ตอนที่ 9 : Chapter 05 : เดินเที่ยวกับหนุ่มหล่อ #ป๋าเซปโลลิค่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    20 พ.ค. 62

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
☆♥Chapter 05♥☆

คาร์โลไลน์ แบล็กกำลังตกอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการศูนย์เสียความเยือกเย็น บรรยากาศเงียบสงบและเย็นสบายของคฤหาสน์มัลฟอยที่เธอเคยชื่นชอบมันมาก ทว่าบัดนี้...เด็กสาวเหลือบมองบุคคลข้างกายอย่างเกร็งๆ

อึดอัดชะมัดเลย....ถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆพลางเผลอฉีกยิ้มเย้ยหยันออกมาโดยไม่รู้ตัว

"เอาล่ะ หยุดเงียบแล้วอธิบายเหตุการณ์มาซะ" ลูเซียส มัลฟอยจ้องมองเด็กทั้งสองที่นั่งอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาเย็นชาเจือความหงุดหงิด

หงุดหงิดที่โดนเด็กมันดันมาขัดจังหวะสำคัญซะได้...

"อย่าเอาความโกรธไปลงที่เด็กๆแบบนั้นซิคะ ลูเซียส" นาร์ซิสซามองลูเซียสอย่างดุๆ ก่อนที่เธอจะหันไปยิ้มอ่อนโยนให้เด็กน้อยทั้งสอง

เฮอะ... ลูเซียสมองการกระทำนั้นของภรรยาตนด้วยความไม่สบอารมณ์เล็กน้อย

"แยกย้ายกันได้ แล้วก็เธอ...คาร์โลไลน์ พรุ่งนี้เซเวอร์รัสจะมารับไปซื้อของแต่เช้า อย่าลืมตื่นมาแต่งตัวให้มันเหมาะสมกับนามสกุลแบล็กที่เธอใช้อยู่ด้วย" ลูเซียสเอ่ยจบก็ลุกขึ้นเดินจากไป

นาร์ซิสซามองตามหลังสามีตนแล้วยิ้มอ่อนใจ เธอหันมาบอกฝันดีพวกเด็กๆแล้วเธอตามลูเซียสไป

เด็กน้อยทั้งสองหันมามองหน้ากันอย่างงงๆ ทว่าเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้มาได้...

!!!

"ฉันจะไปนอนแล้ว!!" เดรโกเอ่ยอย่างร้อนรน เด็กชายรีบลุกขึ้นแล้วเดินหนีเธอทันที

คาร์โลไลน์มองตามร่างเล็กๆที่เดินห่างออกไปดวงแววตาที่ไม่อาจบ่งบอกอารมณ์ออกมาได้

"ฉ-ฉัน..."

!!?

"ฉันน่ะ...ไม่ได้เกลียดป้าหรอกนะ!!!" เอ่ยจบก็รีบวิ่งหนีจากไปทันที เด็กสาวมองตามร่างเล็กๆที่หายลับไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย มุมปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อย

เด็กผู้ชายเนี่ย....ซึนแบบนี้กันทุกคนหรือเปล่านะ? คิกคิก




"นี่ลุงคะ เราจะไปซื้อของในรายการนี้ครบได้ยังไงในลอนดอนงั้นเหรอ?" เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองสบตากับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความสงสัย

เซเวอร์รัส สเนปไม่ได้ตอบอะไรออกไป เขาเลิกคิ้วมองเด็กสาวดวงสายตาที่...

เอิ่ม... สบประมาทมั้ง?

"ตามมา" สเนปเอ่ยแค่นั้นก่อนที่เขาจะพาเด็กสาวเดินตรงไปที่ร้าน เอ่อ...ดูจากรูปทรงแล้วน่าจะเป็นพวกผับมากกว่านะ แถมยังมีชื่อแปลกๆอีกด้วย

ร้านหม้อใหม่รั่ว

กริ๊งง

"ไงสเนปไม่ได้เจอกันนานนะ" เสียงของชายที่ดูท่าจะเป็นเจ้าของร้านเอ่ยทักชายหนุ่มขึ้น ภายในร้านก็เป็นไปตามที่เด็กสาวคาดไว้...มันคือผับดีๆนี่เอง

"อ่า" สเนปตอบกลับไปแค่นั้น เขาก้าวเดินผ่านเหล่าผู้คนที่แต่งตัวราวกับพวกผู้ดีเก่าเข้าไปด้านในสุดของร้านก่อนที่เขาจะมาอยู่อยู่หน้ากำแพงอิฐสูงใหญ่ เขานำมือเคาะไปตามแผ่นอิฐที่เรียงรายเหล่านั้น

ไม่นานกำแพงอิฐก็ค่อยจัดเรียงตัวมันใหม่กลายเป็นประตูที่พวกเธอสามารถเดินผ่านออกไปได้

"โห" เด็กสาวหลุดอุทานออกมาอย่างออกมาอย่างตื่นตาตื่นใจหลังจากที่เดินออกมาจากอีกฝั่งของประตู

สิ่งที่ปรากฎตรงหน้าของเธอคือภาพของฝูงชนที่อัดแน่นกลางท้องถนนแคบๆที่เต็มไปด้วยตึกมากมายซ้อนทับกันอยู่อย่างอัดๆและไม่ค่อยเป็นระเบียบ

แต่ไม่รู้ทำไม...มันถึงดูมีเสน่ห์อย่างหน้าประหลาด

'เราจะเริ่มต้นเดทนี้ที่ไหนก่อนดี?'

'อ่า นั่นสินะ ที่ร้านปรุงยาเป็นไง'

'แน่ใจนะว่านั้นนายใช้สมองคิดน่ะ___'

'ก็...ฉันไม่เคยออกเดทมาก่อนนี่นา'

'ฮ่าๆๆ นายนี่มัน...เอาเถอะๆ เดี๋ยวพรีเฟ็คสาวคนนี้จะเป็นคนพานายเที่ยวเอง!!'

"อ๊ะ!! อึก" คาร์โลไลน์ยกมือขึ้นมากุมขมับด้วยสีหน้าที่บิดเบี้ยว

ปวด...ปวดเหลือเกิน

สายตาของเธอที่มองทางเดินด้านหน้าเริ่มเลือนลางเข้าไปทุกที เด็กสาวเหลือบเห็นว่าสเนปมองมาที่เธอด้วยสีหน้าแตกตื่นระคนลนลาน

ร่างกายของเด็กสาวเอี้ยงวูบไปด้านหลังอย่างฉับพลัน

ฟูบ

รู้สึกตัวอีกที่ร่างกายของเธอก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคน... กลิ่นแบบนี้

ไม่ใช่สเนป

"เอ่อ...ไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่มั้ยครับ" เสียงทุ้มที่เริ่มแตกหนุ่มของเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังริมหูของเธอ เด็กสาวสายหน้าเรียกสติพลางเอ่ยตอบเขาไปเสียงเรียบ

"ไม่เป็นไรค่ะ"

"ดีแล้วครับ" เด็กหนุ่มขยับยิ้มบางในขณะที่ช่วนพยุงร่างเธอให้ยืนตรง สเนปรีบเดินเข้ามามองสำรวจร่างกายของคาร์โลไลน์ด้วยแววตาที่สั่นไหวไปด้วยแรงอารมณ์มากมาย ทั้งตกใจ เป็นห่วง และหึงหวง?

หลังจากมองสำรวจร่างกายของเด็กสาวจนแน่ใจว่าไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรแล้ว สเนปจึงเงยหน้าขึ้นพลางหรี่ตามองเด็กหนุ่มที่เข้ามาช่วยคนที่อยู่ในความดูแลของเขาด้วยความไม่ชอบใจ

"มองหน้าหาเรื่องเรอะ" สเนปเอ่ยเสียงเรียบพลางมองร่างของเด็กหนุ่มขึ้นๆลงๆอย่างสำรวจระคนตรวจสอบ

ชิ ไอ้หนุ่มนี่มัน...หน้าตาดีไม่หยอกนี่หว่า

คิ้มเข้มของเขาขมวดเข้าหากันอย่างเคร่งเครียด ชายหนุ่มเหลือบมองใบหน้าของหลานสาวตัวน้อยอย่างเป็นกังวล

แต่ความกังวลเหล่านั้นก็ต้องหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเมื่อคาร์โลไลน์เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาแล้วเอ่ยบอกให้ไปกับต่อ โดยที่ไม่มีท่าทีสนใจหรืออาลัยอาวรณ์เด็กหนุ่มหน้าตาดีตรงหน้าเลย

ดีมากหลานสาว!!

สเนปกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยันไอ้หนุ่มที่คิดจะเข้ามาตกหลานสาวของตน แต่รอยยิ้มนั้นก็เป็นอันต้องแข็งค้างไป

"เธอชื่ออะไรงั้นเหรอ ผมชื่อเซดริกนะ เซดริก ดิกกอรี่จะเรียกเซดเฉยๆก็ได้เพราะจากที่ดูโดยรวมๆแล้ว...เราคงจะได้อยู่ด้วยกันไปอีกนาน"

ไม่มีใครอย่างอยู่กับเอ็งทั้งนั้นแหละโว้ยยยย

"อ่า...ฉันชื่อคาร์โลไลน์ แบล็ก จะเรียกคาร์มินก็ได้ไม่มีปัญหา สนใจไปซื้ออุปกรณ์ด้วยกันมั้ย?" คาร์โลไลน์เอ่ยยิ้มๆ ทว่าเสียงที่เปล่งออกไปก็ยังคงเรียบเฉยเช่นเดิม

"เอ่อ...ได้สิ โอเค เราไปกันเลยดีกว่า" เซดริกนิ่งไปพักหนึ่งเมื่อได้สบตาของเด็กสาว ก่อนที่เขาจะรู้สึกตัวและเอ่ยตอบอย่างลนๆเล็กน้อย ซึ่งสเนปสังเกตได้ว่าบริเวณปลายหูของไอ้หนุ่มนี่มันแดงๆแปลกๆ

บ๊ะ!! ไอ้หนูนี่ บังอาจจะมาแอ้มหลานข้าเรอะ!!

ชายหนุ่มผู้ผ่านช่วงเวลาชีวิตมาอย่างโชกโชนลอบสังเกตและจดจำรูปร่างหน้าตาของเซดริกเข้าไว้ พลางแอบจดชื่อของเด็กหนุ่มลงในบัญชีดำของตน

เราคงจะได้อยู่ด้วยกันไปอีกนานแน่..ไอ้หนุ่ม


ไว้อาลัยแด่เซด3วิ อาเมน...




"ต่อไปก็ไม้กายสิทธิ์สินะ" คาร์โลไลน์เอ่ยพลางก้าวเดินออกมาจากร้านเสื้อคลุมสำหรับทุกโอกาสของมาดามมัลกิ้น "ว่าแต่มันอยู่ส่วนไหนของตรอกเนี่ย?"

เซดริกยกยิ้มบางๆที่มุมปากพลางถือวิสาสะเข้ามาจับมือเธอแล้วพาเดินต่อไป เด็กสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยกับการกระทำอันอุกอาจของบุคคลข้างกาย ทว่าเมื่อเธอเหลือบไปเห็นใบหน้าอึมครึมของสเนป...

บางทีถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปสักพักคงไม่เป็นหรอก....มั้ง?


ใช้เวลาเดินสักพักทั้งสามคนก็เดินทางมาถึงหน้าร้านไม้กายสิทธิ์ของโอลลิแวนเดอร์ เซดริกเปิดประตูให้เด็กสาวก้าวเดินเข้าไปในร้าน สเนปปรายตามองอย่างเหยียดๆพลางเดินผ่านร่างของเด็กชายเข้าร้านไป เซดริกเพียงมองตามหลังชายหนุ่มอย่างงงๆเล็กน้อยก่อนที่ตัวของเขาจะเดินตามทั้งสองคนไป

ด้านในร้านถูกตกแต่งด้วยโทนสีมืดเป็นส่วนมาก ชั้นเก็บของสูงใหญ่ซ้อนทับกันมากมายกล่องไม้กายสิทธิ์กองเกลื่อนกลาดเรี่ยราดเต็มพื้นไปหมด

"เอ่อ...คือว่า...."

"โอ้วไง สวัสดีศาสตราจารย์สเนป คุณ...จะมาซ้อมไม้กายสิทธิ์เรอะ?" ชายชราผู้ส่วนใส่เสื้อผ้าสีน้ำตาลเข้ม

"ไม่ครับคุณโอลลิแวนเดอร์ ผมแค่..พาหลานมาซื้อของ" สเนปเอ่ยตอบเสียงเรียบ

"โอ๊ะ! นั่นๆๆ นั่นมันคุณดิกกอรี่ไม่ใช่หรอ มาๆๆ ...มันช่างน่าคิดถึงจริงๆเลยนะ ฉันยังจำความรู้สึกตอนที่ได้เห็นพ่อกับแม่ของเธอเข้ามาซื้อไม้กายสิทธิ์ที่ร้านของฉันได้อยู่เลย...ราวกับว่าเวลาเพิ่งผ่านไปได้ไม่นานนี้เอง" โอลลิแวนเดอร์ว่าอย่างอารมณ์ดี ชายชราเดินตรงไปหาเซดริกเขานำสายวัดที่มีตัวเลขสีเงินออกมาพลางถามเด็กชายว่าเขาถนัดมือข้างไหน

"มือขวาครับ" ได้ฟังดังนั้นชายชราก็ไม่รอช้าเขาเดินตรงเข้าไปวัดสัดส่วนแขนของเซดริกทันที

ใช้เวลาไม่นานชายชราก็บ่นพึมพำตัวเลขที่ได้ออกมาพลางเดินตรงไปยังชั้นเก็บของ ชายชราแนบใบหูลงบ่นกล่องไม้กายสิทธิ์ เข้าทำแบบนี้ซ้ำๆประมาณ2ถึง3กล่อง ก่อนที่เขาจะยิ้มออกมาเมื่อได้สิ่งที่ตนต้องการ

ชายชราเดินตรงมาหาเซดริกพลางเปิดกล่องที่มีลวดลายสวยงามนั้นออกแล้วหยิบไม้กายสิทธิ์ที่อยู่ในนั้นออกมา

"ไม้แอช แกนขนยูนิคอร์น ขนาด12 1/4นิ้ว เหนียวและยืดหยุ่นกำลังดี" ว่าจบก็ยืนไม้กายสิทธิ์นั่นให้เซดริกถือ เด็กชายรับไม้กายสิทธิ์เรียบเนียนที่มีลวดลายตรงด้ามไม้จับนั้นเอาไว้

"อ๊ะ!" เพียงแค่ได้สัมผัสกับตัวไม้ครั้งแรกความอบอุ่นสายหนึ่งก็แล่นเข้ามาสู่หัวใจของเขา ไม้กายสิทธิ์สีน้ำตาลเรียบหรูส่องแสงสว่างวาบขึ้นทันทีที่ได้สัมผัสกับตัวของเด็กชาย

"โฮะๆ ดูเหมือนเขาจะชอบเธอมาจริงๆนะคุณดิกกอรี่ 6เกลเลียนสำหรับราคาของไม้กายสิทธิ์เล่มนี้" เด็กชายล้วงหยิบเงินออกมาจ่ายให้ชายชราพลางรับกล่องไม้กายสิทธิ์คืนมาแล้วเก็บไม้ลงไปอย่างทะนุถนอม

คาร์โลไลน์ที่ราวกับจะถูกเมินออกไปจากสถานที่แห่งนี้อดไม่ได้ที่จะคิ้วกระตุกด้วยความเสียอารมณ์

"คุณลุงคะ แล้วไม้ของหนูล่ะ" เด็กสาวเอ่ยถามเสียงเรียงเย็นชา ดวงตาของเธอราวกับท้องทะเลที่เงียบสงบ ทว่าหากมองลึกลงไปอีกสักหน่อย คุณก็จะพบกับกระแสน้ำวนอันเชี่ยวกราก

โอลลิแวนเดอร์ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขามองสำรวจร่างกายของเด็กสาวขึ้นๆลงๆอย่างนั้นด้วยใบหน้าที่ขาวซีด

"ผู้ฝ่าฝืนโชคชะตา" ชายชราพึมพำอย่างแผ่วเบา

"อะไรนะคะ?" คาร์โลไลน์เด็กสาวถามย้ำด้วยความงงงวย โอลลิแวนเดอร์ทำเพียงส่ายหน้าเขาเดินเข้ามาวัดสัดส่วนแขนของเธอเหมือนที่เคยทำกับเซดริกอีกครั้ง ก่อนจะเดินหายเข้าไปในดงกล่องไม้กายสิทธิ์ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

รอสักพักชายชราก็กลับออกมาพร้อมกับกล่องไม้กายสิทธิ์สีน้ำตาลสวย เขาเปิดฝากล่องออกพลางค่อยๆหยิบไม้ในนั้นออกมายื่นให้เด็กสาว

"ไม้แอปเปิ้ล แกนเอ็นหัวใจมังกร ยาว12นิ้ว ยืดหยุ่นเล็กน้อย" รับไม้กายสิทธิ์จากชายชรามาถือไว้

"ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลยหนิคะ" เด็กสาวเอ่ยขึ้นขณะมองสำรวจไม้ไปมา

"ลองโบกมันดูสิ"

พรึ่บ ฟูววว เพล้งง!!

"อุ้ย..." คาร์โลไลน์ค่อยๆวางไม้กายสิทธิ์ลงไปในกล่องที่ชายชราถือไว้เช่นเดิม

ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ไม่มีใครทำแจกันแตกเล๊ยยย

"ด-ดูเหมือนว่าไม้นี้จะไม่ใช่สินะ" ชายชราบ่นพึมพำพลางเดินหายเข้าไปภายในกองไม้กายสิทธิ์อีกครั้ง

"อ๊ะ อันนี้แหละๆ เจ้านี้น่าจะพอได้" โอลลิแวนเดอร์เดินออกมาพร้อมกับกล่องสีน้ำเงินไม่มีลวดลายอะไรมาก เขายื่นด้ามไม้กายสิทธิ์มาให้เด็กสาวอีกครั้ง "ไม้ลาร์ช แกนขนนกฟินิกซ์ ยาว11 1/2นิ้ว ไม่ยืดหยุ่น"

"เชิญเลย คุณแบล็ก" คาร์โลไลน์รับไม้กายสิทธิ์นั่นมาแล้วลองโบกดูอีกครั้ง

ครืนนน โครมมมม!!!

ชั้นวางของสูงใหญ่ล้มลงระเนระนาดไปหมด กล่องไม้กายสิทธิ์มากมายร่วงหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้น

เด็กสาวหน้าซีด เธอรีบวางไม้กลับลงไปในกล่องอย่างรวดเร็ว หางตาเหลือบเห็นสเนปยืนมุมปากกระตุกเกร็งและเซดริกที่ส่งยิ้มแห้งๆมาให้

"ยังไม่ใช่อีกงั้นเหรอ....หรือว่า!?" ชายชราเปลี่ยนเป้าหมายครานี้เขาเดินขึ้นไปบนชั้นสองของร้าน ใช้เวลาเพียงไปนานก็เดินกลับลงมาพร้อมกล่องไม้สีดำทมิฬที่ถูกตกแต่งด้วยลวดลายหรูหราแปลกตา

ภายในกล่องไม้หรูนั้นบรรจุไม้กายสิทธิ์สีดำสนิท ตัวด้ามจับถูกแกะอย่างประณีต ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุอันใดแต่เด็กสาวรู้สึกว่าส่วนลึกที่สุดภายในจิตใจของเธอ....

กำลังกรีดร้องเรียกหาไม้กายสิทธิ์เล่มนี้

ไม่รอให้เวลาเสียไปโดยเปล่าประโยชน์อีก เด็กสาวยื่นมือไปรับไม้กายสิทธิ์สีดำเล่มนั้นมาถือไว้ในมือทันที

เพียงครั้งแรกที่ไม้สัมผัสกับไม้ ไอพลังเวทย์มากมายก็เข้ามารวมตัวควบแน่นจนเกิดเป็นแรงลมขึ้นรอบๆกายของเด็กสาว ไอเงาสีดำทมิฬแห่งความตายแผ่กระจายออกมาจากตัวไม้กายสิทธิ์

"ผู้ถูกเลือก...งั้นเหรอ" ชายชราพึมพำออกมาอย่างเหม่อลอย เขาเฝ้ามองเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นนี้สักพัก ไม่นานทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

"หนู...ชอบไม้กายสิทธิ์นี่ค่ะ และหนูก็คิดว่า...มันคงชอบหนูเช่นกันสินะคะ" เด็กสาวเอ่ยอย่างซุกซน

"อ่า...คงจะเป็นแบยนั้นแหละ" โอลลิแวนเดอร์ยิ้มแห้งๆขนาดรับไม้กายสิทธิ์เข้ามาเก็บในกล่อง "9เกลเลียนสำหรับไม้เล่มนี้จ้ะ"

สเนปขมวดคิ้วสงสัยกับราคาที่แพงกว่าปกตินี้เล็กน้อย ทว่าก็ไม่ได้ปริปากถามอะไรออกไป เขาล้วงหยิบเหรียญเกลเลียนออกมา9เหรียญพลางยื่นให้โอลลิแวนเดอร์อย่างเงียบๆ

สายตาที่มองสบกันเพียวชั่วครู่ราวกับจะส่งผ่านข้อความสำคัญบางอย่างถึงกันได้ ชายหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับสิ่งที่ตนได้รู้ เขาขมวดคิ้วชนกันอย่างเคร่งเครียด พลางเอ่ยกระซิบถ้อยคำบางอย่างกับโอลลิแวนเดอร์

"อย่าได้แพร่งพรายเรื่องของเธอออกไป"




"นี่คงจะเป็นรายการสุดท้ายแล้วล่ะ" เซดริกเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคาร์โลไลน์พลางฉีกยิ้ทสดใส "เข้าร้านกันเถอะ"

เด็กสาวส่งเสียตอบรับในลำคอพลางก้าวเท้าเดินเข้าไปในร้านสัตว์วิเศษ

บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยความอบอุ่น ผู้วิเศษหลายคนเดินผ่านกันไปมาพลางเลือกดูสัตว์เลี้ยงกันอย่างสนุกสนาน

ช่างตรงกันข้ามกับสัตว์เสียจริง

เพียงครั้งแรกที่ก้าวเดินเข้ามาในร้านสิ่งที่คาร์โลไลน์รับรู้ได้คือความอัปยศและความหวาดกลัว เหล่าสัตว์มากมายส่งเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ

พวกมันอย่างออกไปจากคุกแห่งนี้

แววตาของเด็กสาวอ่อนแสงลงยามได้จ้องมองสบกับดวงตาสีใสของเหล่าลูกนกที่ถูกจับขังไว้ในกรง

"เธอไม่สามารถช่วยพวกมันได้ทั้งหมดหรอกนะ คุณแบล็ก" สเนปเอ่ยดักทางของเด็กสาวเอาไว้ เขาเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งยโส

"หนู...หนูรู้ดีค่ะ"

"คาร์มินเนี่ย..เป็นคนรักสัตว์สินะ" เซดริกเอ่ยพึมพำออกมาแผ่วเบาเมื่อเห็นแววตาที่เริ่มหม่นแสงลงของเด็กสาว เขาพยายามฉีกยิ้มแล้วชวนเธอคุยเกี่ยวกับเรื่องข้อมูลพื้นฐานของการเลี้ยงดูสัตว์ชนิดต่างๆ

แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นตัวเขามากกว่าท่ถูกเธอแนะนำวิธีการเลี้ยงดูให้อ่ะนะ

"นกฮูกพวกนี้เขาไม่ค่อยชอบพื้นที่แคบๆเท่าไหร่นัก ทางที่ดีนายไม่ควรจับพวกเขาใส่ไว้ในกรง ควรปล่อยให้พวกเราออกมาบินเล่นรอบๆนอนเรา ไม่ก็นานๆครั้งควรปล่อยให้พวกเขาออกไปเดินเล่นหรือหากินเองตามสัญชาตญาณบ้าง" เซดริกเฝ้ามองใบหน้าด้านข้างของเด็กสาวพลางหลุดยิ้มละมุนออกมาโดยไม่รู้ตัว

วันเวลาผ่านไปไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ แต่คงจะนานพอที่จะทำให้ความอดทนของคุณลุงขี้หวงหมดลง

"รีบเลือกซื้อมาสักตัวแล้วไปกันได้แล้ว"

เด็กสาวหยุดพูดพลางเงยหน้าสบตากับชายหนุ่มด้วยความงุนงง

อะไรของลุงแกอีกล่ะเนี่ย?

"แต่ลุงคะ เซดเขายัง..."

เซด? เซดงั้นเหรอ....

"ฉันไม่รับฟังคำแก้ตัวอะไรของคุณทั้งนั้น!! ตอนนี้ เวลานี้ สิ่งที่คุณต้องทำคือการเลือกสัตว์หน้าขนพวกนี้มาสักตัวแล้วรีบกลับคฤหาสน์ไปซะ!" สเนปเอ่ยอย่างเย็นชา

เด็กสาวขมวดคิ้วด้วยอารมณ์คุกรุ่น ทั้งๆที่เหยื่อของเธอกำลังจะติดเบ็ดแล้วแท้ๆ

"ไม่เป็นไรหรอกคาร์มิน เธอเลือกซื้อแล้วกลับไปก่อนเลยก็ได้ ผมกะว่าจะเดินเลือกดูสัตว์เหล่านี้ไปสักพักระหว่างรอพ่อเลิกงานน่ะ" เซดริกยิ้มอ่อนโยนให้คาร์โลไลน์ เด็กสาวที่เห็นดังนั้นจึงคลายปมที่คิ้วลงพลางยกยิ้มมุมปากตอบกลับไป

"งั้นเจอกันที่ฮอกวอตส์นะ" ว่าจบก็เดินตรงไปยังมุมนกฮูก เพียงไม่นานเด็กสาวก็เลือกสัตว์เลี้ยงที่ตนต้องการได้ สเนปจ่ายเงินค่านกฮูกของหลานสาวแล้วเดินเคียงคู่กันออกจากร้านไป

โดยที่ทั้งสอง..ไม่สิเด็กสาวลูกครึ่งฝรั่งเศสอาจจะไม่รู้ตัวว่าตลอดการมาเยือนยังตรอกไดแอกอนของเธอนั้น....

ถูกจับจ้องด้วยดวงตาสี

วันนี้ภายในห้องนอนขนาดปานกลางบริเวณชั้นสองของคฤหาสน์มัลฟอยได้จัดงานเลี้ยงเล็กๆฉลองที่มีสมาชิกตัวใหม่เพิ่มเข้ามาภายในครอบครัวต่างเผ่าพันธุ์ของพวกมัน


To Be Continue


Talk time

มาช้าแต่มานะ อุ๊อิ๊ๆ

ขออภัยสำหรับความล้าช้าของตอนนี้นะคะ ความจริงมันควรจะลงตั้งนานแล้ว แต่งเนื่องจากเหล่าการบ้านและข้อมูลไม้กายสิทธิ์ที่[โคตร!!]น่าปวดหัวเลยครับผม
เลือกได้ยากจนต้องปรึกษาพี่ลดาและตอนนี้เราก็ได้บทสรุปแล้ว หึหึหึ
ระวังตับไต เอ๊ย!! ระวังหัวใจกันให้ดีๆนาจา ฟุฟุฟุฟุฟุ

1 หัวใจ = 1 กำลังใจ
1 Comment = 10 กำลังใจ
1 Follow = 1000 กำลังใจ

ตอนนี้ก็ลากันไปก่อน บายจ้าาาา
T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #20 เงาลดา (@lada01) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 07:37
    ป๋าเนป...นั่นหลานไง
    #20
    0