ตอนที่ 2 : Intro

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62


☆♥Intro♥☆

ในยามที่แสงสว่างค่อยๆหายลับไปจากเส้นขอบฟ้า เกล็ดหิมะสีขาวโปรยปรายลงมาอย่างช้าๆ

ท้องถนนกว้างใหญ่ถูกกลบทับไปด้วยหิมะสีขาวบริสุทธิ์ในยามค่ำคืนอันมืดมิด

เสียงแหวกอากาศดังขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่าบนท้องถนน ในขณะนั้นบนพื้นถนนที่เคยว่างเปล่าก็ปรากฎร่างคน คนหนึ่งในชุดคลุมดำทมิฬที่ลากยาวจนถึงพื้น

แฮ่กๆ

เสียงหอบหายใจภายใต้ชุดคลุมดังขึ้นอย่างรุนแรงจากความเหนื่อยล้า มือสีซีดที่พ้นจากผ้าคลุมค่อยๆดึงฮู้ดของชุดลง....ผู้หญิง

หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของเรือนผมสีฟางข้าวค่อยๆหยิบไม้ยาวรูปร่างประหลาดออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วตวัดไปมาบนความว่างเปล่า ริมฝีปากสีดอกซากุระพึมพำร่ายคาถาบางอย่างออกมาช้าๆ ปรากฏร่างของเด็กทารกขึ้นในอ้อมแขนของนาง !!

ไม่สิ เด็กคนนี้ถูกทำให้ตัวขยายขึ้นมาเป็นปกติต่างหากล่ะ

"แจ็คคิวลีน" หญิงสาวเอ่ยเรียกชื่อเอลฟ์รับใช้ประจำตัวออกมาแผ่วเบา

ป๊อก!

เสียงฉีกขาดของอากาศดังขึ้นพร้อมกับร่างของเอลฟ์รับใช้หนุ่มที่ปรากฎตรงหน้าของเธอ เขาเอ่ยขานรับชื่อของตนเสียงเรียบพลางมองสบตาเธออย่างมีความหมาย

"ตามที่ท่านได้สั่งไว้ หญิงสาวผู้นั้นได้เดินทางมาถึงจุดนัดพบแล้วขอรับ" เอลฟ์รับใช้เอ่ยเสียงเรียบ ดวงตากลมโตสีเทาของเขาเหลือบมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง

"ดี เรารีบไปกันเถอะ" หญิงสาวดึงฮู้ดขึ้นปิดใบหน้าครึ่งบนและสีผม เธออุ้มทารกน้อยที่นอนหลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรอย่างทะนุถนอม พลางออกตัววิ่งตามเอลฟ์หนุ่มเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง

"เชอริน่า!!" เสียงหวานใสอันคุ้นเคยของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลังของเธอ เชอริน่า เจมม่าค่อยๆหันไปมองเพื่อนสาวคนสนิทอย่างช้าๆ ไข่มุกสีใสค่อยๆกลิ้งออกมาจากดวงตาของเธอ

"อายะ!!" หญิงสาวเอ่ยชื่อเพื่อนสาวเสียงสั่น ร่างของเธอค่อยๆทรุดลงไปบนพื้น เชอริน่ากอดร่างของเด็กทารกตัวน้อยไว้แน่ ปากก็พึมพำเอ่ยเล่าเหตุการณ์ที่ตนพบเจอมาทั้งหมดให้เพื่อนสาวฟังจนหมดเปลือก

"ใจเย็นๆนะเชอรีน ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว ไม่มีใครสามารถทำร้ายเธอได้อีกแล้ว โฮโนคุโชของพวกเราจะปกป้องเธอกับเด็กคนนี้เอง พวกเธอจะปลอดภัยแน่นอน เชื่อฉันนะเชอรีน" โฮโนคุโช อายะพร่ำปลอบใจเพื่อนรักต่างบ้านของตนอย่างใจเย็น
.
.
.
หลายปีผ่านไป


"อะไรนะคะคุณแม่!!? น-นี่แม่จะให้หนูย้ายไปอยู่กับคุณลุงแกจริงๆเหรอคะ!?" เด็กสาวเอ่ยขึ้นอย่างร้นราน พลางเหลือบมองชายหนุ่มผู้เป็นหัวข้อของบทสนทนาอย่างเกร็งๆ

"อยู่กับฉันแล้วมันทำไมงั้นเหรอคุณแบล็ก" สายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของเรือนผมสีดำเป็นมันเยิ้มยาวปรกหน้าเอ่ยถามเด็กสาวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเย็นชาที่แฝงความหงุดหงิดไว้อยู่

เซเวอร์รัส สเนปไม่เข้าใจความคิดของลูกสาวเพื่อนสนิทคนนี้จริงๆ ทั้งๆที่เขาก็แสดงออกไปอย่างชัดเจนแล้วว่าเอ็นดูเธอมากขนาดไหน

ทว่า..เด็กสาวกลับไม่เข้าใจความปรารถนาดีของเขาเลยสักนิด ซ้ำร้ายเธอยังจะชอบทำตัวเกร็งๆเวลาอยู่ต่อหน้าเขา ไหนจะสายตาหวาดระแวงระคนหวาดกลัวเขาที่เด็กสาวชอบหลุดออกมาบ่อยๆนั่นอีก

เฮ้ยย เขาละปวดหัวกับหลานสาวคนนี้จริงๆเลย

"ป-ป๊าววว หนูไม่ได้ว่าอะไรลุงซ่ะหน่อย ที่จริงหนูก็แค่..หนูแค่..." เด็กสาวอ้ำๆอึ้งๆกับคำตอบของตน เธอกรอกตาไปมาอย่างพยายามคิดหาคำตอบที่กล่าวออกไปแล้วจะไม่ทำให้ชายหนุ่มโมโห

"แค่อะไรคุณแบล็ก" ชายหนุ่มมองมาที่เธออย่างกดดัน เหงื่อเย็นมากมายค่อยๆไหลซึมออกมาจากแผ่นหลังของเด็กสาว

ถ้าจะจ้องกันขนาดนี้..เอามีดมาจี้คอเธอเถอะนะคะ คุณลุงขาาา

"คือแบบว่า..แหะๆ หนู... หนูกลัวว่าจะทนคิดถึงพวกมิกิกับคุณชาย-- ไคคุงไม่ไหวน่ะค่ะ" เด็กสาวยิ้มออกมาอย่างลำบากใจ... ไม่ใช่ลําบากใจที่ต้องโกหกผู้ใหญ่นะ

อ๊ากกกก!!! นี่เธอพูดอะไรออกไปเนี่ย!!! ไค-คุงงั้นเหรอ...ขยะแขยงโว้ยยย!!

"ว่าไงล่ะ..คุณ-แบล็ก" สเนปว่าอย่างเย็นชา สายตาที่เขาใช้มองเธอตอนนี้ราวกับว่ามันจะสามารถปล่อยไอเย็นจากขั้วโลกเหนือออกมาได้

น-น่ากลัวง่ะ... เด็กสาวค่อยๆขยับถอยห่างออกมาจากชายหนุ่มโดยสัญชาตญาณ

"พอเถอะสเนป ดูสิว่านายทำลูกสาวฉันกลัวฝังใจไปแล้วเนี่ย" เชอริน่ายิ้มอย่างอ่อนโยนพลางอ้าแขนรับร่างของลูกสาวที่กระโดดเข้ามากอดเธอ

หากจะถามว่าผู้ชายคนไหนที่คาร์โลไลน์ แบล็กผู้นี้หวาดกลัวมากที่สุดรองลงมาจากโฮโนคุโช ทาเคชิผู้ซึ่งเป็นตาของโฮโนคุโช มิกิน้องสาวต่างสายเลือดที่เธอรักและเอ็นดูมากที่สุด

"เพราะเหมือนเขางั้นเหรอ" สเนปเอ่ยเสียงเรียบดวงตาเรียวสีน้ำหมึกของเขามองสบกับดวงตาสีอความารีนของเชอริน่า "เพราะเหมือนกันมาก..มากจนเธอไม่กล้าที่จะดุด่าหรือว่าร้ายอะไร....ใช่มั้ยเชอรีน"

หญิงสาวเงียบพลางหลบตาเพื่อนสนิทของตน เธอมองเหม่อออกไปยังสวนข้างๆเรือน ดวงตาของเธอสะท้อนความเศร้าหมองและความอาลัยอาวรณ์

"ใช่...คาร์มินน่ะ เด็กคนนี้เหมือนเขามากจริงๆ" หญิงสาวค่อยๆฉีกยิ้มอันอ่อนล้าออกมา เธอลอบมองใบหน้าลูกสาวของตนด้วยความรักใคร่

แวบหนึ่ง..ดวงตาที่เคยสะท้อนภาพร่างของคาร์โลไลน์กลับถูบทับซ้อนด้วยภาพใบหน้าของใครอีกคน... คนที่เธอรักหมดใจ

"เธอยึดติดกับเขามากเกินไปเชอรีน...ฉันจะไปรอที่หน้าเรือน"สเนปเหลือบมองหน้าคาร์โลไลน์ที่ในยามนี้จ้องมองพวกเขาตาแป๋ว"จัดการทุกอย่างให้เสร็จแล้วรีบออกมาด้วย" ว่าจบก็ลุกขึ้นแล้วสะบัดผ้าคลุมเดินจากไป




"แน่ใจว่าไม่ลืมของอะไรนะลูก" เชอริน่าเอ่ยถามพลางมองสำรวจสัมภาระของลูกสาวตน

"แน่ใจค่ะคุณแม่" คาร์โลไลน์เอ่ยตอบเสียงใส เด็กสาวเหม่อมองไปยังเรือนทางปีกขวา ดวงตาของเธอช่วยไม่ได้ที่จะสะท้อนความเศร้าและความอาวรณ์ออกมา

"จะไปบอกลาพวกหนูมิกิก่อนก็ได้นะจ้ะ เดี๋ยวทางนี้แม่จะช่วยคุยกับลุงเซปให้เอง" หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เธอมองดูสาวตัวน้อยในวัย10กว่าปีด้วยความเอ็นดูระคนรู้ทัน

ก็นะ ถึงแม่เด็กคนนี้จะชอบแสดงตัวว่าไม่ค่อยถูกกับลูกชายคนโตของเพื่อนเธอโฮโนคุโช ยูไคสักเท่าไหร่ ทว่า..ผู้ใหญ่อย่างพวกเขาก็พอดูออกว่าสองคนนี้มีความรู้สึดผูกพันกันอยู่พอสมควร

แน่นอนว่ามันไม่ใช่ในเชิงชู้สาวอย่างที่ใครหลายๆคนคิด... มันคือมิตรภาพของเพื่อนและพี่น้องที่เติมโตมาด้วยกันต่างหาก

"ไม่ดีกว่าค่ะ ไปกะทันหันแบบนี้มิกิคงรับไม่ได้แล้วร้องไห้ออกมาแน่ๆ หนู..." คาร์โลไลน์นิ่งไป เธอยกยิ้มออกมาอย่างเศร้าสร้อย "หากจะต้องเลือกระหว่างน้ำตาของคนที่เรารักกับการโดนงอนไปสักปีหรือสองปี หนูคงต้องขอเลือกอย่างหลังดีกว่าค่ะ"

ในขณะที่คาร์โลไลน์กำลังละสายตาออกไปจากเรือนวสันต์ทางปีกขวานั่นเอง เสียงของใครบางคนก็เรียกความสนใจของเด็กสาวไป

"โอ๋ งั้นก็คงน่าเสียดายไดฟุกุร้านXXXที่ฉันอุตส่าห์ไปซื้อมาให้นี่จริงๆเลยน้าา อ่า..สงสัยต้องกินกันสองคนกับเจ้าก้อนแล้วล่ะ ทั้งๆที่ซื้อมาเยอะขนาดนี้แท้ๆ"

"ย-ยูไค?" เด็กสาวมองไปยังตนเสียด้วยแววตาตกตะลึง ถ้าจำไม่ผิดในยามนี้เขาน่าจะไปซ้อมควิดดิชกับพวกเพื่อนๆตนไม่ใช่เหรอ...แล้วทำไม

"พี่คาร์มิน!!"

เสียงนี้มัน...

"มิกิ!?"

พรึ่บ ตุบ

ร่างของทั้งสองล้มลงไปตามแรงโน้มถ่วงของโลกโดยที่คาร์โลไลน์ใช้ร่างของตนเป็นเบาะรองรับร่างของมิกิเอาไว้ เด็กน้อยในวัย8ปีเงยหน้ามองพี่สาวต่างสายเลือดของตนตาแป๋ว ดวงตาสีเทาของเธอมีน้ำใสๆคลออยู่ทว่าเด็กสาวตัวน้อยกลับฝืนยิ้มออกมาแล้วพร่ำบอกกับเธอว่าตนไม่เป็นไร...ทั้งๆที่หลักฐานมันคาตาอยู่แท้ๆ

"โอ๋เอ๋ เด็กน้อยของพี่ พี่ไปแค่ไม่กี่ปีก็จะกลับมาแล้วนะคนดี... ถึงจะอยู่ไกลกันแต่ถ้าน้องโดนตาคุณชายไคแกล้งก็บอกพี่ได้เสมอเลยนะคะ พี่สัญญาว่าพี่จะหาทางแก้แค้นให้น้องเอง" คาร์โลไลน์ยิ้มอ่อนพลางโอบกอดร่างเล็กๆกลมๆของมิกิโยกไปโยกมา

"สัญญานะคะ" มิกิยิ้มพลางยกนิ้วก้อยขึ้นมาตรงหน้าเธอ คาร์โลไลน์ได้แต่มองอย่างปลงๆก่อนจะยกนิ้วก้อยของตนขึ้นมาเกี่ยวกับนิ้วของน้องสาว

"เกี่ยวก้อยสัญญาหากใครโกหกต้องกลืนเข็มพันเล่ม" ว่าจบทั้งสองก็แยมยิ้มและหัวเราะออกมาพร้อม

"เด็กน้อยชะมัด" โฮโนคุโช ยูไคเอ่ยอย่างเอือมๆ ทว่าแววตาของเขาที่ใช้มองทั้งสองนั้นกลับอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ

ทว่า บรรยากาศดีๆแบบนี้มันมักอยู่ไม่ได้นานนักหรอกนะ...โดยเฉพาระกลับฟิคเรื่องนี้น่ะ

"เหอะ! ละครครอบครัว" สเนปว่าอย่างเหยียดๆเขามองใบหน้ามิกิกับยูไคสลับกันด้วยความหงุดหงิด

ยูไคลอบมองใบหน้าของสเนปอย่างเบื่อหน่ายระคนรำคาญ เขาก็พอรู้อยู่อ่ะนะว่าลุงแกไม่ชอบแม่ของเขาเลยทำให้พาลไม่ชอบหน้าเขาไปด้วย

แต่ก็นะ ใช่ว่าจะมีแต่ลุงแกฝ่ายเดียวที่เกลียดขี้หน้าเขาซะหน่อย... ยูไคเองก็เกลียดและหมั่นไส้สเนปมากเช่นกัน

"พอได้แล้วน่ะเซป เดี๋ยวก็โดนพวกเด็กๆหมั่นไส้เอาหรอก" เสียงหวานใสเยือกเย็นของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น เรียกสายตาของคนทั้งหมดในพื้นที่ให้หันไปมอง

"พี่นาร์ซิสซา?" เชอริน่าขมวดคิ้วมองหญิงสาวผมสองสีตรงหน้าด้วยความวิตกกังวลระคนหวาดระแวง ก่อนที่เธอจะละสายตาจากรุ่นพี่สาวแล้วหันไปหรี่ตามองสเนปอย่างคาดคั้น

ชายหนุ่มที่รับรู้ได้ถึงสายตามุ่งร้ายของเพื่อนสนิทตนก็เลิกมองเขม่งเด็กๆ แล้วหันไปสบตากับหญิงสาวอย่างหน้าตาย

นาร์ซิสซาขมวดคิ้วพลางลอบมองการสื่อสานผ่านสายตาของรุ่นน้องคนสนิททั้งสองแล้วก็แอบถอนหายใจ เธอก็พอรับรู้และเข้าใจต้นเหตุของความหวาดระแวงที่รุ่นน้องหญิงคนสนิทของเธอได้อยู่หรอก

อันที่จริงมันก็คงจะเป็นความผิดของเธอจริงๆนั่นแหละ... ความผิดที่ดันไปหักหลังความเชื่อใจของรุ่นน้องคนนี้ในอดีตยังไงล่ะ

"ฉันมาที่นี่ในฐานะของป้าคนหนึ่งที่ต้องการจะพบหน้าหลานเท่านั้น อย่ากังวลไปเลยเชอรีน"นาร์ซิสซากล่าวยิ้มๆ เธอมองใบหน้าเหว๋อๆของหลานสาวตัวน้อยด้วยความอ่อนโยน

คาร์โลไลน์มองสบตากับแม่ของเธอราวกับจะขอความจริง เชอริน่าเพียงแค่ยกยิ้มบางๆที่มุมปากพลางพยักหน้าลงตอบรับคำถามของลูกสาว

"ป้างั้นเหรอ" คาร์โลไลน์พึมพําอย่างใจลอยพลางค่อยๆพยุงร่างตัวเองและมิกิให้ยืนขึ้น

"ใช่..ฉันมีชื่อว่านาร์ซิสซา มัลฟอย เป็นลูกพี่ลูกน้องกับพ่อของเธอ....เรกูลัส แบล็กยังไงล่ะ" หญิงสาวเอ่ยอย่างอ่อนโยน เธอเดินตรงไปหาเด็กสาวพลางย่อตัวลงแล้วยกมือลูบใบหน้าของคาร์โลไลน์ด้วยความเอ็นดู

ทว่า... 
เพี๊ยะ

เชอริน่าพุ่งตัวเข้าตรงไปปัดมือของนาร์ซิสซาออกด้วยใบหน้ามืดครึ้ม"อย่าเอามืดอันแปดเปื้อนของเธอมาเตะลูกสาวของฉันนะ!!"เธอเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราดพลางดึงร่างของลูกสาวตัวน้อยเข้ามาในอ้อมกอด

โดยพวกเธออาจจะลืมไปว่าคาร์โลไลน์ไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว

"ว้ายย!!" มิกิร้องขึ้นอย่างตกใจ ร่างของเธอถูกผลักจนเสียหลักเกือบล้มลง ทว่า... โชคดีที่ยูไคมาช่วยพยุงไว้ทัน

"นี่พวกคุณน่ะเลิกทำตัววุ่นวายในที่ของคนอื่นเขาได้แล้ว!!" ยูไคเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เขาขมวดคิ้วมองผู้ใหญ่ทั้ง2ตรงหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์เจือความเย็นชา "ผมไม่รู้หรอกนะว่าพวกคุณสองคนมีปัญหาส่วนตัวหรือเรื่องทะเลาะเบาะแว้งอะไรกัน แต่ภายในอาณาเขตปกครองของโฮโนคุโชแห่งนี้....พวกคุณไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น!!"

"ถูกต้องตามที่ยูไคว่า...คุณไม่มีสิทธิ์มาทำตัวกร่างหรือแสดงอำนาจของ28ตระกูลเลือดบริสุทธิ์บ้าบออะไรของพวกคุณ ไม่อย่างนั้น...อย่าหาว่าตระกูลโฮโนคุโชของพวกเราไม่เตือน" อายะเอ่ยเสียงเย็นรอบตัวของเธอราวกับจะปล่อยกลิ่นไอความร้อนออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

"หึ ก็ได้...วันนี้พวกเธอชนะไป แต่อย่าหวังว่าจะปกป้องเด็กคนนี้ได้ตลอดไปเลย สักวันด้วยเลือดของแบล็กครึ่งหนึ่งในร่างกายของเธอ..." นาร์ซิสซากล่าวทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้นก่อนที่เธอจะหันมายิ้มแฝงความหมายบางอย่างให้เชอริน่าและใช้กุญแจนำทางเพื่อจากไป

เหล่าองครักษ์ของบ้านโฮโนคุโชตั้้งใจจะตามไป หากทว่ากลับถูกขัดด้วยเสียงของผู้นำตระกูลคนปัจจุบันซะก่อน

"ไม่ต้องตามไป" อายะทิ้งท้ายไว้แค่นั้น เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อมองมาที่ร่างของคาร์โลไลน์ ก่อนที่เธอจะเลือนสายตาไปมองสเนปแล้วเอ่ยขึ้น "จะพาไปไม่ใช่หรือไง"

"หึ!" สเนปมองร่างของอายะด้วยความเย็นชายก่อนเขาจะเมินเธอแล้วเดินตรงไปที่สัมภาระมากมายของคาร์โลไลน์ ร่ายคาถาย่อขนาดภายในใจแล้วก้มลงเก็บของเหล่านั้นมาถือไว้ในมือพลางหันมาเอ่ยกับเด็กสาวเสียงเรียบ "ไปกันได้แล้ว"

"พ-พี่คาร์มิน" มิกิเอ่ยเสียงสั่นๆ ด้วยตากลมโตมองคาร์โลไลน์อย่างเศร้าสร้อย ยูไคที่เห็ดังนั้นก็ได้แค่ถอนหายใจ เขาส่งสายตาบอกให้คนรับใช้นำจนมที่ซื้อมาไปให้คู่อริตน ก่อนจะบังคับพาร่างของมิกิให้เดินเข้าเรือนไป

"เดี๋ยวก่อนยูไค" คาร์โลไลน์ที่ผละออกมาจากเชอริน่าแล้วเอ่ยเรียกชายหนุ่มขึ้น ยูไคเหลือบตามามองเธอ เด็กสาวที่เห็นดังนั้นจึงยกยิ้มอย่างอ่อนใจออกมา "ฝากดูแลมิกิกับแม่ให้ด้วยนะ"

"หึ! ของมันแน่อยู่แล้วมั้ยล่ะ ยัยจอมปลอม"ว่าจบก็แสยะยิ้มแล้วเดินเข้าเรือนไปทันที

นี่ตกลงเธอไว้ใจคนถูกใช่มั้ยเนี่ย? คาร์โลไลน์ได้แค่ถอนหายใจอย่างปลงๆ เด็กสาวหันไปมองใบหน้าแม่ของเธอเป็นครั้งสุดท้ายพลางยิ้มหวานออกมาอย่างน่ารัก

"ลาก่อนนะคะแม่ แล้วหนูจะส่งจดหมายมาให้นะคะ" เด็กสาวเอ่ยอย่างสดใส ก่อนที่สเนปจะนำมือว่าวางไว้บนไหล่ของเธอ ภาพตรงหน้าของเธอค่อยๆควบแน่น มันบิดเบี้ยวไปมาก่อนที่ร่างของเชอริน่าจะหายไปจากสายตาแล้วแทนที่ด้วยเตาผิงสีดำขนาดใหญ่

เธอมาถึงบ้านสเนปที่อังกฤษแล้วสินะ

อุ้ป...อยากอ้วกว่ะ

โลกรอบกายของเด็กสาวค่อยๆพร่าเลือนก่อนที่เธอจะไม่รับรู้อะไรอีก


To Be Continue


Talk time

ตัดจบแบบเฟี้ยวๆเลี้ยวเข้าโกดังดองต่อ... ล้อเล่นจ้าา
เนื้อหาในช่วงบทนำนี้อาจจะอ่านแล้วดูงงหรือน่าเบื่อเกินไปหน่อยนะคะ ด้วยเพราะว่าตอนนี้ไทโยะกำลังพยายามปรับตัวใช้ชินกับภาษาเขียนของเรื่องแฮรี่ พอตเตอร์อยู่ค่ะ ถ้าทำผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยทุกคนด้วยนะคะ
สำหรับวันนี้ก็ขอลากันไปก่อน สวัสดีค่าาา~

1 หัวใจ = 1 กำลังใจ
1 Comment = 10 กำลังใจ
1 Follow = 1000 กำลังใจ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านกันนะคะ

แถมท้าย
ปู่ทอม : ติดตามปู่ด้วยนะ//แสยะยิ้ม
ซึกิ : นี่พระเอกหรือตัวประกอบฟะ!!//มองบน
ไทโยะ : ตัวประกอบจ้าา~//ยิ้มแฉ่ง
ปู่ทอม : หื้มม~ งั้นเหรอ? หึ//ชี้ไม้กายสิทธิ์มา+เตรียมร่ายคาถา
คาร์มิน : ใจเย็นๆนะที่รัก//จับแขน+มองอ้อน
ปู่ทอม : จูบฉันสิคาร์มิน//ยิ้มกระชากใจ
ผู้เห็นเหตุการณ์ : เอิ่ม....
B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #16 เงาลดา (@lada01) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 14:19
    "ไม่ใช่ในเชิงชู้สาวอย่างที่ใครหลายๆ คนคิด" มีคนคิดแบบนี้ด้วยหรอ?
    อ่า...หึงที่รัก ^_^×
    #16
    1
    • #16-1 TaiyoTsuki2216 (@TaiyoTsuki2216) (จากตอนที่ 2)
      25 เมษายน 2562 / 21:01
      ใจเย็นๆก่อนนะคะพี่ลดา//เหงื่อตก
      #16-1
  2. วันที่ 2 เมษายน 2562 / 11:42
    จูบฉันสิคาร์มิน.... ปู่โว้ย!!!!!!!
    #3
    1
    • #3-1 TaiyoTsuki2216 (@TaiyoTsuki2216) (จากตอนที่ 2)
      2 เมษายน 2562 / 19:02
      ช่วงนี้ปู่คึกคะนองค่ะ 555+
      #3-1