #7907
    0
  17. #6312 ปอมเป (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 06:33
    ขอบคุณมากจ้า
    #6312
    0
  18. #6280 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 03:41
    ขอบคุณคับ
    #6280
    0
  19. #5494 noo_parekapoom (@noo-pare) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 21:40
    สุดยอด มันส์
    #5494
    0
  20. #4395 dream_tanaporn (@dream-tanaporn) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 21:23
    ทำไมเรื่องนี้มันสนุกอย่างเนนนน้
    #4395
    0
  21. #4266 asmar007 (@asmar007) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 03:05
    หนุกกกกก
    #4266
    0
  22. #4084 โอรี' โอ้ (@bmmm3) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 14:02
    สู้ๆนะไรต์
    #4084
    0
  23. #3583 klun17 (@klun17) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 23:30
     ขอบคุณครับ
    #3583
    0
  24. #3318 ราชันย์เทพอสูร (@devilnick) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 19:05
    มาตินไม่ตกใจขี้หยอดแล้วหรอ555
    ขอบคุณครับ
    #3318
    0
  25. #3282 MukShiSuKa (@MukShiSuKa) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 17:08
    ขอไห้ฟับลุกบ่อยๆนะครับ อิอิ
    #3282
    0