ตอนที่ 190 : ภาค 3.1 ตอนที่ 28 ผู้ใช้อักขระขั้นสีม่วงในรอบร้อยปี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19570
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1322 ครั้ง
    20 ก.ย. 61


ซามัวค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เธออยู่ในร่างเด็กน้อยนั่งสมาธิอยู่บนแท่นสูง

 

ซามัวอยู่ในร่างของเมอร์ลินมานาน การควบคุมพลังประหลาดในร่างของเมอร์ลินนั้นนับว่าไม่ยากนัก เพราะการใช้พลังออกมานั้นไม่ต่างอะไรกับสัตว์อสูรมากนัก ไม่จำเป็นต้องร่ายเวทย์ ก็สามารถใช้พลังได้ตามใจนึก

 

ก่อนที่เมอร์ลินจะจากไปเขาได้บอกกล่าวให้เธอปกป้องหอคอยดารา เมื่อครู่มีเรื่องยุ่งยากเกิดขึ้น เธอจึงลงมือจัดการด้วยตนเอง

 

ไม่นานพาโวก็เอ็ดเวิร์ดมายังด้านล่างของหอคอย

 

ซามัวส่งคลื่นเสียงออกไปด้วยน้ำเสียงของเด็กน้อย

 

“จัดหาที่พักให้กับเขา รอข้าออกมาจากการฝึกฝนค่อยพาเขามาพบข้าอีกครั้งหนึ่ง”

 

แม้จะอยู่ห่างไกล แต่เสียงของซามัวกลับดังขึ้นในหัวของพาโวและเอ็ดเวิร์ด

 

“ข้าทราบแล้วท่านหัวหน้า” พาโวโค้งเคารพก่อนจะพาเอ็ดเวิร์ดทะยานออกไป

 

“ไปกับข้า”

 

ร่างของทั้งสองหายไปจากด้านล่างของหอคอยดารา

 

พาโวพาเอ็ดเวิร์ดไปพักที่วิหารของเธอ

 

เป็นที่รู้กันดีว่าหากหัวหน้าทำการฝึกฝน ห้ามผู้ใดเข้าไปรบกวน อีกทั้งก่อนหน้านี้เมอร์ลินยังมีคำสั่งว่าห้ามให้ทุกคนเข้าใกล้หอคอยดารา

 

พาโวไม่รู้ว่าเมอร์ลินจะออกมาจากการฝึกฝนเมื่อไหร่ นี่ก็ผ่านไปครึ่งปีแล้วเมอร์ลินก็ยังไม่ก้าวออกมาจากหอคอยดาราแม้แต่ก้าวเดียว กลุ่มดารานั้นทำได้แต่รอคอยและรับคำสั่งอยู่เบื้องล่าง

 

ด้านซามัวที่ตัดสินใจรับเอ็ดเวิร์ดขึ้นมา เธอมีเหตุผลอยู่สองเหตุผล

 

หนึ่งคือเด็กคนนี้อาจเป็นผู้มีความสวรรค์ เมอร์ลินต้องการรับคนเพิ่ม เด็กคนนี้คือวัตถุดิบอย่างดี สอบผ่านการทดสอบของเมอร์ลินอย่างน่าตื่นตะลึง เหมาะสมที่จะให้เมอร์ลินสั่งสอนด้วยตนเอง

 

เหตุผลที่สองคือเด็กคนนี้ไม่มีทางใช้โกงกับอุปกรณ์เวทมนต์ที่เมอร์ลินสร้างขึ้นได้ หากเด็กคนนี้ไม่ได้โกง นั่นก็หมายความว่าอุปกรณ์เวทมนต์ของเมอร์ลินมีข้อบกพร่อง

 

ซามัวจึงกักเด็กคนนี้เอาไว้เพื่อให้เมอร์ลินสอบสวนด้วยตัวเอง

 

ทุกอย่างที่เธอทำก็เพื่อเอาใจเมอร์ลิน

 

การอ่อนข้อต่อเด็กน้อยเมอร์ลินนับว่าเป็นเรื่องที่เสียศักดิ์ศรี

 

แต่ซามัวยอมทิ้งศักดิ์ศรีทุกอย่างเพื่อความรัก

 

เมื่ออาเธอร์บอกว่าเมอร์ลินสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้ เธอก็พร้อมที่จะเดิมพันกับความเชื่อของคนรัก

 

ขอเพียงได้อยู่กับคนรัก ศักดิ์ศรีทุกอย่างไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกต่อไป

 

แล้วก็ทดสอบรอบที่สองก็จบลง ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 108 อันดับแรกได้รับเลือกให้เข้าร่วมกับหอคอยดารา

 

สิบสองดาราทำการคัดเลือกสมาชิกใหม่แต่ละคนให้เข้าร่วมกับแต่ละวิหารตามคำสั่งของเมอร์ลิน

 

ผู้คนจำนวนมากได้รับความผิดหวัง แต่พวกเขาก็ยังดีใจที่ได้เห็นฝีมือของเมอร์ลินกับตาสักครั้งในชีวิต

 

ผู้คนทยอยจากไป

 

หอคอยดาราจึงหลงเหลือเพียงสมาชิกใหม่ที่สอบผ่านการคัดเลือก

 

ในแต่ละวิหารจะมีห้องลับใต้ดินที่เชื่อมถึงกัน สมาชิกแต่ละคนได้รับสิทธิ์ในการเลือกห้องที่อาศัยเป็นการส่วนตัว โดยที่ห้องเหล่านี้ก่อนหน้านี้เคยเป็นที่อยู่ของโนม หลังจากที่คนของร้านเสื้อคลุมสีฟ้าเข้ามาปรับปรุง ภายในห้องใต้ดินก็มีสภาพที่น่าอยู่เป็นอย่างมาก

 

หลังจากนั้สิบสองดาราแต่ละคนก็เริ่มทำการฝึกฝนสมาชิกใหม่ด้วยตนเอง

 

สิบสองวิหารได้รับทรัพยากรที่มากพอที่จะทำให้สมาชิกใหม่กลายเป็นผู้แข็งแกร่ง

 

สิบสองดาราหลายคนใช้วิธีที่เมอร์ลินเคยสอนพวกเขา หลังจากนั้นก็ให้ทุกคนฝึกฝนบทเวทย์รวบรวมสรรพสิ่งและค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อย ปรับพลังเวทย์ของทุกคนทั้งหมดเสียใหม่

 

สิ่งเดียวที่สิบสองดาราไม่ได้ทำก็คือการเปิดจุดชีพจร เพราะเรื่องนี้มีแต่เมอร์ลินเท่านั้นที่สามารถทำได้

 

สายน้ำแห่งกาลเวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาก็ผ่านไปเป็นปีเมอร์ลินยังไม่กลับออกมาจากมิติแห่งแหวนประจำตระกูลดราก้อนเอส

 

ทุกคนนั้นได้แต่เฝ้ารอคอย

 

คนที่คาดหวังที่จะเจอเมอร์ลินมากที่สุดก็คือเอ็ดเวิร์ด

 

ตั้งแต่ที่เขามาที่หอคอยดาราเขาก็เหมือนกับถูกกักบริเวณ เขายังไม่ใช่สมาชิกของหอคอยดารา เขาจึงไม่ได้รับการฝึกฝนจากเหล่าดารา และยังไม่มีสิทธิที่จะจากไปอีกด้วย

 

จิตเวทย์ที่เป็นรางวัลที่เขาควรได้รับก็ยังไม่ได้มา กลุ่มดาราบอกว่าทุกอย่างนั้นต้องให้เมอร์ลินตัดสินใจ

 

เมื่อเมอร์ลินยังไม่ออกมา เอ็ดเวิร์ดก็ยังไม่สามารถไปไหนได้

 

ความจริงแล้วเอ็ดเวิร์ดนั้นหวังในรางวัลจิตเวทย์มากกว่า เขานั้นมีโอกาสที่จะหนีออกไปจากหอคอยดาราหลายครั้ง แต่จิตเวทย์ระดับ 3-6 นั้นยั่วยวนเขาเกินไป หากไม่ใช่หอคอยดาราเขาก็ไม่เคยจะคิดฝันว่าจะได้ครอบครองจิตเวทย์เหล่านี้ และถึงแม้เขาจะหนีออกไปได้ แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าสิบสองดาราจะออกตามล่าเขากลับมา

 

เอ็ดเวิร์ดจึงได้แต่เฝ้ารอคอย เขาจึงเป็นคนหนึ่งที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยการกลับมาของเมอร์ลินเป็นที่สุด

 

ในวันหนึ่งหอคอยดาราก็เกิดเรื่องน่าประหลาดเกิดขึ้น

 

บนยอดของหอคอยเกิดกระเพื่อมสีม่วงแผ่ขยายออกไปในรัศมีสิบกิโลเมตร ท้องฟ้าเกิดความปั่นป่วน สายฟ้าสีม่วงทอดแปลบปลาบออกมาเป็นเส้นสาย กลุ่มเมฆม้วนรวมตัวกันคล้ายกับวังน้ำวนโดยมีหอคอยดาราเป็นศูนย์กลาง

 

อำนาจที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งปรากฏออกมา เขย่าท้องฟ้าสั่นสะเทือนฟ้าดิน

 

คนของหอคอยดารานับร้อยล้วนเกิดความรู้สึกสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่ได้

 

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

 

“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ดูนั่นสิ ... ดูนั่น”

 

ชายคนหนึ่งชี้ไปยังด้านบนของยอดหอคอยดารา

 

สายฟ้าสีม่วงส่องประกายแลบออกมาเป็นเส้นสายสาขาที่ดูดุร้าย ท้องฟ้าบังเกิดเสียงครึกโครม เสียงของกัมปนาทดังสนั่นลั่นฟ้า

 

ในตอนนั้นเองผู้คนที่อยู่รายรอบหอคอยดารามองเห็นร่างเล็กร่างหนึ่งที่สวมใส่ชุดคลุมยาวสีขาวและเรือนผมสีขาวสยายลู่ไปตามแรงลม ล่องลอยออกมาจากยอดของหอคอยดารา

 

“ท่านหัวหน้าออกมาแล้ว!” สิบสองดาราที่พำนักอยู่ในแต่ละวิหารปรากฏดวงตาที่เป็นประกาย

 

ทันทีที่เหล่าสมาชิกใหม่ได้ยิน พวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

 

พวกเขาอยู่ที่หอคอยดารามาเป็นปีแล้วแต่กลับยังไม่เคยพบเมอร์ลินเลยแม้แต่ครั้งเดียว ในตอนที่ปรากฏตัวเป็นร่างเงาบนท้องฟ้า สมาชิกส่วนใหญ่ก็ติดอยู่ในโลกแห่งจิตอยู่แทบทั้งสิ้น พวกเขานั้นเคยได้ยินแต่เสียงที่ล่ำลือกันเท่านั้น

 

ครั้งนี้ได้พบตัวเป็นๆ บางคนถึงกับมือไม้สั่น มีเหงื่อปรากฏที่ฝ่ามืออย่างห้ามไม่ได้

 

เอ็ดเวิร์ดที่ได้ยินเสียงพูดคุยจากคนในวิหารของพาโว เมื่อทราบว่าคนที่ลอยอยู่บนหอคอยนั้นคือเมอร์ลิน เขาก็ตื่นเต้นและดีใจเป็นอย่างมาก

 

หนึ่งปีที่เฝ้ารอ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง

 

ท้องฟ้ามีก้อนเมฆที่เปรียบดั่งน้ำวนหมุนโคจรครั่นครืนตลอดเวลา สายฟ้าสีม่วงเคลื่อนไหวอย่างปราดเปรียวราวกับมังกรแหวกว่ายบนท้องฟ้า

 

ร่างเล็กสองมือไพล่หลัง ยืดหลังเหยียดตรง เหยียบย่ำยืนอยู่กลางอากาศ อารมณ์เยือกเย็นเหนือสิ่งอื่นใด ล่อลอยปานเทพ

 

แรงกดดันมากมายปานกระแสน้ำเชี่ยวกราด พลังอำนาจบนร่างแผ่กระจายออกไป เขย่าท้องฟ้าโยกคลอนแผ่นดิน ปลดปล่อยกลิ่นอายที่สูงส่งกดขี่ผู้คน

 

“เขาคือผู้นำของหอคอยดาราจริงๆ หรือ?”

 

“นั่นมันพลังอะไรกัน กลิ่นอายนี้ทำให้มือของข้าถึงกับสั่นไม่หยุด”

 

“ท่านจ้าววิหาร นั่นคือท่านจ้าหอคอยจริงๆ หรือ?” เด็กสาวคนหนึ่งที่เป็นสมาชิกใหม่เอ่ยถามดาราที่ 8 ไลลา

 

สิบสองดาราได้รับตำแหน่งควบคุมวิหารในหอคอยดาราจึงถูกเรียกว่าจ้าววิหาร ส่วนเมอร์ลินนั้นคือผู้นำหอคอยดาราทุกคนจึงเรียกเขาว่าจ้าวหอคอย คนที่เรียกเมอร์ลินว่าหัวหน้าคงมีแต่สิบสองดาราเท่านั้น

 

ไลลายิ้มและเอ่ย

 

“ถูกต้อง นั่นคือท่านเมอร์ลิน”

 

ไลลามองไปยังร่างที่ลอยอยู่กลางท้องฟ้าด้วยแววตาที่สดใส สิบสองดารานั้นเคารพและยกย่องเมอร์ลินเป็นอย่างมาก ทุกวันนี้พวกเขาปฏิบัติตามคำสั่นของเมอร์ลินเป็นอย่างดี เต็มไปด้วยความจริงใจที่มีมากเป็นล้นพ้น

 

“ดูเหมือนว่าท่านหัวหน้าจะพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว” ไลลาแหงนหน้ามองเมอร์ลินด้วยดวงตาที่สุขสกาว ภายในใจรู้สึกเอิบอิ่มและยินดี

 

สมาชิกใหม่เมื่อเห็นการแสดงออกของกลุ่มดาราที่เคารพและยกย่องเมอร์ลิน ก็ต่างภาคภูมิใจในตนเองเป็นอย่างมาก การเข้าร่วมหอคอยดาราที่มีผู้นำเก่งกาจ แน่นอนว่าอนาคตข้างหน้าของพวกเขาจะต้องมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

 

“ท่านจ้าวหอคอยได้พัฒนาไปถึงขอบเขตใดกัน ทำไมจ้าววิหารต่างๆ ถึงมีท่าทางแสดงความยินดีเช่นนี้”

 

หลายคนนั้นเกิดความสงสัย แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะถามออกไป พวกเขานั้นได้แต่เฝ้าดูเหตุการณ์ต่อไป รอว่าเมอร์ลินจะแสดงอภินิหารอะไรให้พวกเขาดู

 

หลังจากที่เมอร์ลินสงบนิ่งไปครู่หนึ่งเขาก็เริ่มเคลื่อนไหว

 

เมอร์ลินโบกมือขวาออกไปครั้งหนึ่ง ท้องฟ้าก็ปรากฏอักขระเวทย์เคลื่อนไหวล่องลอยออกมาอย่างเลือนราง

 

เกิดเสียงดังครืนเครงราวกับท้องฟ้ากำลังเขย่าคลอนแผ่นดิน

 

พริบตาอำนาจอักขระสีม่วงก็แผ่กระจายออกมาอย่างแข็งแกร่งครอบคลุมไปทั่วพื้นที่ของภูเขาที่หอคอยดาราตั้งอยู่ด้วยความเร็วที่ตาเนื้อสามารถมองเห็นได้

 

หอคอยดาราปรากฏม่านพลังที่แข็งแกร่งขึ้นมาอีกครั้ง

 

ม่านพลังนี้เปล่งประกายด้วยอำนาจสีม่วงอย่างเจิดจรัส ความแข็งแกร่งนั้นเกินจะคาดเดา แต่ที่แน่ๆ ผู้มีพลังต่ำกว่าขอบเขตมหาจอมเวทย์สองวงเวทย์ล้วนไม่มีสิทธิ์ที่จะทำลายม่านพลังนี้ได้

 

เหล่าผู้คนมองอำนาจสีม่วงที่ราวกับจะปกคลุมทั้งท้องฟ้า

 

การที่เมอร์ลินบรรลุขอบเขตอักขระขั้นสีม่วง แม้คุณภาพของพลังเวทย์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดใด แต่อำนาจอักขระที่เขามีมันกลับสื่อว่าเป็นโลกอีกใบ

 

สิบสองดาราเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจ

 

“สำเร็จ! ... สำเร็จแล้ว ท่านหัวหน้าได้ก้าวถึงขอบเขตขั้นสีม่วงแล้ว” เมนซ่าดีใจถึงกับส่งเสียงตะโกนออกมา เขากระโดดโลดเต้นอย่างลืมตัว เขานั้นแทบไม่หลงเหลือท่าทางอันเคร่งขรึมไว้อีกต่อไป

 

ดาราที่เหลือก็ปฏิบัติตัวไม่ต่างกันนัก แม้พวกเขาจะอยู่ในวัยเลข 3 แล้วแต่ก็ยังมีความเป็นเด็กอยู่ในตัว เมื่อดีใจมากๆ จึงเผยการแสดงออกด้านนี้ออกมา

 

“ขอบเขตขั้นสีม่วง? ขอบเขตนี้คือสิ่งใด?”

 

“ขอบเขตที่วัดระดับเป็นสีนั้นมีไม่กี่อย่างนัก หรือว่ามันจะเป็นขอบเขตของผู้ใช้อักขระ”

 

“ใช่ ... มันต้องใช่แน่ๆ”

 

“แต่เท่าที่ข้าเคยได้ยินมาขอบเขตของผู้ใช้อักขระนั้นมีถึงแค่ขั้นสีเขียวนี่น่า”

 

“เจ้านี่มันไม่รู้อะไรบ้างเลย ข้าเคยอ่านเจอในหนังสือขอบเขตของผู้ใช้อักขระนั้นมีมากกว่านั้น เหนือกว่าขั้นสีฟ้าคือขั้นสีเขียว เหนือกว่าขั้นสีเขียวคือขั้นสีม่วง และยังมีที่เหนือกว่าออกไปอีกสองขั้นคือขั้นสีครามและขั้นสีดำ”

 

“ตอนนี้ในแผ่นดินเป็นที่รู้กันดีว่ามีผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวอยู่แค่ 4 คน หนึ่งคือผู้นำศาสนจักรแห่งแสง สองคือจอมเวทย์พเนจร สามคือเจ้าของร้านเสื้อคลุมสีฟ้า และสุดท้ายคือจ้าวหอคอยของพวกเรา”

 

“ตอนนี้จ้าหอคอยได้บรรลุถึงขอบเขตขั้นสีม่วงแล้ว นั่นก็แสดงว่าเขานั้นคือผู้ใช้อักขระที่มีพลังสูงสุดในแผ่นดิน”

 

“นี่เป็นเรื่องจริง?”

 

“ใช่มันคือเรื่องจริง นับร้อยปีมาแล้วที่ไม่มีผู้ใช้อักขระเกินขั้นสีเขียวปรากฏตัว เมื่อจ้าวหอคอยของพวกเราคือผู้ใช้อักขระขั้นสีม่วง นั้นก็หมายความว่าเขาคือผู้ใช้อักขระที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในร้อยปีมานี้”

 

“เจ้าลองจับที่อกของข้าดู ตอนนี้ตัวใจของข้าเต้นเร็วเป็นอย่างมาก”

 

“เจ้าบ้า! ถึงไม่ต้องจับข้าก็รู้ เพราะตอนนี้ข้าเองก็รู้สึกเช่นนั้นเช่นกัน”

 

หลายคนในหอคอยดาราพูดคุยถึงเมอร์ลิน พวกเขาแต่ละคนล้วนประทับใจในความสำเร็จของผู้นำของพวกเขา กระทั่งเมย์ที่อยู่คฤหาสน์ก็ยังถูกสามีจูงมือออกมาดูด้านนอก

 

“เมย์เจ้าเห็นหรือไม่? ท่านเมอร์ลินกลับมา”

 

เมย์ไม่ได้เอ่ยคำพูดใดๆ บนใบหน้าของเธอนั้นมีแต่ความยิ้มแย้ม

 

“แฮรี่พี่ของเจ้ากลับมาแล้ว” เมย์กระชับกอดเด็กน้อยวัยเกือบสองขวบในอ้อมแขนและชี้ไปยังร่างของเมอร์ลินที่ลอยอยู่กลางท้องฟ้าที่ไกลลิบตา

 

เด็กทารกน้อยส่งเสียงแอ๊ะๆ ตอบรับ ทั้งเมย์และวินสันก็ต่างมีความสุขกับการกลับมาของเมอร์ลิน

 

“สิบสองดารามาพบข้าที่ห้องโถงหอคอยดารา” เสียงที่ราวกับระฆังสวรรค์ดังกึกก้องกังวานมาจากบนท้องฟ้า

 

ในที่สุดหอคอยดาราก็เปิดให้พวกเขาเข้าไปด้านในอีกครั้ง

 

สิบสองดาราพบปะพูดคุยกับเมอร์ลินกินเวลาไปถึงครึ่งวัน

 

เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมเมอร์ลินก็ลงมาพบกับครอบครัวของเมย์และรับประทานอาหารค่ำในวันนั้นด้วยกันก่อนจะกลับไป

 

ในตอนที่เมอร์ลินกำลังจะปิดตาและนั่งสมาธิบนแท่นสูงกลางห้องโถงหอคอยดารา ซามัวก็เอ่ยขึ้นมา

 

“เมอร์ลิน” เมอร์ลินกำลังหยุดชะงักและรอฟังคำพูดของซามัว

 

“อืม ... มีอะไรท่านซามัว”

 

เมอร์ลินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ที่เขากลับมา เขาและเธอได้พูดคุยกันไปบ้างแล้ว

 

น้ำเสียงของซามัวดูจริงจัง

 

ดูเหมือนว่าเธอกำลังมีเรื่องในใจที่ต้องการที่จะบอกเขา

 

“ข้ามีเรื่องหนึ่งที่อยากจะขอร้องเจ้า”

 

นั่นไง ... เป็นอย่างที่เมอร์ลินคิดไว้ไม่ผิด

 

การแสดงออกของซามัวนั้นดูแปลกต่างจากทุกที เมอร์ลินและซามัวอยู่ร่วมร่างด้วยกันมาหลายปีแล้ว แน่นอนว่าเขาค่อนข้างรู้จักลักษณะนิสัยส่วนตัวของเธอ

 

ซามัวนั้นคือผู้ยิ่งใหญ่ของยอดเขาลูกที่สอง เทือกเขาไร้ทัดทาน

 

พลังอำนาจสูงล้ำเหนือผู้ใด กระทั่งเมอร์ลินก็ไม่อาจเทียบเคียง

 

ผู้มีพลังทุกคนล้วนมีลักษณะนิสัยที่หยิ่งทะนงตน พวกเขาเหล่านั้นมีคุณสมบัติที่จะยโสได้ ซามัวเองก็เช่นกัน เธอคือสัตว์อสูรระดับ 9 ที่แข็งแกร่ง

 

ตลอดเวลามีแต่เธอเท่านั้นที่อยู่เหนือผู้อื่น ไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใด แต่คราวนี้ท่าทางของเธอกลับเปลี่ยนไป

 

เมื่อเมอร์ลินกลับมาซามัวดูสงบเสงี่ยมมากขึ้น อีกทั้งยังมีท่าทีที่ดูเอาอกเอาใจ อย่างเรื่องเด็กน้อยที่ชื่อเอ็ดเวิร์ดที่มีคุณสมบัติที่ดีในการบ่มเพาะ ซามัวก็ยังเก็บเด็กคนนี้ไว้ให้เขา

 

ซึ่งตามความจริงแล้ว จากลักษณะนิสัยของซามัว เธอไม่มีทางที่จะทำอย่างนั้น

 

มันจึงมองเห็นได้ชัดเจนว่าเธอกำลังจะเอาใจเขา เพราะเธอกำลังต้องการบางสิ่งจากเขา

 

เมอร์ลินนั้นมองซามัวออกตั้งแต่ต้น เพียงแต่เขาไม่ได้พูดออกมา

 

“ว่าไงท่านซามัว ท่านมีเรื่องอะไรจะพูดกับข้า” เมอร์ลินเอ่ยย้ำอีกครั้ง หลังจากที่เห็นซามัวเงียบไป

 

“ข้า ... ข้า ... ข้ามีเรื่องที่อยากจะขอร้องเจ้า” ซามัวอ้ำอึ้งอยู่นาน ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจพูดมันออกมา

 

กล่าวตามความจริง ในตอนแรกเธอนั้นแทบจะไม่เชื่อในคำพูดรับรองของอาเธอร์ว่าเมอร์ลินสามารถช่วยพวกเขาได้ แต่เมื่อเมอร์ลินออกมาจากการฝึกฝนและสามารถบรรลุขอบเขตอักขระขั้นสีม่วงได้ ความคิดของเธอก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

 

บางทีการเดิมพันของเธออาจจะมีหวังขึ้นมาก็ได้

 

“ท่านสามารถเอ่ยออกมาได้ ไม่ต้องเกรงใจ หากเป็นเรื่องที่ข้าสามารถทำได้ แน่นอนว่าข้าย่อมต้องช่วยเหลือท่าน” เมอร์ลินกล่าวออกมาอย่างใจเย็น

 

“ข้าต้องการให้เจ้าพาข้าออกมาจากเทือกเขาไร้ทัดทาน” ซามัวสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเอ่ยออกมา

 

“หือ ... ท่านว่ายังไงนะ!

 

“ข้าต้องการให้เจ้าพาข้าออกมาจากเทือกเขา เจ้าเข้าใจหรือไม่?”

 

“นี่ท่านไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่ไหม?”

 

“ไม่ ... นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น”

 

“ท่านซามัว ข้าเกรงว่าเรื่องนี้จะหนักเกินไปสำหรับข้า ขนาดท่านคือสัตว์อสูรจ้าวภูเขาที่แข็งแกร่งยังไม่สามารถหนีออกมาจากที่นั่นได้ แต่ท่านดูข้าสิ พลังเวทย์ของข้าในตอนนี้ยังอยู่ในขอบเขตขั้นฝึกหัด แม้จะมีพลังพิเศษอยู่ในตัวอยู่บ้างแต่พวกมันก็ไม่ได้ทำให้ข้าแข็งแกร่งไปกว่าท่านเลยด้วยซ้ำ เรื่องที่ท่านยังไม่สามารถทำได้ แล้วข้าจะทำได้อย่างไร?”

 

เมอร์ลินกล่าวออกมาอย่างหนักใจ เรื่องที่ซามัวขอนั้นนับว่าหนักเกินไป เขานั้นรู้ขอบเขตของตนเองเป็นอย่างดี

 

เทือกเขาไร้ทัดทานนั้นไม่ใช่สถานที่ที่จะไปเที่ยวเล่น มันไม่สามารถเดินเข้าออกได้ตามใจชอบได้

 

“ข้า ... ข้าขอร้องล่ะเมอร์ลิน ... ข้าขอร้อง ... ได้โปรดช่วยข้าด้วย” ซามัวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สะอึกสะอื้น

 

“นี่ท่านร้องไห้!” เมอร์ลินรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก

 

นี่คือครั้งแรกในรอบนับพันปี ที่สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอย่างซามัวยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด ร้องไห้และขอร้องความช่วยเชื่อจากผู้อื่น

 

 




.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 7 ภาค 4 ตอนที่ 7
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 4
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.322K ครั้ง

29,527 ความคิดเห็น

  1. #25900 แมaงปีศาจ (@mosnami00) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 07:02
    ซามัว ติดใจอาเธอร์ ขนาดหนัก
    #25900
    1
    • #25900-1 สมองส่วนล่างคิดสินะ (จากตอนที่ 190)
      1 ธันวาคม 2561 / 18:12
      ถ้าคุณมีแฟน มีคนรัก แล้วเรียกความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันว่า "ติดใจ" ก็คงได้ละมัง เมนท์แบบนี้คงใช้ประสบการณ์ส่วนตัวเป็นหลัก
      #25900-1
  2. #25639 ทูน่า (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 03:30

    ถ้าใช้วิธีซิกแซกหน่อยก็น่าจะได้ หาร่างเปล่าให้ซามัว พวกผักพวกเลื่อนลอยที่ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเจ้าร่างแต่พลังมันจะลดลงอีกนี่สิ

    #25639
    0
  3. #25185 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 02:11

    Thank you

    #25185
    0
  4. #24987 QueenOfMars (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 08:38
    สงสารซามัว TT
    #24987
    0
  5. #24943 saynaka (@bboykoratnng) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 22:16
    ต้องไปซื้อหน้าเพจแล้วละ เริ้มขี้เกียจรอละ ไม่ไหว ใจจะขาด ลอนๆ
    #24943
    0
  6. #24940 saynaka (@bboykoratnng) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 19:33
    จะลงหรือไม่ลง แล้วแต่อารมณ์ เนาะๆ
    #24940
    0
  7. #24939 ?น่oน? (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 18:15

    รออยู่นะค่าบท่านโซ สนุกมากๆ

    #24939
    0
  8. #24938 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 18:13

    ขอบคุณครับ

    #24938
    0
  9. #24916 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 12:07
    ความรักชั่งน่ากลัวจริงๆ
    #24916
    0
  10. #24915 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 06:43
    ต้องไปถามสองหน่อผู้ปกครองเทือกเขาว่าจะเอาไง
    #24915
    0
  11. #24914 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 20:16
    ไปคุยกับผู้เฒ่าสองคนนั้น อาจจะได้นะ รึเปล่า?
    #24914
    0
  12. #24913 Gouyjeng (@Gouyjeng) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 20:02
    เมอร์ลินมาแล้ว
    #24913
    0
  13. #24912 เมจิคไรท์ (@miadidor1) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 18:22

    สงสารซามัวจัง ถ้าเมอร์ลินไปขอร้อง ผู้เฒ่าทั้ง2 และปรับเปลี่ยนตำแหน่งหัวหน้าเขาลูกที่2 ได้คงดี แต่มันก็คงจะยากก็ไม่มีทางไหนแล้วนิ นอกจากต้องไปคุย และปรับเปลี่ยนหัวหน้าเขาลูกที่2

    #24912
    0
  14. #24911 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 17:22
    ความรักอันยิ่งใหญ่
    #24911
    0
  15. #24910 god and devil (@darkpride) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 17:20
    จับอาเธอร์ไปฝึกให้ถึงขั้นมหาจอมเวทเลยจับส่งเทือกเขาแม่มเลย 555
    #24910
    3
    • #24910-1 whitedevil6653 (@whitedevil6653) (จากตอนที่ 190)
      21 สิงหาคม 2561 / 17:36
      เด่วนะ แล้วอย่างงี้ใครจะสืบทอดบันลังก์ต่อล่ะ 555 แต่แอบเห็นด้วยอยู่นิดๆนะ...
      #24910-1
    • #24910-2 tragedy1987 (@tragedy1987) (จากตอนที่ 190)
      23 สิงหาคม 2561 / 10:02
      อาเธอร์ มันมีน้องอีกคนนิ
      #24910-2
  16. #24909 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 17:15
    ความรักทำได้ทุกอย่างขนาดอสูรระดับ 9 อย่างซามัวยังร้องไห้ขอให้เมอลินช่วย
    #24909
    0
  17. #24908 9minx (@memindiiz) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 17:14
    เมอร์ลิน comebackkkk~¡
    #24908
    0
  18. #24907 NateePalasu (@NateePalasu) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 17:13
    ออกมาไม่ได้ก็จับเอ็ดเวิร์ดโยนเข้าไปก็จบง่ายๆ5555
    #24907
    0
  19. #24906 영 재 cute (@0996894556) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 16:39
    สงสารเอ็ดเวิร์ดอ่าาาาาาา55555
    #24906
    0
  20. #24905 Orngchaisi (@Orngchaisi) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 15:55

    ค้างอ่ะ อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว
    #24905
    0
  21. วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 15:30
    อย่าลืมเอ็ดเวิร์ดล่ะ สงสาร555
    #24904
    0
  22. #24903 Fresher Aeolus Zephyrus (@fresherzephyr) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 15:21
    เมอลิน : ทำไมท้องข้ามันดิ้นดุ๊กดิ๊ก
    #24903
    0
  23. #24902 iiwudav4w01 (@iiwudav4w01) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 14:23
    กำลังมันส์
    #24902
    1
    • #24902-1 t1112207899 (@t1112207899) (จากตอนที่ 190)
      21 สิงหาคม 2561 / 16:19

      กำลังสนุกเลย
      #24902-1
  24. #24901 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 14:22
    รอตอนต่อไป
    #24901
    0
  25. #24900 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 13:59
    ท่านเอาร่างข้าเสร็จอาเธอร์แล้วชิมิ
    #24900
    1
    • #24900-1 ebony967 (@ebony967) (จากตอนที่ 190)
      21 สิงหาคม 2561 / 14:48
      ลินท้องนี้ขำไม่ออกเลย555
      #24900-1