เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

ตอนที่ 232 : ภาค 3.2 ตอนที่ 70

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1078 ครั้ง
    12 ธ.ค. 61

อักขระระดับโบราณนับพันตัวอัดแน่นไปด้วยพลังมหาศาล

 

ในดินแดนแห่งนี้เรียกอักขระระดับโบราณว่า "อักขระเทพ"

 

ควรรู้ไว้ว่าแม้แต่ตระกูลใหญ่ในดินแดนเกาะลอยฟ้าบาบิโลนแห่งนี้ยังมีอักขระเทพแค่ไม่กี่สิบตัวเท่านั้น

 

ผู้ที่จะได้ผสานอักขระเทพได้ยังต้องเป็นคนสำคัญของตระกูล ไม่ใช่ผู้ใดก็สามารถสผานได้

 

นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันขีดจำกัดของผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้าจะสามารถผสานอักขระสิบตัว เมื่อผสานอักขระครบสิบตัวจะปรากฏปรากฏการณ์อากาศสั่นไหว

 

ขีดจำกัดของผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวคือหนึ่งร้อยตัว เมื่อผสานครบหนึ่งร้อยตัวจะปรากฏปรากฏการณ์ชุมนุมสายฟ้า ท้องฟ้าจะปรากฏสายฟ้าเพื่อเป็นเครื่องยืนยันในความสำเร็จของผู้ใช้อักขระผู้นั้น

 

ส่วนขีดจำกัดของผู้ใช้อักขระขั้นสีม่วงนั้นคือหนึ่งพันตัว เมื่อผสานครบหนึ่งพันตัวท้องฟ้าจะปรากฏปรากฏการณ์ออโรราและเสียงบทสวดของเทพเจ้า

 

ในตอนนี้บนท้องฟ้าเหนือเมืองกีรันกำลังเกิดเหตุการณ์ปรากฏออโรราและเสียงบทสวดของเทพเจ้า

 

เป็นที่รู้กันดีว่ามีเพียงแต่เหล่าวอลอร์ดเท่านั้นที่จะสามารถทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ได้

 

บนหอคอยสูง

 

ชายชราท่าทางเงียบขรึมในชุดคลุมยาวสีฟ้า รอบข้างปรากฏกลิ่นอายที่ลึกล้ำไม่ธรรมดา พลังเวทย์ที่แผ่ออกมาคาดว่ามีกำลังรบไม่ต่ำกว่าผู้พิทักษ์เอวิชแห่งดัชชีเลยแม้แต่น้อย

 

สายตาที่แหลมคมกำลังมองไปยังแสงออโรราบนท้องฟ้า เสียงหวีดหวิวที่คล้ายกับบทสวดนั้นเป็นสิ่งยืนยันว่านี่คือปรากฏการณ์ผสานอักขระหนึ่งพันตัว

 

"เป็นเวลาหลายสิบปีแล้วที่ไม่มีวอลอร์ดคนใหม่ถือกำเนิด เป็นโชคดีของเมืองกีรันที่มีวอลอร์ดคนใหม่ถือกำเนิดที่นี่" ชายชรากล่าวเสียงเรียบ น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความยินดี

 

ในดินแดนแห่งนี้นอกจากเทพนักบุญที่เป็นผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้แล้ว ยังมี 108 ประตูแดนเทพซึ่งเป็นสภาของเผ่าเทพมีหน้าที่ในการดูแลเรื่องต่างๆ ในดินแดนแห่งนี้

 

เมื่อมีผู้ที่สามารถผสานอักขระครบหนึ่งร้อยตัว 108 ประตูแดนเทพจะมอบบรรดาศักดิ์ "ผู้คุมกฏ" ให้ผู้ที่สามารถผสานอักขระหนึ่งร้อยตัวได้ ด้วยฐานะของ "ผู้คุมกฎ" นั้นเป็นตัวตนพิเศษที่เป็นคนสำคัญของเผ่าเทพ พวกเขาจะได้รับหน้าที่ที่สำคัญๆ

 

ว่ากันว่า 108 ประตูแดนเทพแต่ละคนนั้นล้วนมีฐานะไม่ต่ำกว่า "ผู้คุมกฏ" ทั้งสิ้น บางคนกระทั่งเป็นตัวตนระดับ "วอลอร์ด"

 

ผู้ที่สามารถผสานอักขระได้ครบหนึ่งพันตัว 108 ประตูแดนเทพจะมอบบรรดาศักดิ์ "วอลอร์ด" ด้วยฐานะนี้ผู้ที่ได้รับฐานะนี้สามารถได้รับสิทธิปกครองเมืองของเผ่าเทพ และในจำนวนนี้มี " 4 วอลอร์ดผู้ยิ่งใหญ่" ที่ยืนอยู่เหนือวอลอร์ดด้วยกัน ซึ่งได้รับสิทธิปกครองดินแดนทั้งสี่ทิศของเผ่าเทพ

 

ไกลออกไปที่บ้านหลังเล็กหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่บนเชิงเขาในพื้นที่ของเมืองกีรัน

 

บ้านหลังนี้นั้นดูธรรมดาเป็นอย่างมาก ไม่เหมาะสมที่จะตั้งอยู่ในที่ดินของเมืองกีรันเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่ามันกลับสามารถตั้งอยู่ได้และคงอยู่มานับร้อยๆ ปีแล้ว

 

ชายอวบอ้วนวัยกลางคนคนหนึ่งเดินออกมาชมปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้า มองดูจากภายนอกลักษณะท่าทางของเขานั้นดูธรรมดาเป็นอย่างมาก แต่ทว่ากลิ่นอายที่อยู่รอบๆ ตัวของเขานั้นไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย

 

รอบๆ บริเวณบ้านหลังนี้ล้วนเต็มไปด้วยไอพลังสีม่วงที่แข็งแกร่งน่าเกรงขาม พลังทั้งหมดนั้นถูกส่งออกมาจากชายอ้วนที่ดูธรรมดาคนนี้

 

ข้างกายของชายอ้วนนั้นมีหญิงชราคนหนึ่งนั่งถักไหมพรมบนเก้าอี้ไม้โยก เธอหยุดถักและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบว่า

 

"วอลอร์ดผู้ยิ่งใหญ่ ดูเหมือนว่าในเมืองกำลังเกิดเรื่องสนุกขึ้นแล้ว"

 

ชายอ้วนไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา เขาเพียงยิ้มและมองไปยังแสงออโรราที่สวยงาม ปล่อยตัวไปกับบรรยากาศที่เงียบสงบของบ้านหลังนี้

 

ปรากฏการณ์ครั้งนี้ทำให้ตัวตนระดับสูงในเมืองกีรันรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เรื่องนี้ทำให้เกิดคลื่นแห่งความโกลาหลเล็กๆ ก่อตัวขึ้น

 

ไม่แน่ว่าเรื่องนี้อาจเป็นฟันเฟืองแห่งความวุ่นวายในอนาคตก็ได้

 

ในชั้นที่สิบของโรงแรมแห่งหนึ่ง เมืองกีรัน

 

ห้องพักที่เด็กน้อยพักอาศัยอยู่ ภายในห้องตลบอบอวลไปด้วยพลังเวทย์ที่มหาศาลและพลังอักขระที่เข้มข้นปะปนกันอย่างอลม่าน

 

เด็กน้อยที่นั่งสมาธิอยู่กลางห้อง ภายในร่างเกิดเสียงระเบิดอย่างตูมตาม ทำให้พลังเวทย์ภายในอากาศเกิดคลื่นสั่นสะเทือนกระเพื่อมอย่างรุนแรง

 

ระลอกคลื่นความปั่นป่วนของพลังเวทย์แผ่ขยายออกไปราวกับทะเลคลั่งโดยมีเมอร์ลินเป็นศูนย์กลาง

 

ตอนนี้ภายในมิติบ่มเพาะ วงเวทย์บ่มเพาะทั้งห้ากำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง คลื่นพลังเวทย์ระเบิดออกมาถี่ๆ วงเวทย์บ่มเพาะอยู่ในขั้นตอนควบรวมกัน

 

ในตอนนั้นเองพลังเวทย์ที่ไร้สีสันกลุ่มใหญ่กำลังควบรวมก่อตัวเป็นวงเวทย์บ่มเพาะวงใหม่

 

แสงสีแดงที่บาดตาส่องประกายสว่างวาบ

 

วูบ!

 

วงเวทย์สีแดงปรากฏในมิติบ่มเพาะ ไม่เท่านั้นวงเวทย์บ่มเพาะวงนี้ยังปรากฏพลังอักขระเวทย์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายโบราณ

 

พลังอักขระราวกับสายฟ้าคลั่ง เปล่งแสงและเสียงที่ตระกานตาที่ไหววูบ

 

ในความว่างเปล่านั้นปรากฏเทวรูปที่ดูธรรมดายิ่งตนหนึ่งลอยอยู่เหนือวงเวทย์บ่มเพาะ

 

พื้นผิวของเทวรูปนั้นปรากฏอักขระโบราณเคลื่อนไหวไปมา ปลดปล่อยกลิ่นอายสีม่วงที่ลึกลับออกมา

 

"เทวรูปนี่คือ?"

 

เมอร์ลินลืมตาขึ้น รู้สึกประหลาดใจกับเทวรูปนี้เป็นอย่างมาก เขาไม่รู้ว่าเทวรูปนี้ปรากฏขึ้นได้อย่างไร

 

ในช่วงเวลาที่วงเวทย์บ่มเพาะทำการควบรวบมัน จู่ๆ พลังอักขระภายในวงเวทย์บ่มเพาะก็ส่งเสียงคำราม เมื่อทำการควบรวมสำเร็จเทวรูปนี้ก็ปรากฏขึ้น

 

เขาไม่รู้ว่าเทวรูปนี้ใช้การอย่างไร?

 

แล้วมันเกิดขึ้นมาด้วยเหตุผลอะไร?

 

สิ่งนี้ไม่มีบันทึกไว้ในเลเมเกทันหรือกำแพงสีม่วง

 

"คงมีแต่เพียงคนของเผ่าเทพเท่านั้นที่จะสามารถตอบคำถามนี้ของข้าได้"

 

เมอร์ลินทำการใช้พลังอำนาจของต้นไม้ห้าร้อยปีธาตุไม้เพื่อฟื้นฟูความเหนื่อยล้า ทันทีต้นไม้ต้นนั้นสั่นไหว อำนาจธาตุไม้ก็ปรากฏครอบคลุมทั่วร่างของเขา

 

วิ้งค์

 

แสงสีเขียวที่บาดตาสว่างวาบออกมาครั้งหนึ่ง

 

พลังฟื้นฟูที่แข็งแกร่งสามารถเยียวยาให้เมอร์ลินกลับมากระปี้กระเป่าได้ทันที

 

ในตอนนี้เมอร์ลินได้ทะลวงขอบเขตผู้ใช้เวทย์เสร็จสมบูรณ์แล้ว

 

วงเวทย์สีแดงที่ปลดปล่อยกลิ่นอายที่แข็งแกร่งเป็นเครื่องหมายความสำเร็จนี้

 

แม้เทวรูปนี้จะสร้างความพิศวงให้กับเขา แต่เมอร์ลินก็ไม่ได้รีบร้อนค้นหาวิธีการการใช้งานมัน

 

"วันพรุ่งนี้เอมิเรียจะนำบัตรประจำตัวมาให้ข้า ข้าจะต้องใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่ามากที่สุด สิ่งสำคัญในตอนนี้คือเพิ่มพลังบ่มเพาะ"

 

ทันทีที่เมอร์ลินสามารถผสานอักขระหนึ่งพันตัวได้สำเร็จ พลังรบของเขาก็เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก แม้ว่าเขาจะอยู่ในขอบเขตผู้ใช้เวทย์ แต่พลังรบของเขากลับมีคุณภาพเทียบเท่ากับขอบเขตนักรบเวทย์ขั้นสูงสุด

 

ต่างจากระดับบ่มเพาะที่เป็นอยู่เป็นอย่างมาก

 

เมอร์ลินนำจิตเวทย์ระดับ 5 ก้อนหนึ่งออกมา

 

ด้วยจิตเวทย์ก้อนนี้แน่นอนว่ามันจะทำให้เขาสามารถสร้างวงเวทย์บ่มเพาะอีกสี่วงที่เหลือได้

 

เมอร์ลินวางแผนที่จะผสานอักขระระดับโบราณเข้าไปอีกครั้งหลังจากสามารถสร้างวงเวทย์บ่มเพาะสีแดงได้ครบทั้งห้าวง

 

หลังจากนั้นเขาก็จะหยุดการบ่มเพาะพลังเวทย์และผสานอักขระเวทย์เข้าไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตต่อไป

 

เวลาหนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

 

เมื่อครบกำหนดเจ็ดวันเมอร์ลินก็ได้รับบัตรประจำตัวมาจากคนของเอมิเรีย

 

ก่อนหน้านี้เอมิเรียได้สอนการใช้งานของมันไว้บ้างแล้ว

 

เมอร์ลินไม่สามารถติดต่อเอมิเรียได้บ่อยนักในช่วงนี้เพราะเธอกำลังทำภารกิจทดสอบสำหรับเมไจนักฝึกสัตว์อยู่

 

ทันทีที่ได้รับบัตรประจำตัวเมอร์ลินก็รีบไปยังอาคารทดสอบเมไจในทันที

 

ถึงตอนนี้เขาจะไม่มีเทียร่าเป็นผู้นำทาง แต่การจะหาสถานที่ทดสอบเมไจย่อมเป็นไปไม่ยากนัก

 

เมอร์ลินสอบถามเส้นทางกับคนแถวนั้น เขาเดินทางมุ่งหน้าไปยังเส้นทางถนนที่รุ่งเรืองของเมืองกีรัน ไม่นานเขาก็ได้มาถึงอาคารทดสอบเมไจ

 

อาคารทดสอบเมไจเป็นสถานที่ที่ 108 ประตูแดนเทพสร้างขึ้น มันถูกตั้งอยู่ใจกลางเมืองของเมืองกีรัน

 

ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใดของเมืองก็สามารถมองเห็นอาคารนี้ได้อย่างชัดเจน

 

อาคารแห่งนี้เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสูงเด่นเป็นสง่า บนยอดสุดของตัวอาคารมีรูปปั้นสูงใหญ่ปรากฏอยู่ ลักษณะเป็นชายวัยกลางคนในชุดคลุมยาวท่าทางดูมีปัญญา มือข้างหนึ่งถือลูกแก้วกลมสีดำที่เปล่งประกายด้วยอักขระมากมายหลายวิถี ปลดปล่อยพลังมหาศาลออกมาโดยธรรมชาติ

 

นี่คือรูปจำลองของเทพเจ้าอักขระ!

 

ตัวตนที่บรรลุขอบเขตอักขระขั้นสีดำ หนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าเทพ

 

ในตอนนั้นเอง

 

เมื่อเมอร์ลินกำลังเดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าของอาคารทดสอบเมไจ ดวงตาเลเมเกทันก็ปรากฏปฏิกิริยาบางอย่าง

 

พลังในดวงตากำลังถูกบางสิ่งบางอย่างกระตุ้น

 

ความรู้สึกนี้ไม่เหมือนกับที่เมอร์ลินได้พบสมบัติของโซโลมอน แต่ทว่าเมอร์ลินรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของพลังอักขระที่ปรากฏออกมาอย่างน่าพิศวง

 

"เกิดอะไรขึ้น ทำไมดวงตาเลเมเกทันถึงมีปฏิกิริยาเช่นนี้" ใบหน้าของเด็กน้อยค่อยๆ ซีดลง

 

นี่ไม่ใช่ความรู้สึกเจ็บปวด แต่มันกลับไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

 

เมอร์ลินเดินไปที่กำแพงและค่อยๆ นั่งทรุดลงกับพื้น

 

เมื่อเขาแหงนหน้ามองรูปปั้นข้างบน ความรู้สึกนี้ก็ยิ่งชัดเจน เกิดอารมณ์หวาดหวั่นขึ้นเล็กๆ

 

"หรือมันจะเกี่ยวกับรูปปั้นนี้? นอกจากสมบัติของโซโลมอนแล้วดูเหมือนว่าดวงตาดวงนี้จะเกี่ยวข้องกับพลังอักขระอีกด้วย" เมอร์ลินวิเคราะห์อาการที่เป็นอยู่ตอนนี้ของตนเอง

 

สิ่งก่อสร้างถูกสร้างด้วยพลังอักขระ รูปปั้นนี้ก็เช่นเดียวกัน

 

ยิ่งเมอร์ลินมองไปที่ลูกแล้วสีดำลูกนั้นแล้วความรู้สึกภายในก็ยิ่งเกิดความปั่นป่วนมากยิ่งขึ้น เขารึสึกพะอืดพะอมเหมือนกับจะอ๊วกออกมา

 

กระแสพลังภายในร่างดูปั่นป่วนอลม่าน

 

ในตอนนั้นเองสติของเมอร์ลินก็วูบดับไป

 

พรึบ!

 

ร่างของเมอร์ลินในตอนนี้นั่งนิ่งอยู่บริเวณข้างอาคารทดสอบเมไจ ผู้คนที่เดินผ่านไปมาไม่ได้สนใจในเขา พวกเขาคิดว่าเด็กน้อยคนนี้นั้นกำลังหลับอยู่

 

เมอร์ลินฟื้นสติในโลกที่ไม่รู้จัก

 

โลกแห่งนี้มีดวงอาทิตย์สีดำที่ยิ่งใหญ่สองดวงกำลังเผชิญหน้ากัน

 

ดวงอาทิตย์สีดำดวงหนึ่งเมอร์ลินรู้สึกคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างมาก แต่ดวงอาทิตย์สีดำอีกดวงหนึ่งกลับต่างออกไป

 

ตูม! ตูม! ตูม!

 

ทั้งสองกำลังต่อสู้กัน เกิดเสียงดังตูมตาม ราวกับสวรรค์กำลังจะถล่มลงมาก

 

เปลวไฟของดวงอาทิตย์สีดำทั้งสองกลายเป็นวิถีอักขระรูปแบบหนึ่งกำลังฟาดฟันกัน

 

เมอร์ลินรู้สึกตื่นตระหนกกับการต่อสู้นี้เป็นอย่างมาก

 

เมอร์ลินไม่ได้มีตัวตนอยู่ในโลกแห่งนี้ แต่เขากลับรับรู้ทุกอย่างได้อย่างชัดเจน

 

ทุกๆ การปะทะกันแล้วดวงอาทิตย์ที่เมอร์ลินรู้สึกคุ้นเคยเป็นฝ่ายได้เปรียบ เขาก็จะรู้สึกเหมือนกับมีกระแสความรู้หนึ่งแล่นเข้ามาในหัว

 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

จนกระทั่งเมอร์ลินรู้สึกว่าเวลานั้นผ่านไปถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน

 

วูบ!

 

ในที่สุดในโลกแห่งความจริงเมอร์ลินก็มีสติฟื้นคืนขึ้นมา

 

เมอร์ลินตั้งสติอยู่พักหนึ่ง เขากำลังทำความเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น

 

เมื่อแหงนขึ้นไปมองรูปปั้นนั้น เมอร์ลินก็สังเกตเห็นว่าดวงแสงสีดำนั้นหม่นลงไประดับหนึ่ง

 

เหตุกาณ์ในโลกแห่งจิตเกิดขึ้นชั่วแล่นความคิด เวลาเจ็ดวันเจ็ดคืนที่ผ่านไปนั้นกินเวลาแค่หนึ่งช่วงลมหายใจเท่านั้น

 

"ดูเหมือนว่าดวงตาเลเมเกทันจะมีความเปลี่ยนแปลง ทำไมเรารู้สึกว่าในสารานุกรมความรู้เลเมเกทันถึงมีข้อมูลเพิ่มขึ้น"

 

น่าเสียดายที่ข้อจำกัดในการใช้สารานุกรมความรู้เลเมเกทันนั้นคือต้องนึกถึงสิ่งที่อยากรู้ขึ้นมาเสียก่อน ถึงจะสามารถใช้งานได้

 

มันไม่เหมือนกับห้องสมุดที่สามารถสุ่มดูข้อมูลอะไรก็ได้ แต่เลเมเกทันนั้นจะต้องจำเพาะเจาะลงโดยเฉพาะ

 

"แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ช่างเถอะ ไปเข้าร่วมการทดสอบเมไจดีกว่า" เมอร์ลินค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แล้วย่างเท้าก้าวไปยังประตูใหญ่ของอาคารทดสอบเมไจ

 

เดินไปถึงทางเข้า ชายคนหนึ่งที่แต่งตัวภูมิฐานก็มาขวางทางเมอร์ลินไว้

 

"เด็กน้อย นี่คือสถานที่ทดสอบเมไจ เจ้าจำเป็นต้องแสดงบัตรประจำตัวและจ่ายค่าธรรมเนียมก่อนถึงจะเข้าไปได้" ชายคนนี้คือพนักงานของอาคารทดสอบเมไจ เขาคือเมไจฝึกหัดที่สอบผ่านได้ไม่กี่ปีมานี้ ตอนนี้เขากำลังทำภารกิจของเมไจเพื่อนำไปแลกแต้มศักดิ์สิทธิ์ เขาจึงต้องมาเป็นคนดูแลอยู่ที่นี่

 

เมื่อเห็นเมอร์ลิน เขาจึงได้เข้ามาทำการดูแล

 

"ข้าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเท่าไหร่" เมอร์ลินเอ่ยอย่างราบเรียบ เขานั้นรู้ดีอยู่แล้วว่าจะทำอะไรในดินแดนนี้ก็ล้วนต้องมีค่าธรรมเนียมเป็นธรรมดา

 

"เพื่อเข้าร่วมการทดสอบ เจ้าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมห้าหมื่นดอล" ชายคนนั้นมองเมอร์ลินและยิ้ม

 

"ได้ ไม่มีปัญหา" เมอร์ลินหยิบบัตรประจำตัวของเขาออกมาแล้วยื่นให้กับชายคนนั้น

 

ชายคนนั้นนำบัตรของเมอร์ลินแตะลงไปที่แท่งหินแท่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยพลังอักขระที่ซับซ้อน

 

เมื่อแสงของอักขระวาบผ่าน ชายคนนั้นก็นำบัตรมายื่นให้กับเมอร์ลิน

 

"เรียบร้อยแล้ว คุณเมอร์ลิน เยเกอร์ เชิญไปห้องทดสอบที่ 577" ชายคนนั้นเอ่ยและยิ้ม จากนั้นเขาก็เดินไปหาผู้ที่จะทดสอบเมไจคนต่อไป

 

ยิ่งเขาสามารถต้อนรับผู้เข้าร่วมทดสอบได้มาก เขาก็จะได้รับแต้มศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นไปด้วย

 

หลังจากเดินเข้าไปในอาคาร เมอร์ลินก็เห็นสภาพภายในของสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ตระกานตาอยู่ด้านหน้า

 

เสาอักขระที่โปร่งใสนับร้อยๆ ต้นปรากฏแก่สายตา แต่ละเสามีตัวอักษรจำนวนมากวิ่งวนอยู่อย่างช้าๆ

 

เมไจหลายคนต่างมองเสาอักขระที่โปร่งใสเหล่านี้อย่างไม่กระพริบตา บนใบหน้าเผยอารมณ์ครุ่นคิด

 

จุดหมายของเมอร์ลินคือห้องหมายเลขที่ 577 ที่อยู่ด้านหลัง แต่ทว่าเมื่อเขาได้มาเห็นเสาอักขระที่โปร่งแสงเหล่านี้ ความสนใจของเขาก็ถูกมันดึงดูดสายตา

 

"นี่คืออะไร?" เมอร์ลินเอ่ยถามอย่างสงสัย

 

 





.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 8 ภาค 4
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 4
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.078K ครั้ง

29,588 ความคิดเห็น

  1. #27956 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 22:01

    THANK YOU

    #27956
    0
  2. #26489 totallymj (@totallymj) (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 01:13
    เขียนเก่งขึ้นเรื่อยๆเลย สนุกอะ
    #26489
    0
  3. #26142 จิล (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 02:43

    ไรท์นี่........ เขียนให้ค้างได้ตลอด- -'

    #26142
    0
  4. #26141 Shamanking (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 23:01

    Great spirit ล่ะสิ5555

    #26141
    0
  5. #26138 ddlovepp (@puilikedd) (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 06:58

    สนุกกกก อยากอ่านต่ออออ
    #26138
    0
  6. #26132 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 18:49

    รอต่อไป~
    #26132
    0
  7. #26131 mild25Time (@mild25Time) (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 16:54
    ความค้างที่ยอดเขานี่คือสกิลระดับใดกัน!
    #26131
    0
  8. #26130 pinglang (@pinglang) (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 16:44

    หมดตังเปย์กลับมาซบอ่านแบบธรรมดา อัพยังไม่ถึงตอนที่อ่านถึงเลย... กระซิก //วนอ่านอีกรอบ
    #26130
    0
  9. #26128 piyananC (@piyananC) (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 13:08
    อัพทุกวันเลยได้มั้ย ค้างงงง
    #26128
    0
  10. #26127 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 12:49
    เพิ่มระดับได้เสียที
    #26127
    0
  11. #26126 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 12:19
    ขอบคุณครับ
    #26126
    0
  12. #26125 (@hunterloto) (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 11:35

    เมื่อเมอร์ลินเปิดประตูเข้าไปได้อุทานว่า "ความค้างนี่คืออัลไล"

    #26125
    0
  13. #26124 catoblivious (@catoblivious) (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 10:05
    ค้างค่าาา รออ่านตอนต่อไปอยู่น๊าาาา
    #26124
    0
  14. #26123 matsawatgame (@matsawatgame) (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 09:32
    ค้างตลอด
    #26123
    0