ตอนที่ 291 : ภาค 3.2 ตอนที่ 129

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 910 ครั้ง
    22 เม.ย. 62

วิหารแห่งทะเลทราย แม้ว่ามันจะขึ้นชื่อในเรื่องของรูปแบบกับดักที่อันตราย แต่สถานที่แห่งนั้นก็ไม่ขาดแคลนผู้แสวงโชค

 

แท่นเคลื่อนย้ายตั้งอยู่บนเนินสูงที่รายล้อมไปด้วยเม็ดทราย

 

ไอความร้อนแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ภายในอากาศไร้ซึ้งความชื้นทำให้สภาพแววล้อมของที่นี่แห้งผากและร้อนรุ่ม

 

รอบด้านปรากฏผืนทรายสุดขอบสายตา

 

ไม่มีแม้แต่วี่แววของสิ่งก่อสร้างที่เป็นซากวิหารของเทพเจ้า

 

เมอร์ลินไม่ใช่คนแรกที่มาถึงที่นี่

 

ไกลออกไปไม่กี่ร้อยเมตร เขาพบผู้คุมกฎที่เข้ามาแสวงโชคอยู่สี่ห้าคน

 

พวกเขาไม่ได้มากันเป็นกลุ่มอีกทั้งยังไม่ได้รู้จักกัน ทุกคนต่างแยกตัวออกไปสำรวจพื้นที่อย่างระมัดระวัง

 

ข้างๆ เมอร์ลินปรากฏผู้คุมกฎคนหนึ่งยืนอยู่อย่างเงียบๆ ชายนั้นนี้จ้องมองไปยังทิศทางหนึ่งพร้อมกับก้มลงมองเข็มทิศในมืออย่างระวัง โดยที่ไม่สนใจเมอร์ลินเลยแม้แต่น้อย

 

เมอร์ลินเดินออกมาจากแท่นเคลื่อนย้าย และใช้วิถีอักขระดวงตาอักขระ

 

มือน้อยอันเยาว์วัยสะบัดออกไปครั้งหนึ่ง วิถีอักขระสายหนึ่งเคลื่อนที่เข้าสู่ดวงตาของเด็กน้อย

 

ในตอนนั้นเอง โลกที่เมอร์ลินมองเห็นก็กลายเป็นโครงสร้างอักขระที่ลึกล้ำ

 

เมอร์ลินพยักหน้าอย่างพอใจ

 

"วิถีอักขระดวงตาอักขระของวอลอร์ดไวท์ทีธช่างยอดเยี่ยมนัก มันสามารถมองลึกไปถึงพื้นดินนับสิบเมตร อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการมองไกลที่ยาวขึ้น ภายในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรภาพของโครงสร้างอักขระล้วนปรากฏในสายตาทั้งสิ้น หากเป็นวิถีอักขระดวงตาอักขระทั่วไป ประสิทธิภาพของมันคงสามารถมองเห็นได้เพียงระยะสายตาเท่านั้น"

 

เมอร์ลินทอดสายตามองไปรอบๆ ในเวลาเดียวกันภายในหัวก็คิดภาพของแผนที่วิหารทะเลทราย

 

เขาไม่จำเป็นต้องนำแผนที่ออกมา

 

ด้วยอำนาจของดวงตาเลเมเกทัน หนึ่งการมองผ่านของเขาสามารถบันทึกมันได้อย่างแม่นยำ

 

ความนิ่งเฉยของเด็กน้อยเริ่มสร้างความสนใจให้กับชายวัยกลางคนผู้เป็นผู้คุมกฎที่ยืนเงียบๆ มาก่อนนี้

 

ชายผู้นั้นละจากความคิดตัวเองแล้วหันมาจ้องมองเด็กน้อยอย่างจริงจัง

 

"หืม อายุเพียงเท่านี้กลับสามารถเข้าถึงขอบเขตขั้นสีเขียวได้ เบื้องหลังของเขาจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน" ผู้คุมกฎวัยกลางคนกำลังคิดว่าเมอร์ลินนั้นมาจากตระกูลที่มีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ สายตาของเขานั้นปรากฏความดูแคลนเล็กๆ

 

ในตอนนั้นเอง ทิศทางหนึ่งของทะเลทรายก็ปรากฏเสียงร้องที่โหยหวน

 

เมอร์ลินมองเห็นผู้คุมกฎคนหนึ่งกำลังถูกรูปแบบอักขระโจมตี แท่งเหล็กที่แข็งแกร่งกว่าวัตถุอื่นทั่วไปโจมตีเข้าไปที่ร่างของคนผู้นั้นนับไม่ถ้วน อีกทั้งตัวแท่งเหล็กยังส่งกลิ่นอายของสายฟ้า ดังปลาบแปลบออกมาถี่ๆ สร้างพลังทำลายออกมาเป็นชั้นๆ

 

ผู้คุมกฎที่ยืนอยู่ไม่ใกล้จากเมอร์ลินนักกลายเป็นหน้าขาวซีด ส่วนอีกหลายๆ คนที่เดินทางออกไปได้ระยะหนึ่งแล้วก็ไม่กล้าที่จะก้าวต่อไป

 

เมอร์ลินมองภาพนี้ด้วยความสงบเยือกเย็น ตั้งแต่ต้นจนจบสีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย

 

"สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยรูปแบบที่เป็นกับดัก หากเดินทางโดยไม่ระมัดระวัง อาจจะถูกกับดักเหล่านั้นเล่นงานเอาได้"

 

เด็กน้อยกลายเป็นเงียบขรึมมากขึ้นกว่าเดิม และพยายามทำความเข้าใจแผนที่ของสถานที่แห่งนี้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่ใส่ใจต่อสายตาของชายวัยกลางคนที่มองมาเลยแม้แต่น้อย

 

ด้านชายคนนั้นหันกลับมามองเมอร์ลินลึกซึ้งมากกว่าเดิม

 

"เด็กคนนี้ดูเหมือนจะไม่ธรรมดา การแสดงออกของเขานั้นดูสูงส่งเหนือคนทั่วไป"

 

เวลาผ่านไปแค่ครู่เดียว สายตาของชายคนนั้นก็มองเมอร์ลินเปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาที่ดูถูกอีกต่อไป

 

นับชั่วโมงผ่านไป เสียงร้องโหยหวนยังดังออกมาอย่างประปราย

 

จนผู้คุมกฎที่เข้ามาแสวงโชคคนที่เหลือแทบจะไม่กล้าก้าวต่อไป

 

มีผู้คุมกฎคนหนึ่ง เขาหันหลังกลับและตั้งใจจะหนีออกมาจากสถานที่แห่งนั้น แม้ว่าเขาจะเดินทางไปหลายร้อยเมตรแล้ว แต่เมื่อมองออกไปเบื้องหน้าเขาก็ยังไม่เห็นสิ่งก่อสร้างหรือสมบัติใดนอกจากเม็ดทราย

 

แต่ในระหว่างทางที่จะกลับมานั้น เขาดันไปเผลอกระตุ้นรูปแบบอักขระที่ซ่อนเอาไว้

 

เปลวไฟที่ร้อนแรงพลันลุกท่วมเกือบยี่ยิบเมตร กลายเป็นเสาเพลิงพุ่งขึ้นสู่ชั้นฟ้า

 

ภายในมิติแห่งนี้ พลังของเมไจถูกกดลง

 

ผู้คุมกฎคนนั้นจึงไม่อาจทะยานหนีออกมาได้ ร่างจึงถูกเสาเพลิงนั้นแผดเผาจนกลายเป็นตอตะโก

 

หัวใจของผู้ที่เห็นเหตุการณ์กลายเป็นเย็นวาบ

 

ภายในใจเกิดความรู้สึกหวาดหวั่นอย่างไม่อาจต่อต้าน

 

ส่วนชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆ ตอนนี้สีหน้าของเขากลายเป็นคลึ้มลงและไม่สามารถรักษาอาการได้อีกต่อไป

 

ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิดที่มาที่นี่ และเขาคิดถูกที่ตัดสินใจไม่ก้าวเดินต่อไปให้ห่างจากแท่นเคลื่อนย้าย

 

"สถานที่แห่งนี้อันตรายยิ่ง การสำรวจเต็มไปด้วยความเสี่ยง แม้แต่การคิดหันกลับก็ยังเต็มไปด้วยอุปสรรคที่โหดเหี้ยม"

 

ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างขนลุกซู่

 

ในตอนนี้มีเพียงเขาและเด็กน้อยเท่านั้นที่ยังไม่ขยับเคลื่อนไหว

 

เขาตัดสินใจไม่คิดที่จะสำรวจที่แห่งนี้อีกต่อไป แม้แต่ความสนใจในตัวของเด็กน้อยก็ยังถูกโยนทิ้ง

 

ชายคนนั้นต้องการที่จะกลับ เขากำลังจะใช้แท่นเคลื่อนย้ายเพื่อที่จะไปที่อื่น

 

ในตอนนั้นเอง

 

ในที่สุดเมอร์ลินก็เริ่มเคลื่อนไหว หลังจากที่เขาทำความเข้าใจแผนที่ในหัวอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขามีความมั่นใจหลายส่วนที่จะพิชิตสมบัติของสถานที่แห่งนี้ได้

 

"วิหารทะเลทรายคือสถานที่ทดลองวิถีอักขระทำลายล้างของเทพเฮอร์มีส ที่แห่งนี้มีวิหารที่เป็นที่เก็บวิถีอักขระเหล่านั้น ขอเพียงสามารถเก็บเกี่ยวได้ซักหนึ่งวิถีก็นับว่าคุ้มค่ามากแล้วสำหรับการเสี่ยงอันตรายนี้"

 

ร่างเล็กก้าวเข้าสู่ทะเลทรายอย่างมั่นใจ

 

แต่ละก้าวของเขานั้นล้วนมาจากการคิดคำนวณ

 

ดวงตาสีน้ำเงินมีแสงอักขระวาบผ่านอย่างลึกซ้ำ ภาพเบื้องหน้าของเด็กน้อยปรากฏเป็นโครงสร้างอักขระนับไม่ถ้วน

 

"เด็กคนนั้นเขาคิดจะทำอะไร!" ชายวัยกลางคนกล่าวออกมาอย่างตกใจ

 

"เขาไม่กลัวเลยหรือไง? มีผู้คุมกฎหลายคนตายเพราะสถานที่แห่งนี้ แต่ละคนล้วนไม่อาจเดินทางได้ถึงหนึ่งกิโลเมตรเสียด้วยซ้ำ เขาไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าจะสามารถหาวิหารทะเลทรายพบ"

 

ชายคนนั้นมองเมอร์ลินอย่างตกตะลึง ต่อมาเขาก็ละความสนใจอย่างสิ้นเชิง และหันหลังกลับไปใช้แท่นเคลื่อนย้ายเพื่อไปแสวงโชคที่อื่น

 

"มันเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ" ก่อนจะจากไปเขายังมองไปยังแผ่นหลังเล็กๆ ของเด็กน้อย

 

ด้านเมอร์ลิน หลังจากศึกษาแผนที่และรูปแบบอักขระของทะเลทรายอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาจึงเดินทางอย่างมีความมั่นใจ

 

"ห่างจากแท่นเคลื่อนย้ายไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ห้ากิโลเมตรก็จะพบวิหารของเทพเฮอร์มีส แต่ในระหว่างนั้นข้าต้องระวังตัวให้ดี เพราะดูเหมือนบันทึกแผนที่ของไวท์ทีธนั้นล้วนได้บอกถึงอันตรายจากรูปแบบอักขระที่เป็นกับดักที่ซ่อนอยู่ที่นี่"

 

เมอร์ลินใช้ดวงตาอักขระมองลึกไปถึงชั้นใต้ดินนับสิบเมตร

 

ทันทีที่เขาเห็นรูปแบบอักขระที่อยู่ด้านในก็ทำให้ขนลุกซู่

 

"รูปแบบอักขระเหล่านี้ด้วยมีพลังทำลายล้างที่ทรงพลัง แม้จะมีพลังรบถึงขอบเขตจักรพรรดิเวทย์ก็ต้องลำบากเมื่อพบกับมัน"

 

ความน่ากลัวของรูปแบบอักขระของเทพเจ้านั้นทำให้เมอร์ลินตกตะลึงและนับถือไปพร้อมๆ กัน

 

"เพื่อไม่เป็นการให้เปล่าประโยชน์ ข้าควรจะบันทึกรูปแบบอักขระเหล่านี้เอาไว้ น่าเสียดายที่มันจำเป็นต้องใช้พลังอักขระที่มหาศาลและความเข้าใจที่ลึกซึ้งในการสร้าง ไม่เช่นแล้วหากข้าสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ ต่อให้พบกับสัตว์อสูรระดับ 10 ตนใดอีกครั้ง ข้าก็จะไม่ต้องหลบหนีมันอีกแล้ว"

 

เมื่อคิดย้อนกลับไปกับประสบการณ์การพบสัตว์อสูรระดับ 10 ก็ทำให้เขารู้สึกขยาดขึ้นมา

 

เป็นเพราะเขาอ่อนแอเกินไป จึงไม่อาจต่อต้านพวกมันได้

 

หากเมอร์ลินสามารถใช้รูปแบบอักขระเหล่านี้ได้ ต่อให้ไม่สามารถคุกคามพวกมันได้ แต่เขาก็จะมีความสามารถที่จะหลบหนีอย่างไม่ต้องหวาดหวั่น

 

เมอร์ลินก้าวจมลงไปในผืนทรายอย่างระมัดระวัง

 

หลังจากนั้นไม่นานเขาจึงได้ตัดสินใจทำบางอย่าง

 

"ภายในระยะที่อำนาจดวงตาอักขระไปถึง ข้าได้สำรวจเส้นทางปลอดภัยไว้หมดแล้ว หากใช้การเดินเท้าเพื่อไปยังวิหาร ข้าคงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงถึงจะไปถึงที่นั่น"

 

ดวงตาสีน้ำเสียงของเด็กน้อยเป็นประกายสว่างวาบ

 

"ออกมากระเรียนขาว"

 

เด็กน้อยเรียกกระเรียนขาวที่เป็นเกียร์ที่เขาสร้างขึ้น

 

แม้ว่ามิติแห่งนี้จะถูกจำกัดการบิน แต่มันไม่ได้จำกัดการใช้เกียร์

 

กระเรียนขาวสามารถเป็นพาหนะช่วยในการเดินเท้าของเขาได้

 

ร่างเล็กกระโดดขึ้นไปบนหลังของกระเรียนขาวและออกเดินทางทันที

 

กระเรียนขาวย่ำลงบนพื้นทรายและเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว

 

ในทุกๆ ระยะหนึ่งร้อยเมตรมันจะหยุดและรอเมอร์ลินออกคำสั่ง

 

เมอร์ลินจำเป็นต้องตรวจเช็คเส้นทางปลอดภัยในทุกๆ หนึ่งร้อยเมตรในขีดจำกัดความสามารถของอำนาจดวงตาอักขระ

 

ในทุกครั้งที่เขาสำรวจ เขาก็มักจะเก็บเกี่ยวรูปแบบอักขระที่เป็นกับดักต่างๆ ไปด้วย

 

แม้ว่าในตอนนี้เขาจะไม่สามารถเข้าใจมันได้ แต่ในอนาคตการใช้รูปแบบอักขระเหล่านี้ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

 

"รอให้ข้าสลักอักขระได้ครบหนึ่งหมื่นตัวและกลายเป็นเทพนักบุญ เมื่อถึงวันนั้นข้าจะลองใช้รูปแบบอักขระเหล่านี้ดู"

 

เมอร์ลินเคยทดลองจำลองรูปแบบอักขระเหล่านี้มาแล้ว แต่ด้วยอำนาจขั้นสีม่วงของเขาในตอนนี้มันยังไม่เพียงพอ

 

รูปแบบอักขระเหล่านี้มีความลึกล้ำและทรงพลังเป็นอย่างมาก

 

หากเทพนักบุญคือตัวตนในขอบเขตจักรพรรดิเวทย์ และรูปแบบอักขระเหล่านี้ก็มีพลังทำลายล้างในระดับจักรพรรดิเวทย์

 

เมอร์ลินคาดเดาว่ามันจำเป็นต้องใช้พลังอักขระขอบเขตขั้นสีครามเท่านั้นถึงจะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้

 

"ต่อให้ตอนนี้ข้าไม่สามารถใช้งานมันได้ แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ไร้ประโยชน์ การเก็บเกี่ยวพวกมันก็นับได้ว่ามันคือสมบัติอย่างหนึ่ง"

 

เมอร์ลินใช้พลังดวงตาเลเมเกทันบันทึกรูปแบบเหล่านี้ไปเรื่อยๆ โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า หากในอนาคตเขาสามารถทะลวงไปถึงระดับเทพนักบุญได้ เขาอาจจะกลายเป็นเทพนักบุญที่อยู่เหนือเทพนักบุญทั่วไปด้วยพลังของรูปแบบอักขระเหล่านี้

 

การเดินทางของเมอร์ลินเป็นไปอย่างระมัดระวังและราบรื่น

 

ในบางจุดเมอร์ลินใช้เวลาเกือบชั่วโมงเพื่อหาเส้นทางที่ปลอดภัย

 

ยิ่งเข้าใกล้วิหารทะเลทรายมากเท่าไหร่ ความซับซ้อนของรูปแบบอักขระก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

 

ผ่านไปหนึ่งวันเมอร์ลินก็เริ่มที่จะสัมผัสถึงวิหารของเทพเฮอร์มีสแล้ว

 

ระยะทางเพียงแค่ห้ากิโลเมตร แต่กลับใช้เวลาเดินทางผ่านไปหนึ่งวันแล้วยังไม่ถึง หากมีคนได้ยินเรื่องนี้พวกเขาคงจะหัวเราะจนฟันหัก

 

เมอร์ลินไม่กล้าที่จะบุ่มบามเดินเข้าไปอย่างซุ่มซ่าม เพราะยิ่งเข้าใกล้วิหาร ทุกๆ ตารางนิ้วยิ่งเต็มไปด้วยกับดักที่น่าสะพรึง

 

หากก้าวพลาดไปแม้แต่ก้าวเดียว ต่อให้เป็นตัวตนระดับครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิเวทย์ก็ไม่ง่ายที่จะรักษาชีวิตเอาไว้ได้

 

สถานที่แห่งนี้จึงถูกขนานนามว่าเป็นซากวิหารแห่งความตาย ไม่ว่าการเดินเข้าไปหรือหันหลังกลับก็ล้วนเต็มไปด้วยอันตรายที่ถึงชีวิต

 

เมอร์ลินเดินทางต่อไปเรื่อยๆ ในที่สุดเขาก็เข้าสู่ขอบเขตรัศมีหนึ่งกิโลเมตร เขาสามารถสัมผัสกับพลังที่น่าพรั่นพรึงของวิหารได้อย่างจางๆ

 

"ความสามารถของวอลอร์ดไวท์ทีธช่างน่ากลัวยิ่ง เขากระทั่งสามารถทำแผนที่ของสถานที่แห่งนี้ขึ้นมาได้"

 

ยิ่งคิดเมอร์ลินก็เกิดความนับถือวอลอร์ดไวท์ทีธ สถานที่ที่เต็มไปด้วยกับดักเช่นนี้แต่วอลอร์ไวท์ทีธสามารถทำแผนที่ขึ้นมาได้และบอกรายละเอียดเกี่ยวกับมัน

 

หากเป็นเมอร์ลินที่มาที่นี่ครั้งแรก ไม่แน่ว่าเขาอาจจะพลาดถูกกับดักใดกับดักหนึ่งและยากที่จะเอาชีวิตรอด

 

เมอร์ลินไม่ได้รีบเร่งในการเดินทาง แม้เขาจะมีระยะเวลาในการอยู่ที่นี่แค่ 20 วัน แต่เขาก็มีความมั่นใจว่าจะเก็บเกี่ยวสมบัติในพื้นที่ส่วนอื่นๆ ได้อีก

 

ผ่านไปครึ่งวันในที่สุดเมอร์ลินก็สัมผัสกับวิหารทะเลทรายได้อย่างชัดเจน

 

"อีกเพียงไม่ถึงห้าร้อยเมตรเท่านั้น ข้าก็จะถึงที่นั่นแล้ว" เมอร์ลินมองจุดหนึ่งที่มีลำแสงปรากฏด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

 

"วอลอร์ดไวท์ทีธได้บอกว่าหากไปถึงวิหารทะเลทรายได้ การมีอยู่ของกับดักจะลดลง มีเพียงเส้นทางภายในวิหารไม่กี่เส้นทางเท่านั้นที่จะปรากฏกับดักที่นั่น"

 

ก่อนที่เมอร์ลินจะมาที่นี่ วอลอร์ดไวท์ทีธได้แนะนำกับเขาหลายอย่าง แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะไม่สถานที่ที่อาจารย์ของเขาแนะนำ แต่มันก็มีสมบัติที่น่าตื่นตะลึง

 

วอลอร์ดไวท์ทีธได้เล่าว่าวิหารทะเลทรายนั้นเต็มไปด้วยสมบัติที่ล้ำค่า แต่น่าเสียดายที่เส้นทางในการเข้าสู่วิหารนั้นอันตรายยิ่ง อีกทั้งการจะนำสมบัติออกมาจำเป็นต้องใช้ความสามารถไม่น้อย

 

แม้แต่วอลอร์ดไวท์ทีธเองก็ยังนำสมบัติออกมาจากที่นั่นได้เพียงแค่สองชิ้นเท่านั้น และหนึ่งในนั้นมันสามารถส่งเสริมให้เขาเข้าสู่ขอบเขตครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิเวทย์ได้

 

"วอลอร์ดไวท์ทีธไม่ยอมบอกว่าสมบัติชิ้นนั้นคืออะไร แต่สมบัติที่สามารถเพิ่มพลังการบ่มเพาะได้มหัศจรรย์ขนาดนั้นมันจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน"

 

แต่ในระหว่างนั้นเอง เมอร์ลินก็สัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติ

 

"เกิดอะไรขึ้น?"

 

สายตาของเด็กน้อยมองไปรอบๆ

 

"ไม่ใช่ว่ากระเรียนขาวเผลอไปสัมผัสเข้ากับกับดักใดกับดักหนึ่ง"

 

เมอร์ลินรีบใช้ดวงตาอักขระสำรวจอย่างเร่งด่วน

 

แต่ทว่าเมื่อเขาสำรวจมาถึงจุดหนึ่ง ใบหน้าของเด็กน้อยก็กลายเป็นเคร่งเครียดขึ้น

 

พื้นทรายที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของกระเรียนขาวก่อเกิดเป็นระลอกคลื่นและค่อยๆ หลุบหายไป

 

ใบหน้าของเมอร์ลินราวกับกำลังกินยาขม

 

"เป็นไปได้ยังไง ที่นี่มีสัตว์อสูร! มิหนำซ้ำสัตว์อสูรตัวนี้ยังเคลื่อนผ่านรูปแบบอักขระโดยที่ไม่ทำให้มันทำงานได้ด้วย!"

 

แม้เมอร์ลินจะไม่รู้ว่ามันคือสัตว์อสูรชนิดไหน แต่สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่สัตว์อสูร แต่เป็นรูปแบบอักขระกับดักที่อยู่รอบๆ

 

สัตว์อสูรตัวนี้สามารถอยู่กับรูปแบบอักขระกับดักเหล่านี้ได้ แต่เขาอยู่ไม่ได้!

 

โครม!

 

ในตอนนั้นเองร่างทั้งร่างของกระเรียนขาวก็ถูกสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ดึงลงไป เมอร์ลินกระโดดขึ้นกลางอากาศไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัยที่ใกล้ที่สุด

 

เพียงเวลาไม่นานร่างของกระเรียนขาวก็ถูกคมเขี้ยวที่แหลมคมฉีกกระชาก ฟันที่เรียงรายเป็นวงกลมนับไม่ถ้วนนั้นปรากฏใต้พื้นทรายดูน่าสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง







.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 10 ภาค 4
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 6
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 910 ครั้ง

29,462 ความคิดเห็น

  1. #28112 ปิ๊กกี้ (จากตอนที่ 291)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 11:58

    จะสงสารกระเรียนดีไหม

    #28112
    0
  2. #28111 KanitinMax (@KanitinMax) (จากตอนที่ 291)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 06:56
    บรึ๋ยยย
    #28111
    0
  3. #28110 boynareta (@boynareta) (จากตอนที่ 291)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 06:55
    จับมันเลย
    #28110
    0
  4. #28109 Thank You (จากตอนที่ 291)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 22:31

    ขอบคุณครับ

    #28109
    0
  5. #28108 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 291)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 22:22

    นกกระเรียนไม่น่าาาาา
    #28108
    0
  6. #28107 Baeky_CY (@Pitchayapak1302) (จากตอนที่ 291)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 16:42
    สงสารกระเรียนน้อยจัง ไม่นะ
    #28107
    0
  7. #28106 29222922 (@29222922) (จากตอนที่ 291)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 16:02
    สนุกมากคะ ขอบคุณมากนะคะ ตื่นเต้นจัง แล้วเจ้าอสูรตัวนั้นจะพุ่งขึ้นไปสู้กับเมอร์ลินหรือเปล่า
    #28106
    0
  8. #28105 นักอ่านเงาเลเวล13 (@lokiloss) (จากตอนที่ 291)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 14:56
    นายทำดีแล้ว เจ้ากระเรียน
    #28105
    0
  9. #28104 ป๊อปเปอร์... (@sonada2525) (จากตอนที่ 291)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 13:23
    นกกระเรียนตายแว้วหรอ
    #28104
    0
  10. #28103 Saku442274 (@Saku442274) (จากตอนที่ 291)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 13:20

    ไม่น่ะกระเรียนขาว!!!
    ตัวอะไรที่โจมตีเมอร์ลินน่ะ? แล้วเมอร์ลินจะทำไงต่อ ตื่นเต้นๆ^ ^
    #28103
    0
  11. วันที่ 22 เมษายน 2562 / 12:41

    ขอบคุณครับ
    #28102
    0
  12. #28101 Apirak-Zero (@Apirak-Zero) (จากตอนที่ 291)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 12:33

    ขอบคุณครับ(เม้นก่อนอ่าน)
    #28101
    0