ตอนที่ 192 : ภาค 3.1 ตอนที่ 30 ผสานอักขระศักดิ์สิทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17930
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1211 ครั้ง
    20 ก.ย. 61


เมอร์ลินหยุดความคิดที่จะบ่มเพาะพลังเวทย์ไว้ชั่วคราว เพราะคำสัญญาที่ให้ไว้กับคู่รักอาเธอร์ซามัว

 

แผนการนำตัวซามัวออกมาจากเทือกเขาไร้ทัดทานจะเริ่มขึ้นอย่างเร็วหนึ่งปีอย่างช้าสามปี เวลาในการบ่มเพาะช่วงนี้นับว่าสั้นเป็นอย่างมาก เขาไม่สามารถบ่มเพาะพลังเวทย์ขึ้นมาในระดับที่น่าพอใจได้ในระยะเวลาแค่นี้

 

“การบ่มเพาะพลังเวทย์ภายในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ อย่างมากก็ไปได้ถึงแค่ขอบเขตนักรบเวทย์ สู้ส่งเสริมในอำนาจอื่นๆ ที่สามารถเป็นตัวช่วยในการดำเนินแผนการนั้นดีกว่า” เมอร์ลินหลับตาขบคิด

 

“ในด้านการโจมตี พลังปราณเซียนระดับเริ่มแรกของขอบเขตผลิดอกนับได้ว่ามีอำนาจเทียบเท่าขอบเขตมหาจอมเวทย์ ในด้านพลังป้องกัน อำนาจอักขระขั้นสีม่วงมีแรงกดดันที่แข็งแกร่งและพลังป้องกันที่ไร้เทียมทานเปลี่ยนแปลงได้หลายรูปแบบ ความแข็งแกร่งไม่แพ้ขอบเขตมหาจอมเวทย์หนึ่งวงเวทย์เลยทีเดียว การบ่มเพาะพลังทั้งสองในระยะสั้นๆ ย่อมไม่ได้อะไรเพิ่มเติมมากนัก”

 

“ไม่ต้องเอ่ยถึงคัมภีร์ปรุงยาและคัมภีร์บ่มเพาะกายาศักดิ์สิทธิ์ ต่อให้ใช้เวลาสิบปีก็ยังเร็วเกินไปที่จะบรรลุพลังในขอบเขตที่แข็งแกร่งได้ คงมีแต่พืชพันธ์พลังธาตุเท่านั้นที่พอจะมีความหวังในการพัฒนาให้เพิ่มพูนความสามารถอย่างเห็นได้ชัดได้”

 

ภารกิจนี้ไม่ใช่ภารกิจที่เน้นการต่อสู้ แต่มันเน้นเรื่องการหลบหนี ต่อให้บ่มเพาะจนมีพลังแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นก็ไม่สามารถแข็งแกร่งได้เท่ากับจ้าวภูเขาแต่ละลูก

 

เมอร์ลินมองเข้าไปมิติบ่มเพาะ พืชพันธุ์พลังธาตุทั้งสี่ต้นเติบโตในทะเลปราณอย่างแข็งแกร่ง

 

ต้นไม้ธาตุลมอายุหนึ่งร้อยปีนับว่าแข็งแกร่งที่สุด รองลงมาก็คือต้นกล้าธาตุมืดและธาตุน้ำแข็ง แต่ดูเหมือนว่าต้นกล้าธาตุน้ำแข็งนั้นจะโตวันโตคืน นั่นเพราะอำนาจของเปลวไฟวิเศษแก่นแท้สุดขั้วเหมันต์ที่ปลดปล่อยความเย็นหล่อเลี้ยงต้นกล้าธาตุน้ำแข็งอยู่ตลอดเวลา

 

ที่อ่อนแอที่สุดคงจะเป็นต้นอ่อนธาตุไฟที่นับตั้งแต่บ่มเพาะขึ้นมาก็ไม่ได้มีอะไรหล่อเลี้ยงเพิ่มเติม

 

“ความลับของการบ่มเพาะพืชพันธุ์พลังธาตุนั้นมีอยู่มาก แต่หนึ่งในนั้นคือการผสานอักขระระดับศักดิ์สิทธิ์เข้าไป ในตอนนั้นข้าโชคดีที่ผสานอักขระเข้าไปในต้นไม้ธาตุลม พลังธาตุลมจึงมีคุณสมบัติแฝงและเพิ่มความสามารถของธาตุลมมากขึ้น”

 

“หลังจากออกมาจากมิติแห่งแหวนข้าได้เก็บเกี่ยวอักขระเวทย์ระดับศักดิ์สิทธิ์สะสมรวมแล้ว 915 อักขระ ระดับโบราณ 5,200 อักขระ และระดับธรรมดานับหมื่นอักขระ อีกทั้งยังมีอักขระรูปแบบพิเศษ อักขระวิญญาณอีก 18 อักขระ”

 

หากตระกูลของเผ่าเทพในเกาะลอยฟ้าบาบิโลนรู้ว่าเมอร์ลินครอบครองอักขระเวทย์มากมายขนาดนี้พวกเขาจะต้องริษยาจนอกแตกตายแน่นอน กระทั่งตระกูลใหญ่โตในเผ่าเทพยังสามารถครอบครองอักขระเวทย์ระดับศักดิ์สิทธิ์ไม่ถึงสิบตัวด้วยซ้ำ ส่วนอักขระเวทย์ระดับโบราณอย่างมากสุดก็คงไม่เกินสองร้อยตัว

 

คนธรรมดาปกติในเผ่าเทพหากได้ครอบครองอักขระระดับโบราณสิบหรือยี่สิบตัวก็นับว่ามีโชคมากแล้ว

 

หากเมอร์ลินไมได้มรดกของโซโลมอนและตระกูลดราก้อนเอสมา แน่นอนว่าชีวิตนี้ทั้งชีวิตเขาก็ไม่ได้ครอบครองอักขระระดับโบราณแม้แต่ตัวเดียว

 

“อักขระระดับศักดิ์สิทธิ์นั้นสามารถผสานเข้ากับพืชพันธุ์พลังธาตุได้ ส่วนอักขระโบราณสามารถนำไปผสานกับวงเวทย์บ่มเพาะ”

 

เมอร์ลินสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเปิดเปลือกตาออกมาด้วยแววตาที่เป็นประกาย

 

“นับว่าเป็นโชคดีในโชคร้าย การสูญเสียการบ่มเพาะพลังเวทย์ในครั้งนี้ทำให้ข้าสามารถเริ่มบ่มเพาะวงเวทย์ได้ใหม่ การบ่มเพาะวงเวทย์ครั้งแรกนับว่าเป็นการบ่มเพาะที่สะเป๊ะสะปะ พื้นฐานไม่มั่นคงคุณภาพพลังเวทย์ไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร”

 

คนของเผ่าเทพแม้แต่เอมิเรียที่บ่มเพาะพลังเวทย์เพียงขอบเขตนักรบเวทย์ไม่กี่วงเวทย์ยังไม่พลังต่อสู้เทียบเท่ากับจอมเวทย์ของแผ่นดินมนุษย์ได้แล้ว นั่นจึงถือได้ว่าศาสตร์แห่งการบ่มเพาะพลังเวทย์ของดินแดนมนุษย์นั้นยังอ่อนแอเกินไป

 

เผ่าเทพมีผู้คุมกฎที่เป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว มีพลังบ่มเพาะขอบเขตจอมเวทย์นับหมื่นๆ คน คนลึกลับที่มาสอดแนมแผ่นดินมนุษย์นั้นแสดงให้เห็นได้ชัดว่าจอมเวทย์แต่ละคนของเผ่าเทพนั้น มีพลังต่อสู้ไม่ต่ำกว่าขอบเขตมหาจอมเวทย์ กำลังรบของเผ่าเทพนั้นแข็งแกร่งจนเหนือจินตนาการ

 

“ครั้งนี้ข้าได้เริ่มต้นบ่มเพาะพลังเวทย์ใหม่แน่นอนว่าจะต้องทำให้รากฐานของมันแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม หากไม่ติดคำสัญญาของซามัว ข้าคงเริ่มบ่มเพาะพลังเวทย์เป็นอันดับแรก แต่เมื่อรับปากไปแล้วก็ต้องทำให้ได้ สำหรับภารกิจในครั้งนี้การผสานอักขระเวทย์บนพืชพันธุ์พลังธาตุนับว่ามีประโยชน์มากกว่า”

 

ในที่สุดเมอร์ลินก็ตัดสินใจเลือกการบ่มเพาะก่อนหลัง

 

“การผสานอักขระเวทย์นั้นน่าตื่นตะลึงเกินไป เวลานี้หอคอยดารามีผู้คนอาศัยอยู่นับร้อย การผสานอักขระของข้าอาจส่งผลกระทบกับพวกเขาได้”

 

เมอร์ลินย้อนกลับไปคิดถึงตอนที่ทำการผสานอักขระเวทย์ในครั้งแรกบนยอดเขา ฟ้าดินบริเวณนั้นกลายเป็นปั่นป่วน ท้องฟ้าและแผ่นดินล้วนได้รับผลกระทบกับการผสานอักขระเวทย์ ก่อเกิดความโกลาหลจนน่าตกใจ

 

มือน้อยโบกออกไปครั้งหนึ่งเบื้องหน้า อำนาจอักขระสีม่วงก็เปล่งประกายครอบคลุมทั้งห้องโถงแห่งนี้

 

ด้วยอำนาจอักขระขั้นสีม่วงที่แข็งแกร่ง ผลกระทบของการผสานอักขระเวทย์ย่อมไม่สามารถเล็ดลอดออกไปได้ ควรรู้ไว้ว่าความแข็งแกร่งของม่านพลังอักขระขั้นสีม่วงของเมอร์ลินในตอนนี้ แม้กระทั่งผู้สูงศักดิ์มหาจอมเวทย์หนึ่งวงเวทย์ก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้

 

หลังจากสร้างม่านพลังเพื่อป้องกันผลกระทบแล้ว เมอร์ลินก็ค่อยๆ หลับตาและสร้างอักขระระดับศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาในวงเวทย์บ่มเพาะ

 

ในครั้งนั้นทันทีที่เมอร์ลินบรรลุพลังอักขระขั้นสีม่วง เขาก็ได้ปราบปรามมังกรสายฟ้าสีเขียวทันที แน่นอนว่าด้วยอำนาจของพลังอักขระขั้นสีม่วงมังกรสายฟ้าสีเขียวย่อมไม่สามารถต้านทานได้

 

เมื่อมังกรสายฟ้าสีเขียวถูกสยบดวงแสงสีม่วงที่เป็นตัวแทนของพลังอักขระในมิติบ่มเพาะของเมอร์ลินก็กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่เกิดการบิดเบี้ยวและมีร่องรอยของความด่างพร้อยอีกต่อไป

 

ดวงแสงสีม่วงส่งพลังออกมาก่อเกิดเป็นอักขระเวทย์ตัวหนึ่งที่ทอแสงพร่างพราวระยิบระยับแตกต่างจากอักขระเวทย์ทั่วไปล่องลอยอยู่กลางท้องฟ้ามิติบ่มเพาะ

 

เมอร์ลินบังอักขระเวทย์ตัวนั้นให้เข้าไปผสานกับต้นอ่อนพลังธาตุไฟ

 

“ข้าควรเริ่มทดลองกับพืชพันธุ์ที่ยังไม่เติบโตดูก่อน หากเกิดอะไรผิดพลาดจะได้ไม่เกิดผลเสียที่ร้ายแรง”

 

เมอร์ลินกลัวว่าหากสุ่มสี่สุ่มห้าทดลองทฤษฏีที่คาดเดา ผสานอักขระลงไปในพืชพันธุ์พลังธาตุแล้วไม่เป็นอย่างที่หวัง หากต้นกล้าพลังธาตุมืดหรือต้นไม้ร้อยปีพลังธาตุลมเกิดความเสียหาย พลังในการต่อสู้ของเขาจะลดลง เกิดความเสียหายที่ไม่คุ้มค่า

 

แต่หากเป็นต้นอ่อนพลังธาตุไฟที่ไม่เคยได้ใช้งานแล้ว แม้จะเกิดการผิดพลาดแต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเขามากนัก

 

อักขระเวทย์ระดับศักดิ์สิทธิ์เคลื่อนไหวตามที่เมอร์ลินนึกคิด อำนาจที่พร่างพราวระยิบระยับนั้นพุ่งไปยังต้นอ่อนพลังธาตุไฟในทันที

 

ครืน! ...

 

อักขระเวทย์ที่ต้องการจะผสานพลันปะทะเข้ากับพลังบางอย่างที่แผ่ออกมาจากต้นอ่อนพลังธาตุไฟ

 

ปรากฏเห็นเป็นเกราะป้องกันที่อักขระเวทย์ไม่อาจเข้าใกล้

 

“ข้าคิดเอาไว้แล้วว่ามันต้องไม่ง่าย”

 

เมอร์ลินพยายามบังคับอักขระเวทย์ให้ผ่าการป้องกันนี้เข้าไป

 

เกราะป้องกันแข็งแกร่งราวกับภูเขาลูกหนึ่งที่ตั้งตระหง่าน อักขระเวทย์ระดับศักดิ์สิทธิ์ยากที่จะเจาะทะลวงเข้าถึงได้

 

เมอร์ลินเพ่งจิตบังคับอักขระเวทย์จนหยดเหงื่อบนร่างกายหลั่งไหลออกมาอย่างเปียกชุ่ม แม้จะเป็นการบังคับทางจิตแต่มันก็ส่งผลต่อร่างกาย มันไม่ง่ายเลยที่จะทำอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่จิตสั่งการโดยที่ร่างกายไม่ได้รับผลกระทบ

 

แต่แล้วเมื่อเมอร์ลินเพ่งจิตเข้าไปอย่างหนักแน่น อักขระเวทย์ที่เปล่งประกายระยิบระยับก็ทอแสงสว่างออกมาอย่างเจิดจ้า แสงศักดิ์สิทธิ์ถูกกระตุ้นเปล่งแสงออกมาอย่างบาดตา

 

พุ่ง! พุ่ง! พุ่ง!

 

อำนาจของอักขระเวทย์ระดับศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้นราวกับดาวตกที่โพล่ออกมาจากเส้นขอบฟ้า

 

พลังป้องกันของต้นอ่อนพลังธาตุไฟค่อยๆ ถูกทะลวง

 

อักขระเวทย์กำลังพุ่งเจาะผ่านเข้าไปเป็นชั้นๆ

 

จนในที่สุด

 

เวิง!

 

อักขระเวทย์ระดับศักดิ์สิทธิ์จมลงไปในต้นอ่อนพลังธาตุไฟราวกับจมลงไปในแม่น้ำ

 

บนร่างของเมอร์ลินเกิดคลื่นกระเพื่อมออกมา พาให้ห้องโถงแห่งนี้ทั้งห้องเกิดความสั่นสะเทือน

 

เหนือศีรษะปรากฏพลังธรรมชาติที่ร้อนแรงกลายเป็นน้ำวนเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่ง

 

ดีที่ห้องโถงแห่งนี้ถูกกำกับด้วยอำนาจอักขระของเมอร์ลิน

 

แม้ว่าผลกระทบจากการผสานอักขระจะรุนแรงขนาดไหน แต่มันก็ไม่สามารถทำลายม่านพลังสีม่วงให้พังทลายลงได้

 

เมอร์ลินลืมตาขึ้นมาแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ใบหน้ามีอาการอ่อนเพลียเป็นอย่างมาก

 

“ในที่สุดก็สามารถผสานอักขระเข้าไปในพืชพันธุ์พลังธาตุได้สำเร็จ” เมอร์ลินกล่าวอย่างมีรอยยิ้ม ภายในใจเกิดความรู้สึกยินดี

 

เขาใช้เวลาไปเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าจะสามารถผสานอักขระเข้าไปได้หนึ่งตัว แน่นอนว่ามันไม่ง่ายเลยสำหรับเส้นทางของผู้แข็งแกร่งเส้นทางนี้

 

เมืองหลวงไม่อาจสร้างเสร็จวันเดียวได้เช่นไร พลังที่ยิ่งใหญ่ก็ไม่อาจบ่มเพาะให้สำเร็จในวันเดียวได้เช่นนั้น

 

ควรรู้ไว้ว่าอักขระระดับศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งล้ำค่า การจะผสานให้ได้แต่ละตัวจึงไม่ใช่เรื่องที่ง่าย

 

คนนั้นทั้งคืนเมอร์ลินใช้เวลาไปกับการผสานอักขระเวทย์

 

เมื่อผสานอักขระเข้ากับต้นอ่อนพลังธาตุไฟได้ครบสิบอักขระ เมอร์ลินก็มาถึงทางตัน

 

ไม่ว่าเมอร์ลินจะพยายามมากขนาดไหน ต้นอ่อนพลังธาตุไฟไม่ยอมรับการผสานอีกต่อไป

 

“หรือว่านี่จะเป็นขีดจำกัดของพืชพันธุ์พลังธาตุระดับนี้”

 

พืชพันธุ์พลังธาตุนั้นมีอยู่หลายระดับ เริ่มจากต้นอ่อน ต้นกล้า ต้นไม้ ต้นไม้สิบปี ต้นไม้ร้อยปี ต้นไม้พันปี ต้นไม้หมื่นปี เรียงลำดับกันไป

 

“หากว่าเป็นเพราะระดับไม่เพียงพอ นี่ก็คือว่าเป็นเหตุผลอย่างหนึ่ง เช่นนั้นแล้วหากข้าต้องการผสานอักขระเวทย์ให้ได้ต่อไปก็จำเป็นต้องพัฒนาต้นอ่อนให้ก้าวเข้าสู่อีกระดับหนึ่ง”

 

เมอร์ลินทดลองยื่นมือออกไปด้านหน้า

 

ทันใดนั้นเองดวงไฟสีแดงที่เปล่งประกายด้วยแสงหลากสีก็ปรากฏออกมา

 

เมื่อโบกมือออกไปครั้งหนึ่ง ไฟสีแดงที่เต็มไปด้วยประกายลึกลับนั้นก็ลุกลามไปในอากาศเป็นเส้นสาย

 

ภายใต้การสั่งการของเมอร์ลิน เขาสามารถควบคุมไฟสีแดงนี้ได้ตามใจนึก

 

“อืม ... คุณภาพของไฟนี้มีพลังต่อสู้ไม่ต่ำกว่าขอบเขตนักรบเวทย์ พลังของระดับต้นอ่อนทำได้ขนาดนี้นับว่าเหนือความคาดหมาย” เมอร์ลินมองเปลวไฟที่ลุกลามในอากาศแล้ววิเคราะห์ออกมา

 

ทันทีที่เมอร์ลินสะบัดมือไปอีกครั้งหนึ่ง เปลวไฟที่ลุกลามก็หายไปราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ก่อนหน้านี้

 

ผู้ที่มีพืชพันธุ์พลังธาตุนั้นถูกเรียกว่าผู้เชี่ยวชาญ

 

ผู้เชี่ยวชาญสามารถเรียกใช้พลังธาตุนั้นๆ ได้อย่างใจนึก อำนาจพลังธาตุที่ครอบครองนั้นเหนือกว่าบทเวทย์ที่ผู้ใช้เวทมนต์ร่ายออกมาโดยทั่วๆ ไป ควบร้ายกาจของพวกเขาคือพลังธาตุที่รุนแรงและการควบคุมพลังธาตุที่เหนือชั้น

 

แสงแดดส่องลอดผ่านลงมาจากช่องว่างด้านบนของหอคอย

 

เมอร์ลินค่อยๆ ลุกขึ้นจากแท่นสูง ภายในหัวกำลังขบคิดเรื่องราวมากมาย

 

ในตอนนั้นเองเขาก็คิดขึ้นได้ว่าซามัวได้เก็บเด็กคนหนึ่งที่สามารถผ่านการทดสอบจากอุปกรณ์เวทมนต์ที่เขาสร้างขึ้นอย่างได้คะแนนเต็ม มิหนำซ้ำยังผ่านการทดสอบอย่างรวดเร็ว

 

เรื่องนี้แม้แต่เมอร์ลินที่ฟังแล้วก็รู้สึกแปลกประหลาดเกินไป

 

“ข้าควรเรียกเด็กคนนั้นมาตรวจสอบดู”

 

หลังจากตัดสินใจได้ เมอร์ลินก็เปล่งเสียงที่ดังกึกก้องราวกับเสียงของระฆังสวรรค์ดังออกไปจากยอดหอคอย

 

“ดาราที่ 5 พาโว จงนำเด็กคนนั้นมาพบข้า”

 

ในช่วงสายพาโวกำลังบรรยายความรู้ให้แก่สมาชิกสังกัดของเธออยู่ก็ได้ยินเสียงของเมอร์ลินที่ดังก้องกังวานได้ยินอย่างชัดเจน

 

พาโวไม่กล้าที่จะรอช้า เธอรีบเข้าไปหาเอ็ดเวิร์ดในทันที

 

เอ็ดเวิร์ดคือเด็กที่เมอร์ลินพูดถึง แน่นอนว่าเขาพักอยู่ในวิหารของพาโวมาเป็นปีๆ แล้ว สถานะของเขานั้นต่างจากสมาชิกของหอคอยดาราทั่วไป ตั้งแต่ที่เขามาอยู่ที่นี่เขาไม่ได้รับการฝึกฝนหรือได้รับรางวัลสำหรับการบ่มเพาะใดๆ ทั้งสิ้น

 

สิ่งที่เขาต้องทำคือการรอคอย

 

รอเพื่อให้เมอร์ลินเรียกตัว

 

แล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่รอคอยมาตลอดหนึ่งปี

 

ในที่สุดเมอร์ลินก็เรียกเข้าพบ

 

พาโวพาเอ็ดเวิร์ดไปที่หอคอยดาราอย่างรวดเร็ว พวกเขาทั้งสองทะยานตัวมาหยุดอยู่ด้านล่าง

 

พาโวไม่สามารถนำเอ็ดเวิร์ดเหาะขึ้นไปบนยอดหอคอยได้ นั่นเป็นเพราะโดยรอบของหอคอยนั้นมีแรงกดดันมหาศาลกดลงมาอยู่

 

ใครก็ตามที่จะพยายามเหาะขึ้นไปบนหอคอย เขาผู้นั้นก็จะถูกแรงกดดันมหาศาลกดจนตกลงมา

 

มีเพียงทางเดียวเท่านั้นที่จะสามารถขึ้นไปบนหอคอยได้ นั่นก็คือการเข้าไปด้านในของหอคอย

 

ทันทีที่เอ็ดเวิร์ดเดินตามพาโวเข้าไปในหอคอย ด้านในที่เป็นชั้นแรกเขาก็พบกับห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีความกว้างเท่ากับพื้นที่ของบ้านสามสิบหลังมารวมกัน มิหนำซ้ำเพดานของมันยังมีความสูงเกือบยี่สิบเมตร

 

ภายในห้องไม่ได้มืดมิด แม้พื้นที่จะกว้างใหญ่แต่ภายในห้องก็มีแสงที่ส่องสว่างเป็นอย่างยิ่ง

 

แสงเหล่านั้นมาจากผลึกแก่นเวทย์นับไม่ถ้วนที่ประดับประดาราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า

 

“รีบตามข้ามาแล้วเข้า ท่านจ้าวหอคอยกำลังรอเจ้าอยู่” พาโวเอ่ยเร่งเมื่อเธอเห็นว่าเอ็ดเวิร์ดกำลังยืนตะลึงอยู่กับห้องชั้นแรกของหอคอยดารา

 

เมื่อได้ยินเสียงเอ็ดจากพาโว เอ็ดเวิร์ดรีบเร่งฝีเท้าเดินตามหญิงสาวไปในทันที

 

พาโวพาเอ็ดเวิร์ดเดินมาหยุดที่จุดกึ่งกลางของห้อง บนพื้นที่พวกเขายืนอยู่มีวงเวทย์ขนาดใหญ่นับสิบเมตรสลักอยู่

 

พาโวสะบัดมือของเธอโบกพลิ้วอย่างคล่องแคล่วกลางอากาศ

 

ทันใดนั้นเองดวงดาวที่เอ็ดเวิร์ดเห็นบนเพดาลก็เกิดการเคลื่อนที่ ลำแสงจากดวงตาปรากฏลากผ่านจากเส้นหนึ่งไปยังอีกเส้นหนึ่ง

 

เมื่อทุกอย่างบรรจบพบกันอย่างพอดี

 

วงเวทย์ขนาดใหญ่ใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็เรืองแสงออกมา

 

พริบตาแสงสีขาวที่บาดตาก็ปรากฏ

 

เมื่อเอ็ดเวิร์ดรู้สึกตัวอีกทีทั้งเขาและพาโวก็มาปรากฏอยู่ที่ชั้นบนสุดของหอคอยแล้ว

 

“มากันแล้วหรอ” น้ำเสียงอันเยาว์วัยถูกเปล่งออกมาจากชายร่างเล็กที่สวมหน้ากากสีขาวยืนอยู่บนแท่นสูง

 

ในตอนนั้นเองเอ็ดเวิร์ดก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างสุดขีด มือของเขานั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อ หัวใจของเขานั้นเต้นรัวอย่างไม่มีสาเหตุ

 

ใครจะคิดเล่าว่าวันหนึ่งเขาจะได้มาพบกับชายผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักร

 

ชายผู้มีเรื่องเล่าเป็นตำนานเล่าขาน

 

ร่างเล็กในชุดคลุมยาวสีขาวที่เอ็ดเวิร์ดเห็นนี้ก็คือ “อัศวินโต๊ะกลมเมอร์ลิน” ผู้สืบทอดสายเลือดแห่งดราก้อนเอส ผู้ที่เป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีม่วงในรอบร้อยปีของแผ่นดิน

 

เอ็ดเวิร์ดรู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะควบคุมร่างกายของตัวเองไม่ได้ จู่ๆ ขาของเขาก็ไม่มีแรง เขาเข่าอ่อนและทรุดลงไปกับพื้นอย่างไม่มีเหตุผล

 

เมอร์ลินเหลือบสายตามองลงมาและคำรามเสียงต่ำออกมาอย่างรู้สึกแปลกใจ

 

“ฮืม ...”





.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 7 ภาค 4 ตอนที่ 12
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 4
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.211K ครั้ง

29,582 ความคิดเห็น

  1. #25043 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 11:41

    ขอบคุณครับ

    #25043
    0
  2. #25006 EchizenRyoma (@siriwanphanpa) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 22:00
    ค้างเฉย
    #25006
    0
  3. #25005 Gouyjeng (@Gouyjeng) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 23:04
    เจอกันแล้ว ลุ้น
    #25005
    0
  4. #25004 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 18:23
    ขอบคุณครับ
    #25004
    0
  5. #25003 fujidargon (@fujidargon) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 18:13
    มีต้นอ่อนไฟ
    #25003
    0
  6. #25002 มงคล วัฒนาวรสกุล (@mooleang) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 18:07
    รอลุ้มว่าจะมีต้นไม้ธาตุอะไรบ่างอีก ขอบคุณ
    #25002
    0
  7. #25001 คาริชม่า (@13045choo) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 17:06
    บอกว่าสี่ธาตุ แต่มีแค่ธาตุลม มืด น้ำแข็ง คือไรค้ะพี่ หนูๆ??
    #25001
    2
  8. #25000 KM_PTK9397 (@KM_PTK9397) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 16:53
    ค้างงง สนุกมาก
    #25000
    0
  9. #24999 ESTKUNG17 (@ESTKUNG17) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 16:51
    เป็นปีๆเลย555
    #24999
    0
  10. #24998 QueenOfMars (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 16:40
    รอค่าาา
    #24998
    0
  11. #24997 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 16:23
    รู้แล้วสินะ...
    #24997
    0
  12. #24996 영 재 cute (@0996894556) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 16:09

    สุดยอด
    #24996
    0
  13. #24995 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 15:35
    รอตอนต่อไป
    #24995
    0
  14. #24994 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 15:31
    หัวอกคนต่างโลกเหมือนกัน
    #24994
    0
  15. #24993 Orngchaisi (@Orngchaisi) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 15:30

    ขอบคุณครับ
    #24993
    0
  16. #24992 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 15:30
    ค้างงงงงงง
    #24992
    0
  17. #24991 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 14:32
    อัพเกรดกันยาวๆๆ
    #24991
    0
  18. #24990 9minx (@memindiiz) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 14:15

    ตื่นเต้นแทน เวลาบรรยายความยิ่งใหญ่ของเมอร์ลินแล้วมันชุ่มชื่นหัวใจ

    #24990
    0
  19. #24989 0847264362 (@0847264362) (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 14:11
    กำลังอ่านนิยายเรื่องอื่นอยู่ พอเรื่องนี้เเจ้งเตือนมาผมทิ้งเรื่องอื่นมาอ่านเรื่องนี้ก่อนเลยครับ555
    #24989
    0