ตอนที่ 244 : ภาค 3.2 ตอนที่ 82

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13818
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1118 ครั้ง
    7 ม.ค. 62

อาคารสาขานักฝึกสัตว์

 

สาขานักฝึกสัตว์นั้นได้รับอภิสิทธิ์ให้ครอบครองพื้นที่มากที่สุดในศูนย์ฝึกแห่งนี้ เพราะนอกจากสาขานักต่อสู้แล้วสาขานักฝึกสัตว์นั้นก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

 

การฝึกสัตว์จำเป็นจะต้องใช้สถานที่ที่เพียงพอ อาคารของสาขานักฝึกสัตว์จึงประกอบไปด้วยลานกว้างและที่โล่งหลายแห่ง รูปร่างของอาคารนั้นจึงเป็นที่เด่นสะดุดตา

 

บนท้องฟ้ายังมีสัตว์รบอักขระมากมายโบยบินอยู่บนท้องฟ้า

 

ดาดฟ้าหอคอยสาขานักฝึกสัตว์

 

"ยินดีกับเจ้าด้วย โอลามัสที่ได้เป็นตัวแทนของสาขานักฝึกสัตว์" หญิงสาวในชุดกระโปรงสีน้ำเงินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ปานกับน้ำแข็งอย่างเรียบๆ บนอกเสื้อของเธอมีเข็มกลัดรูปมังกรซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของสาขานักฝึกสัตว์

 

ชายหนุ่มผมสีทองที่กำลังลูบขนของสัตว์รบอักขระที่อยู่ข้างๆ หันกลับมาและยิ้ม

 

"ขอบใจมากเทเลซ่า ความจริงแล้วตำแหน่งนี้มันน่าจะเป็นเจ้ามากกว่า" ชายหนุ่มผมสีทองกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ลุ่มลึก เรือนผมสีทองสะบัดพริ้วไปตามแรงลมของดาดฟ้าทำให้เขานั้นดูสง่างามเป็นอย่างมาก

 

"หึหึ ไม่ว่าจะเป็นข้าหรือเจ้า ผลลัพธ์นั้นคงไม่ต่างกัน ยังไงสาขานักฝึกสัตว์เป็นแชมป์การประลองสัตว์รบมาหลายสิบปีแล้ว" หญิงสาวกล่าวอย่างนุ่มนวลพลางเดินเข้าไปใกล้สัตว์รบของชายหนุ่มตัวนั้น

 

สัตว์รบของชายหนุ่มมีรูปร่างคล้ายกับมังกรแต่ทว่าลำตัวของมันกลับปรากฎขนสีม่วงแดงที่งดงาม บนร่างแผ่กลิ่นอายที่น่าเกรงขาม กดขี่สัตว์รบที่อยู่ภายในบริเวณนี้

 

อ๋าววววว

 

ทันทีที่มือขาวของหญิงสาวสัมผัสที่ขนสีม่วงแดงของมัน สัตว์รบตัวนั้นก็คำรามออกมาอย่างกึกก้อง ทำเอาสัตว์รบที่อยู่ใกล้ๆ หดคอลงอย่างหวาดกลัว

 

ชายหนุ่มฉีกยิ้มและลูบปลอบโยนที่ต้นคอของสัตว์รบตัวนี้เบาๆ

 

"ดูเหมือนว่าเจ้าจะทำให้มันตกใจ" ชายหนุ่มผมสีทองกล่าวอย่างหยอกเย้า

 

หญิงสาวเพียงยิ้มและไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา

 

หากสังเกตให้ดีบนร่างของหญิงสาวนั้นมีอักขระสีฟ้าที่เลือนรางหมุนรอบๆ ตัวเธอตลอดเวลา พลังอักขระแข็งแกร่งกว่าเมไจฝึกหัดทั่วไป การสลักอักขระเวทย์ของเธออีกไม่กี่ก้าวก็จะเข้าใกล้หนึ่งร้อยตัวแล้ว

 

ท่าทางของหญิงสาวกลับไม่มีท่าทางเกรงกลัวสัตว์รบตัวนี้เลยแม้แต่น้อย ราวกับว่ามันไม่อยู่ในสายตาของเธอเลยด้วยซ้ำ

 

ควรรู้ไว้ว่าผู้ที่สามารถสลักอักขระเวทย์ได้ครบหนึ่งร้อยตัวนั้นคือผู้ที่เข้าใกล้ขอบเขตขั้นสีเขียว อีกไม่กี่ก้าวเธอผู้นี้ก็จะกลายเป็นผู้คุมกฎได้แล้ว

 

"เจ้าเองก็ทำให้ข้าตกใจเช่นกัน คงอีกไม่นานสถานะของพวกเราคงต่างออกไป มิน่าล่ะเจ้าถึงได้ให้สิทธิ์นี้กับข้า" สายตาคมของชายหนุ่มจ้องไปยังหญิงสาวที่ชื่อเทเลซ่า

 

"ศึกสัตว์รบสี่ดินแดนในครั้งนี้คงต้องฝากให้เป็นหน้าที่ของเจ้า"

 

กล่าวจบเทเลซ่าก็เดินอย่างสง่างามจากไป ทิ้งไว้เพียงสายตาของชายหนุ่มผมสีทองที่แสดงความรู้สึกชื่นชม

 

"วางใจได้เลยเทเลซ่า ศึกสัตว์รบสี่ดินแดนในครั้งนี้ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังอย่างแน่นอน"

 

อาคารสาขานักก่อสร้าง

 

สาขานักก่อสร้างเป็นสาขาที่มีความสำคัญของดินแดนนี้ หากไม่มีนักก่อสร้างวิวัฒนาการความใหญ่โตของเผ่าเทพคงจะไม่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้

 

อาคารของนักก่อสร้างมีรูปร่างราวกับใบหน้าของคนยักษ์ อาคารทั้งหมดนั้นราวกับถูกสร้างด้วยเหล็กกล้า ความแข็งแกร่งนั้นไม่อาจประเมินได้

 

สถาปัตยกรรมของอาคารทั้งยิ่งใหญ่และอลังการ สมกับชื่อเสียงของสาขา

 

เมื่อเข้าไปภายในอาคารก็พบกับบันไดวนที่หมุนอยู่ตลอดเวลา ตัวอาคารเหมือนโพลงขนาดใหญ่ที่มีประตูอยู่นับพัน

 

ประตูทั้งหมดคือประตูมิติที่สามารถเปิดเข้าสู่อีกมิติหนึ่งที่สร้างขึ้น บางมิตินั้นมีความกว้างใหญ่ราวกับจะบรรจุเมืองๆ หนึ่งได้ด้วยซ้ำ

 

ภายในพื้นที่ของประตูมิติบานหนึ่ง

 

ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังขมักเขม่นอยู่กับการทำสิ่งๆ หนึ่ง อักขระเวทย์กระจัดกระจายไปทั่วทั้งอากาศ

 

รอบตัวของชายหนุ่มมีแผ่นกระดาษที่เขียนสูตรคำนวณไว้อย่างมากมาย

 

ในตอนนั้นเองประตูมิติของเขาก็ถูกเปิดออกโดยคนชายอีกคนหนึ่งที่มีรูปร่างเตี้ยเป็นพิเศษ

 

"เป็นไงบ้างโทมัส การปรับปรุงสัตว์รบของเจ้าไปถึงไหนแล้ว" ชายคนนั้นเดินตรงไปที่โทมัสผู้เป็นเจ้าของห้อง

 

โทมัสที่กำลังคร่ำเคร่งอยู่กับงานเงยหน้าขึ้น เขาใช้ปลายนิ้วดันแว่นขึ้นจมูกเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าใครคือผู้มาใหม่ เขาก็ฉีกยิ้มออกมาทันที

 

"รอน ... เจ้านี่เอง มาดูนี่สิว่าสัตว์รบของข้าแข็งแกร่งขนาดใหญ่" หนุ่มแว่นโทมัสยืดอกแล้วกล่าวอย่างภาคภูมิใจ มือของเขาเผยไปยังร่างมหึมาที่ยืนอยู่ด้านหลัง

 

ด้านหลังของเขาปรากฎหลุมขนาดยักษ์ที่มีร่างมหึมายืนอยู่ ศีรษะของมันพ้นเหนือหลุมออกมาเล็กน้อย รูปร่างของมันคล้ายกับมนุษย์ที่มีรูปร่างปราดเปรียว ร่างทั้งร่างราวกับถูกหลอมด้วยเหล็กกล้า ดูแข็งแกร่งและทนทานเป็นอย่างมาก

 

"ว๊าว! มันยอดเยี่ยมมากเลยโทมัส ดูเหมือนว่าในปีนี้สาขานักก่อสร้างของเราจะมีหวังคว้าแชมป์สัตว์รบได้แล้ว" รอนกล่าวอย่างตื่นเต้น

 

"แน่นอน เมื่อปีนี้ข้าได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของสาขานักก่อสร้าง ข้าจะไม่ทำให้ผู้คุมกฎผิดหวังเป็นอันขาด" สายตาของโทมัสมองไปยังสัตว์รบของเขาอย่างมั่นใจ

 

นอกจากสาขานักฝึกสัตว์และสาขานักก่อสร้างแล้ว สาขาอื่นๆ ก็ยังขมักเขม่นเกี่ยวกับการแข่งขันศึกสัตว์รบอักขระที่จะปรากฏอีกสองเดือนข้างหน้า

 

โดยเฉพาะสาขานักประดิษฐ์ ที่ตอนนี้มีเสียงหัวเราะของเมไจนักประดิษฐ์คนหนึ่งดังก้องไปทั้งห้องมิติของเขา ชายหนุ่มผู้มีผมที่ยุ่งเหยิงกระเซอะกระเซิงกำลังจ้องไปที่สัตว์รบที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างบ้าคลั่ง

 

สัตว์รบที่อยู่ตรงหน้านี้มีรูปร่างที่ประหลาดเป็นอย่างมาก ลักษณะของมันราวกับรวบรวมสิ่งมีชีวิตหลายๆ อย่างเข้าด้วยกัน สัตว์รบชนิดนี้มักจะถูกเรียกว่า "อนิม่า"  

 

อาคารสาขานักปรุงยา

 

เมื่อสถานะของเมอร์ลินกับโยดาเปลี่ยน บรรยากาศในการอยู่ร่วมกันก็เปลี่ยนตามไปด้วย

 

ผู้คุมกฎโยดาทำดีกับเมอร์ลินมากขึ้น เขาเริ่มที่จะเอาใจใส่และสั่งสอนเมอร์ลินอย่างจริงจัง

 

ชายชราได้มอบกุญแจห้องปีกขวาของตึกให้กับเมอร์ลินและพาเด็กน้อยไปเที่ยวชมส่วนต่างๆ ของอาคารอีกด้วย

 

ภายในตึกอาคารแห่งนี้ทั้งหมด ยังมีห้องหนึ่งที่เมอร์ลินรู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก

 

ความจริงห้องในลักษณะนี้นั้นมีอยู่จำนวนมาก มันเป็นห้องที่คล้ายกับห้องฝึกซ้อมของเอริก

 

เมื่อเปิดประตูเข้าไปมันจะไปโผล่ยังอีกมิติหนึ่งที่เมไจนักก่อสร้างสร้างขึ้น

 

ห้องเหล่านี้มีไว้ทดลองและวิจัยพืชพันธุ์และสมุนไพรต่างๆ

 

ยังมีอีกหลายห้องที่คล้ายกับห้องโล่งกว้างเพื่อประกอบกิจกรรมในการทดลองวิถีอักขระ

 

ห้องเหล่านี้เหมาะสมที่จะเป็นที่ฝึกซ้อมเป็นอย่างมาก มันคือมิติส่วนตัวที่ผู้มีกุญแจเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าไปได้

 

ความจริงแล้วหากเมอร์ลินต้องการที่จะเข้าไป มันก็ไม่ยากสำหรับเขา

 

แต่เมื่อมันได้มาอย่างถูกต้อง เขาจึงไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบนั้น

 

“นี่คือศิลาวิถีปรุงยาขั้นพื้นฐาน ภายในประกอบไปด้วยหมื่นบทความวิถีปรุงยาจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นเมไจผู้คุมกฎทั้งหมด ในระหว่างสองปีนี้เจ้าสามารถศึกษาวิถีการปรุงยาจากมันได้ หากเจ้าสามารถเข้าใจศาสตร์แห่งการปรุงยาได้อย่างลึกซึ้ง การจะแปรธาตุสมุนไพรก็จะสามารถทำได้ง่ายยิ่งขึ้น หากมีอะไรที่ไม่เข้าใจ เจ้าสามารถมาถามข้าได้”

 

หากเป็นอดีต ศิลาก้อนนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่มีค่าเป็นอย่างมาก มันเป็นสิ่งหนึ่งที่เหล่าเมไจนักปรุงยาใฝ่ฝัน แต่น่าเสียดายที่กาลเวลาผ่านไป ความเสื่อมโทรมทำให้วิถีการปรุงยาตกต่ำ ของที่เคยมีค่ากลับกลายเป็นของที่ผู้คนไม่ใส่ใจ

 

ตอนนี้ผู้คุมกฎโยดาแทบจะเป็นเมไจนักปรุงยาเพียงคนเดียวที่หลงเหลืออยู่ สมบัติแห่งการปรุงยาที่เขามีจึงมอบให้กับลูกศิษย์ของเขาโดยที่ไม่มีการหวงแหน

 

“ขอบคุณท่านอาจารย์” เมอร์ลินรับศิลาและเปิดมันออกมาดู

 

พลังอักขระสีฟ้าส่งผ่านไปยังศิลา ลวดลายอักขระก็พลันปรากฏขึ้นรอบๆ ศิลา

 

ศิลาเปล่งแสงสีเหลืองนวลปรากฏเป็นบทความนับหมื่นเป็นมโนภาพ

 

แต่ละบทความนั้นพูดถึงเรื่องพื้นฐานของการปรุงยาและสรรพคุณของสมุนไพรชนิดต่างๆ ในโลกนี้

 

ผู้คุมกฎโยดาได้ถ่ายทอดวิถีอักขระฟื้นฟูให้กับเมอร์ลินตามสัญญา

 

การมีผู้เชี่ยวชาญถ่ายทอดความรู้ให้จึงทำให้ความเข้าใจของเมอร์ลินเพิ่มมากขึ้น

 

เขาทดลองใช้วิถีอักขระฟื้นฟู

 

เมอร์ลินได้จำกัดพลังอักขระของตนเองให้อยู่ในขอบเขตขั้นสีฟ้า

 

การใช้วิถีอักขระฟื้นฟูค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่าง

 

เขาเริ่มจากการฟื้นฟูแก้วน้ำที่แตกหัก ด้วยอำนาจของพลังอักขระขอบเขตขั้นสีฟ้าจึงสามารถฟื้นฟูสิ่งเล็กๆ เท่านั้น

 

เมื่อผู้คุมกฎโยดาได้เห็นเมอร์ลินสามารถทำการใช้วิถีอักขระฟื้นฟูได้ตั้งแต่ทดลองครั้งแรก เขานั้นแทบจะล้มตึงไปกองอยู่ตรงนั้น แม้แต่เขาเองก็อดที่จะรู้สึกอิจฉาในพรสวรรค์ของเด็กน้อยไม่ได้

 

ทันทีที่เมอร์ลินร่างวิถีอักขระฟื้นฟูออกมา

 

เศษแก้วก็ค่อยๆ เคลื่อนไหวเข้าหากันและประกอบกันเป็นชิ้นๆ

 

ในตอนที่ชิ้นหนึ่งประกบกันชิ้นส่วนของมันก็จะค่อยๆ ทาบติดสนิทจนกลายเป็นชิ้นเดียว

 

"การใช้วิถีอักขระฟื้นฟูนั้นไม่ได้ง่ายเลยจริงๆ มันจำเป็นจะต้องใช้พลังสมาธิเป็นอย่างมาก" เมอร์ลินครำครวญในใจ นอกจากจะจำกัดพลังอักขระของเขาแล้ว เขายังจำกัดพลังสมาธิที่มีไม่ให้มากเกินไปอีกด้วย

 

เมอร์ลินลินใช้เวลาเกือบห้านาที กว่าแก้วใบนั้นจะกลับมาเป็นสภาพเดิม

 

"เก่งมาก! เจ้าคือลูกศิษย์ที่ข้าภาคภูมิใจ" ผู้คุมกฎโยดากล่าวอย่างมีความสุขเมื่อเห็นเมอร์ลินสามารถใช้วิถีอักขระฟื้นฟูได้ตั้งแต่ครั้งแรก แม้ว่ามันจะใช้เวลาที่นานไปหน่อย แต่มันก็ยอดเยี่ยมมากสำหรับมือใหม่ที่ทำครั้งแรกอย่างเขา

 

ในตอนที่ผู้คุมกฏโยดาเรียนรู้วิถีอักขระฟื้นฟูครั้งแรก เขาเองก็ยังไม่สามารถทำได้ขนาดนี้ มันแทบจะกินเวลาหลายวันกว่าเขาสามารถเข้าใจส่วนหนึ่งของวิถีอักขระนี้ได้

 

กล่าวตามตรง

 

แม้แต่ตอนนี้ผู้คุมกฎโยดาก็ยังไม่ใช่ผู้ที่ใช้วิถีอักขระฟื้นฟูได้เชี่ยวชาญ ศาสตร์แห่งวิถีอักขระศาสตร์หนึ่งนั้นล้ำลึกเป็นอย่างมาก

 

ในอดีตเคยมีเมไจคนหนึ่งที่ฝึกฝนศาสตร์แห่งวิถีอักขระวิถีเดียวจนสามารถบรรลุเป็นวอลอร์ดระดับตำนานได้

 

ศาสตร์วิถีอักขระศาสตร์หนึ่งสามารถแตกแขนงไปเป็นศาสตร์อื่นๆ ได้อีกมากมาย ขอเพียงเมไจคนนั้นสามารถตีความเข้าถึงความเข้าใจของวิถีอักขระนั้นๆ ได้ ดังเช่นศาสตร์ของวิถีอักขระเล่นแร่แปรธาตุ

 

เมไจที่ใช้วิถีอักขระเล่นแร่แปรธาตุสามารถแลกเปลี่ยนของสิ่งหนึ่งให้เป็นอีกสิ่งหนึ่งได้ ศาสตร์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุจึงแตกแขนงออกไปเป็นด้านสมุนไพร ด้านแร่ธาตุ หรือแม้กระทั่งด้านสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาได้อย่างโฮมุนครุส

 

ผู้คุมกฎโยดายิ้มแก้วปริ เขารู้สึกชื่นชมในลูกศิษย์คนนี้เป็นอย่างมาก

 

หลังจากเรียนวิถีอักขระฟื้นฟูเรียบร้อยแล้ว ชายชราจึงให้เมอร์ลินกลับไปพักผ่อนและศึกษาในวิถีการปรุงยา

 

เขาได้บอกกับเมอร์ลินว่าอีกสองวัน เพื่อนของเขาถึงจะกลับมาจากการทำภารกิจข้างนอก

 

ผู้ที่ชายชราจะพาไปพบนั้นเขาคือรองหัวหน้าสาขานักวาดภาพ

 

ชายชราต้องการที่จะให้เมอร์ลินเรียนรู้การวาดภาพสร้างสัตว์รบอักขระ

 

วิถีการวาดภาพนั้นลึกล้ำและยอดเยี่ยม เมไจคนหนึ่งสามารถสร้างสัตว์รบอักขระที่แข่งแกร่งออกมาได้ด้วยการวาดภาพ

 

ว่ากันว่าหนึ่งชีวิตของนักวาดภาพ พวกเขานั้นมีสัตว์รบไว้ครอบครองเพียงคนเดียวนับร้อยๆ ตัว

 

เมไจนักวาดภาพหนึ่งคนนั้นเปรียบเสมือนกองทัพเล็กๆ กองหนึ่งได้

 

ในอดีตด้วยอำนาจของเมไจนักวาดภาพจึงทำให้เผ่าเทพเกรียงไกรจนเผ่าอื่นไม่กล้าเข้าใกล้ สัตว์นับล้านๆ ตัวสามารถบุกถล่มเผ่าใดเผ่าหนึ่งได้อย่างไม่ยากเย็น

 

เผ่าเทพจึงเป็นที่หวาดเกรงในยุคนั้นเป็นอย่างมาก

 

เมอร์ลินเมื่อได้ยินรายละเอียดที่ผู้คุมกฎโยดาเล่าก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างลิงโลด

 

เพียงคนหนึ่งคนสามารถสร้างกองทัพขึ้นมาเองได้ ความสามารถนี้ไม่น่าตื่นตะลึงหรอหรือ?

 

ดูอย่างโซโลมอนที่มีกองทัพจอมปีศาจและจอมภูติอยู่ในมือ สามารถกวาดผ่านได้ทั้งแผ่นดิน

 

แค่คิดเมอร์ลินก็รู้สึกอยากเรียนวิถีการวาดรูปเร็วๆ แล้ว

 

หลังจากแยกจากผู้คุมกฎโยดา เมอร์ลินก็ไม่ได้พักผ่อนใดๆ

 

เมอร์ลินเลือกที่จะเดินเข้าไปในห้องมิติห้องหนึ่งแทนที่จะเป็นห้องนอน

 

เขาคือผู้ฝึกตนที่ไม่จำเป็นต้องกินหรือนอน แม้ว่าต้นไม้พลังปราณของเขาจะเสียหาย แต่ความสามารถนี้ก็ไม่ได้หายไปด้วย

 

เมอร์ลินจึงใช้เวลาทั้งหมดของเขาทำความเข้าใจในห้องมิติแห่งนั้น

 

เมื่อปลดปล่อยพลังสมาธิและพลังอักขระออกมาอย่างเต็มที่ วิถีเวทย์ฟื้นฟูก็ดูเหมือนจะทำได้ดีมากยิ่งขึ้น

 

เมอร์ลินสามารถบิดมือครั้งหนึ่ง แก้วที่แตกก็สามารถกลับมาผสานกันได้อย่างง่ายดาย

 

เขาฝึกใช้วิถีอักขระฟื้นฟูไปเรื่อยๆ จนพ้นผ่านไปหนึ่งวัน

 

แต่ในตอนนั้นเอง ดวงตาที่แหลมคมก็ได้สังเกตเห็นบางสิ่งในการขับเคลื่อนของวิถีอักขระฟื้นฟู

 

"หือ!" ดวงตาสีน้ำเงินจ้องเขม็งไปที่การเคลื่อนไหวของแก้วที่แตก

 

"นี่มัน! แก้วใบนี้ราวกับถูกพลังของอักขระบังคับให้ย้อนเวลากลับมาเป็นดังเดิม"

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เมอร์ลินนั้นมีความเชี่ยวชาญในการใช้วิถีอักขระพื้นฟูบ้างแล้ว การใช้มันออกมานั้นราวกับกำลังพลิกฝ่ามือ

 

เมอร์ลินทดลองควบคุมการฟื้นฟู เขาไม่ได้บิดมืออย่างรวดเร็วดังเช่นก่อนหน้านี้

 

แต่ทว่าเมื่อเขาบิดมือได้ช้าเกินไป

 

เพล้ง!

 

วิถีอักขระกลับทำงานไม่ต่อเนื่อง แก้วใบนั้นศูนย์เสียการควบคุมแล้วตกมาแตกดังเดิม

 

"ดูเหมือนว่าการควบคุมวิถีอักขระฟื้นฟูนี้จะไม่ได้ง่ายดายอย่างที่ข้าคิด"

 

เมอร์ลินนั่งวิเคราะห์วิถีอักขระนี้อยู่ครึ่งวัน จนในที่สุดเขาก็ได้มองเห็นอะไรบางอย่าง

 

มือน้อยเริ่มเคลื่อนไหวสร้างอักขระเวทย์แต่คราวนี้เขาไม่ได้ใช้แบบแผนวิถีอักขระฟื้นฟูอย่างที่ผู้คุมกฎโยดาได้สอน

 

เมอร์ลินทำการเปลี่ยนมัน!

 

"ไม่ได้"

 

"แบบนี้ก็ยังไม่ได้"

 

"นี่ก็ยังไม่ได้"

 

เมอร์ลินทำการทดลองปรับเปลี่ยนวิถีอักขระฟื้นฟูครั้งแล้วครั้งเล่า จนพลังสมาธิของเขานั้นแทบจะหมดลง

 

"ไม่ได้วันพรุ่งนี้โยดาจะพาข้าไปพบเมไจนักวาดภาพแล้ว ข้าไม่อยากละทิ้งการศึกษานี้ไว้กลางครัน"

 

เมอร์ลินตัดสินใจเรียกมงกุฎแห่งโซโลมอนออกมา

 

ครานั้นเองพลังสมาธิของเขาก็แข็งกล้ามากกว่าเดิม

 

เมื่อเมอร์ลินทำการสร้างวิถีอักขระ ทุกอย่างก็ดูเหมือนเปลี่ยนไป

 

วิงค์!

 

เสียงที่เฉียบบางแล่นผ่านหัวสมองของเขา

 

ในตอนนั้นเองพลังที่ลึกลับของมงกุฎก็แล่นเข้าสู่ดวงตาเลเมเกทัน

 

ทันทีที่ดวงตาเลเมเกทันถูกกระตุ้นภาพที่เมอร์ลินมองเห็นก็ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

 

ความรู้ของวิถีอักขระฟื้นฟูและอักขระเวทย์ทั้งห้าร้อยกว่าตัวปรากฎอย่างชัดเจน

 

เมอร์ลินพลันมองเห็นบางสิ่งที่คนอื่นไม่อาจมองเห็น ความสามารถของโซโลมอนถูกส่งต่อมายังเมอร์ลินอย่างฉับพลัน

 

หากจอมปีศาจและจอมภูติเป็นสิ่งที่โซโลมอนสร้างขึ้น นั่นจะต้องหมายความว่าความรู้ในศาสตร์อักขระของเขาจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

 

"เป็นอย่างนี้นี่เอง ที่แท้มันก็เป็นแบบนี้!" ดวงตาสีน้ำเสียงเป็นประกายอย่างฉับพลัน

 

ในช่วงเวลานั้นเองเมอร์ลินก็ได้เข้าใจถึงความลึกล้ำบางอย่างของวิถีอักขระฟื้นฟู!



.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 8 ภาค 4
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 5
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.118K ครั้ง

29,367 ความคิดเห็น

  1. #27165 3sandy (@hamony777) (จากตอนที่ 244)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:23
    เหมือนทำข้อสอบแต่แอบโกงดูเฉลย 55555
    #27165
    0
  2. #26883 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 244)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:10
    หึยยยเมอร์ลินแอบดูอ่าาาา!!
    #26883
    0
  3. วันที่ 9 มกราคม 2562 / 11:34
    อยากให้เปิดขายใน กวี ครับ
    #26515
    0
  4. #26511 SATANGnaphatsorn (@SATANGnaphatsorn) (จากตอนที่ 244)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 17:34
    อะไรอะเมอร์ลินๆๆบอกบ้าง5555
    #26511
    0
  5. #26509 whitedevil6653 (@whitedevil6653) (จากตอนที่ 244)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 22:47
    โกงยิ่งกว่าใครก็เมอร์ลินนี่เเหละ โถ่ 5555
    #26509
    0
  6. #26508 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 244)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 18:10

    มันค้างงงงงอ่าไรท์
    #26508
    0
  7. #26507 PANTHER. (@PhuPhawat) (จากตอนที่ 244)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 17:14
    หมอแปลกป๊ะเนี่ย บิดมือย้อนเวลา 555
    #26507
    0
  8. #26506 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 244)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 12:31
    คล้ายหมอแปลก555
    #26506
    0
  9. #26505 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 244)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 10:59
    เป็นด็อกเตอร์สเตรนจ์ย้อนเวลา ฮ่าๆๆๆๆ
    #26505
    0
  10. #26504 Archangel Michael (@LoveThamma) (จากตอนที่ 244)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 10:47
    จากฟื้นฟู ถ้ากลายเป็นย้อนเวลานี่ สุดตรีนเลยนะ
    #26504
    0
  11. #26503 NewGodZero (@NewGodZero) (จากตอนที่ 244)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 09:20
    ค้างอะรอต่อไป
    #26503
    0
  12. #26502 D.L. (@destinylegend) (จากตอนที่ 244)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 09:18
    ค้างกันต่อไป
    #26502
    0
  13. วันที่ 7 มกราคม 2562 / 08:34
    ลุ้นนน
    #26500
    0