ตอนที่ 300 : ภาค 3.2 ตอนที่ 138

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10072
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 854 ครั้ง
    11 พ.ค. 62

ในหลายวันที่ผ่านมามีครั้งหนึ่งที่เมอร์ลินมีความคิดที่จะสร้างประตูมิติขึ้นมาเอง เหมือนตอนที่เขาเข้ามาในดินแดนเกาะลอยฟ้าบาบิโลน

 

แต่ทว่า

 

ในตอนที่เขากำลังสร้างวิถีอักขระออกมาให้กลายเป็นประตู วิถีอักขระของเขาถูกพลังบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ยับยั้ง

 

เมอร์ลินสามารถคาดเดาได้ว่าพลังนี้คือพลังอะไร

 

มันคือพลังของมิติซากวิหารเทพเฮอร์มีส

 

อย่างที่รู้กันว่ามิติแห่งนี้คือดินแดนของเทพเจ้าตนหนึ่งสร้างขึ้น ในตอนที่ทำการเปิดประตูเผ่าเทพก็ยังต้องใช้เกียร์ที่มีอำนาจพิเศษและเมไจระดับกษัตริย์หลายคนในการเปิดประตูมิติ

 

มันเป็นไปไม่ได้เลยว่าเมอร์ลินจะสามารถสร้างประตูมิติเพื่อเปิดออกไปด้วยตนเองได้

 

เขาจึงตัดใจและหันมาใส่ใจกับความลับของถุงมือสีดำ

 

วัตถุสีดำที่ใช้สร้างเก้าอี้สีดำที่สามารถเปลี่ยนเป็นถุงมือที่สามารถกลั่นรูปแบบอักขระได้ กระทั่งสามารถทำให้เหล่าวิญญาณรู้สึกหวาดกลัว

 

แน่นอนว่าจะต้องไม่ธรรมดา

 

บนยอดเขาลูกที่สี่ก็มีเตียงสีดำที่ทำมาจากวัตถุนี้ เมอร์ลินเคยปรากฏตัวที่เตียงนั้นหลังจากได้รับตราเทพวิญญาณ

 

ทั้งหมดนี้สามารถจับมาเชื่อมโยงด้วยกันได้

 

หากเป็นไปตามการคาดเดาของเมอร์ลิน ถุงมือนี้สามารถกลั่นวิญญาณที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ได้เฉกเช่นเดียวกันการกลั่นรูปแบบอักขระ

 

"จะเป็นอย่างไรหากข้าทำการไล่ล่ารูปแบบอักขระและวิญญาณทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ นำพวกมันมากลั่นในถุงมือสีดำนี้"

 

ในชีวิตก่อนเมอร์ลินเคยได้ยินเรื่องของการบ่มเพาะของสำนักหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณ

 

พวกเขาใช้ดวงวิญญาณมาบรรจุในธงและใช้ในการบ่มเพาะ อีกทั้งยังมีอำนาจในการโจมตี

 

ความสามารถในการรบของพวกเขาจึงเหนือกว่าผู้ฝึกตนในระดับเดียวกัน

 

"ไม่แน่ว่าข้าอาจใช้ถุงมือนี้เป็นอาวุธที่ทรงพลังได้" แววตาของเมอร์ลินปรากฏแสงอันคมกล้าวูบหนึ่ง

 

เมื่อเขาสะบัดมือที่สวมถุงมือสีดำออกไป วิญญาณอักขระที่อยู่ภายในถูกขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กัน กลายเป็นกุญแจในการเปิดใช้อำนาจของถุงมือนี้

 

เวิง!

 

รูปแบบอักขระก่อลมที่เมอร์ลินเคยกลั่นก่อนเข้ามาที่นี่ปรากฏออกมาอย่างรวดเร็ว

 

ทันทีที่รูปแบบอักขระถูกกระตุ้น ลมหมุนที่มีพลังรุนแรงก็สาดซัดออกมากลายเป็นอำนาจทำล้าง

 

บูม!

 

สายลมพิฆาตกวาดผ่านไปด้านหน้าอย่างน่าสะพรึงกลัว แต่น่าเสียดายที่ที่นี่มีแต่ความว่างเปล่าและภูเขากองกระดูกเท่านั้น มันจึงไม่สามารถมองเห็นผลลัพธ์ความร้ายกาจของรูปแบบอักขระนี้ได้อย่างชัดเจน

 

"การเปิดใช้อำนาจของถุงมือจำเป็นต้องใช้วิญญาณอักขระเป็นตัวขับเคลื่อน หากก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้สร้างวิญญาณอักขระขึ้นมา ต่อให้ใช้เวลาทั้งชาติก็ไม่อาจเปิดใช้มันได้"

 

เมอร์ลินพลิกฝ่ามือและมองดูดวงแสงสีขาวที่ใหญ่ที่สุดหมุนไปรอบๆ ถุงมือสีดำ

 

"ผ่านมาหลายวันประตูมิติคงถูกปิดไปแล้ว ในเมื่อตอนนี้ข้าไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้ เช่นนั้นก็บ่มเพาะพลังที่นี่เลยแล้วกัน" เมอร์ลินขบคิดเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเริ่มบ่มเพาะที่นี่

 

ในตอนนี้การอยู่ร่องลึกแห่งความพิศวงสำหรับเมอร์ลิน เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่สถานที่อันตรายอีกต่อไป แต่มันเป็นแหล่งทรัพยากรชั้นดีในการเก็บเกี่ยวรูปแบบอักขระและวิญญาณ

 

อำนาจของถุงมือสีดำตบออกไปอย่างรวดเร็วกลางอากาศ

 

รูปแบบอักขระรูปแบบหนึ่งถูกดูดเข้าไป

 

กระบวนการกลั่นได้ถูกเริ่มขึ้น

 

ในตอนนี้เมอร์ลินพบว่าวิญญาณอักขระนอกจากจะเป็นกุญแจในการเปิดใช้งานถุงมือสีดำแล้ว มันยังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการกลั่นรูปแบบอักขระอีกด้วย

 

การกลั่นรูปแบบอักขระครั้งนี้ใช้เวลาไม่นาน ในที่สุดมันก็เสร็จสิ้น

 

"มันสามารถเร็วได้กว่านี้" เมอร์ลินเอยอย่างมาดมั่น นัยน์ตามีความจริงจังและคาดหวัง

 

รูปแบบอักขระและวิญญาณที่อยู่รอบๆ ต่างรู้สึกหวาดกลัวในเด็กคนนี้ พวกมันต่างถอยห่างออกไปอย่างตั้งใจ

 

แต่น่าเสียดายที่สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยรูปแบบอักขระและวิญญาณที่หนาแน่น

 

ร่างของเมอร์ลินขยับและทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว

 

"ครั้งนี้ลองกลั่นวิญญาณดู" อารมณ์ในดวงตาของเด็กน้อยเปลี่ยนเป็นเร้าร้อน เขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากในการทดลองสิ่งใหม่ๆ

 

ปัง!

 

มือน้อยที่สวมถุงมือสีดำตบออกไป วิญญาณดวงหนึ่งถูกกระชากเข้ามา

 

วูบ!

 

วิญญาณดวงนั้นถูกดูดเข้าไปในถุงมือสีดำด้วยแรงอำนาจมหาศาล

 

"กลั่นวิญญาณ" เด็กน้อยคำรามออกมาอย่างเย็นชา

 

วิญญาณอักขระถูกขับเคลื่อนเป็นตัวส่งเสริมกระตุ้นโครงสร้างภายในถุงมือสีดำให้ทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

 

ครืน ครืน ครืน!

 

ภายในถุงมือสีดำส่งเสียงคำรามออกมา

 

การกลั่นวิญญาณนั้นให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป

 

แต่มันสามารถทำได้!

 

"ไม่ผิดอย่างที่ข้าคิด มันสามารถทำได้จริงๆ" มุมปากของเด็กน้อยปรากฏเป็นรอยยิ้ม ภายในใจเกิดความรู้สึกตื่นเต้น

 

ฮวง!

 

เมื่อกระบวนการกลั่นเสร็จสิ้น เมอร์ลินรู้สึกว่าวิญญาณอักขระของเขาแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แต่สำหรับถุงมือสีดำเขายังไม่รู้สึกถึงความแตกต่างใดๆ

 

มันไม่มีอะไรที่เป็นพิเศษเกิดขึ้นกับถุงมือสีดำ

 

"ดูเหมือนว่าการกลั่นวิญญาณจะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับวิญญาณอักขระของข้าได้ แต่สำหรับสิ่งที่เกี่ยวข้องกับถุงมือนั้นยังเป็นความลับให้ข้าค้นหาต่อไป"

 

เมอร์ลินรู้สึกทั้งดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน

 

"ถุงมือข้างนี้เป็นสมบัติที่เทพเฮอร์มีสทิ้งไว้ มันย่อมเป็นสมบัติที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นแล้วผ่านมาหลายพันปี สมบัติชิ้นนี้คงถูกเผ่าเทพเก็บเกี่ยวไปหมดแล้ว"

 

อย่างที่รู้กันว่าเผ่าเทพได้เปิดมิติซากวิหารของเทพต่างๆ มานับหมื่นนับพันปีแล้ว

 

เป้าหมายของพวกเขาคือการเก็บเกี่ยวสมบัติของเทพเจ้าโบราณ และเพิ่มการบ่มเพาะให้กับคนของตน

 

การเปิดมิติซากวิหารในครั้งแรกจำเป็นต้องใช้เมไจระดับตำนานเป็นผู้ค้นหาและเปิดออก

 

ทุกๆ การบุกเบิก ล้วนมีแต่เมไจระดับกษัตริย์ขึ้นไปเท่านั้นที่รับหน้าที่นี้

 

ดังนั้นแล้วสมบัติส่วนใหญ่ของมิติซากวิหารมักล้วนตกเป็นของเมไจระดับตำนานหรือเมไจระดับกษัตริย์ที่เป็นผู้มาบุกเบิกกลุ่มแรกๆ

 

สมบัติเทพเจ้ามากมายกลายไปเป็นทรัพยากรให้กับเผ่าเทพและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเหล่าเมไจ

 

การที่เก้าอี้สีดำไม่ถูกเก็บเกี่ยวออกไป ไม่ใช่ว่าเมไจระดับตำนานไม่เห็นค่าของมัน เพียงแต่พวกเขาไม่มีปัญญาที่จะนำมันออกไปได้

 

กล่าวกันตามตรง วิญญาณอักขระเป็นศาสตร์ลึกลับของเซียนที่อยู่อีกโลกหนึ่งเป็นผู้ริเริ่มสร้างขึ้น

 

เซียนโอสถสงป้าเป็นเซียนโอสถที่เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งอักขระ

 

ควรรู้ว่าว่าเซียนนั้นเป็นตัวตนที่อยู่ในระดับที่เหนือกว่าผู้แข็งแกร่งที่อยู่ในโลกแห่งนี้หลายร้อยเท่า

 

ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะแข็งแกร่งเทียบเท่ากับเทพเจ้าโบราณของที่นี่หรืออาจจะแข็งแกร่งเหนือกว่าด้วยซ้ำ

 

ไม่ต้องเอ่ยถึงระดับจักรพรรดิเซียน ตัวตนระดับนั้นเป็นตัวตนที่เหล่าเซียนได้แต่แหงนหน้ามองดู พวกเขาไม่ใช่ตัวตนที่จะเอาอะไรมาเทียบได้

 

อักขระ ไม่ว่าจะเป็นอักขระเวทย์ อักขระวิญญาณ หรืออักขระเซียน

 

เมอร์ลินเชื่อว่าทุกศาสตร์ของอักขระล้วนมีรากเดียวกัน

 

การที่วิญญาณอักขระที่เป็นศาสตร์ของอักขระเซียน สามารถถูกดัดแปลงและใช้กับรูปแบบอักขระหรืออักขระเวทย์และอักขระวิญญาณได้ มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

 

"ฮ่า เมื่อวิญญาณอักขระแข็งแกร่งขึ้น มันก็มีโอกาสที่จะสยบตัวตนที่แข็งแกร่งมากขึ้น เดิมที่ตัวตนในระดับเดียวกันนั้นมีโอกาสอยู่แค่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งเท่านั้นถึงจะสามารถประทับอักขระลงไปได้สำเร็จ"

 

"ทันทีที่วิญญาณอักขระแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม ไม่แน่ว่ามันอาจจะสามารถเพิ่มโอกาสในการประทับอักขระได้อย่างสมบูรณ์ หรือไม่ก็อาจจะสามารถเพิ่มโอกาสในการสยบแกนพลังที่มีระดับสูงกว่าได้"

 

เมอร์ลินมองวิญญาณอักขระที่อยู่ในถุงมืออย่างมีความหวัง

 

"ที่นี่มีรูปแบบอักขระและวิญญาณอยู่มากมายมหาศาล ไม่แน่ว่าข้าอาจจะเก็บเกี่ยวพวกมันนำมาเป็นอาวุธในการต่อกรกับระดับจักรพรรดิเวทย์ได้"

 

เมอร์ลินคิดการไปข้างหน้าหลายก้าว ความคิดของเขามันใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

 

สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยรูปแบบอักขระที่แข็งแกร่ง บางรูปแบบสามารถคุกคามระดับครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิเวทย์ได้เลยด้วยซ้ำ

 

อีกทั้งยังมีวิญญาณมากมายที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับวิญญาณอักขระได้

 

ไม่แน่ว่าบางทีหากเขาสามารถทำให้วิญญาณอักขระแข็งแกร่งพอ มันอาจมีโอกาสในการสงบสัตว์อสูรระดับ 10 ก็เป็นได้

 

ควรรู้ไว้ว่าครั้งหนึ่งเทพอักขระของดินแดนนี้ก็เคยนำสัตว์อสูรระดับ 10 มาเป็นสัตว์รบได้ และตัวตนของมันก็อาศัยอยู่ภายในหล่มอสูรชั้นในที่เมอร์ลินเคยเผชิญหน้ามาแล้ว

 

หลังจากนั้นเองเมอร์ลินก็เริ่มเก็บเกี่ยวรูปแบบอักขระและวิญญาณภายในร่องลึกแห่งความพิศวง

 

เขาไม่ได้สนใจที่จะออกไปจากมิติแห่งนี้อีกต่อไป

 

อีกหนึ่งปีข้างหน้า ไม่แน่ว่าประตูมิติอาจจะถูกเปิดอีกครั้ง เมอร์ลินเชื่อว่าวอลอร์ดไวท์ทีธอาจารย์ของเขาจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆ อย่างแน่นอน

 

ภายในโลกภายนอก

 

มันเป็นอย่างที่เมอร์ลินคิด วอลอร์ดไวท์ทีธเมื่อได้ทราบข่าวการหายตัวไปของเมอร์ลิน เขานั้นก็แสดงท่าทีที่เกรี้ยวกราดเป็นอย่างมาก

 

มีข่าวลือว่าเมอร์ลินเข้าไปที่วิหารลับแลและถูกร่องลึกแห่งความพิศวงดูดกลืนเข้าไป

 

แต่วอลอร์ดไวท์ทีธก็หาต้นตอของข่าวลือนี้ไม่ได้

 

ข่าวลือนี้เกิดจากมีเมไจหลายคนเห็นเมอร์ลินขี่สัตว์อสูรหนอนทะเลทรายมุ่งหน้าไปยังแท่นเคลื่อนย้ายแห่งหนึ่งเท่านั้น ซึ่งพวกเขาก็ไม่รู้ว่าแท่นเคลื่อนย้ายนั้นไปโผล่ยังสถานที่แห่งใด มีเพียงตัวตนระดับสูงเท่านั้นที่คาดเดาได้

 

ข่าวลือการตายของเมอร์ลินถูกแผ่ออกไป

 

ลูกศิษย์ของเมไจในตำนานเสียชีวิตในมิติซากวิหาร เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก

 

ความเกรี้ยวกราดของวอลอร์ดไวท์ทีธไม่ใช่อะไรที่จะรับมือได้ง่ายๆ

 

สมาคมนักแก้ไขต่างรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน

 

วอลอร์ดไวท์ทีธวางแผนให้ลูกศิษย์ของเขาได้เข้าไปเก็บเกี่ยวในมิติซากวิหารที่เต็มไปด้วยสมบัติในการบ่มเพาะ ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่เขาได้เห็นฝีมือของเมอร์ลิน เขาไม่เชื่อว่าจะมีเมไจระดับผู้คุมกฎคนใดสามารถคุกคามลูกศิษย์ของเขาได้

 

ประเด็นในการลอบทำร้ายจึงไม่อยู่ในหัวของเขา

 

แต่มันอาจจะมีความเป็นไปได้ว่าลูกศิษย์ของเขาอาจจะติดอยู่ข้างในนั้นเพราะออกมาไม่ทัน เขาเชื่อว่าเด็กน้อยจะต้องไม่พลาดท่าให้กับร่องลึกแห่งความพิศวงง่ายๆ อย่างแน่นอน

 

นับตั้งแต่นั้นมาวอลอร์ดไวท์ทีธก็ได้ปิดตัวอยู่ในมิติที่พักของเขา แน่นอนว่าเขาไม่เชื่อว่าเมอร์ลินจะพลาดท่าเสียชีวิต และเขาต้องหาทางเอาลูกศิษย์ของเขาออกมาจากที่นั่นให้ได้

 

วอลอร์ดไวท์ทีธกำลังหาทางเปิดประตูมิติซากวิหารเทพเฮอร์มีสอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่สามารถทำได้ แต่เขาต้องเปิดมันให้ได้เร็วกว่านี้อย่างแน่นอน

 

เร็วที่สุดอาจจะเป็นหนึ่งปีข้างหน้า หรือไม่ก็สองหรือสามปีต่อไป

 

ขอเพียงประตูมิติเริ่มเสถียร เขาจะทำมันในทันที

 

ด้านเมอร์ลินที่อยู่ภายในร่องลึกแห่งความพิศวงไม่ได้รับรู้ความโกลาหลของโลกภายนอก

 

เขานั้นยังคงบ่มเพาะการสลักอักขระและการกลั่นรูปแบบอักขระและวิญญาณต่อไปเรื่อยๆ

 

ในตอนนี้นอกจากจะบ่มเพาะสลักอักขระให้ได้มากกว่าห้าพันตัวเพื่อก้าวสู่ระดับกษัตริย์และการรวบรวมรูปแบบอักขระและวิญญาณเพื่อผ่าออกไป เมอร์ลินก็ไม่มีความคิดใดที่จะออกไปจากที่นี่ได้

 

เพราะการใช้วิถีอักขระที่เกี่ยวกับมิติที่นี่ถูกอำนาจโบราณยับยั้ง

 

แต่การก้าวสู่ระดับกษัตริย์ของเขา แม้จะสลักอักขระด้วยอักขระเวทย์ระดับโบราณทั้งหมดจึงทำให้มีพลังรบไม่ต่างจากระดับตำนาน แต่เขาก็เคยได้ยินมาว่าแม้แต่เมไจระดับตำนานเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน

 

ส่วนการจะสลักอักขระให้ไปถึงระดับตำนานอย่างแท้จริงนั้นก็อาจจะมีหวังแต่ก็ต้องใช้เวลา เพราะอักขระเวทย์ระดับโบราณที่เขามีนั้นเหลือเพียงอีกสองพันกว่าตัวเท่านั้นที่ยังไม่ได้สลัก

 

ส่วนการสลักอักขระที่เหลือคงจะต้องใช้อักขระเวทย์ระดับธรรมดา

 

แต่ถึงอย่างไรเมอร์ลินก็เชื่อว่ายังไงเขาก็ต้องออกไปจากที่นี่ได้อยู่แล้ว ทั้งหมดนี้มันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

 

การเก็บเกี่ยวรูปแบบอักขระและวิญญาณยังคงดำเนินต่อไปอย่างบ้าคลั่ง

 

ยิ่งเมอร์ลินทำการเก็บเกี่ยวได้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเพิ่มความชำนาญในการกลั่นและใช้วิญญาณอักขระมากขึ้นเท่านั้น

 

ผ่านไปหนึ่งเดือน

 

วิญญาณอักขระของเมอร์ลินเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงแสงสีขาวมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่าหนึ่งฝ่ามือ มิหนำซ้ำยังมีสายฟ้าสีดำเคลื่อนไหวอยู่ในแกนกลาง

 

ไอวิญญาณแผ่ชัดกระจายออกมา พลังหยินแผ่กระจายความเย็นออกมาอย่างรุนแรง

 

ปัง!

 

เมอร์ลินที่นั่งหลับตาอยู่บนเก้าอี้สีดำรู้สึกสั่นสะเทือนเล็กน้อย

 

วงเวทย์วงที่สองของเขากำลังถูกสร้างขึ้น ระดับการบ่มเพาะพลังเวทย์ของเขาในตอนนี้อยู่ที่ขอบเขตนักรบเวทย์สองวงเวทย์

 

หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเขาได้สลักอักขระเวทย์ลงไปได้ร้อยกว่าตัวแล้ว

 

พลังอักขระของเขาถูกเพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง แต่มันก็ยังไม่มากนัก

 

เมอร์ลินลุกขึ้นและเรียกเก็บเก้าอี้สีดำให้กลายเป็นถุงมือ

 

"หากข้าสามารถเก็บเกี่ยวรูปแบบอักขระได้ครบหนึ่งหมื่นตัว ต่อให้เป็นเจ้าสัตว์อสูรตัวนั้นข้าก็เชื่อว่าจะสามารถรับมือมันได้" สายตาของเด็กน้อยทอดมองออกไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า

 

นัยน์ตาปรากฏความแค้นเคียงเล็กๆ ซ่อนอยู่

 

เป็นอย่างที่เขาพูด หากสามารถเก็บเกี่ยวรูปแบบอักขระได้ครบหนึ่งหมื่นรูปแบบ ต่อให้เป็นครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิเวทย์มาเอง เขาก็ไม่ได้มีความคิดที่จะเกรงกลัว

 

อีกทั้งวิญญาณอักขระที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เขาเชื่อว่าหากสามารถกลั่นดวงวิญญาณได้มากกว่านี้ ไม่แน่ว่ามันอาจจะมีสิทธิ์ที่จะคุกคามสัตว์อสูรระดับ 10 ได้

 

ที่นี่นับว่าเป็นแหล่งทรัพยากรชั้นยอด

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเมอร์ลินจึงคิดว่าเขายังไม่อยากจะจากไปในระยะเวลาสั้นๆ

 

เป้าหมายของเขาที่มาเยือนยังดินแดนนี้เพื่อฟื้นฟูต้นไม้เซียนของเขา แต่การที่จะฟื้นฟูได้จำเป็นต้องใช้ตำราหมื่นวิถีเล่นแร่แปรธาตุที่ต้องใช้คะแนนศักดิ์สิทธิ์หนึ่งร้อยล้านคะแนนในการแลกมา

 

เขาจึงยอมที่จะเป็นคนของเผ่าเทพและเพิ่มอำนาจพลังรบของเขาในเวลาเดียวกัน

 

ขอเพียงเมื่อออกไปได้แล้วเขาสามารถแข็งแกร่งขึ้น

 

ต่อให้ครั้งหน้าได้เข้าไปในซากวิหารอื่นๆ เขาก็เชื่อว่าจะไม่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้อีกเป็นแน่

 

เมอร์ลินเริ่มเคลื่อนไหว เขากำลังออกไล่ล่ารูปแบบอักขระและวิญญาณอีกครั้ง

 

ยิ่งนานวันเขาก็ยิ่งมีความชำนาญมากขึ้น การกลั่นของเขานั้นทำได้รวดเร็วเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะวิญญาณอักขระที่เกิดการพัฒนา

 

รูปแบบอักขระและวิญญาณต่างเกรงกลัวในตัวตนของเด็กน้อย

 

สถานที่แห่งนี้มีรูปแบบอักขระและวิญญาณมากมายเหลือเกิน ต่อให้เมอร์ลินขยันเพียงใด เขาก็ไม่สามารถเก็บเกี่ยวพวกมันได้หมดภายในระยะเวลาสั้นๆ

 

ต่อให้ใช้เวลานับร้อยปีก็ไม่แน่ว่าเขาจะเก็บเกี่ยวได้หมด

 

แต่ในตอนนั้นเอง

 

ในระหว่างที่เมอร์ลินกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการเก็บเกี่ยว

 

เขาก็ได้พบกับกลุ่มก้อนพลังงานสีดำที่ปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่าสะอิดสะเอียนออกมา พลังด้านลบล่องลอยออกมาจากมันอย่างคละคลุ้ง

 

รูปแบบอักขระและวิญญาณที่อยู่รอบๆ ถูกเส้นด้ายที่สีดำที่ทรงพลังตวัดเกี่ยวและดึงเข้าหา

 

เสียงของดวงวิญญาณกรีดร้องซึ่งปรากฏเป็นช่วงๆ

 

เมอร์ลินมองไปยังกลุ่มก้อนพลังนั้นอย่างรู้สึกขนลุกซู่

 

ในตอนนั้นเองจิตสังหารประการหนึ่งก็พุ่งเข้ามาทำให้เมอร์ลินรู้สึกสั่นสะท้าน

 

มันคือตัวตนใดกัน?








.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 10 ภาค 4
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 6
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 854 ครั้ง

29,370 ความคิดเห็น

  1. #28308 KanitinMax (@KanitinMax) (จากตอนที่ 300)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 18:05
    ถามแม่คุณสิ ล้อเล่น!!555
    #28308
    0
  2. #28284 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 300)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 23:20

    อยากข้ามไปตอนต่อไปเลยอ่าาาาาาไรท์
    #สู้ๆนะ:-)
    #28284
    0
  3. #28281 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 300)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 15:15
    ตัวช่วยเก็บเกี่ยวอักขระยังไงล่ะ
    #28281
    0
  4. #28279 ebony967 (@ebony967) (จากตอนที่ 300)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 08:09
    skip ไปตอนออกมาดายยมายยย
    #28279
    0
  5. #28278 monter soul (@agul) (จากตอนที่ 300)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 01:51
    กลายเป็นทานอสไปแล้ว555555555
    #28278
    1
    • #28278-1 tokyugoul (@tokyugoul) (จากตอนที่ 300)
      12 พฤษภาคม 2562 / 08:55
      ยิ่งกว่าทานอสก็น่าจะเป็นเมอร์ลินนี้ละ5555
      #28278-1
  6. #28277 KavinJitaboun (@KavinJitaboun) (จากตอนที่ 300)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 00:06
    จะอะไรก็ช่างมันดูดมันมาให้หมดลูกพ่อ555
    #28277
    0
  7. #28276 Thank You (จากตอนที่ 300)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 21:58

    ขอบคุณครับ

    #28276
    0
  8. #28274 Saku442274 (@Saku442274) (จากตอนที่ 300)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 21:21
    นั้นคือตัวตนจริงๆของร่องลึกพิศวงรึเปล่า?
    #28274
    0
  9. #28273 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 300)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 21:00

    ตกลงมันคืออะไรกันแน่นะ

    #28273
    0
  10. #28272 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 300)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 20:48
    รอตอนต่อปายย
    #28272
    0
  11. วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 19:41

    รออออออต่อไป5555
    #28271
    0
  12. #28270 now108 (@now108) (จากตอนที่ 300)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 18:44
    ขอบคุณค่ะมาต่อไวๆนะค้ากำลังสนุกเลย^^
    #28270
    0
  13. #28269 Noblesselessa (@Noblesselessa) (จากตอนที่ 300)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 18:32
    สนุกมากๆเลยค่าาา
    #28269
    0
  14. #28268 Ambababobo (@pubpab211) (จากตอนที่ 300)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 16:50

    สนุกดีครับ ตามเรื่อยๆ

    #28268
    0