ตอนที่ 13 : อักขระเวทย์ (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 56321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1605 ครั้ง
    7 พ.ย. 60

เมื่อพูดถึงเรื่องศาสตร์ที่มีชื่อว่าอักขระเวทย์ 

 

อักขระเวทย์นั้นเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งของศาสตร์โบราณ ผู้ที่สามารถมีความสามารถในอักขระเวทย์ในแต่ละอาณาจักรนั้นจัดได้ว่ามีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย

 

การดำรงอยู่พวกเขาเหล่านั้นสามารถนับได้ในนิ้วมือ แทบจะเรียกได้ว่าแต่ละอาณาจักรนั้นจะมีผู้ใช้อักขระเวทย์ไม่เกิน 5 คนก็ว่าได้ คนเหล่านั้นจึงถูกยกย่องว่าเป็นยอดคนแทบทั้งสิ้น

 

ทำไมถึงต้องยกย่องพวกเขาน่ะหรือ?

 

นั่นก็เพราะพวกเขานั้นเป็นตัวตนที่เป็นผู้สร้าง ผู้ใช้อักขระนั้นเป็นผู้ที่รังสรรค์อุปกรณ์เวทย์ต่างๆ ขึ้นมาในดินแดนแห่งนี้ แม้แต่แหวนเวทย์เองก็เป็นพวกเขาที่สร้างมันขึ้น

 

คนทั่วไปอาจจะสร้างอาวุธวิเศษหรือชุดเกาะวิเศษได้โดยการบรรจุจิตเวทย์ของสัตว์อสูรลงไปในยุทธภัณฑ์นั้นๆ แต่พวกเขาไม่อาจสลักอักขระเวทย์ลงไปในยุทธภัณฑ์นั้นได้

 

กระบวนการในการสลักอักขระเวทย์นั้นจำเป็นต้องใช้พลังเวทย์บรรจุเวทย์มนต์ในแต่ละบทลงไปในสิ่งของชิ้นนั้น

 

แม้แต่ไม้แขวนเสื้อเองหากทำการสลักอักขระเวทย์ลงไป ไม้แขวนเสื้อนั้นอาจจะถูกใช้เป็นอาวุธเวทย์ที่สามารถปลดปล่อยบทเวทย์บอลไฟออกมาก็เป็นได้

 

เมื่อผู้ใช้อักขระรังสรรค์อักขระเวทย์เข้าไปในสิ่งใด ของสิ่งเหล่านั้นก็อาจใช้เป็นอุปกรณ์เวทมนต์ที่มีทักษะเสริมเวทมนต์บทนั้นๆ ได้

 

มีเพียงแต่ผู้ใช้อักขระเท่านั้นที่จะสามารถรังสรรค์สิ่งของต่างๆ ให้เป็นอุปกรณ์เวทมนต์ได้

 

การใช้ความสามารถของอักขระเวทย์นั้นมีหลากหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นการสลักลงยุทธภัณฑ์สิ่งของ การสังเคราะห์เวทย์สกัดสิ่งของ สร้างเป็นบทเวทย์โจมตี การสร้างกลไก การสร้างพันธะสัญญาหรือแม้กระทั่งการสร้างม่านพลังป้องกันเมืองทั้งเมืองก็สามารถทำได้

 

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้อักขระเวทย์เหล่านั้นจะมีความสามารถและความเชี่ยวชาญไปในทิศทางใด ดังนั้นแล้วตัวตนของผู้ใช้อักขระจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่ออาณาจักรต่างๆ แม้แต่ขุนนางระดับสูงเมื่อพบกับผู้ใช้อักขระพวกเขาก็ยังต่ออ่อนน้อมลงส่วนหนึ่ง

 

หากต้องการมองลึกลงไปของศาสตร์อักขระเวทย์ ผู้ใช้อักขระนั้นยังมีการแบ่งระดับชั้นตามพลังของอักระเวทย์อีกด้วย ระดับขั้นของผู้ใช้อักขระนั้นสามารถสังเกตได้จากสีของอักขระเวทย์หรือแม้แต่ลวดลายบนผ้าคลุมเวทย์

 

ผู้ใช้อักขระส่วนใหญ่นั้นจะเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้า และระดับถัดไปนั้นคือขั้นสีเขียว

 

ในปัจจุบันภายในดินแดน 5 อาณาจักรใหญ่นั้นปรากฏผู้ใช้อักขณะขั้นสีเขียวเพียง 2 คนเท่านั้น 

 

พลังของผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวนั้นแข็งแกร่งและทรงพลังเป็นอย่างมาก ม่านพลังที่ปกป้องเมืองต่างๆ นั้นจะเป็นม่านพลังของผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้า แต่หากเป็นเมืองหลวงของแต่ละอาณาจักรนั้นจะใช้อำนาจพลังของผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว

 

เมืองหลวงของแต่ละอาณาจักรนั้นเปรียบเสมือนหัวใจของแต่ละอาณาจักร แน่นอนว่าพวกเขาต้องการปกป้องเมืองหลวงของพวกเขาให้ดีมากที่สุด พวกเขาจึงต้องเลือกใช้พลังที่แข็งแกร่งและทรงพลังมากที่สุดอย่างพลังอักขระขั้นสีเขียว

 

แม้ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวจะเรียกได้ว่าเป็นผู้เลิศล้ำ แต่ผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้าก็หาได้ไร้ซึ่งเกียรติ แม้จะเป็นเพียงผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้าเหล่าผู้คนก็พร้อมที่จะก้มหัวสร้างความพึงพอใจให้แก่พวกเขา

 

ไม่ต้องเอ่ยถึงประชาชนทั่วไป แม้แต่ขุนนางหรือเชื้อสายกษัตริย์ยังต้องต้องเกรงใจพวกเขา

 

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน

 

ในตอนที่เมอร์ลินได้ผ่านสถานการณ์ประหลาดและได้รับ "เลเมเกทัน" มา เขาได้ทำการปลดผนึกพลังมหาเวทย์บทที่ 1 อาร์สพอลิน่า ทันทีที่ได้ถือครองเลเมเกทัน โดยที่อาร์สพอลิน่านั้นคือสารานุกรมแห่งปัญหา นั่งจึงหมายความว่าเขานั้นได้รับปัญญาระดับพื้นฐานของทั้งดินแดนนี้มาแล้ว ซึ่งอักขระเวทย์ก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญญานี้เช่นเดียวกัน

 

เมื่อเขาได้รับความรู้จากเลเมเกทัน เมอร์ลินจึงได้กลายเป็นผู้ใช้อักขระโดยทันที

 

หากเป็นคนธรรมดาการที่จะเป็นผู้ใช้อักขระเวทย์ได้นั้นจำเป็นต้องเป็นผู้มีพรสวรรค์มาแต่กำเนิด มีการเชื่อมต่อกับอักขระโดยตรงและเป็นอัจฉริยะที่เหนือกว่าอัจฉริยะ

 

ทั้งนี้อักขระแต่ละตัวนั้นมีปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความหมายของวงเวทย์ในแต่ละวง ทุกๆ เส้นที่ลากผ่านของวงเวทย์นั้นล้วนมีความหมาย ยิ่งวงเวทย์นั้นซับซ้อนมากเท่าไหร่ พลังของวงเวทย์ก็ยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น

 

อักขระแต่ละตัวนั้นจึงทำหน้าที่คล้ายกับบทลัดเวทย์ที่ย่อส่วนวงเวทย์แต่ละวงให้มาอยู่ในอักขระในแต่ละตัว

 

ผู้ใช้อักขระจึงจะต้องตีโจทย์ทั้งวงเวทย์และอักขระแต่ละตัวให้แตกฉาน ทั้งยังต้องรับรู้ความหมายและต้นกำเนิดของวงเวทย์ในแต่ละวงอีกด้วย

 

การใช้อักขระนั้นผู้ใช้อักขระจะต้องใช้เวทมนต์วาดอักขระในแต่ละตัว พร้อมทั้งยังต้องนึกถึงภาพและความหมายของวงเวทย์ในเวลาเดียวกันอีกด้วย

 

ดังนั้นแล้วการที่จะเป็นผู้ใช้อักขระได้จึงมีหนทางที่ยากเสียยิ่งกว่ายาก และในเหล่าผู้ใช้อักขระส่วนใหญ่ในดินแดนนี้จึงสามารถใช้ได้แค่วงเวทย์อักขระระดับต้นเท่านั้น มีเพียงไม่กี่คนที่ไปถึงขั้นสีเขียวและใช้วงเวทย์อักขระที่มีระดับสูงขึ้นไป

 

เห็นได้ชัดว่าผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้าที่สร้างแหวนเวทย์ออกมาจำหน่ายนั้น พวกเขาได้ใช้การสลักเวทย์มิติที่มีแค่เวทย์มิติระดับต้นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แหวนเวทย์สามารถบรรจุสิ่งของได้แค่พื้นที่ 5x5 เมตรเท่านั้น

 

แต่หากเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวเป็นผู้สร้างแหวนเวทย์แล้วล่ะก็แหวนเวทย์วงนั้นจะสามารถบรรจุสิ่งของได้ถึง 10x10 เมตรเลยทีเดียว ซึ่งผู้ที่ครอบครองแหวนเวทย์ที่ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวสร้างขึ้นนั้นส่วนมากจะมีแต่เพียงเหล่าเชื้อพระวงศ์หรือบุคคลระดับสูงของแต่ละอาณาจักรเท่านั้น

 

แม้เมอร์ลินจะกลายเป็นผู้ใช้อักขระ แต่เขาก็ยังมีข้อจำกัดอย่างหนึ่ง นั่นคือเขายังไม่สามารถใช้พลังเวทย์ได้

 

เนื่องจากเขาที่ต้องการสร้างพื้นฐานลมปราณให้สมบูรณ์ จึงไม่อาจฝึกฝนพลังเวทมนต์ให้ปะปนได้

 

ภายในร่างกายของเขาจึงไม่มีการกักเก็บพลังเวทย์เอาไว้ พลังเวทย์รอบกายที่เขาดึงดูดเข้ามา เขานั้นก็ได้เพียงกลั่นเปลี่ยนสภาพให้เป็นพลังปราณเซียนเท่านั้น 

 

เมอร์ลินใช้เวลาขบคิดอยู่หลายเดือน ในที่สุดเขาก็สามารถหาทางแก้ไขปัญหานี้ได้ จากการเข้าไปอ่านหนังสือภายในห้องสมุดโรงเรียนวอเดอร์เซี่ยนเขาก็ได้พบกับวิธีการหนึ่ง

 

นั่นก็คือการดึงพลังเวทย์ที่รอบกายมาใช้งาน โดยการดึงดูดเข้ามาแล้วทำการปลดปล่อยมันออกมาในทันที โดยที่วิธีการนี้จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่เป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือ

 

ทั้งนี้วิธีนี้เขาสามารถใช้ได้กับการวาดอักขระเวทย์ขึ้นมาเท่านั้น เขาไม่สามารถนำมันมาใช้ร่ายเป็นเวทย์ทั่วไปได้ เพราะการที่จะร่ายเวทย์ออกมาได้นั้น คนผู้นั้นจำเป็นจะต้องรีดเร้นพลังเวทย์ภายในร่างกายออกมา ซึ่งในส่วนนี้เขาไม่สามารถทำมันได้ในตอนนี้

 

ในทางเดียวกันข้อจำกัดนี้จึงทำให้เขาไม่สามารถใช้อักขระเวทย์ที่มีเป็นวงเวทย์ซับซ้อนได้

 

กลับมาปัจจุบัน

 

เมื่อเมอร์ลินได้ทำการกางม่านพลังเพื่อป้องกันสัตว์อสูรไม่ให้เข้ามารบกวนการทะลวงคอขวดระดับ 7 ของเขาแล้ว

 

ในเวลาพระอาทิตย์จรดศีรษะของเขา เมอร์ลินก็ได้เริ่มทำการชักนำพลังเวทย์ผ่านไม้กายสิทธิ์ ซึ่งมีลักษณะเหมือนกิ่งไม้เล็กๆ ขนาดพอดีมือ ความพิเศษของไม้กายสิทธิ์นี้คือใจกลางแกนไม้นั้นบรรจุวัสดุแกนเวทย์ที่ทำหน้าที่เป็นสื่อนำพลังเวทย์

 

ไม้กายสิทธิ์ที่เมอร์ลินใช้นั้นมีมูลค่าไม่มาก เขานั้นได้ทำการซื้อมันมาจากร้านค้าเล็กๆ ในเมืองเท่านั้น

 

จุดประสงค์ของเขาคือแค่นำมันมาเป็นสื่อกลางในการส่งผ่านพลังเวทย์เท่านั้น ดังนั้นแล้วเขาจึงไม่ใส่ใจในคุณภาพของมันมากนัก

 

เมอร์ลินตวัดปลายไม้จนปรากฏเป็นเส้นแสงสีฟ้า เขาค่อยๆ ทำการบรรจงวาดอักขระสีฟ้าขึ้นกลางอากาศตัวแล้วตัวเล่า

 

ในเวลาไม่นานก็ปรากฏอักขระเวทย์มากมายลอยอยู่กลางอากาศ อักขระเวทย์เหล่านั้นต่างร้อยเรียงกันหมุนวนดั่งเกลียวคลื่น

 

เมอร์ลินกระทำการอย่างช้าๆ และใจเย็น เขานั้นไม่มีความรีบเร่งใดๆ เขาชักนำกระแสพลังเวทย์ที่อยู่รอบๆ ตัวให้เปลี่ยนมาเป็นการวาดอักขระเวทย์ 

 

อักขระเวทย์ที่เขาวาดออกมานั้นไม่ใช่อักขระเวทย์ที่มีความซับซ้อน แม้ว่ามันจะเป็นอักขระที่ง่ายแต่เขาก็ใช้เวลาในการวาดแต่ละตัวอย่างพิถีพิถัน

 

จนในที่สุดกระบวนการสร้างอักขระเวทย์มากมายก็เสร็จสิ้น

 

อักขระเวทย์สีฟ้านั้นเปล่งประกายไปด้วยอำนาจ มันล่องลอยและโคจรกลางอากาศราวกับดวงดาว

 

เมอร์ลินทำการโบกไม้กายสิทธิ์และค่อยๆ ลากอักขระเวทย์แต่ละตัวไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม

 

ในเวลาไม่นานนักอักขระเวทย์เหล่านั้นก็เกิดการหมุนวนและไหลรวมกัน

 

จนกระทั่งบังเกิดเป็นวงเวทย์ซับซ้อนบทหนึ่งขึ้นมา

 

วงเวทย์นี้เขาได้สร้างขึ้นมาจากการตีความในสารานุกรมความรู้เลเมเกทัน

 

เขาได้สร้างวงเวทย์ซับซ้อนมาจากการประยุกต์ใช้วงเวทย์เล็กๆ หลายๆ วงนำมารวมตัวกัน แล้วทำการรังสรรค์พวกมันเหล่านั้นขึ้นมาใหม่ จนกลายมาเป็นวงเวทย์ซับซ้อนวงนี้ขึ้นมา

 

เมอร์ลินใช้เวลาไปกับการสร้างวงเวทย์ซับซ้อนวงนี้ไปนานพอสมควร ในอนาคตหากเขามีพลังเวทย์ที่มากพอ เขาอาจจะไม่จำเป็นต้องมาทำการวาดวงเวทย์เล็กๆ เหล่านี้ให้ยุ่งยากอีกต่อไป

 

เมอร์ลินมองวงเวทย์ซับซ้อนขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าและยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

 

วงเวทย์ซับซ้อนวงนั้นส่องประกายเหนือศีรษะของเขา รัศมีความกว้างของวงเวทย์นั้นมีขนาดราวๆ 10 เมตรเห็นจะได้ ประโยชน์ของวงเวทย์วงนี้คือการรวมศูนย์พลังเวทย์กลั่นกรองแสงของดวงอาทิตย์และแสงของดวงจันทร์ให้ก่อเกิดพลังเวทย์ที่เข้มข้นมายัง ณ จุดเดียว

 

การทำงานของมันคล้ายกับแว่นขยาย ที่รวบรวมแสงมายัง ณ จุดๆ เดียว ซึ่งวงเวทย์วงนี้เขาได้ทำการประยุกต์มาจากคันฉ่องประกายฟ้า อาวุธไสยเวทย์ของสำนักที่เขาเคยอาศัยอยู่เมื่อภพภูมิก่อน

 

เมื่อเมอร์ลินเห็นว่าวงเวทย์ของเขานั้นเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว เขาจึงเข้าไปทำการนั่งสมาธิรวบรวมพลังบ่มเพาะ ณ จุดรวมแสงของวงเวทย์ในทันที

 

นี่คือวงเวทย์ที่จะทำให้เขาทะลวงผ่านจุดคอขวดของระดับ 7 ของการรวบรวมปราณ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.605K ครั้ง

29,471 ความคิดเห็น

  1. #27808 ployploypim (@ploypim2543) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 05:19
    คันฉ่องก็มา 55555
    #27808
    0
  2. #27141 kraikrun (@kraikrun) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:10
    อ่านข้ามเป็นว่าเล่นเลย
    #27141
    0
  3. #26458 Bawnan (@Bawnan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 21:10
    เรื่องเล่าชัดๆๆ ไม่มีคุยกับคนอื่น
    #26458
    0
  4. #25281 ป๊อปเปอร์... (@sonada2525) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 23:02
    ชื่อตัวละครมาจากหลากหฃายเรื่องดีจัง​อ่านไป​นึกถึงเรื่องเก่าๆไปด้วย​อิอิ​ ขอบคุณครับ
    #25281
    0
  5. #24567 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 17:20

    Thank you

    #24567
    0
  6. #24315 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 12:50
    สลักอักขระเวทย์ลงไม้แขวนเสื้อ เออน่าสนใจ
    #24315
    1
    • #24315-1 367-7 (@367-7) (จากตอนที่ 13)
      27 ตุลาคม 2561 / 12:35
      ก้ว่ายุทำไมตอนเด็กๆโดนตีเจ็บจัง สังสัยท่านแม่สลักอักขระเวย์ลงไม้แขวนเสื้อ555+
      #24315-1
  7. #23743 Soranomika (@Soranomika) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 20:38

    ทำได้หมดเพื่ออัพเวล

    #23743
    0
  8. #23560 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 14:46

    สุดยอดดดด # ขอบคุณครับ

    #23560
    0
  9. #23210 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 01:07
    ใดๆล้วนเพื่อการยกระดับพลังปราณทั้งสิ้น
    #23210
    0
  10. #22899 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 18:35
    ยังสนุกเหมือนเดิมเลยค่ะโครตคิดถึงเลยช่วงนั้นตามตอนต่อตอนมีความสุขมากๆ
    #22899
    0
  11. #21777 Conflagration (@leafre-algorithm) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 23:20
    อึม....
    #21777
    0
  12. #21614 Mitch0387 (@Mitch0387) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:59
    บางทีน้ำก็เยอะไป ผมอ่านข้ามเยอะ.
    #21614
    0
  13. #21308 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 16:55
    ขอบคุณครับ
    #21308
    0
  14. #21263 X Z e e n ♕ (@l3efore) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 00:42
    แนะนำนิดนึงค่ะ ความจุของแหวนนี่ถ้าเป็นทรงลูกบาศก์ น่าจะเป็น 5×5×5 มั้ยคะ? น่าจะมีความสูงด้วย / นิยายสนุกมากค่ะ ติดตามต่อไป
    #21263
    0
  15. #21184 SAOW (@Sunako_333) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 19:59
    รู้สึกว่าตั้งแต่อ่านรีไรท์มา นัักเขียนเพิ่มบทบรรยายเยอะมากๆ? รึป่าวหว่า ไม่ได้อ่านนานจนลืมแล้ว แฮะๆ
    แต่รู้สึกเลยว่ามันเยิ่นเย้อมาก บางทีก็อ่านข้ามเลย ความสนุกลดไปนิดนึง
    #21184
    0
  16. #20414 oydvjkog'k (@Eqkong) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 07:02
    อยากบอกว่าเวลาบอกขนาดความจุนะควรเป็น ลบ.ม. อะไรก็ว่าไปเพราะในตอนนี้ผู้แต่งใส่หน่วยที่เป็นตารางเมตรคือมีแค่กว้างคูณยาวไม่ระบุความสูง
    #20414
    1
  17. #20368 feonixsh (@feonixsh) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 16:02
    สนุกมากค่ะ มันมากกก
    #20368
    0
  18. #20367 Nong.Namning (@JEERO291127) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 15:21
    มีคำผิดครับ?หลายแขนงไม่ใช่หลายแขนาง?นะครับ
    #20367
    0
  19. #20360 tople55 (@tople55) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 11:38
    รอ....อ่านกี่รอบก้มันทุกรอบ
    #20360
    0
  20. #19944 chokodd (@chokodd) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 11:18
    หนุกๆ ครับ
    #19944
    0
  21. #19750 เรื่อยๆ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:31
    อ่านนิยายกรุณาอย่าซีเรียสจ๊ะ😄😄

    สนุกมากๆเรื่องแนวนี้หามาตั้งนานอิอิ
    #19750
    0
  22. #18566 Oraphichaya (@Oraphichaya) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 20:11
    อะไรคือเขียนด้วยพลังเวทย์แต่ร่างกายไม่มีเวทย์นี่ไม่ได้จับผิดนะ แต่งง หรือเปลี่ยนพลังอะไรยังไง?
    #18566
    2
    • #18566-1 sosdek (@soossoossoos) (จากตอนที่ 13)
      2 มกราคม 2560 / 20:28
      เขาเขียนอธิบายไว้อยู่นะว่าดึงเอาพลังเวทย์รอบตัวมาแล้ว นำมาใช้วาดอักขระเลย
      #18566-1
    • #18566-2 sosdek (@soossoossoos) (จากตอนที่ 13)
      2 มกราคม 2560 / 20:29
      เขาเขียนอธิบายไว้อยู่นะว่าดึงเอาพลังเวทย์รอบตัวมาแล้ว นำมาใช้วาดอักขระเลย
      #18566-2
  23. #17365 Potatoray (@Potatoray) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 23:33
    อ่านเอาสนุกไม่ใช่เกมจับผิดซัหน่อยซีเรียสกันไปได้
    #17365
    0
  24. วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 09:17
    จ้องแต่จะจับผิด ชีวิตจะไม่มีความสุขนะครับ
    ปล่อยผ่านบ้างก็ได้
    #17032
    0
  25. #16497 IKEBANA AIYATO (@conanpunch) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 16:56
    ปีกว่าๆผ่านไป จากอายุ7กลายเป็น10? ตลกน่า ถ้าปีกว่าๆก็ต้องอายุ8ขวบหรืออย่างดีก็9ขวบเถอะ
    #16497
    0