[ทดลองอ่าน นิยายแปลลิขสิทธิ์] แผนทวงแค้นของขันทีวายร้าย

ตอนที่ 8 : บทที่7 ตบหน้าจวนอัครเสนาบดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,129
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 465 ครั้ง
    13 ก.ย. 62

บทที่7

ตบหน้าจวนอัครเสนาบดี

 



แม้ว่าเขาจะคิดเช่นนั้น แต่ย่อมไม่กล้าพูดออกมา ได้แต่นั่งคุกเข่าตัวเกร็งอยู่บนพื้น กวาดสายตามองด้านหน้าเล็กน้อย พบว่ารอบตัวเขามีเพียงชายเสื้อคลุมของฮ่องเต้เพียงผู้เดียว โดยไม่เห็นขันที องครักษ์ หรือผู้ติดตาม



หลิงเซียวนึกสงสัย ไฉนฮ่องเต้มักไปไหนมาไหนในวังหลวงนี้ตามลำพังเป็นประจำ



ครั้งแรกกล่าวได้ว่าชนกันโดยบังเอิญ ครั้งที่สองกล่าวได้ว่าเนื่องจากเป็นอุทยานหลวงจึงมีโอกาสพบเจอสูง แต่ครั้งนี้ล่ะเขาอยู่ของเขาดีๆ ในตำหนักฉู่ซิ่ว ทำไมยังถูกพบเข้าได้อีก



หรือฮ่องเต้จะมาดูซิ่วหนี่ว์ในตำหนักฉู่ซิ่ว มาตรวจสอบล่วงหน้าก่อนหรือ



“ลุกขึ้น”



ขณะกำลังคิดเพลินๆ ฮ่องเต้พลันมีคำสั่ง เขาย่อมไม่กล้าขัด



เขาเลิกชายเสื้อคลุม ลุกขึ้นยืน เนื่องจากไม่กล้ายืนตรงจึงค้อมตัวเล็กน้อยเป็นการแสดงความเคารพอย่างสูงต่อฮ่องเต้



เสียง แกร๊ก ดังขึ้นทำเอาหลิงเซียวตื่นตระหนก เนื่องจากเผลอทำหยกพกที่ถือไว้หล่นไปตรงเบื้องหน้าเท้าฮ่องเต้พอดิบพอดี เขากำลังใคร่ครวญว่าควรจะเก็บขึ้นมาดีหรือไม่ แต่ก่อนที่เขาจะคิดตก ฮ่องเต้ก็โน้มกายเก็บหยกพกไปถือไว้แล้ว ครั้นพิจารณาดูเล็กน้อยถึงได้เงยหน้าขึ้นมองเขา



“เงยหน้าขึ้นมา”



หลิงเซียวตกใจครุ่นคิดถึงเจตนารมณ์ของฮ่องเต้ แล้วค่อยๆ แหงนหน้าขึ้น



ดวงตาสบประสานกับแววตาลึกล้ำของฮ่องเต้อยู่ครู่สั้นๆ



ฮ่องเต้เดินเข้ามาใกล้ เขาพลันรีบหลบสายตา



“หน้าตาหล่อเหลาไม่เลว แต่ดูไม่เหมือนขันทีน้อยเท่าไรนะ”



สายตาของฮ่องเต้เพ่งเล็งไปยังร่างกายส่วนล่างของหลิงเซียวพาให้เขาตัวแข็งทื่อ เขาขยับมุมปากพยายามฝืนกล้ามเนื้อบนใบหน้ากล่าวว่า “กระหม่อมเพิ่งเข้าวังได้ไม่นานพ่ะย่ะค่ะ”



ฮ่องเต้จ้องมองหยกพกในมือ “อย่างนั้นหรือ”



หลิงเซียวก้มศีรษะแสดงความเคารพ



“เจ้ามากับเรา” ฮ่องเต้นิ่งเงียบไป สองมือไพล่หลังทั้งที่หยกพกยังอยู่ในมือ เดินนำไปข้างหน้า



หลิงเซียวขมวดคิ้ว น้อมตัวเดินก้าวสั้นๆ ติดตามไป



ฮ่องเต้หันกลับมามองเขาเล็กน้อย “เพิ่งมาได้ไม่นาน กลับเรียนรู้มารยาทได้ไม่เลว”



เหงื่อเย็นหลั่งทั่วร่างหลิงเซียว พิธีการมารยาทเหล่านี้เขาเรียนรู้จากประสบการณ์ที่อาศัยอยู่ในวังหลวงมานานหลายปี ช่วงที่เขาเพิ่งจะเข้าวัง ต่อให้ได้รับการอบรมสั่งสอนแล้ว แต่ไหนเลยจะรู้จักมารยาทจุกจิกหยุมหยิมพวกนี้ได้ ขันทีและมามาในวังหลวงล้วนรู้ว่าขันทีใหม่จะกระทำผิดพลาดอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ดังนั้นส่วนใหญ่จะไม่จัดการให้พวกเขาไปอยู่ต่อหน้าเจ้านายของวังหลวงนี้ ให้พวกเขาคอยเรียนรู้ประสบการณ์อยู่ในตำหนักบางแห่งเท่านั้น



ชาติก่อนด้วยอำนาจรัศมีของโม่ฉีเขาที่ยังเป็นขันทีใหม่กลับมีโอกาสได้พบกับฮ่องเต้และทำผิดพลาดอยู่หลายครั้ง เคยผ่านการถูกเฆี่ยนตีและตำหนิมาแล้วทั้งนั้น หลิงเซียวจึงจดจำเรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน



เพราะฉะนั้นเมื่อได้พบกับฮ่องเต้ถึงสามารถประพฤติตนได้อย่างเหมาะสมโดยอัตโนมัติ



เขาลืมไปเลยว่าตอนนี้ตนเพิ่งเข้าวังมา การวางตัวได้สมบูรณ์แบบอาจสะกิดความสงสัยของฮ่องเต้ได้



หลิงเซียวหน้าซีด ตรึกตรองว่าควรตอบอย่างไร แต่การปั้นแต่งความเท็จนั้นเป็นไปไม่ได้เลย เพราะฮ่องเต้เกลียดการโกหกหลอกลวงที่สุด ทว่าจะพูดความจริงออกไปได้อย่างไรล่ะ



โชคดีที่ในช่วงเวลาคับขันนี้พวกเขาก็มาถึงจุดหมายปลายทางพอดี



ฮ่องเต้ไม่ได้ซักไซ้ต่อ หลิงเซียวลอบระบายลมหายใจเบาๆ เงยหน้ามองเล็กน้อย เดินจากตำหนักฉู่ซิ่วมายังตำหนักหลวงในวังหลัง กระทั่งมาถึงจุดหมายของพวกเขาคือห้องทรงพระอักษร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ฮ่องเต้ใช้ตรวจฎีกาเป็นประจำ



หลิงเซียวขมวดคิ้ว ฮ่องเต้พาเขามาทำอะไรที่นี่



ขณะกำลังกังขาผู้ดูแลสวีในชุดแดงลายเมฆมงคลก็เดินนำขันทีน้อยสองคนมาคุกเข่าคำนับ



ฮ่องเต้พยักหน้าเล็กน้อย “ลุกขึ้นเถิด คนมาถึงหรือยัง”



ผู้ดูแลสวีตอบรับ “ถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ ท่านอัครเสนาบดีและคุณชายหลานเว่ยล้วนมาถึงแล้ว กำลังรอฝ่าบาทอยู่ด้านในพ่ะย่ะค่ะ”



เมื่อฮ่องเต้ได้ยินก็เดินนำหน้าไปก่อนสองก้าว โดยมีผู้ดูแลสวีและคนที่เหลือตามไปด้านหลัง เดิมหลิงเซียวตั้งใจจะตามไปเช่นกัน แต่ถูกผู้ดูแลสวีที่อยู่ด้านหน้าถลึงตาใส่จึงหยุดเท้าเอาไว้



ฮ่องเต้หันกลับมามองผู้ดูแลสวี กล่าวว่า “ให้เขาตามมา”



ผู้ดูแลสวีหน้าเขียวคล้ำ หลิงเซียวหลุบซ่อนแววตาอย่างแนบเนียน และติดตามด้านหลังฮ่องเต้ไปพร้อมผู้ดูแลสวี



“กระหม่อมถวายบังคมฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”



“กระหม่อมหลานเว่ยถวายบังคมฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”



ทันทีที่เข้ามาในห้องก็ได้ยินเสียงคนสองคน หนึ่งเสียงชราหนึ่งเสียงอ่อนเยาว์ใสกระจ่าง



หลิงเซียวลอบมองดู พบว่าผู้ที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าฮ่องเต้ก็คือสองพ่อลูกสกุลหลานคนคุ้นเคยเก่าแก่ของเขาบนโลกใบนี้ ก่อนเข้าวังเขาอาศัยอยู่ในจวนอัครเสนาบดี อัครเสนาบดีหลานคันอายุห้าสิบปี เส้นผมหนวดเคราหงอกขาว เขาเป็นขุนนางเก่าแก่ ตามปกติแล้วนับว่าเป็นขุนนางที่จงรักภักดีต่อราชสำนักผู้หนึ่ง แต่กลับฝักใฝ่ในอำนาจเป็นอย่างยิ่ง



เขามีบุตรชายเพียงคนเดียวคือหลานเว่ย



เวลานี้ฮ่องเต้ให้ทั้งสองคนเข้าเฝ้า แล้วยังเรียกเขามาด้วยเพราะเหตุใดกัน



หลิงเซียวคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก แล้วจู่ๆ เขาเห็นหลานเว่ยเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สบตากับเขาพอดี



หลานเว่ยเบิกตากว้าง ลุกขึ้นยืนด้วยความตกตะลึง “เป็นเจ้า”



ฮ่องเต้ขมวดคิ้วมองหลานเว่ย หลานเว่ยซึ่งถูกอัครเสนาบดีกระตุกเสื้อคลุมพลันได้สติรีบคุกเข่าลง



อัครเสนาบดีใบหน้าซีดขาว กล่าวขออภัยโทษ “บุตรชายกระหม่อมไม่รู้อะไรควรไม่ควร กระหม่อมไม่ได้อบรมให้ดี ขอฝ่าบาทโปรดประทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”



ฮ่องเต้หันกลับมามองหลิงเซียว หลิงเซียวแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง แต่ในใจก่นด่าเจ้าทึ่มไร้สมองหลานเว่ยไปยกใหญ่



ฮ่องเต้พิศมองเขาด้วยความสนอกสนใจเป็นอย่างยิ่ง มุมปากยกยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่ง “ลุกขึ้นเถิด บุตรชายท่านอัครเสนาบดีซื่อตรงจริงใจ เราชื่นชมนัก”



อัครเสนาบดีได้ฟังก็ถอนหายใจ ดึงหลานเว่ยให้ลุกขึ้น



“ที่เราเรียกให้พวกท่านมาพบครานี้ เพียงแค่ต้องการคืนของสองสิ่งแก่ขุนนางรักเท่านั้น” ฮ่องเต้เอ่ยแล้วมองไปยังผู้ดูแลสวี ผู้ดูแลสวีเข้าใจทันที เดินไปด้านหน้าอัครเสนาบดี มอบกระดาษใบหนึ่งให้ หลิงเซียวจำกระดาษนั้นได้ มันคือสารระหว่างหลานเว่ยและโม่ฉีที่เขาส่งมอบด้วยมือตนเองในครั้งก่อน



หลิงเซียวเลิกคิ้วขึ้น ทราบดีว่าภัยพิบัติได้ตกสู่ตระกูลอัครเสนาบดีแล้วจึงจัดท่าทีให้เหมาะชมการแสดงสนุกๆ



หลังจากที่อัครเสนาบดีอ่านเนื้อหาในสารนั้นแล้วใบหน้าก็เผือดซีด “ตึง” เขาดึงหลานเว่ยให้คุกเข่าลงกับพื้นอีกครั้ง “ฝ่าบาท สารฉบับนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิดอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”



ฮ่องเต้ยกชาบนโต๊ะขึ้นดื่มอึกหนึ่ง คล้ายไม่ได้ยินคำพูดของอัครเสนาบดี เพียงกล่าวว่า “นี่เป็นเพียงหนึ่งในสองเท่านั้น ท่านอัครเสนาบดีชมดูอีกชิ้นก่อนแล้วค่อยกล่าวจะดีกว่า”



อัครเสนาบดีใบหน้าขาวซีด โค้งตัวลงมือสั่นเทา



ฮ่องเต้มอบของอีกชิ้นหนึ่งให้ผู้ดูแลสวี หลิงเซียวตะลึงไป เพราะของชิ้นนั้นคือสิ่งที่ฮ่องเต้เพิ่งเก็บไปจากเขา



หลิงเซียวตกใจ ในใจหวั่นกลัวเล็กน้อย



ผู้ดูแลสวีนำหยกพกไปมอบให้กับมือหลานเว่ย ฮ่องเต้จับจ้องหลิงเซียวและว่า “หยกชิ้นนี้หากเราจำไม่ผิด เป็นสิ่งที่ฮ่องเต้พระองค์ก่อนพระราชทานให้แก่หลานเว่ยบุตรของขุนนางรักเป็นหยกอุ่นชั้นเลิศ สิ่งที่อดีตฮ่องเต้พระราชทานให้นี้ ท่านอัครเสนาบดีควรให้หลานเว่ยเก็บรักษาให้ดี อย่าได้ทำหายอีก”



กล่าวจบฮ่องเต้ก็ละสายตาจากใบหน้าหลิงเซียว เบนไปยังหลานเว่ย



หลานเว่ยถือหยกพกเอาไว้ ใบหน้าซีดเผือดราวคนตาย



ริมฝีปากอัครเสนาบดีสั่นระริก ค้อมตัวลงต่ำ “บุตรชายกระหม่อมไม่ระมัดระวัง ทำหยกพกสูญหาย เป็นเพราะกระหม่อมอบรมสั่งสอนไม่ดี ขอพระองค์โปรดประทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ!



ฮ่องเต้ก้มหน้าลงเป่าน้ำชาในมือเบาๆ และดื่มด้วยท่าทีผ่อนคลาย โดยไม่ตอบวาจาของอัครเสนาบดี



ยิ่งทำให้อัครเสนาบดีหวาดกลัว รีบเอ่ยอย่างลนลาน “ฝ่าบาท เรื่องนี้กระหม่อมอธิบายได้”



กึก ฮ่องเต้วางถ้วยชาลงบนโต๊ะ เกิดเสียงไม่ดังไม่เบาขึ้น จ้องอัครเสนาบดีด้วยใบหน้าเย็นชา “เช่นนั้นท่านอัครเสนาบดีช่วยอธิบายให้เราฟังสักหน่อย”



อัครเสนาบดีกลืนน้ำลายและเล่าว่า “ไม่นานมานี้บุตรชายกระหม่อมได้พบกับหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรี สตรีมีนามว่าโม่ฉี นางมีรูปโฉมงดงามยิ่ง ส่วนบุรุษนามว่าหลิงเซียวเป็นข้ารับใช้ของโม่ฉี รูปลักษณ์หมดจดท่าทีสงบเสงี่ยม บุตรชายกระหม่อมเห็นว่าพวกเขาอดอยากหิวโหย ท่าทางเหมือนประสบภัยมาจึงเกิดเวทนาสงสาร พากลับมาอาศัยอยู่ที่จวน เพียงไม่นานบุตรชายกระหม่อมก็สนิทสนมกับโม่ฉี กระหม่อมเองก็มองนางเป็นเช่นบุตรีคนหนึ่ง



“ก่อนหน้านี้ฝ่าบาททรงคัดเลือกซิ่วหนี่ว์ กระหม่อมเห็นว่าโม่ฉีรูปโฉมเลิศล้ำ กิริยามารยาทสง่างามจึงคิดถวายนางให้ฝ่าบาท แต่กระหม่อมรู้ดีว่าฝ่าบาทรังเกียจการสร้างความดีความชอบลักษณะนี้ถึงได้ให้นางเข้าวังมาในฐานะซิ่วหนี่ว์ รอจนกระทั่งผ่านการคัดเลือกไปทีละขั้นๆ ได้เข้าเฝ้าในที่สุด ฝ่าบาท กระหม่อมซื่อสัตย์และภักดียิ่งพ่ะย่ะค่ะ!



“บุตรชายกระหม่อมและโม่ฉีรักกันเช่นพี่ชายน้องสาว เมื่อนางเข้าวังมาบุตรชายกระหม่อมกังวลว่านางจะได้รับความลำบากเลยให้คนคอยติดตามความเคลื่อนไหวของนางอยู่เสมอ คอยดูแลเพื่อให้มั่นใจว่านางปลอดภัยดี โดยมิมีเรื่องอื่นใดเกินเลยไปกว่านี้! ขอฝ่าบาททรงพิจารณาด้วยพ่ะย่ะค่ะ!



“ส่วนหลิงเซียวก็คือขันทีน้อยที่อยู่ด้านหลังฝ่าบาท เขาหายตัวไปหลังโม่ฉีเข้าวังมา กระหม่อมเองก็ไม่ทราบว่าเขาไปที่ใด ใครจะไปรู้ว่าวันนี้จะได้พบเขาที่นี่ ดังนั้นเมื่อบุตรชายกระหม่อมเห็นเขาถึงได้ประหลาดใจเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ”



“คำพูดของท่านอัครเสนาบดีช่างเหมาะเจาะคล้องจองยิ่งนัก อันที่จริงหากพิจารณาจากแค่สารฉบับนี้ก็ไม่สามารถมองอันใดออกได้” ฮ่องเต้กล่าว



อัครเสนาบดีเช็ดเหงื่อ ฮ่องเต้มองไปยังหลานเว่ย “แล้วเจ้าเล่าว่าอย่างไร”



หลานเว่ยตะลึงงัน โน้มตัว กัดฟันกล่าวว่า “กะ...กระหม่อม...เห็นเช่นเดียวกับบิดา และทุกประโยคล้วนเป็นความจริงทุกประการพ่ะย่ะค่ะ!



สีหน้าฮ่องเต้เย็นชา



อัครเสนาบดีฉวยโอกาสนี้ขอความเมตตา “ขอฝ่าบาททรงพิจารณาด้วยพ่ะย่ะค่ะ!



ฮ่องเต้เอนกายพิงพนัก ประสานมือเข้าด้วยกัน หลุบตามองคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้น



“ลำบากท่านอัครเสนาบดีและคุณชายน้อยแล้ว กลับไปก่อนเถิด”



อัครเสนาบดีและหลานเว่ยคุกเข่าลงคำนับ แต่หลานเว่ยยังมีบางอย่างในใจ เขาขมวดคิ้วกัดฟัน สุดท้ายก็เอ่ยก่อนที่จะออกไป “ฝ่าบาท กระหม่อมมีบางเรื่องต้องการทูลถามฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”



ฮ่องเต้มองเขา “พูดมา”



“ฝ่าบาทมีพระราชดำริจะจัดการกับโม่...ซิ่วหนี่ว์อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”



ทำเอาฮ่องเต้เลิกคิ้ว อัครเสนาบดีลอบถลึงตาใส่หลานเว่ย แต่กลับเอ่ยอย่างสุภาพนอบน้อม “ฝ่าบาท อันที่จริงโม่ซิ่วหนี่ว์เป็นยอดหญิงแห่งแผ่นดิน กระหม่อมกล้ารับรองว่าหลานเว่ยบุตรชายของกระหม่อมและนางไม่ได้มีความสัมพันธ์เป็นการส่วนตัว นางและบุตรชายกระหม่อมเป็นดังพี่ชายน้องสาว ขอฝ่าบาทอย่าได้ทรงตำหนิเลยพ่ะย่ะค่ะ”



“ในเมื่อท่านอัครเสนาบดีมอบให้เรา เราก็จะรับไว้อย่างดี”



อัครเสนาบดีถอนหายใจ โค้งคำนับฮ่องเต้ และหันหลังเตรียมจากไป



ฮ่องเต้เอ่ยอย่างเยือกเย็น “จริงสิ ท่านอัครเสนาบดีเองก็อายุมากแล้วและทำงานหนักเพื่อเรามาตลอด เราซาบซึ้งและสบายใจยิ่งนัก ดังนั้นเราจึงเห็นชอบให้ท่านลาหยุดสองเดือนเพื่อท่านอัครเสนาบดีจะได้พักผ่อนและดูแลสุขภาพให้แข็งแรง”



“อะ...” อัครเสนาบดีตกตะลึง หันกลับมาคุกเข่า “ฝ่าบาท! กระหม่อม...”



“ผู้ดูแลสวี” ฮ่องเต้ตัดบทเขา “ส่งท่านอัครเสนาบดีกลับจวนไปพักผ่อน”



“พ่ะย่ะค่ะ” ผู้ดูแลสวีปฏิบัติตามคำสั่ง เขาตวัดแส้หางม้า เดินมาข้างหน้าอัครเสนาบดี “เชิญท่านอัครเสนาบดี”



เมื่อหลานเว่ยและอัครเสนาบดีออกไปแล้ว สายตาของฮ่องเต้ก็หันมองไปยังหลิงเซียว



หลิงเซียวตื่นตกใจ รีบคุกเข่าลงเบื้องหน้าฮ่องเต้






@@@@@@@@@@@@@


เหลืออีกประมาณ 9 วัน จะปิดจองหนังสือแล้วนะคะ อย่าลืมไปรับหลิงเซียวกันน้า


โดจินแถมเฉพาะรอบจองนะคะทุกคน ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 465 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #146 toto (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 21:44

    ฮ่องเต้จะทำยังไงกับหลิงเซียวนะ

    #146
    0
  2. #136 wiliwrrnnnthkal (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 17:10
    พวกนี้จะลากน้องไปตายมั้ย
    #136
    0
  3. #60 Narisa Ren (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 16:31

    พระเอกแบบไม่เผยอะไรแบบนี้ น่ากลัวโพดดดดด

    #60
    0
  4. #57 kratairr (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 22:56
    อยากอ่านต่อ
    #57
    0
  5. #54 Konrafah (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 16:10
    งานจะงอกน้องมั้น
    #54
    0
  6. #52 kyohyeE (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 22:38
    มีลิ้งค์ให้จองมั้ยคะ
    #52
    0
  7. #51 Merlions (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 21:20
    มีวางขายตามร้านรึเปล่าคะ
    #51
    0
  8. #50 Dayy_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 16:56
    มีวางขายในงานหนังสือมั้ยคะ
    #50
    0
  9. #49 VKK42 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 16:30
    ความควายเข้าแทรกความวัว 5555
    #49
    0
  10. #48 Monta (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 15:35
    แปลโอเคเลย รอเล่มนะคะ
    #48
    0
  11. #47 KNSE.28 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 15:17
    ค้างมากกก​ ตังก็ไม่มีซื้ออ่านอ๊ากกกก
    #47
    0