ตอนที่ 287 : ภาค 3.2 ตอนที่ 125

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 956 ครั้ง
    13 เม.ย. 62

ในขณะที่ความคิดแรกของเมอร์ลินคือการหนี

 

แต่ทว่าเขากลับไม่ได้ทำมัน

 

"หากนี่คือร่างแยกของสัตว์อสูรระดับ 10 ต่อให้ข้าหนีก็ไม่สามารถรอดพ้นเงื้อมมือของมันได้"

 

ทฤษฎีนี้ได้รับการพิสูจน์มาครั้งหนึ่งแล้ว ตอนที่เข้าหนีจากร่างแยกของยากีร่า มันไม่ใช่อะไรที่จะทำได้

 

หลังจากผ่านการคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วร่างเล็กหันตัวกลับและหยุดนิ่ง

 

ใบหน้าของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความสงบนิ่ง พลังสมาธิทำให้เขาสามารถครองสติในเหตุการณ์ได้อย่างอยู่หมัด

 

"ลองดู" เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เครียด

 

นัยน์ตาเป็นประกายเย็นชาวาบ

 

ฮืม...

 

วิหกศักดิ์สิทธิ์เก้าหางส่งเสียงคำราม

 

อ๋าววว

 

ในตอนนั้นเองพลังลึกลับก็ระเบิดออกมาจากภายในร่างกายของเด็กน้อย

 

พลังนี้เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว มิหนำซ้ำยังครอบคลุมไปทั้งท้องฟ้า มันแผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ ราวกับจะไม่หยุดยั้งหรือจบสิ้น

 

การขยายตัวของมันน่ากลัวเป็นอย่างมาก แม้ว่ามันจะไม่มีรูปร่างที่ชัดเจน

 

แต่ทว่ากลับสามารถเปิดเผยพลังกดขี่ทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในที่แห่งนี้

 

เมไจทุกคนที่อยู่ภายในหล่มอสูรต่างรับรู้ถึงพลังนี้ มันทำให้หัวใจของพวกเขาเขย่าอย่างรุนแรง บางคนที่อ่อนแอถึงกับฟุบลงอย่างไม่มีสาเหตุ

 

อำนาจนี้แผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ ให้ความรู้สึกเหมือนคนยักษ์กำลังจ้องมองมดตัวหนึ่ง

 

สัตว์อสูรระดับ 10 ที่อยู่เขตชั้นในก็ยังรับรู้ถึงพลังนี้ ถึงกับรู้สึกหวาดหวั่นใจ

 

หมอกทมิฬหยุดเคลื่อนไหวไม่ทำการไล่ล่า

 

โลกนั้นกลายเป็นเงียบลง ทุกสิ่งนั้นเหมือนกับถูกทำให้หยุดนิ่ง

 

นี่คือกลิ่นอายของจักรพรรดิ!

 

มิหนำซ้ำมันยังไม่ใช่จักรพรรดิเวทย์แต่เป็นจักรพรรดิเซียน

 

จักรพรรดิเวทย์กับจักรพรรดิเซียน แม้ชื่อจะคล้ายคลึงกัน แต่มันกลับต่างกันอย่างสุดขั้ว จักรพรรดิเซียนนั้นคือพลังที่ราวกับอยู่ในโลกอีกใบหนึ่งที่จักรพรรดิเวทย์เอื้อมไม่ถึง

 

ความยิ่งใหญ่นี้เพียงพอที่จะทำให้สัตว์อสูรระดับ 10 ที่มีพลังเทียบเท่าขอบเขตจักรพรรดิเวทย์สงบลงได้

 

ไม่รอช้าเมอร์ลินรีบพุ่งทะยานออกไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายจักรพรรดิให้กดขี่สัตว์อสูรระดับ 10 ตัวนั้น

 

เมอร์ลินรู้สึกโชคดีที่ผลลัพธ์ออกมาเป็นแบบนี้

 

ในตอนแรกเขาไม่แน่ใจว่ามันจะสำเร็จ

 

ภายในสมบัติจักรพรรดิเซียนที่เขาครอบครองอยู่ มีเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้นที่เขาสามารถใช้งานได้

 

หนึ่งในนั้นก็คือเจตจำนงของจักรพรรดิ

 

กลิ่นอายจักรพรรดิไม่ใช่พลังในรูปแบบโจมตี แต่มันคือพลังที่แสดงอำนาจกดขี่ทุกสรรพสิ่งที่อยู่ต่ำกว่า มันอาจสร้างแรงกดดันให้ผู้ที่อ่อนแอหมดสติไปได้ แต่ก็ไม่สามารถคลาดชีวิตใครได้ด้วยเพียงแค่กลิ่นอายนี้

 

ถูกต้องแล้ว

 

เมอร์ลินนำมันออกมาใช้ก็เพื่อที่จะข่มขู่สัตว์อสูรระดับ 10 ที่อยู่ด้านในเท่านั้น

 

และมันก็ได้ผล

 

สัตว์อสูรระดับ 10 ไม่กล้าที่จะไล่ล่าเขาเพราะพลังที่ยิ่งใหญ่และดูเหนือกว่านี้

 

ครั้งนี้เมอร์ลินโชคดีที่สัตว์อสูรตัวนี้เชื่อว่ากลิ่นอายนี้คือตัวตนที่แข็งแกร่งที่มันไม่มีอำนาจจะต่อกรได้ จึงทำให้แผนของเมอร์ลินนั้นสำเร็จ

 

หมอกทมิฬทำการล่าถอยและสลายลง

 

ท้องฟ้าค่อยๆ มีแสงกลับคืนมา

 

เมอร์ลินไม่ได้ปลดกลิ่นอายจักรพรรดิให้จางหายในทันที เขาพุ่งทะยานหนีไปจนอยู่ในระยะที่แน่ใจว่าสัตว์อสูรระดับ 10 จะไม่สามารถโจมตีเขาได้อีกครั้ง จึงได้ทำให้กลิ่นอายนั้นสลาย

 

ฟู่ ...

 

เด็กน้อยอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้

 

เมอร์ลินหลบหนีมาหลายชั่วโมง ก่อนที่จะหยุดพักในเขตชั้นกลางของหล่มอสูร

 

"สถานที่แห่งนี้อันตรายเกินไป ดีที่ข้าสามารถหลอกลวงมันได้สำเร็จ"

 

เมอร์ลินไม่ได้รู้สึกกดดันอย่างนี้มานานมากแล้ว

 

แม้เขาจะพบกับวอลอร์ดที่ทรงพลังหลายคน แต่คนเหล่านั้นไม่ได้มีความต้องการที่จะจ้องเอาชีวิตเขาเหมือนกับสัตว์อสูรตนนี้

 

โลกนี้ยังมีผู้แข็งแกร่งจำนวนมากที่สามารถเอาชีวิตเขาได้

 

"หากสามารถรักษาต้นไม้เซียนได้ ข้าเชื่อว่าพลังสมาธินี้จะสามารถทำให้ข้าเข้าสู่ขอบเขตร่วงโรยได้อย่างรวดเร็ว"

 

หลังจากที่เมอร์ลินได้รับพลังสมาธิที่มหาศาล ทำให้เขารู้ประโยชน์ของพลังนี้

 

การบำเพ็ญบ่มเพาะกับพลังของสมาธิมีความสอดคล้องกันเป็นอย่างมาก มันเป็นไปได้ว่าเขาจะสามารถบ่มเพาะได้อย่างรวดเร็วหลังจากที่มีพลังสมาธิที่เพิ่มขึ้น

 

"โลกนี้ยังมีสถานที่อันตรายอยู่หลายแห่ง ดูเหมือนว่าข้าจะไม่สามารถหยุดพัฒนาเพื่อรอพลังปราณเซียนให้กลับคืนมาเพียงอย่างเดียวได้แล้ว ยังเหลืออักขระเวทย์โบราณอีกเกือบสามพันตัวที่ยังไม่ได้สลักลงบนวงเวทย์บ่มเพาะ หากข้าสามารถสลักมันได้หมด พลังรบของข้าอาจจะเทียบเท่าระดับปลายของวอลอร์ด"

 

"แม้ว่ามันจะไม่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับจักรพรรดิเวทย์หรือกึ่งจักรพรรดิเวทย์ แต่มันก็อาจจะเพิ่มโอกาสในเรื่องของการหลบหนีได้ หรือข้าอาจจะสลักอักขระเวทย์ธรรมดาผสมลงไปด้วย แม้มันจะไม่แข็งแกร่งเหนือธรรมดาทั่วไป แต่อย่างน้อยๆ การอยู่ในระดับเทพนักบุญก็อาจจะมีน้อยตัวตนนักที่จะสามารถข่มเหงข้าได้"

 

เมอร์ลินนั่งพักพื้นพลังอยู่หนึ่งชั่วโมง แม้พลังของพืชพันธุ์พลังธาตุจะแข็งแกร่ง แต่มันก็มีขอบเขตพลังของมัน

 

เมอร์ลินใช้ความเร็วสูงสุดเพื่อหลบหนี มันจึงกินพลังในส่วนนี้เป็นอย่างมาก

 

เมื่อเมอร์ลินตัดสินใจที่จะสลักอักขระเวทย์ต่อเพื่อเพิ่มพลังรบของตัวเอง เขาจึงได้ลงมือจัดการกับสัตว์อสูรที่อยู่ในเขตชั้นกลางของหล่มอสูรอีกครั้ง

 

ครั้งนี้เขาไม่ได้ต้องการหุ่นเชิดที่อยู่ภายใต้อาณัติ แต่เขาต้องการเก็บเกี่ยวจิตเวทย์ของสัตว์อสูรระดับ 8 เพื่อนำมาเป็นทรัพยากรบ่มเพาะพลังเวทย์ของเขา

 

การสลักอักขระลงบนวงเวทย์บ่มเพาะ วงเวทย์บ่มเพาะแต่ละวงนั้นมีขีดจำกัดของมัน เมื่อถึงจุดหนึ่งเมไจจะต้องควบรวมเปลี่ยนวงเวทย์บ่มเพาะเข้าสู่ขอบเขตพลังเวทย์ใหม่ เพื่อที่จะสามารถสลักอักขระเวทย์ต่อไปได้

 

ซึ่งการบ่มเพาะพลังเวทย์ของเมอร์ลินในตอนนี้กำลังอยู่ในขอบเขตนักรบเวทย์ อีกเพียงไม่กี่ก้าวเขาจะต้องควบรวมวงเวทย์บ่มเพาะทั้งห้าเพื่อเข้าสู่ขอบเขตจอมเวทย์แล้ว

 

นี่คือเหตุผลหนึ่งที่เมไจผู้คุมกฎส่วนใหญ่ถึงติดอยู่ในขอบเขตจอมเวทย์และไม่ยอมเข้าสู่ขอบเขตใหม่ของพลังเวทย์  นั่นเป็นเพราะพวกเขายังหวังว่าจะสามารถสลักอักขระเวทย์ได้มากกว่านี้

 

เมื่อเข้าสู่ขอบเขตใหม่ พวกเขาจะสูญเสียโอกาสในการสลักอักขระที่ง่ายขึ้น

 

ดังนั้นการที่เมอร์ลินสูญเสียการบ่มเพาะพลังเวทย์ จึงเป็นโชคดีในโชคร้ายสำหรับเหตุการณ์นี้

 

หลังจากการเก็บเกี่ยวผ่านไปครึ่งวันเมอร์ลินได้จิตเวทย์ระดับ 8 มาสิบกว่าเม็ด และซากของพวกมัน

 

ทั้งหมดต้องยกความดีความชอบให้กับวิญญาณอักขระ

 

การประทับอักขระวิญญาณลงบนแกนพลังของสัตว์อสูร ทำให้เมอร์ลินสามารถเก็บเกี่ยวพวกมันได้เป็นอย่างดี

 

สัตว์อสูรที่ต่ำกว่าระดับ 9 กลายเป็นหุ่นเชิดของเขาอย่างสิโรราบ

 

ตัวตนที่มีพลังรบต่ำกว่าขอบเขตมหาจอมเวทย์จึงไม่นับเป็นอันใดสำหรับเขาอีกต่อไป

 

ความจริงเมอร์ลินสามารถนำพวกมันมาผนึกเป็นสัตว์รบระดับสีเงินได้หลายตัวแต่เขาก็ไม่ได้ทำมันเพราะเขาไม่ได้ขาดแคลนเงินทองและมันก็คงนำไปแลกเป็นคะแนนศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่เท่าไหร่ มันยังมีวิธีการอื่นที่สามารถหาคะแนนศักดิ์สิทธิ์ได้มากกว่านี้

 

เมอร์ลินจึงคิดเก็บซากสัตว์อสูรเหล่านี้นำไปทดลองเพื่อสร้างเกียร์ที่แข็งแกร่งแล้วนำไปแลกเป็นคะแนนศักดิ์สิทธิ์น่าจะได้ผลประโยชน์ที่มากกว่า

 

หลังจากใช้เวลาที่หล่มอสูรเขตชั้นกลางอยู่นาน เมอร์ลินจึงตัดสินใจที่จะกลับไปยังสมาคมนักแก้ไข

 

ครั้งนี้เมอร์ลินไม่ได้เดินทางด้วยตัวเอง เขาเรียกกระเรียนขาวออกมาและขี่มันไปยังประตูมิติ

 

ด้วยความเร็วของกระเรียนขาว มันนับได้ว่าเป็นเกียร์ระดับสูงรูปแบบหนึ่งที่เมอร์ลินใช้พลังอักขระขั้นสีม่วงสร้างขึ้นมา ความเร็วของมันจึงอยู่ในขอบเขตมหาจอมเวทย์ไม่ด้วยกว่านั้น

 

ผ่านไปหลายชั่วโมงเมอร์ลินก็ถึงประตูมิติ

 

ในขณะที่ผ่านเขตชั้นนอก มีสายตาหลายคู่จับจ้องไปที่เด็กน้อยเป็นตาเดียว พวกเขาทั้งหมดรู้สึกอึ้งและสนใจกระเรียนขาวตัวนี้

 

เมื่อถึงที่หมาย เมอร์ลินใช้แรงลมลอยตัวลงพื้นอย่างนิ่มนวลและเก็บกระเรียนขาว

 

"หลังจากเป็นเมไจนักแก้ไข ข้าหวังว่าจะมีวิถีอักขระที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของมันให้เพิ่มขึ้นอีกได้"

 

กระเรียนขาวถือเป็นเกียร์ชิ้นหนึ่ง นักแก้ไขนั้นเรียนรู้ศาสตร์มากมาย หนึ่งในนั้นคือศาสตร์ของเมไจนักประดิษฐ์

 

เมไจนักประดิษฐ์นั้นมีวิธีการที่หลากหลายในการสร้างและเสริมพลัง

 

เมอร์ลินใช้กระเรียนขาวนี้เป็นพาหนะ แน่นอนว่าเขาต้องสรรหาวิถีอักขระเพิ่มความเร็วมาเพิ่มให้กับมัน

 

"เหมือนว่าข้าจะอยู่ที่นี่นานกว่าที่คิด ดูเหมือนว่ามันเลยกำหนดเวลาสามวันไปแล้ว ป่านนี้วอลอร์ดไวท์ทีธคงกลับมาแล้ว"

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นเมอร์ลินจึงนำตราสัญลักษณ์ที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ออกมา

 

ทันทีที่พลังอักขระถูกกระตุ้น ตราสัญลักษณ์ก็เชื่อมโยงเข้ากับประตูมิติและเปิดมิติเชื่อมต่อไปยังปลายทางสมาคมนักแก้ไข

 

วูบ!

 

ร่างของเด็กน้อยจมหายไปกับมิติของประตู ทิ้งไว้เพียงสายตาของผู้คนที่มองดูเด็กน้อยคนนั้นอย่างสนใจ

 

"เด็กคนนั้นถึงกับเปิดมิติด้วยตัวเอง เขาต้องเป็นลูกหลานของตระกูลระดับสูงแน่ๆ"

 

ผู้คนต่างพูดคุยซุบซิบนินทา พวกเขารู้สึกอิจฉาในทราบสมบัติและโอกาสของเด็กน้อย หลังจากนั้นไม่นานหล่มอสูรก็กลายเป็นเงียบสงบอีกครั้ง

 

เมื่อเมอร์ลินปรากฏตัวยังสมาคมนักแก้ไข

 

ทันทีที่ระดับสูงของสมาคมได้รับรายงาน พวกเขาก็รีบเร่งมาหาเมอร์ลินนั้นทันที

 

เมอร์ลินถูกพาตัวไปพบกับวอลอร์ดไวท์ทีธ

 

ซึ่งวอลอร์ดไวท์ทีธนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ภายในอาคารสมาคมนั้นมีประตูมิติที่เชื่อมต่อที่พักของวอลอร์ดไวท์ทีธ

 

แม้วอลอร์ดไวท์ทีธจะไม่ใช่เมไจระดับตำนานแค่คนเดียว แต่เขานั้นคือผู้นำของเมไจนักแก้ไข

 

เมไจนักแก้ไขหลายคนหวาดกลัวเขา อำนาจของวอลอร์ดไวท์ทีธนั้นไม่ใช่เล่นๆ กระทั่งวอลอร์ดสาขาอื่นก็ยังต้องยำเกรง

 

คงมีเพียงไม่กี่ตัวตนเท่านั้นที่สามารถต่อกรกับเขาได้

 

ภายในมิติที่พัก พลังของวอลอร์ดไวท์ทีธได้ครอบคลุมทั้งหมด

 

ตัวตนระดับครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิเวทย์นั้นได้สร้างแรงกดดันให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก

 

ยิ่งที่ที่เป็นพื้นที่ส่วนตัว เขาก็ยิ่งไม่ต้องเกรงใจที่จะกักเก็บพลัง

 

หลายคนที่เข้ามามิติแห่งนี้จึงได้รับผลกระทบจากแรงกดดันนี้

 

ผู้ที่เข้ามาที่นี่ได้จึงเป็นระดับสูงของสมาคมและมีน้อยนักที่จะมีผู้คุมกฎซักคนโผล่มาที่นี่

 

และเมอร์ลินก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

ที่อยู่ของวอลอร์ดไวท์ทีธคือมิติที่เต็มไปด้วยสวนป่า ภายในมิตินี้มีทั้งทุ่งหญ้า น้ำตกและภูเขา กินเนื้อที่กว้างใหญ่หลายไมล์

 

ใจกลางพื้นที่นั้นปรากฏปราสาทหลังหนึ่ง มันทั้งยิ่งใหญ่และตระกานตาเป็นอย่างมาก

 

ผู้ที่เข้ามาที่นี่ครั้งแรกต่างประทับใจในสถานที่แห่งนี้

 

คงมีแต่เพียงเมอร์ลินที่ยังคงมีใบหน้าสงบนิ่ง และจิตใจปานสายน้ำที่นิ่งสงบ

 

ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งเร้าเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย

 

ระดับสูงหลายคนลอบมองเด็กน้อยอย่างชื่นชม

 

"ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันหรือสิ่งเร้าอารมณ์ก็ไม่สามารถสร้างผลกระทบต่อเด็กน้อยคนนี้ สมแล้วที่วอลอร์ดไวท์ทีธเลือกเขาเป็นลูกศิษย์เองกับมือ"

 

หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ได้เข้าพบวอลอร์ดไวท์ทีธ

 

ทันทีที่เข้าไปในปราสาทเมอร์ลินก็รับรู้สึกพลังอักขระที่ยิ่งใหญ่ แม้ว่าพลังนี้จะคล้ายคลึงกับพลังเวทย์ แต่มันกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิงราวกับเป็นโลกคนละใบกัน

 

เหล่าวอลอร์ดผู้เป็นตัวตนระดับสูงของสมาคมนักแก้ไขพาเมอร์ลินไปยังห้องโถงของปราสาท

 

ทันทีที่ประตูห้องโถงถูกเปิดออก กลิ่นอายพลังที่แข็งแกร่งก็สาดซัดเข้ามาปะทะใบหน้า

 

ห้องโถงนี้มีขนาดใหญ่เกือบครึ่งของสนามฟุตบอลและด้านในสุดมีบัลลังก์ที่ยิ่งใหญ่ตั้งอยู่

 

ตัวตนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ราวกับจะเป็นกลุ่มก้อนพลังที่มหาศาลก้อนหนึ่งที่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่หนักอึ้ง

 

"เข้ามา" น้ำเสียงที่ทรงอำนาจดังออกมาจากด้านใน

 

ทันทีที่ได้ยินคำอนุญาต เหล่าวอลอร์ดก็เคลื่อนย้ายไปยังด้านในของห้องโถง

 

เคลื่อนย้าย! ถูกต้องแล้วมันคือการเคลื่อนย้าย

 

ภายในห้องโถงนั้นมีสภาวะเป็นกลุ่มเมฆที่มีพลังในการเคลื่อนที่ราวกับจะสามารถลอยตัวได้อยู่ตลอดเวลา

 

ภาพของวอลอร์ดไวท์ทีธในสายตาของเมอร์ลินวันนี้ดูแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

 

วอลอร์ดไวท์ทีธไม่ใช่ชายชราที่กระหายในการรับลูกศิษย์

 

เขาไม่ใช่ชายแก่ที่เอาแต่ใจตนเอง

 

แต่ภาพของเขาในวันนี้คือตัวตนที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง

 

นี่คือเหตุผลที่หลายตัวตนหวาดกลัวในตัวเขา

 

นี่คือภาพของเมไจระดับตำนานที่แท้จริง

 

เมื่อเดินเข้าใกล้บัลลังก์ที่ยิ่งใหญ่ ภาพที่เป็นกลุ่มก้อนพลังก็เริ่มชัดเจน

 

ภาพนั้นเหมือนดั่งหมอกควันแต่อัดแน่นไปด้วยพลังที่น่าครั่นคราม

 

เป็นวอลอร์ดไวท์ทีธที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นั้น เขายิ้มให้เมอร์ลินอย่างอ่อนโยนและเอ่ย

 

"ในที่สุดเจ้าก็มา" น้ำเสียงของชายชราอัดแน่นไปด้วยพลังที่ทำให้ผู้คนสั่นสะท้าน

 

ภายในมิติส่วนตัวนี้เขาไม่ต้องการที่จะปิดบังพลังของตนเอง

 

นั่นเพราะเขารู้กาลเทสะ รู้จักแยกแยะว่าที่ไหนคือที่ส่วนรวมหรือที่ส่วนตัว

 

หากเป็นโลกภายนอกเขาจึงไม่อาจที่จะเปิดเผยพลังระดับนี้ออกมาตรงๆ ได้

 

ควรรู้ไว้ว่าวอลอร์ดเช่นเขานั้นคือตัวตนที่เข้าใกล้ขอบเขตของจักรพรรดิเวทย์ ขอเพียงเขาสามารถสลักอักขระอีกไม่กี่ตัวเขาก็จะได้รับบรรดาศักดิ์เป็น "เทพนักบุญ" อย่างแท้จริง

 






.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 10 ภาค 4
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 6
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 956 ครั้ง

29,353 ความคิดเห็น

  1. #28145 tonfonpayaka (@tonfonpayaka) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 23:50
    มันใกล้เคียงกับสิ่งที่ทำให้เอริกเป็นหุ่นเชิด​เชื่อว่สเมอลินต้องช่วยเอริกได้แน่ๆ
    #28145
    0
  2. #28021 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 00:22

    Thank You

    #28021
    0
  3. #28019 conun5557 (@conun5557) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 06:41
    ถ้าน้องเมอร์ให้อักขระซักร้อยสองร้อยจารย์แกจะดูน้องเมอร์เป็นศิษย์อยู่ไหม555
    #28019
    0
  4. #28018 MarkTheLegend (@MarkTheLegend) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 02:11
    มีตอนนี้รอบที่สองที่ไม่ค้าง 555 แต่ก็รออ่านอยู่นะครับ
    #28018
    0
  5. #28017 ZaZang (@gaina-gina) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 00:05
    อยากอ่านต่อแล้ววว
    #28017
    0
  6. #28016 Thank You (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 22:57

    ขอบคุณครับ

    #28016
    0
  7. #28014 now108 (@now108) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 15:28
    ขอบคุณค่ะ^^
    #28014
    0
  8. #28013 Vjllxaa (@Vjllxaa) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 12:19
    เมอลิน เติมทรูอีกรอบ
    #28013
    0
  9. #28012 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 08:56

    เมอร์ลินซะอย่าง หุหุ

    #28012
    0
  10. #28011 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 02:09
    รอตอนต่อไป
    #28011
    0
  11. #28010 Yumi (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 00:42

    ขอบคุณ วันสงกรานต์ ยังลงให้อ่าน ขอบคุณมากค่ะ

    #28010
    0
  12. #28009 จิล (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 23:29

    ได้เจอกันซักที

    #28009
    0
  13. #28008 Saku442274 (@Saku442274) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 21:24
    เมอร์ลินเนี้ยดวงดีจังน้าาา~
    รอเมอร์ลินขโมยความรู้มาเติมความเก่งของตัวเองค่ะ^ ^ ไปให้ถึงเทพนักบุญให้ได้น่ะเมอร์ลิน!!!
    #28008
    0
  14. #28007 Doctor_Gee (@Doctor_Gee) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 21:09

    สวัสดีวันสงกรานต์ ขอให้ประสบแต่โชคลาภ โชคดี สุขภาพแข็งแรง ชีวิตเต็มไปด้วยความรื่นเริง

    #28007
    0
  15. #28006 ben-ketkeaw (@ben-ketkeaw) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 20:55
    เมอลินขอให้เทอโหดมากกว่านี้อีะนะ เอาแบบวอหลอดไวทีนตกใจไปเลย
    #28006
    0
  16. #28005 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 20:54

    เอาตามความคิดเห็น#28,004ได้ใหมอ่าาไรท์:-D
    #28005
    0
  17. #28004 เป็ดน้อยแว่นกลม (@armmooo) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 20:52
    ไรต์ครับ เอาใจคนไม่เล่นน้ำโดยลงวันละ2ได้ไหมครับ 555555+
    #28004
    1
    • #28004-1 Dark_Scythe (@DN_Phufa) (จากตอนที่ 287)
      13 เมษายน 2562 / 21:37
      เห็นด้วยครับ555
      #28004-1
  18. #28003 siney (@asakurayo2004) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 20:44
    ลุ้นตั้งนานว่าจะหนียังไง เมื่อไรจะซ่อมต้นไม้เซียนได้เนี่ย ถ้าเมอร์ลินถึงขั้นร่วงโรยคงไม่ต้องโตแล้ววววววววว
    #28003
    0