ตอนที่ 279 : ภาค 3.2 ตอนที่ 117

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11372
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 986 ครั้ง
    25 มี.ค. 62


เมอร์ลินเริ่มค้นหาทักษะของหมื่นเซียนโอสถที่เป็นประโยชน์ต่อเทคนิคการเล่นแร่แปรธาตุ

 

แต่มันไม่ง่ายเลย

 

ชีวิตของเซียนโอสถคนหนึ่งพวกเขามีทักษะนับไม่ถ้วน มันแทบจะเรียกได้ว่าทักษะของพวกเขาคนหนึ่งล้วนมีมากมายยิ่งกว่าชีวิตหนึ่งของเมอร์ลินด้วยซ้ำ

 

เซียนโอสถทุกคนล้วนเริ่มจากเส้นทางการฝึกตน จากมนุษย์ธรรมดากลายมาเป็นผู้ฝึกตน สะสมทักษะบ่มเพาะมากมายกว่าจะตัดผ่านไปยังขอบเขตนภาครึ่งเซียน

 

จากครึ่งเซียนจนกลายเป็นเซียนคนหนึ่งนั้นก็ไม่ง่าย

 

เซียนโอสถแต่ละคนล้วนมีประสบการณ์ที่น่าพรั่นพรึงจนเมอร์ลินต้องอัศจรรย์ใจ

 

เมอร์ลินไม่แปลกใจเลยที่พลังของสมบัติจักรพรรดิถึงได้มีอำนาจมากมายขนาดนั้น

 

ผู้คนฝึกตนคนหนึ่งฝืนใช้อำนาจของสมบัติจักรพรรดิย่อมเป็นเรื่องที่เฟ้อฝัน

 

ยิ่งเมอร์ลินตรวจสอบความทรงจำของเหล่าเซียนโอสถได้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของเซียนเหล่านี้มากขึ้นเท่านั้น

 

"ฮืม ทักษะของพวกเขาช่างน่าประทับใจ หากข้าเรียนรู้พวกมันในชีวิตก่อน การตัดวิญญาณคงประสบผลสำเร็จได้อย่างไม่ยากเย็น"

 

หลังจากเมอร์ลินสำรวจความคิดของเซียนโอสถ นอกจากเขาจะได้รับรู้ถึงเรื่องของการปรุงยาแล้ว เขายังได้เรียนรู้เส้นทางการบ่มเพาะของเซียนโอสถแต่ละคน

 

เมอร์ลินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกสลดใจ

 

"น่าเสียดายที่การบ่มเพาะของเซียนโอสถแต่ละคนล้วนต้องอาศัยวิถีแห่งการปรุงยา เม็ดยาคือส่วนสำคัญในการบ่มเพาะของพวกเขา"

 

ในช่วงที่เมอร์ลินสำรวจห้วงความคิด เขานั้นคอยตรวจสอบวันเวลาอยู่เสมอ

 

พริบตาก็ผ่านไปสองวันแล้ว

 

"เหลือเวลาอีกหนึ่งวัน ข้าจะหาให้เจออย่างสุดความสามารถ"

 

แววตาของเมอร์ลินเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น สมองแล่นผ่านข้อมูลมากมายมหาศาล

 

ครานั้นเองห้วงความคิดของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่เซียนโอสถผู้หนึ่ง

 

นัยน์ตาของเมอร์ลินมีประกายสว่างวาบ

 

"เซียนโอสถสงป้า สมญานามยอดเซียนโอสถอักขระ เขามีวิถีการปรุงยาที่แหวกแนวเป็นเอกลักษณ์ ผสมศาสตร์แห่งอักขระใช้ในการปรุงยา ไม่ว่าจะเป็นเปลวไฟ กระถางปรุงยา หรือแม้แต่การกลั่น ทุกวิธีการเขานั้นแทบจะใช้อักขระเซียนมาเป็นตัวเสริมทั้งสิ้น"

 

ราวกับแสงสว่างปรากฏขึ้นที่ปลายอุโมงค์ เมอร์ลินตรวจสอบห้วงความคิดของเซียนผู้นี้อย่างสนอกสนใจ

 

"มหัศจรรย์! ทักษะของเขาช่างยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก"

 

"เซียนโอสถสงป้านอกจากจะเป็นเซียนโอสถผู้มีทักษะการปรุงยาที่ล้ำเลิศแล้ว เขายังเป็นเซียนอักขระที่อยู่ในระดับเชี่ยวชาญ ผสานศาสตร์แห่งอักขระเข้ากับวิญญาณและการปรุงยาได้อย่างยอดเยี่ยม"

 

เมื่อพูดถึงเรื่องของวิญญาณ ประกายดวงตาของเด็กน้อยก็หม่นลง

 

หลังจากที่เขาได้ศึกษาห้วงความคิดคร่าวๆ ของเซียนโอสถหลายคน เขาก็ได้รับรู้ว่าขั้นตอนการตัดผ่านวิญญาณ จำเป็นต้องมีวิญญาณที่แข็งแกร่ง

 

ผู้ฝึกตนในขั้นร่วงโรยต้องสร้างวิญญาณเซียนขึ้นมาเสียก่อนถึงจะสามารถก้าวสู่ขอบเขตนภาครึ่งเซียนได้

 

แม้ผู้ฝึกตนจะมีพลังปราณเซียนที่ทำให้อยู่เหนือคนทั่วไป แต่พวกเขาก็ไม่ใช่เซียน

 

ผู้ฝึกตนนั้นยังคงเป็นมนุษย์ พวกเขาจำเป็นต้องสร้างวิญญาณเซียนขึ้นมา ถึงจะสามารถเข้าสู่ขอบเขตนภาครึ่งเซียนได้

 

แม้แต่ครึ่งเซียนเองก็ไม่ได้เรียกได้ว่าเป็นเซียนอย่างแท้จริง

 

ครึ่งเซียนคือมนุษย์ผู้มีวิญญาณเซียน แต่ร่างกายของเขาก็ยังคงเป็นมนุษย์ ครึ่งเซียนจึงจำเป็นต้องสร้างกายาศักดิ์สิทธิ์ให้หนีพ้นจากการเป็นมนุษย์ ถึงจะสามารถเข้าสู่ขอบเขตนภาเซียนได้

 

ในตอนนั้นการบ่มเพาะของเมอร์ลินนับว่าห่างไกลเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างมาก

 

เขาในตอนนี้เป็นเพียงขั้นผลิดอกระดับเริ่มต้นที่ต้นไม้เซียนบ่มเพาะได้รับความเสียหายเท่านั้น

 

ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงขอบเขตนภาครึ่งเซียน แม้แต่จะเพิ่มการบ่มเพาะ ตอนนี้เขาก็ยังทำไม่ได้

 

ยิ่งเมอร์ลินศึกษาห้วงความคิดของเซียนโอสถสงป้า เขาก็ยิ่งพบเรื่องราวที่น่าสนใจ เขานั้นใช้การประทับอักขระเซียนในแทบจะทุกๆ สิ่ง

 

หลังจากประทับอักขระเซียนลงไปแล้วกระถางปรุงยา สมุนไพร หรือแม้กระทั่งเม็ดยาที่ปรุงออกมาเสร็จแล้ว พวกมันเหล่านั้นล้วนมีประสิทธิภาพที่น่าดูชมผิดธรรมชาติเป็นอย่างมาก

 

จุดสำคัญของทักษะของเซียนโอสถสงป้าคงการใช้วิญญาณเป็นตัวชักนำอักขระเซียน ยิ่งวิถีแห่งวิญญาณลึกล้ำและแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะประทับอักขระเซียนลงบนสิ่งต่างๆ ก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

 

ในตอนนั้นเองดวงตาของเมอร์ลินก็ปรากฏความเข้าใจบางอย่าง

 

"สิ่งนี้น่าสนใจเป็นอย่างมาก" ใบหน้าของเด็กน้อยเผยรอยยิ้มกว้าง

 

"วิถีอักขระสะกดสัตว์อสูร วิธีการคือใช้วิถีอักขระที่ร้อยเรียงอักขระเวทย์วิถีหนึ่งพันธนาการจิตเวทย์ของสัตว์อสูรเอาไว้ในช่วงเวลาสั้นๆ ยิ่งผู้ใช้มีพลังอักขระที่แข็งแกร่งมากเท่าไหร่ วิถีอักขระนี้ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะควบคุมสัตว์อสูรให้โจมตีได้ระยะเวลาหนึ่ง"

 

ดวงตาของเมอร์ลินเป็นประกายขึ้นมา

 

"หากข้าสามารถสับเปลี่ยนอักขระเวทย์บางตัวกับอักขระวิญญาณ มันอาจให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่านี้"

 

จิตเวทย์ของสัตว์อสูรไม่ต่างจากแกนพลังของมนุษย์ ผู้ฝึกต้นคนหนึ่งสร้างต้นไม้เซียนในจุดตันเถียน หรือผู้ใช้เวทมนต์สร้างวงเวทย์ภายในจักรวาลหัวใจ พวกมันล้วนมีทฤษฎีที่ไม่แตกต่างกันมาก

 

จากการที่เมอร์ลินใช้งานอักขระวิญญาณมาหลายครั้ง เห็นได้ชัดว่ามันมีพลังที่พิศวงยิ่งกว่าอักขระเวทย์เสียอีก

 

มันกระทั่งสามารถสร้างร่างใหม่ให้กับสัตว์อสูรได้และมีความเกี่ยวเนื่องกับขอบเขตของวิญญาณ

 

"การใช้อักขระวิญญาณ หากข้าสามารถประทับอักขระลงบนแกนพลังงานของสัตว์อสูรได้ ไม่แน่ว่าจิตเวทย์นั้นอาจจะเป็นต้นกำเนิดวิญญาณของสัตว์อสูร และมันจะสามารถทำให้ข้าควบคุมสัตว์อสูรได้อย่างถาวร"

 

ทฤษฎีมากมายพลั่งพรูออกมาจากสมองของเมอร์ลิน

 

สิ่งที่เขาเอ่ยออกมานั้นมีความเป็นไปได้ไม่มากก็น้อย

 

แต่เมื่อเมอร์ลินตรวจสอบเวลาอีกครั้ง

 

เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปอีกหนึ่งวัน

 

"ไม่ได้การแล้ว เวลาที่ข้าจะอาศัยอยู่ในศูนย์ฝึกเมไจแห่งนี้นั้นเหลือไม่มาก ข้าควรไปรับรางวัลที่ควรได้รับ"

 

เมอร์ลินจัดการกับตัวเองให้ออกมาจากห้องฝึกฝน

 

เมื่อเขาออกจากการฝึกฝนเขาก็ได้เข้าไปทักทายผู้คุมกฎโยดา และสอบถามเทคนิคการเล่นแร่แปรธาตุที่ยังไม่เข้าใจกับชายชรา

 

แม้ว่าคำตอบที่ได้มาจะยังไม่สามารถไขข้อข้องใจของเมอร์ลินได้มากนัก แต่เขาก็รู้สึกนับถือน้ำใจของผู้คุมกฎโยดา ที่ให้คำแนะนำกับเขาอย่างไม่ปิดบัง

 

มิตรภาพระหว่างเขาและชายชราค่อยๆ ก่อตัวขึ้น

 

เมอร์ลินที่มีอคติในการเป็นลูกศิษย์อาจารย์กับผู้คุมกฎโยดา ตอนนี้เขาค่อยๆ ซึมซับความหวังดีที่มีให้กัน

 

เด็กน้อยกำลังมองชายชราเปลี่ยนไป ในใจของเขาค่อยๆ รับผู้คุมกฎโยดามาเป็นอาจารย์ที่แท้จริงบ้างแล้ว

 

ก่อนจะจากกัน ผู้คุมกฎโยดาก็กำชับเรื่องการเข้าไปในหอคอยอักขระกับเมอร์ลินอีกครั้ง

 

"จงผสานอักขระที่อยู่ในหอคอยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าพยายามจดจำอะไรออกมา เพราะมันจะกลายเป็นสิ่งที่ไร้ค่า"

 

เมอร์ลินเอ่ยขอบคุณและออกเดินทางไปยังหอคอยอักขระในทันที

 

ระหว่างการเดินทางเด็กน้อยค่อยๆ วางแผนการในใจ

 

"การเป็นลูกศิษย์ของวอลอร์ดไวท์ทีธนั้นเป็นโอกาสที่ดีที่ข้าจะเปิดเผยความสามารถในพลังอักขระบางส่วนออกมา การที่ได้เป็นศิษย์ของเมไจในตำนาน หากจะมีพลังอักขระที่มากกว่าคนทั่วไปหน่อยนึงมันคงไม่เป็นที่น่าแปลกใจนัก"

 

การเป็นลูกศิษย์ของวอลอร์ดไวท์ทีธนั้นเป็นการเปิดช่องทางการแสดงพลังที่แท้จริงของเมอร์ลิน

 

ในตอนนี้ตัวตนของเขานั้นสามารถเรียกได้ว่าเป็นวอลอร์ดผู้หนึ่ง

 

รอบกายของวอลอร์ดไวท์ทีธล้วนมีแต่ตัวตนระดับสูง เขาพบเห็นครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิเวทย์หลายคนอยู่รอบๆ ตัวอาจารย์ของเขา

 

ไม่แน่ว่าซักวันเมอร์ลินอาจจะพบกับตัวตนผู้เป็นจักรพรรดิเวทย์จังๆ

 

เมื่อได้พบกับจักรพรรดิเวทย์ เด็กน้อยก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถปิดบังความลับที่ซ่อนอยู่ได้หรือไม่?

 

ถึงแม้ว่าในการแข่งขันศึกสัตว์รบอักขระในครั้งนั้น เขาจะรู้ว่ามีจักรพรรดิเวทย์ผู้หนึ่งปรากฏตัว แต่จักรพรรดิคนนั้นก็ไม่ได้สังเกตในตัวเขา

 

เมอร์ลินเกรงว่าหากมีจักรพรรดิตัวตนใดตัวตนหนึ่งสังเกตร่างกายของเขาอย่างจริงจัง ความลับของเขาจะถูกเปิดเผย

 

การเป็นลูกศิษย์ของวอลอร์ดไวท์ทีธจึงมีความสำคัญเพราะนั่นจะทำให้เขาเป็นตัวตนที่มีโอกาสมากกว่าคนทั่วไป

 

"ก่อนอื่นข้าต้องจัดการกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้านี้เสียก่อน"

 

เมอร์ลินเอ่ยขึ้นพร้อมกับเงยหน้ามองดูหอคอยที่ตั้งตระหง่านสูงเสียดฟ้า

 

นี่คือหอคอยอักขระ

 

สิ่งก่อสร้างที่ถูกสร้างขึ้นโดยเมไจนักก่อสร้างในตำนานและเทพนักบุญในยุคก่อนๆ

 

สถาปัตยกรรมที่แปลกตานั้นสร้างความโดดเด่นให้กับหอคอยแห่งนี้เป็นอย่างมาก

 

ยิ่งเมอร์ลินเดินเข้าใกล้ เขาก็ยิ่งรับรู้ถึงความเก่าแก่และโบราณของมัน

 

"หืม หอคอยนี้กระทั่งมีพลังอักขระขั้นสีดำแทรกอยู่บางส่วน สมแล้วที่เป็นที่เก็บสมบัติของเผ่าเทพ"

 

เมอร์ลินอดที่จะกล่าวคำชื่นชมออกมาไม่ได้

 

เด็กน้อยเดินเข้าไปข้างในหอคอยอักขระ

 

"น่าแปลกที่ประตูทางเข้าไม่มีคนเฝ้า" เมอร์ลินรู้สึกแปลกใจเล็กๆ จากนั้นก็เดินเข้าไปอย่างไม่ใส่ใจ

 

ในชั้นแรกของหอคอยอักขระ เมื่อผ่านบานประตูมันก็นำพาเมอร์ลินเข้ามาอีกมิติหนึ่ง

 

มิติแห่งนี้เป็นทางเดินหนึ่งเมตรที่ทอดยาวราวกับการขดของงู มันอาจจะเรียกได้ว่าเป็นสะพานยาวบนกลุ่มเมฆก็ว่าได้

 

ไม่มีใครรู้ว่าภายในกลุ่มเมฆที่อยู่ด้านข้างเหล่านี้นั้นมีอะไร

 

แต่ที่แน่ๆ คือไม่มีใครกล้าที่จะทดสอบกระโดดลงไปอย่างแน่นอน

 

บนทางเดินที่หวาดเสีย เด็กน้อยกลับเดินด้วยท่าทีที่นิ่งเฉยสบายๆ ราวกับเดินอยู่ในสวนหลังบ้าน

 

ทางเดินนี้มีความยาวถึงหนึ่งกิโลเมตรที่ทอดยาวเป็นทางคดเคี้ยว เส้นทางนี้ล้วนถูกวิถีอักขระวิถีหนึ่งป้องกัน ทำให้เหล่าเมไจไม่สามารถใช้เกียร์หรือใช้พลังในการทะยานข้ามอย่างรวดเดียวได้

 

ทักษะวิถีดวงตาอักขระบวกกับพลังของดวงตาเลเมเกทันของเมอร์ลินทำให้เขาสามารถมองเห็นโครงสร้างเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน

 

เขาจึงไม่ได้ลองดีและยอมเดินไปช้าๆ ตามเส้นทางอย่างราบเรียบ

 

ไม่นานเมอร์ลินก็มาถึงสุดปลายทาง

 

เบื้องหน้านั้นเป็นทางตัน เส้นทางสิ้นสุดที่ตรงนี้

 

หากเดินต่อไปจะพบแต่ทะเลเมฆที่ทอดยาวไปสุดสายตา

 

ในตอนนั้นเองเสียงลึกลับเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างกึกก้อง

 

"จงแสดงบัตรประจำตัวของเจ้าออกมา" น้ำเสียงที่โบราณถูกกล่าวออกมาอย่างราบเรียบ

 

เสียงนี้คือรูปแบบอักขระอีกรูปแบบหนึ่งที่ตัวตนโบราณของเผ่าเทพสร้างขึ้น

 

มันจะตรวจสอบผู้ที่เดินทางเข้ามาในหอคอยแห่งนี้ มีเพียงผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่จะผ่านเข้าไปได้ หากมีผู้ฝ่าฝืนบุกเข้ามา มันง่ายดายที่รูปแบบอักขระโบราณจะทำให้คนคนนั้นตกลงสู่เบื้องล่างของกลุ่มเมฆเหล่านี้

 

เพราะเหตุนี้ หอคอยอักขระจึงไม่จำเป็นต้องมีผู้เฝ้า

 

เมอร์ลินไม่ได้ขัดข้องอะไร เขายินยอมแสดงบัตรประจำตัวอย่างโดยดี

 

ทันทีที่บัตรถูกตรวจสอบว่าถูกต้อง

 

เบื้องหน้าก็ปรากฏเสียงครึกโครม กลุ่มเมฆถูกแหวกออกจากกัน

 

สิ่งก่อสร้างโบราณค่อยๆ โผล่ออกมาอย่างน่าตื่นตะลึงใจ

 

สิ่งที่โผล่ออกมาคือซุ้มประตูที่มีรูปสลักของทวยเทพในลักษณะต่างๆ กลิ่นอายของมันทั้งเก่าแก่และโบราณ สร้างความน่านับถือกับผู้คนที่ได้พบเห็นมัน

 

"เจ้ามีเวลาสามวันในการสลักอักขระเวทย์ ทันทีที่ครบกำหนดร่างของเจ้าจะถูกดึงกลับมายังที่นี่ทันที จงเตรียมพร้อม" เสียงโบราณเอ่ยขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

 

ครานั้นเอง

 

ปัง!

 

บานประตูก็ถูกเปิดออก

 

สิ่งที่อยู่ในบานประตูนั้นคือพื้นผิวของน้ำ มันมีคลื่นกระเพื่อมที่น่าพิศวงเคลื่อนไหวเป็นวงๆ อยู่ตลอดเวลา

 

นี่คือประตูมิติ

 

ประตูนี้จะนำพาเขาไปอีกมิติหนึ่ง

 

เมอร์ลินไม่ได้แปลกใจอะไร ตั้งแต่ต้นจนจบสีหน้าของเขายังคงเย็นชาเช่นเดิม

 

เด็กน้อยก้าวผ่านบานประตูเขาไป

 

วูบ!

 

ร่างกายของเมอร์ลินรู้สึกเหมือนกำลังจมลงไปในน้ำ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือหายใจไม่ออกมา มันกลับเย็นสบายอย่างน่าประหลาดใจ ไม่เหมือนกับการข้ามผ่านบานประตูมิติอื่นๆ

 

นี่คือความต่างชั้นกับเมไจนักก่อสร้างระดับทั่วไปกับระดับตำนาน

 

ยิ่งมีฝีมือที่สูงส่งก็ยิ่งสามารถสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทำให้ผู้ใช้สบายที่สุด

 

"นี่น่ะหรือคือหอคอยอักขระ"

 

เมอร์ลินปรากฏตัวขึ้นอีกมิติหนึ่งอย่างที่เขาคิด

 

ภาพที่เขาเห็นเบื้องหน้า แตกต่างจากที่เขาคิดไว้

 

สิ่งที่เขาเห็นตอนนี้คือจักรวาล จักรวาลหนึ่ง ที่มีดวงดาวรายล้อมอยู่มากมาย

 

หากมองให้ดีก็จะรู้ว่าดวงดาวดวงเล็กๆ นั้น ภายในกลับปรากฏอักขระเวทย์ที่ทรงพลัง

 

เมอร์ลินมองไปยังดวงดาวที่จรัสแสงสะดุดตา

 

"นั่นคืออักขระเวทย์ระดับโบราณ" มุมปากของเด็กน้อยปรากฏเป็นรอยยิ้ม

 

ไม่รอช้าเมอร์ลินรีบทำความเข้าใจอักขระระดับโบราณเหล่านั้นและเริ่มที่จะสลักมันลงบนวงเวทย์บ่มเพาะของตนเองในทันที

 

สายตาที่แหลมคมถูกกวาดมองออกไปรอบๆ ครั้งหนึ่ง

 

ด้วยอำนาจที่ลึกล้ำของดวงตาเลเมเกทันทำให้เขาสามารถมองเห็นดวงดาวที่บรรจุอักขระเวทย์ระดับโบราณแต่ละตัวได้อย่างชัดเจน

 

"อักขระเวทย์ระดับโบราณที่อยู่ที่นี่มี 198 ตัว 82 ตัวคืออักขระที่ซ้ำกับของที่ข้ามี ดังนั้นแล้วข้าจึงสามารถเก็บเกี่ยวอักขระเวทย์ระดับโบราณเหล่านี้ได้เพียง 116 ตัวเท่านั้น"

 

ในดวงตาของเมอร์ลินเปิดเผยอารมณ์ที่ผิดหวังเล็กๆ

 

แต่กระนั้นเขาก็เริ่มที่จะสลักอักขระเวทย์เหล่านั้นลงบนวงเวทย์บ่มเพาะของเขาทันที

 

อำนาจที่ยิ่งใหญ่ถูกส่งผ่านมายังมิติบ่มเพาะของเมอร์ลิน

 

อักขระเวทย์ที่เมอร์ลินทำความเข้าใจเสร็จเรียบร้อยแล้วถูกประทับลงบนวงเวทย์บ่มเพาะของเขา

 

แต่ทว่าในตอนนั้นเอง

 

ครืน ครืน ครืน!

 

เวิง!

 

คลื่นพลังอักขระสั่นกระเพื่อมกระจายออกไปเป็นวงกว้าง

 

ดวงตาของเด็กน้อยพลันเบิกกว้างขึ้น อารมณ์ในดวงตาฉายแววยินดีเป็นอย่างมาก

 

"ไม่น่าเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้จะวิเศษขนาดนี้"

 

ดูเหมือนว่าเด็กน้อยในตอนนี้กำลังพบโชคที่ดีบางอย่าง

 







.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 10 ภาค 4
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 6
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 986 ครั้ง

29,421 ความคิดเห็น

  1. #28373 icesMB (@lovechoiminho) (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 15:55
    เมอร์ลินมาอยู่โลกนี้คงถูกหวยทุกงวดอ่ะ ดวงดีมาก
    #28373
    0
  2. #27994 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 12:29

    THANK YOU

    #27994
    0
  3. #27739 domejeab (@domejeab) (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 10:43

    สีครามไปเลยเหอะ ไม่ต้องลุ้นยุ่

    #27739
    0
  4. #27738 Lov3 Me :) (@yui068640062) (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 10:12
    ขอบคุณค่ะ สนุกมาก
    #27738
    0
  5. #27737 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 22:54

    เมอร์ลินเจอโชคใหญ่แล้วล่ะ

    #27737
    0
  6. #27735 ASaomsin_2547 (@ASaomsin_2547) (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 22:03

    รอต่อปายยย
    #27735
    0
  7. #27734 Kn_nann (@Kn_nann) (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 20:32
    ห้าห้าห้า ค้าง ยิ้มแห้งเเร่ว
    #27734
    0
  8. #27733 Noong7 (@Noong7) (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 18:19
    ค้างอย่างลุนแลงงงงงงงงง งแงงแงงแงแงงแง
    #27733
    0
  9. #27732 Thank you (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 17:21

    ขอบคุณครับ

    #27732
    0
  10. #27731 MarkTheLegend (@MarkTheLegend) (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 16:27
    อะไรอ่ะ รอตอนหน้าเลย
    #27731
    0
  11. #27730 นายอีกามรกต (@0823665036) (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 15:33
    ความค้างนี้คืออะไร
    #27730
    0
  12. #27729 SATANGnaphatsorn (@SATANGnaphatsorn) (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 15:22

    ค้างง่าาาา เป็นกำลังใจให้น้างับ

    #27729
    0
  13. #27728 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 15:18
    ขอบคุณครับ
    #27728
    0
  14. #27727 Orngchaisi (@Orngchaisi) (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 14:46

    ค้าาาาางอ่ะ
    #27727
    0
  15. #27726 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 14:41

    โชคดีจังงงงง
    แต่ก็รู้สึกค้างงงงงงงง
    #27726
    0
  16. #27725 Saku442274 (@Saku442274) (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 14:14
    เมอร์ลินจะทำอะไรก็โชคดีไปหมดนั้นหละ~
    #27725
    1
    • #27725-1 386187 (@386187) (จากตอนที่ 279)
      25 มีนาคม 2562 / 15:22
      เพราะมีสกิลพระเอก5555
      #27725-1