ตอนที่ 123 : ภาค 2 ตอนที่ 49 เปิดจุดชีพจร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1569 ครั้ง
    6 เม.ย. 61

ของเหลวสีทองล่องลอยปลดปล่อยพลังอักขระที่น่าครั่นคราม ทอแสงประกายสีทองควบแน่น

 

ในตอนนั้นเองของเหลวสีทองก็ทอแสงสีทองเรียงรายออกมา พุ่งเข้าสู่หว่างคิ้วของเมอร์ลิน

 

ของเหลวสีทองกำลังหลอมรวมเข้ากับร่างของเมอร์ลิน

 

พลังอักขระจำนวนมากแผ่ออกจากบริเวณศีรษะและเคลื่อนไหวทะลวงไปทุกส่วนของร่างกาย

 

เส้นแสงสีทองทะลวงผ่านกล้ามเนื้อ เส้นเลือด และหลอมรวมเข้ากับเลือด

 

เมอร์ลินไม่สามารถบังคับร่างกายของเขาได้ในตอนนี้

 

ร่างของเขานั้นราวกับไม่ใช่ของของเขาอีกต่อไป

 

ของเหลวสีทองทะลวงผ่านราวกับรากแก้วของต้นไม้ใหญ่ แทรกซึมทุกอณู ครอบคลุมทุกรูขุมขน

 

เมอร์ลินลอยขึ้นกลางอากาศ พลังอักขระขับเคลื่อนอยู่บนผิวหนัง รอบตัวมองเห็นอักขระนับร้อยวิถีเรียงรายปรากฏอย่างไหววูบ ประเดี๋ยวชัดเจน ประเดี๋ยวเลือนราง ราวกับเป็นภาพแห่งความฝัน

 

ประกายแสงสีทองห่อหุ้มร่างอย่างสลัว เต็มเปี่ยมไปด้วยความลึกลับที่เก่าแก่โบราณ

 

เมื่อเมอร์ลินได้สติ เขาก็ราวกับตื่นจากความฝัน

 

แววตาปรากฏความเข้าใจหลายอย่าง ปัญญาก่อเกิดจำนวนมาก

 

ร่างกายรู้สึกได้ถึงพลังเวทย์ที่เพิ่มมากขึ้น พลังเวทย์ภายในจักรวาลหัวใจกลายเป็นเดือดพล่าน

 

เมอร์ลินถึงกับขมวดคิ้วเมื่อรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติ!

 

ทันทีที่ใช้จิตเพ่งไปยังจักรวาลหัวใจ เขาก็พบว่าพลังเวทย์ที่อยู่ภายในนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลง

 

พลังเวทย์กลายเป็นบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น มิหนำซ้ำยังเกิดการสั่นสะเทือนพลุ้งพล่านราวกับน้ำที่เดือดปุด

 

“พลังเวทย์เหล่านี้ต้องการสร้างอักขระเวทย์บ่มเพาะวงที่สาม” เมอร์ลินเอ่ยอย่างตื่นเต้น ดวงตาปรากฏความยินดี

 

“แต่เดี๋ยว ... นั่นมันอะไรกัน!

 

เมื่อมองเข้าไปภายในจักรวาลหัวใจ เมอร์ลินก็พบว่าวงเวทย์บ่มเพาะวงเวทย์แรกได้ปรากฏอักขระตัวหนึ่งที่ทอประกายแสงสีทองส่งพลังอันน่าหวาดกลัวออกมา

 

บนใบหน้าของเมอร์ลินปรากฎรอยยิ้ม

 

“หรือนี่คือการสลักอักขระเวทย์ลงบนวงเวทย์บ่มเพาะ” เมอร์ลินเอ่ยอย่างตื่นเต้น ใบหน้าไม่สามารถหุบรอยยิ้มได้

 

วงเวทย์บ่มเพาะวงแรกที่มีขนาดเล็กกว่าวงที่สองปรากฏอักขระเวทย์สีทอง

 

พลังอักขระสีทองหลอมรวมเข้ากับพลังเวทย์สีเงินที่อยู่ในขอบเขตจอมเวทย์

 

เมื่อวงเวทย์บ่มเพาะวงนั้นขับเคลื่อน พลังเวทย์ที่ส่งออกมาก็กลายเป็นยิ่งใหญ่มากยิ่งขึ้น จนเมอร์ลินสามารถสัมผัสได้

 

“เพียงหนึ่งอักขระก็สามารถเปล่งพลังออกมาได้ถึงขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเอมิเรียที่เป็นเพียงนักรบเวทย์ถึงสามารถปลดปล่อยพลังที่เทียบเท่ากับจอมเวทย์ได้”

 

“อักขระเวทย์เหล่านี้สามารถทำให้ผู้ใช้เวทมนต์ข้ามผ่านช่องว่างขนาดใหญ่ของขอบเขตระดับชั้นได้ เช่นนั้นแล้วตัวตนของผู้คุมกฎซึ่งเป็นผู้ใช้อักขระสีเขียวของเผ่าเทพคงสามารถวัดพลังเทียบเท่ากับมหาจอมเวทย์ของดินแดนนี้ได้”

 

“เอมิเรียเคยพูดว่าผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้าสามารถสลักได้สิบอักขระ สีเขียวร้อยอักขระ แต่ข้าทำการสลักลงไปแค่หนึ่งอักขระพลังก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แม้ไม่สามารถเทียบได้กับจอมเวทย์สามวงเวทย์ได้ แต่ดูเหมือนว่าพลังในระดับนี้สามารถยืนอยู่บนจุดสูงสุดของจอมเวทย์สองวงเวทย์ได้”

 

“พลังในการสลักอักขระนั้นน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ตอนนี้ข้าเริ่มเข้าใจการสลักอักขระบางส่วนบ้างแล้ว หากทำความเข้าใจให้ดี ไม่แน่ว่าข้าอาจจะสามารถสลักอักขระตัวต่อไปได้ ด้วยอำนาจของดวงตาเลเมเกทัน ภายในดวงตานั้นได้เก็บอักขระที่ทรงพลังไว้หลากหลาย หากเลือกอักขระที่แข็งแกร่งจำนวนหนึ่งมาสลัก ปัญหาเงื่อนไขข้อแรกของการสลักอักขระลงบนวงเวทย์บ่มเพาะคงหมดไป”

 

เมอร์ลินวิเคราะห์

 

การสลักอักขระนั้นประกอบไปด้วยเงื่อนไขสามข้อ หนึ่งคือการรับรู้อักขระ สองคือการรังสรรค์ และสามคือพลังสมาธิ

 

ภายในดวงตาเลเมเกทันนั้นได้บรรจุอักขระโบราณจำนวนมาก ปัญหาในการรับรู้อักขระจึงหมดไป

 

การรังสรรค์คือการทำความเข้าใจอักขระที่จะนำมาสลักและสร้างมันออกมา ในข้อนี้เมอร์ลินต้องพึ่งความสามารถของตนเอง

 

สิ่งสุดท้ายคือสมาธิ หน่วยวัดสมาธิของเผ่าเทพนั้นคือดวงดาว หนึ่งดวงดาวนั้นหมายถึงพลังของผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้า สองดาวนั้นหมายถึงผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว สามดาวนั้นคือผู้ใช้อักขระขั้นสีม่วง สี่ดาวนั้นคือผู้ใช้อักขระขั้นสีคราม และสุดท้ายห้าดาวนั้นคือผู้ใช้อักขระขั้นสีดำ

 

เมอร์ลินเคยเข้าไปในโลกแห่งแหวนประจำตระกูลมาครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนั้นเขาสามารถเข้าไปได้ถึงครึ่งทางของประตูสีม่วง หากจะนำมาอนุมาน ไม่คาดว่าตอนนี้เมอร์ลินคงมีพลังสมาธิอยู่ในระดับสองดาวครึ่งแล้ว

 

แต่ในตอนนี้เมอร์ลินได้บรรลุอยู่ในขอบเขตจอมเวทย์แล้ว พลังสมาธิย่อมเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม มิหนำซ้ำเมื่อครู่เขายังได้บรรลุในศาสตร์ของอักขระ ทำให้พลังสมาธิเพิ่มพูนขึ้นอีกส่วนหนึ่ง

 

หากวัดพลังสมาธิของเมอร์ลินในตอนนี้ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะขยับขึ้นสู่สามดาวแล้วก็เป็นได้

 

เช่นนั้นแล้ว

 

เมอร์ลินอาจมีสิทธิ์ที่จะทะลวงถึงขั้นสีม่วงได้!

 

“น่าเสียดายที่ตอนนี้อยู่ในช่วงเหตุการณ์สงคราม การเข้าไปในโลกแห่งแหวนประจำตระกูลจำเป็นต้องใช้เวลาไปจำนวนมาก ครั้งที่แล้วข้าเข้าไปโลกแห่งแหวนเพียงไม่กี่วัน เมื่อกลับออกมาในโลกแห่งความจริงนั้นกลับผ่านไปหลายเดือน”

 

“เอาไว้ให้ผ่านช่วงสงครามค่อยทดลองทะลวงผ่านประตูขั้นม่วง” เมอร์ลินกล่าวกับตัวเอง

 

ช่วงเวลาแห่งการเข้าไปในโลกแห่งแหวนนั้นอันตรายยิ่ง หากเข้าไปในโลกแห่งแหวนนั้นจำเป็นจะต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน มิหนำซ้ำกายเนื้อที่อยู่ภายนอกต้องได้รับการคุ้มครองป้องกันอย่างดีถึงจะสามารถวางใจเข้าไปในโลกแห่งแหวนได้

 

ไม่เช่นนั้นแล้วหากเมอร์ลินเข้าไปในโลกแห่งแหวนแล้วมีผู้ไม่หวังดีมาทำร้าย กายเนื้อที่ไม่มีสตินึกคิดนั้นย่อมเกิดอันตรายได้

 

ดังนั้นแล้วการจะเข้าไปในโลกแห่งแหวน จำเป็นจะต้องหาสถานที่ที่ปลอดภัยและสามารถอยู่ได้อย่างเป็นเวลานาน ในสายตาของเมอร์ลินในตอนนี้สถานที่ที่เขาวางใจที่สุดคงจะหนีไม่พ้นยอดเขาลูกที่สี่ แห่งเทือกเขาไร้ทัดทาน เพราะที่แห่งนั้นมีม่านพลังของอักขระขั้นสีดำปกป้องอยู่ มิหนำซ้ำผู้ที่จะเข้าไปในยอดเขานั้นได้จำเป็นจะต้องมีกุญแจถือครองเท่านั้น

 

กุญแจที่ว่านั่นก็คือแหวนประจำตระกูลดราก้อนเอส ซึ่งตอนนี้มันก็อยู่ในมือของเมอร์ลิน

 

เด็กน้อยสูดลมหายใจเข้าลึกครั้งหนึ่ง และทำการสำรวจร่างกาย

 

ประกายตาอันแหลมคมกวาดผ่านไปทั่วร่าง เปิดเผยรอยยิ้มที่พึงพอใจออกมา

 

“ตอนนี้ข้าเข้าใจศาสตร์อักขระของของเหลวสีดำแล้ว ดูเหมือนว่าร่างกายนี้น่าจะพร้อมที่จะสร้างวงเวทย์วงที่สามขึ้นมาแล้ว” เมอร์ลินยิ้มอย่างยินดี

 

“วงเวทย์วงที่สองดูเหมือนจะได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์นี้ ดูเหมือนว่ามันจะควบแน่นจนสมบูรณ์แล้ว ทุกอย่างดูเป็นใจไปเสียหมด วงเวทย์วงที่สามคงสามารถสร้างได้นับจากนี้”

 

เมื่อสำรวจร่างกายเสร็จสิ้น เมอร์ลินจึงต้องการจะทดลองใช้ศาสตร์ของของเหลว

 

มือน้อยยื่นออกไปและชี้นิ้วชี้ไปด้านหน้า

 

วงเวทย์บ่มเพาะสองวงภายในร่างขับเคลื่อนพลังเวทย์ออกมาอย่างบ้าคลั่ง หลั่งไหลและเคลื่อนไหวไปที่ปลายนิ้ว

 

เมื่อเมอร์ลินรู้แจ้งในศาสตร์นี้ ประสิทธิภาพในการใช้ของเขาเหนือกว่าเจ้าของของเหลวสีดำเสียอีก

 

เมอร์ลินไม่จำเป็นต้องรีดเลือดออกมาและไม่จำนวนต้องเก็บของเหลวในแหวนเวทย์

 

ของเหลวสีทองนั้นได้หลอมรวมเข้าสู่ร่างกายของเขาแล้ว

 

ขอเพียงสร้างสามารถควบแน่นพลังเวทย์ภายในร่างกายออกมาได้ ของเหลวก็สามารถปรากฏออกมาได้ดั่งใจ

 

ทันใดนั้นเองปลายนิ้วชี้ออกเมอร์ลินก็ปรากฏของเหลวสีทองทอแสงประกายควบแน่นออกมา

 

ของเหลวสีทองนั้นแตกต่างจากของเหลวสีดำ ไม่ว่าในด้านพลังหรืออำนาจ ของเหลวสีทองนั้นเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเมอร์ลินนั้นได้ใช้อำนาจของดวงตาเลเมเกทันออกมาอย่างไม่รู้ตัวในขั้นตอนการสร้างอักขระเวทย์แก่นแท้

 

สีทองนั้นเปรียบได้กับสัญลักษณ์ของพลังดวงตาเลเมเกทัน ของเหลวที่ควรเป็นสีดำนั้นจึงเปลี่ยนเป็นสีทองและมีอานุภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น

 

ของเหลวสีทองล่องลอยอยู่กลางอากาศ

 

เมื่อเมอร์ลินใช้จิตสั่งการ ของเหลวนั้นก็พลันเปลี่ยนรูปร่าง

 

วัง!

 

ของเหลวสีทองส่งเสียงคำรามออกมาราวกับระฆังที่ดังกังวาน

 

แล้วของเหลวขยายใหญ่ขึ้น

 

จากหนึ่งหยดขยายกลายเป็นหนึ่งกำมือ จากหนึ่งกำมือขยายกลายเป็นหนึ่งตัวตน

 

ไม่นานเบื้องหน้าของเมอร์ลินก็ปรากฏมนุษย์ร่างสีทอง บนร่างมองเห็นพลังอักขระไหววูบได้อย่างเลือนราง ส่งกลิ่นอายอันน่าเกรงขามออกมา

 

รูปร่างของของเหลวสีทองนั้นเหมือนกับเมอร์ลินโดยไม่ผิดเพี้ยน

 

พลังของของเหลวสีทองนั้นเอ่อล้นออกมาเป็นระลอกคลื่น

 

“ขอบเขตจอมเวทย์หนึ่งวงเวทย์!

 

“ร่างของเหลวนี้มีพลังถึงขอบเขตนี้เชียว?” เมอร์ลินเอ่ยอย่างยินดี เขาอดรู้สึกตื่นเต้นกับพลังของร่างของเหลวนี้ไม่ได้

 

เมื่อเมอร์ลินใช้จิตสั่งการ ร่างของเหลวก็ขยับได้อย่างที่เขาต้องการ

 

“จงไปทำลายต้นไม้ต้นนั้น!  เมอร์ลินทดลองสั่งการ สายตาจดจ้องไปที่ต้นไม้ต้นใหญ่ที่อยู่ในระยะไกล

 

ทันทีที่ได้รับคำสั่ง ร่างของเหลวก็พุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วอันเป็นขีดสุด ความเร็วของขอบเขตจอมเวทย์นั้นเป็นความเร็วที่น่าหวาดกลัว

 

ร่างของเหลวพุ่งตัวออกไปโดยทิ้งร่างเงาเอาไว้ พริบตาร่างของเหลวก็ปรากฏที่ต้นไม้ต้นนั้น

 

หมัดที่เต็มไปด้วยอำนาจของจอมเวทย์ถูกปล่อยออกไป

 

ตูม!

 

เกิดเสียงระเบิดอย่างรุนแรง พลังในของขอบเขตจอมเวทย์นั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

 

คลื่นหมัดที่ต่อยออกไปกลายเป็นพลังกวาดล้างเป็นบริเวณกว้าง

 

“พลังของหมัดนี้ไม่ด้อยไปกว่าหมัดของเอิร์ลโรเซ่” เมอร์ลินพยักหน้าอย่างพอใจ

 

“น่าเสียดายที่ร่างนี้ยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง มันไม่สามารถใช้เวทมนต์หรือพลังอักขระได้ มิหนำซ้ำพลังของข้าในตอนนี้ยังไม่สามารถสร้างมันได้มากกว่านี้”

 

เมื่อเมอร์ลินทดสอบพลังของร่างของเหลวอย่างพอใจแล้ว เขาก็ออกคำสั่งให้ของเหลวกลับเข้ามาในร่าง

 

ร่างของเหลวตอบรับคำสั่ง ร่างสีทองนั้นกลายเป็นแสงและพุ่งเข้าสู่ร่างกายของเมอร์ลิน

 

“เวลานี้ข้าควรจัดการเรื่องของต้นกล้าทั้งสิบสองเสียก่อน จึงค่อยสร้างวงเวทย์บ่มเพาะวงที่สาม”

 

เมอร์ลินกลับไปนั่งยังใต้ต้นไม้ต้นเดิม เขาต้องการทบทวนความเข้าใจในศาสตร์ของของเหลวให้มากขึ้นและรอเวลาให้กลุ่มดารากลับมา

 

ด้านกลุ่มดารา

 

เมื่อคนทั้งสิบสองสามารถปีนหน้าผาขึ้นมาได้แล้ว พวกเขาก็ต้องออกแรงวิ่งต่อเพื่อหาธงที่เมอร์ลินซ่อนไว้บนยอดเขา

 

บนยอดเขามีธงจำนวน 12 อัน ตามจำนวนคนของกลุ่มดารา

 

ทันทีที่ได้ธงมาแล้ว พวกเขาก็ต้องวิ่งกลับมายังเส้นทางเดิม

 

จากที่ต้องปีนหน้าผาก็ต้องกระโดดลงมาเพื่อความรวดเร็ว ไม่เพียงวัดแรงกายเท่านั้น การกระโดดหน้าผาสูงลงสู่น้ำลึกนั้นยังวัดแรงใจของกลุ่มดาราอีกด้วย

 

เพียงแค่การฝึกขึ้นภูเขาเพียงอย่างเดียว การฝึกแรกของเมอร์ลินนั้นก็สามารถเพิ่มพูนความสามารถของคนทั้งสิบสองได้อย่างหลากหลาย

 

สุดท้ายแล้วกลุ่มดาราก็กลับมาถึงที่หมาย

 

เพียงแต่ว่าการกลับมาของพวกเขานั้นเลยกำหนดเวลาที่เมอร์ลินได้ให้ไว้ คำสั่งลงโทษจากเมอร์ลินจึงมีผล

 

ในคืนนั้นแม้ว่ากลุ่มดาราจะทรมานจากการหิวโหยเพียงใด แต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะขัดคำสั่งของเมอร์ลิน

 

เมอร์ลินต้องการฝึกฝนคนเหล่านี้ไปซักระยะเวลาหนึ่ง หลังจากนั้นแล้วเขาจะทำการปิดด่านฝึกตนก่อสร้างวงเวทย์บ่มเพาะวงที่สาม

 

เช้าวันต่อมา

 

หลังจากที่ถูกทำโทษ กลุ่มดาราได้รับอนุญาตให้ทานอาหารได้

 

การฝึกของหัวหน้าตัวน้อยก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง

 

เมอร์ลินถือธงทั้งสิบสอง จากนั้นร่างกายก็กระพริบและหายไปกับความว่างเปล่า

 

หลังจากนั้นไม่นานที่ที่เมอร์ลินยืนอยู่ก็เกิดแสงกระพริบอีกครั้งหนึ่ง ร่างของเมอร์ลินก็ปรากฏตัวเบื้องหน้าอยู่เช่นเดิม

 

“การฝึกในวันนี้ยังคงเป็นเช่นเดิม ไปได้แล้ว” เมอร์ลินเอ่ยทั้งๆ ที่หลับตาและนั่งลงยังที่เดิม

 

กลุ่มดาราไม่กล้าที่จะขัดคำสั่ง พวกเขารีบออกไปยังภูเขาลูกเดิมอีกครั้ง

 

เมื่อกลับมาถึง พวกเขาก็พบว่าพวกเขาสามารถทำเวลาได้ดีกว่าเดิม เพียงแต่นั่นก็ยังไม่ใช่เวลาที่ดีพอ มันยังเลยกำหนดเวลาของเมอร์ลิน

 

กลุ่มดาราฝึกวิธีนี้ดำเนินไปถึงห้าวันเต็มๆ ในที่สุดวันที่ห้าพวกเขาก็สามารถกลับมาได้ทันกำหนดเวลา สภาพร่างกายของทุกคนในตอนนี้ดูดีกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

 

ทุกคนดีมีพละกำลังที่แข็งแรงมากขึ้นและมีสัญชาตญาณที่ดีมากขึ้น

 

เพียงห้าวันศักยภาพของกลุ่มดาราแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

สมาชิกของกลุ่มดาราเมื่อได้รับการฝึกร่วมกัน พวกเขานั้นถูกละลายพฤติกรรมและสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน กลายเป็นความสามัคคีที่หนาแน่นขึ้น

 

ในคืนที่ห้าที่ทุกคนกำลังจะพักผ่อน สมาชิกหลายคนเริ่มที่จะพูดคุยต่อกัน

 

“พวกเจ้าสังเกตหรือไม่ ว่าหัวหน้านั้นไม่เคยเคลื่อนย้ายออกจากใต้ต้นไม้เลยแม้แต่น้อย” พาโวเอ่ยอย่างสงสัย

 

“ข้าก็เห็นอย่างนั้นเช่นกัน เขาไม่ได้ขึ้นมานอนข้างบนนี้เหมือนกับพวกเรา วันๆ ข้าก็เห็นเขานั่งอยู่กับต้นไม้ต้นนั้น” สกอเปี้ยนเอ่ย ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความสงสัย

 

“มิหนำซ้ำ ตั้งแต่มาที่น่าข้ายังไม่เคยเห็นเขาทานข้าวอีกด้วย” เมนซ่าเอ่ยร่วม

 

โป๊ก!

 

โอ้ย!

 

สกูตั้มใช้มือเคาะไปที่ศีรษะของเมนซ่า

 

“เจ้าโง่ หัวหน้าเขาอาจกินตอนที่พวกเราฝึกฝนอยู่ก็ได้” เสียงทุ้มของสกูตั้มเอ่ยแย้ง

 

“แหะๆ จริงด้วยสิ” เมนซ่ายิ้มแหย่ๆ พร้อมกับลูบตัวตัวเองไปมา

 

“ยังไงซะ เขาก็เป็นคนที่เต็มไปด้วยปริศนาลึกลับอยู่ดี” เดลพินัส หญิงสาวที่ไม่ชอบพูดเอ่ยขึ้น

 

ทุกคนที่ได้ยินต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเดลพินัส แม้หัวหน้าของพวกเขาจะเป็นตัวตนที่ดูลึกลับมากเท่าใด แต่วิธีการฝึกฝนของเขานั้นดูเหมือนว่าจะเห็นผลได้เป็นอย่างดี

 

เมื่อเมอร์ลินเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของต้นกล้าของเขาในระดับที่พอใจ ในวันที่หกเขาจึงตัดสินใจลงมือทำบางอย่าง

 

เช้านี้กลุ่มดารามารวมตัวใต้ต้นไม้ที่เมอร์ลินนั่งอยู่เช่นเดิม

 

“เมื่อวานพวกเจ้าสามารถทำตามที่ข้ากำหนดไว้ได้ วันนี้ข้าจะมอบของขวัญชิ้นหนึ่งให้แก่พวกเจ้า” เมอร์ลินกวาดสายตามองคนทั้งสิบสองและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

 

“ของขวัญชิ้นใดกันที่หัวหน้าจะมองให้” เมนซ่าคิดในใจอย่างตื่นเต้น

 

หัวหน้าของพวกเขานั้นเป็นตัวตนที่ไม่ธรรมดา เพียงยืนอยู่บนหลังของสัตว์อสูรระดับ 4 ก็สามารถกำราบมันได้แล้ว ในตอนนั้นเขาได้มอบจิตเวทย์ระดับ 4 ให้กับสกูตั้ม

 

หรือว่าครั้งนี้เขาจะมอบจิตเวทย์ระดับ 5 ให้กับพวกเขา?

 

ในใจของกลุ่มดาราอดที่จะตื่นเต้นกับของขวัญของเมอร์ลินไม่ได้ แน่นอนว่าตัวตนเช่นเมอร์ลิน ของขวัญที่เขาจะมอบให้นั้นต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

 

“เอาล่ะ สกูตั้มเดินออกมาข้างหน้า” เมอร์ลินเอ่ยคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

 

สกูตั้มเดินออกมาตามคำสั่ง แม้ว่าเขาจะเกิดในตระกูลขุนนางแต่จิตเวทย์ระดับสูงนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ตระกูลจะมอบให้ง่ายๆ ยิ่งตัวตนที่อ่อนแอเช่นเขาแล้ว จิตเวทย์ระดับ 4 ที่เคยได้รับมาก่อนหน้านี้ถือว่าเป็นของมีค่าต่อเขาเป็นอย่างมาก

 

การที่ได้มารับรางวัลจากเมอร์ลินอีกครั้ง สกูตั้มจึงอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้

 

“นับจากนี้ไม่ว่าข้าจะทำอะไร ห้ามเจ้าขยับเป็นอันขาด หากไม่เชื่อในคำพูดของข้า วินาทีต่อจากนี้เจ้าจะไม่ได้หายใจอีกต่อไป”

 

เมื่อได้ยินคำพูดของเมอร์ลิน คนทั้งสิบสองก็กลายเป็นสั่นสะท้าน กลิ่นอายอันน่าเกรงขามของหัวหน้าตัวน้อยแผ่ออกมาจนทำให้เขารู้สึกหายใจไม่สะดวก ร่างกายเป็นหนาวเย็นอย่างฉับพลัน

 

ความรู้สึกตื่นเต้นดีใจเมื่อครู่พลันหายวับไปกับตา พวกเขากำลังหลงไปกับความใจดีของเด็กน้อยจนลืมความเหี้ยมโหดและเย็นชาที่เด็กน้อยเคยมีอยู่

 

วันนั้นพวกเขายังจำได้ดีว่าหัวหน้าของพวกเขานั้นได้สังหารหมูป่ากระหายเลือดโดยที่ใบหน้าไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย จะมีกี่ตัวตนกันที่สามารถฆ่าได้เย็นชาเช่นนี้

 

เพียงแค่คิดก็รู้สึกขนลุกไปทั้งร่าง

 

“อืม”  สกูตั้มขานรับคำเสียงต่ำอย่างแข็งทื้อ แน่นอนว่าเขาไม่กล้าที่จะไม่ปฏิบัติตามตามคำพูดของหัวหน้า

 

ในตอนนั้นเองใบหน้าของเมอร์ลินก็เปลี่ยนเป็นเย็นชามากยิ่งขึ้น ดวงตาปรากฏเป็นประกายราวกับดวงดาวที่ล้ำลึก สองมือประกอบกันทำท่ามุทรา สับเปลี่ยนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

 

สกูตั้มจ้องมองเมอร์ลิน ดวงตาหรี่ลง ภายในใจเกิดความรู้สึกตื่นเต้น

 

ทันใดนั้นเองเมอร์ลินก็หยุดมือปลายนิ้วโป้งชี้ไปยังสองข้างชี้ไปยังเบื้องหน้า พลังแสงสีฟ้าพุ่งออกมาจากปลายนิ้วโป้งกลายเป็นลำแสงที่เยียบเย็นพุ่งเข้าสู่จุดหนึ่งบนร่างของสกูตั้ม

 

อ๊าก!

 

สกูตั้มตะโกนร้องออกมาอย่างทนไม่ไหว

 

ทันทีที่ลำแสงเข้าสู่ร่างกาย สกูตั้มก็บังเกิดความเจ็บปวดที่สุดจะทรมาน ความเจ็บปวดทำให้เส้นเลือดบนใบหน้าผุดออกมาเป็นเส้นๆ

 

ทุกคนนั้นต่างอึ้งตะลึงงัน พวกเขาไม่ทราบว่าหัวหน้าของพวกเขากำลังจะทำอะไร

 

ไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยถาม

 

เมอร์ลินสับเปลี่ยนท่ามุทราอย่างรวดเร็ว คราวนี้เป็นปลายนิ้วก้อยที่มีลำแสงพุ่งออกไป

 

ปัง! ปัง! ปัง!

 

เกิดเสียงระเบิดบนร่างของสกูตั้ม

 

คราวนี้สกูตั้มอยากจะร้องออกมาแต่ก็ร้องไม่ออก กล้ามเนื้อพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงและเคลื่อนไหว ความเจ็บปวดครอบงำไปถึงส่วนลึกของจิตใจ

 

สิบเอ็ดคนที่เหลือไม่เคลื่อนไหวไม่พูดจา มองดูการกระทำของหัวหน้าตัวน้อยอย่างตกใจ

 

เมอร์ลินยิงลำแสงพลังปราณออกไปจนครบสิบสองครั้ง เสร็จแล้วเขาก็หยุดมือ

 

ร่างกายของมนุษย์นั้นมีจุดชีพจรอยู่ 108 จุดชีพจร แต่ละจุดนั้นเป็นจุดขับเคลื่อนพลังชีวิตภายในร่างกาย หากพลังชีวิตเคลื่อนที่ได้ดี ร่างกายของคนผู้นั้นก็จะมีพลังกำลังและความสามารถทางร่างกายที่เพิ่มมากขึ้น พลังชีวิตที่ขับเคลื่อนบนร่างกายมนุษย์นั้น หลายคนเรียกมันว่าพลังปราณ

 

ทุกสิ่งในโลกนั้นล้วนมีพลังปราณทั้งสิ้น แต่พลังปราณในที่นี้คือพลังปราณชีวิต ซึ่งต่างจากพลังปราณเซียนที่นำเอามาใช้สำหรับฝึกตนให้เป็นเซียน

 

ดังนั้นแล้วชีวิตก่อนที่เทียนหลงจากมา ผู้ฝึกพลังปราณนั้นจึงเป็นออกเป็น 2 สาย หนึ่งคือการใช้พลังปราณเซียนฝึกบำเพ็ญตนให้บรรลุเป็นเซียน และสองคือการใช้พลังปราณชีวิตฝึกพลังยุทธ์เพื่อเพิ่มฝีมือการต่อสู้

 

เส้นทางทั้งสองเส้นนั้นแยกออกจากกันอย่างชัดเจน หนึ่งเพื่อความเป็นนิรันดร์ และสองเพื่อความแข็งแกร่งไร้ผู้ต้าน

 

พลังปราณชีวิตนั้นส่วนใหญ่จะได้มาจากการฝึกร่างกายและสมุนไพรที่เต็มไปด้วยพลังปราณชีวิต ในโลกมนุษย์มีหลายคนที่นำสมุนไพรที่เต็มไปด้วยพลังปราณชีวิตนำมาสกัดเป็นเม็ดยาเพื่อเพิ่มพลังการต่อสู้ให้กับตน

 

ส่วนพลังปราณเซียนนั้นจะสามารถฝึกได้โดยการดูดซับพลังปราณเซียนที่อยู่บนยอดเขาสูงที่เชื่อมต่อกับพลังฟ้าดิน สำนักเซียนหลายสำนักจึงจับจองภูเขาสูงเพื่อจัดตั้งเป็นสำนักฝึกตน

 

สำหรับสมุนไพรที่มีพลังเซียน เหล่าผู้ฝึกตนนั้นก็มักจะนำมาสกัดเป็นเม็ดยาเช่นเดียวกัน เพียงแต่สมุนไพรที่มีพลังเซียนนั้นหาได้ยากเป็นอย่างมาก จึงมีน้อยตัวตนน้อยสำนักที่จะสามารถบ่มเพาะสมุนไพรที่มีพลังเซียนได้

 

ในดินแดนแห่งนี้มีแม้จะมีพลังเวทย์ไม่มีพลังปราณเซียน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีพลังปราณชีวิต

 

หลายวันมานี้เมอร์ลินได้ครุ่นคิดเกี่ยวกับการบ่มเพาะต้นกล้าทั้งสิบสองของเขา

 

ในตอนนั้นเองเขาก็คิดได้ว่าถึงแม้ว่าผู้ที่อยู่ในดินแดนแห่งนี้แม้จะไม่สามารถฝึกเป็นผู้ฝึกตนได้ แต่พวกเขาก็น่าจะฝึกเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้

 

ดังนั้นเมอร์ลินจึงตัดสินใจที่จะทดลองให้พวกเขาฝึกฝนวิถียุทธ์

 

ผ่านไปเกือบสิบกว่านาที

 

เมื่อเห็นว่าสกูตั้มสามารถเปิดจุดชีพจรได้ถึง 12 จุดแล้ว แววตาของเมอร์ลินก็กลายเป็นมุ่งมั่นมากกว่าเดิม

 

สองมือสับเปลี่ยนมุทราอย่างคล่องแคล่วและยิงอีกหนึ่งลำแสงออกไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.569K ครั้ง

29,469 ความคิดเห็น

  1. #29415 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 15:25
    หนูลองยาชัดๆ
    #29415
    0
  2. #26861 อรรถพล มุกธวัตร (@bang079) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:41
    พระเอกไม่ใช่ผู้ฝึกตนหรอครับ แล้วทำไมถึงว่าโลกนี้ไม่มีปรานเซียน
    #26861
    0
  3. #24697 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 21:07

    Thank you

    #24697
    0
  4. #24053 นักอ่านสายฟรี (@wuttichaiwutti) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 00:38

    หมูลองยา เอ้ยหนู

    #24053
    0
  5. #23274 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 22:32
    สยองเล็กน้อย
    #23274
    0
  6. #22823 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 09:51
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #22823
    0
  7. #22478 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 20:44
    ขอบคุณครับ
    #22478
    0
  8. #22341 ninjapoonarak (@plazaladeen-_-) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 21:57
    เมอร์ลิน ถึงสกูตั้มจะเชื่อฟังนายยังกับลูกหมาวิ่งตามเจ้าของ แต่นายจะมาใช้มันเป็นหนูทดลองเลยไม่ได้!!!! TwT นายต้องทดลองกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวอื่นก่อนเซ่~~~ โธ่วววว
    #22341
    0
  9. #22245 QueenOfMars (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 11:24
    รออยู่นะคะไรต์
    #22245
    0
  10. #22240 nังหัuลม (@pugsa_napa) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 19:22
    กลับไปแก้เรื่องจำนวนตัวเลขด้วยนะครับ ตอนก่อนบอกสีฟ้า 100 ตอนนี้กลับบอก 10 เขียนอะไรไปก้จำหน่อยเนอะ เจอหลายทีแล้วเรื่องความไม่ตรงกันของเนื้อหา
    #22240
    0
  11. #22239 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 18:27
    รอต นต่ ไป
    #22239
    0
  12. #22238 F9tiss (@F9tiss) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 17:18
    ถ้าจะเจ็บน่าดู
    #22238
    0
  13. #22237 maruchan (@RoosT) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 16:10
    สนุกมากครับ รอตอนต่อไป
    #22237
    0
  14. #22236 น้องนิรนามมั้ง (@ubonwan2206) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 11:10
    #22236
    0
  15. #22234 K17099 (@17099) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 04:49
    สนุกมาก~ รอฉากบู๊~
    #22234
    0
  16. #22233 DARCH (@tentenkids) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 22:44
    ค้่งด้วยครับ สนุก มีรายละเอียดกว่าเวอรชั่นแรกนะครับ ขอบคุณครับ
    #22233
    0
  17. วันที่ 6 เมษายน 2561 / 21:41
    ค้าง..เจ้าค่ะ
    #22232
    0
  18. #22224 pinya1 (@pinya1) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 19:33
    <a><img src="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png" alt="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png"> </a><a><img src="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-05.png" alt="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-05.png"> </a><a><img src="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png" alt="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png"> </a><a><img src="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-05.png" alt="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-05.png"> </a><a><img src="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-08.png" alt="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-08.png"> </a><a><img src="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-08.png" alt="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-08.png"> </a>
    #22224
    0
  19. #22221 ทาสของเหมียว (@iiizo) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 18:51
    ค้างงงง
    #22221
    0
  20. #22218 29222922 (@29222922) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 16:23
    มันส์.....รอนะ
    #22218
    0
  21. #22216 _victory_88 (@varinthon) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 15:59
    มาต่อเรววววววววววว
    #22216
    0
  22. #22215 Son Sonax (@song8704) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 15:31
    ค้างงงงงงง
    #22215
    0
  23. #22214 nmnasaty32 (@nmnasaty32) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 15:28
    <p>ต่อๆๆๆ</p>
    #22214
    0
  24. #22212 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 15:12
    ค้างงง
    #22212
    0
  25. #22210 Np'roythai (@0808694151) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 14:40
    รอเจ้าค่ะ
    #22210
    0