ตอนที่ 297 : ภาค 3.2 ตอนที่ 135

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9471
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 801 ครั้ง
    5 พ.ค. 62



ทันทีที่เมอร์ลินนำถุงมือสัมผัสกับรูปแบบอักขระที่ลอยอยู่

 

รูปแบบอักขระก็มีปฏิกิริยาเช่นเดียวกับตอนที่อยู่ในทะเลทราย มันส่องแสงกระพริบและกลายเป็นดวงแสงที่คล้ายกับดวงดาวพุ่งเข้าสู่ถุงมือสีดำ

 

เมอร์ลินอดที่จะรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ เขาไม่สามารถห้ามหัวใจให้เต้นรัว

 

"เป็นอย่างที่คิดไว้"

 

เมื่อได้รับรูปแบบอักขระนั้นมาได้แล้ว เขาจึงหันหลังกลับและขึ้นไปบนร่างของหนอนทะเลทรายอีกครั้ง

 

เมอร์ลินมุ่งสู่วิหารลับแลอย่างรวดเร็ว

 

เขาคอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงของถุงมือสีดำอย่างระมัดระวัง

 

ในตอนนั้นเอง เขาก็รู้สึกถึงความแตกต่าง จุดแสงบนถุงมือสีดำนั้นมีน้อยกว่าครั้งก่อนมาก มิหนำซ้ำมันยังเคลื่อนที่ได้คล่องแคล่วกว่าเดิม

 

เวลาผ่านไปไม่นานก็ดูเหมือนว่ากระบวนการกลั่นของถุงมือสีดำจะเสร็จสิ้นแล้ว

 

"หากเป็นอย่างที่ข้าคิด รูปแบบอักขระที่ถูกดูดเข้ามาดูเหมือนจะมีรูปแบบที่ซับซ้อนน้อยกว่า ระดับของมันน่าจะต่ำกว่า จึงสามารถกลั่นได้รวดเร็วกว่ารูปแบบอักขระอันก่อนมาก"

 

รูปแบบอักขระก่อนหน้านี้มีพลังทำลายล้างที่เทียบเท่ากับพลังของครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิเวทย์มันจึงใช้เวลานานถึงจะกลั่นได้สำเร็จ

 

แต่รูปแบบอักขระก่อลมนี้ไม่ได้มีระดับที่สูงมากนัก หากนำไปใช้ในการต่อสู้จริง คาดว่าคงจะทำได้เพียงเป่าจอมเวทย์คนหนึ่งให้ปลิวออกไป มันไม่แม้แต่จะมีอำนาจคุกคาม

 

เมอร์ลินจ้องมองถุงมือสีดำอย่างพิศวงและเร่งเดินทางต่อไป เขาเหลือว่าเวลาอยู่ที่นี่ไม่มาก อีกทั้งยังต้องเผื่อเวลาในการเดินทางกลับไปที่จุดเริ่มต้นอีก

 

เขาจึงคาดว่าจะอยู่ในวิหารลับแลไม่ถึงสิบวัน

 

ด้านหลังของเมอร์ลินที่ไกลออกไป คนกลุ่มหนึ่งพลันปรากฏตัวที่แท่นเคลื่อน

 

พวกเขาคือกลุ่มคนทั้งสี่ที่คิดร้ายกับเมอร์ลิน พวกเขามุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เมอร์ลินเดินทางมาทันที

 

ก่อนที่จะรับภารกิจนี้ พวกเขาได้ศึกษามิตินี้มาอย่างดี อีกทั้งในกลุ่มของพวกเขายังมีผู้คุมกฎที่เป็นมหาจอมเวทย์ที่อยู่มานาน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเดินทางเข้ามาในมิติแห่งนี้

 

คนทั้งสี่แฝงร่างอยู่ในเงาสังหารและออกไล่ล่าเมอร์ลินในทันที

 

ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้มาเพื่อเฝ้าดูอีกต่อไป หากพบเด็กน้อยพวกเขาจะจัดการโดยทันที

 

นี่คือข้อตกลงของพวกเขาทั้งสี่ก่อนจะเข้ามาที่นี่

 

ไกลออกไปเมอร์ลินใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง ในที่สุดเขาก็เข้าใกล้วิหารลับแล

 

แม้ว่าเขาไม่มีเข็มทิศในมือ แต่เขาก็สามารถเข้ามาที่นี่ตามคำบอกเล่าของวอลอร์ดไวท์ทีธได้อย่างแม่นยำ

 

ตลอดทางที่ผ่านมาเขาได้พบกับสัตว์อสูรและรูปแบบอักขระที่หลากหลาย

 

แต่เมื่อเขานั่งอยู่บนหนอนทะเลทรายที่เป็นสัตว์อสูรระดับ 9 ขั้นกลืนกิน พวกมันก็ไม่กล้าที่จะโจมตี

 

การเดินทางนี้จึงราบรื่นเป็นอย่างมาก

 

ทันทีที่เข้าใกล้วิหารลับแล เมอร์ลินก็พบบางสิ่งที่น่าพิศวง

 

เบื้องหน้าของเขาคือควันดำที่มีรูปร่างราวกับภูเขายักษ์ลูกหนึ่งปรากฏเป็นทิวเขายาวที่ตั้งอยู่เบื้องหลังของพื้นที่ว่างเปล่า

 

ภายในบริเวณนั้นควันคำมหึมามักจะสร้างกระแสน้ำที่รุนแรงพัดออกมาโดยที่จะคอยโอบล้อมพื้นที่ว่างเปล่านั้นไว้

 

เมอร์ลินคิดว่าพื้นที่ว่างเปล่านั้นน่าจะเป็นที่ตั้งของวิหารลับแลในตำนาน

 

"หรือว่านี่จะเป็นร่องลึกแห่งความพิศวงในตำนาน"

 

เมอร์ลินหยุดและหรี่ตาลง ไม่กล้าที่จะเข้าใกล้วิหารในตอนนี้

 

ควันดำที่เป็นอำนาจลี้ลับขยับเคลื่อนไหวราวกับกลุ่มของก้อนเมฆ

 

ทุกครั้งที่มันเคลื่อนไหวกระแสน้ำจะเกิดการเปลี่ยนแปลง

 

อำนาจของกระแสน้ำในทะเลสีม่วงนี้สามารถฉีกร่างของผู้ที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตมหาจอมเวทย์ได้อย่างสบายๆ

 

ในเวลานี้สถานที่ที่เป็นเส้นทางเข้าไปด้านในของวิหารจึงอันตรายเป็นอย่างมาก

 

ครืน!

 

กระแสคลื่นใต้น้ำบริเวณนี้รุนแรงกว่าปกติ น้ำทะเลสีม่วงเปลี่ยนเป็นสีเข้มที่เต็มไปด้วยพลังที่ไม่น่าเข้าใกล้

 

ภายในละแวกนี้เมอร์ลินไม่เห็นสัตว์อสูรที่อยู่ใต้น้ำอาศัยอยู่เลยแม้แต่น้อย

 

เขาจึงทำได้แค่สังเกตและรอคอยจังหวะที่จะเข้าไป

 

"ไม่มีใครรู้ว่าร่องลึกแห่งความพิศวงคือสิ่งใด แต่ที่แน่ๆ คือมันมีจิตวิญญาณนึกคิดไม่ต่างจากมนุษย์หรือสัตว์อสูรเลยแม้แต่น้อย"

 

นอกจากจะหาทางผ่านกระแสใต้น้ำและร่องลึกแห่งความพิศวงแล้ว เมอร์ลินยังต้องใช้ความสามารถหาทางเข้าวิหารลับแลให้พบอีก

 

การจะเข้าไปในสถานที่แห่งนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก

 

และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่มีใครกล้าที่จะมาเยือนสถานที่แห่งนี้

 

หนึ่งวันผ่านไป เมอร์ลินยังคิดหาหนทางที่จะเข้าไปในวิหารไม่ได้ เนื่องจากมีกระแสน้ำที่รุนแรงอยู่ตลอดเวลา เขาไม่มีโอกาสที่จะเข้าใกล้มันเลยแม้แต่น้อย

 

ในเวลาที่ผ่านมาเขาเคยทดลองดูดซับรูปแบบอักขระที่อยู่รอบๆ แต่ปรากฏว่าเขาไม่สามารถทำได้

 

เมอร์ลินสันนิษฐานว่าเป็นเพราะรูปแบบเหล่านี้เป็นชนิดเดียวกัน

 

ภายในสถานที่ใต้น้ำแห่งนี้ล้วนเต็มไปด้วยรูปแบบอักขระก่อลมที่มีไว้สร้างคลื่นยักษ์ทั้งสิ้น

 

เขาจึงหันไปศึกษาถุงมือสีดำและคอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำที่อยู่รอบๆ วิหารไปพร้อมๆ กัน

 

เมื่อเข้าสู่วันที่สอง

 

เวลาหนึ่งใต้พื้นน้ำก็เกิดเหตุการณ์ประหลาด ภายใต้โลกสีม่วงปรากฏแสงออโรร่าสาดส่องลงมา

 

พื้นที่ที่แสงออโรร่านี้มาถึง โลกใต้น้ำนี้ราวกับจะถูกแหวกออกจากกัน

 

เมื่อเมอร์ลินมองขึ้นไปข้างบน เขาก็พบสัตว์อสูรตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่มหึมาเท่ากับสนามกีฬาแห่งหนึ่งได้ บนร่างกายทอประกายแสงที่กดขี่ทุกสรรพสิ่งเป็นอย่างมาก

 

สัตว์อสูรตัวนี้คือ "วาฬจรัสแสง"

 

มันคือหนึ่งในตัวตนที่ทรงอำนาจในทะเลสีม่วงแห่งนี้ กลิ่นอายที่สาดออกมาเต็มไปด้วยพลังที่เทียบเท่ากับจักรพรรดิเวทย์คนหนึ่ง กระทั่งอำนาจของกระแสคลื่นใต้น้ำก็ยังต้องสยบให้กับมัน

 

ภายใต้ร่มเงาของวาฬจรัสแสงมีแสงออโรร่าที่สงบทุกสรรพสิ่ง

 

เมื่อวาฬจรัสแสงเคลื่อนผ่านแม้แต่ร่องลึกแห่งความพิศวงก็ยังมีท่าทีที่สงบ

 

ไม่นานร่างของวาฬจรัสแสงก็เคลื่อนผ่านไป

 

วาฬรัสแสงไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะมาเยือนที่นี่ มันแค่บังเอิญเคลื่อนผ่านเท่านั้น

 

แต่การเคลื่อนผ่านของมันได้สร้างโอกาสให้กับเมอร์ลิน

 

กระแสคลื่นใต้น้ำราวกับถูกแสงออโรร่านั้นยับยั้ง เส้นทางเข้าสู่วิหารลับแลถูกเบิกผ่านอย่างบังเอิญ

 

"เส้นทางเปิดแล้ว นี่คือโอกาส"

 

ร่างเล็กสั่งการให้หนอนทะเลทรายพุ่งตรงไปยังวิหารลับแลทันที

 

นี่คือโอกาสที่หาได้ยาก หากไม่รีบคว้าไว้เขาไม่รู้ว่าโอกาสแบบนี้จะมีอีกเมื่อไหร่

 

เมอร์ลินมุ่งสู่พื้นที่ที่มีแสงออโรร่าพาดผ่าน

 

แต่ทว่า

 

จู่ๆ ใต้พื้นทะเลก็มีเงาดำที่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าปรากฏขึ้น!

 

เงาดำพุ่งขึ้นมามีความแหลมคมราวกับจะเป็นมีดศักดิ์สิทธิ์ตัดผ่านทุกสิ่ง

 

หนอนทะเลทรายพลิกตัวหลบโดยที่ไม่จำเป็นต้องให้เมอร์ลินสั่งการ ประสาทสัมผัสของสัตว์อสูรขั้นกลืนกินนั้นล้ำเลิศเป็นอย่างมาก

 

มันรับรู้ถึงอันตรายของเขานี้

 

หากมันถูกเงาดำนี้โจมตี เงาดำอาจจะทำให้มันถึงขั้นบาดเจ็บสาหัส

 

อำนาจทำลายล้างของมันไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง

 

เมอร์ลินหรี่ดวงตาลงและจ้องมองพื้นทรายบริเวณหนึ่งอย่างไม่สบอารมณ์

 

มือน้อยสะบัดออกไปครั้งหนึ่ง ม้วนอักขระสีทองก็เรืองแสงปรากฏออกมาอย่างรวดเร็ว

 

"ออกมา" เมอร์ลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น

 

ฝูงค้างคาวนับร้อยก็พุ่งทะลักออกมาราวกับจะเป็นคลื่นพายุสีฟ้าทะลวงผ่านไปยังจุดที่เมอร์ลินคาดการณ์เอาไว้

 

ปัง!

 

โครม!

 

เงาสังหารที่หลบซ่อนตัวถูกอำนาจของฝูงค้างคาวนับร้อยโจมตีกระเด็นออกจากพื้นทรายไปไกลนับร้อยเมตร

 

เมอร์ลินจ้องมองไปที่เงาสังหารอย่างเย็นชา

 

"สัตว์รบตัวนี้ช่างเหมือนกับห้าธาตุสังหารยิ่ง หรือว่าพวกเขาจะเป็นคนของแดนตะวันตก"

 

เรื่องราวในหัวของเมอร์ลินเริ่มชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 

แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุผลใดคนของแดนตะวันตกถึงแค้นเคืองกระทั่งถึงกับส่งคนมาสังหารเขา

 

ค้างคาวแต่ละตัวล้วนมีอำนาจของสัตว์อสูรระดับ 9 การรวมตัวของมันนับร้อยย่อมสร้างการโจมตีประสานที่โหดเหี้ยมจนน่าขนลุก

 

เงาสังหารถูกอำนาจนี้บดขยี้จนร่างหายไปครึ่งซีก

 

ในวินาทีนั้นอักขระเวทย์ฟื้นฟูหลายวิถีก็ปรากฏขึ้น เงาสังหารถูกซ่อมแซมอย่างรวดเร็ว แต่กระนั้นการโจมตีนี้ก็ยังทำให้กำลังรบของมันลดลง

 

ร่างของคนทั้งสี่ไม่อาจซ่อนตัวอยู่ในร่างเงาสังหารได้อีกต่อไป

 

เป้าหมายของพวกเขาคือการสังหารเด็กน้อย ทันทีที่ออกมามาพวกเขาก็เริ่มที่จะลงมือในทันที

 

ชายชราชุดคลุมดำก้าวออกมาคนแรก ในมือมีโซ่ที่ปลดปล่อยพลังมหาศาลทำให้รู้สึกถึงพลังที่สามารถคุกคามถึงความตาย

 

"ฆ่า"

 

พวกเขาไม่ต้องการเอ่ยให้มากความ

 

ผู้คุมกฎชุดขาวและชุดม่วงกระโจนออกมา ในมือของพวกเขามีเกียร์รูปร่างหลาดเป็นอาวุธ

 

ทันทีที่สะบัดเกียร์ชิ้นนั้นโจมตีออกมา วิถีอักขระโจมตีมากมายส่องพลังทำลายล้างเป็นรูปวงแหวน ระเบิดพลังอำนาจขอบเขตมหาจอมเวทย์บดขยี้ไปข้างหน้าอย่างรุนแรง

 

พลังทำลายราวกับจะเป็นเกลียวคลื่นระเบิดออกมาเป็นชั้นๆ อำนาจนี้เพียงพอที่จะทำให้มหาจอมเวทย์หนึ่งหรือสองวงเวทย์คนหนึ่งตายตกหรือย่ำแย่ได้

 

"โจมตี!"

 

เมอร์ลินชักสีหน้าเคร่งขรึมสั่งการออกไป

 

ฝูงค้างคาวรวมตัวกันและปลดปล่อยการโจมตีประสานราวกับจะเป็นพายุหมุนสีฟ้า เมื่อบวกกับพลังสภาพแวดล้อมที่อยู่ใต้น้ำ พายุนี้จึงเพิ่มพลังโจมตีขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง

 

การโจมตีทั้งสองปะทะกันสร้างพลังทำลายล้างใต้น้ำพัดม้วนตลบอย่างบ้าคลั่ง

 

ในวินาทีนั้นเองเมอร์ลินก็รับรู้ถึงอันตรายที่กำลังจะเข้าใกล้

 

เมื่อจู่ๆ เงาสังหารปรากฏตัวออกมาอย่างรวดเร็ว

 

แขนมีความคมราวกับจะเป็นมีดศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถตัดผ่านทุกสิ่งฟันทะแยงลงมา

 

เมอร์ลินกระโดดลงจากหนอนทะเลทรายและเรียกเทพพฤกษาออกมาอย่างรวดเร็ว

 

ตูม!

 

การโจมตีของเงาสังหารปะทะเข้ากับร่างของหนอนทะเลทรายเข้าอย่างจัง

 

ช่วงเวลานั้นเมอร์ลินไม่ได้สนความเป็นตายของสัตว์รบตัวนั้น เขาสะบัดมือสร้างวิถีอักขระออกมา

 

ต่อมา

 

ร่างของเขาก็ม้วนหายเข้าไปในร่างของเทพพฤกษา

 

การซ่อนตัวในสัตว์รบนับว่าเป็นสถานที่ปลอดภัยแห่งหนึ่ง

 

เทพพฤกษามีอำนาจเทียบเท่ากับมหาจอมเวทย์คนหนึ่ง ย่อมไม่ทำให้เมอร์ลินถูกทำร้ายได้ง่ายๆ

 

"คนพวกนี้แม้จะเป็นแค่ผู้คุมกฎแต่เกียร์ของพวกเขาแต่ละชิ้นล้วนทรงอำนาจ กระทั่งสามารถคุกคามวอลอร์ดคนหนึ่งได้สบายๆ ดูเหมือนว่าเบื้องหลังของคนเหล่านี้จะไม่ธรรมดา"

 

ใบหน้าของเมอร์ลินกลายเป็นเย็นชามากขึ้น

 

"เกียร์พวกนี้จะต้องเป็นเกียร์ในระดับที่วอลอร์ดกษัตริย์หรือมากกว่านั้นสร้างขึ้นมาแน่นอน"

 

เมอร์ลินฝังร่างลงในเทพพฤกษาเป็นหลุมหลบภัยและคอยวิเคราะห์ผู้ลอบสังหารเหล่านี้

 

เหล่าผู้ลอบสังหารใบหน้ากลายเป็นน่าเกลียด มองเด็กน้อยที่ใช้วิถีอักขระลับของแดนตะวันตกอย่างเกลียดชัง

 

"มันขโมยวิถีอักขระของพวกเราไปจริงๆ ด้วย" หนึ่งในนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เดือดดาล

 

คนทั้งสี่ดวงตาเปลี่ยนเป็นอำมหิตมากขึ้น

 

"ฆ่าเจ้าหัวขโมยนี้ให้ได้!" ผู้คุมกฎชุดดำระเบิดเสียงออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

 

ฝูงค้างคาวกำลังรับมือกับสองผู้คุมกฎที่มีอาวุธเกียร์ประหลาดเต็มไปด้วยอำนาจทำลายล้างที่ราวกับวอลอร์ดคนหนึ่งมาเอง

 

อีกหนึ่งคนควบคุมเงาสังหาร และอีกคนหนึ่งคือผู้คุมกฎชุดดำที่ถือโซ่ที่มีอำนาจพรั่นพรึ่งดูน่าหวาดหวั่นในสายตาของเมอร์ลิน

 

เงาสังหารแม้จะร้ายกาจแต่ก็ไม่อาจทำให้หนอนทะเลทรายสิ้นใจทันที

 

ร่างของมันกระเด็นไปไกลหลายร้อยเมตร

 

เมอร์ลินเลือกที่จะเก็บมันกลับคืนมา สัตว์รบตัวนี้เป็นสัตว์พาหนะที่ดี เขาไม่ต้องการที่จะเสียมันไป

 

แต่ในวินาทีที่เขาเคลื่อนกายเพื่อเข้าใกล้ร่างของหนอนทะเลทราย การโจมตีของโซ่ที่เขาหวาดเกรงก็พุ่งเข้ามา

 

การโจมตีนี้ดูธรรมดายิ่ง โซ่สีดำเส้นหนึ่งพุ่งทะลวงผ่านใต้น้ำ ทั่วบริเวณนั้นบรรยากาศสงบนิ่งผิดปกติทั่วไป

 

ทันใดนั้นเองโซ่เส้นนั้นก็ปลดปล่อยพลังที่น่าสะพรึงกระหน่ำพลั่งพรูออกมา โซ่สีดำเปลี่ยนเป็นสีแดง พุ่งเข้าหาเมอร์ลินเป็นเส้นตรง รอบข้างเกิดเป็นคลื่นกระแทกรูปทรงกลัวอย่างน่าหวาดกลัว

 

ดวงตาของเมอร์ลินเบิกกว้างขึ้น หัวใจพลันเต้นระรัว

 

"การโจมตีนี้!"

 

ไม่มีเวลาให้คิดมากนัก เขานำม้วนอักขระสีทองออกมาอีกครั้งและเรียกสัตว์รบที่อยู่ด้านในออกมาทันที

 

"หัวหน้าสัตว์อสูรค้างคาว"

 

ภายในไม่กี่วินาทีที่จะมาถึง หัวหน้าสัตว์อสูรค้างคาวปรากฏตัวอย่างรวดเร็ว

 

สัตว์อสูรขั้นพัฒนาระเบิดอำนาจที่น่าครั่นครามออกมาและรับการโจมตีของโซ่เส้นนี้เข้าไปเต็มๆ

 

ปัง!

 

โซ่สีแดงเส้นนั้นกลายเป็นเดือดพล่านปลดปล่อยพลังออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด อีกทั้งยังขยายขึ้นทันตาเห็น ไอความร้อนที่ราวกับจะเป็นอุกาบาตรตกลงมาจากเส้นขอบฟ้าสาดซัดออกไป

 

กระทั่งทำให้หัวหน้าสัตว์อสูรค้างคาวถอยไปได้หลายก้าว

 

"โซ่เส้นนี้มัน ..." เมอร์ลินอดที่จะระงับความตื่นเต้นไม่ได้

 

เกียร์ของมือสังหารเหล่านี้นี่มันอะไรกัน ทำไมมันถึงมีอำนาจที่สั่นคลอนท้องฟ้าได้ขนาดนี้

 

แม้ผู้คุมกฎทั้งสี่ไม่ได้เป็นอันใดในสายตาของเมอร์ลิน แต่เกียร์ที่พวกเขาใช้นั้นมีพลังที่น่าพรั่นพรึงเกินไป

 

เมอร์ลินมองเห็นว่าพลังโจมตีเหล่านี้ไม่ได้มาจากผู้คุมกฎ แต่มันกลับมาจากเกียร์ที่พวกเขาใช้ทั้งสิ้น

 

"มิคาดว่าเกียร์พวกนี้จะถูกสร้างมาจากเมไจระดับตำนาน!"

 

ปัง!

 

ในช่วงเวลานั้นเองลำแสงสีดำก็พาดผ่านลงมาโจมตีไปที่เทพพฤกษาอย่างโหดเหี้ยม

 

การโจมตีนี้เป็นของเงาสังหาร

 

เมอร์ลินตระหนักได้แล้วว่า การถูกโจมตีแบบสี่รุมหนึ่งไม่ใช่อะไรที่จะรับมือได้ง่ายๆ

 

"หยั่งราก!"

 

 






.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 10 ภาค 4
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 6
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 801 ครั้ง

29,454 ความคิดเห็น

  1. #28225 Chengxin (@Chengxin) (จากตอนที่ 297)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 21:15
    โถหนอนทะเลทราย
    #28225
    0
  2. #28224 now108 (@now108) (จากตอนที่ 297)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 13:50
    จะรอดไหมนะ.... เงาสังหารอ่ะนะ^^
    #28224
    0
  3. #28223 Nanthara (@Nanthara) (จากตอนที่ 297)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 11:24

    เมอลินสู้ๆๆๆ
    #28223
    0
  4. #28222 TimeStory (@PrinceFiendTH) (จากตอนที่ 297)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 08:43

    วว่าแล้ว ไม่น่าปล่อยพวกมันไว้

    #28222
    0
  5. #28221 Love P'koen (@kidsada2535) (จากตอนที่ 297)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 03:07
    พอได้โซ่ที่สร้างจากพลังครึ่ง จักรพรรดิ​เวทย์​มา บวกกับพลังเลเมทาตัน+มงกุฎ​โซโลมอน​ เราจะไปจับวาฬกัน5555
    #28221
    0
  6. #28220 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 297)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 01:18
    รอตอนต่อไป
    #28220
    0
  7. #28219 ป๊อปเปอร์... (@sonada2525) (จากตอนที่ 297)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 00:09
    ยึดของมันมา
    #28219
    0
  8. #28218 CHoP_CHOCo. (@Nole-D-Rozen) (จากตอนที่ 297)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 22:28

    สู้ๆนะเมอร์ลิน เพื่อการฟาร์มที่มีประสิทธิภาพ!

    #28218
    0
  9. #28217 Baeky_CY (@Pitchayapak1302) (จากตอนที่ 297)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 21:44
    หยั่งรากในน้ำ??? ดูชิวๆนะ สงสารสัตว์มากเลย
    #28217
    0
  10. #28216 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 297)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 21:35

    ประมาทจังงงงงง
    แต่ยังไงเดียวก็หาวิธีได้เองแหละ🙂
    #28216
    0
  11. #28215 Saku442274 (@Saku442274) (จากตอนที่ 297)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 21:17
    เมอร์ลินเริ่มจนมุมซะแล้ว~
    #28215
    0
  12. #28214 Xenogear99 (@Xenogear99) (จากตอนที่ 297)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 20:27
    ประมาทก็งี้ แต่ก็ดี ได้อัพเวล ฟาร์มของ
    #28214
    0
  13. #28213 อสูรไร้ลักษณ์ (@deathorlife) (จากตอนที่ 297)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 20:15
    เนี่ย! เมอลินประมาทที่ไม่รีบกำจัดพวกนี้ทิ้งไปก่อนทั้งๆที่มีโอกาสตอนพวกมันเผลอ แล้วผลก็คือพวกนี้ใช้อาวุธที่ทรงพลังขนาดนี้แล้วเนี่ย!!!
    #28213
    0
  14. #28212 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 297)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 19:38

    เมอร์ลินสู้สู้ ต้องมีทางออกแน่นอน

    #28212
    0
  15. #28211 อายรายย (@Chutima_chutima) (จากตอนที่ 297)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 19:25
    เมอร์ลิน สู้ๆ
    #28211
    0
  16. #28210 กล้วยหอมซุกซน (@Patsawa) (จากตอนที่ 297)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 18:25
    มาเเล้วๆๆ รอค้า~~
    #28210
    0