ตอนที่ 5 : Chapter 03 : ตัวตนที่บ้าคลั่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 149
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    14 ก.ค. 62

☆♥Chapter 03♥☆

หลังจากวันที่คาร์โลไลน์และเดรโกได้แอบลักลอบเข้าไปเล่นในป่าหลังคฤหาสน์มัลฟอยในครานั้นก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ความสัมพันธ์ของเด็กน้อยทั้งสององก็ก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วไม่แพ้วันเวลา

"นี่ยัยป้า สูตรในหนังสือนี่มันผิดหรือเปล่าเนี่ย"

ยกเว้นเรื่องที่ไอ่เด็กกวนส้นเรื่องเธอว่าป้าอ่ะนะ...เฮ้ออ

"หืม..ทำไมถึงคิดงั้นล่ะ?" เด็กสาวเอ่ยถามไปอย่างลองเชิง ความจริงแล้วคาร์โลไลน์รับรู้ได้ถึงความผิดปกติตั้งแต่คราแรกที่กวาดสายตาอ่านสูตรมันอย่างคร่าวๆแล้วล่ะ

เธอแค่อยากทดสอบไหวพริบของเด็กชายเฉยๆ

"ก็ไม่รู้สิ สูตรมันดูแบบ...ย้อนแย้งกันล่ะมั้ง" เดรโกขมวดคิ้วอ่านทวนสูตรปลูกยาเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมา

หืม...พรสวรรค์งั้นเหรอ? เหอะๆ น่าอิจฉาจริงๆเลยน้าาา

"อ่า ไหวพริบดีใช้ได้เลยหนิเดรโก ใช่แล้วล่ะ สูตรนี้มันผิดมาตั้งแต่แรกแล้ว" คาร์โลไลน์เอ่ยตอบข้อสงสัยของเด็กชายอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน "ขื่นถ้าเรายังดื้อดึงที่จะปรุงยาตามสูตรในหนังสือนี่ต่อล่ะก็...อีกสามชาติผ่านไปก็คงยังปรุงน้ำยานอนหลับไม่สำเร็จเป็นแน่แท้"

"แล้วเราควรทำยังไงต่อไปดีล่ะ" เดรโกเอ่ยถามอย่างเป็นกังวล ก่อนที่ดวงตาสีเทาซีดของเขาจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อนึกถึงเรื่องบางอย่างออก เด็กชายตวัดสายตามองคาร์โลไลน์อย่างขุ่นเคือง "ยานอนหลับนี่เป็นงานที่เซเวอร์รัสสั่งให้ป้าทำใช่มั้ย?"

เด็กสาวลอบยิ้มในใจอย่างปลงๆ...รู้ตัวแล้วสินะ

"ก็ใช่อ่ะแหละ ทำไมเหรอ" เอ่ยถามเด็กชายออกไปอย่างใสซื่อทว่าแววตาของเธอกลับส่อประกายวาววับอย่างเจ้าเล่ห์ระคนขบขัน

เขาโดนแกล้งอีกแล้ว!!

"ยังจะมีหน้ามาถามอีกเหรอ!!!?" เดรโกถลึงตาใส่เด็กสาวอย่างเคือง เขาทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่สบอารมณ์พลางทำท่าจะเดินหนีเด็กสาวออกไปจากห้องปรุงยา

"เดี๋ยวก่อนสิคุณชาย น้ำยานอนหลับยังไม่ทันได้เริ่มปรุงเลยนะ" เดรโกหันมามองสบตากับเด็กสาวอย่างหงุดหงิด

"แล้วไงล่ะ ยานั่นไม่ใช่งานของฉันซะหน่อย"

"จริงอยู่ที่มันไม่ใช่งานของนาย แต่จากที่ฉันลองหาข้อมูลต่างๆดูแล้วล่ะก็...มีโอกาศถึง79%ที่สูตรยานอนหลับนี้จะเป็น1ในเนื้อหาที่ต้องได้เรียนของเหล่าปี1ในฮอกวอตส์น้าาา" เมื่อเห็นว่าเด็กชายไม่ได้พูดแย้งอะไรแถมยังตั้งใจฟังที่เธอพูดอีกเด็กสาวก็แอบแสยะยิ้มอย่างมาดร้ายในใจ

เหยื่อเริ่มให้ความสนใจแล้วสินะ

"มันคงจะดีไม่น้อยเลยเนอะ ถ้าเกิดว่ามีเด็กปี1ที่สามารถปรุงน้ำยานอนหลับนี้ออกมาได้อย่างดีเยี่ยมกว่าเพื่อนคนอื่นๆในปีเดียวกัน..." แกล้งถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่หม้อปรุงยา "ทั้งๆที่ถ้ายอมมาช่วยพี่สาวคนนี้ซะดีๆล่ะก็..กะจะยอมสอนสูตรที่ถูกต้องในอยู่แล้วแท้ๆ เฮ้อ...ไม่น่าเลยเนอะ"

เอาล่ะเจ้าเหยื่อน้อย จงเดินเข้ามาสู่กับดักอันแสนหอมหวานของฉันซะสิ... ทั้งๆที่ฟังจากเสียงการหายใจของเด็กชายแล้ว เขาก็น่าจะถูกชักจูงไปตามคำพูดของเธอแล้วนี่นา

แล้วทำไมความรู้สึกไม่สบายใจแบบนี้มันยังคงวนเวียนอยู่อีกล่ะ...หรือจะเป็นเพราะว่าวันนี้เธอไม่ได้กินยากันแน่นะ?


"ใช่...ไม่น่าเลยจริงๆนะ คุณแบล็ก" เสียงทุ้มเย็นยะเยือกดังขึ้นทางด้านหลังของเธอและเดรโก เด็กน้อยทั้งสองรีบตวัดสายตากลับไปมองดูใบหน้าของผู้มาใหม่ทันที...เป็นสเนปนั่นเอง 

แม้ทั้งสองจะหันไปมองชายหนุ่มผู้เย็นชาพร้อมกัน แต่ทว่า...ความรู้สึกที่มีต่อการปรากฎตัวของผู้มาใหม่กลับแตกต่างกันสุดขั้ว

คนหนึ่งมองการมาถึงของสเนปด้วยความดีใจเจือแววยิ้นดี ทว่าอีกคน... กลับมองการมาถึงของชายหนุ่มด้วยสับสนระคนหวาดหวั่นเล็กๆ

สเนปหรี่ตามองเด็กสาวอย่างมาดร้าย เขาเอ่ยถ้อยคำถากถางที่แฝงไปด้วยการตักเตือนต่อพฤติกรรมของเด็กสาวด้วยน้ำเสียงยานคาง

"ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเธอเก่งกาจพอที่จะสั่งสอน...หรือหลอกใช้? ให้คนอื่นเขาทำงานแทนได้นะ คุณแบล็ก" ทั้งๆที่เขาหวังดีต่อเธอแท้ๆ แต่เธอกลับ... แววตาที่สเนปใช้มองเด็กสาวค่อยๆเย็นชามากขึ้นเรื่อยๆ

คาร์โลไลน์ที่คาดการไว้อยู่แล้วว่าจะต้องโดนสเนปถากถางไม่ก็ตักเตือนพฤติกรรมของเธอแน่ๆ... แต่พอมาโดนพูดใส่ตรงๆแบบนี้มันก็เจ็บใช่เล่นนะเนี่ย

ก็เธอเป็นจิ้งจอกนี่นา

"หนูแค่อยากจะให้น้องได้มาเรียนรู้ด้วยกันเฉยๆค่ะ" เธออ๋อมแอ๋มตอบชายหนุ่มไป ทว่าเดรโกกลับขมวดคิ้วมองท่าทีที่เปลี่ยนไปของเด็กสาวด้วยสีหน้าหงุดหงิดปนทึ่ง

ยัยป้าแม่ง...เสแสร้งเก่งฝุดๆเลยว่ะ

สเนปไม่ได้เอ่ยปากโต้ตอบอะไรคาร์โลไลน์ออกไปอีก เขาเดินผ่านร่างของเด็กน้อยทั้งสองไป

"หนังสือเล่มนี้...ขยะ" สเนปมองหนังสือตรงหน้าอย่างเย็นชาพลางปัดหนังสือเล่มนี้ลงไปจากโต๊ะอย่างไม่ใยดี

ป๊อก! ฟุบ

เอลฟ์รับใช้ตนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า มันยื่นมือออกไปรับหนังสือที่สเนปปัดทิ้งมาถือไว้ได้อย่างง่ายดาย

"แจ็คคิวลีน?" เด็กสาวเอ่ยชื่อเอลฟ์รับใช้หนุ่มในชุดผ้าเนื้อดีสไตล์ฝรั่งเศสด้วยสีหน้าตกตะลึงเจือความไม่อยากเชื่อ

"ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับ คุณหนู"

"ฉันก็ยินดีที่ได้พบแจ็คเช่นกันค่ะ ว่าแต่คุณแม่ล่ะคะ...คุณแม่ท่านได้มากับแจ็คด้วยหรือเปล่า?" แจ็คเพียงยิ้มออกมาบางๆพลางดีดนิ้วหนึ่งที...จดหมายฉบับหนึ่งปรากฎขึ้นตรงหน้าของเธอ

"นี่มัน...จากคุณแม่งั้นเหรอ?" เอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจหลังจากที่เธอลองพลิกซ้ายขวามองจดหมายสีฟ้าในมืออย่างสับสน

"ใช่ครับคุณหนู" ได้รับคำยื่นยันดังนั้นเด็กสาวจึงไม่รอช้า เธอค่อยๆบรรจงแกะจดหมายออกอย่างทะนุถนอม


ถึง คาร์โลไลน์ลูกรัก

      คาร์มินลูกแม่อยู่ที่อังกฤษกับลุงเซปสบายดีมั้ยจ้ะ ได้กินอาหารครบสามมื้อหรือเปล่า อย่ามัวแต่อ่านหนังสือมากเกินไปล่ะ ลูกควรแบ่งเวลานอนพักผ่อนให้เพียงพอบ้างนะ แม่อยู่ที่เรือนวสันต์อย่างสุขสบายดี...ยูไคและมิกิผลัดกันมานั่งพูดคุยกับแม่อยู่บ่อยๆน่ะ ลูกไม่ต้องกังวลเรื่องของแม่หรอกนะ
      สุขสันต์วันเกิดอายุครบ11ปีจ้ะคาร์มิน แม่ไม่แน่ใจหรอกนะว่าจดหมายฉบับนี้จะไปถึงมือลูกก่อนหรือหลังวันที่7 มีนาคมน่ะ แต่ถ้ามันเป็นไปตามที่แม่คำนวณเอาไว้ลูกคงจะได้รับจดหมายนี้ก่อนวัดเกิดของตัวเองแน่ๆเลย
     สุดท้ายนี้แม่รักลูกมากนะคาร์มิน หากเป็นไปได้แม่ก็อยากจะไปฉลองวันเกิดปีที่สำคัญนี้พร้อมกับลูก แต่มันน่าเสียดายจริงๆที่แม่ดันมีธุระในวันนั้นซะได้..หวังว่าลุงเซปจะดูแลลูกเป็นอย่างดีนะ

ปล.อย่าลืมกินยาให้ตรงเวลาด้วยล่ะ มีปัญหาแะไรก็ปรึกษาลุงเซปเขาได้เสมอเลยนะจ้ะ....จงอย่าได้คิดแบ่งรับทุกสิ่งไว้เพียงผู้เดียว บุตรสาวแห่งข้า

ด้วยรักและคิดถึง
เชอริน่า เจมม่า

"พรุ่งนี้คือวันเกิดของเธองั้นเหรอ? แล้วไอ้ภาษาแปลกด้านล่างนั่นมันอ่านว่าอะไรน่ะ" เสียงแหลมเล็กเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย

คาร์โลไลน์สารภาพตามตรงว่าเธอแอบสะดุ้งนิดหน่อยตอนที่เสียงของเด็กชายดังขึ้นที่ข้างๆตน....เธอกรอกตามองบน

"ไม่มีใครเคยบอกนายรึไงว่าไม่ควรแอบอ่านจดหมายส่วนตัวของคนอื่นเขาน่ะ..เดรโก"

"ป้า!!" เด็กชายถลึงตาใส่เธออย่างเคืองๆ คาร์โลไลน์ฉีกยิ้มยียวนพลางขานรับคำเรียกของเด็กชายไปด้วยน้ำเสียงกวนๆ

สเนปเฝ้ามองภาพบรรยากาศอันอบอุ่นของเด็กน้อยทั้งสองอย่างเงียบๆ มุมปากของเขายกขึ้นเพียงชั่วครู่..แค่ชั่วครู่เท่านั้น

ทว่ามันกลับไม่อาจเร้นรอดไปจากดวงตาคู่งามของแม่มดเลือดบริสุทธิ์คนนี้ไปได้ คาร์โลไลน์มองหน้าชายหนุ่มแล้วนิ่งไปพักหนึ่ง

"คือว่าคุณลุงคะ หนูมีเรื่องจะปรึกษาแบบสองต่อสองนิดหน่อยอ่ะค่ะ ไม่ทราบว่าลุงจะพอมีเวลามั้ยคะ?" พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเอ่ยออกไปอย่างเกร็งๆ เธอไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่เธอต้องมาข้อคำปรึกษาหรือคำแนะนำจากใครอีกเป็นครั้งที่สอง

แต่สุดท้ายก็มีจนได้


สเนปไม่ได้ตอบกลับเด็กสาวไปในทันที เขาเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจเพราะจากที่เขาได้แอบสืบและสอดส่องเรื่องราวของลูกสาวเพื่อนสนิทคนนี้มันตั้งแต่เกิด เธอเป็นเด็กที่จัดว่ามีพัฒนาการในด้านต่างๆที่อาจจะดีกว่าเด็กวัยเดียวกันอยู่มาก

เอาเป็นว่านับตั้งแต่ที่รู้จักเด็กสาวจอมเสแสร้งคนนี้มา สเนปไม่เคยเห็นเธอแสดงสีหน้าและแววตาที่ลําบากใจเจือความโศกเศร้าแบบนี้มาก่อนเลย

มันแปลกมาก

ด้วยคาดเดาได้ว่าเรื่องที่เด็กสาวต้องการปรึกษาตนมันอาจจะเป็นความลับหรือเรื่องราวที่มีผลกระทบต่อจิตใจเธออยู่พอสมควร ไม่งั้นมีเหรอที่คนแบบคาร์โลไลน์ แบล็กจะยอมขอคำปรึกษาจากคนอื่น

"ตามชั้นมาที่ห้องสมุด...แค่แบล็กเท่านั้นนะ" สเนปเอ่ยดักทางของเดรโกทันทีที่เห็นเด็กชายทำท่าจะตามมาด้วย...แต่คิดเหรอว่าคุณชายมัลฟอยคนนี้จะยอมเชื่อฟัง
.
.
.
แน่นอนว่าไม่!!

แต่ถ้าถูกจับได้... ไม่สิ ยังไงแม่ของเขาก็เคยเป็นแบล็กมาก่อน เขาซึ่งเป็นลูกของเธอก็ต้องถูกนับว่าเป็นแบล็กด้วยนะสิ

หึหึหึ ใช่แล้ว..นี่แหละคือสมการที่ถูกต้อง!!!



"แค่นี้พอแล้วใช่มั้ย" หลังจากเข้ามาอยู่ในห้องสมุดขนาดใหญ่ในคฤหาสน์มัลฟอยด้วยกันสองคนแล้วสเนปก็ได้เอ่ยทักขึ้น "เล่าเรื่องมาสิ"

เด็กสาวก้มหน้านิ่งเพื่อคิดเรียบเรียงคำพูด เธอเงยหน้าขึ้นสมตากับชายหนุ่ม ภายในดวงตาสีอความารีนของเธอมันว่างเปล่าไปหมด ไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึก ราวกับเป็นเพียงแค่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบก็ไม่ปาน

"ยาที่คุณเคยให้หนู... ยับยั้งมันไม่ได้อีกต่อไปแล้วค่ะ" เด็กสาวเอ่ยเสียงเรียบ เธอก้มหน้าลงมองมือของตนอย่างเงียบๆ "มันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งได้รับรู้เรื่องราวเหล่านั้นมามากขึ้นเท่าไหร่..."

มันก็ยิ่งกลืนกินจิตใจของเธอมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

สเนปเฝ้ามองอาการแปลกประหลาดที่คาร์โลไลน์แสดงออกมาด้วยความเครียด คิ้วสีเข้มของเขาขมวดเข้าหากันอยากห้ามไม่อยู่


อาการทางจิต... เป็นอาการป่วยชนิดหนึ่งที่เหล่ามักเกิ้ลกำลังทำการศึกษาและค้นคว้าวิจัยเพื่อหาทางรักษามันอยู่ อาการป่วยทางจิตเหล่านี้สามารถแบ่งออกไปได้อีกหลายชื่อหลายประเภท แล้วแต่อาการที่ผู้ป่วยจะแสดงออกมา

มีหลายโรคที่มีอาการป่วยคล้ายคลึงทว่าก็แตกต่างกันออกไป... แต่สำหรับคาร์โลไลน์แล้ว โรคทางจิตที่เธอต้องเผชิญหน้าด้วยถือว่าเป็นสิ่งที่หนักหนาสาหัสเป็นอย่างมากสำหรับจิตใจของเด็กอายุเพียง10กว่าปีแค่นี้

ไบโพลาร์และจิตเภท

2 โรคที่มีโอกาศหายขาดได้ยากพอๆกัน แถมยังมีวิธีรักษาที่ซับซ้อน ยุ่งยากและกินเวลานานเป็นปีอีก

สำหรับโรคไบโพลาร์นั้น สเนปไม่ค่อยรู้สึกเป็นกังวลกับมันมากเท่าไหร่นัก เพราะจากที่เขาสังเกตคาร์โลไลน์มาโดยตลอด ชายหนุ่มพบว่าหากเด็กสาวยังคงกินยาที่ตนปรุงขึ้นมาให้ติดต่อกันไปอีกซัก2-3ปี เธอก็ยังพอมีสิทธิ์ที่จะหายขาดอยู่

ทว่า...ปัญหามันอยู่ที่อีกโรคหนึ่งต่างหากล่ะ

จิตเภทถือเป็น1ในโรคป่วยทางจิตที่รับมือด้วยได้ยากที่สุดในความคิดของสเนป และเมื่อมันบวกรวมเข้ากับความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของคาร์โลไลน์เอง จึงเป็นเหตุที่ทำให้การบําบัดรักษาเป็นไปอย่างล่าช้าและยากลำบากมากยิ่งขึ้น

แต่ทว่ามันกลับมีอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้การรักษาของเด็กสาวเป็นไปได้อย่างยุ่งยาก...เพราะเชอริน่าบอกเขาช้าเกินไป

ช้ามากๆ ช้าสุดๆ ช้าจนถ้าในวันนั้น..ตัวเขาและเจ้าพวกโฮโนคุโชช่วยกันยับยั้งมันไม่ทัน ความลับเรื่องชาติกำเนิดที่แท้จริงองเด็กสาวคนนี้คงถูกพวกสภาเวทมนตร์จับได้เป็นแน่แท้

จากที่ชายหนุ่มได้ฟังมาจากเพื่อนสาว อาการป่วยทางจิตของคาร์โลไลน์นั้นเริ่มแสดงออกมาอย่างชัดเจนตั้งแต่เกือบๆ2ปีก่อน หรือก็คือตอนที่เธออายุราวๆ9ขวบ

คำถามมีอยู่ว่า...อะไรที่เป็นสิ่งกระตุ้นของเด็กสาวกัน? สเนปค้นคว้าหาข้อมูลความน่าจะเป็นและเหตุผลที่จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ...มืดแปดด้าน

ไม่มีเหตุการณ์อะไรเลย เขาทำทุกอย่างแล้ว...แม้แต่การแอบใช้คาถาพินิจใจกับตัวคารโลไลน์เองก็ตาม แถมมันยังตีผลร้ายกลับมาใส่ตัวเขาเองด้วย...

การโดนหลาน[รัก]เกลียด[และกลัว]มันไม่ใช่เรื่องตลกหรอกนะ

"เล่าเหตุการณ์ให้ฉันฟังซิคุณแบล็ก" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเครียด ทว่าคาร์โลไลน์กลับนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจหนึ่ง ดวงตาอันดำมืดและไร้อารมณ์ของตนมองผ่านไหล่ของสเนปไปยังชั้นหนังสือสูงใหญ่ที่อยู่ด้านหลังเขา

"ออกมาซะเดรโก" สเนปพูดขึ้นเมื่อมองเห็นภาพเงาสะท้อนผ่านดวงตาคู่งามของเด็กสาว

อึ่ก... เดรโกค่อยๆพาร่างกายของตนเดินออกมาจากด้านหลังชั้นหนังสือขนาดใหญ่ เขาก้มหน้าลงต่ำเพื่อหลบหลีกสายตาของผู้สอบสวนทั้งคู่

"ได้ยินมากแค่ไหน" เด็กสาวเอ่ยเสียงเรียบ

"ทั้งหมด เออ...ป้า คือว่าฉัน--"

ตึ้ง!! กึกก

คาร์โลไลน์ทุบมือลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีอย่างระบายอารมณ์ เสียงลั่นปลีแตกของเนื้อไม้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เลือดสีแดงเข้มค่อยๆไหลออกมาจากแผลกระแทกที่บริเวณสันมือของเธอ ทว่าเด็กสาวกลับไม่สนใจ

เธอยกมือที่โชกเลือดของตนออกจากโดยพลางปรายตามองเดรโกอย่างเย็นชา...ปีศาจ

"มีสติหน่อยสิคาร์--"

"หนูมีสติอยู่เสมอ!!"คาร์โลไลน์กระชากเสียงตอบไปอย่างไม่รู้ตัว สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปยังร่างเล็กๆของเดรโกที่ยืนตัวสั่นอยู่

ต้องฆ่ามันซะ!! ฆ่ามัน เชือดมัน สับมัน  เฉือนคอ ตัดหลอดลม
ต้องปิดปากมันไว้ให้ได้!!!



"มีสติที่เธอหมายถึงน่ะ..." เขาเงยหน้าขึ้นมองสบตากับเด็กสาวอย่างเงียบสงบ "คือการปล่อยให้พลังของตัวเองครอบงํางั้นเหรอ?"

!!!

ชะงักมือที่กำลังยกค้างไว้ของตน เด็กสาวกระพริบตามองสิ่งที่เกิดขึ้นรอบกายอย่างงุนงง.... นี่มันเรื่องอะไรกัน?

คำถามมากมายผุดมาในหัวของเธออย่างไม่รู้จบ เธอสบตากับสเนปเข้าอย่างไม่รู้ตัว ใบหน้าของเขาเรียบนิ่งแววตาไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆ ทว่าเมื่อเด็กสาวได้ลองมองต่ำลงไป เธอกลับพบกิ่งไม้รูปร่างแปลกประหลาดอยู่ภายในมือของชายหนุ่ม...ไม้กายสิทธิ์

ป็อก!!

เสียงแหวกของกาอาศดังขึ้นก่อนจะปรากฎร่างของแจ็คคิวลีนที่มีใบหน้าตื่นๆวิ่งตรงเข้ามาหาเธอ

"คุณหนูเป็นอะไรมากมั้ยครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า อ๊ะ..ทำไมให้ห้องนี้ถึงรกแบบนี้เนี่ย" เอลฟ์รับใช้หนุ่มบ่นกระปอดกระแปดพลางสาละวนตรวจดูสภาพอาการของเจ้านายตน

ร่างกายของเด็กสาวในยามนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ต่างๆมากมาย อ่า...แน่นอนว่าต้นไม้เหล่านั้นงอกออกมาจากร่างกายของเธอเอง

"หนูไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะแจ็ค แต่ว่าตอนนี้คนที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคงจะเป็น..." ละสายตาออกจากร่างเตี้ยๆของแจ็คไปมองยังจุดที่เดรโกเคยยืนอยู่....หนามแหลมมากมายผุดขึ้นมาเติมเต็มพื้นที่ตรงนั้นไม่ให้มันว่างเปล่าอีกต่อไป

หากเมื่อกี้สเนปไม่ได้ทำให้เธอชะงักไปล่ะก็ ตอนนี้เดรโกคง.....

คิดได้ดังนั้นดวงตาของเด็กสาวก็อดไม่ได้ที่จะหมองลงเล็กน้อย

"ค-คุณชาย มะ...ไม่ต้องกลัวนะ ดะ ด-ด๊อบบี้ มา..ช่วยแล้ว" ด๊อบบี้เอ่ยเรียกเด็กชายในอ้อมแขนที่บัดนี้หลับตาปี๋อย่างหวาดกลัว

เดรโกค่อยๆลืมตาขึ้นมองไปรอบๆตัวอย่างหวาดระแวง ก่อนดวงตาสีเทาคู่นั้นจะมาหยุดอยู่ตรงที่คาร์โลไลน์


อึ่ก... ความเจ็บปวดสายหนึ่งแล่นเข้ามาโจมตีใส่หัวใจของเด็กสาว คาร์โลไลน์ก้มหน้าลงต่ำเพื่อหลบหลีกสายตาจากพ่อมดชายทั้งสองภายในห้อง

หนึ่งสายตาที่มองเธออย่างเย็นชา และอีกหนึ่งสายตาที่มองเธออย่าง
.
.
.
หวาดกลัว


To Be Continue


Talk time

เตรียมต้มมาม่าแป๊บบ//เสียบปลั๊กกาน้ำร้อน

ตอนนี้นี่คือเขียนไปขมาดคิ้วไปเลยค่ะ...คือส่วนตัวเป็นคนที่บรรยายความรู้สึกของตัวละครผ่านตัวครั้งสือไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ เลยอาจจะเขียนบอกเล่าออกมาได้ไม่ค่อยดีเท่าพี่ลดานะคะ

ไทโยะต้องขอขอบคุณรีดทุกคนจริงๆที่ติดตามอ่านนิยายของไทโยะมาได้ถึงขนาดนี้ ไทโยะสัญญาว่าจะพยายามปรับปรุงการเขียนของตัวเองให้ดีขึ้นค่ะ!!

และเนื่องจากปมของน้องคาร์มินที่มันมีเยอะ(?)มากเกินไป ไทโยะก็เลยแอบเปิดแง่มๆให้รีดได้รู้กันนิดหน่อย ย้ำ!! นิดหน่อยเท่านั้นนะคะ!! เพราะปมหลักน้องมันเป็นอะไรที่ยุ่งเหยิงและใหญ่กว่านี้อีกมากแน่นอนค่ะ หึหึหึหึ

กระซิบ!!
เตรียมตับเตรียมไตกันไว้ให้ดีๆนะจ๊ะทุกคน อุอิอุอิ//ยิ้มอย่างชั่วร้าย
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

1 หัวใจ = 1 กำลังใจ
1 Comment = 10 กำลังใจ
1 Follow = 1000 กำลังใจ

วันนี้ก็ขอลากันไปก่อนเด้อ บรัยจ้าาา
T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #13 เงาลดา (@lada01) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 14:04
    //ยืนมองข้อความ
    //กลับไปแต่งนิยายรอ
    น นึกว่าจะได้พักซะอีก // กัดผ้าเช็ดหน้า
    #13
    1
    • #13-1 TaiyoTsuki2216 (@TaiyoTsuki2216) (จากตอนที่ 5)
      21 เมษายน 2562 / 14:49
      อุอิอุอิ//ยิ้มหวาน
      อย่าลืมสัญญาณนะคะ หึหึหึ//หัวเราะอย่างชั่วร้าย
      #เมื่อไทโยะลอกเลียนแบบปู่ทอม
      #13-1