ตอนที่ 231 : ภาค 3.2 ตอนที่ 69

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13179
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1067 ครั้ง
    10 ธ.ค. 61

ทันทีที่ไปถึงสถานที่ให้เช่าหน้ากาก เทียร่าก็เสนอออกเงินให้เมอร์ลินไปก่อน

 

แน่นอนว่าเกียร์ระดับสีเขียวเล่มนี้ย่อมสามารถขายได้อย่างแน่นอน เมอร์ลินสามารถคืนเงินเธอหลังจากขายแล้วได้

 

อีกอย่างค่าเช่าหน้ากากก็ไม่ได้แพงเกินไป ราคาต่อหนึ่งคนแค่สองพันดอลเท่านั้น จากจะบอกว่าแพงก็แพง หากจะบอกว่าถูกก็พูดไม่ได้เต็มปากมากนัก เพราะค่าข้าวที่พวกเขาพึ่งกินมา เทียร่ายังจ่ายเงินไปแค่ไม่กี่ร้อยดอลเท่านั้น

 

"ไปกันเถอะ"

 

เมื่อได้หน้ากากเรียบร้อยแล้ว เทียร่าก็พาเมอร์ลินไปที่วงกลมกลางห้องโถง

 

เธอเลือกสองวงกลมที่อยู่ข้างกัน

 

"เมอร์ลินเจ้าไปยืนตรงนั้น แล้วสวมหน้ากากให้เรียบร้อย หลังจากนั้นก็ส่งพลังอักขระลงไปเบื้องล่าง วงเวทย์เคลื่อนย้ายจะพาเจ้าไปยังตลาดมืดทันที" เทียร่าหยุดครู่หนึ่งและเอ่ยต่อ "จำไว้ให้ดี เมื่อไปถึงที่นั่นแล้วอย่าพึ่งขยับไปไหน ไม่อย่างนั้นข้าจะหาเจ้าไม่เจอ"

 

"ได้" เมอร์ลินพยักหน้าตอบรับคำ

 

เมื่อเขาเข้าไปยืนบนวงกลม มือน้อยก็หยิบหน้ากากมาสวมใส่ทันที หน้ากากนี้ไม่มีการเจาะรู มันเป็นหน้ากากที่มีความทึบ ด้านหน้าเป็นสีขาวด้านหลังเป็นสีดำ เมื่อสวมใส่เข้าไปแล้วจะมองเห็นแต่ความมืด

 

เขาทำตามขั้นตอนที่เทียร่าบอก

 

พลังอักขระถูกส่งลงไปบนพื้น

 

ในตอนนั้นเอง เมอร์ลินก็รู้สึกถึงพลังอักขระที่ส่งออกมา

 

เบื้องล่างมีการขับเคลื่อนของวงเวทย์ที่เต็มไปด้วยพลังอักขระที่ลึกล้ำ ร่างกายของเขาเหมือนถูกเกลียวคลื่นน้ำเย็นหมุนผ่านไปรอบๆ

 

เมื่อความรู้สึกนั้นมาถึงศีรษะ ทุกอย่างก็ราวกับดับวูบลง

 

วูบ!

 

เมอร์ลินลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็ได้พบกับแสงสว่าง

 

เปลือกตาเล็กค่อยๆ กระพริบเพื่อปรับสายตา

 

เมื่อภาพนั้นชัดเจน เมอร์ลินก็มองเห็นสถานที่กว้างใหญ่จนสุดลูกหูลูกตาแห่งหนึ่งที่เรียงรายไปด้วยแผงลอยที่เป็นระเบียบ

 

แล้วจู่ๆ ก็มีมือหนึ่งพุ่งเข้ามาจับไหล่ของเขา

 

"อยู่นี่เอง ข้าเกือบจะหาเจ้าไม่เจอ" เสียงที่ไม่ทราบว่าเป็นชายหรือหญิงเอ่ยออกมา

 

เมอร์ลินเงยหน้ามอง คนแปลกหน้าที่มาจับไหล่ของตน ภาพที่เขาเห็นก็คือร่างเงาสีดำที่ไม่อาจระบุได้ว่าคือผู้ใด ในพื้นที่แห่งนี้ไม่ว่าตัวตนใดก็กลายเป็นร่างเงาสีดำทั้งสิ้น มิหนำซ้ำไม่ว่าความสูงหรือเพศของผู้คน ก็ไม่อาจคาดเดาได้

 

สถานที่แห่งนี้มีไว้ใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนกันโดยเฉพาะ โดยที่เผ่าเทพจะคิดค่าธรรมเนียมจากการเช่าหน้ากากเท่านั้น

 

ผู้คนมีสิทธิ์ค้าขายที่นี่ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าของสิ่งใดก็สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้

 

เมื่อเห็นว่าเมอร์ลินนิ่งไป ร่างเงานั้นจึงพูดขึ้นมาอีก

 

"นี่ข้าเองเทียร่า เจ้าใช่เมอร์ลินใช่หรือไม่?" ร่างเงานั้นมีท่าทีลังเลเล็กน้อย เธอกลัวว่าเธอจะทักคนผิด เพราะการแสดงออกของเมอร์ลินนั้นดูนิ่งเฉยเกินไป

 

ก่อนที่เทียร่าจะเปล่ามือออกจากไหล่ของเมอร์ลิน เด็กน้อยก็เอ่ยขึ้น

 

"ไม่ผิดหรอกพี่สาว ข้าเองเมอร์ลิน" เมอร์ลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่กึ่งหญิงกึ่งชายเช่นเดียวกับเทียร่า เพียงแต่โทนเสียงของเขานั้นแตกต่างออกไปเล็กน้อย

 

"เจ้านี่ช่างทำให้ข้าตกอกตกใจ พวกเรารีบไปกันเถอะ ไปหาทำเลดีๆ เพื่อขายเกียร์ของเจ้ากัน"

 

เทียร่าพาเมอร์ลินไปหาแผงลอยที่ว่างอยู่

 

ในระหว่างทางพวกเขาได้พบเห็นสินค้ามากมาย

 

เมอร์ลินได้สังเกตดูราคาของสินค้าเหล่านั้น ส่วนมากสินค้าที่ขายกันจะเป็นเกียร์ระดับสีฟ้าเสียมากกว่า แต่น้อยนักที่จะขายเกียร์ที่มีระดับสีเขียวขึ้นไป

 

เมอร์ลินสังเกตเห็นธนูอักขระขั้นสีเขียวที่วางขาย ราคาของมันคือห้าแสนดอล มันเป็นราคาที่สูงมากๆ สำหรับเกียร์ระดับสีฟ้า เขาเห็นราคาสูงสุดของมันไม่ถึงหนึ่งแสนดอลด้วยซ้ำ

 

แต่เมื่อเป็นเกียร์ระดับสีเขียว ราคาของมันก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

 

เกียร์ระดับสีเขียวบางชิ้นที่เมอร์ลินเห็นพุ่งขึ้นไปแตะถึงระดับหลักล้านดอลเสียด้วยซ้ำ ทั้งนี้ทั้งนั้นราคาของเกียร์แต่ละชิ้นก็ต้องขึ้นอยู่กับกลไกของตลาด

 

หากเป็นเกียร์สำหรับเดินทางหรือต่อสู้ ราคาของมันนั้นจะสูงมาก

 

ไม่นับเกียร์ที่ใช้เคลื่อนย้ายมิติหรือสื่อสาร เกียร์เหล่านั้นแทบจะจัดได้ว่าอยู่ในระดับราคาที่สูงสุดก็ว่าได้

 

เมอร์ลินใช้ดวงตาเลเมเกทันจ้องมองดูเกียร์แต่ละชิ้นอย่างสนใจ กระบวนการสร้างของมันซับซ้อนเป็นอย่างมาก ศาสตร์ในการสร้างเกียร์ของดินแดนนี้ลึกล้ำมากเกินไป มันเกินความเข้าใจของเมอร์ลิน

 

ผ่านไปครู่หนึ่งเทียร่าก็ได้แผงลอยแผงหนึ่งที่ว่างอยู่ เธอรีบเข้าไปจับจองให้เมอร์ลินในทันที

 

"เมอร์ลินตรงนี้ ตรงนี้"

 

เทียร่าพาเมอร์ลินมาที่แผงลอยที่ว่าง เมื่อเห็นดังนั้นเมอร์ลินจึงเอาดาบอักขระขั้นสีเขียวที่เขาต้องการขายออกมาทันที

 

"เจ้าต้องการขายมันในราคาเท่าไหร่" เทียร่าเอ่ยถาม

 

เมอร์ลินนิ่งไปครู่หนึ่งเพื่อคิด

 

จากที่เขาเดินสำรวจมาหลายร้านราคาของเกียร์ระดับสีเขียวต่ำสุดที่เขาเห็นคือสี่แสนดอล แต่ทว่าเกียร์เหล่านั้นล้วนถูกสร้างด้วยศาสตร์อักขระที่ซับซ้อนเป็นอย่างมาก คุณภาพของมันนั้นนับว่าดียิ่งกว่าดาบเล่มนี้

 

หากขายมันในราคาที่เท่าเทียมกัน เมอร์ลินเกรงว่าเขาจะต้องนั่งรออยู่หลายวันถึงจะขายออกมา

 

"ข้าจะขายมันในราคาสามแสนห้าหมื่นดอล"

 

ทันทีที่เมอร์ลินวางดาบไปที่แผงลอยและเอ่ยราคาของมัน

 

แผงลอยที่ดูธรรมดานั้นก็ปรากฏอักขระเรืองแสงออกมา ราคาของดาบลอยออกมาเป็นตัวเลขแสดงให้เห็นตามคำพูดของเมอร์ลิน

 

"เจ้าบ้าไปแล้วหรอเมอร์ลิน ราคานี้มันต่ำกว่าราคาตลาดมากเกินไป เจ้าจะขาดทุนเป็นจำนวนมาก" เทียร่ารู้สึกหัวเสียเล็กน้อยเมื่อได้ยินเด็กน้อยตั้งราคา

 

แต่เมอร์ลินกลับยิ้มออกมาอย่างไม่แยแส ความจริงแล้วเขาไม่ได้ใส่ใจต่อดาบเล่มนี้เลยด้วยซ้ำ ในแหวนเวทย์ของเขายังมีอุปกรณ์เวทมนต์ขั้นสีเขียวอีกนับสิบที่เขาทดลองสร้าง

 

ทันทีที่เมอร์ลินตั้งราคา ผู้คนก็พุ่งเข้ามาที่ร้านของเขาทัน

 

"เจ้าจะขายในราคานี้จริงๆ หรือ?" หนึ่งในกลุ่มลูกค้าคนหนึ่งพูดขึ้น

 

แต่ยังไม่ทันไรก็มีคนคนหนึ่งจ่ายเงินเพื่อซื้อดาบเล่มนี้ทันที

 

เงินจากบัตรประจำตัวของเขาไหลออกมาเป็นวิถีอักขระพุ่งเข้าสู่บัตรประจำตัวของเมอร์ลิน

 

ในตอนนั้นเองในหัวของเมอร์ลินก็ปรากฏภาพ ข้อมูลของบัตรที่มีทั้งชื่อสกุล อาชีพ เพศ ยศศักดิ์ และจำนวนเงินที่มี

 

เมอร์ลินจดจำความรู้สึกและวิถีอักขระนี้ไว้

 

เมื่อเขาทดลองใช้มันอีกที ในตอนแรกเขาไม่สามารถทำได้ แต่ทันใดนั้นเองพลังในส่วนลึกของเลเมเกทันก็พุ่งตรงเข้าไปในบัตรประจำตัวใบนั้น จนในที่สุดเขาก็สามารถตรวจสอบมันได้

 

ตามหลักแล้วผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของบัตรจะไม่สามารถตรวจสอบหรือทำอะไรกับบัตรใบนี้ได้ แต่เมอร์ลินนั้นคือข้อยกเว้น เพราะในร่างของเขามีเลเมเกทันซึ่งเป็นสมบัติของมหาจักรพรรดิโซโลมอน ผู้ซึ่งในอดีตเคยเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีดำ ซึ่งระดับสูงสุดของศาสตร์อักขระ

 

เลเมเกทันนั้นมีพลังของผู้ใช้อักขระขั้นสีดำแฝงอยู่ ซึ่งตัวตนของมันนั้นสามารถเทียบเท่าได้กับพลังของเทพเจ้าอักขระได้

 

"บ้าเอ้ย! มีคนซื้อตัดหน้าข้า"

 

"เจ้าเป็นใครกล้าดียังไงถึงทำเช่นนี้?"

 

"น่าเสียดาย ข้าไม่น่ามาช้าเลย"

 

"ข้าไม่น่าฟังที่เขาพูดเลย ข้าควรจะจ่ายเงินเสียตั้งแต่ตอนที่มาถึง"

 

เสียงบ่นตะโกนโวกเวกโวยวายดังอย่างระงมหน้าร้านของเมอร์ลิน แม้หลายคนจะเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นใคร

 

ในมิติแห่งนี้ป้องกันการตรวจสอบตัวตนระหว่างผู้ซื้อขายอย่างหนาแน่น

 

ทันทีที่เงินถูกจ่ายเข้าบัตรของเมอร์ลิน ดาบที่อยู่ในแผงลอยก็พุ่งเข้าสู่มือของผู้ชื้อทันที

 

แม้ว่าดาบนี้จะถูกสร้างด้วยวิถีอักขระที่หยาบ แต่ถึงยังไงมันก็ถูกสร้างด้วยอักขระเวทย์ขั้นสีเขียว พลังและความรุนแรงในการโจมตีของมันย่อมเหนือล้ำไปกว่าเกียร์สีฟ้าทั่วไป

 

ต่อให้เป็นเกียร์สีฟ้าที่สร้างด้วยวิถีอักขระสูงสุดก็ไม่อาจเทียบได้กับเกียร์ที่อ่อนแอของขั้นสีเขียว ระยะห่างของทั้งสองขอบเขตนั้นมีช่องว่างที่ห่างกันมากเกินไป

 

เกียร์สีเขียวจึงเป็นที่ต้องการของผู้คน

 

ต่อให้คนผู้นี้ไม่ได้ซื้อไปใช้เอง เกียร์ชนิดนี้เป็นเกียร์อาวุธประเภทดาบที่มีคนนิยมใช้กัน เพียงแค่เขาเสียเวลาในการนั่งขายมันในราคาตลาด ยังไงเสียเขาก็ต้องได้กำไรจากมันอยู่แล้ว

 

ไม่ว่าจะมองในมุมไหน เกียร์ชิ้นนี้ก็มีคนอยากได้มันทั้งนั้น

 

"ไปกันเถอะ"

 

เมอร์ลินชวนเทียร่ากลับ เขาไม่มีธุระกับสถานที่แห่งนี้แล้ว

 

ของที่ขายอยู่ที่นี่ ยังไม่มีสิ่งไหนดีเข้าตา การเดินต่อไปคงจะเสียเวลาไปเปล่าๆ เท่านั้น

 

เมอร์ลินต้องการที่จะติดต่อกับเอมิเรียให้เร็วที่สุด เขาต้องการใช้อำนาจของหญิงสาวออกบัตรประจำตัวใบใหม่ให้กับเขา เพราะเป้าหมายในการมาที่นี่ของเขาก็คือการเรียนรู้การเล่นแร่แปรธาตุ

 

ซึ่งการที่จะเรียนรู้ศาสตร์นี้ได้นั้น เขาจำเป็นต้องเป็นเมไจเสียก่อน

 

บัตรประจำตัวที่เขามีนั้นคือของที่ขโมยมา แน่นอนว่ามันไม่สามารถนำไปใช้สมัครเป็นเมไจได้

 

"ตามข้ามาทางนี้" เทียร่าจูงมือของเมอร์ลินและเดินออกไปในทิศทางที่เธอคุ้นเคย

 

การที่จะออกจากตลาดมืดด้านนั้นจำเป็นต้องไปที่ทางออกของตลาดเท่านั้น ผู้มาใหม่ส่วนมากจำเป็นต้องศึกษาเรื่องนี้ให้ดี ไม่เช่นนั้นแล้วพวกเขาจะหลงอยู่ที่นี่อยู่หลายวัน

 

ในเส้นทางที่ทั้งสองกำลังเดินล้วนเต็มไปด้วยผู้คน พวกเขาเหล่านั้นต้องการที่จะเดินทางออกจากตลาดมืดเช่นเดียวกัน

 

พวกเขาเสียเวลาไปถึงครึ่งชั่วโมงในที่สุดก็เดินมาถึงทางออก

 

ทางออกของตลาดมืดนั้นคล้ายกับซุ้มประตูขนาดใหญ่ ประตูมีลักษณะคล้ายกับของเหลวสีดำที่ปรากฏระลอกคลื่นราวกับผิวน้ำ

 

เมื่อเมอร์ลินและเทียร่าเดินออกมาจากประตู

 

วูบ!

 

คนทั้งสองก็กลับมาที่เดิม พวกเขาอยู่วงกลมกลางห้องโถงของอาคารตลาดมืด

 

หน้ากากที่เคยสวมใส บัดนี้ได้หายไปแล้ว

 

ทันทีที่เมอร์ลินและเทียร่าเดินออกมาจากอาคาร เมอร์ลินก็ได้บอกกับเทียร่าว่าจะคืนเงินค่าธรรมเนียมการเข้าตลาดมืดให้

 

เวลานี้เมอร์ลินนั้นช่างล่ำซำนัก

 

เทียร่าสอนวิธีโอนเงินให้กับเมอร์ลิน

 

เมื่อตอนที่เมอร์ลินโอนเงินให้ไป เทียร่าก็ถึงกับตาโตในทันที แต่แล้วใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปเป็นไม่พอใจ เธอไม่ยินดีที่จะรับเงินจำนวนนี้

 

"ห้าหมื่นดอลนั้นเป็นเงินที่มากเกินไปเมอร์ลิน ข้าไม่อาจรับเงินมากขนาดนี้ของเจ้าได้" เทียร่าเอ่ยกับเมอร์ลินด้วยสีหน้าที่จริงจัง

 

เงินจำนวนนี้เทียบเท่ากับเงินเดือนของเธอหลายเดินเลยทีเดียว ในตอนแรกเธอต้องการรับมันแค่ไม่กี่พันดอลเท่านั้น เธอไม่คิดว่าเมอร์ลินจะมีน้ำใจให้เธอมากขนาดนี้

 

เมอร์ลินยิ้มและเอ่ย

 

"รับไว้เถอะพี่สาว เงินจำนวนนี้ไม่เป็นอันใดสำหรับข้า หากข้าได้พบกับพี่สาวของข้า ท่านจะต้องตกใจกับจำนวนเงินของเธอมากกว่านี้"

 

เมื่อได้ยินคำพูดของเด็กน้อย เทียร่าก็คาดเดาว่าเมอร์ลินนั้นจะต้องมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา ไม่เช่นนั้นแล้วเด็กคนหนึ่งจะนำเกียร์สีเขียวมาขายแบบไม่คิดอะไรเช่นนี้ได้อย่างไร

 

หลังจากนั้นเทียร่าจึงจำใจรับเงินจำนวนนี้ไว้ เธอขอตัวแยกออกไปเพราะเวลานี้เย็นมากแล้ว เธอซึ่งมีฐานะเป็นสาวใช้จำเป็นต้องกลับไปทำงาน

 

เมื่อแยกจากเทียร่า เมอร์ลินก็เดินทางไปยังอาคารสื่อสารเพื่อติดต่อกับเอมิเรีย

 

ในอาคารสื่อสารนั้นมีเครื่องมือติดต่อสื่อสารที่มีรูปร่างประหลาด การทำงานของมันคือใช้วงแหวนที่สลักไปด้วยอักขระที่ลึกล้ำห้าวงในการขับเคลื่อน

 

เมื่อนำตราสื่อสารใส่ลงไป จิตของผู้ต้องการสื่อสารก็จะเชื่อมต่อกับปลายทางทันที

 

ทันทีที่เอมิเรียได้รับการติดต่อจากเมอร์ลิน เธอก็ดีใจเป็นอย่างมาก เธอบอกว่าเธอจะส่งคนไปรับตัวเมอร์ลิน ซึ่งเมอร์ลินได้ปฏิเสธไป

 

เมอร์ลินต้องการให้เอมิเรียช่วยเหลือเพียงแค่เรื่องบัตรประจำตัวเท่านั้น

 

แม้ว่าเอมิเรียจะรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เจอเมอร์ลิน เพราะเมืองกีรันที่เมอร์ลินอยู่นั้นห่างไกลจากเมืองที่เธออยู่เป็นอย่างมาก การที่เธอจะใช้เครื่องเคลื่อนย้ายมิติไปหา มันก็ได้อยู่หรอก แต่มันดันติดที่ว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ในช่วงทดสอบของเมไจ

 

เพราะหลังจากที่เอมิเรียแยกกับเมอร์ลินในตอนนั้น เธอก็ได้เป็นเมไจผู้ฝึกสัตว์อย่างเต็มตัว

 

ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีให้กับเมอร์ลินที่ทำให้เธอได้รับอันดับหนึ่งของการทดสอบในครั้งนั้น

 

ทั้งสองคุยกันไปได้สักพัก เอมิเรียก็ตบปากรับคำว่าจะหาบัตรประจำตัวให้กับเมอร์ลินและเธอยังให้คำปรึกษาเรื่องของการสอบเมไจไปเล็กน้อยก่อนจะจากลา

 

เหตุที่เมอร์ลินไม่ต้องการได้รับความช่วยเหลือจากเอมิเรียมากเกินไปนั้น เป็นเพราะว่าตระกูลของเอมิเรียนั้นไม่ธรรมดา

 

ตระกูลอัสคาเทลนั้นเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของแดนเหนือ

 

กระทั่งวอลอร์ดสปูนแห่งแดนเหนือก็ยังต้องเกรงใจผู้นำตระกูลอัสคาเทลอยู่ส่วนหนึ่ง

 

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ฐานะอย่างเอมิเรียสามารถหาบัตรประจำตัวให้กับเมอร์ลินได้

 

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เมอร์ลินจึงไปหาห้องพักเพื่อรอคนของเอมิเรีย

 

เอมิเรียได้บอกว่าบัตรประจำตัวของเขาจะถูกนำมามอบให้ภายในเจ็ดวันข้างหน้า

 

เมอร์ลินเลือกห้องพักระดับสูงในการเข้าพัก ค่าใช้จ่ายคืนละหมื่นดอลนั้นไม่ใช่น้อยๆ แต่เมอร์ลินก็ไม่ใส่ใจ เพราะถึงแม้เงินของเขาจะหมดลง เขาก็สามารถนำเกียร์สีเขียวที่เหลือใช้ไปขายต่อได้

 

ห้องพักของเมอร์ลินนั้นสร้างโดยเมไจนักก่อสร้างอักขระระดับสูง คุณสมบัติของมันคือปิดกั้นสิ่งรบกวนไม่ให้เข้าไปภายใน หรือแม้กระทั่งยังสามารถปกปิดกลิ่นอายในการบริการที่ลูกค้าทำการสลักอักขระเวทย์ลงบนวงเวทย์บ่มเพาะได้อีกด้วย

 

มันมีความส่วนตัวเป็นอย่างมาก

 

เมอร์ลินตัดสินใจเลือกห้องพักชนิดนี้ในทันที แม้ว่ามันจะมีราคาที่แพง แต่เขาก็ไม่แยแสต่อมันเลยแม้แต่น้อย

 

หลังจากนั้นเมอร์ลินก็ทุ่มเวลาทั้งหมดไปกับการสลักอักขระเวทย์ระดับโบราณ เพราะการบ่มเพาะของเขาในตอนนี้นั้นยังต้อยต่ำเกินไป ระดับขอบเขตผู้ฝึกหัดนั้นอาจจะทำให้เมอร์ลินกลายเป็นจุดเด่นเกินไป

 

อักขระเวทย์ที่สลักไว้ก่อนหน้านี้แล้วเจ็ดร้อยกว่าอักขระถูกทำให้สลักเพิ่มเติมภายในเจ็ดวัน

 

เวลาทั้งเจ็ดวันเมอร์ลินใช้ทุกๆ วินาทีอย่างคุ้มค่า

 

จนกระทั่งในวันที่หกนั้นเองอักขระเวทย์ระดับโบราณสองร้อยกว่าตัวก็ได้ถูกเติมเต็มบนวงเวทย์บ่มเพาะ

 

ทันทีที่อักขระเวทย์ระดับโบราณตัวสุดท้ายถูกสลักลงบนวงเวทย์บ่มเพาะ เมื่อมันถูกสลักอักขระเวทย์ครบหนึ่งพันตัว กลิ่นอายพลังเวทย์โบราณที่ไม่ทราบที่มาก็ระเบิดออกมาโดยมีร่างของเมอร์ลินเป็นศูนย์กลาง

 

ตูม!

 

ห้องทั้งห้องกลายเป็นสั่นสะเทือน

 

แต่ดีที่นอกจากห้องนี้จะมีการป้องกันที่หนาแน่นแล้ว เมอร์ลินยังใช้พลังอักขระสีม่วงของตัวเองคลุมห้องนี้ไว้ ทำให้ผู้คนภายนอกไม่ทราบถึงเหตุการณ์ภายในห้องนี้

แต่ทว่ายังมีสิ่งหนึ่งที่เหนือความคาดหมายของเมอร์ลิน

 

บนท้องฟ้าเหนือเมืองกีรันเกิดลำแสงขนาดใหญ่ปรากฏท่ามกลางความว่างเปล่า แสงของออโรราปรากฏออกมาเป็นชั้นๆ ราวกับภาพเพ้อฝัน

 

เสียงของสายลมดังหวีดหวิวอย่างไพเราะราวกับบทเพลงสรรเสริญของพระเจ้า

 

เมืองทั้งเมืองกลายเป็นตื่นตะลึง หลายคนไม่รู้ว่าเกิดเหตุอะไร แต่ก็ยังมีตัวตนระดับสูงบางคนที่อยู่ที่นี่ทราบถึงสาเหตุของปรากฏการณ์นี้

 

 






.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 8 ภาค 4
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 4
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.067K ครั้ง

29,547 ความคิดเห็น

  1. #27955 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 21:42

    THANK YOU

    #27955
    0
  2. #26411 QueenOfMars (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 19:00
    สนุกมากค่าา
    #26411
    0
  3. #26122 เดือน กันยายนน (@nnnnnui) (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 08:48
    ชอบคุณครับไรทมาต่อไวๆนะครับ
    #26122
    0
  4. #26121 finny999 (@finny999) (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 07:06

    แต่งเก่งมากๆๆๆๆ
    #26121
    0
  5. #26120 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 19:41

    อยากเปย์นะแต่ไม่มีตังง่าาาาา
    #26120
    0
  6. #26119 SATANGnaphatsorn (@SATANGnaphatsorn) (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 10:28
    รักเรื่องนี้มาก อ่านทีไรมีเรื่องให้ตื่นเต้นตลอด ขนลุกกกกกกก
    #26119
    0
  7. #26118 pick-17 (@pick-17) (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 08:15

    อยากจะเปย์ง่าาาา แม่จ๋าขอเงินหน่อยยย~
    #26118
    0
  8. #26117 mild25Time (@mild25Time) (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 01:19
    ไม่ไหวแล้ววว คงต้องไปเปย์ในกลุ่มลับแล้ว ฮือ~~
    #26117
    0
  9. #26116 muea16884 (@muea16884) (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 00:33
    555 ใช่เคยมีนิยายหลายเรื่องเเล้ว ที่เเบบสร้างอักขระ หรือบ่มเพาะพลัง หรืออะไรก็เเล้วเเต่ พอเสร็จมันจะเกิดพลังมากมายออกมา หรือง่ายๆเอฟเฟค ของมันนั้นเเหละ ตัวเอกจะคิดว่า เออเรากางบาเรียป้องกันเเล้ว คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เเต่ข้างนอก เกิดวงเเหวน หรือเอฟเฟค กลิ่นอาย ที่มากมาย อีกทีนอกบาเรียตัวเอก โดยตัวเอกจะไม่รู้ตัวเลยว่า มันทำให้คนเเตกตื่น
    #26116
    1
    • #26116-1 ebony967 (@ebony967) (จากตอนที่ 231)
      11 ธันวาคม 2561 / 08:30
      อึ้งแดก5555ออร่าพลังมาเต็ม
      #26116-1
  10. #26115 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 00:07
    มือเติบมาก
    #26115
    0
  11. #26114 จิล (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 23:21

    สนุกมากค่ะ ค้างมากด้วย

    #26114
    0
  12. #26113 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 22:08
    ขอบคุณครับ
    #26113
    0
  13. #26112 Fresher Aeolus Zephyrus (@fresherzephyr) (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 21:55
    ทำไมผมนึกถึงเอมิเรียไม่ออกว่าเมอลินไปเจอตอนไหนก่อนหน้านี้
    #26112
    1
    • #26112-1 wotrasit (@wotrasit) (จากตอนที่ 231)
      11 ธันวาคม 2561 / 03:49
      ตอนตาม ผู้ใช้อักระเขียวพเนจรเข้าประตูครับ ตอนนั้นเอมิเรียกำลังจับสัตว์อสูรอยู่เมอลินเลยไปช่วยจับ
      #26112-1
  14. #26111 Mote_Pramote (@Mote_Pramote) (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 21:54
    ต้องได้เป็นเปย์อีกเเล้วสินะ รอไม่ไหวเเล้ว55555
    #26111
    0
  15. #26110 blueLemonsoda (@kikuza004) (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 21:16
    ค้างงงง อยากอ่านต่อแล้วว
    #26110
    0
  16. #26109 zeven138 (@zeven138) (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 21:11

    รอตอนต่อไป
    #26109
    0
  17. #26108 noomnim66 (@noomnim66) (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 21:10
    เก่งไวๆ แล้วไปคุณตาเร็ววว
    #26108
    0
  18. #26107 Thunyapol Gem (@thunyapol) (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 21:04
    คิดถึง :)
    #26107
    0
  19. #26106 0847264362 (@0847264362) (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 20:59

    รักกกกกกก
    #26106
    0