เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

ตอนที่ 280 : ภาค 3.2 ตอนที่ 118

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11638
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1059 ครั้ง
    27 มี.ค. 62


เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจที่หอคอยอักขระกลายเป็นของวิเศษอย่างหนึ่งของเผ่าเทพ

 

มันถูกสร้างด้วยรูปแบบอักขระพิเศษ

 

มันสามารถช่วยให้เมไจที่เข้ามาฝึกฝนเพิ่มความสามารถในการสลักอักขระลงบนวงเวทย์ได้

 

โดยปกติแล้วเมไจแต่ละคนจะทำการสลักอักขระเวทย์แต่ละตัวพวกเขาต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งอาทิตย์ แต่ถ้าหากเป็นผู้มีพรสวรรค์ อย่างน้อยพวกเขาอาจจะสามารถทำการสลักอักขระเวทย์หนึ่งตัวได้ภายในสามวัน

 

ยิ่งเป็นอักขระเวทย์ระดับโบราณด้วยแล้ว มันเป็นอักขระที่มีพลังมหาศาลและไม่สามารถคำนวณระยะเวลาการสลักอักขระได้

 

แต่เมื่อได้เข้าสู่หอคอยอักขระที่เป็นพื้นที่พิเศษความเร็วในการสลักก็จะถูกเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ

 

เมอร์ลินที่เดิมที่สามารถสลักอักขระเวทย์ระดับโบราณใช้เวลาไปหลายชั่วโมงต่อหนึ่งตัว แต่ทว่าตอนนี้เขากลับใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นก็สามารถสลักอักขระลงบนวงเวทย์บ่มเพาะได้แล้ว

 

"เยี่ยมมาก ข้าจะใช้โอกาสนี้สลักอักขระระดับโบราณทั้งหมดที่มีรวมทั้งที่อยู่ที่นี่ด้วย"

 

ใบหน้าของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความลิงโลด ร่างกายมีแสงวูบวาบส่องประกายเฉิดฉายราวกับแสงของดวงดาวบนท้องฟ้า

 

อักขระเวทย์ระดับโบราณตัวแล้วตัวเล่าถูกทำความเข้าและส่งผ่านเข้าสู่วงเวทย์บ่มเพาะที่อยู่ภายในร่าง

 

เวลาผ่านไป

 

ดวงตาเล็กๆ นั้นค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภายในดวงตาราวกับมีคลื่นวนนับไม่ถ้วนปรากฏอย่างสลัวๆ เลือนลาง

 

"อืม วงเวทย์บ่มเพาะวงแรกถึงขีดจำกัดแล้ว ได้เวลาสร้างวงเวทย์บ่มเพาะวงถัดไป"

 

เมอร์ลินในตอนนี้มีระดับการบ่มเพาะพลังเวทย์เพียงแค่ระดับนักเวทย์เท่านั้น การที่การบ่มเพาะพลังเวทย์ของเขาถูกทำลายและเริ่มสร้างใหม่ มันมีข้อดีอยู่ในนั้น

 

โดยทั่วไปแล้วการสลักอักขระลงบนวงเวทย์บ่มเพาะนั้นสามารถสลักลงไปกี่อักขระก็ได้ แต่ทว่าการสลักนั้นจะค่อยๆ เพิ่มความยากขึ้นหลายเท่าตัว

 

ดังนั้นแล้วการสลักอักขระเวทย์ลงบนวงเวทย์บ่มเพาะของเผ่าเทพ จึงนิยมเริ่มสลักในตั้งแต่เริ่มต้นการบ่มเพาะพลังเวทย์

 

ทุกๆ ครั้งที่วงเวทย์บ่มเพาะถูกสร้างขึ้น นั่นจะทำให้การสลักอักขระเวทย์นั้นง่ายยิ่งขึ้น

 

สำหรับเมอร์ลินในตอนแรกเขาเริ่มสลักอักขระเวทย์ในตอนที่อยู่ขอบเขตจอมเวทย์ แม้เขาจะสามารถสลักอักขระเวทย์ลงไปได้มากก็จริง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งมันจะเกิดทางแคบที่ยากขึ้น จนทำให้รู้สึกเหมือนกับว่ามันไม่สามารถสลักอักขระลงบนวงเวทย์บ่มเพาะได้อีกต่อไป

 

วิธีเดียวที่จะทำให้เมอร์ลินสลักอักขระได้ง่ายขึ้นจึงต้องเลื่อนระดับไปขอบเขตมหาจอมเวทย์

 

แต่เมื่อโชคชะตาพลิกผัน

 

ในโชคร้ายยังมีความโชคดี

 

เมอร์ลินต้องเริ่มต้นใหม่กับการบ่มเพาะพลังเวทย์ สร้างวงเวทย์ขึ้นมาใหม่

 

เขาเริ่มสลักอักขระมาตั้งแต่เริ่มแรก และเมื่อถึงทางตัน เขาก็ได้ควบรวมวงเวทย์และเข้าสู่ขอบเขตใหม่

 

นั่นจึงทำให้การบ่มเพาะของเมอร์ลินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

เมอร์ลินใช้จิตเวทย์ที่เก็บสะสมออกมาและดึงดูดพลังของมันนำมาสร้างวงเวทย์วงใหม่ขึ้น

 

ทำให้ความเร็วในการสลักอักขระเวทย์ของเขานั้นรวดเร็วเป็นอย่างมาก

 

ยังไม่ผ่านพ้นไปถึงหนึ่งวันเขาก็สามารถผสานอักขระระดับโบราณที่ไม่ซ้ำกับที่เขามีไว้ได้ทั้งหมด

 

อักขระโบราณร้อยกว่าตัวในหอคอยอักขระถูกเมอร์ลินเก็บเกี่ยวอย่างตระกะตระกาม

 

เวลาของเขายังมีเหลือ

 

เมอร์ลินเริ่มสลักอักขระเวทย์ระดับโบราณห้าพันกว่าตัวที่สะสมมาทันที

 

ภายในมิติหอคอยอักขระเกิดแสงหลากสีสัน อากาศถูกทำให้สั่นสะเทือน พื้นที่ว่างเกิดเสียงดังครึกโครม

 

เมอร์ลินยังคงสลักอักขระเวทย์ระดับโบราณของเขาลงบนวงเวทย์บ่มเพาะไปเรื่อยๆ ราวกับสายน้ำที่ไหลลงสู่มหาสมุทร

 

ไม่เพียงการสลักอักขระของเมอร์ลินที่ไหลราวกับสายน้ำ กาลเวลาก็ด้วยเช่นกัน

 

วูบ!

 

ร่างของเมอร์ลินหายไปจากมิติหอคอยอักขระ

 

เมื่อเขารู้สึกตัวอีกที ก็พบว่าได้มาปรากฏที่ชั้นแรกของหอคอยแล้ว

 

ความรู้สึกของเมอร์ลินในตอนนี้ช่างไม่ต่างไปจากก่อนที่เขาจะมาถึงนัก

 

ภายในความคิดและสมองปรากฏความว่างเปล่า

 

เขาใช้เวลาอยู่นานกว่าความรู้สึกจะไล่เรียงจนครบสมบูรณ์

 

"จริงอย่างที่ผู้คุมกฎโยดาบอก เมื่อออกจากมิติหอคอยอักขระแล้ว ความจำทั้งหมดที่อยู่ที่นั้นจะถูกลบเลือน ตอนนี้ไม่ว่าข้าจะคิดถึงเหตุการณ์ที่อยู่ข้างในยังไงก็คิดไม่ออก รูปแบบอักขระที่เผ่าเทพสร้างขึ้นช่างพิสดารยิ่ง"

 

เมอร์ลินทอดสายตาออกไปรอบๆ ชั้นแรกของหอคอย ด้วยใบหน้ามีความรู้สึกเลื่อมใส

 

 

ไม่รอช้า เขารีบตรวจสอบการบ่มเพาะของเขาในทันที

 

ดวงตาของเด็กน้อยเบิกกว้างขึ้น ใบหน้าปรากฏความประหลาดใจ

 

"ข้าบ่มเพาะพลังเวทย์มาถึงขอบเขตนักรบเวทย์แล้ว มิหนำซ้ำภายในวงเวทย์เหล่านี้ยังปรากฏพลังอักขระที่อัดแน่นอยู่ด้วย"

 

เมอร์ลินกวาดตามองอย่างลวกๆ ภายในใจปรากฏความรู้สึกตื่นเต้น

 

"สามพันหนึ่งร้อยอักขระ!"

 

"ข้าสลักพวกมันได้ถึงขนาดนี้แล้ว"

 

เมอร์ลินสำรวจซ้ำหลายๆ ครั้งเพื่อให้แน่ใจ แต่ไม่ว่าเขาจะทำการตรวจสอบซ้ำกี่รอบ ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม

 

ด้วยพลังอักขระระดับนี้ทำให้อำนาจอักขระของเขาล้ำหน้าผู้คุมกฎหลายคนอย่างไม่ติดฝุ่น กระทั่งสามารถวัดฝีมือกับวอลอร์ดระดับต้นที่อยู่มานานได้

 

สลักอักขระเวทย์หนึ่งพันตัวคือจุดเริ่มต้นของวอลอร์ด ขอเพียงสลักอักขระได้ครบหนึ่งหมื่นตัวเมไจคนนั้นก็จะได้รับสมญานามเทพนักบุญ และครบหนึ่งแสนตัวกลายเป็นเทพอักขระ

 

เมไจในตำนานหลายคนล้วนเป็นตัวตนที่อยู่มานาน การบ่มเพาะสลักอักขระของพวกเขาล้วนอยู่ในระดับที่เข้าใกล้หนึ่งหมื่นอักขระ พลังรบจึงนับได้ว่าเทียบเท่าครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิเวทย์

 

กระทั่งบางคนที่ยังสลักอักขระไม่ครบหนึ่งหมื่นตัวอักขระ แต่ทว่ากลับสามารถมีกลิ่นอายที่เทียบเท่าจักรพรรดิเวทย์ ดังเช่นวอลอร์ดซูดาน หัวหน้าสภา 108 ประตูแดนเทพ

 

ทั้งนี้เพราะเขาสลักอักขระระดับโบราณไปมาก พลังรบจึงล้ำหน้าเมไจที่สลักด้วยอักขระระดับธรรมดาทั่วไป

 

หากเมอร์ลินสามารถสลักอักขระเข้าใกล้หนึ่งหมื่นตัวอักษรด้วยอักขระเวทย์ระดับโบราณทั้งหมด พลังรบของเขาอาจจะสามารถเทียบเท่าจักรพรรดิเวทย์ที่แท้จริงได้ ครั้นมีพลังที่มากพอที่จะสามารถต่อต้านยากีร่าที่อยู่ในเทือกเขาไร้ทัดทานได้แล้ว

 

แต่มันก็เป็นเพียงการต่อต้าน ไม่ใช่การคุกคาม

 

การที่จักรพรรดิเวทย์ที่พึ่งบรรลุจะสามารถคุกคามสัตว์อสูรอย่างยากีร่าที่เป็นจักรพรรดิเวทย์ที่อยู่มานานได้นั้นเป็นแค่เรื่องเฟ้อฝัน

 

แต่การจะต่อต้านสักชั่วครู่ชั่วยามนั้นย่อมเป็นไปได้

 

อนาคตยังอีกยาวไกล ชีวิตของผู้ฝึกตนนั้นยาวนานไม่ต่างจากสัตว์อสูรมากนัก ไม่แน่ว่าซักวันเมอร์ลินอาจจะไปชำระหนี้ที่ติดค้างอยู่กับยากีร่าซักวันก็ได้

 

ขอบเขตนักรบเวทย์หนึ่งวงเวทย์ สลักอักขระเวทย์ระดับโบราณสามพันหนึ่งร้อยตัว

 

ในสายตาของผู้สูงศักดิ์ที่มองลงมา พวกเขานั้นอาจมองเห็นแค่เพียงอักขระหนึ่งร้อยตัวได้

 

นัยน์ตาของเมอร์ลินเป็นประกาย ครานั้นจึงตัดสินใจกระทำบางอย่าง

 

มือน้อยแตะไปที่รอยสักรูปเถาวัลย์

 

ทันทีที่รอยสักถูกกระตุ้น ทั่วทั้งร่างของเมอร์ลินก็ถูกย้อมไปด้วยแสงสีขาวและเจือไปด้วยประกายแสงสีเขียว

 

รอบๆ กายปรากฏอำนาจสีเขียวที่สดใสราวกับจะเป็นแก่นแท้

 

ร่างเล็กสูดลมหายใจเข้าลึกและปลดปล่อยออกมา

 

"มันถึงเวลาที่ข้าจะเปิดเผยอำนาจเล็กๆ ของตัวเองแล้ว" เมอร์ลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม

 

เขาได้ตัดสินใจแล้วว่าจะแสดงฐานะผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว

 

"นี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะเปิดเผยอำนาจนี้ การใช้หอคอยอักขระเป็นข้ออ้างนั้นทำให้การเปิดเผยนี้อยู่ในขั้นที่แนบเนียน เมไจฝึกหัดคนนึงสามารถบรรลุขอบเขตขั้นสีเขียวในหอคอยอักขระได้ เรื่องนี้เมื่อถูกกล่าวออกมา ผู้คนย่อมรู้สึกสมเหตุสมผล ไม่แปลกใจเป็นแน่"

 

เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น เด็กน้อยก็ยืดอกเดินหลังตรงไปยังทางออกของหอคอย

 

เขามุ่งหน้าไปยังอาคารนักปรุงยาทันที

 

การที่บรรลุขอบเขตขั้นสีเขียวได้ คนแรกที่ต้องรู้จะต้องเป็นอาจารย์ของเขา

 

ในระหว่างทางที่เมอร์ลินใช้เกียร์สีดำเหาะเหินออกไป

 

ผู้คนในศูนย์ฝึกเมไจล้วนจำเขาได้

 

ด้วยชื่อเสียงของจอมเสียบผู้เป็นวีรบุรุษของศูนย์ฝึกแดนตะวันออก น้อยนักที่จะไม่มีคนรู้จักเขา

 

ผู้คนที่อยู่ตามรายทางรู้สึกเสียวสันหลังวูบเมื่อเมอร์ลินบินผ่าน

 

อำนาจสีเขียวนั้นสร้างแรงกดดันให้กับเมไจฝึกหัดที่อยู่เบื้องล่าง

 

บางคนี่ตั้งแง่กับเมอร์ลิน ใบหน้าของพวกเขากลายเป็นหน้าเกลียด รีบก้มหน้าลงไม่กล้ามองจอมเสียบตรงๆ

 

"คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะสามารถเข้าสู่ขอบเขตขั้นสีเขียวได้แล้ว" ชายคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงทึ่งๆ นัยน์ตามีทั้งรู้สึกครั่นครามและอิจฉาไปพร้อมๆ กัน

 

"เหอะ การได้เข้าไปฝึกในหอคอยอักขระตั้งสามวันแล้วสามารถเป็นผู้คุมกฎได้นั้นไม่ใช่เรื่องแปลก ต่อให้เป็นข้าก็สามารถทำเช่นนั้นได้" ชายอีกคนกล่าวด้วยความรู้สึกที่อิจฉา

 

เขาคือหนึ่งในคนที่เคยถูกจอมเสียบย่ำยี แม้ว่าจอบเสียบจะเป็นวีรบุรุษของศูนย์ฝึก แต่เขาก็ไม่อาจสะกัดกั้นความไม่พอใจในครั้งนั้นได้

 

ชายอีกคนยิ้มเยาะและไม่เอ่ยคำใดออกมา

 

เมื่อเมอร์ลินบินผ่าน ผู้คนก็ค่อยๆ สลายตัวไป

 

อาคารนักปรุงยา

 

"ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม!" เสียงของผู้คุมกฎโยดาเต็มไปด้วยความแช่มชื่น ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มอย่างล้นหลาม

 

"ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะสามารถทะลวงขอบเขตขั้นสีเขียวได้ เจ้าในตอนนี้จึงเป็นว่าทีผู้คุมกฎ สามารถรับสมญานับเทียบเท่าอาจารย์ผู้นี้ได้แล้ว" เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ผู้คุมกฎโยดาก็มีใบหน้าหมองเศร้า ภายในใจปรากฏความรู้สึกเสียดาย

 

แต่เมื่อคิดถึงใบหน้าของวอลอร์ดไวท์ทีธแล้ว ความค่อนแค้นใจก็ค่อยๆ หายไป

 

หากเมไจในตำนานคนหนึ่งต้องการ ผู้คุมกฎเล็กอย่างเขาไม่ใช่อะไรที่จะไปขัดขวางได้

 

ชายชราสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วปลดปล่อยออกมาในครั้งเดียว เมื่อสติตั้งมั่น ใบหน้าของเขาจึงกลับมายิ้มแย้ม

 

เมื่อลูกศิษย์ของเขาได้ดี เขาผู้เป็นอาจารย์ควรต้องส่งเสริม

 

"ทำไมตอนนี้ข้าถึงเป็นได้แค่ว่าผู้คุมกฎ ไม่ใช่ผู้คุมกฎที่แท้จริง หรือไม่ยังมีขั้นตอนอื่นๆ อีก" ใบหน้าที่ไร้อารมณ์กล่าวออกมาอย่างสัย

 

ชายชรายิ้มและเอ่ยตอบ

 

"ที่ตอนนี้เจ้าเป็นเพียงแค่ว่าที่ นั่นเป็นเพราะว่าเจ้าต้องไปลงทะเบียนรับรองต่อสภา 108 ประตูแดนเทพและจะต้องมีผู้รับรองการฝึกฝนของเจ้า" ผู้คุมกฎโยดาถอนหายใจอีกครั้งหนึ่ง

 

"ความจริงแล้วผู้ที่จะต้องรับรองฐานะของเจ้าควรจะเป็นข้า แต่เมื่อข้าได้ทำสัญญายกเจ้าให้กับวอลอร์ดไวท์ทีธแล้ว จึงต้องเป็นเขาที่ต้องเป็นผู้รับรอง"

 

เมอร์ลินรับรู้ถึงความโศกเศร้าของผู้คุมกฎโยดา

 

"ท่านจะยังคงเป็นอาจารย์ของเขา"

 

คำพูดสั้นๆ นั้นทำให้ผู้คุมกฎโยดาหวั่นไหว ภายในใจเกิดความรู้สึกปิติและกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

 

ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างศิษย์อาจารย์

 

ผู้คุมกฎโยดาให้คำแนะนำเมอร์ลินเป็นอย่างดี อีกทั้งยังให้คำชี้แนะเรื่องการเล่นแร่แปรธาตุแก่เมอร์ลิน เพราะรู้ว่าลูกศิษย์ตัวน้อยของเขามีความสนใจในเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก

 

ทั้งคู่ไปที่สวนสมุนไพรของชายชรา

 

ผู้คุมกฎโยดาอนุญาตให้เมอร์ลินเก็บเกี่ยวสมุนไพรที่อยู่ที่นี่ได้ อีกทั้งยังให้คำแนะนำในการบ่มเพาะพวกมันอีกด้วย

 

การจะเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุได้นั้น สิ่งสำคัญคือวัตถุดิบ

 

ด้วยกฎของการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน จึงทำให้นักเล่นแร่แปรธาตุจำเป็นต้องมีทุนอันมหาศาลเพื่อการทดลองของเขา

 

ผู้คุมกฎโยดานับว่าสนับสนุนเมอร์ลินในทุกๆ ทาง

 

เริ่มแรกจากผลประโยชน์ แต่ตอนนี้ระหว่างพวกเขากลายเป็นให้ความรู้สึกของศิษย์อาจารย์อย่างแท้จริง

 

วันต่อมาเมอร์ลินต้องเดินทางไปยังเมืองหลวงของดินแดนเพื่อเข้าร่วมพิธีรับศิษย์ของวอลอร์ดไวท์ทีธ

 

เมื่อวิกฤตของสาขานักปรุงยาถูกแก้ ผู้คุมกฎโยดาจึงปล่อยเมอร์ลินไป

 

"ข้าคงไม่อาจทำใจเข้าร่วมพิธีของเจ้า ไปเถอะ ขอให้เจ้าโชคดี"

 

นี่คือคำพูดของผู้คุมกฎโยดาก่อนจากลา การที่จะให้เขาไปเข้าร่วมพิธีรับศิษย์ของวอลอร์ดไวท์ทีธกับเมอร์ลินนั้นเป็นการทำร้ายหัวใจของเขาเกินไป เขาจึงส่งเมอร์ลินตรงนี้

 

เมอร์ลินได้แต่ทำได้เพียงแค่ส่งรอยยิ้ม

 

วัตถุประสงค์แรกที่เขามาที่นี่ได้บรรลุแล้ว เขาได้รับศาสตร์เล่นแร่แปรธาตุของผู้คุมกฎโยดา แต่ทว่ามันเป็นเพียงแค่ศาสตร์ที่ไม่สมบูรณ์เท่านั้น

 

แต่กระนั่นมันก็ยังทำให้เขาสามารถศึกษาในศาสตร์นี้เบื้องต้นได้ส่วนหนึ่ง

 

เป้าหมายที่แท้จริงของเขานั้นคือตำราหมื่นวิถีแปรธาตุที่มีขายในร้านค้าศักดิ์สิทธิ์ โดยต้องใช้คะแนนศักดิ์สิทธิ์หนึ่งร้อยล้านคะแนนในการซื้อ

 

ศาสตร์แห่งอักขระของเผ่าเทพนั้นนับว่าลึกล้ำเป็นอย่างมาก การคิดที่จะขโมยย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

 

หนทางเดียวคือต้องใช้คะแนนศักดิ์สิทธิ์ในการแลกมาเท่านั้น

 

เมไจนักแก้ไขคือเมไจที่สามารถมีโอกาสได้รับคะแนนศักดิ์สิทธิ์มากที่สุด

 

เมอร์ลินจึงยอมไปเป็นลูกศิษย์ของวอลอร์ดไวท์ทีธ

 

"ออกเดินทาง"

 

ในตอนนั้นเองร่างของเมอร์ลินก็จมหายไปในมิติที่ปรากฏอยู่ในประตูเคลื่อนย้าย

 

สถานที่ที่เขาจะไปก็คือมหานครโคโดไมก้า

 

สถานที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางของดินแดนเกาะลอยฟ้าบาบิโลนและเป็นที่ที่มีตัวตนระดับสูงรวมตัวกัน

 

พลังรบที่น่าเกรงขามของดินแดนล้วนแล้วแต่กระจุกรวมอยู่ในสถานที่แห่งนี้

 

วูบ!

 

 







.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 10 ภาค 4
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 6
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.059K ครั้ง

29,624 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 13:04
    งูพิษ....
    #29131
    0
  2. #27995 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 12:41

    THANK YOU

    #27995
    0
  3. #27763 นัทจัง (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 07:27

    ความรู็สึกชอบท่านอาจารย์โยดาที่สุด สงสารโยดามาก และดีใจที่เมอลิน ได้ผู้สนับสนุนอย่างจริงใจ เป็นความโชคดีของเมอลิน ได้ดีแล้วอย่าลิมกลับมาตอบแทนอาจารย์โยดาด้วยละ อิอิ)

    #27763
    0
  4. #27762 ZenesziaZilvalia (@ZenesziaZilvalia) (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 05:22
    ชอบโยดา
    #27762
    0
  5. #27761 จิล (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 01:18

    ขอบคุณค่า

    #27761
    0
  6. #27759 Thank You (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 21:42

    ขอบคุณครับ

    #27759
    0
  7. #27755 noomnim66 (@noomnim66) (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 18:02
    ตั้งแต่อ่านมา ตอนนี้จบแบบ ไม่ค้าง 555
    #27755
    0
  8. #27754 Saku442274 (@Saku442274) (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 14:45

    เป็นตอนที่จบดีแบบไม่ค้างคา~
    #27754
    0
  9. #27753 MarkTheLegend (@MarkTheLegend) (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 14:38
    ตอนนี้ไม่ค้างคา ช่างดีต่อใจจริงๆ อิอิ แต่ก็อยากรู้ตอนต่อไปอยู่ดี 555
    #27753
    0
  10. #27752 conun5557 (@conun5557) (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 13:05
    วูบ ! หาย..
    #27752
    0
  11. #27751 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 12:34

    เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าไม่ค้างนะไรท์=_=
    #27751
    0
  12. #27750 now108 (@now108) (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 12:02
    มาต่อไวๆนะค้ากำลังสนุกเลย^^
    #27750
    0
  13. #27749 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 11:30
    รอตอนต่อไป
    #27749
    0
  14. #27748 นักอ่านเงาเลเวล13 (@lokiloss) (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 11:29
    ขอบคุณมากครับ
    #27748
    0
  15. #27747 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 11:19
    น่าจะต้องอยู่ดินแดนบาบิลอนอีกนานนนน
    #27747
    0
  16. #27746 ASaomsin_2547 (@ASaomsin_2547) (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 11:15
    สนุกมากกกกกกกกกก
    #27746
    0
  17. #27745 ASaomsin_2547 (@ASaomsin_2547) (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 11:15
    สนุกมากกกกกกกกกก
    #27745
    0
  18. #27744 Lov3 Me :) (@yui068640062) (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 11:07
    ขอบคุณค่ะ สนุกมากๆ
    #27744
    0
  19. #27743 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 11:06

    น่าสงสารอ.โยดาจังนิ

    #27743
    0
  20. #27742 ป๊อปเปอร์... (@sonada2525) (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 10:56
    รอนะครับ
    #27742
    0
  21. #27741 Soluger (@ThanakonOuadrang) (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 09:50
    รอต่อปายยย
    #27741
    0
  22. #27740 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 09:33
    ขอบคุณครับ
    #27740
    0