เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

ตอนที่ 282 : ภาค 3.2 ตอนที่ 120

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10606
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 928 ครั้ง
    1 เม.ย. 62

เมอร์ลินรับรู้ถึงจิตที่ประสงค์ร้ายต่อเขา แต่ก็ไม่ได้แสดงออกอันใดออกไป

 

เขาเพียงแค่ทำการรออยู่อย่างนิ่งๆ อย่างใจเย็น รอบกายปรากฏพลังสมาธิที่ผู้คนมองไม่เห็นอยู่ตลอดเวลา

 

“พลังสมาธินี้ช่างยอดเยี่ยม มันทำให้ข้าเหมือนอยู่ในสภาวะเข้าฌานอยู่ตลอดเวลา หากต้นไม้เซียนของข้าไม่เสียหาย การบ่มเพาะของข้าจะต้องอยู่ในระดับที่น่าตกตะลึงอย่างแน่นอน” เมอร์ลินคิดในใจอยู่กับตัวเองอย่างเงียบๆ

 

อำนาจของพลังสมาธินั้นลึกล้ำเกินหยั่ง ยิ่งอยู่ในระดับที่สูงผลลัพธ์ยิ่งน่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งประสาทสัมผัสและการทำความเข้าใจนั้นสามารถเข้าถึงความลึกล้ำได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

 

แต่ดูเหมือนว่าความเงียบสงบของเขาจะถูกคนกลุ่มนี้ทำลายลง

 

“เจ้าเด็กน้อย” น้ำเสียงที่ขึงขังกล่าวออกมาราวกับเสียงของอสุนีบาตร

 

สายตาหลายคู่แทบจะมองมายังจุดที่เมอร์ลินยืนอยู่เป็นตาเดียว

 

เด็กน้อยค่อยๆ เงยหน้ามองช้าๆ อย่างใจเย็น ท่าทางของเขานั้นเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเหนือผู้คน

 

"มีธุระอะไรกับข้า" เด็กน้อยเอ่ยและมองอย่างเย็นชา

 

ท่าทางที่ยโสนั้นทำให้วอลอร์ดในชุดขาวคนนั้นคิ้วกระตุก เขายิ้มเหยียดออกมาแล้วเอ่ยต่อว่า

 

"ข้าได้ยินจากลูกน้องของข้าว่าเจ้าทำร้ายเขา" วอลอร์ดคนนั้นพูดด้วยรอยยิ้ม แต่น้ำเสียงของเขาเห็นได้ชัดเจนว่ากำลังคุกคามเด็กน้อย

 

เมอร์ลินหรี่ตาลงแล้วมองไปที่ชายร่างกำยำ เขาเลิกคิ้วขึ้นและเอ่ย

 

"แล้วอย่างไร?"

 

ในตอนนั้นเอง ใบหน้าของวอลอร์ดชุดขาวคนนั้นก็กลายเป็นน่าเกลียด

 

เด็กน้อยคนนี้กำลังท้าเขา?

 

"เจ้า ..."

 

แต่ทว่าก่อนที่วอลอร์ดชุดขาวจะพูดจบ ชายคนหนึ่งผู้สวมใส่ชุดคลุมสีทองก็ปรากฏตัวอย่างฉับพลัน รอบตัวของเขามีกลิ่นอายของพลังอักขระขั้นสีม่วงที่เข้มข้น คุณภาพของมันนับว่าเหนือกว่าเมอร์ลินเลยด้วยซ้ำ

 

เขาคนนี้แน่นอนว่าต้องเป็นวอลอร์ด และอาจผสานอักขระได้มากว่าเมอร์ลิน ระดับของเขาในตอนนี้คาดว่าไม่ต่ำกว่าเมไจระดับกษัตริย์อย่างแน่นอน

 

วอลอร์ดชุดคลุมสีทองปรากฏตัวเบื้องหน้าเมอร์ลินพร้อมด้วยรอยยิ้ม

 

"ขอโทษด้วยที่ทำให้ต้องรอนาน" วอลอร์ดชุดคลุมสีทองเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เขาเหลือบตามองวอลอร์ดชุดขาวด้วยสีหน้าที่เย็นชาและเอ่ยอย่างช้าๆ

 

"มีอะไรกันอย่างนั้นหรือ?"

 

วอลอร์ดชุดขาวกลายไปหน้าซีดเผือด ในใจรู้สึกตกตึงลึงไม่คิดว่าเด็กน้อยคนนี้เป็นคนรู้จักของรองหัวหน้าสมาคมนักแก้ไข

 

"ไม่มีอะไร ข้าขอตัว" วอลอร์ดชุดขาวเอ่ยคำสั้นๆ แล้วรีบจากไปทันที

 

เหล่าเมไจที่ติดตามเขามารวมถึงเปาโลใบหน้าบิดเบี้ยวและรีบตามวอลอร์ดชุดขาวไปในทันที

 

เด็กคนนี้รู้จักกับระดับสูงของสมาคมนักแก้ไข แสดงว่าเบื้องหลังของเขาย่อมไม่ธรรมดา

 

"เกือบไปแล้ว" เปาโลถอนหายใจอย่างโล่งอกและไม่กล้าหันหลังกลับไปมองเด็กน้อยอีกเลย

 

ตั้งแต่ต้นจนจบเมอร์ลินนั้นดูสงบนิ่งเป็นอย่างมาก จนวอลอร์ดชุดคลุมสีทองลอบพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

 

"เชิญท่านเข้าไปด้านใน วอลอร์ดไวท์ทีธได้จัดการให้ทางสมาคมจัดที่พักให้ท่านไว้แล้ว" วอลอร์ดชุดคลุมสีทองกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงความให้เกียรติ

 

แน่นอนว่าเขาต้องรู้ว่าเมอร์ลินนั้นคือใคร

 

แม้ว่าการแข่งขันศึกสัตว์รบอักขระในครั้งนั้น เมอร์ลินจะมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จดจำเขาได้ นอกจากคนที่อยู่ในศูนย์ฝึกทั้งสี่และคนนอกเพียงบางส่วนเท่านั้น

 

เมืองหลวงที่เป็นมหานครแห่งนี้มีคนอาศัยอยู่นับสิบๆ ล้านคน จึงไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่จะไม่รู้จักเมอร์ลิน

 

แต่ไม่ใช่รองหัวหน้าสมาคมนักแก้ไขผู้นี้อย่างแน่นอน

 

เมอร์ลินชะงักเล็กน้อยและเอ่ยถาม

 

"จัดที่พัก?"

 

วอลอร์ดชุดคลุมสีทองยิ้มและเอ่ยต่อ

 

"ท่านวอลอร์ดไวท์ทีธติดภารกิจอีกประมาณครึ่งเดือนถึงจะกลับมา เมื่อถึงเวลานั้นท่านถึงจะถูกแต่งตั้งเป็นลูกศิษย์ของวอลอร์ดไวท์ทีธอย่างเป็นทางการ"

 

"โอ้ ดูเหมือนว่าท่านจะพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว" วอลอร์ดชุดคลุมสีทองเผยสีหน้าประหลาดใจเล็กๆ เมื่อเห็นกลิ่นอายอำนาจสีเขียวของเมอร์ลิน

 

"ยินดีกับท่านด้วยที่สามารถทะลวงขอบเขตขั้นสีเขียวได้ ดูเหมือนว่าหอคอยอักขระทำให้ท่านได้เก็บเกี่ยวผลลัพธ์ที่ดี" วอลอร์ดชุดคลุมสีทองกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ชื่นชม

 

"อายุเพียงแค่นี้สามารถบรรลุขอบเขตขั้นสีเขียวได้ สมแล้วที่ท่านวอลอร์ดไวท์ทีธรับเป็นศิษย์" วอลอร์ดชุดคลุมสีทองลอบกล่าวในใจ

 

เมื่อได้ยินดังนั้นเมอร์ลินก็พยักหน้าและไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา

 

"เช่นนั้นก็เชิญ"

 

คนทั้งสองมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวอาคารทันที

 

ผู้เฝ้าประตูทั้งหมดลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ดีนะที่พวกเขาไม่ได้ไปล่วงเกินเด็กคนนั้น

 

ตลอดเส้นทางเมอร์ลินได้พบกับสิ่งก่อสร้างที่อลังการของอาคารสมาคมนักแก้ไข ที่นี่มีแม้กระทั่งแท่งอักขระปริศนา มีเมไจนักแก้ไขหลายคนมุ่งมั่นที่จะค้นหาคำตอบของปริศนาเพื่อเพิ่มขอบเขตความรู้ของพวกเขา

 

เมไจนักแก้ไขคือเมไจที่แทบจะรู้ทุกศาสตร์ของเมไจ

 

พวกเขาคือผู้ที่ค่อยปรับแต่งวิถีอักขระให้สมบูรณ์ การหาช่องโหว่และค้นหาคำตอบคืองานหลักของพวกเขา

 

เมไจนักแก้ไขมีลักษณะงานที่หลากหลาย และมันมีงานจำนวนมากที่ต้องการให้พวกเขาลงมือทำ

 

ความรู้และประสบการณ์คือสิ่งสำคัญสำหรับพวกเขา

 

วอลอร์ดชุดคุลมสีทองมาส่งเมอร์ลินที่ห้องพักที่ได้จัดเตรียมไว้ ก่อนจะจากกันเขาได้ให้ของสิ่งหนึ่งแก่เมอร์ลิน

 

"นี่คือเกียร์สื่อสารที่ใช้สำหรับติดต่อสมาคม หากท่านมีเรื่องรบกวนใจ ท่านสามารถติดต่อมายังสมาคมได้"

 

"ขอบคุณ"

 

เมื่อมอบเกียร์สื่อสารให้กับเมอร์ลิน วอลอร์ดคนนั้นก็จากไปในทันที

 

ดูเหมือนว่าอีกครึ่งเดือนนี้ เมอร์ลินจะต้องทำการรอวอลอร์ดไวท์ทีธอีกครั้ง

 

"ภารกิจของเขาคืออะไรกันแน่ ไม่ว่าครั้งใด ข้าก็จะได้ยินว่าเขาติดภารกิจอยู่เสมอ" เมอร์ลินเริ่มแปลกใจกับภารกิจของผู้เป็นว่าที่อาจารย์

 

ในตอนนั้นผู้คุมกฎโยดาบอกว่าวอลอร์ดไวท์ทีธใกล้จะทำภารกิจเสร็จแล้ว แต่ไม่ว่าเมื่อไหร่ภารกิจของชายชราก็ไม่เสร็จเสียที

 

ภารกิจของวอลอร์ดไวท์ทีธนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

 

"เหลือเวลาอีกครึ่งเดือน ยังพอมีเวลาให้ทำความเข้าใจวิถีอักขระที่สองไมไจในตำนานได้ทิ้งไว้ ข้ารู้สึกว่าวิถีบ่มเพาะของเซียนโอสถสงป้าสามารถผสานเข้ากับศาสตร์อักขระทั้งสองนี้ได้"

 

ภายในหัวของเมอร์ลินมีความคิดนับร้อยแล่นอย่างฉับไว

 

ไม่รอช้าเมอร์ลินรีบปิดด่านฝึกฝน นั่งสมาธิตัวตรงราวกับกระบี่ปลดปล่อยพลังสมาธิที่เฉียบคม ความคิดแล่นอย่างรวดเร็วราวกับแสงของดวงดาว

 

วิถีควบคุมระยะไกลคือวิถีอักขระที่สร้างขึ้นเพื่อประทับร่างกายของผู้ใช้ให้เพิ่มพลังความแม่นยำในการควบคุมระยะไกล

 

วอลอร์ดฟรีซเซอร์คือเมไจนักสู้ในตำนาน อาวุธที่เขาใช้คือธนูวิถีไกล เขาใช้วิถีอักขระนี้ควบคุมลูกธนูให้โจมตีได้อย่างแม่นยำ สามารถยิ่งลูกธนูได้มากกว่าสิบดอกในครั้งเดียว หรือแม้กระทั่งควบคุมธนูหนึ่งดอกให้แยกออกไปหลายๆ ดอกได้อย่างใจ

 

จุดสำคัญของวิถีอักขระนี้คือการใช้พลังสมาธิแยกความคิด คล้ายกับวิชาหนึ่งจิตสองใจ กระทำหลายๆ สิ่งได้ในเวลาพร้อมๆ กัน

 

วิถีอักขระนี้จึงจำเป็นต้องใช้พลังสมาธิที่มากกว่าปกติ อีกทั้งยังต้องฝึกฝนให้เชี่ยวชาญระดับสูง ถึงจะให้ผลลัพธ์ที่ดี วิถีอักขระนี้จึงจัดอยู่ในวิถีอักขระชั้นสูงสำหรับเมไจนักต่อสู้

 

เมื่อวอลอร์ดฟรีซเซอร์มอบวิถีอักขระนี้ให้กับเมอร์ลิน แน่นอนว่าเขาต้องมันใจว่าเมอร์ลินจะสามารถฝึกฝนมันได้

 

ส่วนวิถีอักขระสะกดสัตว์อสูรที่เป็นวิถีอักขระที่วอลอร์ดวูคอนมอบให้

 

วอลอร์ดวูคอนคือเมไจนักฝึกสัตว์ในตำนาน วิถีอักขระนี้จึงเป็นวิถีอักขระชั้นสูงเช่นเดียวกัน

 

ผลลัพธ์ของวิถีอักขระนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การทำให้สัตว์รบหรือสัตว์อสูรหยุดชะงัก มันสามารถใช้วิถีอักขระประทับเข้าไปที่ร่างของสัตว์อสูรเพื่อทำให้สัตว์อสูรหยุดชะงักชั่วครู่ สร้างโอกาสให้ผู้ใช้โจมตีหรือหลบหนี

 

หากผู้ใช้ฝึกวิถีอักขระได้จนถึงขั้นเชี่ยวชาญ ผู้ใช้สามารถทำให้สัตว์อสูรคล้อยตามได้ในช่วงเวลาหนึ่ง สามารถสั่งการให้สัตว์อสูรตนนั้นโจมตีภายใต้อาณัติได้

 

ทั้งสองวิถีอักขระล้วนเป็นวิถีอักขระชั้นสูงที่ไม่ธรรมดา มันไม่สามารถฝึกฝนได้ง่ายๆ

 

"แต่หากนำวิถีอักขระเหล่านี้ควบรวมเข้ากับวิถีการบ่มเพาะของเซียนโอสถสงป้า มีความเป็นไปได้ว่ามันจะผสานกันได้"

 

ดวงตาของเมอร์ลินสว่างขึ้น ภายในหัวค่อยๆ ศึกษาวิถีการบ่มเพาะของเซียนโอสถสงป้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน

 

เซียนโอสถสงป้าคือเซียนโอสถที่อยู่ในขอบเขตนภาเซียนผู้หนึ่ง โดยปกติแล้วเซียนโอสถจะมีพลังรบที่อ่อนแอกว่าเซียนทั่วไป แต่เซียนโอสถสงป้าไม่ใช่

 

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเซียนโอสถ แต่ประสบการณ์ในด้านการรบเขานั้นสามารถเอาชนะเซียนต่อสู้ในระดับเดียวกันได้ หรือแม้กระทั่งสามารถคุกคามเซียนที่มีระดับสูงกว่าหนึ่งถึงสองขั้นด้วยซ้ำ

 

ความน่ากลัวของเขาเป็นที่น่าเกรงขามของเหล่าเซียน

 

เมอร์ลินไม่สามารถศึกษาเส้นทางการบ่มเพาะระดับสูงของเซียนโอสถสงป้าได้ เพราะเขานั้นอยู่ในขอบเขตนภาเซียน การฝึกวิชาในขอบเขตนภานั้นเต็มไปด้วยเงื่อนไขที่มากมาย

 

จากผู้ฝึกตนกลายเป็นครึ่งเซียนจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนตัดสวรรค์เสียก่อน ผู้ฝึกตนจำเป็นต้องสร้างวิญญาณเซียนขึ้นมาถึงจะสามารถผ่านขอบเขตนภานี้ได้

 

มันจึงไม่แปลกใจที่ในชีวิตก่อนเมอร์ลินเกิดความล้มเหลวในขั้นตอนนี้ เพราะเขาไม่มีวิญญาณเซียน แต่โชคดีที่สวรรค์ได้ให้โอกาสเขาอีกครั้งให้กลับมาเริ่มบ่มเพาะใหม่

 

นอกจากนี้การทะลวงขอบเขตนภาเซียน ครึ่งเซียนคนหนึ่งจำเป็นต้องทำการเสาะหาชะตาค้นหาเต๋าของตนเองให้ได้เสียก่อน

 

วิชาของเซียนโอสถสงป้าจึงได้มีขั้นตอนที่ใช้ทั้งวิญญาณเซียนและเต๋าในการบ่มเพาะ

 

เมอร์ลินในตอนนี้ยังเป็นแค่ผู้ฝึกตน เขาไม่มีทั้งวิญญาณเซียนและเต๋าเป็นของตนเอง การฝึกวิชาของเซียนตอนนี้จึงเป็นเรื่องที่เพ้อฝันเท่านั้น

 

เขาจึงได้หันมาใส่ใจประสบการณ์ของเซียนโอสถสงป้าในช่วงที่เขายังเป็นผู้ฝึกตน

 

เมอร์ลินได้เห็นการบ่มเพาะอันน่าตื่นตะลึง

 

เซียนโอสถสงป้าเริ่มต้นบ่มเพาะด้วยเม็ดยา แต่เม็ดยาของเขานั้นพิเศษกว่าของนักปรุงยาทั่วไป เพราะเม็ดยาของเขานั้นใช้วิญญาณอักขระในการปรุงยา ทำให้เม็ดยาถูกเคลือบด้วยพลังอักขระ ประสิทธิภาพจึงเหนือกว่านักปรุงยาคนอื่นอยู่มาก

 

เมอร์ลินรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย ที่เขาไม่มีความพร้อมที่จะปรุงยา

 

ไม่ว่าจะเป็นเปลวไฟที่เหมาะสม เตาปรุงยาที่สามารถใช้ได้ หรือวัตถุดิบสมุนไพรที่ต้องการ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่โลกนี้ไม่สามารถหาได้

 

แต่ทว่ากลับมีสิ่งหนึ่งที่เมอร์ลินรู้สึกสนใจในวิถีการปรุงยาของเซียนโอสถสงป้า

 

นั่นก็คือ "วิญญาณอักขระ"

 

เมอร์ลินมองเห็นวิญญาณอักขระของเซียนโอสถสงป้าเหมือนดั่งสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่ล่องไปทั่วเตาปรุงยา ร่างของมันผสานเข้ากับเปลวไฟ และทั้งอักขระสลักเข้าไปในเม็ดยาได้อย่างแนบเนียน

 

ทำให้เม็ดยาของเซียนโอสถสงป้านั้นไร้ที่ติ

 

วิญญาณอักขระเหมือนดั่งสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งที่ถูกเซียนโอสถสงป้าควบคุม

 

"หากข้าสามารถสร้างวิญญาณอักขระได้อย่างเซียนโอสถสงป้า ข้าก็จะประยุกต์ใช้มันในด้านต่อสู้ได้"

 

เมอร์ลินลืมตาขึ้น ในดวงตาปรากฏความเข้าใจบางอย่างที่น่าตื่นตะลึง

 

ไม่รอช้าเมอร์ลินรีบค้นหาอักขระวิญญาณที่อยู่ในคลังสมบัติของเขาทันที

 

แม้ว่าเมอร์ลินจะมีอักขระวิญญาณอยู่ไม่กี่สิบตัว แต่เขามั่นใจว่าหนึ่งในพวกมันจะมีคุณสมบัติในการสร้างดวงวิญญาณขึ้นมาได้

 

ดังเช่นก่อนหน้านี้ที่เขาเคยสร้างนกน้อยแอรีสขึ้นมาแล้ว

 

สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

 

ร่างของเด็กน้อยยังคงสงบนิ่งไม่ไหวติง บรรยากาศรอบๆ ห้องเต็มไปด้วยกลิ่นอายของพลังสมาธิที่มีมนต์ขลัง สามารถสะกดผู้คนให้รู้สึกเคารพได้

 

เมอร์ลินไม่รู้ว่ายิ่งเขาอยู่ในสภาวะนี้เขาก็ยิ่งเพิ่มพลังสมาธิขึ้นมาอย่างช้า แม้มันจะเป็นการเพิ่มไม่กี่หน่วย แต่มันก็คือว่าเป็นการเพิ่มที่รวดเร็วเป็นอย่างมากสำหรับเมไจในดินแดนแห่งนี้

 

ห้าวันผ่านไป

 

ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม เมอร์ลินไม่ได้ขยับไปจากที่เดิมเลยแม้แต่น้อย

 

เจ็ดวันผ่านไป

 

สิบวันผ่านไป

 

สิบเอ็ดวัน สิบสองวัน

 

จนมาถึงวันที่สิบสาม ดวงตาสีน้ำเงินก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น

 

แวบแรกที่ลืมตาขึ้นมาดวงตาของเมอร์ลินก็ปรากฏแสงสว่างแห่งปัญญา

 

พลังสมาธิของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างน่าตกใจ

 

ภายใต้ความสงบเรียบนิ่ง นั้นสร้างแรงกดดันมหาศาลกดทับลง

 

มือน้อยสะบัดเคลื่อนไหว ความเร็วของมันกลายเป็นแสงกระพริบถี่ๆ อักขระมากมายปรากฏเรียงรายออกมาเป็นเส้นสาย

 

ยิ่งอักขระปรากฏมากขึ้น อากาศก็พลันเกิดคลื่นกระเพื่อมอย่างล้นหลาม จนทั่วบริเวณเกิดการสั่นไหวไม่ยอมหยุด

 

ดีที่ว่าที่นี่คือห้องที่เป็นมิติแห่งหนึ่ง แรงสั่นสะเทือนนี้จึงไม่มีผลต่อโลกภายนอก

 

พริบตาอักขระมากมายก็ปรากฏไปทั่วบริเวณราวกับแสงของทางช้างเผือก

 

นิ้วทั้งสิบของเมอร์ลินเคลื่อนไหวราวกับสายน้ำ ทั้งนิ่มนวลทั้งอ่อนโยน แต่ทว่ากลับเต็มไปด้วยความเป็นระบบระเบียบ สร้างวิถีอักขระที่น่าตื่นตะลึงขึ้นมา

 

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

 

ครืน!

 

ฮวง!

 

กลางอากาศก็ปรากฏดวงแสงสีขาวที่เต็มไปด้วยคลื่นวิญญาณอันน่าหวาดหวั่น รอบๆ ดวงแสงดวงนั้นปรากฏอักขระมากมายส่องประกายระยิบระยับ มองเห็นเป็นภาพวิถีอักขระเคลื่อนไหวไปมาราวกับภาพเพ้อฝัน

 

"สำเร็จ"

 

เวิง!

 

เหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ใจยังไม่จบสิ้น

 

ทันใดนั้นเองท้องฟ้ากลางมิติภายในห้องนี้ก็มีเสียงบรรเลงของเครื่องดนตรีที่ราวกับดังมาจากสวรรค์

 

เพียงเวลาไม่นานกลางอากาศก็บังเกิดร่างเงาของทวยเทพที่ส่องแสงรัศมีจนทำให้วิญญาณภายในรู้สึกสะท้าน

 

เหตุการณ์นี้คือ ...

 

ทวยเทพศักดิ์สิทธิ์อำนวยพร!







.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 10 ภาค 4
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 6
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 928 ครั้ง

29,588 ความคิดเห็น

  1. #27997 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 282)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 13:19

    THANK YOU

    #27997
    0
  2. #27841 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 282)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 14:12
    เมอลินสุดยอดของสุดยอดจริงๆ
    #27841
    0
  3. #27824 Noong7 (@Noong7) (จากตอนที่ 282)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 15:53
    ค้นพบอีกแล้ววววว
    #27824
    0
  4. #27823 foonthippawan18 (@foonthippawan18) (จากตอนที่ 282)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 13:32
    ไรท์​รีบมาต่อนะค่าา
    #27823
    0
  5. #27820 blueLemonsoda (@kikuza004) (จากตอนที่ 282)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:23
    เก่งมากน้องเมอร์
    #27820
    0
  6. #27819 Thank You (จากตอนที่ 282)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 21:58

    ขอบคุณครับ

    #27819
    0
  7. #27818 pss933 (@pss933) (จากตอนที่ 282)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 20:21
    อักขระวิญญาณกับวิญญาณอักขระต่างกันอย่างไงครับ
    #27818
    2
    • #27818-1 mikiton (@mikiton) (จากตอนที่ 282)
      2 เมษายน 2562 / 07:33
      น่าจะต่างกันตรงที่วิญญาณอักขระเป็นของฝ่ังเซียน แต่อักขระวิญญาณเป็นส่วนหนึ่งในผู้ใช้อักขระในโลกที่เมอลินอยู่ตอนนี้มั้งครับ
      #27818-1
    • #27818-2 386187 (@386187) (จากตอนที่ 282)
      2 เมษายน 2562 / 09:12
      อักขระวิญญาณเกิดอยุ่ในฝั่งวิญญาณ วิญญาณอักขระเกิดจาก อักขระวิญญาณ
      #27818-2
  8. #27817 ESTKUNG17 (@ESTKUNG17) (จากตอนที่ 282)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 20:16
    นึกว่าจะมีฉากโชว์เทพซะแล้วววววววววววววววววววววววว
    #27817
    0
  9. #27814 intheone (@intheone) (จากตอนที่ 282)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 16:14
    อยากดูต่อ
    #27814
    0
  10. #27812 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 282)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 12:49

    เมอร์ลินผู้ใฝ่รู้ สุดเจ๋งอ่ะ

    #27812
    0
  11. #27811 khemika2727 (@khemika2727) (จากตอนที่ 282)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 12:22
    อีกแล้ว555 เมอร์ลินสุดยอดดด
    #27811
    0
  12. #27810 Lenning (@Lenning) (จากตอนที่ 282)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 11:30
    จะโชคดีเกินไปละนะ555
    #27810
    0