ตอนที่ 4 : Chapter 02 : น้องเหม่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 278
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    20 พ.ค. 62

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
☆♥Chapter 02♥☆

หลังจากวันที่คาร์โลไลน์ได้มาทานอาหารเช้าร่วมกับเหล่ามัลฟอยก็ผ่านมาเกือบ10วันแล้ว...10วันที่เธอต้องทนอยู่กับไอ่เหม่งมหาประลัยนี่!!

"ยัยป้า!!" เสียงแหลมเล็กของเด็กชายดังขึ้นข้างๆตัวของเธอ เด็กสาวปิดหนังสือเล่มหนายิ่งกว่าพระคัมภีร์ไบเบิ้ลของตน พลางหันไปจ้องตากับเด็กชาย(ที่โคตร)เอาแต่ใจ

"อะไรไอ่เหม่ง!!" เด็กสาวกระชากเสียงตอบไปอย่างหัวร้อน เธอล่ะไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมศาสตราจารย์สเนปผู้น่า(ยักษ์)รักถึงต้องเอาเธอมาฝากไว้ที่คฤหาสน์มัลฟอยแห่งนี้ด้วย

แถมเมื่อสองวันก่อนยัง...


ถึง คาร์โลไลน์หลานรัก

     ขอโทษด้วยนะหนูคาร์มิน พอดีว่าวันนี้ป้ากับคุณลุงลูเซียสมีงานด่วนเข้าที่อเมริกาน่ะจ้ะ ป้ากับคุณลุงคงต้องอยู่เคลียร์งานที่นั่นสักพัก ระหว่างนี้ก็ขอฝากหนูดูแลเดรโกให้ด้วยนะจ๊ะ

ด้วยรักและเชื่อใจ
นาร์ซิสซา มัลฟอย


นึกถึงจดหมายฉบับนั้นแล้วเธออยากจะฆ่าตัวตาย ทำไมไม่เอาไอ่เหม่งเวรนี่ไปดูงานด้วยกันล่ะคะคุณป้าาา

คาร์โลไลน์ได้แต่กรอกตามองบนในใจรัวๆในกับความป่วนของมังกรเหม่งที่โคตรน่าลักจริงๆ... หมายถึงน่าลักไปฆ่าน่ะนะ 

"ฉันรู้นะว่าเธอแอบนินทาฉันอยู่น่ะ" เดรโกขมวดคิ้วมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดนิดๆ ก่อนที่เขาจะฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา "นี่ยัยป้าฉันว่านะ ในวันที่มีลมแรงๆและอากาศสบายๆแบบนี้น่ะ...เราไม่ควรหาอะไรสนุกๆทำหรอกกันเหรอ?"

หาอะไรสนุกๆอย่างงั้นเหรอ... คาร์โลไลน์หรี่ตามองเดรโกอย่างหวาดระแวง

"อะไร? ทำไมมองหน้าฉันแบบนั้นล่ะป้า อะไรสนุกๆที่ฉันหมายถึงน่ะ..." เดรโกแสยะยิ้มพลางมองเธอด้วยดวงตาที่เป็นประกายวาววับราวกับแสงของดวงดาว




ควิดดิช...คือกีฬาชนิดหนึ่งในโลกเวทมนต์ที่ได้รับความนิยมและความสนใจเป็นอย่างมากจากเหล่าผู้วิเศษณ์ กีฬาชนิดนี้จะประกอบไปด้วยผู้เล่นทั้งหมด14คน โดยจะแบ่งออกเป็น2ทีมทีมละ7คน 

ในเกมจะมีผู้เล่นอยู่4ตำแหน่งได้แก่เชสเซอร์3คน บีตเตอร์2คน คีปเปอร์1คน และซีกเกอร์อีก1คน มีอุปกรณ์ที่สำคัญอยู่2อย่างคือไม้กวาดและลูกบอลทั้ง4

จะมีเพียงลูกควัฟเฟิลสีแดง1ลูกเท่านั้นที่จะใช้ในการทำแต้มของเชสเซอร์ทั้ง2ทีมภายในสนาม หากสามารถขว้างลูกควัฟเฟิลเข้าประตูของทีมตัวเองได้โดยที่คีปเปอร์ของทีมฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถป้องกันมันได้ทัน 10แต้มจะถูกมอบให้แก่ทีมที่ขว้างลูกเข้าประตูได้

แต่ทว่าหากมีลูกที่สามารถทำแต้มได้ก็คงต้องมีลูกที่คอยขัดขวางการทำแต้ม...บลัดเจอร์สีดำทั้ง2

ลูกบลัดเจอร์จะใช้ในการเพิ่มอุปสรรคให้กับผู้เล่นทั้ง2ฝ่าย โดยลูกบลัดเจอร์ทั้ง2นี้จะมีบีตเตอร์ของแต่ละทีมคอยควบคุมดูแลเอาไว้อยู่ ไม่ว่าพวกบีตเตอร์จะใช้มันในการป่วน ป้องกันหรือทำอย่างไรในสนามก็ตามจะไม่นับว่าผิดกฎกีฬาควิดดิชโดยเด็ดขาด... หากการกระทำนั้นไม่ได้ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายอ่ะนะ

และสุดท้ายลูกโกลเด้นสนิชหรือลูกสนิชสีทอง มีขนาดเท่าลูกวอลนัตและมีปีก ลูกสนิชจะถูกร่ายมนตร์ให้บินหนีจากการไล่จับของเหล่าผู้คน และการแข่งขันจะไม่สามารถจบลงได้จนกว่าซีกเกอร์ของทีมใดทีมหนึ่งจะสามารถคว้าจับลูกสนิชสีทองนี้ได้... 150แต้มจะเป็นของทีมที่สามารถจับลูกบอลมีปีกสีทองนี้ได้

"มัวยืนเหม่ออะไรอยู่น่ะยัยป้า!! รีบขึ้นไม้ขี่ไม้กวาดแล้วบินขึ้นมาได้แล้ว แต่เอ๊ะ? อย่าบอกนะว่า..ป้าเป็นพวกกลัวความสูงน่ะ" เดรโกว่าจบก็หัวเราะออกมาอย่างกวนๆ ก่อนแสร้งขมวดคิ้วแบบกวนๆแล้วเอ่ต่อด้วยน้ำเสียงเหยียดๆว่า "หรือไม่ก็... ป้าอาจจะเป็นพวกบ้านนอกที่ไม่รู้จักวิธีเล่นควิดดิชก็ได้สินะ จุ๊ๆ น่าสงสารป้าเขาจริงๆเลยนะครับ"

อ่าววว วอนตีนป้าซะแล้วไอ่หนู

"หึ!!" คาร์โลไลน์ทำเสียงขึ้นจมูก รับไม้กวาดที่ด๊อบบี้1ในเอลฟ์บ้านของตระกูลมัลฟอยที่ยื่นมาให้ แขนเล็กๆผอมๆใต้เสียงผ้าขาดนั้นสั่นด้วยความหวาดกลัว... อยู่ที่นี่คงจะโดนมาหนักมิใช่น้อยสินะ

คิดได้ดังนั้น คาร์โลไลน์ก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นลูบหัวเอลฟ์ขี้กลัวตรงหน้าด้วยความเอ็นดู ในคราแรกด๊อปบี้หลับตาปี๋เมื่อเห็นมือของเธอกำลังใกล้เข้ามาหา ร่างกายของมันสั่นกึกๆด้วยความหวาดกลัวจับใจ มันเฝ้าบอกตัวเองในใจว่าต้องโดนตีแน่ๆ มันโดนตบแน่ๆ ทว่า...ไม่ใช่เลย

ด๊อปบี้เงยหน้ามองเด็กสาวในวัยย่าง11ปีที่ผละออกจากตัวมันไป... อบอุ่น ฝ่ามือของเด็กผู้หญิงคนนี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและอบอุ่นเป็นอย่างมาก อ่า...นี่สินะคือแสงสว่าง

"มองบ้าอะไรของแกอยู่ไอ้เอลฟ์โสโครก!!" เดรโกตะโกนขึ้นด้วยความหงุดหงิด..ใช่ เขาหงุดหงิดมากเลยตอนนี้ หงุดหงิดต่อทั้งการกระทำของยัยป้านี่และไอ่เอลฟ์ขี้ขลาดนั่นด้วย....ชิ หงุดหงิดโว้ยยย!!

คาร์โลไลน์เฝ้ามองการกระทำของลูกพี่ลูกน้องของตนที่มีต่อเอลฟ์รับใช้ด้วยแววตาไร้อารมณ์ บัดนี้ดวงตาสีอความารีนของเด็กสาวมันช่างว่างเปล่าเหลือเกิน

เธอสะบัดหน้าเพื่อเรียกสติตัวเองสองสามครั้ง สร้างหน้ากากต่างๆออกมามากมายเพื่อปกปิดและเก็บซ่อนใบหน้าที่แท้จริงของตนไว้ในส่วนลึกที่สุดภายในจิตใจ...ไม่สามารถให้ใครรับรู้ได้

'เธอปกปิดมันไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอก'

!!!

อะไรกัน...ความทรงจำแปลกๆนี่ แม่งเอ๊ย!!

"เห!! ยัยป้าเป็นอะไรไปน่ะ" เดรโกตะโกนถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทีที่แปลกไปของลูกพี่ลูกน้องตน เขาขมวดคิ้วด้วยความงุงงงระคนหวาดระแวง...เมื่อกี้ บรรยากาศรอบตัวของยัยป้านั่นเปลี่ยนไป

เหงื่อเย็นมากมายค่อยๆซึมไหลออกมาจากแผ่นหลังของเด็กชาย...อันตราย เดรโกรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังยืนอยู่ตรงหน้าขอบประตูแห่งความตาย มันทั้งหนักอึ้ง เยือกเย็น และน่าหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก

ไม่!!...เด็กชายไล่ความคิดแปลกออกไปจากหัวตน เขาค่อยๆร่อนไม้กวาดลงสู่พื้นดิน เด็กชายมองสำรวจเด็กสาวที่มีอายุมากกว่าตัวเอง2ปีด้วยแววตาสงสัย

"ไหวมั้ยเนี่ยป้า" เดรโกเอ่ยถามอย่างแผ่วเบา เขาค่อยๆก้าวเข้ามาใกล้เด็กสาวอย่างกล้าๆกลัวๆ ทว่า...

พรึ่บ หมับ

"อ๊ากกก!!!"

ตุบ

ความจริงแล้วคาร์โลไลน์ไม่ได้เป็นอะไรมาตั้งแต่แรกแล้วล่ะ ก็จริงอยู่ที่สติเธออาจจะเหมือนหลุดๆไปบ้างในตอนแรก ทว่าเมื่อได้ยินเสียงของเด็กชายที่เรียกตน ทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับมาแจ่มชัดอีกครั้ง

มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ..เด็กสาวได้เพียงแต่นิ่งคิดไปอยู่นานด้วยความเครียด จนกระทั่งเด็กชายร่อนไม้กวาดลงมายืนอยู่ตรงหน้าเธอนั่นแหละ

คาร์โลไลน์จึงได้ปัดความสงสัยต่อเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ออกไปอย่างรวดเร็ว เธอแอบแสยะยิ้มออกมาในใจขณะที่สมองของเธอกำลังรีบปั่นคิดแผนการร้อยแปดเพื่อแก้เผ็ดเด็กชายในช่วงหลายๆวันที่ผ่านมานี่ทันที

สุดท้ายด้วยความเหมาะสมและลงตัวของหลายๆสิ่งหลายๆอย่างทำให้เธอสามารถแกล้งคุณชายจอมหยิ่งจนเขาหลุดร้องกรี๊ดออกมาเสียงหลงได้สำเร็จ

และขั้นตอนต่อไปของแผนการเอาคืนนี้ก็คือ... การจั๊กจี้!!

"ย-หยุดนะ นี่ป้า!! คิกคิก ป-ป้า..คิก คิคิคิ มะ ม-ไม่...ก๊ากกกก!!!" เดรโกหัวเราะออกมาดังลั่นหมดมาดคุณชายเลือดบริสุทธิ์ทันที เขาดิ้นไปดิ้นมาภายใต้ร่างกายของเธอ...ใช่ คาร์โลไลน์คร่อมร่างของเด็กชายอยู่

อย่าได้คิดลึกเด็ดขาดน้าาา!! ถึงเธอจะบอกว่ากำลังคร่อมเด็กชายอยู่ก็เถอะ แต่เธอก็เว้นระยะห่างไว้พอสมควรและไม่ได้คิดอะไรเกินเลยต่อเด็กชายแม้แต่น้อย...ทว่าถ้าเป็นโชตะคนอื่นก็ไม่แน่นะ หุหุหุ

ไม่ใช่ละ... เด็กสาวที่เห็นว่าหากยังแกล้งแบบนี้ต่อไปเดรโกอาจจะสําลักความสุขตายเอาได้ คาร์โลไลน์หยุดมือที่แกล้งเด็กชายแล้วผละลุกขึ้นจากร่างเขาไป

"อ่าวๆ รีบๆลุกขึ้นมาได้แล้วคุณมังกร ขืนชักช้ากว่านี้ระวังจะมืดก่อนนะ นายอยากเล่นไม่ใช่เหรอ...ควิดดิชน่ะ" รอยยิ้มรู้ทันประดับตรงมุมปากของเด็กสาว ดวงตาที่เริ่มเรียวของเธอส่อแววซุกซนระคนเจ้าเล่ห์...นี่จะใช่ใบหน้าที่แท้จริงของเธอ
.
.
.
หรือเปล่านะ?



เดรโกและคาร์โลไลน์แข่งกันไปทั้งหมด9ครั้งภายใน4ชั่วโมงนี้ ก่อนจะพากันมานอนแผ่ที่สนามหญ้ากว้าง ซึ่งแน่นอนว่าทั้ง9เกมที่แข่งกันมา...เธอชนะรวดหมด

"แฮ่กๆ ก-เก่งชะมัดยาด" เด็กชายพึมพำกับตัวเองเสียงอ่อย ตลอดช่วงเวลาที่ได้แข่งควิดดิชกับเด็กสาวที่มีศักดิ์ลูกพี่ลูกน้องของตน ทำให้เดรโกได้รับรู้ถึงความอ่อนหัดและข้อบกพร่องหลายอย่างจากปากของคาร์โลไลน์..เธอบอกว่าเขามีพรสวรรค์ในการเล่นกีฬานะ แต่ถ้าเป็นเรื่องคุณสมบัติของนักกีฬาที่ดี...

ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเลย เวรร

สายตาของคาร์โลไลน์นั้นเฉียบคมมาก ราวกับว่ามันสามารถมองทะลุทุกสิ่งทุกอย่างได้ เธอใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถตามหาลูกสนิชเจอได้อย่างหน้าอัศจรรย์

มันอาจจะเป็นพรสวรรค์ของเด็กสาวก็ได้ พรสวรรค์ที่เหล่าซีกเกอร์ต่างทวีหา...ดวงตาเหยี่ยว

"อยู่ความคิดบ้าๆนั่นของนายซะเดรโก ฉันเป็นแค่คนธรรมดาไม่ได้มีพลังพิเศษอะไรมากมายหรอกนะ" คาร์โลไลน์เอ่ยดักทางเด็กชายอย่างรู้ทัน

"หืม? แล้วเธอรู้ได้ยังไงล่ะว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่" เดรโกฉีกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ในขณะที่พยายามตะล่อมถามและพลักดันเธอให้จนมุม

เฮ้อ...ไอ่เด็กแสบเอ๊ย เด็กสาวไม่ได้เอ่ยตอบอะไรออกไป เธอลุกขึ้นยืนแล้วยกยิ้มมุมปากให้กับเขา "หากอย่ารู้นัก ก็ตามหาคำตอบเองสิ"

ใช่ หากอย่างรู้มากนักก็ตามหาคำตอบเอาเองเลยสิ ยังไงซะเรื่องของความสามารถพิเศษที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่เกิดนั้น...มันก็ไม่ใช่ความลับอะไรมากมายอยู่แล้ว

คาร์โลไลน์ออกตัววิ่งหนีเด็กชายทันทีที่เขาลุกขึ้นยืนได้ เดรโกยกยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยใจพลางออกตัววิ่งตามเด็กสาวไปทันที

ท่ามกลางแสงสีส้มในยามเย็น เด็กน้อยทั้งสองอยู่ยืนอยู่กลางป่าต้นไม่สูง เงาสลวยๆของต้นไม้ไหวไปมาตามกระแสลม...ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต

ที่เห็นนี้เต็มไปด้วยความมืดมนและเงียบเหงา..เพราะที่นี่คือเขตของมัลฟอยยังไงล่ะ

เดรโกที่คิดได้ดังนั้น ดวงตากลมสีเทาของชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหม่นแสงลง...สุดท้ายแล้วเขาก็ยังไม่อาจหนีออกไปจากกรงท้องอันกว้างใหญ่ที่ชื่อว่ามัลฟอยได้สินะ

"อ่ะแฮ่ม" เสียงกระแอมไอของเด็กสาวข้างกายเรียกความรู้สึกอันอ่อนไหวของของเด็กชายให้กลับมามั่นคงอีกครั้ง...เขาจะมามัวอ่อนแอแบบนี้ไม่ได้ มัลฟอยจะต้องไม่อ่อนไหวง่ายเช่นนี้ มันจะไม่เป็นไรแน่นอน

เดรโกพยายามปลอบใจตนเองในขณะที่ดวงตาจับจ้องการกระทำของลูกพี่ลูกน้องสาวทุกอย่าง

คาร์โลไลน์ที่รับรู้ได้ถึงสายตาของเด็กชายและไอความรู้สึกที่เผลอหลุดปลดปล่อยออกมาของเขา เธอฉีกยิ้มอ่อนโยนและจริงใจอย่างหาได้ยาก เด็กสาวหันกลับมามองตรงไปข้างหน้าอีกครั้ง เธอหลับตาลงพลางยกมือขึ้นมากุมกันไว้ที่อก

ปากเล็กสีดอกซากกุระเอื้อนเอ่ยขับขานบทเพลงอันเต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตออกมา

(เปิดเพลงเพื่อเพิ่มอรรถรส)
Cr.Smith DoesGaming

You are the ocean’s gray waves, destined to seek Life beyond the shore just out of reach Yet the waters ever change, flowing like time The path is yours to climb
เธอคือคลื่นมหาสมุทรสีเทา ถูกกำหนดชะตามาให้ค้นหา ชีวิตที่อยู่โพ้นชายฝั่ง ไกลเกินเอื้อม แต่ก็เป็นสายน้ำที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป หลั่งไหลเหมือนเช่นกาลเวลา แต่เส้นทางมันเป็นของเธอให้ป่ายปีนขึ้นไปนะ

In the white light, a hand reaches through A double-edged blade cuts your heart in two Waking dreams fade away, Embrace the brand-new day
ท่ามกลางแสงสว่างสีขาว มือที่เอื้อมผ่านไป ดาบสองคมได้เชือดเฉือนหัวใจเธอแบ่งเป็นสอง ความฝันในยามตื่นได้เลือนหายไป โอบกอดรุ่งอรุณแห่งวันใหม่

Sing with me a song of birthrights and love The light scatters to the sky above Dawn breaks through the gloom, white as a bone Lost in thoughts all alone
ร้องเพลงแห่งสิทธิแต่กำเนิดและความรักไปด้วยกันกับฉันสิ แสงสว่างกระจัดกระจายสู่ท้องฟ้าเบื้องบน รุ่งอรุณส่องแสงฝ่าความเศร้าโศก ขาวสะอาดเหมือนเช่นกระดูก หลงอยู่ในความคิดตามลำพัง


เหล่าสัตว์ป่าน้อยใหญ่ทั้งหลายค่อยๆก้าวเดินออกมาจากที่ซ่อน พวกมันต่างเขามาคลอเคลียใกล้ๆเด็กสาว บางตัวเขามานอนข้างๆเขาก็มี

เดรโกเฝ้ามองสิ่งแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นนี้ด้วยความตกตะลึงระคนตื่นเต้น เขาค่อยๆย่อตัวลงนั่งพลางนำมืออันสั่นเทาของตนลูบไล้ขนสีน้ำตาลของลูกกวางตัวหนึ่งอย่างเกร็งๆ

บทเพลงยังคงขับขานและบรรเลงต่อไปเรื่อยๆ

You are the ocean’s gray waves, destined to seek Life beyond the shore just out of reach Yet the waters ever change, flowing like time The path is yours to climb
เธอคือคลื่นมหาสมุทรสีเทา ถูกกำหนดชะตามาให้ค้นหา ชีวิตที่อยู่โพ้นชายฝั่ง ไกลเกินเอื้อม แต่ก็เป็นสายน้ำที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป หลั่งไหลเหมือนเช่นกาลเวลา แต่เส้นทางมันเป็นของเธอให้ป่ายปีนขึ้นไปนะ

Embrace the dark you call a home, Gaze upon an empty, white throne A legacy of lies, A familiar disguise
โอบกอดความมืดมิดที่เธอเรียกมันว่าบ้าน เพ่งมองเข้าไปในความว่างเปล่า บนบัลลังก์สีขาว มรดกแห่งคำโกหก การอำพรางอันแสนคุ้นเคย

Sing with me a song of conquest and fate The black pillar cracks beneath its weight Night breaks through the day, hard as a stone Lost in thoughts all alone
ร้องเพลงแห่งชัยชนะและโชคชะตาไปกับฉันสิ เสาสีดำแตกร้าวภายใต้น้ำหนักของมัน ค่ำคืนแผ่ความมืดมิดสู่กลางวัน แข็งแกร่งดั่งหิน หลงอยู่ในความคิดตามลำพัง

The path you walk on belongs to destiny, just let it flow All of your joy and your pain will fall like the tide, let it flow
เส้นทางที่เธอเดินนั้นมันขึ้นอยู่กับโชคชะตา ปล่อยให้มันดำเนินไป ทั้งความสุขและความเจ็บปวดของเธอจะร่วงหล่นเหมือนสายน้ำ ปล่อยให้มันไหลไป

Life is not just filled with happiness, nor sorrow Even the thorn in your heart, in time it may become a rose
ชีวิตมันไม่ได้มีแต่ความสุขหรือความเศร้าเท่านั้น แม้เสี้ยนหนามในใจเธอ มันอาจจะกลายเป็นดอกกุหลาบได้ในสักวันหนึ่ง

A burdened heart sinks into the ground A veil falls away without a sound Not day nor night, wrong nor right For truth and peace you fight
หัวใจที่หนักอึ้ง จมดิ่งลงสู่พื้นดิน ผ้าคลุมร่วงหล่นลงไปไร้ซึ่งเสียงใดๆ ไม่ใช่ทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ใช่ทั้งถูกและผิด เธอต่อสู้เพื่อความจริงและสันติสุขเท่านั้น

Sing with me a song of silence and blood The rain falls, but can’t wash away the mud Within my ancient heart dwells madness and pride Can no one hear my cry
ร้องเพลงแห่งความเงียบสงัดและเลือดเนื้อไปกับฉัน สายฝนโปรยปราย แต่ไม่สามารถชะล้างดินโคลนนี้ไปได้ ภายในหัวใจโบราณของฉัน มันเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและศักดิ์ศรี ไม่มีใครได้ยินเสียงร่ำไห้ของฉันหรอก

You are the ocean’s gray waves, destined to seek Life beyond the shore, just out of reach Yet the waters ever change, flowing like time The path is yours to climb
เธอคือคลื่นมหาสมุทรสีเทา ถูกกำหนดชะตามาให้ค้นหา ชีวิตที่อยู่โพ้นชายฝั่ง ไกลเกินเอื้อม แต่ก็เป็นสายน้ำที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป หลั่งไหลเหมือนเช่นกาลเวลา แต่เส้นทางมันเป็นของเธอให้ป่ายปีนขึ้นไปนะ

เมื่อร้องจบเด็กสาวก็ลืมตาขึ้น เธอพบเหล่าสัตว์ป่ามากมายกำลังนอนหลับอย่างสบายรอบๆตัวของเธอกับ...เดี๋ยวนะ เดรโกไปไหน?

เด็กสาวกวาดสายตามองดูโดยรอบกายด้วยความกังวลก่อนที่เธอจะเห็นว่าเด็กชายกำลังนอนหลับสนิทข้างๆฝูงกวางฝูงหนึ่ง

คาร์โลไลน์ถอนหายใจอย่างโล่งอก...วันนี้กลับไปกินข้าวเย็นช้าหน่อยคงไม่เป็นไรหรอก
.
.
.
มั้งนะ


To Be Continue


Talk time

หนูเดรน่ารักอ่าา โอ้ยย ไทโยะเอ็นดูน้องฝุดๆเลยค่าา งุ้ยย
อยากจะได้เขามาเคียงกาย แต่เสียด๊ายเสียดาย..เขามีคู่ซะแล้ววว//ยิ้มทั้งน้ำตา+สูดกาวต่อไปป

อ้อ! เพื่อใครสงสัย เพลงที่คาร์มินร้องไทโยะนำมาจากเกมFire Emblem Fateนะคะ ส่วนตัวแล้วไทโยะแค่ชอบเพลงแต่ยังไม่เคยเล่นเกมนี้เลยอาจจะไม่ค่อยข้อมูลของเพลงอะไรมาก ใครสนใจก็สามารถไปพิมพ์หาเอาเองได้เลยค่ะ
ชื่อเพลง:Lost in Thoughts All Alone
จากเกม:Fire Emblem Fate

ยังไงไทโยะก็ฝากในทุกคนที่เข้ามาอ่านแล้วถูกใจชอบใจนิยายที่ไทโยะแต่งนี้ ช่วงกดติดตาม กดหัวใจ และกดคอมเมนต์พูดคุยหรือแสดงความคิดเห็นต่างๆกันด้วยน้าาา
สำหรับวันนี้ก็ขอลากันไปก่อนค่ะ เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ
บรัยจ้าาา

1 หัวใจ = 1 กำลังใจ
1 Comment = 10 กำลังใจ
1 Follow = 1000 กำลังใจ

แถมท้าย
-นี่คือโฉมหน้าใกล้ๆของรูปปกที่ถูกโหวดมากที่สุดจ้าา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #12 เงาลดา (@lada01) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 08:58
    มิกิ : ฮึ! อย่าริอาจมาเทียบชั้นความน่ารักของเราเชียวนะเจ้ามังกรเหม่ง พี่คาร์มินเป็นของเรา<- อยู่ๆ ก็หวง

    แต่"ทำโทษ" นี่มันยังไงนร้า
    #12
    1
    • #12-1 TaiyoTsuki2216 (@TaiyoTsuki2216) (จากตอนที่ 4)
      12 เมษายน 2562 / 17:01
      เราก็รู้ๆกันอยู่ค่ะพี่ลดา อิอิ
      #12-1
  2. #11 chatchaiounmai (@chatchaiounmai) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 10:32
    ฉากหลังตัดเองหรอจะสวยมากเลยค่ะ
    #11
    4
    • #11-3 TaiyoTsuki2216 (@TaiyoTsuki2216) (จากตอนที่ 4)
      11 เมษายน 2562 / 16:49
      อ่าววว เจ๊เช็คเองเหรอคะ แหม่ ไอ่เราก็ลืมอ่านชื่อไปเลยอ่าาา ขอบคุณสำหรับปกมาๆเลยนะเจ๊!!!
      #11-3
    • #11-4 chatchaiounmai (@chatchaiounmai) (จากตอนที่ 4)
      11 เมษายน 2562 / 22:38
      เอิ่มมม
      #11-4
  3. #10 iN3310K & Zealand (@iN3310K) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 06:56
    2สีสวยกว่านะ แต่ถ้าจะให้ตรงคอนเซ็ปต์ก็ต้อง1ใช่ปะ? เดี๋ยวจะมีประเด็นเรเวนคอร์คือที่หนึ่งขึ้นมาอีก 555+
    #10
    1
    • #10-1 TaiyoTsuki2216 (@TaiyoTsuki2216) (จากตอนที่ 4)
      8 เมษายน 2562 / 16:43
      ไทโยะก็กลัวมีคนมาดราม่าเหมือนกันนั่นแหละค่ะ ก็เลยมาโพสต์ถามรีดกันก่อนว่าอยากได้แบบไหนดี//ยิ้มอ่อน
      #10-1
  4. วันที่ 7 เมษายน 2562 / 21:22
    ชอบ2หง่ะ เเต่1มันตรงคอยเซป ฮือออ งั้นเลือก1ก็ได้
    #9
    1
    • #9-1 TaiyoTsuki2216 (@TaiyoTsuki2216) (จากตอนที่ 4)
      8 เมษายน 2562 / 16:46
      ไทโยะก็ชอบ2ค่าา แต่1มันก็ตรงคอนง่าา//ทำหน้าคิดหนัก
      #9-1
  5. #8 SParnzaza (@SParnzaza) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 21:07
    1^^ :)
    #8
    1
  6. #7 นักอ่านเเสง(?) (@0899022099) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 20:52
    1ค่ะสีของสลิธีริน
    #7
    1
    • #7-1 TaiyoTsuki2216 (@TaiyoTsuki2216) (จากตอนที่ 4)
      8 เมษายน 2562 / 16:48
      ช่ายแล้วว~ สีของสลิธีริน สีของปู่ทอมมม~
      #7-1
  7. #6 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 20:48
    1 มันบ่งบอกความเป็นทอมดี แต่2ก็สวย
    #6
    1
    • #6-1 TaiyoTsuki2216 (@TaiyoTsuki2216) (จากตอนที่ 4)
      8 เมษายน 2562 / 16:49
      ใช่แล้วค่ะ รูป1มันบ่งบอกคือปู่ทอม แต่รูป2... ก็สวยเกินง่าา~//ดิ้นพล่าน
      #6-1
  8. #5 คนสำลักน้ำลาย (@phoomai) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 20:42
    2 ดูสวยดี
    #5
    1
    • #5-1 TaiyoTsuki2216 (@TaiyoTsuki2216) (จากตอนที่ 4)
      8 เมษายน 2562 / 16:50
      ขอบคุณสำหรับคำตอบนะคะ//ยิ้มสดใส
      #5-1