ตอนที่ 3 : Chapter 01 : คฤหาสน์มัลฟอย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 314
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    20 พ.ค. 62


☆♥Chapter 01♥☆

ใต้แสงจันทร์ยามค่ำคืนที่สาดส่องลงมา ใจกลางสถานที่อันน่าพิศวงมีคฤหาสน์สีดำทมิฬตั้งอยู่ท่ามกลางป่าต้นไม้สูงอันกว้างใหญ่

ที่นี่คือที่ไหน...แล้วทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?

คำถามต่างๆมากมายผุดขึ้นมาในหัวของเด็กสาวราวกับดอกเห็ด

"ลอ....เฟ....ลี่... เฟลอร์ลี่!!"

เสียงใครน่ะ!!? ล-แล้วทำไมร่างกายเธอถึงขยับไปเองได้ล่ะเนี่ย เห้ย! นี่!!!

"ไง นายนี่จมูกไวชะมัดเลยนะ"

อะไรกัน ทำไมปากของเธอมันขยับไปเองแบบนี้ล่ะ ชายคนนี้เป็นใครกันนะ....ใบหน้าของเขาช่าง..เลือนลางเหลือเกิน

"ยังจะพูดดีอีกยัยบ้า!! เธอรู้มั้ยว่าตอนฉันตื่นมาแล้วไม่เห็นเธอน่ะ ฉัน..ฉันน่ะ...รู้สึกกลัวมากแค่ไหน"

จ-เจ็บ ทำไมล่ะ ทำไมหัวใจของเธอถึงบีบรัดจนเจ็บปวดแบบนี้

"ขอโทษนะ__ ฉันจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว"

เอ๊ะ!? ไม่ได้ยินเสียงชื่อเหรอ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

"สัญญานะ...ที่รัก"

นี่มันหมายความว่ายังไงน่ะ... อ๊ะ!! นั่นเขาจะไปไหน..ไม่สิ ทำไมร่างของเธอถึงค่อยๆห่างออกมาจากชายคนนั้นกันล่ะ 

นี่!! 

ไม่นะ!! 

เดี๋ยวก่อน!!

ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ ได้โปรดเถอะโชคชะตา อย่าได้ใจร้ายกับเธอเหมือนในครั้งอดีตอีกเลย...

เอ๊ะ!!? 

อดีต... งั้นเหรอ?

นี่เธอเคย...

หมดเวลาของเจ้าแล้ว

ด-เดี๋ยวก่อนสิ นั่นเสียงใครน่ะ!!

ตัวของข้าจักเป็นผู้ใดก็ช่าง หากแต่ตัวของเจ้าสมควรจากไปได้แล้ว

ห้ะ? หล่อนพูดว่ายังไงนะ!? เฮ้!! ตอบเธอมาก่อนเส่ะ!!

เอาล่ะ ได้เวลาแล้วสินะ

ม-หมายความว่ายังไงน่ะ นี่มัน!!

ลาก่อน__ของข้า

ม่ายยยยยยย!!!!!
.
.
.

ตุบ!
เฮือก!!!

'น-นี่มันหมายความว่ายังไงกันเนี่ย' คาร์โลไลน์ค่อยๆยันตัวลุกขึ้นจากพื้นมานั่งบนเตียงด้วยความยากลำบาก เธอเหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่างที่เปิดเอาไว้ด้วยความสับสนพลางยกมือขึ้นมาลูบๆคลําๆแขนที่กระแทกพื้นเมื่อกี้... คงรู้สาเหตุกันดีเนอะ

"ละเมอตกเตียงจนประสาทกลับไปแล้วหรือไง คุณแบล็ก"

!!?

"คุณ..ลุงเซป? คุณเข้ามาในห้องหนูเมื่อไหร่กันคะ" เด็กสาวว่าพลางกวาดสายตาไปรอบห้องก่อนที่มันจะไปหยุดตรงกะละมังขนาดเล็กที่มีผ้าชุบน้ำพาดอยู่...

ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องอยู่ในมือของคนแก่ซึนเดเระอย่างสเนปนั่นเอง

แต่สงสัยเธอจะมองมันนานเกินไปหน่อย เพราะเมื่อสเนปรับรู้ได้ว่าเธอมองอะไร ใบหน้าที่เย็นชาของเขาก็เหมือนจะปล่อยพลังไอเย็นออกมาได้ซะงั้น

ชายหนุ่มวางกระแทกกะละมังไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือข้างเตียงเธอ โดยไม่วายก่อนจะเดินออกไปเขายังหันกลับมาพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

"หึ!! จัดการสภาพตัวเองแล้วลงไปเจอฉันที่ห้องนั่งเล่นซะคุณแบล็ก... วันนี้เราจะออกไปกินข้าวข้างนอกกัน"ว่าจบก็สะบัดก้น(?)เดินจากไปพลางกระแทกปิดประตูห้องนอนของเธออย่างแรง

คือเมนส์ลุงมาหรือยังไงค่าา!! คาร์มินงงค่ะงง!!


.......


หลังจากที่คาร์โลไลน์อาบน้ำแต่งตัวอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็รีบวิ่งลงมาหาสเนปที่นั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่นทันที แต่ก็นะ เธออาจจะลืมบอกทุกคนไปว่าตอนนี้เธอมาอาศัยอยู่กับสเนปที่บ้านในอังกฤษได้เดือนกว่าๆแล้ว ทุกๆวันของเธอก็ไม่ได้ทำอะไรมากมายนักนอกจากการกินข้าวเรียนเวทย์มนต์ อ่านตำราวันละ1เล่ม แล้วก็ทดลองปรุงนาเพียงเท่านั้น

สเนปเหลือบตามองเธอด้วยความหงุดหงิด ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมา ชายหนุ่มหยิบถุงผ้าบางอย่างที่วางไว้บนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะลุกจากโซฟาแล้วเดินตรงไปยังเตาผิงขนาดใหญ่ภายในบ้าน

"หยิบผงในนี้ปาลงพื้นแล้วพูดดว่าคฤหาสน์มัลฟอยซะ" สเนปเอ่ยเสียงเรียบกับเด็กสาว คาร์โลไลน์ก็ปฏิบัติตามที่ชายหนุ่มพูด เธอหยิบผงบางอย่างในถุงนั่นออกมา ในขณะที่เตรียมจะปาลงบนพื้นนั้นเอง

"กรุณาออกเสียงสถานที่ให้ชัดๆด้วย เธอคงไม่อยากจะกลายเป็นข่าวอื้อฉาวเหมือนคุณนายทิลลี่แมนหรอกนะ" สเนปว่าเหยียดๆ สำหรับคนอื่นๆที่ไม่รู้จักเขาดีพออาจจะมองว่าคำพูดของเขาในครั้งนี้เป็นการเอ่ยเพื่อสบประมาทตน

ทว่าสำหรับคาร์โลไลน์ที่อยู่ข้างกายและคอยสั่งเกตคำพูดและท่าทางของสเนปมาตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน เธอกล้าสาบานต่อฟ้าเลยว่าในยามนี้สเนปกำลังเอ่ยเตือนเธอด้วยความเป็นห่วง หาใช่เอ่ยเพื่อสบประมาทไม่

เด็กสาวในวัยจะย่างเข้า11ปีอมยิ้มเล็กๆที่มุมปาก พลางปฏิบัติตามคำแนะนำของชายหนุ่มอย่างเคร่งครัด

"คฤหาสน์มัลฟอย!!" คาร์โลไลน์ว่าจบก็ปาผงที่ถือไว้ในกำมือลงพื้นทันที ไฟสีเขียวมากมายค่อยๆเข้ามาล้อมรอบร่างกายของเธอ เด็กสาวยอมรับว่าตอนแรกเธอตกใจและหวาดกลัวมาก แต่เมื่อมองใบหน้าของสเนปที่ฉายแววภูมิใจออกมา... เธอกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด

เพียงเสี้ยววินาทีร่างของเด็กสาวก็ถูกล้อมรอบไปด้วยเปลวเพลิงสีเขียว เด็กสาวลับตาลงปล่อยให้ร่างกายของเธอค่อยหายไปพร้อมกับไฟทั้งหมด

พรุบ ตุบ

"แค่กๆ" คาร์โลไลน์รู้สึกราวกับว่าเธอถูกดูดเข้าไปในเครื่องซักผ้า มันหมุนวนเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะดีดตัวเธอออกมาจากเครื่อง... เอิ่ม ดูเหมือนมันควรจะเป็นเครื่องซักฝุ่นมากกว่าเครื่องซักผ้านะ ฝุ่นกับเขม่าควันนี่เต็มเสื้อผ้าเธอเลย

"ในที่สุดเราก็ได้เจอกันอีกครั้งสักทีนะ...หลานรักของฉัน"

!!!

เสียงแบบนี้มัน... คาร์โลไลน์ตวัดสายตาไปมองยังเจ้าของคำพูด ดวงตาสีอความารีนของเธอพลันเบิกกว้างด้วยความตกใจ

"ค-คุณ... คุณนาร์ซิสซา!?" เด็กสาวเอ่ยเรียกชื่อบุคคลตรงหน้าด้วยเสียงสั่นๆ ดวงตาของเธอเริ่มฉายแววหวาดระแวงออกมายามที่มองไปรอบกาย

นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่เนี่ย!? หรือว่าเธอจะออกเสียงสถานที่ผิดกัน...แต่เดี๋ยวก่อนนะ

คฤหาสน์มัลฟอยงั้นเหรอ ในตอนนั้นที่ผู้หญิงตรงหน้าเธอแนะนำตัวมัน... นาร์ซิสซา.....มัลฟอย!!

หรือว่าสเนปจะ...!!

พรึ่บ ฟูบบ

!!!

เสียงที่ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของสเนปภายในเตาผิง ด้วยความตกใจทำให้เด็กสาวเผลอกระโดดถอยออกมาห่างจากเตาผิงนั้นโดยสัญชาตญาณ

ก-เกือบไปแล้ว เอ๊ะ? แต่ไฟนั่นมันไม่ร้อนนี่นา... เอาเป็นว่าช่างมันละกัน

สเนปที่ราวกับจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศมาคุเบาๆระหว่างภรรยาของรุ่นพี่คนสนิทและลูกสาวของเพื่อนรัก เขาขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดพลางแอบกรอกตามองบนให้แก่ความสัมพันธ์อันเข้าใจยากของมนุษย์เพศแม่ทั้งสอง

"มาแล้วเหรอเซเวอร์รัส พวกเรากำลังรอนายอยู่พอดี" เสียงทุ้มเย็นเจือความเย่อหยิ่งของใครบางคนดังขึ้น

"อ่า โทษทีที่มาช้า" สเนปเอ่ยตอบรับอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก เขาก้าวขายาวๆเข้าไปคว้าแขนของเด็กสาว พลางลาก(?)ร่างของเธอให้เดินตามเขาไป

ลูเซียส มัลฟอยมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วอดขมวดคิ้วออกมาไม่ได้ เขาเดินตรงเข้าไปโอบไหล่ภรรยาตนพลางค่อยๆออกตัวเดินตามสเนปและเด็กสาวร่างเล็กที่เขาพอจะเดาได้ว่าเป็นใครไป..บุคคลที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายเมื่อราว10กว่าปีก่อน.... เด็กที่จอมมารต้องการตัว

คิดได้ดังนั้น ดวงตาเรียวสีเทาของลูเซียสก็อดไม่ได้ที่จะสว่างวาบไปด้วยความโลภ..หากไม่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้อำนาจของจอมมารต้องหายไปเมื่อ8ปีก่อน ในยามนี้เขาคง...

เมื่อเห็นว่าจะมานึกเสียดายในตอนนี้ก็คงจะสายเกินไปแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันคือการเฝ้ามองแลกส่งเสริมลูกชายของเขาและเธอให้ได้เป็นคนใหญ่คนโตในอนาคตต่างหาก..ลูกชายที่จะกลายเป็นความภาคภูมิใจของพวกเรา...

"เด็กคนนี้คือเดรโก มัลฟอย เป็นลูกพี่ลูกน้องตามสายเลือดของเธอ" สเนปเอ่ยแนะนำเด็กชายคนหนึ่งที่มีท่าทางหัวแข็งและหยิ่งยโสกับเด็กสาว

ไม่ถูกชะตา... คาร์โลไลน์ได้แต่มองท่าทีเย่อหยิ่งของไอ่เด็กผมเรียบแปล้เปิดเหม่งสะท้อนแสงนั่นด้วยความหมั่นไส้ ทว่า...เด็กสาวฉลาดมากพอที่จะไม่แสดงมันออกไป

แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่กับไอ่เด็กเวรนั่น!!

"หืมม~? ยัยป้าอัปลักษณ์นั่นเป็นใครกันเซเวอร์รัส" เด็กชายว่าอย่างเหยียดๆพลางมองสำรวจร่างกายของเด็กสาวขึ้นๆลงๆ

"เดรโก!! พูดจาไม่สุภาพ..." นาร์ซิสซาที่ถูกลูเซียสพยุงเข้ามาให้อาหาร และทันได้ยินบทสนทนาของลูกชายตัวเองกับสเนปพอดี เธอขมวดคิ้วมองเดรโกอย่างดุๆพลางเอ่ยบอกเด็กชายเสียงเรียบ "ขอโทษพี่เขาซะ"

เดรโกที่ได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วด้วยความไม่ชอบใจและทำท่าจะเอ่ยแย้ง ทว่าเมื่อเด็กชายได้เงยหน้าขึ้นมองสบกับดวงตาสีฟ้าครามสวยของมารดาตน...เขาก็ได้แต่จำต้องกล้ำกลืนฝืนทนความไม่พอใจในครั้งนี้แล้วเอ่ยขอโทษเด็กสาวไปอย่างแดกดัน

คาร์โลไลน์ปรายตามองเด็กชายอย่างไร้อารมณ์ เธอค่อยๆก้าวเดินตามสเนปไปแล้วย่อตัวลงนั่งข้างๆชายหนุ่มอย่างเงียบงัน... เดรโกโดนเมิน

เด็กชายเฝ้ามองท่าทีเฉยชาของเด็กสาวตลอดการรับประทานอาหารแล้วก็ได้แต่เก็บความหมั่นไส้และความหงุดหงิดไว้ในใจ แต่เหนือสิ่งอื่นใด...เดรโกไม่ได้รู้สึกเหงาอีกต่อไปแล้ว

ตั้งแต่ที่เขาจำความได้ เดรโกไม่เคยได้ทำอะไรตามใจตัวเองเลยสักครั้ง เขาถูกสั่งสอนและควบคุมให้เติบโตขึ้นมาเป็นเด็กชายที่สมบูรณ์แบบ ทุกวันของเด็กชายก็ไม่มีอะไรมากนอกจากเรียน เรียน เรียน แล้วก็เรียน

เมื่อเขาเริ่มเติบโตจนรู้ความมากขึ้นมาหน่อย แม่ของเขาก็เริ่มพาเขาออกงานสังคม เขาจำได้ว่าตอนนั้นตัวเองรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ออกไปจากคฤหาสน์อันมืดมนและเงียบเหงานี่สักที...เขาคาดหวังกับการออกงานครั้งนี้ไว้มากเหลือเกิน

ทว่าความหวังทุกอย่างของเด็กชายก็ต้องพังทลายลง...น่าเบื่อ การออกงานสังคมครั้งแรกของทายาทแห่งมัลฟอยการเป็นจุดสนใจต่อใครหลายๆคน ในยามที่เขาและแม่ก้าวเท้าเคียงข้างกันเข้าไปในงานก็มีแต่คนอยากเข้ามาทำความรู้จักด้วย... พวกโลภมาก

ในแววตาของคนที่เข้ามาหาเขาและแม่พวกนั้นเต็มไปด้วยความโลภ หลงใหล และอิจฉา...พวกเสแสร้งมือสมัครเล่นทั้งนั้น

แต่อย่าว่าแต่พวกคนเหล่านั้นเลย ตัวของเดรโกและนาร์ซิสซาเอง ก็เสแสร้งไม่แพ้พวกมันหรอก

แต่นับว่าเดรโกยังพอมีโชคอยู่บ้าง เขาเริ่มเข้างานสังคมหลายต่อหลายครั้งเพื่อคอยสังเกตคนสองคน คนสองคนที่น่าจะสามารถเข้าใจเขาได้

และแล้วในที่สุดพวกเราก็ได้ทำความรู้จักกัน เดรโกพบว่าเด็กชายทั้งสองคนที่เขาเฝ้ามองมาโดยตลอดก็เป็นพวกเลือดบริสุทธิ์ไม่ต่างจากเขา และแน่นอนว่าเด็กชายทั้งสอง..ไม่สิ พวกเราทั้งสามคนน่ะ....เข้าใจความรู้สึกของกันและกันดี



ตลอดกาลรับประทานอาหารเช้ากับเหล่าครอบครัวมัลฟอยเด็กสาวยอมรับว่าเธออดไม่ได้ที่จะเหลือบมองคุณชายน้อยแห่งมัลฟอยคนนี้หลายครั้ง เธอเฝ้าแอบมองการกระทำเกือบทุกอย่างของเด็กชายตั้งแต่ตอนที่ชอบเหลือบมองเธอด้วยความหมั่นไส้เป็นพักๆ จวบจน...ดวงตาสีเทาคู่งามนั้นถูกอาบย้อมไปด้วยความเศร้าและความเหงา

สงสาร..งั้นเหรอ? คนอย่างเธอมีสิทธิ์ที่จะไปสงสารเด็กชายด้วยเหรอเนี่ย... แค่เรื่องของตัวเองก็แทบเกือบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้วแท้ๆ

เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างขมขื่น..เธอรู้สึกสมเพชต่อความอ่อนแอของตัวเอง ไม่ว่าจะทั้งเรื่องในปัจจุบัน... หรือเรื่่องราวในอดีต
.
.
.

ย้อนกลับไปในตอนที่เธออายุ8ขวบ คาร์โลไลน์เคยรู้สึกสงสัยว่าพ่อผู้ให้กำเนิดของตนนั้นเป็นใคร เหตุใดตั้งแต่ที่เธอเกิดมาเธอถึงไม่เคยได้พบหน้าของเขาเลย

เด็กน้อยผู้เสแสร้งแต่ก็ยังอ่อนต่อโลกมากนัก เธอค่อยๆใช้ขาสั้นๆของตัวเองก้าวเดินออกจากสวนญี่ปุ่นขนาดเล็ก มุ่งหน้าตรงไปยังห้องนั่งเล่นภายในเรือนหลังใหญ่ทางฝั่งปีกซ้าย...ที่ที่อายะยกในเชอริน่าและเด็กสาวพักอาศัยอยู่ตลอด8ปีที่ผ่านมา

ครืนน

"คุณแม่คะ" เด็กน้อยเอ่ยเรียกมารดาตนเสียงใสพลางถลกกิโมโนขึ้นเหนือเข่าแล้วออกตัววิ่งตรงเข้าไปเข้าไปสู่อ้อมกอดของมารดาตน

อ่า...มีความสุขจังเลยน้าาา เด็กสาวสูดดมกลิ่นกายอันหอมเย็นของเชอริน่าเข้าไปเต็มปอด ก่อนจะค่อยๆฉีกยิ้มอ้อนๆออกมา

"เหอะๆ ยัยปีศาจจอมเสแสร้งเอ๊ย!" แววเสียงทุ้มห้าวยังไม่แตกเนื้อหนุ่มของเด็กชายคนหนึ่งดังขึ้นภายในห้อง นำพาให้อารมณ์ที่เบิกบานของคาร์โลไลน์ดิ่งลงเหวไปได้อย่างน่าประหลาด

ชิ มารผจญมาอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย!! เด็กสาวได้แต่กดด่าอีกฝ่ายในใจอย่างหงุดหงิด

"อะไรกันคะ คุณชายโฮโนคุโชเนี่ย..ปากร้ายต่อเลดี้จริงๆเลยนะคะ" เด็กสาวเอ่ยตอบไปอย่างมีจริต พลางช้อนตามองเด็กหนุ่มด้วยใบหน้ายียวน

ทางด้านคุณชายโฮโนคุโชหรือยูไค ก็แต่แอบแบะปากมองบนใส่เด็กสาวจอมเสแสร้งตรงหน้าอย่างกวนๆ

"หยุดทำกิริยาอันน่าเกลียดแบบนั้นเดี๋ยวนี้นะ ยูไค" หญิงสาวอีกคนที่อยู่ภานในห้องเอ่ยดุเด็กชายเล็กน้อยพลางมองตรงมายังเธอด้วยความเอ็นดู

ดูเถอะครับดูเถอะ ดูความลําเอียงนั่นดิคร้าบบบ ท่านผู้อ่านนน... คิ้วของเด็กชายอดไม่ได้ที่จะกระตุกขึ้น 

เขาเหลือบตามองใบหน้ายียวนกวนบาทาของคู่อริตนสลับกับมองใบหน้าอันสวยสง่าของอายะ เด็กชายลอบถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้...เอาเถอะ วันนี้จะยอมในนิดนึงละกัน

"เอาเถอะน่าอายะ ยูไคกับคาร์มินเขาก็แค่เล่นกันไปตามภาษาของเด็กนั่นแหละ" เชอริน่าว่าพลางกอดตอบเธอเบาๆ

"เฮ้ออ..ใจดีสมกับที่เกือบจะได้อยู่บ้านฮัฟเฟิลพัฟเสียจริงเลยนะเธอเนี่ย" คุณแม่ลูกสองอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายกับนิสัยของเพื่อนสนิทต่างบ้านของตน

"แต่เอาเถอะ ยังไงฉันกับยูไคคงต้องขอตัวก่อนล่ะ" ว่าจบก็ค่อยๆลูกขึ้นแล้วทำท่าจะเดินออกจากห้องไป ทว่า...หญิงสาวกลับต้องชะงักงันแล้วหันใบหน้ากลับไปมองเพื่อนสนิทของตนทันทีที่ได้ยินคำถามต้องห้ามออกมาจากปากเด็กสาวหนึ่งเดียวภายในห้อง

"แม่คะ พ่อของคาร์มินเป็นใครงั้นเหรอ?"

...

ราวกับบรรยากาศสดใสเมื่อครู่เป็นเรื่องตลก ผู้ใหญ่ทั้ง2ภายในห้องต่างนิ่งเงียบไปพร้อมกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ นานหลายวินาทีจนกระทั่ง...

"อึก ฮึ่ก..ฮืออออ"

เสียงร้องไห้ของหญิงสาวผู้ใจดีอ่อนโยนบาดลึกลงไปในจิตใจของผู้พบเห็นทุกคน โดยเฉพาะ...ตัวเจ้าของคำถามเอง

"เชอรีน!!" อายะถลาตัวเข้าไปกอดปลอบเพื่อนสาวของเธอด้วยความร้อนรน หญิงสาวออกคำสั่งให้ลูกชายของตนเข้ามาพาลูกสาวของเพื่อนที่นั่งช็อกอยู่ออกไปจากห้องโดยเร็ว

ซึ่งยูไคก็ปฏิบัติตามคำสั่งของมารดาตนอย่างฉับไว เขารีบตรงเข้าฉุดกระชากลากถูร่างของคู่อริตนออกไปจากห้องนั่งเล่นแห่งนี้ทันที

นั่นเป็นครั้งแรกที่คาร์โลไลน์เห็นแม่ผู้เข้มแข็งของเธอร้องไห้... เด็กสาวคิดโทษตัวเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าเป็นเพราะคำถามโง่ๆของตนแท้ๆ ที่ทำให้เชอริน่าต้องหลั่งน้ำตา....ทุกอย่างมันเป็นเพราะเธอ

แม้ไม่มีคำพูดอื่นใดบรรยายหรืออธิบายออกมา หากแต่แค่ภาพการตอบสนองต่อคำถามของเชอริน่าก็พอที่จะทำให้คาร์โลไลน์เดาทางได้เพียงว่าพ่อผู้ให้กำเนิดของตนบัดนี้เขา...

คงไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว

คาร์โลไลน์จำได้ว่าตัวเองนั่งซึมไป7วัน7คืน มีหลายครั้งที่มิกิและยูไคผลัดเปลี่ยนกันมาช่วยคลายความเศร้าให้เด็สาว...แต่มันยังไม่พอ

แม้ภายนอกของเด็กสาวจะดูเหมือนกับว่าเธออ่อนโยน เธอใจดี เธอเป็นเด็กที่ร่าเริงสดใสและไม่เคยคิดมาตต่อเรื่องอะไร

แต่ภายในมันไม่ใช่เลย

ยูไคและมิกิรู้ดีว่าภายในจิตใจของเด็กสาวคนนี้นั้น... มันดำมืดและเน่าเฟะขนาดไหน

คาร์โลไลน์นั่งเล่นกู่ฉินอยู่คนเดียวภายในสวนหลังเรือน นิ้วเรียวขาววาดลวดลายบรรเลงบทเพลงอันแสนเศร้าสร้อยออกมาตามความรู้สึกของตน

เด็กสาวเหม่อมองท้องนภาสีครามที่เริ่มกลายเป็นสีส้ม ดวงอาทิตย์ค่อยๆเลือนหายลับไปจากเส้นขอบฟ้า ดวงจันทร์สีเงินงดงามค่อยๆเคลื่อนกายขึ้นมาแทนที่

เสียงเพลงพิณยังคงบรรเลงต่อไปอย่างช้าๆ สายลมอันหนาวเหน็บของยามรัตติกาลพัดผ่านมาปะทะเข้ากับชุดกิโมโนสีฟ้าปักลายดอกซากุระสีชมพู รัดด้วยผ้าโอบิสีม่วงอ่อนปักลายดอกโบตั๋นสีแดง เรือนผมสีฟางข้าวพริ้วไสวไปตามแรงลม...

"ช่างงดงามเสียจริงเลยนะ คุณหนูผู้ได้รับพรคนสุดท้ายของตระกูล" เสียงหวานใสของหญิงสาวนางหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความมืดมินของสวนญี่ปุ่น

"..." เด็กสาวมิได้เอ่ยตอบอะไรไป เธอเอาแต่เหม่อมองดวงดาวบนท้องฟ้าเพียงแค่นั้น

"เหอะๆ ช่างโง่เขลาเสียจริง หากคนคนเดียวมิสามารถให้คำตอบในสิ่งที่เจ้าอยากรู้ได้ ใยเจ้าจึงไม่ตามหาคำตอบเหล่านั้นด้วยวิธีอื่นเอาล่ะ"

!!!

ใช่แล้ว ยังมีวิธีนั้นอยู่หนิ..ทำไมเธอถึงโง่แบบนี้กันนะ โธ่เอ๊ย!!

คาร์โลไลน์ที่กลับมาได้สติอีกครั้ง เธอเอ่ยตะโกนขอบคุณเสียงของหญิงสาวที่กล่าวชี้แนะพลางวิ่งตรงไปยังเรือนทางปีกขวา ซึ่งเป็นที่อยู่ของพ่อมดเพศชายเพียงหนึ่งเดียวภายในเรือนวสันต์แห่งนี้

"หื้ม? เข้าใจในสิ่งที่ข้ากล่าวไปแล้วสินะ นับว่ายังพอมีมันสมองอยู่บ้างหนิ แต่ก็เอาเถอะ อย่างไรซะ..."

เจ้าก็ยังคงน่ารังเกียจที่สุดในสายตาของข้าอยู่ดี

ค่ำคืนที่มีดวงดาวส่องสว่างอยู่เต็มท้องฟ้า คาร์โลไลน์เดินกลับมาทานอาหารเย็นที่เรือนของตนด้วยใบหน้าอันเปี่ยมสุข หลังจากที่เธอเพิ่งทำการป่วน.. แค่กๆ หมายถึงเข้าไปเยี่ยมเยือนเรือนของคุณชายโฮโนคุโชในระหว่างที่เขากำลังทานอาหารค่ำอยู่เฉยๆ

ถึงจะเปลืองน้ำตาไปหน่อยแต่เธอว่ามันก็คุ้มดีนะ...คิกคิก


To Be Continue


Talk time

น-ในที่สุดก็ปั่นเสร็จ~ นี่ไทโยะพยายามสุดๆที่จะไม่ทำให้ทุกคนค้าง(?)กันแล้วนะคะ (ใช่เหรอ!!?//ซึกิ)
แหม่~ วันนี้มาลงซะดึกเลย สำหรับตอนนี้คิดเห็นประการใดก็บอกกันด้วยนะคะ สามารถชม ตักเตือน หรือแนะนำแนวการเขียนนิยายให้ไทโยะได้เสมอเลยค่ะ ไทโยะจะได้นำไปปรับปรุงเนอะ

ปล.ส่วนเนื้อเรื่องในส่วนที่ตัดไป[ตอนไปหายูไคที่เรือน]สามารถติดตามต่อได้ที่ฝั่งของพี่ลดาได้เลยนะคะ
คาร์มิน : หึหึหึ//หัวเราะอย่างชั่วร้าย

สำหรับวันนี้ก็ขอลากันไปก่อนนะคะ บรัยยย~

1 หัวใจ = 1 กำลังใจ
1 Comment = 10 กำลังใจ
1 Follow = 1000 กำลังใจ

แถมท้าย
-ตัวอย่างภาพคู่ของปู่ทอมกับน้องคาร์มินที่ไทโยะสั่งทำจ้าา~
Cr.อาร์ทีมิส ฟลาว์
คาร์มิน:ต๊าย!! ภาพคู่แหละทอม!!//ชูภาพ+ยิ้ม
ปู่ทอม:อ่า ก็สวยดีหนิ//มองหน้าคาร์มิน
คาร์มิน:ม-หมายถึงภาพสินะ//หลบตา
ปู่ทอม://เดินเข้ามาใกล้+คว้าเอว
คาร์มิน:ข-เข้ามาใกล้ทำไม//ลนลาน
ปู่ทอม:ฉันหมายถึง...//ก้มลงมาใกล้
ปู่ทอม:เธอต่างหากล่ะ คาร์มิน~♡//กระซิบข้างหู+ขบใบหูเบาๆ
ผู้ที่แอบมอง:เกรงใจคนโสดหน่อยโว้ยยย!!!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #4 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 23:50
    รอนะคะ
    #4
    1
    • #4-1 TaiyoTsuki2216 (@TaiyoTsuki2216) (จากตอนที่ 3)
      8 เมษายน 2562 / 16:51
      จะรีบมาต่อให้นะคะ ขอบคุณที่รอไทโยะค่ะ//ก้มกราบ
      #4-1