ตอนที่ 30 : ผู้ฝึกตนในอดีตกาล (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53724
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1593 ครั้ง
    6 ธ.ค. 60


เมื่อจอร์มุนกานต์หลับไปเมอร์ลินนั้นไม่สามารถทำสิ่งใดได้นอกจากการรอ ครั้งนี้เขาไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จอร์มุนกานต์จะตื่นมาอีก

 

“เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ข้าไม่ควรปล่อยเวลานี้ให้เสียเปล่าด้วยความเข้มข้นของพลังเวทย์ในบริเวณนี้ มันเป็นทรัพยากรอย่างดีต่อการบ่มเพาะของข้า”

 

ภายในชั้นที่ 35  นั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันพลังเวทย์อันหนาแน่น แม้มันจะไม่เท่าสถานที่ที่เขากับพบดวงตาเลเมเกทัน แต่มันก็มากพอที่จะทำให้การบ่มเพาะของเขาเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

 

เมอร์ลินนั่งลงแล้วเริ่มที่จะบ่มเพาะทันที

 

แรงกดดันพลังเวทย์ที่เหมือนดั่งมหาสมุทรอันเกรี้ยวกราดถูกเมอร์ลินค่อยๆ ดูดซับ เขานั้นจำเป็นต้องทำมันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เช่นนั้นแรงกดดันพลังเวทย์นี้จะทำให้ร่างของเขาแหลกสลายกลายเป็นผุยผง  

 

พลังเวทย์อันบ้าคลั่งกำลังถูกเมอร์ลินกลั่นให้เป็นพลังปราณเซียน

 

เมื่อเริ่มกลั่นพลังเสาฝึกตนทั้งเก้าเกิดการกระเพื่อม นิมิตฐานพลังปราณที่คล้ายกับอาสนะกำลังถูกสร้างขึ้น อาสนะนี้ถูกสร้างขึ้นบนเสาทั้งเก้า อาสนะแผ่นแรกนั้นเริ่มที่จะชัดเจนมากยิ่งขึ้นและอาสนะแผ่นที่สองกำลังเริ่มค่อยๆ ก่อตัวสร้างขึ้น

 

พลังปราณเซียนของเมอร์ลินกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แรงกดดันพลังเวทย์ของหอคอยแห่งนี้มีประโยชน์แก่เขาเป็นอย่างยิ่ง พลังที่พรั่งพรูเข้ามานั้นทำให้เขาอยู่ในสภาวะไร้ตัวตนจนไม่สามารถรับรู้เหตุการณ์ภายนอกได้ 

 

แต่สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้เมอร์ลินเป็นกังวล เพราะภายในชั้น 35 นั้นมีเพียงแค่เขาและจอร์มุนกานต์เพียงเท่านั้น

 

จอร์มุนกานต์ย่อมไม่ลงมือกับเขาอย่างแน่นอน

 

เมอร์ลินทำการบ่มเพาะต่อไปเรื่อยๆ แม่น้ำแห่งกาลเวลานั้นไหลผ่านไปอย่างไม่สิ้นสุด

 

จนกระทั่ง ...

 

ตึง! ครืน ครืน ครืน

 

พลันบังเกิดคลื่นพลังมหาศาลจนทำให้หอคอยนั้นสั่นไหวจนเอนเอียง กระแสแรงกดดันพลังเวทย์ทั้งหมดเกิดการแปรปรวน ด้วยการกระทำนี้  

 

เมอร์ลินพลันตื่นจากสภาวะไร้ตัวตน ใบหน้าของเขานั้นเผยถึงความตระหนกตกใจเล็กน้อย

 

“เกิดอะไรขึ้น?” เมื่อเมอร์ลินลืมตาขึ้นมา เขาก็พบว่าจอร์มุนกานต์ที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ด้วยนัยน์ตาที่แววโรจน์

 

"เจ้า ... เจ้านั้นสร้างความประหลาดใจให้แก่ข้า การฝึกพลังของเจ้านั้นช่างเหมือนใครคนหนึ่งที่ข้ารู้จัก” จอร์มุนกานต์ปิดตาและพูดออกมาราวกับกำลังรำลึกถึงความหลัง

 

เมื่อจอร์มุนกานต์เปิดตา เขามองไปที่เมอร์ลินและเอ่ย

 

“บอกข้ามา … เจ้าคือลูกศิษย์ของเขาคนนั้นใช่หรือไม่?" จอร์มุนกานต์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง น้ำเสียงของเขานั้นสอดแทรกความเกรงกลัวแฝงอยู่

 

กระทั่งมหาจักรพรรดิโซโลมอนเขายังดูถูกและเหยียดหยาม เรียกโซโลมอนว่าสารเลว

 

คนที่ชายชราเอ่ยถึงนั้นคือใครกัน? ทำไมเขาคนนั้นถึงกับสามารถสร้างความหวาดกลัวให้กับชายชราได้

 

"หือ! .... ข้าไม่เข้าใจในสิ่งที่ท่านพูด เขาคนนั้นที่ท่านพูดถึงนั้นคือใคร?" 

 

เมอร์ลินเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย ท่าทางของเขานั้นเปลี่ยนเป็นจริงจังมากขึ้นมา

 

วิธีการบ่มเพาะของเมอร์ลินนั้นคือวิธีการบ่มเพาะพลังปราณเซียน เช่นนั้นแล้วจอร์มุนกานต์จะต้องพบผู้ฝึกตนคนอื่นมาก่อนหน้านี้ แต่ว่าเขานั้นถูกคุมขังอยู่ที่นี่มานับหมื่นปี คนคนนั้นย่อมไม่ใช่ผู้ผลิดอกที่เขาสัมผัสได้อย่างแน่นอน

 

แม้พลังของผู้ผลิดอกนั้นจะยิ่งใหญ่แต่มันคงยังไม่เพียงพอที่จะต่อต้านตัวตนอมตะอย่างชายชราผู้นี้

 

ด้วยท่าทางของเมอร์ลิน สิ่งนี้จึงทำให้จอร์มุนกานต์เชื่อว่าเด็กน้อยไม่ได้กำลังโกหกเขา เขาจึงพูดต่อว่า

 

"คนผู้นั้นมีชื่อว่า ราร์ ในอดีตข้านั้นเคยพบกับเขาเพียงแค่ครั้งเดียว ความแข็งแกร่งของเขานั้นดุจดวงอาทิตย์ ไม่ว่าข้าหรือเจ้าสารเลวโซโลมอน ไม่ว่าตัวตนที่ทรงอำนาจขนาดไหนก็ไม่สามารถที่จะต่อกรกับเขาได้ เขานั้นเป็นผู้ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง หากเจ้าเป็นมีการบ่มเพาะเช่นเดียวกับคนผู้นั้น เป็นไปได้ว่าเจ้าอาจเป็นผู้สืบทอดของเขา ข้าเชื่อว่าข้าสามารถวางใจกับภารกิจที่มอบหมายกับเจ้าได้" 

 

น้ำเสียงที่จอร์มุนกานต์เอ่ยถึงบุคคลที่ชื่อ ราร์ นั้นแฝงไปด้วยยำเกรงอย่างแท้จริง 

 

นั่นหมายความว่าบุคคลที่ชื่อ ราร์ นั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ถึงกับสามารถทำให้จอร์มุนกานต์ผู้เย่อหยิ่งนั้นยำเกรงได้ 

 

ภายในใจของเมอร์ลินภาวนาให้คนผู้นั้นได้บรรลุขึ้นสู่สรวงสวรรค์ เขาไม่ต้องการพบผู้ฝึกตนคนอื่นไม่ว่าเป็นระดับใดในดินแดนแห่งนี้

 

การได้มาอยู่ดินแดนแห่งนี้นั้นถือเป็นโชคลาภ พลังเวทย์ที่สามารถกลั่นเป็นพลังปราณเซียนได้นั้นก่อประโยชน์ให้เขาเป็นอย่างมาก ดินแดนแห่งนี้สามารถทำให้เขากลับไปสู่ความรุ่งโรจน์ได้อีกครั้งหนึ่ง และเขาเชื่อว่าเขาจะต้องใช้เวลาในการประสบความสำเร็จภายในเวลาไม่นานอย่างแน่นอน

 

เมอร์ลินนิ่งไปพักหนึ่งแล้วเอ่ยขึ้นว่า

 

"ขออภัยท่านจอร์มุนกานต์ ข้าไม่มีอาจารย์ การฝึกพลังของข้านั้น เป็นข้าที่คิดขึ้นมาได้โดยบังเอิญ" 

 

ทันทีที่เมอร์ลินเอ่ยออกมา สีหน้าของจอร์มุนกานต์ก็แสดงออกถึงความผิดหวัง พริบตาอารมณ์ของเขาก็เปลี่ยนออกไป

 

ฮืม ...

 

จอร์มุนกานต์คำรามเสียงต่ำออกมาและเอ่ยด้วยอารมณ์ที่รุนแรง

 

"เสร็จเรื่องแล้วทำไมเจ้ายังอยู่ที่นี่ หรือคำสั่งของข้านั้นไม่ทำให้เจ้าเกรงกลัว!"

 

อารมณ์ของเขาเปลี่ยนไปอย่างน่ากลัว จอร์มุนกานต์ตวาดออกมาพร้อมกับปล่อยคลื่นพลังอันมหาศาลออกมาอีกครั้ง คลื่นพลังนั้นกระทั่งสามารถทำให้อากาศแตกออกจากกัน

 

เมอร์ลินสัมผัสกับคลื่นพลังนี้ไปเต็มๆ ร่างของเขานั้นกระเด็นจนติดกับม่านพลังที่จอร์มุนกานต์กางไว้ในทันที

 

เขาเป็นบ้าไปแล้ว?

 

เมอร์ลินกัดฟันกรอด มุมปากของเขานั้นปรากฏหยดเลือดที่ไหลย้อนออกมา 

พลังของจอร์มุนกานต์นั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ขนาดเมอร์ลินนั้นโดนมนุษย์หินยักษ์ระดมทุบตีก็ยังไม่สามารถทำให้เขาบาดเจ็บถึงเพียงนี้ 

 

เพียงการเปล่งเสียงก็ทำให้เมอร์ลินบาดเจ็บได้ขนาดนี้แล้ว พลังของเขานั้นน่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง

 

นี่ไม่นับว่าจอร์มุนกานต์นั้นถูกสะกดพลังอยู่ แต่เขาก็ยังมีความสามารถถึงเพียงนี้ หากเขาสามารถหลุดพ้นออกไปได้ การปลดปล่อยพันธนาการนี้จะทำให้พลังของเขาพุ่งขึ้นสูงไปได้มากถึงเท่าไหร่กัน

 

เมอร์ลินเริ่มไม่แน่ใจว่าการช่วยเหลือจอร์มุนกานต์นั้นจะเป็นผลดีต่อเขา ยิ่งได้เห็นอารมณ์ที่ปรวนแปรอันร้ายกาจนั้นก็ยิ่งไม่แน่ใจ ไม่มีอะไรรับรองได้เลยว่าหากเขาหากุญแจที่ว่ามาได้แล้วนั้น จอร์มุนกานต์จะไม่ทำอันตรายเขา

 

ภารกิจนี้เขาจึงจำเป็นต้องคิดให้รอบคอบ ไม่เช่นนั้นแล้วเขาอาจต้องตายก่อนที่จะได้บรรลุเป็นเซียนเป็นแน่

 

ร่างของเด็กน้อยทรุดลงด้วยอาการบาดเจ็บ ไม่นานเขาก็หันไปพูดกับจอร์มุนกานต์

 

"เหตุที่ข้ายังไม่ออกไปเพราะข้าออกไปจากที่นี่ไม่ได้ หากม่านพลังที่ท่านสร้างไว้ไม่ถูกทำลาย ข้าก็ไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้แม้แต่ก้าวเดียว"

 

เมอร์ลินกล่าวออกไปอย่างใจเย็น ยามนี้เขาไม่กล้าที่จะยั่วโทสะต่อชายชรา

 

จอร์มุนกานต์กำลังรู้สึกเหมือนกำลังเสียหน้า มันเป็นความผิดพลาดของเขาแต่เขากลับโยนความผิดให้กับเด็กน้อย เพื่อไม่ให้อับอายเขาแสร้งทำสีหน้าที่เย็นชาเช่นเดิม แล้วใช้อารมณ์เกรี้ยวกราดของเขากลบเกลื่อนมันอีกครั้ง

 

"เจ้าโง่! ..."

 

จบคำพูดของจอร์มุนกานต์ ม่านพลังนั้นก็ถูกทำให้สลายทันที ครู่หนึ่งเบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏวงเวทย์สีม่วงขนาดใหญ่ขึ้นมา วงเวทย์นี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์ พลังเวทย์ที่หมุนวนอยู่ในวงเวทย์นั้นแสดงพลังออกมาอย่างรุนแรง 

 

ด้วยดวงตาของเลเมเกทันนั้นทำให้เมอร์ลินสังเกตได้ว่าลักษณะของวงเวทย์นี้คล้ายกับวงเวทย์ที่นักบวชของศาสนจักรแห่งแสงที่ได้สร้างขึ้น เพียงแต่ในยามนั้นนักบวชได้ใช้ระยะเวลาร่ายเวทย์ที่เป็นเวลานาน แต่จอร์มุนกานต์นั้นกลับสร้างมันขึ้นภายในพริบตา ราวกับเขากำลังพลิกฝ่ามือ

 

นี่คือความเชี่ยวชาญของผู้ใช้อักขระขั้นสีม่วง

 

เมอร์ลินสามารถคาดเดาข้อสันนิษฐานนี้ได้เพราะเขาเองก็เป็นผู้ใช้อักขระ แม้ในตอนนี้เขาจะยังไม่สามารถทำได้อย่างจอร์มุนกานต์ แต่หากเป็นอนาคตไม่แน่ว่าเขาอาจจะทำมันเช่นนี้ได้

 

"เดี๋ยวก่อนท่านจอร์มุนกานต์ ข้ายังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องถามท่าน"

 

เมอร์ลินเอ่ยขึ้นก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในวงเวทย์เคลื่อนย้าย

 

"อะไรอีก!" แน่นอนว่านี่สร้างความไม่พอใจให้แก่จอร์มุนกานต์ เพราะนิสัยของชายชราแต่เดิมนั้นเขาไม่ชอบความวุ่นวายและคำถามที่มากจนเกินไป

 

"เมื่อข้าสามารถหากุญแจตามที่ท่านต้องการมาได้แล้ว ตามกฏบัญญัติของหอคอยมหาเวทย์นั้นจะไม่ต้อนรับผู้ใช้เวทมนต์ที่มีผ้าคลุมเวทย์อยู่แล้วให้เข้ามา เช่นนั้นแล้วข้าจะกลับมาที่นี่อีกครั้งได้อย่างไร?

 

"สารเลวน้อย เจ้านี่มันโง่กว่าที่ข้าคิดไว้ หินตราเวทย์ที่ข้าเพิ่มพลังให้ไปเมื่อมันถูกกลั่นไปเป็นผ้าคลุมเวทย์ของเจ้าแล้ว เพียงแค่ใช้พลังอักขระขั้นสีเขียว แล้วใช้งานอักขระเวทย์ที่มีชื่อว่า จอร์ มันจะนำเจ้าก็กลับมายังที่นี่อีกครั้งหนึ่งได้"

 

แม้นี่จะเป็นอีกหนึ่งในความผิดของจอร์มุนกานต์ที่ไม่อธิบายแก่เด็กน้อยให้ถี่ถ้วน แต่เป็นเช่นเดิมเขาเลือกที่จะใช้อารมณ์กลบเกลื่อนความผิดของเขา

 

"รีบไปให้พ้นหน้าข้าได้แล้ว"

 

เมอร์ลินไม่รอให้จอร์มุนกานต์ไล่เขาอีกครั้ง เขาเดินเข้าไปในวงเวทย์สีม่วงที่เปล่งแสงอันทรงพลังนั้นทันที ไม่นานนักเขาก็มีความรู้สึกเหมือนเมื่อก่อนหน้านี้ เหมือนในตอนที่เขาได้เข้าสู่วงเวทย์เคลื่อนย้ายสีทอง

 

มันใช้เวลาเพียงไม่นานในการเดินทางในความมืด

 

เมื่อเมอร์ลินลืมตาเบื้องหน้าเขาก็พบกับสถานที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ 

 

ที่นี่ไม่ใช่ที่เดิม มันไม่ใช่ลานกว้างของโรงเรียนวอร์เดอร์เซี่ยน แต่มันคือป่าแห่งหนึ่งที่เขาคุ้นเคย ป่านี้เคยเป็นที่ฝึกฝนพลังของเขา มันคือป่าหลังโรงเรียนวอเดอร์เซี่ยนนั่นเอง

 

เมอร์ลินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า หลังจากที่กลับมาจากหอคอยมหาเวทย์ พลังปราณเซียนของเขานั้นเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก บัดนี้เขาได้เข้าสู่ระดับกลางของขั้นก่อลำต้นแล้ว ส่วนพลังเวทมนต์ของเขานั้นยังหยุดอยู่ที่ระดับสูงสุดของขั้นผู้ใช้เวทย์เช่นเดิม

 

นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจ เพราะเขานั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะบ่มเพาะพลังเวทย์อยู่แล้ว

 

ในการบ่มเพาะไม่ว่าจะเป็นพลังเวทย์หรือพลังปราณเซียน ทุกๆ การบ่มเพาะนั้นจะมีจุดที่เรียกว่าคอขวด จุดนี้เป็นจุดที่ผู้บ่มเพาะพลังแต่ละคนนั้นยากที่จะฝ่าฟัน แต่ทว่าการบ่มเพาะพลังปราณเซียนของเขานั้น พลังที่บ่มเพาะเป็นพลังเวทย์ที่ถูกกลั่นให้เป็นพลังปราณเซียน

 

คุณสมบัติของพลังเวทย์นั้นคือพลังธรรมชาติ พลังธรรมชาตินั้นถือว่าเป็นพลังที่บริสุทธิ์เป็นอย่างยิ่ง มันเป็นพลังที่ไร้มลทินปราศจากซึ่งของเสียในจิตใจ เมื่อพลังเวทย์ถูกกลั่นมาใช้งานในการบ่มเพาะ นั่นจึงทำให้ร่างกายของเขาได้รับพลังปราณเซียนที่มีความบริสุทธิ์เป็นอย่างยิ่ง

 

ด้วยความบริสุทธิ์นี้ จึงทำให้ปราศจากของเสียที่ทำให้เกิดจุดอุดตัน การบ่มเพาะของเขาจึงเกือบที่จะไร้ซึ่งจุดคอขวด

 

เมอร์ลินสามารถทะลวงระดับขึ้นของการบ่มเพาะที่ง่ายขึ้น หากเขามีพลังในการบ่มเพาะที่เพียงพอ สิ่งนี้จึงทำให้เขาสามารถบ่มเพาะพลังปราณเซียนได้ไหลลื่น และเป็นประโยชน์แก่เขาเป็นอย่างมาก

 

ส่วนในเรื่องของการบ่มเพาะพลังเวทย์นั้น พลังเวทย์นั้นมีข้อจำกัดและเงื่อนไขในการทะลวงขั้นที่ต่างกันจากการบ่มเพาะพลังปราณเซียน เพราะในการทะลวงทุกๆ ระดับขั้นของผู้ใช้เวทมนต์ ในแต่ละขั้นนั้นจะต้องทำการสั่งสมพลังเวทย์ที่เพียงพอและจะต้องผ่านเงื่อนไขในระดับนั้นๆ ด้วย

 

ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้นี่เองที่ทำให้เมอร์ลินยังไม่สามารถทะลวงไปจากขั้นผู้ใช้เวทย์ได้

 

จากการสอบถามจากมาติน น่าเสียดายที่เขาไม่ใช่ผู้ใช้เวทมนต์ในระดับสูง จึงไม่สามารถแนะนำอะไรได้มาก

 

แต่ก็ใช่ว่าจะไร้ซึ่งหนทาง เมอร์ลินได้รับคำแนะนำว่าหนทางการเป็นผู้ใช้เวทมนต์ที่ง่ายดายที่สุดคือการเข้าไปเรียนที่โรงเรียนสอนเวทมนต์ ที่แห่งนั้นยินดีที่จะสอนความรู้ทางเวทมนต์แก่ผู้ใช้เวทมนต์ กระทั่งยังมีอาจารย์ที่มากประสบการณ์คอยสั่งสอนในการใช้พลังเวทย์ให้มีประสิทธิภาพอีกด้วย

 

ในดินแดนแห่งนี้โรงเรียนสอนเวทมนต์นั้นไม่ได้มีเฉพาะโรงเรียนวอเดอร์เซี่ยนเพียงแห่งเดียว ในแต่ละอาณาจักรล้วนมีโรงเรียนสอนเวทมนต์ด้วยกันทั้งสิ้น

 

 แผนการต่อไปของเขาคือหลังจากกลับมาจากหอคอยมหาเวทย์ เขาคิดจะไปสืบหาสมบัติแห่งโซโลมอนชิ้นต่อไป ซึ่งหนึ่งในนั้นเขามีความมั่นใจว่าดาบของอาเธอร์นั้นจะเกี่ยวข้องกับสมบัติเหล่านี้

 

ยามนี้อาเธอได้กลับไปอยู่ที่อาณาจักรอารากอนแล้ว ซึ่งหมายความว่าการเข้าเรียนโรงเรียนเวทย์วอเดอร์เซี่ยนย่อมไม่ใช่เป้าหมายของเขาอย่างแน่นอน โรงเรียนเวทย์อารากอนจึงเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้

 

เมอร์ลินใช้เวลาเดินทางไม่นาน เขาก็มาถึงร้านเสื้อคลุมสีฟ้า

 

เมื่อทุกคนที่พบกับเมอร์ลิน พวกเขาก็แสดงสีหน้าที่แปลกใจ แม้แต่มาตินเองก็เช่นกัน

 

เมอร์ลินไม่ได้สังเกตเลยว่าในยามนี้ตัวเขานั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เขาไม่รู้เลยว่าในยามที่เขาอยู่ภายในชั้น 35 ของหอคอยมหาเวทย์นั้น ด้วยแรงกดดันพลังเวทย์ที่มากมหาศาล พลังเวทย์อันทรงพลังเหล่านั้นได้ทำให้เส้นขนทุกเส้นของเขาเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีขาว 

 

ไม่ว่าจะเป็นคิ้วหรือเส้นผมในยามนี้พวกมันได้เปลี่ยนเป็นสีขาวแทบจะทั้งสิ้น การที่เด็กน้อยคนหนึ่งมีผมสีขาวย่อมเป็นเรื่องน่าประหลาดสำหรับในโลกก่อนนี้ของเขา แต่ทว่ามันกลับไม่ใช่ในดินแดนนี้ ในดินแดนแห่งนี้ผู้ที่อาศัยอยู่นั้นมีหลายเชื้อชาติและหลากเผ่าพันธ์

 

ผู้คนในดินแดนนี้ล้วนมีสีผมที่มากกว่า 1 สี การที่เด็กน้อยมีผมสีขาวก็ไม่ใช่ว่าเขาจะแก่ชรา แต่นั่นคือหนึ่งในความหลากหลายทางเชื้อชาติเท่านั้น

 

แต่ที่เหล่าพนักงานหรือแม้แต่มาตินประหลาดใจ นั่นก็เพราะพวกเขานั้นเคยเห็นผมของเมอร์ลินที่เป็นสีดำ แต่ในเวลาผ่านไปไม่นานเมื่อเมอร์ลินกลับมา ผมของเขากลับเป็นสีขาวเสียอย่างนั้น นี่จึงทำให้พวกเขารู้สึกแปลกใจ

 

ในตอนนี้เมอร์ลินได้นั่งอย่างสงบอยู่ในห้องทำงานของมาติน

 

มาตินได้ทำการยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้แก่เมอร์ลิน เอกสารฉบับนี้คือข้อมูลของเรื่องที่เขาสั่งให้มาตินไปจัดการ 

 

จากการพูดคุยกับมาตินก็ทำให้เมอร์ลินได้รู้ว่า เขานั้นได้หายตัวไปเป็นเวลานับ 1 เดือน 

 

ตามหลักแล้วผู้เข้าทดสอบนั้นจะสามารถอาศัยอยู่ในเกาะแห่งนั้นได้เพียง 1 อาทิตย์เท่านั้น แต่เขากลับอยู่ที่นั่นถึง 1 เดือน หรือนั่นอาจเป็นเพราะพลังอำนาจพลังของจอร์มุนกานต์ที่ได้กางม่านพลังกักขังเขาเอาไว้

 

นี่อาจทำให้กฎของหอคอยนั้นไม่มีผลต่อเขา 

 

“มิน่าล่ะ เป็นเพราะข้าได้ดูดซับพลังเวทย์เป็นเวลานาน ข้าถึงได้บรรลุระดับกลางของการก่อลำต้นได้อย่างรวดเร็ว สถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังเวทย์นั้นมีประโยชน์แก่การบ่มเพาะของข้าเป็นอย่างมาก” เมอร์ลินคิด

 

เมอร์ลินมองเอกสารที่อยู่ในมือและเปิดอ่านมัน ทันทีที่เขาได้อ่านข้อความในเอกสาร ภายในใจของเขาก็เกิดเพลิงโทสะปะทุขึ้น

 

เอกสารฉบับนี้มีเนื้อความว่า เมย์ผู้เป็นมารดาของเขานั้นเมื่อ 2 ปีก่อน เธอถูกขับออกจากปราสาทเซอร์เตสเพราะถูกใส่ร้ายว่าเป็นขโมย แต่โชคดีที่เธอถูกอาเธอร์ช่วยเหลือไว้ ตอนนี้เธอจึงอาศัยอยู่ในเมืองที่อยู่ในการปกครองของดยุกโคว และที่สำคัญก็คือเธอนั้นได้ทำการแต่งงานใหม่กับชายชาวบ้านที่อยู่ในเมืองนั้น

 

แม้ว่าเมย์นั้นจะไม่ใช่มารดาที่แท้จริงของเขา แต่เมย์ก็เป็นมารดาของเจ้าของร่างที่เขาอาศัยอยู่ ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่อยู่กับเมย์ ในเวลานั้นก็ทำให้เขารู้สึกผูกพันกับเมย์ไม่น้อย

 

การได้ทราบข่าวว่าเมย์กำลังลำบากนั้นจึงได้สร้างความร้อนใจให้แก่เขาไม่น้อย แต่เมื่อได้อ่านจบข้อความจนถึงบรรทัดสุดท้ายเรื่องของการแต่งงานใหม่ของเมย์ สิ่งนี้จึงทำให้จิตใจของเขานั้นสงบลงไปได้บ้าง

 

การที่เมย์ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในสถานที่ที่ปลอดภัย มันทำให้เขารู้สึกเบาใจขึ้น

 

เมื่อทุกอย่างออกมาอย่างลงตัวเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป แน่นอนว่าเป้าหมายต่อไปของเขานั้นก็คืออาณาจักรอารากอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.593K ครั้ง

29,587 ความคิดเห็น

  1. #29255 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 07:52
    สมบัติอีกชิ้นค่อยกลับไปเอาตอนที่มันเจอกุญแจสินะ ก็โดนดีดออกมาแล้วหนิ แล้วเจ้าโซโลมอนก็ซ่อนสมบัติซะ คนที่จะไปเอาได้แทบไม่มีอะ -​*- อันแรก ไร้เวท แต่ต้องเก่งเฮ่ๆ อันสอง ต้องมีอันแรกก่อนถึงจะเอามาได้ อันสาม เข้าไปแล้ว เข้าได้ครั้งเดียว นี่ถ้าพระเอกไม่เจออันแรกก่อนแล้วไปเอาผ้าคลุมก่อน ก็หมดสิทธิเจอ อันที่ 4 กับ5 อยู่ไหนไม่รุ -​*-
    #29255
    1
    • #29255-1 pomafsdzxcv (@pomafsdzxcv) (จากตอนที่ 30)
      15 กรกฎาคม 2562 / 00:18
      คืนมันกำหนดแล้วว่าผู้จะเอาได้ต้องมีพลังเหมือนที่จอร์ได้เล่าไว้น่าจะแบบนี้นะ มันอยากให้ไปอยู่กับผู้แกร็งที่มีพลังแตกต่างตามจอร์บอกมั้ง พระเอกโชคดีเลยได้มา
      #29255-1
  2. #28089 GAME_PT (@fungamept) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 23:00
    อ้าวแล้วสมบัติอีกชิ้นชั้น 38 ?
    #28089
    0
  3. #24739 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 18:19
    1 เดือน ไม่คิดจะไปอาบน้ำเลยไง? ซกมกไปแล้วช่วยแก้นิสัยด้วยครับ
    #24739
    4
    • #24739-3 ขลุ่ยเก่าๆ (@soukchay) (จากตอนที่ 30)
      26 ธันวาคม 2561 / 20:26
      -ก็โจมตีจัง
      #24739-3
    • #24739-4 petch714 (@petch714) (จากตอนที่ 30)
      21 มกราคม 2562 / 10:44
      ไม่ใช่ว่าเขาปั่นหรอวะ 5555
      #24739-4
  4. #24588 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 23:14

    Thank you

    #24588
    0
  5. #24358 Chanvitzaza (@Chanvitzaza) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 23:35
    พึ่งคิดได้หรือว่าควรทำอะไร มันน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้วนะ ดูดพลังเวทย์อ่ะ
    #24358
    0
  6. #23578 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 16:57
    แล้วไม่ไปเอาสมบัติโซโลมอนชั้น 38 เหรอ
    #23578
    1
    • #23578-1 FerinFern (@FerinFern) (จากตอนที่ 30)
      9 สิงหาคม 2561 / 23:34
      นั่นสิ คิดเหมือนกัน งงใจ
      #23578-1
  7. #21327 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 12:57
    ขอบคุณครับ
    #21327
    0
  8. #20552 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 09:08
    ขอบคุณงับ
    #20552
    0
  9. #20548 ->S-A-T-A-N<- (@Devilness) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 14:13
    ขอบคุณครัชช รอต่อออ
    #20548
    0
  10. #20546 Worada Ray (@wai69770689) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 11:55
    ขอบคุณค๊า รออ่านต่อจ้า
    #20546
    0
  11. #20545 Kloy_l_p (@Kloy_l_p) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 07:33
    รออออออ
    #20545
    0
  12. #20544 zPARNzap (@zPARNzap) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 18:37
    รอๆๆๆๆๆๆ
    #20544
    0
  13. #20532 Phawat Saengsiripongpun (@boomboom2546) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 16:18
    รออยู่คับ
    #20532
    0
  14. #19929 SATANGnaphatsorn (@SATANGnaphatsorn) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 13:01
    เรื่องนี้เป็นอะไรที่สนุกขึ้นทุกตอน5555 ไม่น่าเบื่อเลย สนุกมากกก
    #19929
    0
  15. #19747 PeshNa (@PeshNa) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:36
    บนหอคอย ชั้นที่38มีสมบัติ อยู่เเล้วทำไมออกมาง่ายจังแเ
    #19747
    1
    • #19747-1 poiice222 (@poiice222) (จากตอนที่ 30)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 22:59
      ก็จอร์ มุนกานต์ ไม่ยอมให้เมอร์ลินขึ้นไปเอาสมบัติชิ้นนั้นไง
      #19747-1
  16. #19232 SKNdragon (@skndragon) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 15:36
    กลับไปจะอึ้งหมดบ้านไหมเนี่ย
    #19232
    0
  17. #14773 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 03:33
    เอาเลยยยย
    #14773
    0
  18. วันที่ 26 กันยายน 2559 / 01:04
    ดาบน่ะ ไม่ใช่ว่าใช้จิตตรวจสอบเอาก็ได้หรอ.......?
    #13341
    0
  19. #11393 BOOTON (@BOOTON) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 23:41
    อาเธอร์ดูเป็นคนดี //อยากบอกว่าง่วง

    แต่มันคาใจ สรุปก็อ่านต่อไป 555
    #11393
    0
  20. #7782 slzyzero (@sliiz) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 03:49
    ติดตามครับ
    #7782
    0
  21. #7413 Gemel (@Gemel) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 10:59
    อาเธอร์ดูเป็นคนดีขึ้นนะเนี่ย^-^
    #7413
    0
  22. #6311 ปอมเป (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 06:26
    ขอบคุณมากจ้า
    #6311
    0
  23. #6279 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 03:35
    ขอบคุณคับ
    #6279
    0
  24. #4957 PickPik (@Tpik) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 15:42
    ได้เวลาเมย์และอาเธอร์ ออกฉากบ้างแล้ววหลังจากหายไปหลายตอน อิอิ
    #4957
    0
  25. วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 22:16
    แล้วสมบัติที่อยู่บนหอคอยลืมหรือว่ากลับไปเอาหลังได้กุญแจคับไรท์:)
    #4607
    1
    • #4607-1 ท่านโซดา (@TanSoSoDa) (จากตอนที่ 30)
      17 กรกฎาคม 2559 / 22:22
      ไม่ลืมครับ แต่มันขึ้นไปเขาไม่ได้ 555
      #4607-1