ตอนที่ 289 : ภาค 3.2 ตอนที่ 127

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10506
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 934 ครั้ง
    18 เม.ย. 62

วอลอร์ดไวท์ทีธดูเหมือนจะปลื้มใจในพรสวรรค์ของเมอร์ลินเป็นอย่างมาก

 

นี่คืออัจริยะที่เขาไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต

 

วอลอร์ดไวท์ทีธไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเมอร์ลินได้รับความช่วยเหลือจากดวงตาเลเมเกทันในการทำความเข้าใจวิถีอักขระนี้

 

เมื่อเมอร์ลินสร้างวิถีอักขระดวงตาอักขระได้

 

แม้คุณภาพของดวงตาจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดใด แต่มันกลับสื่อว่าเป็นโลกอีกใบหนึ่ง

 

วิถีอักขระนี้ทำให้เมอร์ลินมองเห็นโครงสร้างของวิถีอักขระได้ลึกซึ้งมากกว่าเดิม เขากระทั่งสามารถมองเห็นโครงสร้างของห้องมิติแห่งนี้

 

วอลอร์ดไวท์ทีธรู้สึกพึงพอใจ เขากล่าวต่อว่า

 

"ภายในมิติซากวิหารเทพเฮอร์มีสนั้นเป็นสถานที่ที่ประกอบด้วยรูปแบบอักขระจำนวนมาก ทุกๆ รูปแบบล้วนก่อเกิดพลังที่มหาศาล แม้แต่หินก้อนเดียวที่อยู่รายทางก็ยังประกอบไปด้วยรูปแบบที่น่าตื่นตะลึง"

 

วอลอร์ดไวท์ทีธเมื่อพูดถึงตรงนี้ก็หยุดไปครู่หนึ่ง แล้วมองไปยังลูกศิษย์ตัวน้อยอย่างจริงจัง

 

"แม้จะเป็นรูปแบบอักขระของหินก้อนหนึ่ง หากเจ้าสามารถทำความเข้าใจมันได้อย่างลึกซึ้ง มันก็อาจจะทำให้เจ้าได้รับวิถีอักขระที่น่าตื่นตะลึง รูปแบบอักขระของเทพเจ้านั้นไม่ใช่อะไรที่จะสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายๆ ไม่แน่ว่าบางรูปแบบอักขระที่อยู่ในนั้นอาจจะทรงพลังกระทั่งไม่ใช่อะไรที่จักรพรรดิเวทย์คนหนึ่งจะต้านได้"

 

เมอร์ลินตั้งใจฟังอย่างดีและคิดตาม เขาพยักหน้าตอบรับคำพูดของอาจารย์ของเขาอยู่เสมอ

 

"รูปแบบอักขระที่อยู่ข้างในนั้น บางรูปแบบอาจจะเป็นรูปแบบอักขระของการโจมตี การเพิ่มพลัง หรือการเสริมความแข็งแกร่งในระดับของเทพเจ้า มันจึงเป็นที่ที่น่าสนใจของเมไจหลากหลายสาขา แม้ว่าตลอดหลายพันปีมานี้จะมีเมไจหลายคนที่เข้าไปสำรวจและได้เก็บเกี่ยวรูปแบบเหล่านั้นมามาก แต่มันก็ยังหลงเหลือรูปแบบอักขระที่น่าตื่นตะลึงมากพอดู"

 

"น่าเสียดายที่เผ่าเทพของเราไม่อาจรักษาความเสถียรของทางเข้าเอาไว้ได้อีกแล้ว ไม่เช่นนั้นหากระดับวอลอร์ดเข้าไปสำรวจในทุกๆ ครั้งที่เปิด ไม่แน่ว่าเผ่าเทพอาจจะเก็บเกี่ยวรูปแบบอักขระของเทพเจ้าได้มามากกว่านี้"

 

หากเป็นไปอย่างที่ผู้เป็นอาจารย์ของเขาพูด นั่นก็หมายความว่ามิติซากวิหารเทพเฮอร์มีสนั้นคือขุมทรัพย์ของเหล่าเมไจอย่างแท้จริง

 

เมอร์ลินอดที่จะรู้สึกตื่นเต้นกับการเข้าไปสำรวจในมิติซากวิหารเทพเฮอร์มีสไม่ได้

 

"หากมีวอลอร์ดฝืนเข้าไปในมิติแห่งนั้นมันจะเป็นเช่นไร?" เมอร์ลินเอ่ยถามข้อสงสัย นั่นเพราะตัวเขาเองแท้จริงแล้วก็มีฐานะเป็นวอลอร์ดผู้หนึ่ง เขาจึงกลัวที่จะทำให้ความลับนี้แตกออกมา

 

วอลอร์ดไวท์ทีธนิ่งไปพักหนึ่งและเอ่ย

 

"หากมีวอลอร์ดฝืนเข้าไปในทางเข้ามิติซากวิหารเทพเจ้าที่ถูกจำกัดระดับเอาไว้ แม้ว่ามันจะไม่ทำให้เกิดผลเสียหายอย่างรุนแรง แต่มันก็อาจจะทำให้ทางเข้าสูญเสียความเสถียรจนการเปิดประตูมิติครั้งถัดไปอาจจะทำได้ยากขึ้น และระดับจะถูกจำกัดให้ต่ำกว่านั้น"

 

วอลอร์ดไวท์ทีธอธิบายอย่างใจเย็น เขารู้สึกชื่นชมในการใฝ่รู้ของลูกศิษย์

 

การจะเป็นนักแก้ไข สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือการสังเกต ร่องรอยความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ อาจจะทำให้วิถีอักขระนั้นๆ เกิดความไม่เสถียร จนทำให้วิถีอักขระนั้นด้อยคุณภาพไปมากกว่าเดิม

 

ดังนั้นแล้วเหล่าเมไจนักแก้ไขจึงเป็นผู้ที่ทำการแก้ไขจุดบ่กพร่องนั้นๆ และคอยปรับปรุงแต่งเสริมวิถีอักขระให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

 

หากโชคดี สามารถทำการสร้างวิถีอักขระใหม่ๆ ที่ฉีกกฎไปจากเดิมได้ เมไจผู้นั้นอาจจะได้รับการอวยพรจากเทพเจ้าได้ ทำให้เมไจนักแก้ไขผู้นั้นมีพลังสมาธิที่สูงกว่าเมไจอื่นๆ ทั่วไป

 

ดังนั้นแล้วเมไจนักแก้ไขส่วนใหญ่จึงมีพลังสมาธิที่สูงมากๆ พวกเขานั้นขาดแต่เพียงการสลักอักขระลงไปในวงเวทย์บ่มเพาะเท่านั้น

 

แต่น่าเสียดายแม้จะมีพลังสมาธิที่มากมายเพียงใด แต่หากไม่มีอักขระเวทย์ที่เหมาะสม มันก็เป็นเรื่องยากที่จะสามารถสลักอักขระลงไปได้เกินจำนวนขอบเขตได้

 

มีเมไจหลายคนที่มักจะติดอยู่กับขอบเขตนั้นๆ หลังจากสลักอักขระไปได้ระยะหนึ่งแล้ว มันจะเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะสลักอักขระลงไปได้ต่อไป ดังนั้นแล้ววิธีแก้ไขนี้ถึงต้องทำการรวมผสานวงเวทย์บ่มเพาะให้ก้าวสู่ขอบเขตถัดไป

 

แต่ก็มีเมไจหลายคนที่สลักอักขระได้ไปเพียงพอ เมื่อบ่มเพาะพลังเวทย์ถึงขอบเขตจอมเวทย์แล้ว การสลักอักขระของพวกเขาจึงไม่ถึงหนึ่งพันตัว และไม่สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตของวอลอร์ดได้

 

คอขวดนี้ได้สร้างปัญหาแก่เมไจหลายคนของเผ่าเทพ

 

แม้แต่ไวท์ทีธเอง เขาก็เป็นวอลอร์ดผู้หนึ่งที่ติดเงื่อนไขนี้ การบ่มเพาะพลังเวทย์ในขอบเขตมหาจอมเวทย์ของเขานั้นยากที่จะสร้างวงเวทย์บ่มเพาะต่อไปได้ ทั้งๆ ที่เขาเหลือการสลักอักขระอีกไม่ถึงหนึ่งพันตัวก็จะสามารถเข้าสู่ขอบเขตเทพนักบุญได้แล้ว

 

เกือบสองร้อยปีที่ผ่านมา วอลอร์ดไวท์ทีธจึงติดอยู่ที่พลังครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิเวทย์และไม่อาจก้าวต่อไปได้

 

ปัจจัยหนึ่งที่วอลอร์ดไวท์ทีธรับเมอร์ลินเป็นลูกศิษย์ก็เพราะเขาเห็นศักยภาพของเด็กน้อย เพียงอยู่ในขอบเขตนักรบเวทย์ไม่กี่วงเวทย์ เด็กน้อยก็สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตของผู้คุมกฎได้แล้ว

 

หากเป็นเช่นนี้ ในอนาคตอีกไม่นาน ลูกศิษย์ของเขาอาจจะเป็นวอลอร์ดคนต่อไปได้

 

หลายวันผ่านไป วอลอร์ดไวท์ทีธได้แนะนำและสอนการแก้ไขวิถีอักขระให้กับเมอร์ลิน

 

อีกทั้งยังได้มอบวิถีอักขระที่น่าตื่นตะลึงมากมายให้กับลูกศิษย์ของเขา

 

ในตอนนั้นเองเขาจึงรู้ว่าเด็กน้อยคนนี้ไม่ใช่ปีศาจที่เรียนรู้วิถีอักขระได้ภายในไม่กี่นาที หลังจากที่เขาสอนวิถีอักขระที่นอกจากดวงตาอักขระแล้ว

 

เมอร์ลินก็ได้ใช้เวลานับครึ่งหรือมากกว่านั้นถึงจะเรียนรู้อักขระได้แต่ละวิถี นั่นเป็นเพราะวิถีอักขระดวงตาอักขระนั้นเป็นสิ่งที่เมอร์ลินถนัดและเป็นวิถีที่สอดคล้องกับศาสตร์ของดวงตาอยู่แล้ว จึงทำให้เขาเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว

 

แต่เมื่อเป็นวิถีอักขระอื่น เมอร์ลินก็ใช้เวลาเป็นวันๆ ในการเรียนรู้ แต่นี่ก็นับว่าเป็นเรียนรู้ที่มากกว่าเมไจคนอื่นๆ อยู่ดี

 

วันเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว

 

ความรู้ในศาสตร์ของอักขระของเมอร์ลินก็เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น

 

วันทั้งวันหากไม่ได้รับคำชี้แนะจากวอลอร์ดไวท์ทีธแล้ว เด็กน้อยก็จะไปขลุกอยู่กับห้องตำราของปราสาท

 

พริบตาเวลาก็ผ่านไปถึงสองเดือน

 

จนใกล้วันที่มิติซากวิหารของเทพเฮอร์มีสกำลังจะเปิดออก

 

ภายในสวนของมิติที่งดงามราวกับภาพของสวรรค์ อาจารย์และศิษย์กำลังยืนอยู่บนยอดเขาที่มีน้ำตกสาดซัดลงมา

 

"เมอร์ลิน เจ้าว่าเกียร์ชิ้นนี้เป็นอย่างไร?" เสียงของผู้เฒ่าเอ่ยออกมาอย่างอบอุ่น

 

ในมือของเขามีเกียร์ชิ้นหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายกับดาบที่เป็นฟันปลา

 

เด็กน้อยยืนเอามือทั้งสองไพล่หลังอย่างสงบนิ่ง

 

ดวงตาสีน้ำเงินกวาดผ่านเกียร์ชิ้นนั้น

 

พริบตาภาพของโครงสร้างวิถีอักขระก็ปรากฎขึ้นมา

 

เด็กน้อยใช้เวลาไม่กี่ลมหายใจจึงพูดขึ้น

 

"ดาบเล่มนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยเมไจนักประดิษฐ์ขอบเขตสีเขียว หากเมื่อเทียบกับอาวุธธรรมดามันนับว่ายอดเยี่ยม ตัวดาบมีความยาวสามฟุตครึ่งด้ามจับเป็นกระดูกของสัตว์อสูร อีกทั้งคาดว่าจิตเวทย์ที่นำมาใช้ยังเป็นจิตเวทย์ของสัตว์อสูรระดับ 6 ที่มีพลังของธาตุไฟอีกด้วย" น้ำเสียงของเด็กน้อยเอ่ยออกมาอย่างช้าๆ และเรียบง่าย

 

ท่าทางในการวิเคราะห์ของเขาราวกับเป็นเมไจนักแก้ไขที่อยู่มานาน

 

วิถีอักขระของเกียร์ชิ้นนี้ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเขาไปได้ เพียงการหนึ่งการมองผ่านก็สามารถรับรู้ถึงโครงสร้างที่ลึกซึ้งของมันได้แล้ว

 

มุมปากของผู้เป็นอาจารย์เผยรอยยิ้มออกมา

 

"เจ้าว่าเกียร์ชิ้นนี้สมบูรณ์แล้วหรือยัง?" วอลอร์ดผู้ยิ่งเอ่ยอย่างลองภูมิ

 

เมอร์ลินส่ายศีรษะเบาๆ ก่อนจะเอ่ย

 

"แม้ว่าดาบเล่มนี้จะสร้างขึ้นมาด้วยวัตถุดิบที่ยอดเยี่ยม แต่น่าเสียดายที่มันเป็นเกียร์ที่มีข้อบกพร่อง"

 

"อย่างไร?" วอลอร์ดไวท์ทีธกล่าวด้วยใบหน้าสงบ

 

เมอร์ลินเผยรอยยิ้มๆ และก่อนจะเอ่ย

 

"ดาบเล่มนี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยแกนกลางของสัตว์อสูรที่อยู่ในน้ำ ซากของมันเต็มไปด้วยพลังที่สอดคล้องกับธาตุน้ำ แต่จิตเวทย์ที่นำมาเป็นส่วนประกอบนั้นกลับเป็นจิตเวทย์ของสัตว์อสูรธาตุไฟ วิถีอักขระของมันจึงโคจรกันอย่างไม่สอดคล้อง อำนาจธาตุไฟที่เป็นพลังแฝงของมันจึงแสดงออกมาได้อย่างไม่เต็มที่ ทั้งหมดนี้ข้าพูดถูกหรือไม่? ท่านอาจารย์"

 

เมื่อฟังคำอธิบายที่เมอร์ลินพูดจบ ใบหน้าของชายชราก็มีท่าทีที่ยินดีมากๆ ความรู้สึกภาคภูมิใจมันเอ่อล้นออกมาแต่ก็ไม่ได้แสดงออกมา

 

"ไม่ผิด เจ้าพูดถูกทุกจุด เกียร์ชิ้นนี้มีข้อบกพร่องอย่างที่เจ้าว่า แม้มันจะมีจุดเล็กๆ ที่เจ้าพลาดไปอย่างเช่นการจัดเรียงอักขระธาตุไฟที่คลาดเคลื่อน แต่สิ่งที่เจ้าพูดนั้นก็ดีมากแล้วสำหรับเมไจที่เป็นผู้คุมกฎ"

 

วอลอร์ดไวท์ทีธกล่าวพร้อมกับกระตุ้นโครงสร้างวิถีอักขระให้ออกมาเป็นรูปร่าง ทันทีที่เขากล่าวถึงข้อผิดพลาด เส้นทางวิถีอักขระบริเวณนั้นก็ส่องแสงเรืองรองออกมาและเขายังกล่าวแนะนำเมอร์ลินอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับวิถีการแก้ไขอักขระ

 

เมอร์ลินได้ประโยชน์จากการเรียนรู้นี้เป็นอย่างมาก โลกทัศน์ของเขาถูกเปิดกว้างขึ้น

 

เวลาล่วงผ่านไปหลายชั่วโมงในที่สุดการสอนวันนี้ก็เสร็จสิ้น

 

ก่อนจะจากกันวอลอร์ดไวท์ทีธได้เอ่ยถึงเรื่องการเข้าสู่มิติซากวิหารเทพเฮอร์มีสอีกครั้ง

 

"ดูเหมือนว่าเจ้าจะพร้อมแล้วสำหรับการเก็บเกี่ยวสมบัติจากซากวิหาร จงจำไว้หากติดขัดในส่วนที่ยากจะแก้จงละทิ้งมันไปเสีย จงอย่ายึดติด เก็บเกี่ยวเฉพาะสิ่งที่สามารถทำได้ เพราะเวลาในการเปิดมิตินั้นจะมีเวลาแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น จงออกมาให้ทันไม่เช่นนั้นเจ้าอาจจะติดอยู่ในซากวิหารนั้นได้"

 

"ขอรับท่านอาจารย์"

 

เมอร์ลินตอบรับด้วยใบหน้าที่นิ่งสงบ ตลอดเวลาสองเดือนที่ผ่านมา เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์ของวิถีอักขระมาเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นเขายังได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับซากวิหารเทพเฮอร์มีสจากวอลอร์ดไวท์ทีธเป็นอย่างดี

 

จึงทำให้เขามั่นใจว่าเมื่อเข้าสู่ซากวิหารแล้วเขาจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้มากอย่างที่ต้องการ ทั้งนี้เป้าหมายของเขาคือการเก็บเกี่ยวสมบัติจากซากวิหารเพื่อนำมาแลกเป็นคะแนนศักดิ์สิทธิ์

 

การเก็บเกี่ยวคะแนนศักดิ์สิทธิ์ให้ได้หนึ่งร้อยล้านคะแนน ขึ้นอยู่กับการเข้าไปในซากวิหารในครั้งนี้

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เมอร์ลินไม่ได้ละเลยเกี่ยวกับการเรียนรู้ศาสตร์การเล่นแร่แปรธาตุที่เขาได้รับมาจากผู้คุมกฎโยดา

 

เมอร์ลินได้เคยทำการทดลองแปรธาตุสมุนไพรมาบ้างแล้ว แต่น่าเสียดายทุกครั้งที่เขาทำมันกลับล้มเหลว สมุนไพรที่ได้รับเป็นเพียงสมุนไพรที่มีอยู่ในโลกแห่งเวทมนต์เท่านั้น

 

แม้สมุนไพรบางชนิดจะหายาก แต่มันกลับเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์นั้นดินแดนแห่งนี้ เพราะการปรุงยานั้นเป็นสิ่งที่ดินแดนนี้ไม่ได้รับความนิยมอีกแล้ว

 

"มันยังมีโอกาสอีกมาก ทักษะการแปรธาตุของข้าสามารถทำได้เชี่ยวชาญขึ้นบ้างแล้ว ผู้คุมกฎโยดาใช้การแปรธาตุนับพันครั้งถึงจะได้สมุนไพรเซียนมาหนึ่งต้น แต่ข้ายังทำมันได้ไม่ถึงสองร้อยครั้งด้วยซ้ำ เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ข้าต้องพยายามกับมันมากขึ้นหน่อย"

 

เด็กน้อยยืนเหม่ออยู่บนยอดเขา ดวงตาสีน้ำเงินมองทอดยาวไปตามทิวเขาที่เห็นไกลลิบ ก่อนจะหันตัวกลับไปยังที่พัก

 

ในที่สุดวันเปิดมิติซากวิหารเทพเฮอร์มีสก็มาถึง

 

เมไจหลายคนใช้ประตูมิติในสมาคมเพื่อเปิดไปยังที่ตั้งของทางเข้าซากวิหารเทพเฮอร์มีสที่อยู่ห่างไกล

 

การเข้าซากวิหารในครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแต่เมไจนักแก้ไขเท่านั้น ยังมีเมไจอีกหลายสาขาที่ส่งคนมาแสวงโชคเกือบสามร้อยคน

 

แต่ละคนล้วนมีการบ่มเพาะอยู่ในขอบเขตผู้คุมกฎทั้งสิ้น ท่าทางไม่ธรรมดายิ่ง

 

ทันทีที่ประมิติของสมาคมนักแก้ไขเปิดออก ในพื้นที่รกร้างที่มีแต่ซากต้นไม้ ผู้คนต่างมองไปยังจุดนั้นเป็นตาเดียว

 

อย่างที่ทุกคนรู้ว่าเมไจนักแก้ไขเป็นที่เคารพต่อเมไจสาขาต่างๆ ตัวตนของพวกเขาจึงถูกตั้งให้อยู่สูงขึ้นอีกระดับหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด

 

ในกลุ่มของเมไจนักแก้ไข ผู้คนสังเกตเห็นเด็กน้อยคนหนึ่งที่สวมชุดคลุมที่มีตราสัญลักษณ์ของสมาคมนักแก้ไข ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยเครื่องหมายสงสัย

 

"เด็กคนนั้นเป็นใครกัน? ทำไมเขาถึงได้มาที่นี่"

 

การรับศิษย์ของวอลอร์ดไวท์ทีธนั้นเป็นที่รู้กันในหมู่เมไจนักแก้ไข มีเมไจสาขาอื่นบางส่วนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ และสิ่งที่พวกเขาแปลกใจก็คือการปรากฎตัวของเด็กน้อยที่นี่

 

ต่อให้เบื้องหลังของเด็กน้อยจะยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่ที่นี่ก็เปิดรับเฉพาะผู้คุมกฎเท่านั้น

 

ผู้คุมกฎแต่ละคนล้วนเข้าสู่วัยกลางคน ไม่มีใครสักคนที่จะเป็นผู้คุมกฎรุ่นเยาว์เช่นนี้ หรือแม้กระทั่งผู้คุมกฎที่เป็นวัยรุ่นก็ยังหาได้น้อยนัก

 

เมอร์ลินจึงเป็นที่สนใจต่อผู้คน

 

แต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะนินทาเด็กน้อยให้มากนัก เพราะว่าเขานั้นมากับกลุ่มสมาคมนักแก้ไข แม้วอลอร์ดไวท์ทีธจะไม่มาด้วย แต่ด้วยอิทธิพลของสมาคมนักแก้ไขก็มากพอที่จะข่มขวัญพวกเขาได้แล้ว

 

ทันทีที่มีเมไจนับร้อยมารวมตัวกัน บรรยากาศทั้งหมดก็เต็มไปด้วยพลังอักขระที่มหาศาล

 

พื้นที่รกร้างแห่งนี้เต็มไปด้วยเหล่าผู้คุมกฎนับร้อย และยังมีเหล่าวอลอร์ดนับสิบที่ควบคุมอยู่ด้วย

 

"ได้เวลาแล้ว ควรเปิดประตูมิติซากวิหารเทพเฮอร์มีสได้แล้ว" วอลอร์ดชราในชุดคลุมสีเงินเอ่ยขึ้นอย่างทรงพลัง

 

ในตอนนั้นเองวอลอร์ดอีกหลายคนก็เริ่มเคลื่อนไหว

 

แต่ละคนล้วนมีการบ่มเพาะที่ไม่ธรรมดาทั้งสิ้น วอลอร์ดที่พุ่งตัวออกมาทั้งหมดต่างเป็นเมไจระดับกษัตริย์

 

ทันทีที่เมไจระดับกษัตริย์ทั้งสิบสองคนมารวมตัวกัน ชั้นบรรยากาศก็ปรากฏแรงกดดันมหาศาล ทำให้เหล่าผู้คุมกฎรู้สึกสั่นสะท้าน

 

วอลอร์ดเหล่านั้นนำตราสัญลักษณ์ดาวหกเหลี่ยมออกมา

 

ทันทีที่พวกเขากระตุ้นตราสัญลักษณ์ ตรารูปดาวหกเหลี่ยมทั้งสิบสองชิ้นก็เผยอำนาจที่แท้จริง

 

อำนาจอักขระมหึมาปรากฎขึ้นบนท้องฟ้า ตราทั้งหมดหมุนวนและปลดปล่อยอำนาจที่เป็นแสงหลากสีสาดกระจายไปทั่วท้องฟ้า

 

ต่อมาท้องฟ้าก็ปรากฎเป็นเส้นแสงและโครงร่างของสัญลักษณ์รูปดาวหกแฉก

 

ครืนนนนนน

 

เสียงครืนเครงของสัญลักษณ์นี้ทำให้หัวใจของทุกคนสั่นไหว

 

ชั้นบรรยากาศกลายเป็นแปรปรวน บนท้องฟ้าปรากฎความบิดเบี้ยวจนกลายเป็นคลื่นน้ำวน

 

ในตอนนั้นเองใจกลางคลื่นน้ำวนนั้นก็ปรากฏการฉีกขาดของมิติ

 

เผยให้เห็นรูหนอนที่มืดมิดค่อยๆ ปรากฏจนกว้างขึ้น

 

"มิติซากวิหารเทพเฮอร์มีสได้เปิดแล้ว จงจำไว้พวกเจ้ามีเวลาให้อยู่ข้างในนั้นเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น" หนึ่งในวอลอร์ดผู้เปิดประตูมิติเอ่ยอย่างทรงพลัง

 

ทันทีที่เสียงนี้เอ่ยจบ ผู้คุมกฎจำนวนมากก็พุ่งทะยานเข้าไปในรูหนอนมิตินั้น

 

อีกมุมหนึ่งของสถานที่รกร้างมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่จ้องไปยังเมอร์ลินด้วยสายตาที่มาดร้าย

 

"ต่อให้เจ้าเป็นลูกศิษย์ของวอลอร์ดไวท์ทีธ ทันทีที่เจ้าเข้าสู่มิติซากวิหาร ที่นั่นก็จะยังคงเป็นสุสานของเจ้าอยู่ดี" ผู้คุมกฎคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มีจิตสังหาร มือขวาของเขากำลังลูบแหวนที่อยู่บนนิ้วมือข้างซ้ายอย่างทะนุถนอม






.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 10 ภาค 4
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 6
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 934 ครั้ง

29,372 ความคิดเห็น

  1. #28070 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 21:53

    เด็กดีไม่เห็นแจ้งเตือนนน
    #รอตอนต่อไปปปป
    #28070
    0
  2. #28066 criya (@criya) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 13:26

    ย้อนกลับมาดูว่าในเด็กดีอัพตอนไหนแล้ว ขอบอกว่าเป็นเรื่องที่สนุกมาก ผู้แต่งมีความสามารถให้ผู้อ่านค้างได้ทุกวัน 5555 ไม่สบายหยุดอัพสักวันมีอาการลงแดงกันทีเดียว

    #28066
    0
  3. #28065 Noong7 (@Noong7) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 02:26
    นายพลาดแล้วเจ้าพวกช่วยลับฝีมือผ่านทาง
    #28065
    0
  4. #28064 มาร์คกี้ (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 01:07

    เหมือนเริ่มสงครามบทใหม่ ไปไหนเมอร์ลินมีเรื่องตลอด555

    #28064
    0
  5. #28063 Wang_jiaying (@Wang_jiaying) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 00:58
    ขอให้โชคดีนะคุณตัวประกอบฮิฮิ
    #28063
    0
  6. #28062 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 21:35
    จะพอให้เมอร์ลินสอยมั้ยเนี่ยยย
    #28062
    0
  7. #28061 ddlovepp (@puilikedd) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 14:39

    ค้างมากมายยย
    #28061
    0
  8. #28060 ฮาเรม (@HAREM1) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 14:19
    จะมาหาเรื่องก็พกสมบัติมาเยอะๆหน่อยไม่ได้ไง
    #28060
    0
  9. #28059 now108 (@now108) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 13:27
    ขอบคุณค่ะ^^
    #28059
    0
  10. #28058 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 13:11
    รอตอนต่อไป
    #28058
    0
  11. #28057 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 12:59
    ใครจะฆ่าใครเด่วก็รู้
    #28057
    0
  12. #28056 SanStty (@SanStty) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 12:49
    เอาของมาให้ถึงที่เลย
    #28056
    0
  13. #28055 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 12:48

    หุหุ คิดว่าจะจัดการเมอร์ลินได้งั้นรึ

    #28055
    0
  14. #28054 Baeky_CY (@Pitchayapak1302) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 12:40
    พวกเมิงอ่ะค่ะ ที่จะตาย
    #28054
    0
  15. #28053 MaNop Oulue (@nopsaran00) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 12:33
    มายืนลูบแหวนเป็น กอลัม อยู่ได้ หลบๆไปตัวประกอบ
    #28053
    0
  16. #28051 proudofyoumysuho (@MBB__TuAn) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 11:51
    คิดถึงงงงงงง
    #28051
    0
  17. #28049 กล้วยหอมซุกซน (@Patsawa) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 11:45

    ได้เวลาเติมทรู
    #28049
    0
  18. #28048 F9tiss (@F9tiss) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 11:36

    ได้เวลาฟาร์มของแล้วค่ะ555
    #28048
    0
  19. #28047 นักอ่านเงาเลเวล13 (@lokiloss) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 11:26
    รอดูตัวประกอบตายและโดนปล้นของมาเสริมเทพให้พระเอก...
    #28047
    0
  20. #28046 ESTKUNG17 (@ESTKUNG17) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 11:10
    เหมือนว่าจะมีคนมาส่งของให้เมอร์ลินอีกแล้วสิ555
    #28046
    0
  21. #28045 Thank You (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 11:08

    ขอบคุณครับ

    #28045
    0
  22. #28044 saisine_ (@saisine_) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 11:03
    มีศัตรูอีกแล้วสินะ55555
    #28044
    0
  23. #28043 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 10:52
    ขอบคุณครับ
    #28043
    0
  24. #28042 Saku442274 (@Saku442274) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 10:51

    อู้~แน่ใจหรอค่ะ? ถ้างั้นมาดูกันว่าใครกันแน่ที่จะโดนจัดการ~
    #28042
    0
  25. #28041 Theerak (@Theerak) (จากตอนที่ 289)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 10:49
    ขอบคุณครับ สนุกมากกกครับ
    #28041
    0